บทความ


พื้นฐานการฝึก มวยไทย ให้ได้ประโยชน์ที่สุด

พื้นฐานการฝึก มวยไทย ให้ได้ประโยชน์ที่สุด

มาดูกันว่าพื้นฐานการฝึก มวยไทย ให้ได้ประโยชน์ที่สุด เป็นยังไงบ้าง เพื่อให้ผู้ฝึกหน้าใหม่ทั้งหลาย ได้รู้จัก และเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในหมัด เท้า เข่า ศอกของ มวยไทย

พื้นฐานการฝึก มวยไทย ให้ได้ประโยชน์ที่สุด

การวางตำแหน่งอวัยวะในการฝึก มวยไทย

การวางตำแหน่งอวัยวะในการฝึกท่า มวยไทย เพื่อให้มีท่าทางที่เป็นมวยไทยทั้ง 4 อย่าง คือ หมัด เท่า เข่า ศอก ที่ถูกต้อง โดยไม่เกร็ง การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

 

การตั้งท่าจด มวยไทย

ท่า มวยไทย ถือเป็นพื้นฐานของการฝึก มวยไทย หมายถึง การวางเข่าเป็นการวางมือที่ถูกต้องตามหลักการฝึก มวยไทย ซึ่งในวงการมวยต้องรู้จักเหลี่ยมมวย รูปสามเหลี่ยมมวย หมายถึง การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด  ปกติแล้วมวยจะมีสามเหลี่ยม 2 อัน คือ สามเหลี่ยมซ้าย กับสามเหลี่ยมขวา สามเหลี่ยมซ้ายถือเป็นพื้นฐานของการฝึกมวยไทยเช่นกัน หมายถึง ชกหมัดขวาไปข้างหน้าเหนือหางคิ้ว ขณะที่เท้าขวายื่นไปด้านหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายไปข้างหลัง ลำตัวตรง ไม่เกร็ง ปล่อยตัวสบาย ๆ ลงน้ำหนักที่เท้าซ้าย ระยะเท้าทั้งสอง 1 ช่วงลำตัว สายตาสอดส่องผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา สี่เหลี่ยมด้านขวา หมายถึง การเหวี่ยงกำปั้นซ้ายไปข้างหน้าเหนือหางคิ้ว ขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาไปข้างหลัง ลำตัวตรง ไม่เกร็ง ปล่อยตามสบาย ลงน้ำหนักที่เท้าขวา สายตาของเขามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง

 

ศิลปะการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ของ มวยไทย

เป็นทักษะพื้นฐานของ มวยไทย หลายรูปแบบ ที่ครูมวยต่าง ๆ ประดิษฐ์ขึ้นใช้และได้เขียนหรือบันทึกไว้ เพื่อประโยชน์ในการสอนมวยไทยในปัจจุบัน

 

การใช้หมัด ใน มวยไทย

คือ การใช้หมัดที่ถนัดและมุ่งตรงไปที่เป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว และเท้ายันพื้นเป็นฐานโดยทิ้งน้ำหนักตัวไว้ที่เท้าหน้า ใช้แรงจากเท้าหลังและสะโพกและ ไหล่ออกไปอย่างเต็มที่

การตัดกำปั้นหมายถึงการใช้กำปั้นทั้งหมดเพื่อปัดทิ้ง เป็นรูปครึ่งวงกลมรอบลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ ผู้รู้บางท่านเรียกว่า กำปั้น แบ่งเป็นกำปั้นสั้นๆ และกำปั้นยาว การขว้างสั้นหมายถึงการขว้างที่แคบ หมัดยาวหมายถึงการแกว่งที่กว้าง หมัดแกลง หมัดแกลง หมายถึง การใช้สันกำปั้นกดลงไปที่อวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกหมัดแคบ ตึงศอก กำหมัดขึ้น แล้วเหวี่ยงกำปั้นไปที่เป้าหมาย ได้แก่ ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้

 

การใช้เท้า ใน มวยไทย

การใช้เท้า ใน มวยไทย แบ่งเป็น 2 ท่า คือ การเตะ และการถีบ

- การเตะ หมายถึง การใช้ขาตั้งแต่เอวลงไปถึงปลายเท้า การเตะตรง หมายถึง การเตะจากพื้นขึ้นในลักษณะตั้งฉากกับพื้น

- การเตะตัดขา หมายถึง การเตะที่ใช้เท้าขนานกับพื้น สามารถตัดส่วนล่างของร่างกายและส่วนบนของอวัยวะได้ทั้งหมด

- การเตะตวัด หรือการเตะเฉียง หมายถึง การเตะที่มีทิศทางของการเตะเป็นเส้นทแยงมุมไปยังเป้าหมาย

- เตะกลับหลัง หมายถึง การพลิกตัวกลับไปหาคู่ต่อสู้ จากนั้นแกว่งขาที่วางอยู่ด้านหลัง ให้ส้นเท้ากระแทกเป้าหมาย

- การถีบ หมายถึง การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือส้นเท้าของคู่ต่อสู้ นิ้วเท้ากับฝ่ายตรงข้าม

- การถีบตรง หมายถึง ตามชื่อ คือ การเตะออกไปตรงๆ โดยให้ปลายเท้า ส้นเท้า หรือฝ่าเท้ากระแทกเป้าหมายในส่วนต่าง ๆ ของคู่ต่อสู้เต็มแรง ซึ่งอาจทำให้เท้าตรงได้ หรือจะงอเท้าเตะก็ได้

- การกระโดดถีบ หมายถึง การก้าวเท้าข้างที่ไม่ถนัดออกไป 1 จังหวะ แล้วลอยตัวโดยใช้เท้าข้างถนัดไปยังประตูของฝ่ายตรงข้าม

- การถีบข้าง หมายถึง การใช้ปลายเท้าถีบออกไปด้านข้างลำตัว โดยเอียงศีรษะออกจากลำตัว

- การถีบกลับหลัง หมายถึง การเตะไปด้านหลังตรงๆ อาจเหยียดขาให้ตรง หรืองอขา แล้วยืดออกไปทางเป้าหมาย

- การถีบจิก หมายถึง การใช้ปลายเท้าข้างที่ถนัดจิกหน้าท้อง หรือลักษณะเด่นของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ไม่ถนัด

 

การใช้เข่า ใน มวยไทย

หมายถึง การใช้ข้อต่อระหว่างกระดูกขาท่อนบนและท่อนล่าง แล้วงอขา กระทุ้งเข้าหาเป้าหมายของคู่ต่อสู้

- เข่าตรง หมายถึง เข่าชี้ตรงไปยังเป้าหมาย

- เข่าเฉียง หมายถึง การตีเข่าเฉียงเข้าหาเป้าหมายด้านเดียวกับเข่าทุ่ม

- งอเข่า หมายถึง การพลิกสะโพกกลับหัว ในเวลาเดียวกัน แกว่งขาในรัศมีจากบนลงล่าง กระแทกเป้าหมายโดยให้ปลายเท้าเหยียดเป็นเส้นตรงกับขาและเข่า

- ทุ่มเข่า หมายถึง กระโดดขว้างเข่าขึ้นตรงๆ แบบเข่าลอย เป้าอยู่ที่ปลายคาง และหน้าอกของคู่ต่อสู้

- เข่าลอย หมายถึง การกระโดดขึ้นที่สูง พุ่งทะยานด้วยการโยนเข่า แต่เข่าลอยถึงพื้นสูงกว่า

 

การใช้ศอก ใน มวยไทย

การใช้ศอกเบื้องต้นมีลักษณะดังนี้

- การตีศอก หรือที่เรียกว่าศอกสับ คือ วิธีการตีศอกจากบนลงล่าง โจมตีอวัยวะของศัตรูเฉียงซ้ายเป็นมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตีด้วยกำลังจากไหล่ ลำตัว และเท้า

- ศอกตัด หมายถึง การตัดศอกขนานกับเป้า

- ศอกงัด หมายถึง การตีศอกจากตรงกลาง งัดมุมขวาบน

- กระทุ้งศอก หมายถึง การใช้ศอกไปข้างหลัง ใน ram แก้ไขสถานการณ์ที่ฝ่ายตรงข้ามมาข้างหลังเขา

- ศอกกลับ หมายถึง พลิกตัวตีศอก กลับไปด้านหลังตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเท้า

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ศิลปะ การต่อสู้ ที่มีชั้นเชิ้ง

หากขึ้นสู่ สังเวียน มวยไทย ( Muay thai ) แล้ว ควรทรงตัวอย่างไร

 

หากขึ้นสู่ สังเวียน มวยไทย ( Muay thai ) แล้ว ควรทรงตัวอย่างไร

หากขึ้นสู่ สังเวียน มวยไทย ( Muay thai ) แล้ว ควรทรงตัวอย่างไร

วันนี้ มาดูกัน ว่า ถ้าหากขึ้นสู่ สังเวียน มวยไทย ( Muay thai ) แล้ว ควรจะมีเทคนิคต่าง ๆ ในการทรงตัวอย่างไรดี เพื่อความปลอดภัย ความมั่นคง ในการขึ้นชกอีกด้วย

 

สร้างเสริมสมดุลให้ ร่างกาย ไปกับ มวยไทย ( Muay thai )

การฝึก หรือว่า การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้น ต่างเป็นที่รู้กันดีว่า มวยไทย ( Muay thai ) เป็นกีฬา ที่จะต้องใช้ ความอดทนของร่างกาย แทบจะทุก ๆ ส่วนเลย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว สมาธิ ความว่องไว รวมทั้ง ปัญญา

 

การที่เราฝึก ในการ ซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ทุกวันนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ จะทำให้ร่างกายของเรา แข็งแรง แต่ยังไปทำให้ร่างกายของเรา ได้มีความสมดุลอีกด้วย อีกทั้ง มวยไทย ( Muay thai ) ยังไปช่วยสร้างเสริม กล้ามเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี รับรองได้เลย หากคุณกำลังฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อยู่นั้น คุณจะได้ ทั้งความว่องไว, สมาธิ, ไหวพริบ ที่เพิ่มมากขึ้นแน่นอน

 

มวยไทย ( Muay thai ) เป็น กีฬา ต้องใช้ทั้ง ความเร็ว, ความอดทน, ความแข็งแรง ในกล้ามเนื้อ เพราะว่า กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) นั่นเป็นการไป ต่อสู้กับคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถทำให้เรา อาจได้รับบาดเจ็บ ได้นั้นเอง แต่หากว่า ถ้าเรายิ่งฝึกซ้อมร่างกาย มาเป็นอย่างดี แน่นอนเลยว่าร่างกายของเรา จะให้มีความทนทาน แข็งแรง และก็ยังไปช่วย สร้างสมดุลร่างกาย ได้ดี อีกทั้งมีประสิทธ์ภาพอย่างมาก เราไปดูดีกว่า กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะช่วยสร้างสมดุล ให้กับร่างกาย ของเราได้อย่างไร

 

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดความเครียด

ในแต่ละวันนั้น แน่นอนว่าเรานั้นต้องพบ ต้องเจอกับ อะไรหลาย ๆ อย่างที่เข้ามาหาเรา ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น ความเครียดต่าง ๆ ทั้งเกิดจาก ความเครียด ในการทำงาน ความเครียด จากเรื่องเรียน, เรื่องแฟน, เรื่องเพื่อน หรือว่า เรื่องครอบครัว เรานั้น มักจะมีความเครียดสะสม อยู่ในตัวกันทั้งนั้นเลย ถ้าเราอยากระบายความเครียด แถมก็ยังได้ประโยชน์ ให้แก่ร่างกายของเรา เราขอแนะนำ ให้คุณลองไปซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เผื่อช่วยให้คุณ หายเครียดได้ค่ะ

 

อีกทั้ง การฝึก หรือว่า การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้นเป็นการ ออกกำลังกาย สร้างเสริมสุขภาพ ที่ได้ทั้ง ความสนุก ได้ใส่อารมณ์ได้เต็มที่ ยิ่งเราได้ ปล่อยหมัด หรือว่า ออกไปปล่อยลูกเตะ ใส่กระสอบทราย แล้วละก็อาจทำให้ เราได้ระบายอารมณ์ ได้อย่างเต็มที่

 

เพราะว่า ถ้ายิ่งเรา ออกกำลังกาย มากเท่าไหร่ ร่างกายของเราก็จะหลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ( Endorphin ) ที่ทำให้เรานั้นมีความสุข ได้นั้นเอง เพราะฉะนั้น การชก มวยไทย ( Muay thai ) จะทำให้ ร่างกาย หลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ( Endorphin ) นี้ออกมา ได้อย่างเต็มทีอีกด้วยนะ

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี

สำหรับการ ออกกำลังกาย ในการซ้อม ในการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) นั้น ก็จะสามารถช่วยให้เรา เผาผลาญแคลอรี่ ภายในร่างกายของเรา ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่คุณกำลังมองหาวิธี ลดความอ้วนอยู่ เราก็ขอแนะนำลองมาฝึก มาซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูได้เลย คุณจะได้ทั้ง หุ่นที่ดี กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และ รับลองได้เลย ว่า จะช่วยให้คุณลดความน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี แน่นอนค่ะ

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำไมกีฬา มวยไทย ถึงช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้

เอราวัณเสยงา ท่า มวยไทย ใช้แหวกชกเสยคางคู่ต่อสู้

มวยไทย ศิลปะ การต่อสู้ ที่มีชั้นเชิ้ง

มวยไทย ศิลปะ การต่อสู้ ที่มีชั้นเชิ้ง

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นมรดก ทางวัฒนธรรม เป็นศิลปะ การต่อสู้ ป้องกันตัว มาตั้งแต่ โบราณ เป็นการใช้ อาวุธ ทางร่างกาย 9 อย่าง หรือ เรียกว่า นวอาวุธ

 

นวอาวุธ คือ มือ 2 เท้า 2 เข่า 2 ศอก 2 และ ศีรษะ 1 ซึ่งเป็นศิลปะ การต่อสู้ อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เก่าแก่ ของโลก

มวยไทย ศิลปะ การต่อสู้ ที่มีชั้นเชิ้ง

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศาสตร์ ที่ว่าด้วยการ ใช้อุบาย ชั้นเชิง ไหวพริบ และ วิชา เพื่อเข้า ต่อสู้กัน จึงปรากฏ หลักฐาน ในพระราชพงศาวดารว่า ในอดีต พระมหากษัตริย์ ที่มีพระปรีชาสามารถ จะทรงเชี่ยวชาญ การชกมวย เป็นอย่างยิ่ง และ ในขณะเดียวกัน เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ขุนนางฝ่ายทหาร และ สามัญชน จะฝึกฝน มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อป้องกันตัว และ ชาติบ้านเมือง เพราะการใช้อาวุธ เช่น กระบี่ กระบอง พลอง ดาบ ประกอบ กับมวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้ การใช้อาวุธนั้น เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการต่อสู้ ป้องกันตัว ในระยะ ประชิด ในยามสงบ

 

มวยไทย ( Muay Thai )  จะเป็นการ ประลอง พละกำลัง และ ชั้นเชิง ของการต่อสู้ จนกลายเป็น กิจกรรมทางสังคม อย่างหนึ่ง และ มีการแข่งขันมวย ในโอกาส สำคัญ ๆ อีกด้วย

 

เอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ผสานชั้นเชิง กับร่างกาย แปลงให้เป็น อาวุธ

 

เอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai )  ที่ทำให้ มีความโดดเด่น และ ถือเป็น ศิลปะชั้นสูง นั่นก็คือ การใช้อวัยวะ ส่วนต่างๆ เป็นเหมือนเกราะ และ อาวุธ ใช้ชั้นเชิง ไหวพริบ และวิชา เพื่อเข้าต่อสู้กัน ไม่ใช่ ใช้กำลัง แต่เพียงอย่างเดียว เท่านั้น ประกอบด้วย – ศาสตร์ - อันได้แก่ การเรียนรู้ จุดอ่อน จุดแข็ง ของร่างกายที่จะพิชิต และเอาชนะคู่ต่อสู้

 

- ศิลป์ - คือ ลักษณะการใช้ นวอาวุธ ที่มีรายละเอียดปลีกย่อย อย่างพิสดาร ซึ่งทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่มีมนต์ขลัง และเป็นการต่อสู้ที่มีชั้นเชิง เป็นที่ประทับใจของคนทั้งโลก

มวยไทย ศิลปะ การต่อสู้ ที่มีชั้นเชิ้ง

การฝึกมวยโบราณ แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

1) ขั้นเบื้องต้น

ฝึกเพื่อให้รู้จัก ป้องกันตัวเอง ให้ปลอดภัย ก่อนที่จะคิดทำผู้อื่น หรือ เรียกว่า ป้อง ปัด ปิด เปิด

 

2) ขั้นกลาง

ฝึกเพื่อเป็นนักมวย ต่อสู้บนสังเวียน คือ เข้ามวยเป็น สามารถตอบโต้ แก้กลับคู่ต่อสู้ได้ เรียกว่า ทุ่ม ทับ จัก หัก

 

3) ขั้นสูง

ฝึกเพื่อเป็นนักรบ เป็นครูอาจารย์ ไว้ใช้ใน ราชการสงคราม ประจำกองทนายเลือก และกองอาจารย์ เป็นจารบุรุษ อาทมาฏ สอดแนม ทหารเอก ทหารรอง นายกอง แม่ทัพ คือ เรียนวิชาฆ่าคน ที่ซึ่งสงวนไว้ไม่สอนพร่าเพรื่อ เรียกว่า ประกบ ประกับ จับรั้ง เข้าข้างหลัง หักก้านคอ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นมรดกทาง วัฒนธรรมไทย อย่างแท้จริง เพราะทุกวันนี้ ก็มีคนหันมาสนใจ และสานต่อวัฒนธรรมนี้มากขึ้น

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เอราวัณเสยงา ท่า มวยไทย ใช้แหวกชกเสยคางคู่ต่อสู้

มวยไทย ( Muay Thai ) เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ที่คุณควรรู้จัก

เอราวัณเสยงา ท่า มวยไทย ใช้แหวกชกเสยคางคู่ต่อสู้

เอราวัณเสยงา ท่า มวยไทย ใช้แหวกชกเสยคางคู่ต่อสู้

ลูกไม้มวยไทย เรียกได้ว่า มีทวงท่าที่สวยงาม และคงเอกลักษณ์ ความเป็นไทย ได้อย่างดีเยี่ยม วันนี้ จะพาทุกท่าน มารู้จัก เอราวัณเสยงา มวยไทย ใช้แหวกชกเสยคาง คู่ต่อสู้

 

ประวัติแม่ไม้มวยไทย

มวยไทย เป็นการเล่นพื้นบ้าน ที่มีคุณลักษณะ ของการต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยการใช้อวัยวะ ในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้ มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปะอย่างสูง เช่น หมัด ศอกแขน เท้า แข้ง และเข่าเป็นต้น นับเป็นศิลปะประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประการหนึ่งของคนไทย ในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ต้องผจญกับศึกสงครามมาโดยตลอด จึงต้องฝึกฝนไว้ให้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ในการต่อสู้ มีการจัดตั้งสำนักมวยขึ้นฝึกสอนกันโดยทั่วไป

 

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีผู้ที่ชื่อเสียงโด่งดังในเชิงมวยไทย จนกลายเป็นที่เลื่องลือมาจนถึงปัจจุบัน คือ นายขนมต้ม ที่มความสามารถใช้วิชามวยไทย เอาชนะศัตรูได้อย่างเป็นจำนวนมาก แม้แต่พระมหากษัตริย์ของไทยบางพระองค์ในสมัยอยุธยาต่างก็ทรงโปรดปราณ และมีความสามารถมากมายในวิชามวยไทย อาทิ พระเจ้าเสือหรือ ขุนหลวงสรศักดิ์

 

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ได้ทรงส่งเสริมวิชามวยไทยให้แพร่หลายยิ่งขึ้นโดยได้ทรงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยไทยการกุศล เพื่อเก็บรายได้ไปบำรุงกองเสือป่าขึ้นที่เวทีมวยโรงเรียนสวนกุหลาบ เมื่อ พ.ศ. 2463 สำหรับเวทีมวยไทยอื่นๆ ในครั้งนั้นก็มี เวทีสวนเจ้าเชตุและเวทีหลักเมืองเป็นต้น

 

การชกมวยไทย เป็นการชกด้วยหมัดเปล่าๆ ต่อมา เมื่อมีการแข่งขัน ก็ได้มีการคาดเชือกที่มือ และในระยะต่อมา จึงใช้สวมนวมแทนแบบมวยสากล

 

 

 

 

 

คุณลักษณะของมวยไทย

มวยไทย ใช้อวัยวะ 6 ชนิด ในการต่อสู้กับปรปักษ์ อันได้แก่ หมัด, ศอก, แขนท่อนล่างเท้า, แข้ง และเข่า เข้ากระทำกับคู่ต่อสู้ ด้วยการเข้าไป ชก, ต่อย, เขก, โขกทุบ, เตะ, ถีบ, เหน็บ, อัด, ยัน, เหยียบ, เหวี่ยง, ปัก, ทิ่ม, เฉือน, กระทุ้ง, สับ, เสียบเฆี่ยน, กด, ทุ่ม, ฟาด, มัด, รัด, หักแขน, หักขา, หักคอ ฯลฯ อวัยวะแต่ละชนิดดังกล่าวนั้น มีวิธีใช้ดังนี้

 

1. หมัดใช้ทิ่มกระแทก กระทุ้ง โดยมีทั้งกระทุ้งขึ้น และทั้งกระทุ้งลง, เหวี่ยง นั้นก็มีทั้ง เหวี่ยงสั้น และเหวี่ยงยาวเขก โขก และทุบ

2. การใช้ศอก ใช้เหวี่ยง ไม่ว่าจะเป็น ปัก, งัด, ทิ่ม, เฉือน, กด และการกระทุ้ง

3. แขนท่อนล่าง ใช้สับ เสียบ ปัด เหวี่ยง และเฆี่ยน

4. การใช้เท้า ใช้ถีบ เหน็บ อัด นั่นคือ การเตะ ด้วยปลายยอดโต่ง ยัน เหยียบ เตะ และกระตุกเท้า

5. แข้งใช้เหวี่ยง ซึ่งก็มีทั้งเหวี่ยงสั้น และเหวี่ยงแบบยาว

6. เข่าใช้ยิงโยน ยัด เหวี่ยง กุด และกระตุก

 

ไม้มวย คือ ?

เป็นการใช้อวัยวะต่าง ๆ ประกอบกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผสมกลมกลืนในการรุกและรับซึ่งก็คือการเข้ากระทำต่อคู่ต่อสู้ และการป้องกันตัว ซึ่งนับว่าเป็นศิลปะที่มีการประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในรูปแบบต่างๆ

 

ปัจจุบัน ท่ามวยไทย ต่างได้รับความนิยม เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในประเทศ หรือว่าทางต่างประเทศ ผู้คนต่างหันมาสนใจ ที่จะฝึกฝน มาเรียนรู้ให้เกิด ความชำนาญ เพราะว่า มวยไทย นั้น เป็นศิลปะป้องกันตัว ที่สามารถนำไป ใช้ปประโยชน์ได้หลาย ๆ อย่าง ในชีวิตประจำวัน เปรียบเสมือนกีฬาประเภทหนึ่ง ที่สามารถสร้างรายได้ ทั้งสร้างชื่อเสียง ให้กับคนหนึ่งคน ให้ได้เป็นที่รู้จัก ไปทั่วโลกได้ อีกทั้งก็ยังเป็นกีฬา ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ให้แข็งแรงอีกด้วย

 

ท่ามวยไทย ตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน นั้นมีหลากหลาย และมีความน่าสนใจไม่น้อย ในวันนี้ จึงได้ขอนำเสนอ ท่า " เอราวัณเสยงา " ที่ใช้ทั้ง แหวก ชก เสยคาง คู่ต่อสู้ ให้ทุก ๆ คน ได้รู้จัก ไปพร้อม ๆ กัน

 

 

 

 

มาทำความรู้จัก เอราวัณเสยงา

เอราวัณเสยงา เป็นท่ามวยไทย ที่แยกย่อย ออกมาจาก ท่าแม่ไม้มวยไทย ที่เรียกว่า ท่าลูกไม้มวยไทย เป็นท่า ที่มีลักษณะ ที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ ท่านี้ ใช้แก้หมัด คู่ต่อสู้ โดยใช้การหมุนตัว ปัดหมัด และชกสวนออกไป ด้วยหมัดเสยปลายคาง ซึ่งผู้ที่ต้องการ จะฝึกท่านี้ ต้องผ่านการฝึกฝน ท่าแม่ไม้มวยไทย มาเสียก่อน ถึงจะสามารถฝึก ท่าเอราวัณเสยงา ได้อย่างถูกต้อง และท่านี้ ยังใช้ทักษะ การใช้หมัด ที่สามารถทำอันตรายให้แก่ คู่ต่อสู้ได้

 

วิธีใช้ ท่ามวยไทย เอราวัณเสยงา

ประวัติ แม่ไม้มวยไทย แต่ในอดีต ได้แบ่งแยก มวยไทย ออกมาเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรุก และฝ่ายรับ โดยท่ามวยไทย ก็มีมากมายหลาย ๆ ท่า ที่ได้แบ่งแยก เป็นทั้งสองฝ่าย เหมือน ๆ กันกับ วิธีการใช้ ท่าเอราวัณเสยงา นั้น ทั้งฝ่ายรุกจะชกด้วยหมัดซ้าย เข้าที่ใบหน้าของฝ่ายรับด้วย

 

ในขณะที่ฝ่ายรับ นั้นจะต้องใช้แขนขวา ปัดหมัด ที่กำลังจะโดนที่หน้าตัวเอง ให้เบนออกไป พร้อม ๆ กับสืบเท้าขวา ทแยงออกไปขวา เพื่อให้ได้ระยะ หมัดเสย แล้วจึงเหวี่ยงหมัดซ้าย จากทิศทางข้างล่าง สู่ปลายคางของฝ่ายรุก และในท่านี้ผู้ฝึก ต้องมีทักษะของความว่องไว และเชี่ยวชาญ ในการจะออกอาวุธ ด้วยหมัดนั่นเองค่ะ

 

และนี่ก็เป็น เอราวัณเสยงา ท่ามวยไทย ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้นั่นเองค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธลับ ป้องกันตัว ร่างกายแข็งแรง

มวยไทย ( Muay Thai ) เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ที่คุณควรรู้จัก

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ที่คุณควรรู้จัก

มวยไทย ( Muay Thai ) เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ที่คุณควรรู้จัก

วันนี้ เราจะพาทุกท่าน มารู้จัก กับ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ถือเป็น เอกลักษณ์ แห่งความเป็นไทย อันทรงคุณค่า ที่คนไทยทุก ๆ คน ควรรู้จัก และสืบสานสิ่งดีงามต่อไป

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศาสตร์ และ ศิลป์ ที่ทรงคุณค่า แห่งความเป็นไทย ที่สืบสาน มาอย่างยาวนาน เราควรช่วยกัน อนุรักษ์ไว้ นอกจากนี้ มวยไทย ยังเป็นกีฬา ที่สร้างชื่อเสียง และ โด่งดังไปทั่วโลก รวมถึง ได้รับการยอมรับจาก ต่างชาติอีกด้วย

 

ศิลปแม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai )

โดยแม่ไม้ มวยไทย นั้นหมายถึง ท่าของ การผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็น การใช้หมัด, เท้า, เข่า, ศอก, เพื่อใช้ในเชิงการรุก รวมทั้ง การรับในการต่อสู้ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) การใช้ศิลปะไม้มวยไทย ได้อย่างชำนาญ จะต้องผ่านการฝึก เบื้องต้น โดยการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แต่ละอย่างนั้น จะต้องให้คล่องแคล่วก่อน จากนั้น จึงจะไปหัดใช้ ผสมผสานกันไป ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก และ ศิลปะในการหลบหลีก นั่นก็ขึ้นอยู่กับ ครูมวย ที่จะคิดค้น ดัดแปลง พลิกแพลง เพื่อให้ศิษย์ได้นำไปใช้ ให้ได้ผล แล้วจึงตั้งชื่อท่ามวยนั้น ๆ ตามลักษณะ ท่าทางให้ จดจำได้ง่ายขึ้น

 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น เมื่อมีท่ามวยมากขึ้น จึงได้จัดแบ่ง เป็นหมวดหมู่ แล้ว ตั้งชื่อ ให้เรียกขานคล้องจองกัน เพื่อลูกศิษย์ นั้นจะได้ท่องจำ และ ไม่ลืมง่าย ๆ ซึ่งในอดีต มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้ใส่นวม จะขึ้นชกกัน ด้วยมือเปล่า หรือว่า จะใช้ผ้าดิบ มาพันมือ จึงสามารถใช้มือจับคู่ ต่อสู้เพื่อทุ่ม หัก หรือว่าบิดได้ นักมวย จึงใช้ชั้นเชิง ในการต่อสู้ ได้มากกว่า การใช้พละกำลัง จึงเกิด ท่ามวยมวย ขึ้นมากมาย

 

 

 

ต่อมา ได้มีการกำหนด ให้นักมวยไทย ใส่นวม ในขณะที่ขึ้นชก แข่งขัน เช่นเดียว กับทางด้านของ มวยสากล และมีการออกกฎ กติกาต่าง ๆ เพื่อจะได้เป็นการป้องกัน อันตราย ที่อาจจะเกิดขึ้น แก่นักมวยอีกด้วย และ ง่ายต่อการตัดสินในเรื่อง ท่ามวย ที่มีมาแต่อดีต บางท่านั้นไม่สามารถ นำมาใช้ ในการแข่งขันได้ ถือว่าเป็นการผิดกติกา และบางท่า นักมวยก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ถนัดเนื่อง จากมีเครื่องป้องกัน ร่างกายมากขึ้น ท่ามวยบางท่า จึงได้ถูกลืมเลือนไปในที่สุด

 

 

โบราณาจารย์ และ เหล่าผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แบ่งประเภท ของแม่ไม้มวยไทย ไว้ต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ครูมวยแต่ละท่าน แม้ว่าบางท่า จะมีชื่อเรียกต่างกันก็ตาม ไม้มวยไทย ที่ได้มีการกล่าวถึง ในตำรามวยหลายตำรา และ จะแบ่งลักษณะ ไว้ชัดเจน ก็คือ แบ่งตามลักษณะ การแก้ทางมวย และ การจู่โจม เรียกชื่อว่า กลมวย โดยแบ่งตามลักษณะ การใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เรียกว่า เชิงมวย บางตำรา แบ่งเป็นแม่ไม้ลูกไม้ หรือจะแบ่งเป็นไม้ครู ไม้เกร็ด ซึ่งไม้ครู หมายถึง ไม้สำคัญ เป็นไม้หลัก โดยที่ครูมวยเน้นให้ลูกศิษย์ทุกคน จะต้องทำให้ได้ ทำให้ดี และ ทำให้ชำนาญ เพราะ เมื่อรู้ จนกระทั่งเกิดความชำนาญเรื่องไม้ครูแล้ว จะสามารถแตกไม้ครู แต่ละแบบ ออกเป็น ไม้เกร็ด ได้อีกหลากหลายมากมาย

 

แม่ไม้มวยไทย นั้นเป็น ท่าของการใช้ศิลปะมวยไทย ที่สำคัญที่สุด อันเป็นพื้นฐาน ของการใช้ไม้มวยไทย โดยผู้ฝึกมวยไทย จะต้องเรียนรู้ และปฏิบัติให้ได้ ก่อนที่จะฝึก ลูกไม้ นั่นถือว่าเป็นการใช้ ไม้มวยไทยที่ละเอียดขึ้น

 

 

โดยโบราณาจารย์ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มีการจัดแบ่ง แม่ไม้มวยไทย เป็น 15 ไม้ ไว้ดังนี้

1. แม่ไม้มวยไทย ท่า จระเข้ฟาดหาง

2. แม่ไม้มวยไทย ท่า หักงวงไอยรา

3. แม่ไม้มวยไทย ท่า นาคาบิดหาง

4. แม่ไม้มวยไทย ท่า วิรุฬหกกลับ

5. แม่ไม้มวยไทย ท่า ดับชวาลา

6. แม่ไม้มวยไทย ท่า ขุนยักษ์จับลิง

7. แม่ไม้มวยไทย ท่า หักคอเอราวัณ

8. แม่ไม้มวยไทย ท่า สลับฟันปลา

9. แม่ไม้มวยไทย ท่า ปักษาแหวกรัง

10. แม่ไม้มวยไทย ท่า ชวาซัดหอก

11. แม่ไม้มวยไทย ท่า อิเหนาแทงกริช

12. แม่ไม้มวยไทย ท่า ยอเขาพระสุเมรุ

13. แม่ไม้มวยไทย ท่า ตาเถรค้ำฝัก

14. แม่ไม้มวยไทย ท่า มอญยันหลัก

15. แม่ไม้มวยไทย ท่า ปักลูกทอย

 

นอกจาก แม่ไม้มวยไทยแล้ว ก็ยังมี ลูกไม้มวยไทย, กลมวยไทย ที่มีชื่อต่าง ๆ นานา ตามที่ท่านครูอาจารย์มวยได้ประยุกต์ดัดแปลง และยังได้ผสมผสานในท่าทางที่แตกต่างกันไปอีกกว่าหลายร้อยท่า ก็เรียกได้ว่า เป็นกีฬาที่พิเศษ และอัศจรรย์มาก ๆ อีกทั้ง เราทั้งหลาย ควรอนุรักษ์ มวยไทย ( Muay Thai ) เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย สืบต่อไปค่ะ

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผ่อนคลาย ระบายความเครียด ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) เด็ก ๆ ก็ฝึกได้ แข็งแกร่ง แข็งแรง ลุยเลย

 

การจำแนกรุ่น การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ดูอย่างไร

การจำแนกรุ่น การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ดูอย่างไร

การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เรามักเห็นกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ในโทรทัศน์ ในโทรศัพท์มือถือ หนังสือพิมพ์ หรือ แม้กระทั่ง การได้ไปดู การแข่งขันของจริง

 

แต่คุณเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า การขึ้นชกของนักมวยในแต่ละครั้ง จำแนกมาจากอะไร?

การจำแนกรุ่น การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ดูอย่างไร

การจำแนกรุ่นของ มวยไทย ( Muay Thai ) มีด้วยกันทั้งหมด 19 รุ่น ดังนี้

1) รุ่นพินเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 42.272 กิโลกรัม และไม่เกิน 45.454 กิโลกรัม

2) รุ่นมินิฟลายเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 45.454 กิโลกรัม และไม่เกิน 47.727 กิโลกรัม

3) รุ่นไลท์ฟลายเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 47.727 กิโลกรัม และไม่เกิน 48.988 กิโลกรัม

4) รุ่นฟลายเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 48.988 กิโลกรัม และไม่เกิน 50.802 กิโลกรัม

5) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 50.802 กิโลกรัม และไม่เกิน 52.163 กิโลกรัม

6) รุ่นแบนตั้มเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 52.163 กิโลกรัม และไม่เกิน 53.524 กิโลกรัม

7) รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 53.524 กิโลกรัม และไม่เกิน 55.338 กิโลกรัม

8) รุ่นเฟเธอร์เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 55.338 กิโลกรัม และไม่เกิน 57.153 กิโลกรัม

9) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 57.153 กิโลกรัม และไม่เกิน 58.967 กิโลกรัม

10) รุ่นไลท์เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 58.967 กิโลกรัม และไม่เกิน 61.235 กิโลกรัม

11) รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 61.235 กิโลกรัม และไม่เกิน 63.503 กิโลกรัม

12) รุ่นเวลเตอร์เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 63.503 กิโลกรัม และไม่เกิน 66.678 กิโลกรัม

13) รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 66.678 กิโลกรัม และไม่เกิน 69.853 กิโลกรัม

14) รุ่นมิดเดิลเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 69.853 กิโลกรัม และไม่เกิน 71.575 กิโลกรัม

15) รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 71.575 กิโลกรัม และไม่เกิน 76.374 กิโลกรัม

16) รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 76.374 กิโลกรัม และไม่เกิน 79.379 กิโลกรัม

17) รุ่นฟลายเวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 779.379 กิโลกรัม และไม่เกิน 86.183 กิโลกรัม

18) รุ่นเฮฟวี่เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 86.183 กิโลกรัม และไม่เกิน 90.900 กิโลกรัม

19) รุ่นซูเปอร์เฮฟวี่เวท น้ำหนักตัว ต้องเกิน 90.900 กิโลกรัม ขึ้นไป

 

ผู้ที่สนใจ อยากทดลอง ลงแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ลองตรวจเช็ค น้ำหนักตัว ดูนะคะ ว่าร่างกาย และ น้ำหนักตัว ของคุณ จะเข้าไปอยู่ในรุ่นไหน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธลับ ป้องกันตัว ร่างกายแข็งแรง

เตรียมร่างกาย ให้พร้อม ก่อนฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธลับ ป้องกันตัว ร่างกายแข็งแรง

มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธลับ ป้องกันตัว ร่างกายแข็งแรง

ซึ่ง การฝึก มวยไทย ที่เราพูดถึงนี้ก็คือ การฝึกชก เตะ และท่าทางต่าง ๆ ของมวยไทย มาประยุกต์ ให้เป็นท่าออกกำลังกายเฉย ๆ เพราะฉะนั้น นอกจาก คุณจะได้เบิร์นแล้ว คุณยังได้ฝีไม้ลายมือในการป้องกันตัวติดไปด้วย แถมได้ประโยชน์สุดเริ่ดมากกว่าที่คิด มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้หน้าท้องแบบราบ หากคุณอยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรง เพื่อส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยเผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า ซึ่งการชกมวย จึงอาจเป็นทางเลือกใหม่ ๆ ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) การออกกำลังกายประเภทนี้ ก็จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญ ภายในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

3. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้หน้าท้อง ของคุณ แบบราบ อยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรง ส่งให้การออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานที่ดี ได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลาง ลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมัน ได้ดีมากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

 

 

 

 

ส่วนกติกาของ การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ถูกกำหนด เอาไว้ อย่างชัดเจน และ ครอบคลุม ในทุก ๆ เรื่อง การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ในปัจจุบัน นักมวย จะต้อง ทำการ สวมนวม ขนาด 4 ออนซ์ แต่งกายแบบ นักกีฬามวย คือ สวมใส่ กางเกงขาสั้น สวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้า หรือ ไม่ก็ได้ เครื่องรางของขลัง ผูกเอาไว้ที่แขน ท่อนบนได้ ส่วนเครื่องราง ชนิดอื่น ๆ ใส่ได้เฉพาะ ช่วงตอน ร่ายรำไหว้ครู เท่านั้น แล้วให้ ทำการ ถอดออก ตอนเริ่ม ทำการ แข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

 

มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถ ช่วยพัฒนาการ ทางอารมณ์ ได้อย่างดี การออกกำลังกาย การฝึกซ้อม การขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai ) และ การแข่งขัน นักกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องมี ความอดทน อดกลั้น เป็นอย่างดี จึงจะสามารถ เป็นนักกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ดีได้

 

สุดยอด กีฬา มวยไทย ที่โด่งดัง และ เป็นที่ ได้รับ การยอมรัย จากทั่วทั้ง โลก เอาล่ะ วันนี้ เราจะพาทุก ๆ ท่าน มาดู อาวุธ ลับ ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่คุณ คาดไม่ถึง เลยทีเดียว รับรองว่า เท่ คม จนคุณเอง ก็อยาจะมาเรียน มวยไทย กันอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผ่อนคลาย ระบายความเครียด ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) เด็ก ๆ ก็ฝึกได้ แข็งแกร่ง แข็งแรง ลุยเลย

 

เตรียมร่างกาย ให้พร้อม ก่อนฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

เตรียมร่างกาย ให้พร้อม ก่อนฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

หากคุณ อยากเริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) และ มีความพร้อม ที่จะฝึกซ้อม อย่างจริงจัง แล้วคุณ จะต้องเตรียมร่างกาย อย่างไรดี

เตรียมร่างกาย ให้พร้อม ก่อนฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

ขั้นแรก คุณต้อง ทำความเข้าใจ ว่าการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เปรียบเสมือนกับ การเดินทาง ที่คุณนั้น ต้องคอยเรียนรู้ ตลอดเวลา เพื่อเป็นการหา ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในสถานที่ใหม่ ๆ ในผู้คนใหม่ ๆ อยู่เสมอ และ เส้นทางที่คุณ กำลังไปนั้น คุณไม่เคยรู้มาก่อน ว่าจะไปได้ง่าย หรือ ยากเพียงใด คุณจึงต้อง เตรียมตัว เตรียมใจ ไว้เลย ว่าอาจต้องเจอ กับอุปสรรค หรือ ความยากลำบาก ที่แทรกเข้ามา แต่เมื่อใด ที่คุณยอมรับ มันได้แล้ว ก็มาเริ่มฝึก อย่างจริงจังกันเถอะ

 

ข้อควร ปฏิบัติ เตรียมร่างกาย ก่อนฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

1. ไปยิม อย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ถ้าเริ่มแรก ๆ คุณอาจจะ ลองไป เป็นครั้งคราว เพื่อให้เกิด ความเคยชิน ก่อนก็ได้ แต่จริง ๆ แล้ว คุณสามารถไปบ่อย ๆ เท่าที่คุณจะทำได้ ด้วยนะ และหากคุณ มีภาระ อย่างอื่นด้วย ก็ขอให้ จัดสรรเวลา อย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง การไปยิมนั้น จะช่วยให้คุณ ไปรับเอา เทคนิคการฝึกต่าง ๆ จากครูฝึก เพื่อเป็นการ ศึกษา แนวทาง ของตัวคุณ เมื่อได้แนวทาง ที่ถูกต้อง คุณก็สามารถ นำกลับมาฝึกเองได้

 

2. คาร์ดิโอ ให้หลากหลาย

นักกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องฝึกฝน ร่างกาย ให้แกร่งที่สุด ฟิตที่สุด และ กล้ามเนื้อ ต้องกระชับมากที่สุด ซึ่งวิธีการ ที่ดีที่สุด คือ การคาร์ดิโอ นั่นเอง เพราะการคาร์ดิโอ เป็นการ ออกกำลังกาย ที่ใช้การ เร่งความเร็ว ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อ มัดเล็ก ได้พัฒนา ผลที่ได้คือ ไขมัน จะถูกรีดออกไป ในเวลาอันรวดเร็ว กิจกรรมการ คาร์ดิโอนั้น มีมากมาย อย่างเช่น การวิ่งเร็ว การกระโดดเชือก หรือ การว่ายน้ำ เป็นต้น

เตรียมร่างกาย ให้พร้อม ก่อนฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

3. เน้นที่เทคนิค

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงแม้ จะต้องการ ความแข็งแกร่ง ทนทาน แต่การที่จะ ประสบความสำเร็จ ในการฝึกซ้อมนั้น ต้องใช้เทคนิค ประกอบกับ ความแข็งแกร่งด้วย เราจะสังเกตได้ว่า นักกีฬาที่มี ผลงานดี ๆ นั้น จะใช้การเคลื่อนไหว ที่เปล่าประโยชน์ ให้น้อยที่สุด ในขณะที่ มองหาเป้าหมาย หรือ คู่ต่อสู้ ให้ได้มากที่สุด

 

4. ความยืดหยุ่น เป็นสิ่งสำคัญ

ความยืดหยุ่น ของกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่ จำเป็นที่สุด สำหรับ นักกีฬา ในทุกประเภท เพราะความยืดหยุ่น ของกล้ามเนื้อ จะช่วยลด อาการบาดเจ็บ จากการฝึกซ้อม หรือ จากการ ลงแข่งจริงได้ ดังนั้น ทั้งก่อน และ หลังการฝึก คุณต้องใช้เวลา ในการยืดกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 1 ใน 4 ของเวลา ที่คุณฝึกด้วย

 

ตอนนี้ คุณก็คงรู้วิธี เตรียมร่างกาย และ ใจให้พร้อม กับ การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) กัน พอสมควรแล้ว ต่อจากนี้ เราก็ขอเป็นกำลังใจ ให้คุณ ฝึกซ้อม ตามเป้าหมาย ให้สำเร็จ และ อย่าลืมว่า การฝึกที่ดี คือ การฝึกที่เรา ต้องมีวินัย อยู่เสมอนะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผ่อนคลาย ระบายความเครียด ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การต่อสู้ ที่ลุ้นระทึก

ผ่อนคลาย ระบายความเครียด ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ผ่อนคลาย ระบายความเครียด ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

หากวันนี้ เป็นอีกหนึ่งวัน ที่ต้องเขอปัญหา มาสารพัดมากมาย จนรู้สึก หงุดหงิด หรือ อยากระบายอารมณ์ออกมา การชกมวย หรือ มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยคลายเครียด ได้เยี่ยมเลยค่ะ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) คลายเครียด ได้ดีมาก

การชกกระสอบทราย ระบายอารมณ์ ออกมาบ้าง จะทำให้สารอะดรีนาลีน และฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรง ส่งผลให้ร่างกาย และสมอง รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ดังนั้น การชกมวย จึงเป็นการระบาย ความเครียด ที่ได้ผล และดีต่อทั้งสุขภาพกาย รวมถึงสุขภาพจิต ร่างกายยังหลั่งสารเอ็นดอฟิน ที่ช่วยให้ มีความสุขขึ้นด้วย

นอกจากนี้ การชกมวย ก็เป็น อีกทางเลือกหนึ่ง ในการบำบัด อาการซึมเศร้า เพราะ การชกมวย เป็นการสร้าง ความมั่นใจ และความภาคภูมิใจในตนเอง อีกทั้ง ยังเป็นการปลดปล่อย อารมณ์ ทั้งหลาย เช่น ความหงุดหงิด ความโกรธ และความเศร้า ทำให้ค่อย ๆ มีสุขภาพจิต ที่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วยค่ะ

 

วันนี้ ก็มีท่า ต่อยมวย ง่าย ๆ ของ มวยไทย ( Muay Thai ) มาฝากเพื่อน ๆ ด้วยนะ

 

1. ท่าศอก ท่านี้ เป็นการใช้ศอก เหวี่ยงไปข้างหน้า เพื่อป้องกันคู่ต่อสู้ เมื่อฝึกจนชำนาญ สามารถเพิ่มความท้าทาย ให้กับตัวเอง ด้วยการทำท่าศอก ร่วมกับ ท่าเตะ แบบเป็นเซ็ตดูค่ะ

 

2. ท่าเตะ วิธีก็คือ ก้าวขาข้างหนึ่ง ไปด้านหลัง จากนั้น ออกแรงเกรงขา เตะไปที่กระสอบทราย ทำสลับซ้าย - ขวา นอกจากนี้ สาว ๆ ยังสามารถใช้ เข่าแทง ไปที่กระสอบทรายได้เช่นกัน หรือ จะใช้เท้าถีบก็ได้ เมื่อฝึก จนชำนาญแล้ว พยายามถีบ ให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ

 

3. ต่อยแย็บ ท่านี้ เป็นการต่อยหมัด ออกไปที่กระสอบทราย และดึงหมัด กลับเข้ามาด้วยความเร็ว

การสวิงน้ำหนัก ไปข้างหน้า ทำให้ขาข้างใดข้างหนึ่ง ต้องก้าวออกไปข้างหน้า เพื่อน ๆ อย่าลืม สลับข้างต่อย เพื่อให้แขน และขา ทั้งสองข้าง ได้ทำงานเท่ากัน ระวังกล้ามโต แค่ข้างเดียวนะคะ

 

 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ให้อะไร กับเราอีก ?

 

1. ช่วยเบิร์นไขมัน ซึ่ง มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นทางเลือกใหม่ ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training หรือ การออกกำลังกาย แบบความเข้มข้นสูง ที่ช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับ การวิ่ง หรือปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงาน ได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง สามารถเบิร์นไขมัน ได้ถึง 13 แคลอรี่ใน 1 นาที

 

2. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือด โดยการออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้เรา มีปอดที่ใหญ่ขึ้น สามารถกระตุ้น การทำงานของหัวใจ และหลอดเลือดได้ดี ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนโลหิต ทั่วทั้งร่างกายเป็นไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

 

3. ช่วยในเรื่องสมาธิ และลดความเครียด สร้างความสุข ซึ่งการออกกำลังกาย ดด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้ร่างกาย หลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ทำให้เรารู้สึกดี และมีความสุขมากขึ้นค่ะ

 

4. สร้างหุ่น ที่ฟิตเฟิร์มมากขึ้น ถ้าหากเพื่อน ๆ อยากมีซิกแพค สามารถเริ่มที่ ต่อยมวย ได้เช่นกัน เพราะ การชกมวย ต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพก เพื่อเพิ่มแรง ส่งให้ออกหมัด ได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงาน ได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น และสร้างกล้ามท้องได้นั่นเองค่ะ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เรียกได้ว่า ให้ประโยชน์แบบจัดเต็มขนาดนี้ ผ่อนคลาย ระบายอารมณ์ ได้ประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เรามาเริ่ม ต่อยมวย กันเลยดีกว่าค่ะเพื่อน ๆ พร้อมแล้ว อย่ารอช้านะ

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การต่อสู้ ที่ลุ้นระทึก

ทำไมกีฬา มวยไทย ถึงช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การต่อสู้ ที่ลุ้นระทึก

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การต่อสู้ ที่ลุ้นระทึก

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ชนิดหนึ่ง ที่มีประวัติศาสตร์ มายาวนาน และ หลายคน ให้ความสนใจ กับกีฬาอย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) มาก ๆ

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การต่อสู้ ที่ลุ้นระทึก

เพราะเป็นกีฬา ที่ดูแล้วลุ้น ระทึก เพลิดเพลิน ไปกับการแข่งขัน อีกทั้ง ยังสามารถ ใช้เป็นศิลปะ ป้องกันตัว ได้อีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ของประเทศไทย มีความโดดเด่นทางด้านเทคนิค การกอดคอต่อสู้ ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกายและใจ สำหรับการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป็นที่รู้จักว่าเป็น นวอาวุธ ซึ่งประกอบด้วยการโจมตีจากร่างกาย ทั้ง หมัด, ศอก, เข่า และ เท้า หากมีการเตรียมพร้อมด้านร่างกายอย่างดี จะก่อให้เกิดอาวุธที่มีอานุภาพมาก

 

กติกาของ การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

กติกาของ การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ถูก กำหนดไว้ อย่างชัดเจน และ ครอบคลุม ในทุก ๆ เรื่อง การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ปัจจุบัน นักมวย ต้องสวมนวม ที่มีขนาด 4 ออนซ์ แต่งกายแบบ นักกีฬามวย ก็คือ ต้องสวม กางเกงขาสั้น สวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้า หรือ ไม่ก็ได้ และ มีเครื่องราง ของขลัง ผูกไว้ที่แขน ท่อนบนได้ ส่วนเครื่องราง ชนิดอื่น ๆ จะสามารถ ใส่ได้เฉพาะ ตอนร่ายรำไหว้ครู เท่านั้น

 

ในการ แข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) จะประกอบด้วย กรรมการ ผู้ชี้ขาดบนเวที มีจำนวน 1 คน กรรมการให้คะแนน ข้างเวที มีจำนวน 2 คน และ มีจำนวนยก สำหรับ แข่งขัน ทั้งหมด 5 ยก ยกละ ประมาณ 3 นาที มีเวลาพัก ระหว่างยก ประมาณ 2 นาที

 

การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) จะแบ่งออก ไปตามรุ่น น้ำหนักตัว ของนักมวย เหมือนกับ เป็นหลักเกณฑ์ ของมวยสากล ซึ่งอวัยวะ ที่สามารถใช้ ในการ ต่อสู้ ก็คือ หมัด เท้า เข่า ศอก เข้าชก เตะ ถีบ ถอง เป็นต้น ซึ่งได้ทุกส่วน ของร่างกาย โดยที่ ไม่จำกัดที่ ที่ชก และ แม่ไม้มวยไทย ที่มีอันตรายสูง บางท่า ก็ได้ ถูกห้าม ให้ใช้ อย่างเด็ดขาด อย่างเช่น ท่าหลักเพชร ที่เป็นท่า จับขา แล้วหักด้วย การนั่งทับ เป็นต้น

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การต่อสู้ ที่ลุ้นระทึก

ประโยชน์ของ มวยไทย ( Muay Thai )

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยพัฒนาการ ทางกาย ช่วยทำให้ ร่างกาย สมบูรณ์ แข็งแรง

2. มวยไทย( Muay Thai ) ช่วยพัฒนาการ ทางอารมณ์ การออกกำลังกาย และ การแข่งขัน นักกีฬา จึงต้องมี ความอดทน อดกลั้น เป็นอย่างดี จึงจะสามารถ เป็นนักกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ดีได้

 

หวังว่า หลาย ๆ คน จะเริ่มเข้าใจถึง มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การต่อสู้ ที่ลุ้นระทึก กันบ้างแล้วนะคะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำไมกีฬา มวยไทย ถึงช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้

มวยไทย ( Muay Thai ) กับสิ่งที่ คุณคาดไม่ถึง

ทำไมกีฬา มวยไทย ถึงช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้

ทำไมกีฬา มวยไทย ถึงช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้

เกิดเป็นกระแสยอดฮิตมาก กับการ ลดน้ำหนัก โดยการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะเพศชาย หรือหญิง ก็ต่างก็ใช้ มวยไทย เพื่อการ ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ฟิตหุ่น และฝึก มวยไทย เพื่อเป็นการ ป้องกันตัว

ทำไมกีฬา มวยไทย ถึงช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้

การ ลดน้ำหนัก เป็นสิ่งที่เรา มักจะนึกถึง เป็นอันดับต้น ๆ ก็คือ การวิ่ง และ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในปัจจุบัน เป็นที่นิยม กันเป็น อย่างมาก และทำไม กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงทำให้เรา ลดน้ำหนัก ได้ ก็เพราะว่า กีฬา มวยไทย เป็น กีฬา ที่ใคร ๆ ก็สามารถ เล่นได้ และ เป็นกีฬา ที่เหมาะกับ คนที่ต้องการ ลดน้ำหนัก ควบคุมน้ำหนัก เป็นอย่างมาก แล้วทำไม กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงทำให้เรา ลดน้ำหนัก ได้ดีกว่า การออกกำลังกาย แบบอื่น มาดูกัน

 

  1. กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วย เผลาญพลังงาน ใน ร่างกาย ได้ดีกว่า

ซึ่ง กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ไม่น่าเบื่อ และในการ คาร์ดิโอ ( Cardio ) ก็มี หลากหลายรูปแบบ เพราะว่า ก่อนที่เรา จะเริ่มเล่น กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ได้นั้น เราต้องมีการ วอร์มอัพ ( Warm – up ) ร่างกาย กันก่อน โดยเริ่มจาก การวิ่ง กระโดดเชือก และอื่น ๆ แล้วแต่โค้ช หรือ เทรนเนอร์ นั้น ๆ  เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนที่เรา จะได้เริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ร่างกาย ของเรา ก็ได้มีการ เผาผลาญพลังงาน และ ไขมัน ( Fats ) ไปบ้าง บางส่วนแล้ว ถ้าหาก โปรแกรม การฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ในวันนั้น มีการที่ต้อง ชกนวม หรือ ชก กับคู่ซ้อม ก็ยิ่งทำให้ ร่างกาย ของเรา เผาผลาญ ได้ดี มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเรายังสนุก ไปกับการซ้อม มวยไทย อีกด้วย หรือในบางวัน ก็มี การเตะ กระสอบทราย หรือ ชกกระสอบทราย ซึ่งการกระทำ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ เป็นการที่ทำให้ ร่างกาย ของเรา ได้ขยับ และ เผาผลาญไขมันส่วนเกิน ไป บางส่วน แล้ว

เราจะสังเกตได้ว่า คนที่ฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ส่วนใหญ่แล้ว สามารถ ลดน้ำหนัก ได้เร็ว และมี หุ่นที่กระชับ ฟิต แอนด์เฟิร์ม อีกด้วย

 

  1. กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ร่างกาย ทุกส่วน

เนื่องจาก กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็น กีฬา ที่เรานั้น ต้องใช้ทุกส่วนของ ร่างกาย เพื่อขยับ หรือ ออกอาวุธ ต่าง ๆ และ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ยังต้องอาศัย กล้ามเนื้อ ทุกส่วน ของ ร่างกาย เพื่อให้มี ความสัมพันธ์กัน ทั้ง การเคลื่อนไหว การหลบหลีก และ การออกแรง จึงทำให้ ร่างกาย ของเรา นั้น ได้ใช้ พลังงาน อย่างเต็มที่ อีกทั้ง กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นการ ออกกำลังกาย แบบ คาร์ดิโอ ( Cardio ) อีกด้วย จึงทำให้ กีฬา มวยไทย สามารถ ลดน้ำหนัก ได้

ซึ่งแน่นอนว่า ไม่มีใคร ไม่รู้จัก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างแน่นอน เพราะเป็น กีฬา ที่อยู่คู่กับคนไทย มาอย่างยาวนาน และแน่นอนว่า ปัจจุบันนี้ นอกจากเรา จะรู้จัก มวยไทย ในเรื่องของ กีฬา แล้ว อีกหนึ่งกระแส ที่มาแรง ก็คงไม่แพ้ การฝึกเพื่อ ลดน้ำหนัก หรือ ฟิตหุ่น เพราะ มวยไทย ถือว่า เป็น กีฬา ที่ใช้ กล้ามเนื้อ ทุกส่วน และใช้ พลังงาน ที่สูงมาก จึงเป็นวิธี ที่ดี และเหมาะ กับการ ฟิตหุ่น เพราะการ ออกกำลังกาย โดยใช้ทุกส่วน ของ ร่างกาย ฉะนั้นแล้วการ ลดน้ำหนัก นอกจาก จะใส่ใจ ในเรื่องของการ ออกกำลังกาย จำเป็นต้องใส่ใจ ในเรื่องการ ควบคุมอาหาร และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ อีกด้วย เพื่อการ ลดน้ำหนัก ที่ดี และมีประสิทธิภาพ ที่ดี อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) กับสิ่งที่ คุณคาดไม่ถึง

พื้นฐานที่สำคัญ ของการฝึก มวยไทย

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กับสิ่งที่ คุณคาดไม่ถึง

มวยไทย ( Muay Thai ) กับสิ่งที่ คุณคาดไม่ถึง

เอาล่ะ วันนี้ ไปรู้จัก มวยไทย กับ สิ่งที่อาจจะ ไม่รู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่รับรองได้เลยว่า หลาย ๆ เรื่อง เป็นสิ่งที่คุณนั้น คาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว พร้อมแล้ว ไปลุยกัน !

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ในอดีต ใช้คาดเชือก ในการพันมือเพื่อป้องกัน การบาดเจ็บของมือ แต่กติกาไม่ได้กำหนดว่า ต้องคาดเชือก แต่อย่างก็ดี นักสู้สามารถเข้าต่อสู้ โดยใช้มือเปล่าก็ได้ค่ะ

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) เคยถูกเรียกว่า ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 เพราะว่า มีการต่อสู้ โดยใช้อาวุธบนร่างกาย 9 อย่าง (นวอาวุธ) คือ หมัด 2 / ศอก 2 / เข่า 2 / เท้า 2 และ หัว 1 ค่ะ

 

3. ปัจจุบันชาวต่างชาติ มักจะรู้จักมวยไทย ในนาม Art of Eight Limbs (ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 เพราะ กติกามวยไทยปัจจุบัน ตัดการใช้หัวโขกออกไป และ ไปเรียก Lethwei (มวยพม่า) ว่าเป็น Art of Nine Limbs (ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9) แทน เพราะ ยังสามารถใช้หัวโขกได้

 

4. สนามมวยแห่งแรกถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2462 คือ สนามมวยสวนกุหลาบ ซึ่งดำเนินการโดยประชาชน ภายในบริเวณวังสวนกุหลาบ

 

 

Thai Bixing

 

5. สนามมวยราชดำเนิน หรือ เวทีมวยราชดำเนิน (Rajadumnern Stadium) นับเป็นเวทีมวยระดับมาตรฐานแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรร โดยให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างขึ้น โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2484 แต่ทว่ามาเสร็จสิ้นหลังสงครามสงบแล้ว ในปี 2488 ซึ่งมีการแข่งขันนัดแรกในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2488 โดยระยะแรกนั้น สนามมวยราชดำเนิน ยังไม่มีหลังคามุง และต่อมา นายเฉลิม เชี่ยวสกุล ผู้จัดการสนามมวย ได้เล็งเห็นถึงปัญหาต่าง ๆ รวมทั้ง ไม่สะดวก จึงเสนอให้สร้างหลังคาเพื่อคลุมพื้นที่ ทั้งหมด ต่อมาในปี 2494 สนามมวยราชดำเนิน ได้แล้วเสร็จสมบูรณ์เป็นสนามมวยได้มาตรฐาน

 

6. มวยไทยได้รับความนิยมอย่างมากในทุกชนชั้น ซึ่งในประวัติศาสตร์ พระเจ้าเสือ ได้ปลอมพระองค์เป็นสามัญชน ได้ออกไปชกมวย กับนักมวยฝีมือดีของอำเภอวิเศษไชยชาญ โดยสามารถชกชนะนักมวยเอกถึง 3 คน อันได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และสุดท้าย นายเล็ก หมัดหนัก โดยทั้ง 3 คน ได้รับความพ่ายแพ้อย่างบอบช้ำ

 

7. ในหนังสือ นักเรียนนายร้อยไทยที่เยอรมันยุคไกเซอร์ ในสมัยรัชกาลที่ 5-6 คนไทยได้ไปเรียนวิชาทหารที่เยอรมันกันหลาย ๆ คน รุ่นหนึ่งมี แฮร์มัน เกอริงรวมอยู่ด้วย ต่อมา เขาก็คือ จอมพลเกอริง จอมเผด็จการอันดับ 2 ที่รองจากฮิตเลอร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เกอริง เป็นคนตัวใหญ่และยังชอบแกล้งเพื่อน อย่างเช่น ชอบเอาถุงเท้าไปซ่อน ทำให้เพื่อนนั้นแต่งตัวไม่ทัน หรือแกล้งเอาถุงเท้าไปชุบน้ำให้ชื้น เอาไปใส่ตอนที่อากาศหนาว ถือว่าตัวใหญ่แกล้งใครก็แกล้งได้ แต่ทว่าพอไปแกล้งเพื่อนไทยที่ไม่เกี่ยงเรื่องตัวใหญ่อยู่แล้วเลยได้เรื่อง ได้ปล่อยหมัดตรงเข้าหน้าด้วยแรงโมโห ผลปรากฏว่าคนชกได้แผลแหวะไปที่โคนนิ้วกลาง ส่วนคนถูกชกฟันหัก คนที่ชกเขาก็คือ ขเด็ท หรือว่า นักเรียนนายร้อย น้อม ศรีรัตน์ ซึ่งต่อมา นั่นก็คือ พลตรีพระศักดาพลรักษ์ นั่นเอง

 

Muay Thai

 

8. ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดแข่งขันมวยไทยคาดเชือก บริเวณหน้าพระที่นั่ง ณ บริเวณหน้าพลับพลาทรงธรรม ภายในสวนมิสกวัน ซึ่งเป็นงานศพของพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช วันที่ 18 มีนาคม ร.ศ.128 (หรือพ.ศ. 2452) โดยให้หัวเมืองทั่วประเทศนั้น คัดเลือกนักมวยฝีมือดีเข้ามาแข่งขัน

 

นักมวยฝีมือดี ชนะคู่ต่อสู้หลาย ๆ คนเป็นที่พอพระราชหฤทัย รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ พระราชทานยศ รวมทั้งบรรดาศักดิ์ เป็น “ขุนหมื่นครูมวย” ถือศักดินา 300 จำนวน 3 คน คือ

นายปล่อง จำนงทอง จากเมืองไชยา เป็น หมื่นมวยมีชื่อ

นายกลึง โตสะอาด จากเมืองลพบุรี เป็น หมื่นมือแม่นหมัด

นายแดง ไทยประเสริฐ จากเมืองโคราช เป็น หมื่นชงัดเชิงชก

 

9. นาย แพ เลี้ยงประเสริฐ นักมวยท่าเสา ชาวเมืองอุตรดิตถ์ ผู้ที่ชก นายเจีย พระตะบอง นักมวยฝีมือดีจากแถบชายแดนตะวันออก ด้วยความที่สืบทิ่มหมัดหงาย เข้าที่ลูกกระเดือก ที่ท่า หนุมานถวายแหวน อันลือลั่น จนทำให้นายเจียถึงกับหมดสติ และนายเจียสิ้นใจในเวลาต่อมาครั้งนั้น นับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กฎ-กติกามวยต่าง ๆ ตลอดจนมีการบังคับให้สวมนวมแบบสากลนั่นเอง

 

เหล่านี้ ก็เป็นเกร็ดความรู้ ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาฝากเพื่อน ๆ หวังว่าทุกคน จะรู้จัก และหลงรัก มวยไทย ( Muay Thai ) กันมากขึ้น เพื่อสืบสานเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทยสืบไปค่ะ

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) เด็ก ๆ ก็ฝึกได้ แข็งแกร่ง แข็งแรง ลุยเลย

การไหว้ครู แสดงความเคารพ ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai )

 

พื้นฐานที่สำคัญ ของการฝึก มวยไทย

พื้นฐานที่สำคัญ ของการฝึก มวยไทย

สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เป็นมากกว่า กีฬา เนื่องจากปัจจุบันนี้ กีฬามวยไทย เป็นที่แพร่หลาย มวยไทยถือได้ว่าเป็นทั้งการ ออกกำลังกาย และเป็นทั้ง ศิลปะการป้องกันตัว

พื้นฐานที่สำคัญ ของการฝึก มวยไทย

ทักษะ พื้นฐาน มวยไทย ( Muay Thai ) หลักพื้นฐาน ในการฝึกทักษะ แม่ไม้มวยไทย จำเป็น ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ หลักพื้นฐาน ก่อน เพราะเป็นทักษะ เบื้องต้น ของการเรียน แม่ไม้มวยไทย และ กลมวย เพื่อนำไปสู่การมี ทักษะ ในขั้นสูง ต่อไป ซึ่ง ศิลปะการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เป็น ทักษะพื้นฐาน ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )  ที่มีอยู่มากมาย หลายแบบ ซึ่ง ครูมวย ต่าง ๆ ได้คิดค้น ขึ้นมาใช้ และได้นำมาเขียน หรือบันทึกไว้ เพื่อ ประโยชน์ ในการเรียนการ มวยไทย ( Muay Thai )

 

สำหรับการเริ่มฝึก มวยไทย นั้น ผู้ที่เริ่มฝึก ต้องเริ่มทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการขยับ ร่างกาย ในส่วนต่าง ๆ เพราะ กีฬามวยไทย นั้น เป็น กีฬา ที่ต้องใช้การขยับ ทุกส่วนใน ร่างกาย ของเรา ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา ศีรษะ และอีกสิ่งหนึ่ง ที่ควรให้ความสำคัญ ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )  นั่น ก็คือ ความแข็งแรง ของ กล้ามเนื้อ และ ความว่องวัย ก่อนที่ฝึก มวยไทย นั้น เราต้องรู้หลัก พื้นฐาน กันก่อนว่า อวัยวะ และ กล้ามเนื้อ แต่ละส่วน ของ ร่างกาย เรานั้น มีการเคลื่อนไหว อย่างไร เนื่องจากอวัยวะต่าง ๆ ของ ร่างกาย ล้วนแล้วแต่เป็น อาวุธ ที่สำคัญ จึงจำเป็นที่ต้อง มีการฝึกให้ แข็งแรง มีอะไรบ้างมาดูกัน

 

  1. สำหรับ แขน เป็นการใช้ แขน ตั้งแต่ ใต้ศอก ยาวลงไปถึง ข้อมือ ซึ่งใช้สำหรับ ออกท่าทาง ในการ ต่อสู้ อาทิเช่น ฟัน สับ กด ปัด เปิด หนีบ
  2. สำหรับ หมัด เป็นอาวุธหลัก และสำคัญมาก ๆ ในการ ต่อสู้ ของ มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะ หมัด ใช้ในการ ชก คู่ต่อสู้ และต้องมีความเร็ว  รุนแรง ซึ่งใช้สำหรับ ต่อย ทุบ ชก การใช้ หมัด สามารถฝึกฝน ได้ด้วยตนเอง เริ่มจากการ ชกลม หรือ ชกกระสอบทราย
  3. สำหรับ ศอก เป็นการ งอแขน หรือ หนีบแขน ให้เกิดมุม เป็นกระดูก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ของ นักมวย ศอก เป็นอาวุธ ที่รุนแรง และอันตราย อีกทั้งยังสามารถทำให้ คู่ต่อสู้ บาดเจ็บ ถึงขั้นเลือกออกได้เลย ศอก ซึ่งใช้สำหรับ งัด ฟัน สับ
  4. สำหรับ เข่า เป็นการงอขา เพื่อให้เกิดมุ แหลม ซึ่งใช้สำหรับ การกระแทก กระทุ้ง ยัด แต่ถ้าไม่ระวังตัว ในการ ต่อสู้ เข่า สามารถทำให้เราแพ้ ได้เลยทีเดียว และ เข่า ยังเป็นอีกหนึ่งอาวุธ ที่น่ากลัว และอันตราย อีกด้วย
  5. สำหรับ เท้า เป็นการทำ โดย การถีบ  เพื่อให้ คู่ต่อสู้ กระเด็นออกไป การถีบ เป็นอาวุธ ที่ไม่ควรประมาท เพราะว่า การถีบ ทำให้เรารักษาระยะ ในการ ต่อสู้ การตั้งหลัก หรืออาจทำให้เรา ล้มลงไปนอน กับพื้นได้
  6. สำหรับ ศีรษะ ก็เป็นอีกหนึ่งอาวุธ ที่รุนแรง มากเหมือนกัน สามารถทำให้ คู่ต่อสู้ เรา น็อค ได้เลย ซึ่งใช้ในการ กระแทก โขก กด แต่ทั้งนี้ การใช้ ศีรษะ ในการ ต่อสู้ ก็อาจะทำให้เกิดอันตราย ทั้งตัวเอง และ คู่ต่อสู้ ได้ ฉะนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ ศีรษะ ในการ ต่อสู้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) เด็ก ๆ ก็ฝึกได้ แข็งแกร่ง แข็งแรง ลุยเลย

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การรุก การรับ ที่แข็งแกร่ง สวยงาม

มวยไทย ( Muay Thai ) เด็ก ๆ ก็ฝึกได้ แข็งแกร่ง แข็งแรง ลุยเลย

มวยไทย ( Muay Thai ) เด็ก ๆ ก็ฝึกได้ แข็งแกร่ง แข็งแรง ลุยเลย

มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็น กีฬา ที่มี ทั้งแบบมือสมัครเล่น และการเล่นเป็นอาชีพ หากเป็น กีฬา ที่เกี่ยวข้องกับ การจู่โจม ศิลปะป้องกันตัว ทั้ง หมัด, เตะ, ต่อย ซึ่ง นักมวย หรือผู้เข้าแข่งขันจะสวม นวม ที่มือ เพื่อป้องกันมือจู่โจม และป้องกัน หมัด จาก คู่ต่อสู้

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะต่างชาติ หรือว่า คนไทย ต่างให้ความนิยมกันเป็นอย่างมาก นอกจากจะได้ ออกกำลังกาย แล้ว ก็ยังได้ใช้เป็นการ ป้องกันตัวได้อีกด้วย วันนี้เราจึงได้นำ ประโยชน์ ของ มวย ( Muay ) สำหรับ เด็ก ๆ มาให้คุณพ่อคุณแม่ ได้ศึกษากัน ประโยชน์เพียบ มาดูกันเลยว่า เรียนมวย ดีต่อเด็ก อย่างไร ?

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เด็ก ๆ ก็ฝึกได้ แข็งแกร่ง แข็งแรง ลุยเลย

 

เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เหมาะสำหรับ เด็ก อายุเท่าไหร่ ?

ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ ก็ถือว่าไม่เร็วเกินไป ที่พวก เด็ก ๆ จะมาเริ่มเรียนรู้การ ชกมวย ขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้สิ่งต้องระวังอย่างมากที่สุดคือ ความปลอดภัยของ เด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องป้องกันหัว หรือแม้แต่ นวม ที่ใช้ เพราะถ้าหากมือของ เด็ก ๆ ไม่พอดีกับ นวม ก็อาจจะทำให้เวลา ชกมวย และควรพาเด็ก ๆ ไปเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ให้ถูกต้อง เหมาะสม กับสถานที่ด้วย

 

เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับ เด็ก ๆ ได้ประโยชน์อย่างไร

 

1. เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ร่างกาย แข็งแรง

การ ชกมวย เป็น กีฬา ที่มุ้งเน้นการเคลื่อนไหว หลาย ๆ ส่วนของ ร่างกาย เป็นการผสมผสานระหว่าง การฝึก คาร์ดิโอ และการฝึกความ แข็งแรง มีการกระโดด การ ชก การป้องกัน และท่าต่าง ๆ ที่เป็นการถูกส่งออกไป ยังรวมถึงรับเข้ามา จะทำให้ กล้ามเนื้อ ทั้ง ร่างกาย ของเด็ก ๆ ได้รับน้ำหนัก และการปล่อยน้ำหนักออกไป ที่ถือว่าเป็นการ ออกกำลังกาย ที่สมบูรณ์แบบ มีการเผาผลาญ พลังงาน ไขมัน ส่วนมาก และได้รับความ แข็งแรง กลับมาด้วย

 

2. เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) รู้จัก ป้องกันตัว

เป็นการเรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเอง อันเป็นทักษะที่สำคัญ และจำเป็นไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือว่า เด็กผู้ชาย ก็ตาม โดยเพาะอย่างยิ่ง เด็ก ๆ ที่อยู่ในช่วงวัยของการเจริญเติบโต ซึ่งการเรียน มวยไทย ( Muay Thai )  นั้นจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เด็ก ๆ สามารถหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี หรือถูกกระทำบางสิ่งบางอย่าง ที่เจ้าตัวไม่ได้รับความยินยอม อีกทั้งยังสอนให้พวก เด็ก ๆ รู้ถึงวิธีการ ป้องกันตัว ได้เป็นอย่างดี

 

 3. มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ประโยชน์ ต่อ สุขภาพ

การ ชกมวย สำหรับ เด็ก ๆ เป็นการ ออกกำลังกาย ที่มุ่งเน้นความคล่องตัว ความเร็ว ความว่องไว และการทรงตัว การทำงานประสานกันระหว่างมือ ตา และขา โดยที่กล่าวมาจะช่วยเสริมสร้างทำให้ ระบบประสาทส่วนกลาง ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ และหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย

 

การเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นให้ประโยชน์ต่อเด็ก ๆ อย่างมากมาย หากสนใจ สามารถพาเด็ก ๆ มาเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) กับเราได้เลย

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

รวมท่า น็อคเอ้าท์ แบบฉบับ มวยไทย

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ ช่วย ลดน้ำหนัก

 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การรุก การรับ ที่แข็งแกร่ง สวยงาม

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การรุก การรับ ที่แข็งแกร่ง สวยงาม

มวยไทย ( Muay Thai ) มีศิลปะ การรุก การรับ ในการ เลือกใช้ ไม้มวยไทย และ กลวิธีต่าง ๆ ที่ผสมผสานกัน เพื่อทำให้เกิด ประสิทธิภาพ ซึ่งไม้มวยไทย ที่ใช้ในการ ชกมวยไทย เช่น หมัด เท้า เข่า และ ศอก ที่เป็นส่วน ที่จำเป็น ต่อการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การรุก การรับ ที่แข็งแกร่ง สวยงาม

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) การรุก หรือ ไม้รุก เป็นหลัก วิชาการ ในการใช้ ไม้มวย ชนิดต่าง ๆ มาประกอบกัน เพื่อการรุก โจมตี คู่ต่อสู้ ซึ่งจะมี ทั้งการ หลอกล่อ และ เข้าสู้กันจริง ๆ โดยทั่วไป ไม้นำ ของไม้รุก มวยไทย ( Muay Thai ) มักจะเป็น ไม้ยาว ที่มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถ ใช้ไม้มวย ชนิดอื่น ต่อไปได้ อย่างเช่น การถีบตรง การเตะเฉียง เตะลิด ส่วนไม้มวยตาม จะเป็น ไม้ยาว หรือ ไม้สั้น ก็ได้

 

แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ การใช้ ไม้มวย ในจังหวะแรก ว่าจะได้ ผลดี อย่างไร ดังนั้น ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) การรุก จึงนิยม ใช้ไม้มวย แบบสลับ บนล่าง หรือ ซ้ายขวา เพื่อให้ คู่ต่อสู้ รู้สึกกังวล ถ้าหาก ใช้ไม้รุก เฉพาะส่วน หรือ ส่วนล่าง เพียงอย่างเดียว จะทำให้ง่าย ต่อการ ป้องกันได้

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะ การรุก การรับ ที่แข็งแกร่ง สวยงาม

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) การรับ หรือ ไม้รับ เป็นหลัก วิชาการ มวยไทย ( Muay Thai ) ในการนำ เอาไม้มวย ชนิดต่าง ๆ มาประกอบ เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการ แก้ไข จู่โจม ของฝ่ายรุก ไม้มวย ชนิดหนึ่ง สามารถ แก้การ จู่โจมของ ไม้มวย ชนิดเดียวกัน หรือ ต่างชนิดกัน ก็ทำได้ หรือ จะแก้ ทีละไม้ อย่างเช่น แก้การต่อย แก้การเตะ แก้การถีบ แก้การศอก แต่ทว่า ในการชก มวยไทย ( Muay Thai ) จริง ๆ จะไม่ได้ชก หรือ ไม่ได้เตะ เพียงจังหวะเดียว แต่จะรุก เป็นชุด อย่างเช่น ต่อยนำ เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือ จะต่อย ตามเข่า

 

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม้รับ จะกล่าวถึง การรับ ไม้มวย ของฝ่ายตรงข้าม ทีละชนิด ตามลำดับ เริ่มตั้งแต่ จะรับ การต่อย รับการเตะ รับการถีบ รับการเข่า และ ถึงจะ รับการศอก โดยอาศัย หลักการถอย หลบหลีก ปัดป้อง และ ตอบโต้ ด้วยไม้มวย ชนิดต่าง ๆ

 

ศิลปะ การรุก การรับ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะ ที่มีความ แข็งแกร่ง สวยงาม อย่างมาก เพราะสามารถ ช่วยทั้งการ โจมตี และ ป้องกัน อาวุธ ชนิดต่าง ๆ จากคู่ต่อสู้ ได้อีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยฝึกอะไรให้กับเราบ้าง ?

การไหว้ครู แสดงความเคารพ ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยฝึกอะไรให้กับเราบ้าง ?

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยฝึกอะไรให้กับเราบ้าง ?

มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นอีกหนึ่งกีฬา ที่ตอบโจทย์ กับคนรุ่นใหม่อย่างมาก โดยเฉพราะ กับวัยรุ่น และแน่นอนว่ามันยังเป็น กีฬา ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อีกด้วย และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญอย่างวำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะมันให้ได้ฝึกอะไรให้กับร่างกาย

 

            แน่นอนว่า กีฬามวยไทย ( Muay thai ) มันถือ เป็นกีฬา ที่ต้องใช้แรง และ รวมไปถึง พละ กำลังของ กล้ามเนื้อ เป็นอย่างมาก และ ในการ ออกอาวุธ หรือ ท่า มวยไทย ไม่ว่าจะเป็น จากการใช้หมัด เท้า ศอก หรือ รวมไปถึง เข่า ที่ผู้เล่น นักมวย มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องอาศัยการ ฝึกร่างกายของเรา ที่บอกเลยว่า ต้องใช้เวลา การจะ เก่ง และ ชำนาญ นั้นก็เพื่อ ให้แข็งแกร่งทุกสัดส่วน และรวมไป ทั้งช่วงบน ช่วงกลาง และ ในช่วงล่าง เพราะ รู้หรือไม่ว่า ในการชกมวยจริง ๆ นั้น ขาของคุณ จะต้องไวมีฟุตเวิร์คที่ดี ตลอด ในช่วงเวลาที่อยู่บนสังเวียน นั้นก็ เพื่อที่จะสามารถเคลื่อนไหว ร่างกาย ได้อย่างพลิ้วไหว และเรา ก็ต้อง มีช่วงกลางลำตัวที่แข็งแกร่งที่ ที่จะ สามารถรับการโจมตีจากการการ ออก อาวุธของคู่ต่อสู้ได้ และ รวมไปถึง ต้อง มีแขนที่ทรงพลัง นั้นก็ เพื่อเอาไว้ออกอาวุธที่มีพลังในการโจมตีสูง อีกด้วย นั่นเอง

 

            และรู้หรือไม่ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) มันยังสามารถไป ช่วยให้ระบบไหลเวียดเลือดทำงานดี ขึ้นอีกด้วย โดย การฝึกกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น มันจะ สามารถไป ทำให้ร่างกาย ของเรา ได้ มีการเคลื่อนไหว อยู่ตลอดเวลา และ ขณะเล่น มันจึง สามารถไป ช่วย ในเรื่อง ของการไป บำรุงระบบไหลเวียนเลือด และมันยัง แถม ให้มีการทำงาน ได้ดี ทั้งหัวใจ และ รวมไปถึง หลอดเลือด ที่ มันยัง ส่งผลต่อการสูบฉีดโลหิตเต็ม ๆ ทำให้ผู้ที่เล่นกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถไป ลดความเสี่ยงจากการเกิด ที่อาจจะ โรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตได้ โดยเราสามารถยกตัวอย่างได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน เป็นต้น นั่นเอง

 

            โดย มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถไปช่วย ในเรื่องของการไป ฝึกสมอง โดย การ ที่เราทำ ท่าทาง การ ออกอาวุธของผู้เล่นที่ฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ในแต่ละครั้ง โดย ร่างกาย ของเรา นั้น จะมี การทำงานที่สอดคล้องกัน ระหว่าง กล้ามเนื้อที่ใช้ออกอาวุธ และสมอง ที่มีการทำงานอย่างสัมพันธ์กัน การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นการช่วยฝึกสมองได้เป็นอย่างดี ในเรื่องของการเลือกใช้ อวัยวะในการออกอาวุธ เพื่อต่อสู้หรือตอบโต้ไปยัง คู่ต่อสู้ อีกด้วย นั่นเอง 

 

            คุณรู้หรือไม่ว่า กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )นั้น มันสามารถไปช่วยในเรื่องของการไป ฝึก จิตใจที่แน่วแน่     เพราะ การฝึก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) มันถือ เป็นกีฬาที่ เรา นั้น ต้องใช้สติ สมาธิ และ รวมไปถึง ปัญญาในการเล่น กับฝ่ายตรงข้าม ที่เราจะ สามารถไป ทำให้ผู้เล่นมีพัฒนาการ ด้านจิตใจ และ รวมไปถึง ในเรื่องของ อารมณ์ เพราะ คือ มีเชาวน์ไว ไหวพริบดี ตัดสินใจได้ฉับพลัน มีความสุขุม รอบคอบ และเยือกเย็น มวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นการฝึกตนเอง ให้สามารถควบคุม อำนาจในจิตใจ และอารมณ์ได้ มากขึ้น อีกด้วย นั่นเอง

 

            และสิ่ง สุดท้าย ที่มวยไทย สามารถ ช่วยฝึก ได้เป็น อย่าง ดีนั้นก็คือ การที่ ฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ในเรื่องของการไป ช่วยป้องกันตัวเอง และ รวมไปถึง การช่วย ผู้อื่นได้เป็นความจริง โดย ที่ เราไม่ สามารถ ไป ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในยุคนี้ ภัยทางสังคม มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมนอกบ้าน สามารถ เจอกับ เหตุการณ์ไม่คาดคิด ที่เกิดจาก ผู้อยู่ร่วมกันในสังคมได้ การฝึกฝน มวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้ผู้ที่ฝึกมี ทักษะในการต่อสู้  เพื่อป้องกันตัวเอง จากภัยสังคม ที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองได้ รวมไปถึง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับคนรอบข้าง ก็สามารถ ใช้ศิลปะในการต่อสู้จากการฝึกฝน มวยไทย ( Muay Thai ) จัดการกับผู้ก่อภัยสังคมเฉพาะหน้าได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทคนิค คลุกวงใน ของ มวยไทย ( Muay thai )

การออกหมัด สไตล์ มวยไทย มีรูปแบบใดบ้าง

การไหว้ครู แสดงความเคารพ ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai )

การไหว้ครู แสดงความเคารพ ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai )

การไหว้ครู ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็น ประเพณี ที่มีความ สำคัญ และ ถือเป็น พิธีการ ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งผู้ที่ได้รับ การฝึกฝน ให้เป็น นักมวย จะต้อง มีการ ขึ้นครู เป็นอันดับแรก ที่เปรียบเหมือน พิธีการ มอบตัวเอง ให้อยู่ใน บัญชา ของครูมวย

การไหว้ครู แสดงความเคารพ ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai )

พิธีการ ไหว้ครู แสดงความเคารพ ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยก่อน เพื่อเป็นการ ศึกษา วิทยาการ ในฐานะของ คนที่ว่าง่าย สอนง่าย และ มีความ กล้าหาญ สำหรับ การเตรียมตัว และ ปรับปรุง ตัวเอง ให้ก้าวขึ้น สู่การเป็น ทหารพระราชา นักมวย จะต้องมี ครูมวย ต้องเคารพ และ เทิดทูนครู เพราะใน สมัยก่อน การที่ครูมวย จะยอมรับ ผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นศิษย์ ไม่ใช่เรื่องง่าย

 

ซึ่งครูมวย ที่เชี่ยวชาญ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็มีอยู่ ไม่มากนัก และ ในการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้คิด ค่าสอน แต่อย่างใด ผู้ที่มีความ ประสงค์ หรือ ต้องการ จะศึกษา เล่าเรียน วิชา การต่อสู้ ป้องกันตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จึงจำเป็น ต้องฝากเนื้อ ฝากตัว กับครูมวย คอยปรนนิบัติ อยู่เป็นเวลา ยาวนาน จนกว่า จะได้รับ การถ่ายทอด วิชา มวยไทย ( Muay Thai ) จนครบถ้วน ด้วยเหตุนี้ ครูมวย กับ ลูกศิษย์ ในสมัยก่อน ของการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จึงมีความสัมพันธ์ กันแนบแน่น เหมือนกับ บิดา และ บุตร นั่นเอง

 

การไหว้ครู แสดงความเคารพ ก่อนการ แข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นข้อที่ แตกต่าง จากกีฬา ประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะ คิกบ็อกซิง ( kick boxing ) ที่ได้พยายาม จะเลียนแบบ การชก มวยไทย ( Muay Thai ) จนเหมือน แทบจะ ทุกอย่าง แต่แตกต่างกัน เพียงแค่ ไม่ใช้ศอก ในการชก และ ไม่มี พิธีการ ไหว้ครู ดังนั้น การไหว้ครู จึงถือว่าเป็น จุดเด่น และ เอกลักษณ์ ที่โดดเด่น ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างแท้จริง

การไหว้ครู แสดงความเคารพ ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai )

แต่ทั้งนี้ ยังมี พิธีการ ครอบครู หมายถึง การที่ ลูกศิษย์ ได้ศึกษา ศิลปะ การต่อสู้ ป้องกันตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จนหมดสิ้นแล้ว และ ยังมี ความสามารถ ถ่ายทอดวิชา ให้แก่ผู้อื่นได้ ก็จะได้ทำ พิธีการ ครอบครูให้

 

พิธีการ ไหว้ครู เพื่อแสดงถึง ความเคารพ ครูมวย ก่อนขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai ) ของลูกศิษย์ ถือเป็น พิธีการ ที่มีความสำคัญ เป็นอย่างมาก เพราะการทำ พิธีการ เช่นนี้ จะทำให้ ลูกศิษย์ มีความเชื่อมั่น ในตัวครู และ ยังทำให้ ตั้งใจ ฝึกฝน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ตำรับ มวยไทย ( Muay Thai ) การต่อสู้ ที่มีเทคนิค โดดเด่น

รวมท่า น็อคเอ้าท์ แบบฉบับ มวยไทย

ตำรับ มวยไทย ( Muay Thai ) การต่อสู้ ที่มีเทคนิค โดดเด่น

ตำรับ มวยไทย ( Muay Thai ) การต่อสู้ ที่มีเทคนิค โดดเด่น

มวยไทย ( Muay Thai ) มีพื้นฐาน รูปแบบ เดียวกัน ก็คือ การใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก และ ศีรษะ จนเกิดเป็น กระบวนท่าต่าง ๆ นับร้อย ๆ ท่า โดยแต่ละ ท้องที่นั้น ก็มีการ พัฒนา ความสามารถ และ ความถนัด ในเรื่อง เชิงมวย ที่มีเทคนิค แตกต่างกัน

ตำรับ มวยไทย ( Muay Thai ) การต่อสู้ ที่มีเทคนิค โดดเด่น

ตำรับ มวยไทย ( Muay Thai ) มีดังต่อไปนี้

1) มวยโคราช

จะมีการ แต่งกาย การคาดเชือก จดมวย ฝึกซ้อม ร่ายรำ และ รูปแบบ วิธีการชก ที่จะเป็น เอกลักษณ์ โดยเฉพาะ การชกหมัด ในวงกว้าง ที่มีความ หนักหน่วง เรียกว่า หมัดเหวี่ยงควาย

 

2) มวยลพบุรี

เป็นตำรับ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ชกฉลาด รุกรับ ได้อย่าง คล่องแคล่ว และ ว่องไว ต่อยหมัดตรง ได้อย่างแม่นยำ จะเรียกว่า มวยเกี้ยว หมายถึง มวยที่ใช้ ชั้นเชิงเข้า ทำคู่ต่อสู้ โดยจะใช้ กลลวง มากมาย จะเคลื่อนตัว อยู่เสมอ เพื่อหลอกล่อ หลบหลีก ได้อย่างดี สายตาดี รุกรับ และ สามารถ ออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่าง รวดเร็ว

 

3) มวยไชยา

เป็นศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) ประจำถิ่นของ อำเภอไชยา จังหวัด สุราษฎร์ธานี ที่มีชื่อเสียง ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่นอกจาก การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ยังมีวิชา การต่อสู้ อย่างเช่น การทุ่ม ทับ จับ หัก การเรียน การสอน ก็จะเริ่ม ตั้งแต่ เรียนป้องกันตัว ป้อง ปัด ปิด เปิด จากนั้น ก็จะเรียน ลูกไม้ต่าง ๆ ซึ่งต่างจาก มวยทั่วไป ที่เน้นการโจมตี

 

4) มวยท่าเสา

อุตรดิตถ์ มีความ โดดเด่น ในการ จดมวยกว้าง และ การใช้ น้ำหนักตัว ไปทาง ด้านหลัง เท้าหน้า สัมผัส พื้นเบา ๆ ทำให้ สามารถ ออกมวย ได้ไกล รวดเร็ว และ รุนแรง หมัดหน้า ห่างจากหน้า สูงกว่าไหล่ แต่หมัดหลัง จะต่ำ และ อีกมวยหนึ่ง ในสายของ พระยาพิชัยดาบหัก จะเป็นทั้ง มวยอ่อน และ มวยแข็ง สามารถ รุกรับ ตามสถานการณ์ จะรู้วิธีรับ ก่อนวิธีรุก เรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็ง ของตัวเอง และ คู่ต่อสู้

 

5) มวยพลศึกษา

ที่สถาบัน การพลศึกษา ก็จะได้ เรียนรู้ เรื่องกลยุทธ์ เพิ่มเติม โดยจะมี อาจารย์ กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ปรมาจารย์มวย ที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องหมัด ซึ่งศึกษา มาจาก หม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์ สวัสดิกุล ที่ได้ศึกษา การชกมวย แบบสากล ของประเทศไทย จนได้ชื่อ ว่าเป็น บิดา มวยสากล ของประเทศไทย นอกจาก หมัดแล้ว ยังจะเน้น ความเร็ว จังหวะเข้าออก ได้อย่าง คล่องแคล่ว ว่องไว

 

ดังนั้น ตำรับ มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้ง 5 จึงเป็นการต่อสู้ ที่มีเทคนิค และ โดดเด่น เป็นอย่างมาก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

รวมท่า น็อคเอ้าท์ แบบฉบับ มวยไทย

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ ช่วย ลดน้ำหนัก

รวมท่า น็อคเอ้าท์ แบบฉบับ มวยไทย

รวมท่า น็อคเอ้าท์ แบบฉบับ มวยไทย

มวยไทย ถือเป็นกีฬ่าต่อสู้ ที่เป็นการต่อสู้ ของ คน 2 คนที่ต้องช้ำพละกำลังกาย และลูกเล่นท่าทาง เพื่อจะหาวิธี น็อคเอ้าท์ คู่ต่อสู้ หรืออาจะ ทำให้เราได้คะแนน ที่มากกว่า แต่รู้หรือไม่ว่า มวยไทย ยังมีท่าที่สามารถ น็อคเอ้าท์ คู่ต่อสู้ได้ ไปดูกัน

 

                แนนอนว่า มวยไทย ถือเป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ความสามารถ อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของ ความเร็ว ไหวพริบ พละกำลัง หรือ รวมไปถึง จิตใจ ที่ นักมวย นั้นต้องมี เพราะถือว่า มวยไทย เป็นกีฬาต่อสู้ ที่ต้องใช่ความสามารถ อย่างมาก ต้องมีความขยัน ฝึกฝน หรือ รวมไปถึง ต้องออกกำลังกายวันละ หลาย ๆ ชั่วโมง แต่วันนี้เราจะไมได้มาพูดถึง วิธีการ ออกำกลังกาย หรือ ไม่ได้มาเล่าประวัติมวยไทย ให้ฟังแต่อย่างไร แต่เราจะมาพูดถึง ท่าทาง หรือ ท่าไม้ตาย ของ มวยไทย ที่สามารถ ไป น็อคเอ้าท์ คู่ต้อสู้ได้ ใคร ๆ หลาย ๆ คนลืมสงสัย กันแล้วใช่ไหมว่า จะมีท่าไหนที่น่าสนใจกันบ้าง ไปดูกันเลย

 

                อย่างที่ ใคร ๆ หลาย ๆ คน หรือ ทุกคนรู้กันอยู่ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นกีฬา รวมไปถึง ยัง เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่อยู่คู่ กับ คนไทย มาอย่าง ยาวนานมาก และ ถ้าใครที่ไม่เคยดูการต่อยมวย หรือ รวมไปถึง การขึ้นชกมวยจริง ๆ ก็คงพบเห็นได้ในหนัง และ ละครไทยอยู่บ่อย ๆ ไม่มากก็น้อย แต่ เราต้องบอกเลยว่า เอาจริงมันเหมือน เอกลักษณ์ ของหนัง และ รวมไปถึง ละครไทยในยุคนึงเลยก็ว่าได้ อาทิเช่น เรื่อง ต้มยำกุ้ง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า เป็นต้น และวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จัก ท่าไม้ตาย ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่น็อคคู่ต่อสู้มาจำนวนนับไม่ถ้วน

 

 

ท่า น็อคเอ้าท์ แบบฉบับ มวยไทย

 

  • ยกเขาพระสุเมรุ เป็นไม้ มวยไทย ที่สามารถ นำไป ใช้ ในส่วนของการ ป้องกันคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง และ แถมมันยังสามารถ ตอบโต้ด้วยการจับทุ่ม ฝ่าย A ใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งสูงเข้าบริเวณลำคอด้านซ้ายของฝ่าย B และ ฝ่าย B หลบลำตัวต่ำ พร้อมทั้งสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า แล้วใช้ฝ่ามือขวากันขาขวาฝ่ายขาวไว้ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้มือซ้ายโอบขาขวาฝ่าย A ไว้ยกขึ้นใส่บ่า แล้วยกขาขวาฝ่าย A ให้ขึ้นสูงพร้อมกับดันไปข้างหน้า ทำให้ฝ่าย A เสียหลักล้มลงได้ เป็นการตอบโต้
  • ท่าต่อไป ถือว่าเป็น ท่ายอกฮิต อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ในหนังหรือในละคร หรือ รวมไปถึง ในชีวิต จริง สำหรับ ท่าจระเข้ฟาดหาง เป็นไม้มวยใช้ตอบโต้ปรปักษ์ด้วยการเหวี่ยงแข้ง ฝ่าย B หมุนตัวกลับ หลังไปทางขวา ด้วยขาซ้าย โน้มตัวลงต่ำ แล้วใช้ขาขวา เหวี่ยงสูงเข้าใส่ บริเวณ ก้านคอของฝ่าย A เป็นการตอบโต้ฝ่าย A ก่อนที่จะกระทำต่อฝ่าย B
  • ไต่เขาพระสุเมรุ เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง ฝ่าย A ยกขาขวาเพื่อใช้แข้งเหวี่ยงเข้าลำตัวฝ่าย B ฝ่าย B กระโดดขึ้นเหยียบบนขาขวาท่อนบนฝ่าย A ด้วยเท้าขวา และบนไหล่ซ้ายฝ่าย A ด้วยเท้าซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ใช้ศอกขวาปักลงไปบนศีรษะของฝ่าย A เป็นการตอบโต้
  • เอราวัณเสยงา เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด  ฝ่าย A กระแทกหมัดขวาเข้าตรงหน้าฝ่าย B ฝ่าย B ยกแขนซ้ายท่อนล่างขึ้นปิด เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็สืบเท้าเข้าหาฝ่าย A แล้วใช้ศอกขวางัดเข้าที่ปลายคางของฝ่าย A เป็นการตอบโต้
  • ดับชวาลา ถือว่า เป็นแม่ ไม้ มวยไทย ที่สามารถ นำไป ใช้ป้อง กันหมัดพร้อมตอบโต้ ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวาทิ่มไปตรงหน้าของฝ่าย ฝ่าย B ใช้แขนซ้ายท่อนล่างขึ้นกัน และ ผลักหมัดของฝ่าย A ออกไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้หมัดขวาทิ่มตรงไปยังใบหน้าของฝ่าย A เป็นการตอบโต้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ ช่วย ลดน้ำหนัก

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ ช่วย ลดน้ำหนัก

สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่กำลังมองหาคอร์สที่จะช่วย กำจัดไขมันส่วนเกิน และคืน รูปร่าง ที่ ฟิตแอนด์เฟิร์ม ทุกคนคงจะเคยได้ยินเทรนด์การ ออกกำลังกาย ยอดฮิตอย่างการ ต่อยมวย ลดน้ำหนัก ที่ประยุกต์มาจาก กีฬา ประจำชาติของไทยอย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) นั่นเอง

Young woman boxer training at the gym

การนำ มวยไทย ( Muay Thai ) มาผสมผสานกับการ ออกกำลังกาย ซึ่งสามารถช่วย ลดน้ำหนัก และทำให้ หุ่นเฟิร์ม และช่วย ควบคุมน้ำหนัก ได้เร็วกว่า กีฬา ชนิดอื่น ๆ เพราะว่าการออก อาวุธ ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ไม่ว่าจะเป็น หมัด เท้า เข่า ศอก ที่ต้องอาศัยแรง และพละกำลังอย่างมหาศาล ที่แม้แต่การบิดตัวระหว่างการ ชก อย่างถูกวิธีก็มีผลต่อ การ เผาผลาญไขมัน ทั้งสิ้น

 

การ ต่อยมวย ช่วย ลดน้ำหนัก ได้อย่างไร?

ในปัจจุบันการ ต่อยมวย ลดน้ำหนัก ไม่ได้เป็นที่นิยมในหมู่ของหนุ่ม ๆ อย่างเดียว แต่สาว ๆ หลาย ๆ คน ก็เริ่มหาคอร์สเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับผู้หญิงกันมากยิ่งขึ้น เพราะว่ามีความสนุกสนาน และสามารถช่วยให้ ลดน้ำหนัก ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการ ออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถ เผาผลาญพลังงาน ได้มากถึง 200 – 400 แคลอรี่ กันเลยทีเดียว

 

  • มวยไทย ( Muay Thai ) x แอโรบิก

การ ต่อยมวย แอโรบิก อย่างเช่น คีตะมวยไทย หรือ Boxing Dance คือการนำเอาท่าทางการเคลื่อนไหวของ แม่ไม้มวยไทย และ ลูกไม้มวยไทย มาผสมผสานกับการ ออกกำลังกาย แบบ แอโรบิก ที่จะเน้นการหายใจขณะ ออกกำลังกาย เพื่อให้ ร่างกาย ของเรานำออกซิเจนไปช่วย เผาผลาญ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ ลดไขมันส่วนเกิน ได้ ซึ่งการ ต่อยมวย แอโรบิก จะมุ่งเน้นที่ความต่อเนื่องมากกว่าความเข้มข้น ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 20 - 30  นาที และจะมีประโยชน์ในการเสริมสร้างความ แข็งแรง ของ กล้ามเนื้อ อีกด้วย

 

  • มวยไทย ( Muay Thai ) x High – intensity interval training

การ ต่อยมวย แบบ High – intensity interval training หรือ HIIT คือการ ออกกำลังกาย ที่ทุ่มแรงกาย และแรงใจในระยะเวลาสั้น ๆ และสลับกับการออกแบบเบา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น จะเป็นการเทรนที่หนักมาก เพื่อให้เกิดการ เผาผลาญ หลัง ออกกำลังกาย ที่จะเกิดขึ้นติดต่อกันนานถึง 48 ชั่วโมง ที่ถือว่าเป็นการ ต่อยมวย ลดน้ำหนัก ที่ให้ผลเร็วที่สุด และเหมาะกับคนที่ใจร้อน หรือคนวัยทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาในการ ออกกำลังกาย มากนัก

 

มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถช่วย ลดน้ำหนัก ได้นั้นเกิดจาการ ออกกำลังกาย ในส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกาย เช่น การออก หมัด อย่างการใช้ หมัดตรง ที่สามารถช่วยกระชับต้นแขน และลดไขมันบริเวณท้องแขนได้ หมัดฮุค เป็นการบิดลำตัวซ้าย และขวาเล็กน้อย ที่ช่วยกระชับกระชับสัดส่วนช่วงลำตัวได้ จึงทำให้รูปร่างฟิต และเพรียวขึ้น บางครั้งเพียงแค่เราออก หมัด ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ก็สามารถช่วย สร้างกล้ามเนื้อ ต้นแขนด้านหน้าจากการพับแขน และ สร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่ จากการยกแขน ส่วนการ เตะมวย ถ้าเราออกแรงเตะเยอะและเร็ว ก็จะยิ่งช่วยสลายไขมัน ทำให้ขาเล็กลง กระชับขา สะโพก และยังลดเซลล์ลูไลท์ ได้อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กฎกติกาของ สนามมวย ที่เราอาจยังไม่รู้

ทำไมต้อง รำมวย ก่อนขึ้น ชก

 

 

กฎกติกาของ สนามมวย ที่เราอาจยังไม่รู้

กฎกติกาของ สนามมวย ที่เราอาจยังไม่รู้

กฎกติกาของ สนามมวย ที่เราอาจยังไม่รู้

 

                มวยไทย ถือว่าเป็น กีฬา ที่เป็นกีฬาที่มี กฎกติกา มากมายเพราะถือว่าเป็นกีฬาประเภท ต่อสู้ ที่ต้องให้คู่ต่อสู้ มาสู้กันและอาจเกิดการบาดเจ็บได้ดังนั้นจึงมี กฎกติกามากมาย รวมไปถึง กฎกติกา ของ สนามมวยก็ต้องมีด้วยเช่นกัน วันนี้เราไปดูกฎกติกาของ สนามมวย ที่เราอาจยังไม่รู้

 

                แน่นอนว่า กีฬาแทบจะ ทุกชนิดนั้น จะมี กฎกติกา ของแต่ละ กีฬา ที่จะทำการ แบ่ง ๆ กันออกไปและ ไม่ว่าจะเป็น กีฬา ประเภทไหน ที่ใช้พลังกำลัง หรือ อาจจรวมไปถึง กีฬา ที่ใช้ ความสามารถ ด้านความคิด หรือ อาจรวมไป ถึงกีฬา ประเภท Esport และ กีฬาที่แข่ง กันผ่านเกม ก็ ล้วนแล้ว จะมี กฎกติกา ที่อยู่ทุกประเภท และอาจ รวมไปถึง กีฬาประเภท ที่ใช้ใน การต่อสู้ เพื่อ ล้มคู่ต่อสู้ นั่นคือ กีฬา อย่าง ต่อยมวย หรือ ชกมวย นั่นเอง โดย กีฬามวยนั้น จะแบ่ง กฎกติกา ในหลายๆ กฎกติกา ไม่ว่าจะเป็น กฎกติกา เวที สังเวียน กฎกติกา อุปกรณ์ การชกมวย หรือ กฎกติกา นักมวย จะแบ่ง ได้หลากหลาย รูปแบบ ของ กฎกติกา ดังนั้น เราจะมาแยก กฎกติกา ของกีฬามวย ประเภท ต่างๆกัน ดังนี้

 

กฎกติกา ของสยามมวย หรือ เวทีมวย

 

  • โดย ขนาด ของ สังเวียน หรือ ที่เราเรียกกันว่า เวทีมวย จำเป็นต้อง เป็น ขนาด โดยประมาณ จะเป็น สี่เหลี่ยม จัตุรัส ขนาดเล็ก ด้าน ละ ประมาณ 20 ฟุต หรือ ( 6 . 10 เมตร ) ขนาดใหญ่ด้านละ 24 ฟุต หรือ ( 7 . 30 เมตร ) และเวที ต้องสูงจากพื้น ประมาณ 3 ฟุต แต่ ห้ามสูง เกิน 4 ฟุต
  • เชือก โดยเชือก  ของสนามมวย  นั้นจำเป็น ที่จะ ต้องมี 4 เส้น รอบข้าง และ ด้วย ขนาดของเส้น จะต้อง ผ่านศูนย์ไม่น้อยกว่า ประมาณ นิ้ว  และ ต้องขึงติดกับ เสามุม ทั้ง 4 เสา และ เสามุม ต้องสูง กว่าสังเวียน ประมาณ 16 32 48 และ 60 นิ้ว ไล่ตามลำดับ
  • พื้น ของเวที มวย  ต้อง มีความ ปลอดภัย อยู่ในรับดับ มาตรฐาน  ปราศจาก สิ่งกีดขวางใดๆ ทั้งสิ้น และ ต้องยื่นออกไปนอก เชือกอย่างน้อย ประมาณ 20 นิ้ว ต้องปู ด้วยสักหลาด ของยาง หรือ วัสดุ อื่นๆ ที่เหมาะสม
  • มุมของสังเวียน มุมเสาของสังเวียน นั้น ต้อง ตั้งเสาไว้ที่มุม ทั้งสี่ ต้องขนาดเท่ากับเส้นผ่าน ศูนย์ กลาง ประมาณ 5 นิ้ว  สูงขึ้นจาก เวที ประมาณ 60 นิ้ว และ ต้องมา พร้อม ทั้ง หุ้มนวม ที่ จะอยู่บริเวญ ของ มุมเสาภายในเส้นเชือก ให้เรียบร้อย เพื่อ ที่จะไม่ให้ เกิดอันตรายได้ กับนักมวย มุมแดง นั้น คือมุมที่ใกล้ กับประธานกรรมการควบคุม การแข่งขัน
  • บันได ของเวทีมวย ต้องมี 3 บันได และต้อง กว้าง ไม่น้อยกว่า 3 ฟุต ไว้ที่มุม ตรงข้าม ของ เวทีมวย หรือ สนามมวย สอง บันไดนั้น เพื่อให้ นักมวย และ พี่เลี้ยงได้ สามารถ ที่จะต้อง เดิน ขึ้น ลง ได้ ส่วนอีก บันได ไว้ให้กับผู้ชี้ขาด และ แพทย์ ผู้ดูแล
  • กล่องพลาสติก กล่องพลาสติกที่มุม กลางทั้งสอง มุม ของสังเวียน ให้ติด กล่องพลาสติก มุม ละกล่อง เพื่อให้ กรรมการ หรือ ผู้ ชี้ขาด ทิ้งสำลี หรือ กระดาษ ได้นั้นเอง
  • สังเวียนสำรอง หรือรวมไปถึง สังเวียนเพิ่มเติม อาจจะต้องใช้สังเวียน ประมาณ 2 สังเวียน ในการแข่งขัน ที่นักกีฬาจำนวนมากเกินไป

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

ทำไมต้อง รำมวย ก่อนขึ้น ชก

ทำไมต้อง รำมวย ก่อนขึ้น ชก

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นหนึ่งใน ศิลปะการต่อสู้ ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกที่ไม่ใช่เพียงแต่การออกลีลาท่าทางในการ ต่อสู้ เท่านั้นแต่การเริ่ม ชก มวย มีสิ่งที่ปลูกฝั่ง และถูกส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานั่นคือ การไหว้ครู และการ รำมวย

Two boxers fight with the martial arts of muay thai.

การไหว้ครู หรือ รำมวย ถือเป็นจุดเด่น และเอกลักษณ์ของ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )ซึ่งการ รำมวย ก่อนขึ้น ชก นั้นถือได้ว่าเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ และยังเป็นการแสดงความเคารพต่อ ครูมวย อีกด้วย ซึ่งผู้เรียนที่ต้องการฝึกฝนจะต้องมีการขึ้นครู และการฝากตัวเป็นศิษย์ และอาจารย์ นั้นต้องมีความนอบน้อมเพื่อที่จะเรียนรู้ความกล้าหาญ และการเตรียมความพร้อมในการที่จะฝึกฝน มวยไทย ไปในขั้นต่อ ๆ ไป ซึ่ง นักมวย จะต้องมีครู และต้องเคารพ และเทิดทูน เพราะว่าการที่ ครูมวย ยินยอมที่จะรับผู้ใดเป็นศิษย์นั้น และในอดีตกาลนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ เพราะในสมัยนั้นครูที่เป็น มวย ( Muay ) ที่มีฝีมือไม่ได้มีอยู่มากมาย และในการสอนไม่ได้คิดค่าบริการสอน แต่ถ้าหากใครที่ต้องการจะเรียนนั้นต้องฝากเนื้อฝากตัวกับ ครูมวย และคอยปรนนิบัติอยู่เป็นเวลานาน จนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชาจนครบถ้วน เพราะว่าสาเหตุ ครูมวย กับศิษย์ในสมัยก่อนนั้นมีความสนิทใจกันราวกับพ่อลูก

การไหว้ครู หรือ รำมวย ของ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการปฏิบัติ และสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และถือเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมผู้ที่จะได้รับการฝึกฝนให้เป็น นักมวย ได้นั้น ต้องเข้าไปใช้ชีวิตเรียนรู้ฝากเนื้อ ฝากตัว และคอยปรนนิบัติ ครูมวย และเมื่อ ครูมวย เห็นว่าสามารถจะสอนได้ ก็จะทำพิธีที่เรียกว่า ยกครู เพื่อแสดงถึงการยอมรับซึ่งกันและกัน และจากนั้นครูก็จะสอน มวยไทย อย่างจริงจัง หรือจนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชาจนครบถ้วน ซึ่งเวลาไป ชกมวย ก็ต้องทำการ ไหว้ครู ก่อนทุกครั้งของการขึ้น ชก

ประโยชน์ จาก การไหว้ครู หรือ รำมวย

ซึ่ง การไหว้ครู หรือ รำมวย เป็นการสื่อความหมายให้เห็นถึงคุณค่าทางด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียม และประเพณีอันดีงามของไทย ที่มีคุณ ประโยชน์ มากมายทางด้านจิตใจของ นักมวย และ ผู้ชมมวย 

  • เป็นการปลูกฝังนิสัยให้เป็น มวย ( Muay ) คือ การรู้จักเคารพครูอาจารย์ บิดามารดา และผู้ให้กำเนิด มวยไทย ( Muay Thai )
  • เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักในคุณค่าทางด้านของ ศิลปะมวยไทย ที่เกิดจากความรัก และความหวงแหนที่จะอนุรักษ์ให้คงไว้สืบต่อไป
  • เป็นกิจกรรมที่สามารถเผยแพร่เอกลักษณ์ และศิลปวัฒนธรรมประจำชาติได้อย่างสง่างาม และสมศักดิ์ศรี

ท่าการ รำมวย ไหว้ครู

  • ท่ายืน ไหว้ทิศขวา

เป็นท่ายืนขึ้นอย่างสามขุม และหมุนไปทางทิศเบื้องขวา ไหว้ทิศเบื้องขวา  และ รำมวย ท่านกยูงรำแพน ซึ่งปฏิบัติตามนี้ ครั้ง

  • ท่ายืน ไหว้ทิศซ้าย

เป็นท่ายืนย่างสามขุม และหมุนไปทางทิศเบื้องซ้าย ไหว้ทิศเบื้องซ้าย และ รำมวย ท่าหงส์เหิน ซึ่งปฏิบัติตามนี้ ครั้ง

  • ท่ายืน ไหว้ด้านหน้า และ หลัง

เป็นท่ายืนขึ้นย่างสามขุม และหมุนไปทางขวาจนไปถึงด้านหลัง ไหว้ทิศเบื้องหลัง และพยักหน้า ครั้ง ทำท่าดูดัสกร รำมวย ท่าพยัคฆ์ด้อมกวาง หมุนไปทางขวา แล้วก้าวเท้าชิด ไหว้ทิศเบื้องหน้า

ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือท่าร่ายรำ การไหว้ครู รำมวย นั้นที่คนจะลืม คือท่าร่ายรำเป็น ยืดกล้ามเนื้อ ไปในตัว และเป็นท่าที่เป็น แม่ไม้มวยไทย หลักของสำนักนั้น ๆ เพื่อเป็นการทบทวนความจำก่อนที่จะขึ้น ชก ครั้งสุดท้าย และรวมทั้งการระลึกถึงครูบาอาจารย์ ที่ถ่ายทอดวิชามาให้ ซึ่งก่อนการขึ้น ชก ทุกครั้งก็จะมี การไหว้ครู รำมวย ส่วนแต่ละปีแต่ละสำนัก หรือโรงเรียนนั้น ๆ จะมีพิธีไหว้ครูประจำปี และจะมีการตั้งพระพุทธรูป การนำรูปของ ครูมวย ที่เสียชีวิตไปแล้ว แล้วก็มีเครื่องไหว้ต่าง ๆ ก่อนที่ลูกศิษย์แต่ละคนจะกลับมารวมตัวกัน เพื่อ ไหว้ครู ที่เสียชีวิตไปแล้ว และครูที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันต่อมาอย่างยาวนาน

ซึ่ง มวยไทย ( Muay Thai ) เป็น ศิลปะการต่อสู้ ซึ่งเอกลักษณ์ของ มวยไทย คือมีการนำศิลปะ ดนตรี และทักษะทางด้าน กีฬา เข้ามาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว นั้นจึงทำให้บรรยากาศของการ ต่อสู้ นั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และความเร้าใจ จนสามารถครองใจคนจำนวนมากได้เป็นอย่างดี 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) มรดก ทางวัฒนธรม ที่งดงาม

มวยไทย ข้อดีของการ ต่อยมวย

มวยไทย

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) มรดก ทางวัฒนธรม ที่งดงาม

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นมรดก ทางวัฒนธรรม ของคนไทย ที่สืบทอด กันมานาน เป็นศิลปะ การต่อสู้ และ ป้องกันตัว ที่มีมา หลายยุค หลายสมัย ซึ่งวันนี้ เราจะ ยกประวัติ มวยไทย ในสมัยอยุธยา มาให้ทุกคน ได้เรียนรู้กัน ว่าในสมัยนั้น เป็นอย่างไร

เพราะศึก สงคราม ที่มากมาย พระมหากษัตริย์ และ ราษฎรไทย จึงจำเป็น ต้องฝึกหัด ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) ป้องกันตัว และ วิชาการทหาร เพื่อป้องกัน ประเทศ ส่วนช่วงเวลา ที่ฝึกหัด ศิลปะ ป้องกันตัว และ เตรียมกำลังรบ มักจะเป็น ช่วงฤดูฝน เพราะในสมัยนั้น การยกทัพ ไปตีเมืองใด มักจะต้องรอ ให้เข้า ฤดูแล้งก่อน เพื่อสะดวก ในการเดินทัพ ที่มีทั้งไพร่พล เสบียงอาหาร และ อาวุธ ยุทโธปกรณ์

 

หากเป็นฤดูฝน หรือ ฤดูน้ำหลาก ถนนหนทาง น้ำจะท่วม ซึ่งยาก ต่อการเดินทัพ ที่มีทหาร จำนวนมาก และ จะทำให้ ทหาร ได้รับ ความลำบาก เกิดเจ็บป่วย ล้มตายได้ ช่วงฤดูฝน จึงเป็นช่วง ที่ต้องปลูกข้าว เพื่อเตรียมเป็น เสบียงอาหาร และ บำรุงไพร่พล ให้อิ่มสมบูรณ์ และ ฝึกฝน ศิลปะ การต่อสู้ ให้มีความ ชำนาญ ซึ่ง มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะ การต่อสู้ ชนิดหนึ่ง ที่ทหารทุกคน จำเป็นต้อง ฝึกหัด ควบคู่กับ การใช้อาวุธ ที่มีอยู่ ในสมัยนั้น

 

จากการศึกษา ประวัติศาสตร์ กฎหมายไทย พบว่า ในสมัยสมเด็จ พระเอกาทศรถ มีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับ การชกมวย อยู่ข้อหนึ่ง เรียกว่า พระอัยการเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ใช้ใน สมัยกรุงศรีอยุธยา และ นำมาชำระ ในสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2347 ตรงกับ รัชกาลที่ 1

นอกจากนี้ ยังมีกฎหมาย ของพระเจ้ามังราย หรือ มังรายศาสตร์ ลักษณะวิวาท พ.ศ. 2230 สมัยรัชกาล สมเด็จพระเพทราชา มีความว่า คนทั้งหลาย ในโลกนี้ จักวิวาทผิดกัน ด้วยเหตุ 16 ประการ

 

กฎหมาย ในลักษณะ วิวาท ด่าตีกันนี้ มีหลายมาตรา และ ที่เกี่ยวข้องกับ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้แก่ มาตราหนึ่ง คนสองคนตีกัน ปล้ำกัน ผู้หนึ่งตาย ก็ให้เลิกแล้วกันไป เพราะเขาปล้ำกัน ผิเจ้าพระยา จ้าขุนตีปล้ำกัน และ มีผู้ยุยง ให้ทำ ดังนั้น หากฝ่ายหนึ่งตายลง ให้ผู้ยุยงท่าน เผาศพเสีย เพราะด้วยเหตุ ไปเคี่ยวเข็ญ ให้ท่าน ต่อสู้กัน  จากกฎหมาย ดังกล่าวนี้ ทำให้ทราบว่า คนไทยในสมัยนั้น ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย สำหรับ ต่อยตี และ ปล้ำกัน เพื่อเป็นการ ทำร้ายศัตรู เป็นศิลปะ ป้องกันตัว และ เป็นการละเล่น อีกด้วย

 

การชกมวย ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) มีมาตั้งแต่ ก่อนสมัย สมเด็จพระเอกาทศรถ ( ก่อน พ.ศ. 2146 ) จนถึงกับ มีเหตุการณ์ ยุ่งยาก เกิดขึ้น จึงทำให้ ต้องตราเป็น กฎหมาย เพื่อพิจารณาคดี ดังนั้น ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็น มรดก ทางวัฒนธรรม ที่งดงาม เป็นอย่างมาก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ข้อดีของการ ต่อยมวย

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) กับการ จำแนกรุ่น การแข่งขัน

มวยไทย ข้อดีของการ ต่อยมวย

มวยไทย ข้อดีของการ ต่อยมวย

กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) การ ต่อยมวย นั้นมี ประโยชน์ มากกว่าที่ทุกคิด เพราะการ ต่อยมวย ไม่ได้ทำเพื่อเสริมทักษะ การต่อสู้ หรือ ศิลปะป้องกันตัว เท่า แต่กีฬา มวย ( Muay ) หรือ ต่อยมวย นั้นยังช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้อีกด้วยแล้วการ ต่อยมวย มีข้อดีอะไรบ้าง

Two professional boxer boxing on black smoky

มวยไทย ( Muay Thai ) ข้อดีของการ ต่อยมวย

  1. มวยไทย ( Muay Thai ) เพิ่มสมาธิ และ ลดความเครียด

การ ออกกำลังกาย ด้วยการซ้อม มวย ( Muay ) นั้นเป็นการ ออกกำลังกาย แบบที่ขั้นสูง และต่ำสลับกันไป ซึ่งช่วงที่มีความเข้มข้นสูงนั้นคือช่วง ที่เราออก อาวุธ ได้ปล่อย หมัด หรือได้ เตะ ซึ่งก็เหมือนเราได้ปลดปล่อยพลัง และระบายอารมณ์ออกไปด้วย และส่วนช่วงที่มีความเข้มข้นต่ำคือ ช่วงที่เราฟุตเวิร์ค จด ๆ จ้อง ๆ เตรียมพร้อมที่จะออก อาวุธ นั่นเอง และช่วงนี้คือช่วงที่เราต้องใช้สมาธิ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนของการซ้อม มวย ( Muay ) ก็จะเป็นช่วงเวลาที่ใช้สมาธิสูง เราจึงไม่มีเวลาที่จะไปคิดเรื่องอื่น ๆ ให้เราฟุ้งซ่าน

  1. มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้ ร่างกาย มีปฏิกิริยาที่ตอบโต้เร็ว

การ ซ้อมมวย นั้นเป็นการฝึก ร่างกาย ของเราให้มีความ แข็งแรง และยังมีความสัมพันธ์ระหว่าง ตา สมอง และ กล้ามเนื้อ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวได้อย่างดีเยี่ยม และส่งผลดีต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราด้วย เพราะคนที่ไว หรือมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่ดี ย่อมหมายถึง การเป็นคนที่มีความแอ็คทีฟ กระฉับกระเฉง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าการ ซ้อมมวย จำเป็นที่จะต้องเสริม สร้างกล้ามเนื้อ ให้ แข็งแรง ทุกส่วนของ ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา กล้ามท้อง เป็นต้น ซึ่งระหว่างการฝึก มวย ( Muay )  จะต้องมีสมาธิ ตาต้องไว และต้องมีการออก อาวุธ ที่รวดเร็ว มีความเคลื่อนที่ว่องไว และสามารถหลบหลีกการโจมตีของ คู่ต่อสู้ ได้ดีอีกด้วย

  1. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยในการ เผาผลาญพลังงาน ได้อย่างรวดเร็ว

การขึ้น ชกมวย ในหนึ่งยกคือ การใช้ ร่างกาย ให้ไปถึงระดับที่สูงสุด และการพักระหว่างยกคือ การทำให้ ร่างกาย ของเราฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น และเป็นทั้งการ ออกกำลังกาย แบบผสมผสานและ เผาผลาญพลังงาน ได้ดีขึ้น และการใช้ออกซิเจน หรือไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน ซึ่งการ ออกกำลังกาย ประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความ แข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากยิ่งขึ้น และช่วยการกระตุ้นระบบ เผาผลาญ ใน ร่างกาย ได้ดีเมื่อนำมาเทียบกับการ วิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน จะ เผาผลาญพลังงาน ได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

  1. มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้ หัวใจ แข็งแรง ขึ้น

มวย ( Muay ) เป็น กีฬา ที่สามารถกระตุ้นการทำงานของ หัวใจ และ หลอดเลือด ได้ดีมาก เพราะการที่จะทำเช่นนั้นได้ เราจะต้อง ออกกำลังกาย ให้ หัวใจ และ ปอดมีความครียดในระดับปานกลาง ซึ่งทำให้ หัวใจ และปอดของเราทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ ระบบไหลเวียนโลหิต ทั่ว ร่างกาย เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

  1. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยปรับสมดุลของ ร่างกาย ได้ดี

การ ต่อยมวย เป็นประจำจะช่วยปรับสมดุลของ ร่างกาย ได้ดีทำให้ไม่มีโรคร้ายใด ๆ มาเยือน ร่างกาย ของเรา แถมยังสร้าง กล้ามเนื้อ ในแต่ละส่วนทั้ง แขน ขา หรืออาจจะเป็นช่วงท้อง ฉะนั้นเรารับรองได้เลยว่าการ ต่อยมวย นั้นจะส่งผลดีต่อ สุขภาพ ทั้ง ร่างกาย และ จิตใจ ได้ดีอย่างแน่นอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) กับการ จำแนกรุ่น การแข่งขัน

มวยไทย ( Muay Thai ) ให้อะไร ที่มากกว่า แค่การ ออกกำลัง ไปดูกันเลย

 

มวยไทย

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) กับการ จำแนกรุ่น การแข่งขัน

การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เรามัก เห็นกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ในโทรทัศน์ ในสมาร์ทโฟน หนังสือพิมพ์ หรือ แม้กระทั่ง การได้ไปดู การแข่งขัน ของจริงด้วย ตาตัวเอง แต่คุณ เคยสงสัย กันบ้างไหมว่า การขึ้นชก ของนักมวย ในแต่ละครั้ง จำแนก มาจากอะไร?

การจำแนกรุ่นของ มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้งหมด 19 รุ่น ดังนี้

1) รุ่นพินเวท น้ำหนักตัวเกิน 42.272 กิโลกรัม และไม่เกิน 45.454 กิโลกรัม

2) รุ่นมินิฟลายเวท น้ำหนักตัวเกิน 45.454 กิโลกรัม และไม่เกิน 47.727 กิโลกรัม

3) รุ่นไลท์ฟลายเวท น้ำหนักตัวเกิน 47.727 กิโลกรัม และไม่เกิน 48.988 กิโลกรัม

4) รุ่นฟลายเวท น้ำหนักตัวเกิน 48.988 กิโลกรัม และไม่เกิน 50.802 กิโลกรัม

5) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท น้ำหนักตัวเกิน 50.802 กิโลกรัม และไม่เกิน 52.163 กิโลกรัม

6) รุ่นแบนตั้มเวท น้ำหนักตัวเกิน 52.163 กิโลกรัม และไม่เกิน 53.524 กิโลกรัม

7) รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท น้ำหนักตัวเกิน 53.524 กิโลกรัม และไม่เกิน 55.338 กิโลกรัม

8) รุ่นเฟเธอร์เวท น้ำหนักตัวเกิน 55.338 กิโลกรัม และไม่เกิน 57.153 กิโลกรัม

9) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท น้ำหนักตัวเกิน 57.153 กิโลกรัม และไม่เกิน 58.967 กิโลกรัม

10) รุ่นไลท์เวท น้ำหนักตัวเกิน 58.967 กิโลกรัม และไม่เกิน 61.235 กิโลกรัม

11) รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท น้ำหนักตัวเกิน 61.235 กิโลกรัม และไม่เกิน 63.503 กิโลกรัม

12) รุ่นเวลเตอร์เวท น้ำหนักตัวเกิน 63.503 กิโลกรัม และไม่เกิน 66.678 กิโลกรัม

13) รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท น้ำหนักตัวเกิน 66.678 กิโลกรัม และไม่เกิน 69.853 กิโลกรัม

14) รุ่นมิดเดิลเวท น้ำหนักตัวเกิน 69.853 กิโลกรัม และไม่เกิน 71.575 กิโลกรัม

15) รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท น้ำหนักตัวเกิน 71.575 กิโลกรัม และไม่เกิน 76.374 กิโลกรัม

16) รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท น้ำหนักตัวเกิน 76.374 กิโลกรัม และไม่เกิน 79.379 กิโลกรัม

17) รุ่นฟลายเวท น้ำหนักตัวเกิน 779.379 กิโลกรัม และไม่เกิน 86.183 กิโลกรัม

18) รุ่นเฮฟวี่เวท น้ำหนักตัวเกิน 86.183 กิโลกรัม และไม่เกิน 90.900 กิโลกรัม

19) รุ่นซูเปอร์เฮฟวี่เวท น้ำหนักตัวเกิน 90.900 กิโลกรัม ขึ้นไป

ใครที่สนใจ อยากลอง ลงแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ลองเช็ค น้ำหนักตัว ของตัวเอง ดูนะคะ ว่าร่างกาย และ น้ำหนักตัว ของคุณ จะอยู่ในรุ่นไหน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) ให้อะไร ที่มากกว่า แค่การ ออกกำลัง ไปดูกันเลย

นักมวย อาชีพ ออกกำลังกายอย่างไร มาดูกัน

มวยไทย ( Muay Thai ) ให้อะไร ที่มากกว่า แค่การ ออกกำลัง ไปดูกันเลย

มวยไทย ( Muay Thai ) ให้อะไร ที่มากกว่า แค่การ ออกกำลัง ไปดูกันเลย

ใคร ๆ ต่าง ชื่นชอบ การออกกำลังกาย รวมถึง การต่อยมวย เอาล่ะ วันนี้ เราไปดูกัน ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ให้อะไร ที่มากกว่า แค่การ ออกกำลังกาย นอกจากได้สุขภาพที่ดี หุ่นเป๊ะ ได้เพื่อนใหม่ ๆ และยังได้ ที่มากกว่านั้น ในเรื่องของสุขภาพ ที่คุณ อาจจะไม่เคยรู้

 

หลาย ๆ คน นอกจาก จะไป ฟิตเนส หรือ ไปวิ่ง ไป ออกกำลังกาย อะไรก็ตามแต่ แต่ใน ปัจจุบันนี้ ที่ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับความสนใจ เป็น ที่นิยม อย่างแพร่หลาย เอาล่ะ พูดมา แบบนี้แล้ว เราไปดูประโยชน์ จากการ ต่อยมวย กันเลยดีกว่า ว่า มีอะไรบ้างน้า ?

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยลด ความนอยด์ ได้เป็นอย่างดี

เพื่อน ๆ ต้องหยุดคิด ว่า การใช้กำลัง นั้นจะยิ่งทำให้นอยด์ เพราะว่า ความจริงแล้ว มวยไทย ( Muay Thai ) กลับทำให้เรามีสมาธิ และมีสติมากขึ้นต่างหาก เพราะในทุก ๆ ครั้ง ที่คุณยืนอยู่หน้าคู่ต่อสู้ คุณก็จะต้องโฟกัส กับทุก ๆ การเคลื่อนไหว นั่นทำให้คุณ ไม่มีเวลาที่จะได้คิด เรื่องวิตกกังวลอะไรทั้งนั้น Edyk Jeffry เทรนด์เนอร์ และเมเนเจอร์แห่ง NY San Da โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ ในนิวยอร์ก กล่าวว่า “มวยไทยนั้น ช่วยให้ผมเรียนรู้ที่จะจัดการ กับความวิตกกังวลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ดีมากขึ้น คุณเพียงต้องใช้ความพยายามสำหรับการฝึกฝน และคุณก็จะสามารถโฟกัสกับอะไรก็ตามที่อยู่ตรงหน้าได้ดี”

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ

หลาย ๆ คน อาจจะเข้าใจผิดคิดว่า มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นจำกัด อยู่ที่การใช้แค่หมัดและเท้า แต่สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วทุกอย่างจะต้องประสานกันหมด ไม่ว่าจะเป็นอศอก คาง และเข่า ซึ่ง Dan Roberts CSCC เขา ก็คือเทรนเนอร์ที่เพิ่งครีเอทแพลนการออกกำลังกายไว้ โดยมีแรงบันดาลใจมาจาก มวยไทย ( Muay Thai ) ของ NUK SOO กล่าวว่า “เวลาที่เราเคลื่อนตัว จู่โจม และป้องกัน จากการรุกจากทิศทางต่าง ๆ นั้นจะทำให้กล้ามเนื้อ ได้ทำงานอยู่ตลอด และพลังงานก็จะพุ่งไปทั่วตัว” โดยการเตะ ก็จะเน้นที่ส่วนของลำตัว สะโพก และก้น ส่วนการต่อยโดยใช้ข้อศอกและกำปั้นนั้น จะได้ส่วนของแขนและข้อมือ และยิ่งถ้าทำได้ถูกท่าแล้ว ก็จะช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้มากขึ้นด้วย

 

3. มวยไทย ( Muay Thai ) อัปรอยยักในสมอง

แน่นอนว่าคงไม่ใช่แค่คุณคนเดียวแน่ ๆ ที่เป็นฝ่ายจู่โจม เพราะว่า คุณจะต้องรู้จักที่จะหลบหลีก ก้มหลบหมัดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วย ซึ่งในการตั้งรับนั้น คุณก็จะต้องมีการออกหมัด ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาบล็อก หรือว่าแม้แต่การโต้ตอบกลับด้วยหมัดขวาตรง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะต้องทำด้วยสปีดที่เร็ว Dan Roberts หนึ่งในเทรนเนอร์ มวยไทย ( Muay Thai ) บอกว่า “ปฏิกิริยาการโต้ตอบจะช่วยฝึกการทำงาน ที่สอดประสานกันระหว่างสมองและกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ดีมากขึ้น จนในที่สุดคุณจะสามารถกลายเป็นคน ที่มีปฏิกิริยาตอบโต้ได้รวดเร็วในสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่กดดันมากๆ”

 

4. มวยไทย ( Muay Thai ) สร้างความมั่นใจ

มันไม่ใช่ว่าการที่คุณเรียนรู้ ที่จะแตะต่อยเป็นแล้ว ก็จะทำให้คุณมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น แต่ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้คุณ ได้รู้จักศักยภาพของตัวเอง รู้ว่าร่างกายของคุณ นั้นสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด และนี่แหละ ก็คือสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและสร้างความภูมิใจให้กับตัวคุณเอง “การที่ได้เรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเองจะทำให้คุณรู้สึกทึ่งกับร่างกาย”

 

5. มวยไทย ( Muay Thai ) ฝึกสกิลในการวางแผนที่รวดเร็ว

การจู่โจมในแต่ละครั้ง ก็มากกว่าแค่การแตะหรือต่อยออกไปเท่านั้น มันถือเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เราต้องอาศัยการวางแผนที่ดี เราจะต้องรูว่าควรจะออกหมัดจังหวะไหน ด้วยน้ำหนักเท่าไหร่ หรือว่าตอนไหนที่ควรหลบหลีก กำลังก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่พลังสมองในการวางแผน วางกลยุทธนั้นก็ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่จะมองข้ามได้ เพราะว่าเราต้องคิดล่วงหน้าไปก่อนคู่ต่อสู้ ทักษะของหารออกสเต็ปของเท้าก็ต้องใช้การฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกันนะ

 

เห็นไหมคะ ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ใช่แค่เป็นกีฬาที่ใช้แต่กำลัง แต่ยังได้ฝึกสมองและพัฒนาสกิลต่างๆ ได้อีกด้วย วันนี้ไปลองกันซักหน่อยไหมคะ

นักมวย อาชีพ ออกกำลังกายอย่างไร มาดูกัน

นักมวย อาชีพ ออกกำลังกายอย่างไร มาดูกัน

นักมวย ถือเป็น นักกีฬา ที่มีหุ้นหรือ ร่างกายที่แข็งแรง และ กีฬา มวย ยังถือเป็นกีฬา ที่ต้องใช้พละกำลังอย่างมาก ในการ ที่จะต่อสู้กับคู่ต่อสู้ และคุณเคย สงสัยกันไหมว่า นักมวย อาชีพ เข้าออกกำลังกายกันเบบไหน วันนี้เราจะพาไปดูกัน

 

 

สำหรับ หากใครเคยผ่าน หรือ หรือ มีโอกาสได้เข้าไปเห็น บรรยากาศ และสำหรับ การซ้อม มวยไทย ภายในยิมฝึก หรือ หรือ ค่ายมวยต่าง ๆ ก็จะรู้ดีว่า เหล่า นักมวยมืออาชีพ นั้น เขาซ้อมกันอย่าง หนักหน่วงมากเพียงใด เขาจะต้องอดทน ต่อการฝึกซ้อม การควบคุม การออกกำลังกาย อาหารการกิน น้ำหนัก เพื่อให้มีร่างกายที่ดีที่สุด แข็งแกร่งที่สุด

 

 

สำหรับ ออกกำลังกาย ตามนักมวยมืออาชีพ ที่เขาใช้ในการสสร้างร่างกาย แบบ นักมวย ไปดูกัน

 

ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses )

 

                สำหรับ ท่าแรก ของเรา นั้นกืคือ ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses ) เป็นท่าที่ ต้องบอกเลยว่า นักมวยมืออาชีพ ใช้สร้างกล้ามเนื้อ หัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล ( Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้ เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้น ดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

 

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up )

 

                ท่านี้ เราต้องบอกเลยว่า เป็นท่าที่ ใคร ๆ หลาย ๆ คนต้อง เคยผ่านตา หรือ เคยทำกันมาอย่างแน่นอน นั้นก็คือ ท่า วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up ) เป็นวิธีการ ที่ นักมวยมืออาชีพ ใช้ ออกกำลังกาย ที่ง่าย และ สามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับนักมวย

 

แพลงค์ ( Plank )

 

ต่อไป เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด พอสมควร และเราบอกเลยว่า ถ้าทำได้ คุณจะมีหุ่นที่รีน อย่างมาก นั้นก็ เพราะต้องอาศัย ความแข็งแรง ของร่างกาย ในหลาย ๆ ส่วน และสำหรับ เป็นท่านักมวยมืออาชีพทุกคน ให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรง ของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

 

คาร์ดิโอ ( Cardio )

 

                โดย ปกติแล้ว สำหรับ ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิต แบบ นักมวยมืออาชีพ ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายของเรา นั้น เกิดความ แข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้อง การที่จะ ฝึกแบบการกระโดด ที่หลากหลาย และ รวมไปถึง การฝึกความแข็งแรง ของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อ หลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอล เทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

 

ท่าสควอช ( Squat )

 

                สำหรับ สาว ๆ คงจะถูกใจ ท่านี้ กันอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นท่า ที่ช่าวยในเรื่องของการ เสริมในส่วน ของขา ของเรา ให้ดูเล็ก ดูเรียว สำหรับ ท่าสควอช ( Squat ) เป็นการ ออกกำลังกาย ที่จะช่วยเสริมความแข็งแรง ของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยมืออาชีพ จะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัด เพื่อรุกผู้ต่อสู้ ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับ ท่าบริหารสะโพกส่วนอื่น ให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่าง ที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

 

Skipping

 

                สำหรับ ท่า Skipping จะ เป็นการหลบหลีก หมัดของคู่ต่อสู้ โดยการที่เรา ต้อง อาศัยความว่องไว อย่างมาก ของ Foot work โดยการที่เรานั้น สามารถเริ่ม ทำได้ง่าย ๆ โดย มีเชือกเส้นเดียวกับลานโล่ง ๆ Skipping เป็นสิ่งสำคัญของ นักนักมวยมืออาชีพ จะขาดไม่ได้ในเวลาซ้อม และยังเป็นท่าที่ใช้ รักษาสภาพร่างกาย ให้พร้อมอยู่เสมอ

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กว่าจะเป็น นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

กระสอบทราย เพื่อนคู่ใจนักมวย

มวยไทย

ศิลปะ ไม้มวยไทย สำหรับ การฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

ศิลปะ ไม้มวยไทย หมายถึง ท่าทาง ของการ ผสมผสาน ในการ ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก เพื่อการรุก หรือ การรับ ในการ ต่อสู้ด้วย ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งต้อง อาศัย ความชำนาญ ในการใช้ ทักษะ มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้น ผ่านการ ฝึกต่าง ๆ

การใช้ ไม้มวย ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ผสมผสาน ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก และ ศิลปะ การป้องกัน และ โต้ตอบ ที่ขึ้นอยู่กับ ครูมวย แต่ละ สำนัก ที่คิด ปรับเปลี่ยน ดัดแปลง เพื่อนำไปใช้ ให้ได้ผล แล้วตั้งชื่อ ท่ามวย ตามลักษณะ ท่าทาง ให้จดจำ ได้ง่ายขึ้น เมื่อมี ท่ามวย มากขึ้น จึงต้อง จัดแบ่ง เป็นหมวดหมู่ หรือ ตั้งชื่อ ให้คล้องจอง เพื่อลูกศิษย์ ได้จดจำ ไม่ลืมง่าย

 

ในอดีต มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่มีการ ใส่นวม แต่จะ ชกกัน ด้วยมือเปล่า จึงสามารถ จับคู่ต่อสู้ เพื่อทุ่ม ทับ จับ หักได้ นักมวย จึงต้องใช้ ชั้นเชิง ในการ ต่อสู้ มากกว่า การใช้ พละกำลัง จึงเกิด ท่ามวย ขึ้นมากมาย ต่อมา มีการ กำหนดให้ นักมวย ใส่นวม ในขณะ ขึ้นชก เหมือนกับ มวยสากล และ มีการ ออกกฎ กติกาต่าง ๆ เพื่อเป็นการ ป้องกัน อันตราย ที่อาจ เกิดขึ้นกับ นักมวย และ ง่ายต่อการ ตัดสิน ซึ่งท่ามวย ที่มีมา แต่อดีต บางท่า จึงไม่สามารถ นำมาใช้ได้ ทำให้ ท่ามวย บางท่า ถูกลืมเลือน ไปในที่สุด

ครูบาอาจารย์ มวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัย โบราณ และ ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้จัดแบ่ง ประเภทของ ไม้มวยไทย ไว้ต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ครูมวย แต่ละท่าน ถึงแม้ว่า บางท่า จะมี ชื่อเรียก เหมือนกัน ก็ตาม ไม้มวยไทย ที่มีการ กล่าวถึง ในตำรา มวยไทย ( Muay Thai )หลายตำรา ได้แบ่ง ลักษณะ ไว้อย่าง ชัดเจน คือ แบ่งตาม ลักษณะ การแก้ ทางมวย การจู่โจม ที่เรียกว่า กลมวย แบ่งตาม ลักษณะ การใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ที่เรียกว่า เชิงมวย บางตำรา แบ่งเป็น แม่ไม้ ลูกไม้ หรือ แบ่งเป็น ไม้ครู ไม้เกร็ด ไม้ครู ซึ่งหมายถึง ไม้สำคัญ เป็นไม้หลัก ที่ครูเน้น ให้ลูกศิษย์ ทุกคน ทำให้ได้ และ ทำให้ คล่องแคล่ว ชำนาญ เพราะเมื่อ ทำได้ และ มีความ ชำนาญ ก็สามารถ แตกไม้ครู ออกเป็น ไม้เกร็ด ได้อีก มากมาย

 

เพราะฉะนั้น ศิลปะ ไม้มวยไทย สำหรับ การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็น เรื่องพื้นฐาน ที่ต้อง เรียนรู้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย การออกกำลังกาย สารพัดประโยชน์

การใช้เข่า ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย การออกกำลังกาย สารพัดประโยชน์

มวยไทย การออกกำลังกาย สารพัดประโยชน์

กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่มีประโยชน์ หลากหลายด้าน ไม่ว่าว่าจะเป็น ในเรื่องของ การป้องกันตัว ร่างกายแข็งแรง และ ก็ยังมี ประโยชน์ อีกหลาย ๆ ด้าน ที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ เพราะฉะนั้น วันนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูกันว่า มวยไทย ( Muay Thai ) จะมีประโยชน์ ที่ช่วยเราได้ขนาดไหน ไปดูกันเลยครับ

 

ถ้าหากพูดถึง กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เป็นที่กีฬา ที่เราได้ยิน และ คุ้นเคย กันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ศิลปะ การป้องกันตัว ที่เป็นจุดเด่น และ เป็น เอกลักษณ์ ของกีฬา ประเภทนี้ นอกจากนี้ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬา ที่ช่วย พัฒนาสุขภาพ ร่างกายให้แข็งแรง แม้ว่าหลาย ๆ คนจะนึกถึง มวยไทย ( Muay Thai ) ในด้านของการต่อสู้ สิ่งสำคัญ กีฬาประเภทนี้ มีข้อดี และ มีประโยชน์หลายอย่าง เพราะฉะนั้น ไม่รอช้า เราไปดูกันเลยครับ ว่าการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จะมีประโยชน์ อะไรบ้าง เราไปดูกันเลยครับ

1. ป้องกันออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม เป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นกับ หนุ่มสาววัยทำงาน ซึ่งโรคนี้ เป็นโรคที่ส่งผล ในระยะยาว และ ความน่ากลัวของ โรคออฟฟิศซินโดรม ก็คือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการ ป้องกัน ไม่ให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นประจำ ถือว่า ช่วยได้เป็นอย่างดร เพราะว่า กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ มีการใช้กล้ามเนื้อ ทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะ การยืด แชะ การเหยียด ที่เป็นการ ออกกำลังกาย แบบลดความเสี่ยง ในการเกิดโรค นอกจากนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยในเรื่องของ การพัฒนากล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อ มีความแข็งแรง

 

2. ลดน้ำหนัก

มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้ลดน้ำหนัก เป็นเรื่องที่ หลาย ๆ คนรู้ดีอยู่แล้วว่า ลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ เพื่อน ๆ ชาวออฟฟิศ ที่อยากออกกลังกาย แต่ไม่อยาก เข้าฟิตเนส ไม่อยากวิ่ง กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็นกีฬา ที่ช่วยลดความอ้วน ได้เป็นอย่างดี เลยนะครับ เพราะว่า กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ มีการเผาผลาญ แคลอรี่ที่สูง กว่ากีฬาทั่ว ๆ ไป หากต้องการ ลดน้ำหนัก ก็ต้อง  มวยไทย ( Muay Thai ) นะครับ

3. คลายเครียด

 มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นหนึ่งกีฬาที่ช่วย คลายความเครียด ได้เป็นอย่างดี หรือ เรียกได้ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ใช้ในการระบายอารมณ์ ก็ว่าได้ จึงไม่แปลก ว่าทำไม กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ทำไมถึงเป็นที่นิยม และ เป็นกีฬา ที่ฮิตตลอดการ

 

4. ร่างกายแข็งแรง

หลาย ๆ คนรู้ดีอยู่แล้วว่า การออกกำลังกาย ทำให้ร่างกาย ของเรา มีความแข็งแรง แต่กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ทำให้ร่างกาย ของเราแข็งแรง มากกว่า กีฬาทั่ว ๆ ไป เพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้อง มีการปะทะ จึงทำให้ร่างกาย แข็งแรงกว่าปกติ นั่นเองครับ

 

นี่ก็คือ ประโยชน์ ที่ได้จากการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อน ๆ คนไหน ที่อยากจะฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็สามารถ ติดต่อ และ ดูข้อมูลต่าง ๆ ได้ที่ทาง www.jaroeanthongmuaythairatchada.com  มีครูมวยมีอาชีพที่พร้อมสอน และ อุปกร์ในการฝึก คุณภาพดี

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยท่าเสา มวยไทย ( Muay Thai ) โบราณ ของภาคเหนือ

การใช้เข่า ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย

การใช้เข่า ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

การตีเข่า หรือ การใช้เข่า เป็นอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai ) อีกชนิดหนึ่ง ที่มีความรุนแรง เมื่อพับเข่า รวมกับ ขาส่วนล่าง ซึ่งมี กล้ามเนื้อน่องอยู่ จะทำให้ เข่าที่ตี ออกไป มีความรุนแรง แต่เนื่องจาก เข่านั้น เป็นอาวุธสั้น จึงใช้ได้ ในระยะ ประชิด เท่านั้น

การตีเข่า ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ให้เหยียด ปลายเท้าตรง ขางอ พับเฉียง ออกด้านนอก เล็กน้อย มีแรงส่ง จากสะโพก เอว สู่เข่า เมื่อปะทะ กับ เป้าหมาย ให้เน้นที่ ปลายเข่า ซึ่งเข่า แบ่งออก เป็น 4 ชนิด ดังนี้

 

1) การตี เข่าตรง ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

เป็นการ ใช้เข่า เคลื่อนที่จาก จุดเริ่มต้น ไปกระทบ เป้าหมาย ที่เป็น แนวตรง หรือ วิถีทางตรง หรือ ล้ำไป ข้างหน้า โดยจะมี แรงส่ง จากสะโพก เอว ไปยัง ปลายเข่า เป้าหมาย คือ ที่หน้าท้อง ลิ้นปี่ หน้าอก ปลายคาง ใบหน้า เป็นต้น ซึ่งการตี เข่าตรง มี 2 ลักษณะ คือ

- เข่าตรง ตีนำ หรือ เข่าหน้า เป็นการ ตีเข่า ที่อยู่ด้านหน้า ในขณะที่ ยืนท่าคุมมวย การตีเข่า ด้วยเข่าซ้าย หรือ เข่าหน้า เรียกว่า เข่าตรงตีนำ

- เข่าตรง ตีตาม หรือ เข่าหลัง เป็นการ ตีเข่า ตรงที่อยู่ ด้านหลัง หรือ เข่าที่ถนัด ในขณะที่ ตั้งท่า จดมวย การตี ด้วยเข่า ที่อยู่ด้านหลัง จะเรียกว่า เข่าตรงตีตาม หรือ เข่าตรงหลัง

 

2) การตี เข่าเฉียง ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

เป็นการ ตีเข่า ที่มีวิถี เฉียงขึ้น จากจุดเริ่มต้น ที่เข่าอยู่ไ ปจนถึง เป้าหมาย หากตีเข่าซ้าย จะตีเข่า ลักษณะ เฉียงมา กระทบกับ เป้าหมาย ลำตัวเอน ไปด้านหลัง เล็กน้อย มีแรงส่ง จากสะโพก เอว สู่ปลายเข่า เป้าหมาย จะอยู่ที่ ท้อง ลิ้นปี่ หน้าอก ปลายคาง ใบหน้า หากตีเข่า เฉียงขวา จะตีเข่า ในลักษณะ เดียวกันกับ การตีเข่า แบบเฉียงซ้าย

3) การตี เข่าโค้ง ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

เป็นการ ตีเข่า ในวิถีโค้ง ตีเข่า จากบนลงล่าง ปะทะกับ เป้าหมาย ให้ปลายเท้า เหยียดตรงกับขา และ เข่า

 

4) การตี เข่าตัด ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

เป็นเข่า ที่มีทิศทาง การตีเข่า ผ่านจาก ด้านขวาไปซ้าย หรือ ด้านซ้ายไปขวา ขนานกับพื้น ปลายเท้า จะเหยียดตรง งอขาเล็กน้อย มีแรงส่ง จากสะโพก เมื่อส่วน ของหัวเข่า ปะทะ เข้ากับ เป้าหมาย เข่า ขา และ ปลายเท้า เป็นเส้นตรง ขนานกับพื้น

 

การใช้เข่า ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงแม้จะเป็น อาวุธสั้น ในระยะประชิด แต่ก็ควรฝึกไว้ เพื่อในยามคับขัน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยท่าเสา มวยไทย ( Muay Thai ) โบราณ ของภาคเหนือ

ป้องกันออฟฟิศซินโดรมด้วย มวยไทย

มวยไทย

มวยท่าเสา มวยไทย ( Muay Thai ) โบราณ ของภาคเหนือ

มวยท่าเสา เป็นสาย มวยไทย ( Muay Thai ) ทางภาคเหนือ ที่ไม่มี หลักฐาน ชัดเจนว่า มวยท่าเสา กำเนิดขึ้น เมื่อใด และ ใคร เป็นครูมวย คนแรก แต่จาก หลักฐาน ที่เห็นอยู่ ทำให้ ทราบว่า ครูมวยท่าเสา ที่มีชื่อเสียง โด่งดัง คนหนึ่ง คือ ครูเมฆ

ครูเมฆ ที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น ในเรื่องของ ความคล่องแคล่ว ว่องไว รวดเร็ว เด็ดขาด มีลีลา ท่าทาง ที่สวยงาม และ มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ ไม้เตะ ถีบ และ ศอก เป็นที่ลือ กระฉ่อน จนกระทั่ง นายทองดี ถึงกับ ปฎิญาณตนว่า จะต้องมา ขอเรียน ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) กับสำนัก ท่าเสาให้ได้ และ จากนั้น ก็ได้มา เป็นลูกศิษย์ ของครูเมฆ ผู้ประสิทธิ ประสาทวิชา มวยไทย ( Muay Thai ) ให้แก่ นายทองดี ซึ่งได้นำ ความรู้ ที่ได้รับ ไปผสมผสาน กับมวยจีน อีกด้วย

 

เมื่อนายทองดี ได้เป็น เจ้าเมือง พระยาพิชัย ก็ได้มา คารวะ ครูเมฆ และ แต่งตั้ง ให้ครูเมฆ เป็นกำนัน ปกครอง ตำบลท่าอิฐ ต่อไป อีกทั้ง ครูเมฆ ยังได้ ถ่ายทอดวิชา มวยไทย ( Muay Thai ) ให้แก่ ผู้สืบสกุล ต่อมา จนถึง ครูเอี่ยม ครูเอี่ยมนั้น ก็ถ่ายทอด มวยไทย ( Muay Thai ) แก่ผู้สืบสกุล คือ ครูเอม และ ครูเอม ก็ถ่ายทอด มวยไทย ( Muay Thai )  แก่ผู้สืบสกุล คือ ครูอัด  คงเกตุ ซึ่งเมื่อ ครูอัด  คงเกตุ และ ลูกศิษย์ มาชกมวย ในกรุงเทพฯ ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 ได้ใช้ซื่อ ค่ายมวยว่า เลือดคนดง

เอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา คือ การไหว้ครู จะไหว้ พระแม่ธรณี ก่อนทำ พิธีไหว้ครู การไหว้ ครูมวยท่าเสา จะไหว้ บรมครูก่อน นั่นก็คือ พระอิศวร เพราะถือว่า พระอิศวร เป็นผู้ประสิทธิ ประสาท วิชา ในการต่อสู้ แบบฉบับ มวยท่าเสา และ การกราบ พระรัตนตรัย จะกราบใน ทิศหรดี หรือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศ ที่ผีฟ้า ไม่ข้าม

 

การนับหน้าไหว้ครู ไปทาง ทิศตะวันออก ซึ่งเป็นไป ตามประเพณี ของพราหมณ์ ในการ ได้เห็นหน้า โบราณสถาน หรือ สถานที่ อันศักดิ์สิทธิ์ สอดคล้อง กับความเชื่อว่า บรมครูของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา มีพระอิศวร และ ทิศตะวันออก เป็นทิศที่พระอาทิตย์ ส่องแสง มายังโลก และ มวลมนุษย์ ก็เป็นสัญลักษณ์ ของวันใหม่ และ จุดเริ่มต้น ที่เป็นมงคล หรือ นักมวย ก่อนกราบ จะหันหน้า เข้าหา ดนตรี ปี่ กลอง เพราะถือว่าดนตรี ปี่ กลอง ได้ไหว้ครู หรือ พระอิศวรแล้ว เช่นกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา เป็นมวยโบราณของภาคเหนือ ที่มีเอกลักษณ์ และ โดดเด่นไม่น้อยเลย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ป้องกันออฟฟิศซินโดรมด้วย มวยไทย

คุณค่า ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai )

ป้องกันออฟฟิศซินโดรมด้วย มวยไทย

ป้องกันออฟฟิศซินโดรมด้วย มวยไทย

ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) เป็นอาการป่วย ที่มักจะเกิด กับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ เป็นส่วนใหญ่ และ โรคนี้ ไม่ได้ส่งอะไรร้ายแรงมาก แต่เป็นโรคที่ ส่งผลระยะยาว โดยเฉพาะ การใช้ชีวิต ในแต่ละวัน เพราะฉะนั้น เราจึงควรป้องกัน โรคออฟฟิศซินดดรม ด้วยการออกกำลังกาย อย่าง การใช้ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

 

ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) เป็นโรคที่ หนุ่มสาว ชาวออฟฟิศหลาย ๆ คน ต่างกลัว ที่จะเป็นโรคนี้ เนื่องจาก โรคนี้ เป็นโรค ที่ส่งผล ต่อการใช้ชีวิต ในระระยาว เนื่องจากการทำงาน การนั่งผิดท่าต่าง ๆ ทำให้ป่วย ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) และ ส่วนใหญ่ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ก็มักจะเกิดขึ้นกับ พนักงานออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น วัยไหน ก็สามารถ เกิดได้หมด ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่น หรือว่า วัยกลางคน และ วัยผู้ใหญ่ ก็ควรที่จะ มีการป้องกันเอาไว้ นะครับ เพราะการที่คุณ เป็นโรค ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ปัญหาด้านสุขภาพ และ ปัญหาการใช้ชีวิตต่างๆ ก็จะตามมาเช่นกัน ดังนั้น เราจึงควรที่จะ หาวิธีแก้ซึ่ง กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือว่า เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่ทำใหคุณนั้น ห่างไกลจาก ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ได้นั่นเองครับ อาการออฟฟิศซินโดรม

1. ปวดตามจุดต่าง ๆ

ซึ่งอาการของ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) นั้นจะมีอาการปวด ที่เป็นอาการปวดกว้าง ๆ ไม่สามารถบอกได้ว่า ปวดจุดไหน แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะปวดที่ บริเวณ คอ บ่า ไหล่ และ สะบัก

 

2. ปวดศีรษะ

อาหารปวกศีรษะ มาจากการที่ จ้องหน้าจอ เป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลให้ เกิดาการปวดศีรษะ และ อาจจะทำใ มีอารการ ปวดไมเกรน ตามมาด้วยว นะครับ 3. ปวดตึงที่ขาอาการปวดตึงที่ขา เกิดจากการนั่ง ท่าเดิม และ การนั่งผิดท่า เป็นเวลานาน ๆ ทำให้เกิดอาการชา อาการตึง เนื่องจาก เส้นเลือดถูกกดทับ จึงทำให้ เลือดมีการไหลเวียน ได้ไม่สะดวก นั่นเองครับ

 

มวยไทย ช่วยป้องกันได้อย่างไร

เนื่องจาก แนวทางการรักษา และ ป้องกัน ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ก็คือ การออกกำลังกาย แบบยืด และ เหยียด กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็น กีฬา และ เป็นการออกกำลังกานย ที่ต้อง มีการายืด และ เหยียดกล้ามเนื้อ ไปพร้อม ๆ กัน และ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็น อีกหนึ่งกีฬา ที่ต้องมีการยืด เหยียด และ ยังได้ฝึกความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ อีกด้วยนะครับ ดังนั้น หากต้องการ ป้องกัน การเกิดโรค ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) มวยไทย ( Muay Thai ) จึงถือได้ว่า เป็นตัวช่วยที่ดี เลยนะครับ ท่าที่ใช้ในการป้องกันโรค ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome )

1. ท่าหมัดตรง

แม้ว่าท่านี้ จะเป็นท่าง่าย ๆ ที่ไม่ได้ มีความซับซ้อนอะไร แต่ก็เป็นท่า ที่ช่วยได้เยอะมาก ๆ เพราะว่า การผล่อยหมัดตรงนั้น จะเป็นการ บริหารร่างกาย ใยส่วนของแขน และ สะบัก ทำให้ สะบักไม่ติด แบะ ยังเป็น การความแข็งแรง ให้กับ กล้ามเนื้อแขน อีกด้วยนะครับ

2. ท่าเตะกลางลำตัว

การป้องกัน โรคออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่ดีนั้น คือ เราจะต้อง มีการบริหารกล้ามเนื้อ ทั่งร่างกายของเรา การเตะนั้น จะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อหลัง และ สะโพก เนื่อง จาก การเตะนั้น จะต้องอาศัย การบิดตัว โดยใช้กล้ามเนื้อหลัง และ สะโพก หากกมีการ เตะ กระสอบทราย อยู่เป็นประจำ ก็จะช่วย บลดอาการ ปสดหลัง ได้เป็นอย่างดี แต่ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหน ที่มีอาการ ปวดหลังอยู่แล้ว ก็ควร ที่จะปรึกษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน นะครับ เพราะไม่อย่างงั้น ก็อาจจะทำให้ เป็นอันตรายได้ 

 

แม้ว่า สองท่านี้ จะดูเหมือนกับส่า ช่วยอะไรไม่ได้ หากเพื่อน ๆ  ได้ลองเรียน หรือ ลองซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อน ๆ ก็จะรู้เลยว่า เพียงแค่ สองท่านี้ ก็เพียงพอ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำไมต้องทานโปรตีนหลังซ้อม มวยไทย

คุณค่า ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย

คุณค่า ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai )

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะ การต่อสู้ ประจำชาติไทย ที่ถือเป็น มรดก ที่ตกทอด มาจาก บรรพบุรุษ ที่คนไทยนั้น สมควรจะ รู้จัก ที่จะศึกษา เพื่อเป็นการ สืบทอด อนุรักษ์ และ เผยแพร่ ให้คนรุ่นใหม่ สืบสาน ต่อไป ในอนาคต อีกยาวนาน

ผู้ที่ได้ รับการ ศึกษา ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจาก จะเป็น ผู้ที่ได้ ชื่อว่า รักษา มรดก ทางวัฒนธรรม ของชาติไทย ไว้แล้ว วิชา มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นวิชา ที่ทำให้ ผู้เรียนนั้น มีร่างกาย ที่แข็งแรง มีไหวพริบ ที่ดี ในการ ต่อสู้ สร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ตนเอง มีประโยชน์ ในการ ป้องกันตัว ทั้งตนเอง และ ผู้อื่นได้  และ สามารถ ใช้ประกอบ อาชีพได้ อีกด้วย

 

การสอน ของครูมวย จะต้องอบรม ให้ผู้เรียน วิชา มวยไทย ( Muay Thai ) มีศิลปะ ในการ ต่อสู้ มีจังหวะ ทั้งการรุก และ การรับ  ฝึกฝน ให้มี น้ำใจ เป็นนักกีฬา  รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพ ผู้ที่อาวุโสกว่า  ไม่รังแก คนที่อ่อนแอกวาา  ไม่ประมาท คู่ต่อสู้  และ มีเลือดนักสู้  ที่จะไม่ยอมแพ้ อย่างง่าย  ๆ  สิ่งเหล่านี้ ผู้สอน จะต้อง สร้างเสริม ปลูกฝัง  หลอมรวม  ให้กลายเป็น วิญญาณ ของนักสู้ นั่นเอง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะ การต่อสู้ ที่ทำ ให้คนเป็น นักสู้ อย่างมี ไหวพริบ ทั้งใน การรุก และ การรับ  ในเวลา ที่เผชิญหน้า กับอันตราย มีสติมั่นคง และคิดหาทาง ป้องกันตัว หรือ หลบหลีก อันตรายได้

ประโยชน์ ที่จะได้รับ จากการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้ร่างกาย มีสมรรถภาพที่ดี  สมส่วน  มีภูมิต้านทาน ของโรคที่สูง

2. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้มี จิตใจ ที่เข้มแข็ง  มีความสุขุม ความรอบคอบ มีความอดทน

3. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยป้องกันตัว และ เป็นประโยชน์ ต่อสังคม ในชีวิตจริง

4. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้มี ความเชื่อมั่น ต่อตนเอง มีระเบียบวินัย กล้าหาญ

5. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้ดำรง ศิลปะการต่อสู้ ประจำชาติไทย ให้คงอยู่ต่อ อีกยาวนาน

6. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้มี ไหวพริบที่ดี  เชาว์ปัญญา สามารถ แก้ปัญหา เฉพาะหน้าได้

7. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้มี ความเป็น สุภาพบุรุษ ไม่กระทำ ในสิ่งที่ สังคม ไม่ยอมรับ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่มีคุณค่า และมีประโยชน์ที่ดี ที่สมควรถูกรักษาเอาไว้ เพื่อในอนาคตภายภาคหน้า

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำไมต้องทานโปรตีนหลังซ้อม มวยไทย

นายขนมต้ม กับ มวยไทย ที่เลื่องลือมาช้านาน

ทำไมต้องทานโปรตีนหลังซ้อม มวยไทย

ทำไมต้องทานโปรตีนหลังซ้อม มวยไทย

หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เรามักจะได้ยินมาบ่อย ๆ ว่าให้ทานโปรตีนเยอะ ๆ หรือ ทานอกไก่ต้ม ทานไข่ต้ม ซึ่งอาหารเหล่านี้ ส่งผลอะไร ต่อการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ทำไมเราต้องทาน เป็นเพราะอะไรนั้น เราไปดูกันกันเลยครับ

 

ทานโปรตีน หลังจากการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นคำแนะนำ ที่เรามักจะได้ยินอยู่บ่อย ไม่ว่าจะเป็น จากเพื่อนร่วมคลาสเรียน คำแนะนำจากครูสอน มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ ไปอ่านมากอินเทอร์เน็ตก็ตาม Jaroeanthong Muay Thai Ratchada เชื่อว่า มีหลาย ๆ คนที่สงสัยว่าทำไมต้องทานโปรตีน ( Protein ) หลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนั้น เราไปดูกันเลย ว่าเพราะเหตุผล อะไรทำไมเราถึง ต้องทานโปรตีน( Protein ) หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )

 

 

1. สร้างกล้ามเนื้อ

การสร้างกล้ามเนื้อนั้น เป็นเรื่อง ที่หลาย ๆ คนรู้อยู่แล้ว่า โปรตีน ( Protein ) ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และ สาเหตุที่เรา ต้องทาน โปรตีน ( Protein ) หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็นเพราะว่า ในขณะ ที่เรากำลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ร่างกายของเรา ได้มีการเผาผลาญไขมัน และ สารอาหารอื่น ๆ ควยคู่ไปด้วย เพื่อให้เป็นพลังงาน กับร่างกาย เมื่อพังงานหลักหมดแล้ว ร่างกายของเรา จะมีการเผาผลาญ กล้ามเนื้อในร่างกาย เพื่อมาให้เป็นพลังงาน ดังนั้น การที่เราทานโปรตีน ( Protein ) เข้าไปก็เป็นเพราะว่า เพื่อเป็น การทดแทน โปรตีน ( Protein ) ในร่างกาย ที่เสียไป นั่นเองครับ

 

2. ลดอาการล้าหลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )

หลังจากซ้อม เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องออกแรงเยอะ และ ใช้พลังงานเยอะ ทำให้เหนื่อยมากกว่าปกติ ดังนั้น การทานโปรตีน ( Protein ) จะเป็นการเพิ่ม พลังงานให้กับร่างกาย และ กล้ามเนื้อ ของคุณ ทำให้มีแรงที่เพิ่มมากขึ้น และ ลดอาการล้า ได้เป็นอย่างดีนั่นเองครับ เพราะฉะนั้น การทานโปรตีน ( Protein ) หลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นเรื่อง ที่สำคัญมาก ๆ อีกทั้ง การทานโปรตีน ( Protein ) ยังช่วยลดอาการล้า อาการเหนื่อย ระหว่างวัน ได้อีกด้วยนะครับ

 

 

3. เพิ่มความอึด

เนื่องจาก มวลกล้ามเนื้อในร่างกาย ที่เพิ่มขึ้น ทำให้การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) มีความอึดขึ้นที่เพิ่มมากขึ้น นั่นเองครับ หากเพื่อน ๆ ต้องการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ให้นานมากขึ้น ก็ควรที่จะ ทานโปรตีน ( Protein ) หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ทุกครั้ง หรือ จะทานโปรตีน ( Protein ) ก่อนซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ได้นะครับ ก็จะเป็นการเพิ่มความอึด ที่มากขึ้นไปอีก

 

4. ลดน้ำหนักได้ดี

สิ่งสำคัญ ที่ต้องทานโปรตีน ( Protein ) หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นเพราะว่า การทาน โปรตีน ( Protein ) หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นจะช่วยลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก กล้ามเนื้อ ไปแทนที่ไขมัน  ไม่เพียงแต่ทำให้ น้ำหนักลดลงเท่านั้น นะครับ ยังทำให้หุ่นเปลี่ยนอีกด้วย นะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อ ๆ ที่ต้องการ ลดน้ำหนัก ให้เห็นผล การทานโปรตีน ( Protein ) หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยได้เลยเลยนะครับ

 

 

5. ร่างกายมีการฟื้นตัวได้ดี

เนื่องจากฟื้นตัวของร่างกาย ร่างกายจะใช้  โปรตีน ( Protein ) ในการสร้าง ซ่อมแซม และ ฟื้นฟูร่างกาย ดังนั้น เราต้องทานโปรตีน ( Protein ) หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ทุกครั้ง นั่นเองครับ 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

นายขนมต้ม กับ มวยไทย ที่เลื่องลือมาช้านาน

ปั้นกล้ามสวยด้วย มวยไทย

 

นายขนมต้ม กับ มวยไทย ที่เลื่องลือมาช้านาน

นายขนมต้ม กับ มวยไทย ที่เลื่องลือมาช้านาน

สำหรับคนไทยที่รู้จัก มวยไทย ( Muay Thai ) หรือไม่รู้จัก หลาย ๆ คนต้องรู้จัก นายขนมต้ม แน่นอน เพราะถือว่าเป็น คนไทย ที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบันกับ มวย ที่ใช้ในการต่อสู้กับชาวพม่า ในช่วงอดีตที่มีการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่านั้นเอง

 

รู้จัก นายขนมต้ม

มีการบันทึกไว้ ประมาณปี พ.ศ. 2293 ว่า นายขนมต้ม เป็นบุตรของนายเกิด และนางอี่ มีพี่สาวชื่อนางเอื้อย เกิดที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายขนมต้มมีชื่อเสียงใน เชิงมวย และ มวยไทย ( Muay Thai ) ปัจจุบันมีการกำหนดให้วันที่ 17 มีนาคม เป็น วันมวยไทย เพื่อเป็นเกียรติประวัติต่อ นักมวยไทย ( Muay Thai ) ที่เคยมีชื่อเสียงแก่ประวัติศาสตร์ไทย นอกจากนี้ ชาวพระนครศรีอยุธยาได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์นายขนมต้ม ไว้ที่บริเวณสนามกีฬากลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย ที่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคนพูดถึงอยู่ ไม่ขาดหาย มียิมฝึกสอน มวย ( Muay Thai ) มากมายในประเทศไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีความโดดเด่นด้านเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดของประเทศไทย ที่จะใช้หมัด , เท้า , ศอก , แขน, ท่อนล่าง , แข้ง , เข่า , ฝ่ามือ , ฝ่าเท้า , ศีรษะ และลำตัวในการต่อสู้ มวยไทย เป็นมรดกที่สืบทอดกันมานานตั้งแต่อดีต สามารถเป็นได้ทั้งศิลปะที่ใช้ในการต่อสู้ และป้องกันตัว แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอนว่า เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่ หรือในสมัยไหน แต่ถือว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับ ยูโดและคาราเต้ของญี่ปุ่น กังฟูของจีน และเทควันโดของเกาหลี มวยไทย สืบทอดมาจาก มวยโบราณ โดย มวยไทย มีความแต่งต่างในแต่ภาคของไทย โดยมีสายหลักๆ เช่น มวยท่าเสา (ภาคเหนือ) , มวยโคราช (ภาคอีสาน) , มวยไชยา (ภาคใต้) , มวยลพบุรีและมวยพระนคร (ภาคกลาง) เป็นต้น

มวยไทย ( Muay Thai ) มีวิวัฒนาการมาหลายชั่วอายุคน  หลายยุคหลายสมัย สำหรับ มวยไทย นั้นไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเป็นได้ ต้องได้รับการฝึกฝน ฝึกซ้อม เรียนรู้ก่อน ถึงจะสามารถเรียกไทยว่าเป็น มวยไทย ซึ่งเราก็ได้รับการฝึกสอนมาจาก ครูมวยไทย ที่ท่านจะสอนท่าทาง วินัย ทำให้เราเป็น มวยไทย ที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด โดยเราเคยมี ครูไทย ที่มีชชื่อเสียง และถูกจารึกไว้ดังนี้

 

ครูมวยไทย ที่มีชื่อเสียงใน ยุคอดีต

- กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

- ยัง หาญทะเล

- นิล ปักษี

- หลวงวิศาลดรุณกร (อั๋น สาริกบุตร)

- ครูสุนทร (กิมเส็ง) ทวีสิทธิ์ ค่ายทวีสิทธิ์

- ปรมาจารย์ตันกี้ ยนตรกิจ (เตี่ย) ค่ายยนตรกิจ

- ครูเขตร ศรียาภัย

ครูมวยไทย ที่มีชื่อเสียงใน ยุคปัจจุบัน

- ครูแสวง ศิริไปล่ (ว.พลศึกษา) - เสียชีวิตแล้ว

- ครูบัว วัดอิ่ม (วัดอิ่ม) - เสียชีวิตแล้ว

- ครูสนอง รักวานิช (ค่ายเมืองสุรินทร์) - เสียชีวิตแล้ว

- ครูไฉน ผ่องสุภา (ค่ายศศิประภายิม) - เสียชีวิตแล้ว

- ครูชาติชาย (สำนักดาบอาทมาฎนเรศวร)

- ครูวิชิต ชี้เชิญ

- ครูสงวน มีระหงษ์

- ครูปราโมทย์ หอยมุกข์ (ค่ายหนองกี่พาหุยุทธ์) บุรีรัมย์

- ครูเลาะห์ มะลิพันธ์ (ค่ายศิษย์ขุน) สงขลา

- ครูครื้น อรัญดร (ค่ายชำณาญวารี) หาดใหญ่

- ครูหมู ผุดผาดน้อย วรวุฒิ

- ครูชาญณรงค์ สุหงษา

- ครูอำนวย เกษบำรุง (โรงเรียนมวยไทยนานาชาติ) รังสิต

- ครูวิชิต ไพรอนันต์ (ฉลามขาว)

- ครู สุรัตน์ เสียงหล่อ (ค่ายเดชรัตน์)

- ครูยุทธนา วงษ์บ้านดู่

- ครูเล็ก (บ้านช่างไทย)

- ครูเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง

- ครูมัด (บ้านภูวศักดิ์)

- ครูอาจารย์ชัย ศิริสูตร

- ครูอำนาจ พุกศรีสุข

- ครูทวีพงษ์ ชัยกูล ลุงรักชาติราชบุรี (ศูนย์ศึกษาพาหุยุทธ์ชาวสยาม)

- ครูโด่ง รางพิกุลน้องโด่ง ดึงดาว

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

3 ท่ามวยไทยสลายไขมัน

ปั้นกล้ามสวยด้วย มวยไทย

ปั้นกล้ามสวยด้วย มวยไทย

ปั้นกล้ามสวยด้วย มวยไทย

ในปัจจุบัน การมีหุ่นที่ดี ถือว่าเป็นเรื่อง ที่ไม่ใคร ๆ ก็ต่างต้องการ เพราะด้วย กระแสของการดูแลสุขภาพ ทำให้ การมีหุ่นที่ดี โดยเฉพาะผู้ช้าย การมีกล้าม กลายเป็นเรื่อง ที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็ต้องการมี เพราะฉะนั้น วันนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ ไปปั้นกล้ามสวยด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

 

 

ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าใคร ๆ ก็ต่างมีความใฝ่ฝัน ที่อยากที่จะ มีหุ่นที่ดี หากเป็นผู้หญิง ก็อยากที่จะ มีกล้าหุ่นที่ดี ผอมเพรียว หรือ จะเป็นผู้ชายหลาย ๆ คนก็อยากที่จะมี กล้ามที่ เพราะด้วย เรื่องของ เทรนด์สุขภาพ ที่ทำมาแรงมาก ๆ และ เทรนด์การดูแลหุ่น ก็กำกำลัง เป็นที่นิยม จึงทำให้ผู้ชาย และ ผู้หญิง ไม่ว่าจะวัยไหน ๆ ก็ต่างอยากมี หุ่นที่ดี อยากมีกล้ามเนื้อ ที่สวยจึงทำให้ หาตัวช่วยต่าง ๆ เพื่อให้มีหุ่นที่ดี มีหุ่นที่สวย ก็คือ การเข้าฟิตเนส แต่วันนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ ไปมีหุ่นดี มีกล้ามสวย ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นย่างไร บ้างนั้น เราไปดูกัน เลยครับ

 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ปั้นกล้ามได้อย่างไร

มวยไทย ( Muay Thai )  อาจจะเป็นกีฬา ที่หลาย ๆ คนมองว่า เป็นกีฬาทั่วไป หรือ เป็นกีฬา ที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง เท่านั้น ไม่น่าช่วยให้มีกล้ามได้ ถ้าหากเพื่อน ๆ มองผ่าน ๆ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็คงจะเป็นอย่างนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยปั้นหกล้าม ให้สวยได้จริง ๆ ซึ่งกล้ามเนื้อ ที่มาจากการเล่น มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นจะไม่ใช่ กล้ามเนื้อ ที่เป็นกล้ามปู แต่หหุ่นที่เพื่อน ๆ จะได้นั้น จะเป็นแบบนายแบบแทน โดยเฉพาะ เพื่อน ๆ ที่เป็นผู้หญิง ที่ต้องการกระชับสัดส่วน ต้องการ ลีนหุ่น เราบอกได้เลยว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นตัวช่วยที่ดี มาก ๆ และ เป็นตัวช่วย ที่ทำให้เห็นผลเร็วอีกด้วย นะครับ

 

ทำไมต้องเป็น มวยไทย ( Muay Thai )

เราเชื่อว่า เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนก็คงจะมีสงสัย ว่าทำไมต้องเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการเวทเทรนนิ่ง ( Weight Training ) ไหมสาเหตุ ที่เป็น มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นเพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) มีการเผาผลาญ แคลอรี่ ที่สูงกว่า และ มีการใช้ร่างกาย ในทุก ๆ ส่วน และ ยังใช้กล้ามเนื้อ ไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย อีกทั้ง มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬา ที่ตอบโจทย์กว่า การออกกำลังกาย แบบอื่น ๆ และ แบบทั่วไป นั่นเองครับ เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ คนไหน ที่อยากเพิ่มกล้ามเนื้อ ไปด้วย และ ลีนไขมันไปด้วย การออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็คือว่า เป็นที่เรื่อง ที่ดี นะครับ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) สร้างกล้ามเนื้อส่วนไหนได้บ้าง

1. กล้ามเนื้อขา และ กล้ามเนื้อส่วนร่าง

ในส่วนแรก ก็จะเป็น การสร้างกล้ามเนื้อขา ก็เป็นเพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องมีการเตะ กระสอบทราย เพื่อเป็นการซ้อม เป็นการฝึกสร้าง กำลังขา เพราะฉะนั้น อย่างไรก็ตาม การเตะกระสอบทราย ก็เปรียบเสมือนกัน กับการออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อขา อย่างการ สควอท นั่นเองครับ

 

2. กล้ามแขน และ กล้ามเนื้อส่วนบน

กล้ามเนื้อ ส่วนบน และ กล้ามเนื้อแขน เป็นกล้ามเนื้อ ที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็อากมีเพราะเป็น กล้ามเนื้อ ที่เพิ่มความเท่ ให้กับหนุ่ม ๆ อย่างที่เราได้บอกไป นะครับว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องซ้อมคู่กับ กระสอบทราย แม้ว่ากระสอบทราย จะเป็นอุปกรณ์ที่ดูเหมือน จะไม่ได้ช่วยอะไร แต่จริง ๆ แล้วกระสอบทราย ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ได้ดีมาก ๆ เพราะว่า การที่เราชก หรือ การที่เราต่อกระสอบทราย เป็นเหมือนการ ออกกำลังกาย แบบออกแรงต้าน อย่างกายเวทเทรนนิ่ง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

3 ท่ามวยไทยสลายไขมัน

ก่อนซ้อมมวยไทย ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนซ้อมมวยไทย ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนซ้อมมวยไทย ต้องเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัว ก่อนเริ่มทำ กิจกรรมต่าง ๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องดี รวมถึงการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ก็ต้องต้อง มีการเตรียมตัวเหมือนกัน แม้ว่า การซ้อมจะดูเหมือน ไม่ได้ต้องมีอะไร มากมายก็ตามนะครับ ทุกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มซ้อม คุณ ก็ควรที่จะ มีการเตรียมตัว มาเป็นอย่างดีนะครับ

 

 

ไม่ว่าคุณ จะทำอะไรก็ตาม การเตรียมตัว ถือว่าเป็นเรื่อง ที่สำคัญมาก ๆ เพราะว่า การเตรียมตัว จะเป็นการ เพิ่มความพร้อม ให้คุณได้ถึง 50 % เลยทีเดียว หรือ แม้แต่กระทั่ง การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ก็ตาม การเตรียมตัว ถือว่าเป็นเรื่อง ที่ควรทำอย่างมากนะครับ ดังนั้น ทุกครั้งก่อนที่คุณ จะเริ่มซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) คุณจะต้องมีการเตรียมตัว ก่อนเสมอนะครับ ซึ่งวิธีการเตรียมตัวนั้น จะอะไร ปละ มีกี่ขั้นตอนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

 

 

1. อุปกรณ์ส่วนตัว

ขั้นตอนแรก ของการเตรียมตัว เพื่อซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ก็คือ การเตรียมอุปกรณ์ส่วนตัว ของตัวเองให้พร้อม ก่อนนะครับ โดยอุปกรณ์ส่วนตัวนั้น ก็จะมี น้ำดื่ม ผ้าขนหนู กางเกง นวม ผ้าพันมือ น้ำมันมวย ครีมนวด แองเกิล เสื้อ หากเป็นผู้หญิง ก็ควรที่มีสปอร์ตบรา ด้วยนะครับ และ อาหาร เพื่อทานรองท้อง ก่อนซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ผู้ซ้อมที่ดี จะต้องมีการ เตรียมอุปกรณ์ ส่วนตัวของตัวเอง ให้พร้อมนะครับ แม้ว่าบางอย่าง จสามารถยืมกันได้ก็ตาม แต่คุณก็ควรที่จะ มีการเตรียมไปเอง จะดีกว่า นะครับ

 

 

2. หาอาหารรองท้อง

ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อน ๆ คนวรตระหนักเอาไว้เสมอ ว่าก่อนซ้อมนั้น จะต้องหาอาหาร รองท้องก่อนเสมอ แม้ว่าคุณจะซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อลดน้ำหนักก็ตาม นะครับ การที่คุณ ทานอาหาร รองท้องมาก่อนนั้น จะช่วยให้คุณ ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ได้ดีขึ้น เพราะมีพลังงาน จากอาหารที่ทานรองท้องเข้าไป หากคุณ ไม่ทานอาหาร หรือ หาอะไร รองท้องมาก่อนแล้วหล่ะก็ การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นไปได้ยาก เพราะว่าคุณ ไม่มีแรงในการซ้อม ดังนั้น ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกครั้ง ก็ควรทานอาหาร รองท้องก่อนซ้อมเสมอ นะครับ

 

 

3. นอนให้พอ

การนอน ส่งผลมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม โดยเฉพาะ การที่ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพราะหากคุณ นอนไม่พอแล้วมาซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) สิ่งที่คุณ จะได้รับก็คือ ความเหนื่อย ความอ่อนเพลีย และ หากวันนั้น คุณมีการทำงานด้วยมาก่อนหน้านี้ด้วย คุณก็จะมีอาการ เหนื่อยมากกว่าเดิม นะครับ เนื่องจาก ร่างกายของคุณนั้น มีการพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้น หากคุณรู้ว่า คุณมีโปรแกรม ที่จะต้อง มีการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) นั้นคุณก็ควรที่จะ มีการพักผ่อน ให้เพียงพอ นะครับ ไม่อย่างนั้น การ การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ของคุณ จะเหนื่อยมาก ๆ และ การซ้อมก็อาจจะไม่มีประสิทลดลง ได้อีกด้วยนะครับ

 

 

4. เตรียมใจให้พร้อม

ข้อนี้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่อ่านก็คงจะรู้สึกว่า การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องหนัก จะต้องโหดแน่ ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ก็ไม่ได้โหดขนาดนั้น นะครับ แต่การที่คุณ ต้องเตรียมใจ ก็เป็นเพราะว่า คุณต้องเตรียมใจ ในความเหนื่อย จากการซ้อม การซ้อมที่หนัก เป็นเรื่อปกติอยู่แล้วนะครับ ดังนั้น ก่อนซ้อมทุกครั้ง ก็ต้องเตรียมตัว เตรียมใจให้ดี ๆ นะครับ

 

อย่างที่เราบอกนะครับ ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกครั้ง ก็ควรที่จะ มีการเตรียมตัว เตรียมร่างกายให้ดี ก่อนนะครับ เพราะไม่อย่างงั้น การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ของคุณ ก็อาจจะเป็นเรื่อง ที่ยากมาก ๆ นะครับ และ การที่คุณ เตรียมตัวมาไม่ดี ก็จะไปรบกวน เพื่อน ๆ ที่มาซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) อีกด้วย นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ในสมัย รัชกาลที่ 1

ประโยชน์ ที่ได้จากการฝึกมวยไทย

ประโยชน์ ที่ได้จากการฝึกมวยไทย

ประโยชน์ ที่ได้จากการฝึกมวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai )  ถือว่า เป็นกิจกรรม ที่ใครหลาย ๆ คน มีความสนใจ อยากเล่น อยากซศึกษา กีฬามวยไทย กีฬามวยไทย ไม่เพียงแต่ เป็นศิลปะการต่อสู้ เท่านั้น นะครับ แต่มีประโยชน์ในด้าน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่า เป็นอีกหนึ่ง กีฬา ที่ได้รับ ความนิยมตลอดกาย ไม่ว่าช่วงเวลา ไปนานเท่าไหร่ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ยังคงเป็น กีฬา ที่ได้รับความนิยม อยู่เหมือนเดิม นอกจากนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬา ที่ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเล่นได้ จึงทำให้ เป็นที่นิยม อย่างมาก และ การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ยังมีประโยชน์ ต่าง ๆ มากมาย ที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ โดยส่วนใหญ่แล้ว คนทั่วไป ก็จะรู้ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่เป็น ศิลปะ ป้องกันตัว ก็ถือว่าใช่ แต่อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ จากการฝึก มีมากกว่า ที่เราคิด นะครับ ดังนั้น เราไปดูกัน ว่ามวยไทย ( Muay Thai ) ให้ปนะโยชน์ อะไร กับเราได้บ้าง

 

 

1. เพิ่มความแข็งแรง ของร่างกาย และ กล้ามเนื้อ

เนื่องจาก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้อง มีการใช้ร่างกาย ใช้กล้ามเนื้อ ในการเตะ การต่อ การหลบหมัด อะไรต่าง ๆ ทำให้ผู้ฝึก ได้ใชร่างกาย ในการฝึก และ สิ่งที่ได้ ก็คือ ในเรื่องของความแข็งแรง ของร่างกาย และ กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อ มีความกระชับ ไม่ต่างอะไร กับ การที่เรา ออกกำลังกาย เวทเทรนนิ่ง ( Weight Training ) เลยนะครับ

 

2. เผาผลาญไขมัน

สำหรับ เพื่อน ๆ คนไหน ที่ต้องการ ลดไขมัน ลดน้ำหนัก ทางเรา บอกได้เลยครับว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นตัวเลือกที่ดี ในการลดน้ำหนัก เพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการออกกำลังกาย คาร์ดิโอแบบ HIT ที่ต้องมีการใช้ร่างกาย อย่างหนัก ในเวลาสั้น ๆ และ เป็นการ คาร์ดิโอ ที่มีความเข้มข้นสูง ทำให้ร่างกาย ทำให้ร่างกาย มีการเผาผลาญพลังงาน ได้พอ ๆ กับการวิ่ง จ็อกกิ้ง นะครับ และ ยังดีต่อคนที่ชอบคสร์โอ แบบเร็ว ๆ ใช้เวลาไม่นาน

 

 

3. เฟิร์มหุ่น

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหน ที่อยากจะลีนหุ่น อยากมีกล้ามชัด ๆ มีซิกแพค มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่า เป็นกีฬา อีกหนึ่งประเภท ที่ทำให้ ผู้ซ้อม สามารถลีหุ่น ได้ดี และ ลีนหุ่นได้เร็ว ทำให้เพื่อน ๆ คนไหน เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai )  ต้องมีการเตะ การต่อย ทำให้กล้ามเนื้อ ได้มีการพัฒนา และ ทำให้หุ่น เฟิร์มขึ้น และ ที่สำคัญ ช่วยเผาผลาญ ไขมัน ได้เป็นอย่างดี

 

4. กนะตุ้นการไหลเวียนเลือด

การออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้ร่างกาย ของเรา มีการไหลเวียนเลือด ได้เป็นอย่างดี และ ยังส่งผลดี ต่อหัวใจ ของเราอีกด้วย นะครับ

 

 

5. ฝึกการเคลื่อนไหว

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้อง มีการใช้ ร่างกายในการเคลื่นไหว ใช้ร่างกายในการ หลบหลีก นอกจากนี้ ยังช่วยให้เรา มีการเคลื่อนไหว ได้ดีรวดเร็ว กระฉับกระเฉง เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ร่างกาย ในทุกส่วน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทรนเนอร์ส่วนตัว ช่วยฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นไหม

สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย มาตรฐานสากล เป็นอย่างไร

มวยไทย

มวยไทย ในสมัย รัชกาลที่ 1

มวยไทย เป็นประวัติศาสตร์ อันยาวนาน เริ่มมี และ ใช้กัน ในการสงคราม ในสมัยก่อน จนปัจจุบัน มีการดัดแปลง มวยไทย เป็นการกีฬา ออกกำลังกาย โดยมี การใช้นวม เพื่อป้องกัน การอันตราย ที่เกิดขึ้น อีกทั้ง มวยไทย ยังได้ชื่อว่า ศาสตร์การโจมตีทั้งแปด

 

มวยไทย มีมาหลายยุค หลายสมัย และ ในบทความนี้ จะพูดถึง มวยไทย ในสมัย รัชกาลที่ 1 ว่ามีความเป็นมา อย่างไรบ้าง

มวยไทย สมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ( พ.ศ.2325 – 2352 )

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์ แห่งราชวงศ์จักรี ได้สถาปนา กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานี ในปี พ.ศ. 2325 หลักฐาน ที่เก่าแก่ที่สุด ในสมัยนี้ ได้แก่ กฎหมายตราสามดวง ซึ่งมีมา แต่ครั้ง กรุงศรีอยุธยา และ ชำระเมื่อ พ.ศ. 2347 ซึ่งได้กล่าว ถึงการตีมวย และ ปล้ำกันไว้ ในพระอัยการเบ็ดเสร็จ อันเป็นสาเหตุ แห่งการทะเลาะ วิวาทกัน การนิยม ชกมวยไทย คงมีอยู่ทั่วไป จึงทำให้ ชาวต่างชาติ สนใจเข้ามา ท้าชกพนัน ดังปรากฏ ในประวัติศาสตร์

 

พระองค์ ทรงฝึกหัดมวยไทย มาตั้งแต่ ยังทรงพระเยาว์ และ ทรงสนพระทัย ในการเสด็จ ทอดพระเนตร การแข่งขัน ชกมวยไทย อยู่เสมอ ในปี พ.ศ.2331 พ่อค้าชาวฝรั่งเศส สองพี่น้อง เดินทางไป ค้าขายทั่วโลก ด้วยเรือกำบั่น คนน้อง เป็นนักมวย ฝีมือดี เที่ยวพนัน ชกมวย มาหลายเมือง เมื่อเดินทาง มาถึงกรุงเทพมหานคร จึงได้ล่ามกราบเรียน พระยาพระคลัง ขอชกมวย พนันกับคนไทย พระยาพระคลัง ได้นำความขึ้น กราบทูลรัชกาลที่ ๑ พระองค์ทรงตรัส ปรึกษากับ กรมพระราชวังบวรพระอนุชา ซึ่งเป็น ผู้มีฝีมือ มวยไทย และ คุมกรมมวยหลวง อยู่ในขณะนั้น รับตกลง พนันกันเป็นเงิน 50 ชั่ง

 

กรมพระราชวังบวร คัดเลือก ทนายเลือกวังหน้า ฝีมือดี ชื่อหมื่นผลาญ ต่อสู้กับ นักมวยฝรั่งเศส ครั้งนี้ สังเวียนการแข่งขัน จัดสร้างขึ้น ที่สนามหลัง วัดพระแก้ว โดยใช้ เชือกเส้นเดียว ผูกกับเสา 4 ต้น สูงประมาณ 70 เซนติเมตร ขึงกั้น บริเวณเป็น สี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณ ด้านละ 20 เมตร ด้านหน้า ปลูกพลับพลา ที่ประทับ กติกาการแข่งขัน ไม่มีการให้คะแนน ชกกันจนกว่า จะแพ้ชนะกัน โดยเด็ดขาด เมื่อใกล้ เวลาชก ทรงตรัสสั่ง ให้แต่งตัว หมื่นผลาญ ด้วยการชโลม น้ำมันว่านยา ตามร่างกาย ผูกประเจียด เครื่องรางของขลัง ที่ต้นแขน แล้วให้ขี่คอ คนมาส่ง ถึงสังเวียน เมื่อการแข่งขัน เริ่มขึ้น ฝรั่งได้เปรียบ รูปร่าง เข้าประชิดตัว พยายาม จะปล้ำ เพื่อหักคอ และ ไหปลาร้า หมื่นผลาญ พยายามปิดป้อง ปัดเปิด สลับกับเตะถีบ ชิงต่อย แล้วถอยวนหนี ยิ่งชกนาน ฝรั่งยิ่งเสียเปรียบ เพราะทำอะไรไม่ได้ ฝรั่งพี่ชาย เห็นว่า ถ้าชกต่อไป น้องชาย คงเสียเปรียบแน่ จึงตัดสินใจ กระโดดเข้าไป ขวางกั้น ไม่ให้หมื่นผลาญถอยหนี การกระทำ เหมือนช่วยกัน จึงเกิดมวยหมู่ระหว่างพวกฝรั่ง กับพวกทนายเลือก ฝรั่งบาดเจ็บหลายคน รัชกาลที่ 1 พระราชทาน หมอยา หมอนวด ไปรักษาพยาบาล เมื่อหายดีแล้ว ฝรั่งเศสสองพี่น้อง ก็ออกเรือกลับไป

 

การชก มวยไทย ในสมัยก่อน จะสวมมงคลไว้ที่ศีรษะ มีกลวิธีการรับ เพื่อปกปิดร่างกาย ส่วนคนดูสนุกสนาน พร้อมกับเสียงเชียร์สนั่น รอบสนาม นักมวยเจ็บตัวกันทั้งสองฝ่าย ใครชนะก็ได้รางวัล การชกมวย ในสมัยนี้ มักจะเรียกชื่ออย่างเดิม ที่เคยเรียกมาครั้งกรุงศรีอยุธยา คือ มวย มวยปล้ำ ตีมวย ต่อยมวย เป็นต้น

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ถุงถ่วงน้ำหนัก สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )

ข้อดีของมวยไทย สำหรับผู้สูงวัย

ถุงถ่วงน้ำหนัก สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )

ถุงถ่วงน้ำหนัก สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ คนไหนที่เคยเห็น นักมวย ไม่ว่าจะเป็นกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล ที่เวลาฝึกกันมักจะใส่ ถุงถ่วงน้ำหนัก กันบ้างไหมคะ แล้ว เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่า ถุงถ่วงน้ำหนัก สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น มีประโยชน์อย่างไร

 

การออกกำลังกายนั้น มีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงวิธีออกกำลังกาย ที่สามารถทำที่บ้าน และ ทำได้บ่อย ๆ ด้วยการใช้พื้นที่ ภายในบ้านไม่มากนัก นอกเหนือจาก เครื่องออกกำลังกายต่าง ๆ ที่ใช้ตามฟิตเนต หลากหลายชนิดแล้ว ยังมีวิธีออกกำลังกายด้วย ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) ซึ่งควรศึกษา และ ทำความเข้าใจ กับท่าการออกกำลังกายให้ถูกต้อง จึงจะได้ประโยชน์ กับร่างกายอย่างแท้จริง

 

 

1. เพิ่มกำลังให้กับร่างกาย

การใส่ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) จะทำให้ร่างกายหนักขึ้น หรือ หากใส่เป็นส่วน ๆ ก็จะหนักเป็นส่วน ๆ ไป เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ที่นักมวยสามารถ ต่อยได้ให้ครบกำหนด เพราะหากเราจะต่อย ให้หนักขึ้น และสามารถรู้สึกได้เลยหลังถอด ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) แล้วลองต่อยกระสอบทรายอีกครั้ง จะเห็นผลทันทีว่า เราสามารถต่อยได้เร็วขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

 

2. เพิ่มความเร็วในการปล่อยอาวุธ แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai )

แน่นอนเราคงเคยเห็น ในการ์ตูน ที่ฝึกวิชาแล้วมี ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) เพื่อให้ร่างกายนั้นแล้วขึ้น อยากจะบอกว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะ เวลาเรารับอะไรหนัก ๆ แล้ว พอปล่อย หรือ ถอดออก จะทำให้ร่างกายเบา และ รู้สึกได้เลยว่า อาวุธที่ปล่อยออกไป นั้น แรง เร็ว ไว ขึ้นมาก

 

3. เพิ่มความแรงของอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai )

ความแรง จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่เราถ่วง ว่าเราถ่วง มากน้อยแค่ไหน มวยไทย ( Muay Thai ) เค้าฝึกแบบนี้จริง ๆ หน้าอยากจะให้อาวุธของเราแรงขึ้น ก็ยิ่งถ่วงเยอะ แต่จะเสียพลังงาน มากพอสมควร

 

4. ฝึกร่างกาย

หากเราอยากจะวิ่ง เพื่อให้ถ่วงน้ำหนักจริง ๆ เราถ่วงไปที่ข้อเท้า และ วิ่งในระยะทางที่กำหนด จะสังเกตได้ว่าหนักมวยที่วิ่ง แล้วใส่ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ลดน้ำหนักเร็วขึ้น อึดขึ้น สามารถชกมวยได้นานขึ้น และ สร้างกล้ามเนื้อได้ดีมาก

 

5. ฝึกความรวดเร็ว

มวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องถ่วงน้ำหนัก ไปที่ข้อเท้า กระโดดเพื่อทำฟุตเวิรค์ เพื่อหาจังหวะการปล่อยอาวุธ เพราะฉะนั้นแล้ว ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) สามารถทำให้กระโดดได้เร็ว สูง และ กระโดดฟุตเวิรค์ ได้อย่างไม่เหนื่อยอีกด้วย

 

 

ข้อควรระวังในการใช้ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band )

การใช้ถุงถ่วงน้ำหนักก็ดี หรือ ชุดถ่วงก็ดี ต้องระวัง ถึงเรื่องกระดูก เพราะอาจจะทำให้ กระดูกเคลื่อนได้ และ หากเราถ่วงไปแล้วออกกำลังกาย ไม่รู้ลิมิตของตัวเอง ก็อาจจะทำให้เกิดอันตราย ต่อร่างกายได้ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) เป็นผลดี ในเรื่องของการ เพิ่มความเร็ว เพิ่มความแรง ดังนั้น ต้องศึกษาให้ดีที่สุด นะคะ

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) สำหรับ นักกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

 

3 ท่ามวยไทยสลายไขมัน

3 ท่ามวยไทยสลายไขมัน

สำหรับการออกกำลัง ที่ช่วยในการเบิร์นไขมันได้ดี ก็คงจะหนีไม่พ้น กีฬายอดฮิตอย่าง กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่เรากต่างรู้ดี ว่าเป็นกีฬา ที่ช่วยเบิร์นไขมัน ในร่างกายของเรา ได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับใครที่ไปออกกำลังกาย แล้วรู้สึกว่า การออกกำลังกาย ที่เป็นอยู่นั้น ซ้ำซาก น่าเบื่อ ทำให้การออกกำละงกาย ไม่สนุกอีกต่อไป และ รู้สึกว่า การออกกำลังกาย ที่ทำอยู่นั้น รู้สึกว่า ไขมันไม่ลด น้ำหนักไม่ลง เราอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาลองดูใหม่ กับการออกกำลังกาย ที่ชื่อว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ที่จะทำให้การออกกำลังกาย สนุกขึ้น ไม่น่าเบื่อ ไม่ซ้ำจำเจ อีกทั้ง มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬาที่ เบิร์นไขมันในร่างกาย ของเราได้เป็นอย่างดี และ ยังเป็นการพิสูจน์ ว่ามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ทำให้น้ำหนักของเรา ลดจริงไหม เพื่อน ๆ ที่อยากเริ่มฝึก จะมีท่าไหนบ้าง ไปดูกัน

 

1. ท่าซิทอัพ ( Sit Up )

มาเริ่มกันที่ท่าแรก กับท่าซิทอัพ ( Sit Up ) ท่านี้ เป็นการผสมผสาน ระหว่าง การออกกำลังกายพื้นฐาน ที่ทุกคนคุ้นเคย กันเป็นอย่างดี ที่เป็นการซิทอัพ ( Sit Up ) และ ผสมกับบการออกหมัด 1 – 2 ครั้ง ท่านี้ก็เป็นท่าที่ง่าย ไม่ว่าใคร ก็สามารถทำได้ โดยท่านี้ เริ่มต้นจาก การนอนราบลงกับพื้น ทำท่าเหมือนกับ การซิท ( Sit Up )อัพทุกอย่างเลย แต่ในขณะ ที่ลุกขึ้นมาจะต่างจาก การซิทอัท  ( Sit Up )ตรงที่ท่าซิทอัพ ( Sit Up ) จะต้องปล่อยหมัดออกไป โดยการที่เรา ต้องออกหมัด ซ้าย ขวา สลับกัน อย่างรวดเร็ว ที่ก่อนที่ จะเอนตัวลงนอนราบ กลับสู่ท่าเดิม การท่าซิทอัพ ( Sit Up ) จะทำประมาณ 15 ครั้ง ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

 

2. ลุกนั่ง และ อัปเปอร์คัท

โดยท่า เป็นท่าที่สาว ๆ และ หนุ่ม ๆ หลายคน คุ้นเคยกันดี เพราะท่านี้ เรียกได้ว่า เป็นท่าปราบเซียน ของการออกกำลังกาย โดยความสำคัญ ของลุกนั่ง และ อัปเปอร์คัท จะโฟกัสไปที่ การชกจากล่างขึ้นบน เพื่อเป็นการโจมตี คู่ต่อสู้ โดยลุกนั่ง และ อัปเปอร์คัท เริ่มต้นจากการที่วางขา ให้กว้างกับหัวไหล่ พร้อมกับตั้งการ์ด ให้อยู่ในท่าเตรียม หลังจากนั้น เราก็ค่อย ๆ ย่อตัวลงช้า ๆ พร้อมกับที่เรา ตั้งการ์ดอยู่ และ ลุกขึ้นพร้อมกับ การปล่อยหมัด ข้างที่เราถนัด พอสุดแล้ว ก็ให้เรา ปล่อยหมัดอีกข้างนึง ตามไปทันที โดยลุกนั่ง และ อัปเปอร์คัท เราจะทำทั้งหมด 5 เซ็ต เซ็ตละ 20 – 30 วินาที นะครับ

3. หมัดเย็บท่าหมัดเย็บคู่นั้น

เป็นท่าพื้นซาน ที่หลาย ๆ คนรู้จักดีอยู่แล้ว โดยปกติแล้ว ท่าเย็บ เราจะเย็บทีละครั้ง แต่ครั้งนี้ เราจะปล่อยหมัดเย็บออกมา ข้างละ 2 ครั้งรัว ๆ ติด ๆ กัน และ อีกหมัดอีกข้าง ปล่อยหมัด ครั้งเดียว ตัวอย่าง ของท่าหมัดเย็บคู่ ปล่อยหมัดขวา ออกชกกระสอบทราย 2 ครั้ง และ ปล่อยหมัดซ้าย ออกไปชกกระสอบ 1 ครั้ง โดยการที่ปบ่อยมัดครบ เราจะนับเป็น 1 ครั้ง ทั้งหมด ข้างละ 5 ครั้งสลับกัน โดยเราจะทำทั้งหมด 3 เซ็ต

  

ท่าออกกำลังกาย ที่เราได้แนะนำทั้งหมด 3 ท่านั้น จะทำให้เรา สามารถออกกำลังกาย และ โดนกล้ามเนื้อ ทุกสัดส่วน ได้ตั้งแต่ กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อหลัว และ กล้ามเนื้อหน้าท้อง ทั้ง หด 3 ท่านี้ เป็นท่าเบิร์นไขมัน ให้กับร่างกาย ของเรา ได้เป็นอย่างดี

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การฝึก กระโดดเชือก ในกีฬา มวยไทย มีประโยชน์อย่างไร

มวยไทยตัวช่วยในการควบคุมอารมณ์

ข้อดีของมวยไทย สำหรับผู้สูงวัย

ข้อดีของมวยไทย สำหรับผู้สูงวัย

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ทุกเพศทุกวัย สามารถใช้ กีฬาประเภทนี้ ในการออกกำลังได้ โดยเฉพาะ ในผู้สูงอายุ การออกกำลังกาย ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างหนึ่ง เพราะการออกกำลังกาย ในผู้สูงอายุ ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด ทำงานดีดีขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความแข็งแรง ให้กับร่างกาย ได้ดีอีกด้วย

 

 

เนื่องจาก การออกกำลังกาย กำลังเป็นที่ยิม เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ การออกกำลังกาย เพื่อการลดน้ำหนัก เป็นเรื่องที่ ผู้คนต่างให้ความสำคัญ เป็นอย่างมาก หากพูดถึงกีฬา ที่ช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี ก็คงจะไม่พ้น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากนี้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังมีจุดเด่น ในเรื่องการป้องกันตัว แต่สำหรับ ผู้สูงอายุนั้น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือว่า เป็นกีฬา อีกหนึ่งปนะเภท ที่น่าเล่น และ ออกกำลังกาย

 

นอกจากนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับผู้สูงอายุ ยังมีข้อดีในการ ในเรื่องของการ ป้องกันตัว เป็นการพลิกแพง ทำเราสามารถ ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อป้องกันตัว ได้อีกด้วยนะครับ เราไปดูกันว่า ผู้สูงอายุ ที่ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) ในการออกกำลังกาย จะมีข้ออะไรบ้าง

 

1. ช่วยเพิ่ม ความแข็งแรง ให้กับร่างกาย

สำหรับผู้สูงอายุนั้น การออกกลังกาย ถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะว่า ยิ่งเราอายุมากขึ้น ความแข็งแรง ในร่างกายของเรา ก็จะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ดังนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) จังเป็นทางเลือกที่ดี ในการที่เรา จะใช้เพื่อออกกำลังกาย และ สร้างความแข็งแรง ให้กับร่างกายของเรา ทั้งนี้ การใช้มวยไทย ( Muay Thai ) ในการออกกำลัง ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรง ในส่วนของ กระดูก และ ข้อต่อ ที่อยู่ในร่างกายของเรา ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นกีฬา ที่เราแนะนำ ให้ผู้สูงอายุหลาย ๆ คนใช้เพื่อ ออกกำลังกาย

 

2. ฝึกความยืดหยุ่นของร่างกาย

เนื่องจากกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่เราต้องใช้ ทุกส่วนของร่างกาย ทำให้การออกกำลังกาย ด้วยมวยไทย ( Muay Thai ) จึงทำให้ร่างกายของเรา ได้รับความยืดหยุ่น จากการเตะ การต่อย การใช้ศอก จึงทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุ มีความยืดหยุ่นที่มากขึ้น นั่นเองครับ การที่ผู้สูงอายุ ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) ในการออกกำลังกาย ผู้สูงอายุคนนั้น จะมีร่างกาย ที่แข็งแรงกว่า ผู้สูงอายุ ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ด้วยมวยไทย ( Muay Thai )

 

3. เพิ่มระบบไหลเวียนของเลือด

สำหรับ ผู้สูงอายุนั้น ระบบไหลของเลือดในร่างกาย ถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ และ การที่ที่ จะทำให้ร่างกาย ของเราสามารถไหลเวียนเลือด ได้ดีที่สุด ก็คือ การออกกำลังกาย และ ยิ่งเป็น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยิ่งทำให้เราระบบไหลเวียนโลหิต ในร่างกายของเรา สามารถทำงานได้ดีขึ้น ร่างกายสามารถสูบฉีดโลหิต ได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น การเพิ่มระบบ ไหลเวียนโลหิตให้กับร่างกาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ควรใช้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

4. ส่งเสริม การทำงานของของระบบหายใจ

สำหรับผู้สูงอายุบางคน เมื่ออายุเยอะขึ้น ก็อาจจะเหนื่อยง่าย เพื่อให้ปอดสามารถทงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานได้อย่างเต็มที่ ผู้สูงอายุ ก็ควรที่จะมีการออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้ตัวเองเหนื่อยง่าย และ กีฬาที่ช่วยเพิ่ม การทำงานของระบบทางเดิน หายใจได้เป็นอย่างดี ก็คือ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่ทำให้ผู้สูงอายุ ได้ออกแรง และ ยังดีต่อ สุขภาพหัวใจ อีกด้วย นะครับ  

 

การออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุ เป็นที่จำเป็น และ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพ การทำงานในร่างกาย ทำให้ร่างกายของเรา มีระบบ การทำงานที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต ด้านร่างกาย เป็นด้วย ซึ่งกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ดี และ มีประโยชน์ ต่อร่างกายของเรา เป็นอย่างมาก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ฉบับลพบุรี เป็นอย่างไรต่างจาก มวยไทย ธรรมดาหรือไม่

Muay Thai ที่ให้มากว่าการออกกำลังกาย jareonthong muaythai ratchada

สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย มาตรฐานสากล เป็นอย่างไร

สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย มาตรฐานสากล เป็นอย่างไร

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ แฟน ๆ ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) วันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่อง สำคัญ ๆ อีกหนึ่งเรื่องนั้นก็คือ สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย นั่นเองค่ะ ว่า มาตรฐานสากล นั้นเป็นอย่างไรตามมาอ่านบทความนี้กันได้เลยค่ะ

 

หากกล่าวถึงรูปแบบ การจัดชก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ได้มีการปรับเปลี่ยน ไปตามยุคสมัยเช่นเดียวกัน ในสมัยก่อน สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) นั้นเป็นสนามจริง ๆ โดยเอาเชือกมากั้นพอเป็นบริเวณ แล้วชกกันบนพื้นดิน ใช้จอก หรือ กะลา เจาะรูลอยน้ำ เป็นมาตรากำหนดเวลา จมครั้งหนึ่งเรียกว่ายกหนึ่ง จนต่อมาเริ่มสร้างเวทีขึ้น โดยพื้นใช้ไม้กระดาน เสื่อเป็นแบบเสื่อกระจูดทับข้างบน มีการนับโดยจับเวลาเป็นนาที จนพัฒนามาเรื่อย ๆ กลายเป็น สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสนามกีฬา สำหรับใช้การแข่งขัน กีฬามวย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล โดยส่วนมากแล้ว สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) มักจะเป็นสนามกีฬาในร่ม เว้นแต่สังเวียนมวยชั่วคราว ที่จะตั้งอยู่ข้างนอก ซึ่ง สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ที่จะใช้ทำการแข่งขัน จะมีมาตรฐานตามที่ AIBA ( สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ ) กำหนดไว้

 

ตามหลัก กติกาสากลแล้ว สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ที่ได้มาตรฐาน จะต้องมีลักษณะดังนี้

1. สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเล็กด้านละ 20 ฟุต ขนาดใหญ่ด้านละ 24 ฟุต วัดจากข้างในเส้นเชือก และ พื้นเวทีสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3 ฟุต แต่ห้ามเกิน 4 ฟุต

 

2. เชือกกั้น ต้องมีเชือก 4 เส้น และ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ของเชือกไม่ต่ำกว่า 1.5 นิ้ว โดยจะขึงติดกับเสาที่มุม สูงจากพื้นเวทีขึ้นไป 16, 32, 48 และ 60 นิ้ว ตามลำดับ ทั้งนี้ให้หุ้มเชือกด้วยวัสดุ ที่มีความอ่อนนุ่ม และ เรียบ ส่วนที่มุมเชือกด้านใน ต้องหุ้มด้วยวัสดุอย่างอ่อน และ เชือกในแต่ละด้าน ของ สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) จะต้องผูกยึดกัน ด้วยผ้าเหนียวสองชิ้น โดยมีขนาดกว้าง 1-1.5 นิ้ว และ มีระยะห่างที่เท่ากัน ซึ่งผ้าที่ผูกนั้น ต้องไม่ลื่นไปตามเชือก

 

3. พื้นเวที หรือ พื้นสนาม ต้องมีความปลอดภัย ได้ระดับ ไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ และ ต้องยื่นออกไปนอกเชือก อย่างน้อย 20 นิ้ว และ ต้องปูด้วยผ้าสักหลาด ยาง หรือวัสดุอื่น ๆ ที่เหมาะสม โดยจะต้องมีลักษณะยืดหยุ่นได้ และ มีความหนาไม่น้อยกว่า 1.5 นิ้ว พร้อมปูทับด้วย ผ้าตึงคลุมพื้นเวทีทั้งหมด

 

4. มุม สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ต้องตั้งเสาที่มุมทั้งสี่มุม โดยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว และ สูงขึ้นไปจากเวที 60 นิ้ว พร้อมทั้งหุ้มนวมที่มุมภายในเชือก ให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย กับนักมวย และ มุมแดง จะอยู่ใกล้กับประธานกรรมการ ควบคุมการแข่งขัน หรือ ประธานคณะลูกขุน

 

5. บันได จะมี 3 บันได และ ต้องมีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 3 ฟุต ไว้ที่มุมต้องข้ามของ สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) สองบันได เพื่อให้นักมวย และ พี่เลี้ยงขึ้นลง ส่วนอีกบันไดหนึ่งนั้นให้อยู่ที่ มุมตรงกลางสำหรับผู้ชี้ขาด และ แพทย์

 

6. ต้องมีกล่องพลาสติก ที่มุมกลางทั้งสองมุม นอก สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ให้ติดล่องพลาสติกมุมละกล่อง เพื่อให้ผู้ชี้ขาดทิ้งสำลี หรือ กระดาษบาง ๆ ที่ซับเลือดแล้ว

 

สังเวียนเพิ่มเติม อาจใช้สังเวียน 2 สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ในการแข่งขัน

สำหรับสนามมวย ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ในประเทศไทย ได้แก่ สนามมวยราชดำเนิน หรือ สนามมวยเวทีลุมพินี เป็นต้น นี่เป็น สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ที่ได้รับการยอมรับ ว่ามีมาตรฐาน และ สามารถใช้สำหรับ จัดการแข่งขัน ได้อย่างไม่มีปัญหา

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ สังเวียนมวย ของกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เทรนเนอร์ส่วนตัว ช่วยฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นไหม

เทรนเนอร์ส่วนตัว ช่วยฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นไหม

เพื่อน ๆ คนไหนที่ กำลังสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) แล้ว อยากเรียน อย่าลืมหา เทรนเนอร์ส่วนตัว มาไว้คอย ช่วยสอน ช่วยฝึกซ้อม ด้วยนะคะ เพราะ มวยไทย นั้นมีท่าที่เฉพาะทางอยู่ หากเพื่อน ๆ ทำผิดอาจเกิดอาการบาดเจ็บได้ค่ะ

 

เทรนเนอร์ส่วนตัว คืออะไร ?

Personal Trainer ( PT ) หรือ เทรนเนอร์ส่วนตัว คือ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย บางคนก็อาจจบวิทยาศาสตร์การกีฬามาโดยตรง หรือจบหลักสูตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ การออกกำลังกาย และโภชนาการโดยเฉพาะ พวกเขาเหล่านี้มาเป็นผู้ที่ช่วยดูแลเรื่องการออกกำลังกายของลูกค้า รวมถึงให้คำแนะนำด้านโภชนาการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางด้านการออกกำลังกายที่วางเอาไว้ในเวลาที่กำหนด

 

1. สิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรก คือ ความปลอดภัย

ก็จริง ที่ยุคนี้ใครก็เข้า internet หาตัวอย่างการออกกำลัง ง่ายแสนง่าย แต่พูดตรง ๆ เลยว่า ข้อมูลจากการ search ส่วนใหญ่จะปรับใช้ได้ดี กับการออกกำลังกายพื้นฐาน เพราะทำตามง่าย แต่การต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งมีศิลปะที่มีความซับซ้อน การเริ่มต้นเองอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่น การต่อย หรือเตะกระสอบทรายมั่ว ๆ มีโอกาสมาก ที่จะทำให้เกิดอาการข้อมือซ้น หรือ บาดเจ็บ

 

2. สิ่งกระตุ้น

วินัยในการออกกำลังกาย ของแต่ละคนนั้นต่างกัน บางคนตื่นตี 4 มาวิ่งออกกำลังกายทุกวัน แต่หลายคนยังต้องมีเพื่อน หรือ คนบังคับ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

การออกกำลังกายในยิม หรือ การต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ในค่ายมวย เป็นหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่ต้องการตัวกระตุ้น ในการออกกำลังกาย เช่น เทรนเนอร์ ค่าใช้จ่ายที่เสียไปแล้ว แต่ก็มีสิ่งที่ดี คือ สังคม และ เพื่อน ๆ ที่มักช่วยเพิ่มความสนุกในการออกกำลังกาย

 

3. สร้างวินัย

การสร้างตารางเวลา เพื่อการออกกำลังกายที่บ้านนั้น เสียหายมานักต่อนักแล้ว ต้องยอมรับว่าการออกกำลังกายเป็นกลุ่ม หรือ เป็นคลาสผู้ออกกำลังกายเอง ต้องปรับเวลาให้เข้ากับคลาสเรียน หรือ เวลาที่กำหนด

 

สำหรับปัจจัยนี้จะเห็นได้ชัดว่าการออกกำลังกายที่ยิมนั้น สามารถสร้างวินัย และเป็นตัวกระตุ้นในการออกกำลังกายได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะยิ่งการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องการพาร์ทเนอร์ สาว ๆ หนุ่ม ๆ ยิ่งมีโอกาสได้รู้จักกัน

 

4. บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

เชื่อว่าการที่สาว ๆ หลายคนออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะมีเป้าหมายบางอย่าง บางคนอยากขาเล็ก บางคนอยากลดน้ำหนัก หรือ บางคนอาจจะอยากเพิ่มกล้ามเนื้อ ซึ่งเหล่าเทรนเนอร์ ก็มีหน้าที่วางแผน โปรแกรมการออกกำลังกาย ให้คุณบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจ รวมถึงคอยจดบันทึก การออกกำลังในแต่ละครั้ง เพื่อเช็กความก้าวหน้า

 

มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การใช้ร่างกายทุกส่วน ตั้งแต่ มือ แขน หัวไหล่ ขา ลำตัว ก้น ซึ่งเป็นข้อดีต่อการฝึกร่างกายให้แข็งแรงทั่วถึง ทั้งยังมีส่วนช่วยเสริมมวล กระดูก ข้อต่อ ซึ่งการสูบฉีดเลือด ที่มีพลังจากการใช้แรงแบบนี้ สามารถสลายไขมันในเส้นเลือดได้ด้วยนะ เพราะฉะนั้น เมื่อคุณพึ่งเริ่มเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) คุณควรจะมีเทรนเนอร์ไว้ สำหรับคอยแนะนำท่าที่ถูกต้อง ในการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการฝึกได้

 

ชกมวย แบบ มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้แคลอรี่เยอะ เรารับประกันได้เลยว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่มีการเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการออกกำลังกายเกือบทุกชนิด แม้กระทั่ง โยคะ, พิลาทิส สิ่งที่แตกต่างอย่างสำคัญอีกข้อคือ การที่ออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) จะได้ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อม ๆ กัน การเตะหนึ่งครั้งจะได้ทั้งกล้ามเนื้อไหล่ กล้ามท้องด้านข้าง ไปจนถึง กล้ามเนื้อขา เรียกว่าได้ทั้งตัว ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมในการ ลดน้ำหนัก ได้ถึง 2,000 แคลอรี่ เลยทีเดียว

 

กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จึงนับว่าเป็นกีฬาที่สามารถช่วยให้คุณสามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ทุก สัดส่วน หากคุณกำลังต้องการการออกกำลังกายที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถช่วยคุณได้

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ เทรนเนอร์ส่วนตัว ในการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

3ท่ายืดกล้ามเนื้อ ของนักมวย

3ท่ายืดกล้ามเนื้อ ของนักมวย

ในการออกกำลัง หรือ การต่อมวย การยืดกล้ามเนื้อ เป็นสิ่ง ที่สำคัญมาก ๆ ที่เราจะต้อง มีการทำทุกครั้ง ก่อนออกกำลังกาย และ ก่อนการชกมวย หากเรา ไม่มีการยืดกล้ามเนื้อ ก่อนการชกมวย ก็อาจจะทำให้ร่างกายของเรา เกิดการบาดเจ็บจากการ ออกกำลังกายได้

 

การยืดกล้ามเนื้อ ถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐาน ใรการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหน ๆ ก็ตาม ก่อนออกกำลังกาย ทุกครั้งเราก็ต้อง มีการยืดกล้ามเนื้อ ทุกครั้ง เพราะไม่งั้น ร่างกายของเรา อาจจะเกิดการ บาดเจ็บ จากการชกมวยได้

 

เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้อง มีการใช้ร่างกาย ทุกส่วน ของร่างกาย และ ยังเป็นศิลปะป้องกันตัว ทำให้เรา ผู้ที่ฝึกมวยไทย ทุกคนต้อง จะต้องมีการ ยืดกล้ามเนื้อทุกครั้ง ก่อนที่เราจะเริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) หรือ กีฬาอะไรก็ตาม เราก็ควร ที่จะมีการยืดกล้ามเนื้อ ทุกครั้ง นะครับ ดังนั้น วันนี้ เราจะมาเรียนรู้ ท่ายืดกล้ามเนื้อ ของนักมวยกัน ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

 

 

 

 

1. ท่าเตะสูง

มากันที่ท่าแรก ก็คือ ท่าเตะสูง วิธีการทำท่าเตะสูง เราสามารถทำได้ไม่ยาก โดย การที่เรา ยืนตรง ๆ ให้มั่นคง จากนั้น ก็เอาท้าวข้างใด ข้างหนึ่งถอยไปข้างหลัง เพื่อมเตรียมตัว ในการเตะไปข้างหน้า โดย การที่เรา เตะให้ปลายเท้า แตะไปที่มือของเรา ในการเตะนั้น เราต้องมีการ เขย่งเท้าด้วย เพื่อให้เกิดแรงส่ง และ นำเท้ากลับมาวาง ไว้ที่ตำแหน่งเดิม ที่เท้าเราวางอยู่ การทำท่านี้ จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อ ในส่วนของกล้ามเนื้อน่อง และ เอ็นหลังเข่า

 

การทำท่าเตะสูง ให้เราเตะสลับไปมา ข้างละ 10 – 15 ครั้ง สำหรับผู้ที่ เริ่มฝึกใหม่ ๆ ก็เริ่มจาก การที่เริ่มเตะ ต่ำ ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับ ความสูง ขึ้นไปเรื่อย ๆ

 

 

 

 

2. ท่าแทงเข่า

การทำท่าแทงเข่านั้น ก่อนที่เรา จะเริ่มท่านี้ เราต้องหาบาร์ หรือว่าราว เพื่อจับ โดยความสูงของบาร์ หรือ ว่าราวที่เราใช้จับนั้น จะมีความสูงอยู่ที่ ระดับหน้าอกของเรา การทำท่าแทงเข่า เราต้องยืดแขงทั้งสองข้าง ไปจับที่บาร์ หรือ ราว และ ยืดตัวให้ตรง เอนหลังเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เราสามารถ แทงเข่าได้ถนัด จากนั้น เราก็แทงเข่าไปข้างหน้า โดย การทำสลับ เข่าซ้าย เข่าขวา เริ่มจาก การทำช้า ๆ และ ค่อย ๆ เพิ่มความเร็ว ขึ้นเรื่อย ๆ การทำท่าแทงเข้า ให้ท่านี้ ประมาณ 10 นาที แบบต่อเนื่อง ทำจนกว่า เราจะเริ่มเหนื่อย หรือ ว่า เหงื่อเริ่มออก การทำท่าแทงเข่า จะช่วยยืดกล้ามเนื้อ ในส่วนที่เป็น กล้ามเนื้อต้นขา และ กล้ามเนื้อ ในส่วนหน้าท้อง

ข้อดีของการ ยืดกล้ามเนื้อ ในท่าแทงเข่า ช่วยให้เรา ทำท่าแทงเข่า ได้ดีขึ้น และ ควรเพิ่มความเร็ว ไปเรื่อย ๆ ให้เกมือนกับ ว่าเรากำลังวิ่งเร็ว แต่เป็นการวิ่ง อยู่กับที่

 

3. ท่ากระโดดสูง

ท่ากระโดดสูง ท่านี้ เป็นท่าที่ ยืดกล้ามเนื้อ ท่าปกติที่ไม่ค่อย อะไรมาก แต่เราขอบอกเลยว่า ท่ากระโดดสูง เป็นท่าที่เรียก เหงื่อได้ไม่น้อย การกระโดดสูง เราจะต้องกระโดดให้ หน้าขา และ หัวเข่าของเรา ติดชิดกับหน้าอก ท่ากระโดสูง ทำได้ง่าย ๆ โดยการที่เรายืนตรง ๆ และ กระโดดแล้วยกขาของเรา ทั้งสองข้าง ให้มาชิดกับหน้า อก ของเรา

ทำท่ากระโดดสูง ประมาณ 3 – 5 นาที ข้อดี ของท่ากระโดดสูง จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อขา ทุกส่วน

 

ก่อนเริ่มฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) เราสามารถ เอาท่ายืดกล้ามเนื้อ ทั้งสามท่านี้ ไปใช้ยืดกล้ามเนื้อได้ เพื่อให้เราสามารภ ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ได้อย่างปลอดภัย และ ไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ จาการฝึกซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะเริ่มซ้อม ทุกครั้ง เราต้องยืดกล้ามเนื้อ ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไร ก็ตาม

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไหล่ติด อาการยอดฮิตของนักมวย มวยไทย ( Muay Thai )

เบิร์นไขมัน ทั่วร่างด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เบิร์นไขมัน ทั่วร่างด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เบิร์นไขมัน ทั่วร่างด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน หรือเพื่อ เบิร์นไขมัน ไม่ได้มีแค่การวิ่งเท่านั้น แต่การออกกำลังกายด้วย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกในการออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญไขมัน แบบทั้งร่างกาย ได้เช่นกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย ที่ในปัจจุบันกลายเป็น กีฬาชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันอย่างมาก สำหรับผู้ที่สนใจ ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ และโดยเฉพาะ ผู้ที่ต้องการ ออกกำลังกาย แบบคาร์ดิโอ ที่ต้องการกระชับสัดส่วน เบิร์นไขมัน หรือน้ำหนัก การชก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือว่าเป็น การออกกำลังกาย ที่ช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้ ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยเผาผลาญไขมันได้

 

การออกกำลังกายด้วย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จัดได้ว่าเป็น การออกกำลังกาย ในประเภท คาร์ดิโอ ( Cardio ) แบบ High Intensity Interval Training ( HIIT ) ประเภทหนึ่ง เนื่องจาก เป็นการออกกำลังกาย แบบหนักสลับเบาไปเรื่อย ๆ จากการชกมวย ต่อยมวย หรือออกอาวุธ รูปแบบต่าง ๆ โดยใช้เวลาไม่นาน  แต่จะสามารถเผาผลาญไขมันได้ดี

 

 

โดยรูปแบบของ การคาร์ดิโอ แบบ High Intensity Interval Training อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) จะมีข้อดีในเรื่องของ การเผาผลาญไขมันในร่างกาย ได้รวดเร็วกว่า การคาร์ดิโอ แบบ Long Intensity Steady State หรือ LISS ที่เป็น การออกกำลังกาย ที่ใช้แรงน้อยกว่า และในระยะเวลา ที่นานกว่า อีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังกายครบทุกส่วน

 

การออกกำลังกาย สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้มีแค่การใช้หมัด ชก ต่อยเท่านั้น แต่ยังมีการออกอาวุธอย่างการใช้ ขา เข่า และศอก ที่ช่วยให้ผู้ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังกาย ครอบคลุม ทุกส่วนของร่างกาย จากการออกอาวุธในส่วนต่าง ๆ ได้

 

ด้วยเหตุผลทั้ง 2 ข้อนี้ การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จึงถือว่าเป็น ทางเลือกหนึ่งใน การออกกำลังกาย สำหรับ ผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนัก รีดไขมัน หรือกระชับสัดส่วนของร่างกายได้ ที่สามารถเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี และครอบคลุม การใช้ กล้ามเนื้อในแต่ละส่วนของร่างกายได้

 

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการ ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ให้ได้ประสิทธิภาพในการ ลดน้ำหนัก เบิร์นไขมัน หรือกระชับสัดส่วน ให้ดีที่สุด ต้องมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมในการใช้ชีวิต ในด้านอื่นร่วมด้วย ดังต่อไปนี้

 

ควบคุมอาหาร

 

ถึงแม้ว่าคุณจะ ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างสม่ำเสมอ แต่หากไม่ได้ ควบคุมอาหาร อันเป็นต้นเหตุของ การเพิ่มน้ำหนักตัวของคุณได้ การชกมวย ต่อยมวยของคุณ อาจไม่เป็นผล โดยเฉพาะ การรับประทานอาหาร ประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน รวมถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจาก เป็นอาหารที่มี คอเลสเตอรอลสูง และควรเปลี่ยนมาเน้นการทาน อาหารที่มีคอเลสเตอรอลต่ำ ได้แก่ ผัก ผลไม้ ปลา รวมถึง หลีกเลี่ยง การใช้น้ำมัน ในการประกอบอาหาร อีกด้วย

 

 

พักผ่อนให้เพียงพอ

 

เมื่อเรา ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) มาอย่างเหน็ดเหนื่อย การพักผ่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อให้ร่างกายของเราได้มีการพักผ่อนที่เพียงพอ จึงจะทำให้ร่างกาย ได้มีการพักผ่อน และปรับเปลี่ยนสมดุลร่างกาย ขณะที่เรานอนหลับได้ โดยในแต่ละวัน ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้ต่อเนื่อง 7-9 ชั่วโมง

 

การออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ควบคุมอาหาร และพักผ่อนให้เพียงพอ 3 สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องปฏิบัติ ควบคู่กันไป เพื่อทำให้ การลดน้ำหนักของคุณ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ สำหรับใครที่กำลังมองหา สถานที่เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ สาขาศรีนครินทร์ สาขารัชดา และสาขาข้าวสาร

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระโดดเชือกช่วยอะไร

ไหล่ติด อาการยอดฮิตของนักมวย มวยไทย ( Muay Thai )

กระโดดเชือกช่วยอะไร

กระโดดเชือกช่วยอะไร

การกระโดดเชือก เป็นสิ่งที่มาคู่กับ นักมวย และ เรามักจะเห็นนักมวย มีการ กระโดเชือกอยู่บ่อย ๆ นั่นเป็นอเพราะอะไร เราไปดูกัน

 

การกระโดเชือก เป็นสิ่งที่มาคู่กับนักมวย ก็ว่าได้  และ ยังเป็นนสิ่งที่นักมวย ต้องทำอยู่เป็นประจำ เพื่อเป็นการฝึกซ้อม ของนักมวยด้วย หากเพื่อน ๆ เคยศึกษา เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อน ๆ ก็จะรู้ดีว่า การกระโดดเชือกนั้น กลายเป็นกิจวัตร ประจำวัน ของนักมวยไปแล้ว เพราะว่า การกระโดดเชือก ของนักมวย ช่วยทำให้เกิด ประโยชน์ หลาย ๆ อย่าง

 

1. ช่วยในการฝึกทักษะฟุตเวิร์ค ( Footwork )

การที่ นักมวยจะมี การเคลื่อนไหว หรือ ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ที่ดีนั้น จำเป็น อย่างมากที่จะต้อง มีการฝึกก้าว ฝึกเดิน ฝึกใช้ขา เช่นการเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หรือ การถอยหลัง ซึ่งเป็น สิ่งที่มีความสำคัญ อบ่างมาก ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เพราะ การฟุตเวิร์ค ( Footwork ) นั้น จะต้องมีการขยับขา และ เท้าของเรา อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้พร้อม กับการเคลื่อยไหว ดังนั้น หากเรา ต้องการฝึกฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ให้มีคุณภาพ และ แข็.แรง การกระโดดเชือก ก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้เรา มีฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ที่ดี

 

โดยการกระโดดเชือก ของนักมวยนั้น จะแตกต่างจากคนทั่วไปคือ การกระโดดเชือกแบบนักมวย จะมีการกระโดด แบบสลับเท้า เพื่อจำลองว่า เรากำลัง ก้าวเท้า หรือ เดินนั่นเอง และ การแกว่งเชือก ยังช่วยเพิ่ม พละกำลังที่แขน ทำให้เวลาเรา ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) แขนของเรา ก็จะไม่ล้า ไม่เมื่อยนั่นเองครับ เราจะเห็นได้ว่า เพียงแค่ การกระโดดเชือก เพียงอย่างเดียว ก็สามารถพัฒนากล้ามเนื้อ ได้หลายส่วน

 

2. ช่วยในการ คาร์ดิโอ ( Cardio Exercise )

คาร์ดิโอ ( Cardio Exercise ) เป็นการออกกำลังกาย ที่เป็นการ ส่งเสริม กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจของเรา สามารถปั้มเลือดได้ดีขึ้น และ ยังทำให้ปอดของเรา นำออกซิเจน มาใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ดังนั้น นักมวยจึงต้อง มีการกระโดดเชือก เพื่อฝึกความอึด ทึก ทน ของปอด ให้สามารถทำงานได้มากขึ้น เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องมีการใช้ พลังงาน เยอะมาก ๆ และ ต้องมีการหายใจ ให้ถูกจังหวะ และ เพื่อให้ ร่างกายของเรา ชินกับการใช้พลังงาน ชินกับการใช้ลมหายใจ

 

นอกจากนี้ ในการแข่งขัน หรือ การซ้อมแบบลงนวม ยังมีความตื่นเต้น ทำให้นักมวย มีการหายใจที่ถี่ขึ้น หายใจเร็วขึ้น ทำให้เหนื่อยง่าย การกระโดดเชือก จึงเป็นวิธี ที่จะช่วยให้การ หายใจของเรา มีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นเองครับ นอกจากนี้ ยังทำให้นักมวยเอง เหนื่อยยากขึ้นอีกด้วย เพราะการกระโดดเชือก จะเป็นการ ฝึกใช้ปอด ทำให้ตัวนักมวย มีการบริหาร ลมหายใจที่ดี และ ทำให้เหนื่อยยากขึ้น นั่นเองครับ

 

3. การกระโดดเชือก ช่วยฝึกสมาธิ

ไม่ว่าจะเป็นการชกบนเวที หรือ การซ้อมก็ตาม กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องมีการใช้ สมาธิเป็นอย่างมาก เพราะว่า ในขณะที่อยู่บนเวที หรือ สนามมวย เรามีเพียงสองตา ที่จะมองคู่ต่อสู่เท่านั้น และ การออกอาวุธของกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การชก การเตะ การใช้ศอก การใช้เข่า ดังนั้น นักมวยจึงต้องมีสมาธิดี มาก ๆ การกระโดดเชือก ก็เป็นหนึ่งใน วิธีที่จะฝึก สมาธิ ให้กับนักมวย เพราะ การกระโดดเชือก การแกว่งเชือก และ การกระโดด จะต้องมีความสัมพันธ์กัน เป็นอย่างมาก หากทั้งสองอย่างนี้ ไม่มีความสัมพันธ์กัน ก็จะทำให้เรา สดุดได้นั่นเอง

 

เพื่อน ๆ คงได้ทราบกันแล้ว ใช่ไหมครับ ว่าการกระโดดเชือก มีแระโยชน์ อย่างไร หากเพื่อน ๆ อยากพัฒนาร่างกาย ก็ลองเริ่มจากง่าย ๆ โดยการกระโดดเชือก นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

รายการอาหาร สำหรับนัก มวยไทย

 

ไหล่ติด อาการยอดฮิตของนักมวย มวยไทย ( Muay Thai )

ไหล่ติด อาการยอดฮิตของนักมวย มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า นักมวย ทั้งกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) และ มวยสากล นั้นมี อาการยอดฮิตของนักมวย ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อย่างอาการ ไหล่ติด หรือ โรคไหล่ติด เราเลยจะมาบอกเล่า อาการ สาเหตุ และ การป้องกัน โรคนี้กันค่ะ

 

ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวย นั้นมีอวัยวะ ที่ใช้ออกกำลังมากที่สุด ก็คือ หมัด เพราะต้องคอย ชกออกไปเรื่อย ๆ เพื่อหยั่งเชิง หรือ เพื่อทำลาย จังหวะของคู่ต่อสู้ หัวไหล่ ก็เป็นตัวส่งแรงเช่นกัน และ ถ้าหากตัวเรา มีอาการปวดไหล หรือ อาการไหลติด จะส่งผลเสีย ต่อการฝึกซ้อม มากเลยทีเดียว

 

การปวดไหล่ กับสัญญาณเริ่มต้น อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder )

อาการปวดไหล่ เป็นปัญหา ที่พบได้มาก และ บ่อยขึ้น ของอาชีพนักมวย โดยอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หรือ เรื้อรัง หากมีอาการปวดไหล่ ระหว่างเอื้อมหยิบ ของจากที่สูงเอื้อมมือไปรูดซิบด้านหลังเสื้อไม่ได้ ล้วงกระเป๋ากางเกงด้านหลังลำบาก ยกแขนเพื่อสวมเสื้อ ผ่านทางศีรษะไม่ได้ หรือ เวลาชกต่อยลมรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ตรงบริเวณหัวไหล่ สัญญานพวกนี้ บ่งบอกแล้วว่า หัวไหล่ ของเรากำลังมีปัญหา

 

สาเหตุของ อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder )

การชกต่อย ต้องใช้แรงส่ง จาก หัวไหล่ อยู่แล้ว และ ยิ่งกระแทกไปถึงหัวไหล่อีกด้วย ก็ยิ่งจะเสี่ยงเกิด อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) สาเหตุเกิดจาก เส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่อักเสบ เกิดการบวม และ หนาตัวขึ้น เมื่อยกแขน หรือ ไขว้มือด้านหลัง จะทำให้เส้นเอ็นถูกยืด และ กระตุ้นให้เกิด ความเจ็บปวด จนผู้ป่วยไม่กล้ายกแขนขึ้น เหนือศีรษะ หรือ เคลื่อนไหวหัวไหล่

 

และเมื่อยิ่งหลีกเลี่ยง จะยิ่งทำให้เอ็นรอบข้อไหล่ หนาตัวมากขึ้น องศาการเคลื่อนไหว จะน้อยลง และ หากไม่ใช้แขน ข้างที่มี อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) เป็นเวลานาน กล้ามเนื้อแขนข้างนั้น จะฝ่อลีบลง

 

 

ผู้ที่มีความเสี่ยงกับ อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder )

อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) ติดมักพบใน ผู้ที่มีอายุระหว่าง 40 ถึง 60 ปี โดยเกิดกับ เพศหญิง มากกว่า เพศชาย ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุที่หัวไหล่ แขนหัก ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก และ ก็ นักมวยไทย ที่ฝึกซ้อม แล้วเกิดการพลาดได้ และ ผู้ที่เข้ารับ การผ่าตัดที่หัวไหล่ รวมถึงผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน ซึ่งมีแนวโน้ม เกิด อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) มากเป็น 2 เท่า ของคนปกติ

 

 

วิธีรักษา อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder )

โดยปกติ อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) สามารถหายได้เอง ภายใน 2-3 ปี แต่สร้างความลำบาก ต่อการใช้ชีวิต และ ทำให้รู้สึกทรมาน จากอาการปวด จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ให้อาการหายไปได้เอง

 

การรักษา จะรักษาตามอาการ

  • ระยะที่ 1 จะให้ทานยา หรือ ฉีดยา
  • ระยะที่ 2 และ ระยะที่ 3 ใช้วิธีกายภาพบำบัด ภายใต้คำแนะนำ ของนักกายภาพบำบัด

 

ทั้งนี้หากมี อาการรุนแรง และ รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ได้ผลนานกว่า 6 เดือน แพทย์อาจจะรักษา โดยการผ่าตัด

 

ยิ่งเป็น นักมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วละก็ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) นี้ เป็นกันบ่อย ๆ เกือบจะทุกคนในค่าย แต่ไม่รู้สึกตัว และ หายไปเอง จริง ๆ นักมวย มีร่างกายที่แข็งแรงอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็อย่าละเลย อาการ พวกนี้นะคะ เป็น นักมวย ก็ต้องรักษาตัว และ ฝึกซ้อมให้พอดี อย่าหักโหมจนเกินไป จนเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นนะคะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ อาการยอดฮิตของนักมวย ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อย่างอาการ ไหล่ติด หรือ โรคไหล่ติด ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เทคนิคการทรงตัว เมื่อขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย

เทคนิคการทรงตัว เมื่อขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำเพื่อน ๆ เกี่ยวกับ เทคนิคการทรงตัว หรือ การสร้างสมดุลร่างกายเมื่อขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันในบทความนี้ค่ะ หากเพื่อน ๆ พร้อมแล้วตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

 

มวยไทย ( Muay thai ) ต้องใช้ทั้ง ความเร็ว ความอดทน ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay thai ) คือ การที่เราต้องออกไปต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถทำให้เรา ได้รับบาดเจ็บ ได้นั้นเอง แต่ถ้าเรายิ่งฝึกซ้อมร่างกาย มาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าร่างกายของเรา จะมีความทนทาน แข็งแรง และ ยังไปช่วย สร้างสมดุลร่างกาย ได้ดี และ มีประสิทธ์ภาพอย่างมาก เราไปดูดีกว่า กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถสร้างสมดุล ให้กับร่างกาย ของเราได้อย่างไร

 

สร้างสมดุลให้ ร่างกาย ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

การฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้น เป็นที่รู้กันดีว่า มวยไทย ( Muay thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ความอดทนของร่างกาย แทบจะทุกส่วนเลย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว สมาธิ ความว่องไว และ ปัญญา การที่เราฝึก หรือ ซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ทุกวันนั้น ไม่ใช้แค่จะทำให้ร่างกายของเรา แข็งแรง ยังไปทำให้ร่างกายของเรา มีความสมดุลอีกด้วย อีกทั้ง มวยไทย ( Muay thai ) ยังไปช่วยสร้าง กล้ามเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี รับลองได้เลย ใครที่กำลังฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อยู่นั้นคุณจะได้ ทั้งความว่องไว สมาธิ ไหวพริบ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดความเครียด

ในแต่ละวันนั้น แน่นอนว่าเราต้องพบ ต้องเจอกับ อะไรหลาย ๆ อย่างที่เข้ามาหาเรา ในแต่ละวัน ความเครียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด จากการทำงาน ความเครียด จากเรื่องเรียน เรื่องแฟน เรื่องเพื่อน หรือ เรื่องครอบครัว เรามักจะมีความเครียดสะสม อยู่ในตัวกันทั้งนั้น ถ้าเราอยากระบายความเครียด แถมยังได้ประโยชน์ ให้แก่ร่างกายของเรา เราขอแนะนำลองไปซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เผื่อช่วยให้คุณ หายเครียดได้นะ

 

เพราะการฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้นเป็นการ ออกกำลังกาย ที่ได้ทั้ง ความสนุก ได้ใส่อารมณ์ได้เต็มที่ ยิ่งเราได้ ปล่อยหมัด หรือ ปล่อยลูกเตะ ใส่กระสอบทราย แล้วละก็อาจทำให้ เราได้ระบายอารม ได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้ายิ่งเรา ออกกำลังกาย มากเท่าไหร่ ร่างกายของเราก็ จะหลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ( Endorphin ) ที่ทำให้เรามีความสุข ได้นั้นเอง ดังนั้นการชก มวยไทย ( Muay thai ) จะทำให้ ร่างกาย หลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ( Endorphin ) นี้ออกมา ได้อย่างเต็มทีอีกด้วย

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี

สำหรับการ ออกกำลังกาย ในการซ้อม หรือ การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถช่วยให้เรา เผาผลาญแคลอรี่ ในร่างกายของเรา ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่กำลังมองหาวิธี ลดความอ้วนอยู่ เราขอแนะนำลองมาฝึก มาซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เราจะได้ทั้ง หุ่นที่ดี กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และ รับลองได้เลย ว่า จะช่วยคุณลดความอ้วน ได้เป็นอย่างดี แน่นอน

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ เทคนิคการทรงตัว ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

กลวิธีการใช้ ศอก ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

กลวิธีการใช้ ศอก ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ศอก อวัยวะสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ใช้ออกอาวุธ สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) และถือได้ว่าเป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดของ มวยไทย เลยทีเดียว เพราะจะใช้ได้เฉพาะใน ระยะประชิดคู่ต่อสู้ ด้วยการใช้ศอก จะมีกลวิธีใดบ้าง มาติดตามกันครับ

 

การใช้ศอก ในกีฬา มวยไทย ( Muay ) เรียกว่า การตีศอก หรือ การฟันศอก ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ออกอาวุธที่มี ความแรงและเป็นอันตรายได้ เพราะ ศอก เป็นอวัยวะที่มี กระดูกแหลมคม และแข็งแกร่ง เมื่อรวมกับ แรงในการออกอาวุธ จะทำให้มี ความรุนแรง มากยิ่งขึ้น หากหากโดนศอก เข้าอย่างจัง อาจถึงขั้น เสียชีวิตได้ โดยการใช้ศอก หรือ การตีศอก มีกลวิธีของการใช้ศอก ดังนี้

 

ศอกตี

 

ศอกที่ตีในลักษณะแนวดิ่งลงสู่พื้น โดยการใช้แรงหมุนจาก หัวไหล่กดเฉียงลง ใช้มือที่ตีนั้น หันเข้าหาลำตัว พร้อมกับใช้อรงส่งจากเท้า เป้าหมายใน การตีศอก คือ ใบหน้า และศีรษะของคู่ต่อสู้

 

ศอกตัด

 

ศอกลักษณะนี้ จะตีในแนว ขนานกับพื้น โดยใช้ การเหวี่ยง ของแรงกระตุก จากหัวไหล่ อย่างรวดเร็ว ใช้แรงส่งมา จากสะโพก แล้วบิดตัวให้มาก จึงจะถึงเป้าหมาย อย่างรุนแรง มือและ ข้อศอกที่ตี อยู่ในระดับเสมอกับปาก เป้าหมายการ ตีเข้าที่ใบหน้า ของคู่ต่อสู้

 

ศอกงัด

 

เป็นศอก ที่ใช้ตีเสยขึ้น โดยการงัดขึ้นตรง ๆ หรือบางครั้ง อาจเฉียงเล็กน้อย การงัดให้ย่อตัวลง เพื่อที่จะ ใช้แรงส่งจากเท้า ใช้เมื่อคู่ต่อสู้ จะเข้ามาจับคอตีเข่า ให้ใช้ศอกงัด เข้าที่เป้าหมาย คือ ปลายคางของ คู่ต่อสู้

 

ศอกพุ่ง

 

ศอกที่ตั้งไว้ ตรงข้ามกับคู่ต่อสู้ หรือที่คู่ต่อสู้ จะรุกเข้ามา ท่านี้ต้อง พับข้อแขน ให้ปลายศอก ส่วนแหลมชี้ไปข้างหน้า ให้ศอก ขนานกับพื้น ควรใช้ศอกที่อยู่ด้านหน้า เพรา ะอยู่ใกล้กว่า และศอกพุ่ง ออกไปตรง ๆ ใช้การสืบเท้า อาศัยแรงส่ง จากเท้าหลัง เข้าหาคู่ต่อสู้ เป้าหมาย ของการ ตีศอกพุ่ง คือ ใบหน้าของ คู่ต่อสู้

 

ศอกกระทุ้ง

 

เป็นการตีศอกที่เกิดจาก การตีศอก ที่ผิดพลาด พร้อมกับ กระชากศอกกลับ คืนมายังเป้าหมาย ในลักษณะเดิม กระทุ้ง กลับเฉียงไป ข้างลำตัว โดยใช้ แรงส่งจากเท้า ใช้เมื่อคู่ต่อสู้ เข้ามาประชิดตัว ทางด้านหลัง หรือถูกกอดปล้ำ เป้าหมายของ ศอกกระทุ้ง มักจะเป็น บริเวณลำตัว ของคู่ต่อสู้

 

ศอกกลับ

 

เป็นการตีศอก โดยการหมุนตัว ตีศอกออกไป ทางด้านหลัง ส่วนใหญ่ มักตีศอกกลับ ในแนวดิ่ง และศอกกลับแนวขนานกับพื้น สามารถ เพิ่มความรุนแรง ให้มากขึ้นได้ จากการ หมุนตัว ด้วยความเร็ว ที่สัมพันธ์กับ การตีศอก เป้าหมาย ของการตีศอก รูปแบบนี้ มักอยู่ที่ ใบหน้า และศีรษะ ของผู้ต่อสู้

 

ในการแข่ง มวยไทย ( Muay Thai ) การออกอาวุธด้วย การใช้ศอก จะไม่ค่อยถูกใช้งานมากนัก เนื่องจาก การจู่โจมคู่ต่อสู้ หรืออกอาวุธ ด้วยศอกนั้น ต้องทำได้อย่าง รวดเร็ว และว่องไว ซึ่งการที่จะทำเช่นนั้นได้ นักมวย จะต้องสามารถออกแรง ในระยะสั้น ให้ได้ จึงจะมีประสิทธิภาพ ในการออกอาวุธ ไปยังคู่ต่อสู้ ด้วยการตีศอก ซึ่งการใช้ศอกจู่โจมแบบ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ถูกต้อง ใช้ตรงปลายข้อศอกที่แหลม และแคบใน การสัมผัสเป้าหมายได้

 

หากใครสนใจอยากเรียนรู้ การออกอาวุธในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในรูปแบบต่าง ๆ  เราขอแนะนำ สถานที่เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถติดต่อ ขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ สาขาศรีนครินทร์ , สาขารัชดา และสาขาข้าวสาร

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

ก่อนลง สนามมวย นักมวย ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง

กระจับ สำคัญขนาดไหน

กระจับ สำคัญขนาดไหน

กระจับ ( Groin Guard ) เป็นอุปกรณ์ ที่นักมวยต้องใช้ เพื่อป้องกัน กันกับจุดบอบบาง ( เป้า หรือ อวัยวะเพศ ) ของเรา เพราะ ในสังเวียนมวยไทย เป็นการใช้แรง เพื่อสู้กัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใส่กระจับ เพื่อป้องกัน

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องมี การใช้แรงปะทะ หรือ ใช้กำลังในการต่อสู้ เพื่อที่จะเอาชนะ คู่ต่อสู้ ด้วยการออกอาวุธ ต่าง ๆ ที่ว่าจะเป็น การออกหมัด การเตะ การฟันศอก หรือ การตีเข่า การกระทำเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ส่งผล ให้เกิด แรงกระแทก เกิดแรงสั่นสะเทือน ต่อร่างกายของเรา และ อวัยวะภายในต่าง ๆ ซึ่งการกระทบเหล่านี้ เราสามารถเลี่ยงได้ และ ในบางทีก็อาจจะพลาดมาโดนจุดสำคัญ อย่าง เป้า หรือ อวัยวะเพศ ของเราได้ ดังนั้น นักมวยจึงต้องใส่กระจับ ( Groin Guard ) เพื่อปป้องกัน การบาดเจ็บ

จุดประสงค์ของการใส่กระจับ

กระจับ ( Groin Guard ) เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัว ชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) และ ใช้ในกีฬาหลาย ๆ ประเภท อย่างกีฬาที่ต้องมีการใช้แรงปะทะ เช่น มวยสากล เทควันโด้ ต้องมีการใส่ กระจับ ( Groin Guard ) เพื่อให้เกิดความกระชับ การป้องกัน ที่อาจจะมากระแทก ที่อวัยเพศของเราได้ เนื่องจาก  กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่เสี่ยงต่อการบาดดเจ็บ บริเวณท้อง ขาหนีบ และ อาจจพลาดไปโดนที่อวัยเพศได้ ถึงแว้ง่า ในกติกาของ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) มีกฎคือ ห้ามต่อย หรือ เตะ ใต้เข็มขัดก็ตาม แต่ถึงอย่างไร ก็อาจจะพลาดได้ ดังนั้น เราจึงต้องมีการป้องกันเอาไว้

กระจับ ( Groin Guard ) ตัวช่วยป้องกัน อวัยวะเพศ

อวัยวะเพศของคนเรานั้น มีความบอบบางอย่างมาก และ อวัยวะเพศของคนเรา ยังมีเส้นประสาท และ เลือดจำนวนมาก เมื่อมีการกระทบ หรือ กระแทก ทำให้อาการเจ็บ ปวด มีอาการที่รุนแรมากกว่า จุดอื่น เพราะฉะนั้น เราจึงต้อง มีความจำเป็น ที่จะต้อง หาอุปกรณ์ มาเพื่อป้องกันอวัยวะเพศของเรา โดยการป้องกัน ไม่เพียงแต่ใช้ ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เท่านั้น แต่ จะเป็นต้องใช้ในกีฬา ที่ต้องมีการปะทะ กับคู่ต่อสู้

ข้อดีของการใส่กระจับ ( Groin Guard ) คือ  เมื่อมีแรงมากระแทก ตรงอวัยวะเพศ กระจับ ( Groin Guard ) จะทำหน้าที่รับแรงกระแทก ที่มากระทบต่อ อวัยเพศของเรา ทำให้เรามีการบากเจ็บ ที่น้อยลง และ แรงที่มากระทบกับ กระจับ ( Groin Guard ) ยังมีการถ่ายเท ไปที่โคนขาหนีบ แทนการโดน อวัยเพศโดยตรง นั่นเองครับ

ผู้หญิงจะเป็นต้องใส่กระจับ ( Groin Guard ) หรือไม่

ถึงแม้ว่าเพศหญิง จะไม่ได้อวัยวะเพศที่ยื่นออกมา จากร่างกายของเราก็ตาม แต่อวัยเพศหญิง ก็มีความบอบบาง ไม่ต่างกับ อวัยวะเพศ ของผู้ชาย เพราะฉะนั้น นักมวยหญิง หรือ นักกีฬาเพศหญิง ก็ต้องสวมกระจับ ( Groin Guard ) เช่นกัน โดย กระจับ ( Groin Guard ) ของเพศหญิง จะครอบอยู่ภายนอกกางเกง เหมือนกีฬามวยสากล แต่มีขนาดที่เล็กกว่า นอกจากนี้ นักมวยหญิง ยังต้องใส่เกราะอก หรือ กระจับนมหญิง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ จากการกระทบ ที่หน้าอก

กระจับ ( Groin Guard ) จึงมีความสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเพศชาย หรือ เพศหญิง เพราะหากเรา ไม่มีการใส่ กระจับ ( Groin Guard ) อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เกิดขึ้นได้ อาจจะเกิดจากความ พลาด หรือ ความตั้งใจ เพราะเหตูนี้ เราจึงต้อง มีการสวมใส่ กระจับ ( Groin Guard ) เพื่อป้องกัน และ ลดแรงกระแทก ที่เข้ามากระทบ อวัยวะเพศของเรา หากเราโดน กระแทกเต็ม ๆ โดยที่ไม่มีการสวมใส่ กระจับ ( Groin Guard ) ก็อาจจะทำให้เกิดอาการ จุก หน้ามืด หรือ ปวดท้อง เป็นต้น  เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา และ นักมวยจึงต้อง มีการสวมใส่ กระจับ ( Groin Guard )

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

เฟิร์มหุ่น ด้วยมวยไทย เจริญทองมวยไทยรัชดา

รายการอาหาร สำหรับนัก มวยไทย

รายการอาหาร สำหรับนัก มวยไทย

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า นักมวย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย หรือ มวยสากล ต่างก็ต้องควบคุมน้ำหนัก และ ดูแลรูปร่างกันทั้งนั้น มาดู รายการอาหาร สำหรับ นักมวย กันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง และ มีโภชนาการอย่างไร

 

รายการอาหารสำหรับนักมวย

ไก่ ( Chicken )

ผลวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ได้รับแคลอรี่ 30% จากอาหารประเภท โปรตีน ( Protein ) จะมีน้ำหนักน้อยกว่า เมื่อเทียบกับคนที่ได้รับ แคลอรี่ จาก โปรตีน ( Protein ) น้อยกว่า 30% ถ้าจะให้ดีควรจะเลือกซื้อ ไก่ที่เลี้ยง แบบออร์แกนิก และ ปราศจากฮอร์โมนเร่งโตค่ะ

 

บลูเบอร์รี่ ( Blueberry )

บลูเบอร์รี่ ( Blueberry ) เป็นผลไม้ที่มี สารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant )  ที่ช่วยให้ร่างกาย เผาผลาญไขมันได้ดี และ รสชาติยังดีอีกด้วย จะเอาไปทำ สมูธตี้ ( Smoothies ) หรือ เติมในสลัดผลไม้ ก็อร่อยเข้ากันดีนะ

 

ขนมปัง ข้าวกล้องงอก ( Brown Rice Bread )

เป็นขนมปัง ที่ผสมข้าวสาลีงอกแบบเต็มเมล็ด อารมณ์คล้าย ๆ ข้าวกล้องงอกบ้านเราค่ะ ซึ่งมีข้อดี คือ เอนไซม์ ( Enzyme ) ที่ผลิตขึ้นระหว่างงอกนั้น จะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น ช่วยในการขับถ่าย และ มีสารอาหารเพียบ นำมาทำเป็นเมนู แซนด์วิชกินมื้อเช้า ก็อิ่มท้อง แถมอร่อยด้วยนะ !

 

ชาเขียว ( Green Tea )

นักวิจัยเค้าพิสูจน์มาแล้วค่ะ ว่าคน ออกกำลังกาย ที่ดื่ม ชาเขียว ( Green Tea ) 4 แก้วต่อวัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน จะมีไขมันรอบเอวน้อยกว่า คนที่ดื่มเครื่องดื่ม คาเฟอีนชนิดอื่น อยากผอมลองไปหา ชาเขียว ( Green Tea ) มาดื่มด่วน ๆ แต่อย่าลืมว่าต้องเป็น ชาเขียว ( Green Tea ) รสธรรมชาติไม่เติมนม หรือ น้ำตาลนะคะ

 

อโวคาโด ( Avocado )

เจ้าอโวคาโด ( Avocado ) ลูกสีเขียวเนื้อเนียนนี้ เป็นแหล่งของไขมันดี ( HDL ) ที่ช่วยลดไขมันรอบเอวได้ จะนำมาทำเป็น สลัด หรือ สมูธตี้ ( Smoothies ) ก็เข้ากันดี อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ

 

แอปเปิล ( Apple )

แอปเปิล ( Apple ) เป็นผลไม้ที่มีเส้นใย ละลายน้ำได้ ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาล ในเลือดคงที่ไม่ขึ้น ๆ ลง ๆ ง่าย ทำให้ลดอาการโหย ทำให้เราอยากกินจุบจิบน้อยลง ที่สำคัญแอปเปิล ( Apple ) ยังแคลอรี่น้อยด้วยค่ะ จะกินเป็นมื้อดึก ก็สบายท้องแน่นอน

 

เคล และ บรอคโคลี่ ( Kale and Broccoli )

มีสาร ไอ - ทรี - ซี ( Indole - 3 - Carbinol หรือ I3C ) ซึ่งจะช่วยต้าน ซีโนเอสโตรเจน ( Xenoestrogens ) ซึ่งเป็นสารพิษชนิดหนึ่ง ที่เลียนแบบ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ( Estrogen Hormone ) ในร่างกาย และ ทำให้เกิดไขมันรอบเอว รวมถึงก่อมะเร็งด้วย การทาน เคล และ บรอคโคลี่ ( Kale and Broccoli ) จึงมีส่วนช่วย ลดไขมันรอบเอว และ ลดความเสี่ยง ต่อโรคมะเร็ง ได้อีกทางค่ะ

 

มะเขือเทศ  ( Tomatoe )

เมนูไหนมี มะเขือเทศ  ( Tomatoe ) บอกเลยว่าดีงามค่ะ เพราะ มะเขือเทศ ( Tomatoe ) มี วิตามิน ซี ( Vitamin C ) สูง ช่วยลด ฮอร์โมนคอร์ติซอล ( Cortisol Hormone ) ได้ดี

 

กระเทียม ( Garlic )

กระเทียม ( Garlic ) มีส่วนช่วยในการ กระตุ้นการเผาผลาญ และ ปรับสมดุลน้ำตาล ในเลือดได้ค่ะ

 

แซลมอน ( Salmon )

ใครชอบกินแซลมอน ( Salmon ) บอกเลยว่าแฮปปี้ค่า เพราะมันเต็มไปด้วย กรดไขมัน ( Fatty Acids ) โอเมก้า 3 ( Omega 3 ) ซึ่งเป็น ไขมันดี ( HDL ) ต่อร่างกาย และ ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อมาเผาผลาญ ไขมันชนิดเลว ( LDL ) อีกต่อหนึ่งค่ะ แต่อย่างไรก็กิน อย่างพอประมาณ นะคะ ไม่อย่างนั้นก็อ้วน ได้เหมือนกัน !

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ มวยไทย ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

หากใครได้ติดตาม ข่าวพื้นบ้านตามโทรทัศน์กันมาบ้าง คงจะเคยเห็นการเล่น กีฬาพื้นบ้าน ที่มีการประยุกต์จาก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่าง มวยตับจาก อย่างแน่นอน  วันนี้เราจะมา ทำความรู้จักกัน มวยชนิดนี้ให้มากขึ้นกันครับ

 

มวยตับจาก คืออะไร?

 

มวยตับจาก เป็นกีฬาพื้นบ้าน ยอดนิยมของ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวั ดชลบุรี เนื่องจาก ในสมัยก่อน มีการปลูกต้นจากใน พื้นที่เยอะ จึงนำมาประยุกต์เข้ากับกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ปัจจุบัน กีฬา มวยชนิดนี้ ก็ได้เริ่มเลือนหายไปเรื่อย ๆ เพราะ ส่วนหนึ่งมาจาก มีการปลูกพืชชนิดนี้ ที่น้อยลง

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน

 

1. นวม 2 คู่ สำหรับผู้ต่อสู้ทั้ง 2 ฝ่าย

2. ผ้าปิดตา 2 ผืน ในบางพื้นที่ใช้ผ้าขาวม้า ผืนเล็กในการผูก

3. เชือก สำหรับขึงเป็นเวที

4. ใบจากแห้ง จำนวนมาก เพื่อปูให้ทั่วพื้นเวที

5. ไม้หลัก 4 ไม้ ใช้เป็นมุมสำหรับขึงเชือก

 

วิธีการขั้นตอน ของมวยตับจาก มีดังนี้

 

1. นำไม้มาปักให้มีฐานที่มั่นคง โดยวัดขนาดตามระยะของเวทีมวยของจริง หรือประยุกต์เป็นขนาดอื่นได้ตามเหมาะสม

2. เมื่อปักได้เป็น 4 มุมได้แล้ว ให้นำเชือกมาขึง เป็นขอบเขตของเวที

3. เมื่อเวทีเสร็จ ให้นำใบจากที่ผ่านการตากแห้งมาแล้ว มามัดร้อยในก้านไม้ที่เหลามาเป็นอย่างดี มีความยาวประมาณ 3 - 4 เมตร โดยมัดเรียงให้เต็มก้านไม้ เมื่อร้อยเต็มแล้ว 1 อัน เรียกว่า "ตับ" ซึ่งเป็นที่มาของ การเรียก ชื่อกีฬาชนิดนี้ว่า "มวยตับจาก"

4. นำใบจากวางให้เต็มบน พื้นที่เวทีมวย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ก่อนการแข่งขัน

5. ก่อนทำการชก นักมวยทั้งคู่จะผูกตา ด้วยผ้า และจับให้อยู่คนละมุม มีกรรมการอยู่กลางเวที 1 คน จากนั้น เมื่อสัญญาณเริ่มชก นักมวย จะเดินออกจากมุม เพื่อหาคู่ต่อสู้ และต่อยกัน โดยจะใช้ฟังเสียงลั่นกรอบ ๆ แกรบ ๆ ของใบจากที่ปูไว้ เพื่อจับทิศทางของ คู่ต่อสู้ของตน

 

กติกาและการตัดสิน

 

การชกมวยตับจาก นักมวยทั้งคู่ ก่อนขึ้นชกจะต้องสวมใส่นวม ใช้ผ้าปิดตาให้สนิท การต่อย คือ ใครต่อยเข้าเป้ามากที่สุด ก็จะได้คะแนนมากเป็นฝ่ายชนะ ชก 3 ยก ยกละ 2 นาที สวมใส่นวมตามมาตรฐาน มวยตับจาก จึงเป็นกีฬาพื้นบ้าน ที่เสริมสร้างไหวพริบ ในการฟังเสียง ได้เป็นอย่างดี

 

จุดเด่นของมวยตับจาก

 

รูปแบบการเล่นของ มวยตับจาก ถือเป็น จุดเด่นของ การชกมวย การชกที่มองไม่เห็นเป้าหมาย หรือคู่ต่อสู้ เพียงได้ยินเสียงเดินบนพื้นที่ปูด้วย ใบจากแห้ง เท่านั้น นักมวยทั้งสองฝ่าย คือ มุมแดง และมุมน้ำเงิน ก็จะปรี่เข้าไปเตะต่อย ที่จุดกำเนิดเสียงที่ได้ยิน นอกจากเสียงเดินของนักมวยแล้ว ยังมีเสียงเดินของกรรมการ เป็นตัวหลอกอีกด้วย

 

การชก มวยตับจาก จึงเน้นความบันเทิง สนุกสนาน มากกว่าที่จะตั้งหน้าตั้งตาห้ำหั่นที่จะเอาชนะกัน และกัน นั่นเอง  สำหรับรางวัลของนักมวยนั้นจะมีมูลค่าแตกต่างกันมากน้อย แล้วแต่ผู้จัดที่สามารถจะหามามอบให้ เช่น หม้อหุงข้าว พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเป็นเงินสด หรือบางคู่ชก เพื่อได้ ความสนุกสนาน เท่านั้น

 

มวยตับจาก ถือได้ว่าเป็น กีฬาการละเล่นพื้นบ้านที่คนในท้องถิ่นมีการประยุกต์ จนกลายเป็นภูมิปัญญาไทย และในปี พ.ศ. 2556 มวยตับจาก ก็ได้รับการขึ้นทะเบียน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขากีฬาภูมิปัญญาไทย จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ก่อนลง สนามมวย นักมวย ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง

การตั้งท่ามวย และ เหลี่ยมมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เฟิร์มหุ่น ด้วยมวยไทย เจริญทองมวยไทยรัชดา

เฟิร์มหุ่น ด้วยมวยไทย เจริญทองมวยไทยรัชดา

หลาย ๆ คงจะรู้กันดีว่า มวยไทยนั้น เป็นกีฬาที่ สามารถ ลดน้ำหนักได้เร็ว กว่ากีฬา ประเภทอื่น ๆ แต่ ก็มีหลาย ๆ ที่ไม่ได้อ้วน แต่ต้องการที่จะ มีหุ่นที่ดูดี สวย เท่ห์ ดังนั้น กีฬามวยไทย จะทำให้เพื่อน ๆ มีหุ่นที่สวย ดูดี และ เท่ห์

 

กีฬามวยไทยนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในกีฬา ที่นิยม กันเป็นอย่างมาก สำหรับ การลดน้ำหนัก และ เป็น กีฬา ดารา หรือ คนดังหลาย ๆ ชอบเล่น เพราะ กีฬามวยไทย เป็นกีฬา ที่สามารถ ออกกำลังกายได้ทั้ง ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา ศอก เข้า มือ หน้าท้อง สำหรับ คนไม่ได้มีรูปร่างอ้วน หรือ คนที่มีรูปร่างที่ค่อนข้างโอเค แล้วอยากจะเฟิร์มหุ่น กีฬามวยไทย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่ทำให้เรา มีหุ่นที่ดี มีหุ่นที่สวย ได้โดยที่เรา ไม่ต้องเข้ายิมไปยกเวท เพราะ  กีฬามวยไทย เป็นกีฬา ที่เรา สามารถ เลือกออกกำลังกาย เฉพาะส่วนได้ไม่ต่าง จากการยกเวท เราจะพา เพื่อน ๆ ไปดูการเฟิร์มหุ่นโดยใช้ กีฬามวยไทยกันเลย

Step การเฟิร์มหุ่น ฉบับมวยไทย

Step 1 ขาเรียวขากระชับ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากให้ขากระชับ เรียวเล็ก สวย สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยวิธีการดังนี้

-เตะกระสอบทราย ข้างละ 10 ครั้ง ซ้ายขวา พัก 1 นาที ทำแบบนี้ข้างละ 3 เซ็ต การเตะกระสอบทราย เป้ฯการใช้ กล้ามเนื้อขา ไม่ว่าจะเป็นน่อง และ ต้นขา ของเราทำให้ขาของเรา มีความกระชับ และ ขาของเราเรียว หากเพื่อน ๆ คนไหน ที่อยากอยากจะเพิ่มกล้ามเนื้อขา ให้ขามีกล้ามเนื้อ ที่สวยงาม ก็สามารถ เพิ่มจำเซ็ท ขึ้นไปอีก ได้นะครับ

-กระโดดเชือก การกระโดเชือก จะทำให้กล้ามขาของเรา ตั้งแต่ท่อนบน ถึงท่อนล่าง มีความแข็งแรง และ ความกระชับเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง การกระโดดเชือก ยังเป็นการคาร์ดิโอ ( Cardio ) ทำให้หุ่นของเรา ยิ่งสวย และ ลดน้ำหนักของเราได้ดีอีกด้วย

-วิ่ง การวิ่ง หลาย ๆ คนอาจจะมีความเชื่อว่า การวิ่งทำให้ขาใหญ่ แต่การวิ่งแบบนักมวย ไม่ทำให้เราขาใหญ่ เพราะการวิ่งแบบนักมวย เป็นการวิ่งแบบ เผาผลาญไขมัน และ เป็นการวิ่งระยะยาว ดังนั้น การวิ่งแบบนักมวย จึงทำให้ขาของเรา เรียวสวย สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการเพิ่มกล้ามขา การวิ่ง ก็เป็นอีกหนึ่ง วิธีที่จะเพิ่มกล้ามเนื้อขาของเรา

Step 2 แขนกระชับ

การที่แขนของเรา จะกระชับ ดูสวย ดูเท่ห์นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ การลดน้ำหนักอย่างเดียว การที่เราจะให้แขนกระชับนั้น เราต้องเพิ่มกล้ามเนื้อที่แขนด้วย เพราะ แขนเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก เราจึงต้องมีการโฟกัส ไปที่การสรร้างกล้ามเนื้อ แต่ไม่ถึงกับนักเพาะกาย   

1. ชกกระสอบทาย การชกกระสอบทราย เป็นการสร้างการกล้ามเนื้อ และ เป็นการกระชับสัดส่วน อีกอย่างหนึ่ง เพราะ การชกกระสอบทรายนั้น มีหลากหลายท่า จึงทำให้ แขนของเรากระชับ อีกทั้ง ยังเป็นการเพิ่มกล้ามเนื้อที่แขน ได้เป็นอย่างดี อีกด้วย และ การชกกระสอบทรายยังมีข้อดีคือ ทำให้กล้ามเนื้อข้อมือ ของเราแข็งแรงอีกด้วย 

Step 3 Six pack

ในส่วนกล้ามท้อง หรือ ซกแพคนั้น เราสามารถเล่นได้ทุกวัน เพราะ กล้ามหน้าท้องนั้น เป็นกล้ามเนื้อหน้าท้อง เป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่เราสามารถเล่นได้ทุกวัน แต่ไม่ควร โฟกัสไปที่ ซิกอพกมาก เพราะว่า การมีซิกแพค ต้องอาศัย การลดไขมัน และ การสร้างกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กัน  สำหรับซิกแพค มีท่าออกกำลังท่าเดียว

1. ซิทอัพ ท่าครันช

ท่าครันช เป็นท่าที่ทำให้เรา ทำได้ง่าย ๆ และ เป็นท่าที่ สร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องได้ดี และ เป็นท่า ที่ที่ทำแล้ว กล้ามเนื้อหน้าท้องขเราโดนทุกส่วน ไม่ต้องโฟกัสยาก 

 

ทั้งนี้ การออกกำลังกาย ด้วยมวยไทย ทำให้เราหุ่นเฟิร์มได้จริง แต่ เราก็ต้องทำควบคู่ไปกับ การควบคุมอาหาร หากเราไม่มีการคงบคุมอาหาร ก็อาจจะทำให้หุ่นของเรา ไม่เฟิร์ม ตามที่เราต้องการได้ และสิ่งสำคัญ สำหรับการออกกำลังกายคือ ไม่ควรหักโหม เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนอยากมีผลลัพธ์ที่เร็ว จึงเลือกที่จะหักโหม ทั้งนี้การหักโหม ไม่ใช่เรื่องดี การหักโหมมีแต่จะส่งผลให้ กล้ามเนื้อของเรา เกิดการบาดเจ็บ และ เกิดการอักเสบได้ และ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ คือการพักผ่อน ให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายของเรา ได้มีการฟื้นฟู และ พักฟื้นจากการบาดเจ็บ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

ก่อนลง สนามมวย นักมวย ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง

ก่อนลง สนามมวย นักมวย ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง

ในวันแข่งขันของ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก่อนที่ นักมวย จะลง สนามมวย เพื่อทำการแข่งขัน นักมวย จะต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ตามระเบียบการแข่งขัน ดังต่อไปนี้

 

การตรวจสุขภาพ

 

ก่อนการทำการแข่งขัน สิ่งที่สำคัญมากที่สุด ในการแข่งขัน คือ ความปลอดภัยของนักมวย นักมวยที่จะได้รับการเข้าแข่งขันได้นั้น จะต้องได้รับ การตรวจสุขภาพ จากแพทย์ โดยนักมวย ต้องได้รับการตรวจสุขภาพร่างกาย อย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโม งก่อนการแข่งขัน แพทย์ที่ทำการ ตรวจร่างกาย ให้กับ นักมวย จะมีรายการมาตรฐาน ที่ต้องตรวจ ดังต่อไปนี้

 

  • อุณหภูมิของร่างกาย
  • ความดันโลหิต
  • ชีพจร
  • การเต้นของหัวใจ
  • ตา หู จมูก คอ และช่องปาก
  • ตับ ม้าม
  • แขน ขา กระดูกข้อมือ ข้อเท้า ซี่โครง มือ และเท้า
  • การตอบสนองต่อระบบประสาท
  • สภาพทั่ว ๆ ไป

 

หากแพทย์ได้ทำ การตรวจสุขภาพ ของนักมวยเรียบร้อย จะทำการแจ้งผลตรวจ หรือคำรับรองการตรวจสุขภาพให้นักมวย และนายสนามมวยทราบทุกครั้ง ในกรณีที่นักมวย ไม่ผ่าน การรับรองจากแพทย์ รายการใดรายการหนึ่ง นักมวยผู้นั้น จะไม่ได้รับอนุญาต ให้เข้าทำการแข่งขัน แต่หากได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ นักมวยจะได้รับการตรวจ สารต้องห้ามในนักมวยต่อไป โดยแพทย์สนาม

 

การชั่งน้ำหนักตัว

 

ตามระเบียบ และกติกามาตรฐาน สำหรับการแข่งขัน กีฬามวย ได้มีข้อกำหนดเรื่อง การชั่งน้ำหนักตัว ดังนี้

 

1. นักมวยต้องชั่งน้ำหนักตัว โดยปราศจากเครื่องแต่งกาย หรือสวมกางเกงชั้นในที่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ในวันแข่งขันภายในเวลา 08:00 - 10:00 น. โดยนายสนามมวย อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ หากมีเหตุผลที่เหมาะสม

2. ก่อนชั่งน้ำหนักตัว นักมวยต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ และได้รับการรับรองว่ามีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

3. ให้หัวหน้าค่ายมวย ผู้จัดการ หรือผู้แทนนักมวยทั้ง 2 ฝ่ายมีสิทธิร่วมตรวจการชั่งน้ำหนัก

 

การแต่งกาย

 

คณะกรรมการกีฬามวย ได้ออกระเบียบ และกติกามาตรฐาน ที่ใช้สำหรับ การแข่งขันกีฬามวย โดยได้กำหนด การแต่งกายของ นักมวย ที่เข้าแข่งขัน ดังต่อไปนี้

 

1. ต้องสวมกางเกงขาสั้น เพียงครึ่งโคนขา ให้เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อ และรองเท้า นักมวยมุมแดง ให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวย มุมน้ำเงิน ใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุม ตามข้อบังคับ สภามวยไทยโลก ( WBC Muay Thai )

2. ต้องสวมกระจับ ที่ทำขึ้นจาก วัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับ การรับรองจาก สภามวยไทยโลก ( WBC Muay Thai ) เมื่อถูกตีด้วยเข่า หรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณอวัยวะเพศ จะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับ ต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

3. ไม่ไว้ ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้ แต่ต้องยาว ไม่เกิน ริมฝีปาก

4. เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบ และสั้น

5. ต้องสวมมงคล ผ้าประเจียด หรือ รัดเกล้า เฉพาะเวลา ร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำ การแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาต ให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้า ให้มิดชิด เรียบร้อย เพื่อป้องกัน มิให้ เกิดอันตราย แก่คู่แข่งขัน

6. อนุญาตให้ใช้ ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้ง หรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

7. ห้ามใช้เข็มขัด หรือเครื่องประดับ ที่เป็นวัสดุ ที่ทำให้เกิดอันตราย

8. ห้ามใช้ น้ำมันวาสลิน , น้ำมันร้อน , ไขสมุนไพร หรือสิ่งอื่น ที่ทำให้ คู่แข่งขัน เสียเปรียบ หรือเป็นที่น่ารังเกียจทา บริเวณร่างกาย หรือนวม

9. ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

 

การไหว้ครู

 

ก่อนเริ่มการแข่งขัน นักมวยต้องร่ายรำไหว้ครู ตามประเพณีอันดีงามของ มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อแสดงความเคาระต่อครู บิดา มารดา รวมทั้ง เป็นการขอพรต่ออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อให้คุ้มครองให้ตนได้รับความปลอดภัยในการแข่งขัน โดยการรำไหว้ครูเริ่มจากนั่ง กราบเบญจางคประดิษฐ์ คุกเข่าถวายบังคม ขึ้นพรหมนั่ง-ยืน ท่ารำ มวยไทย ( Muay Thai ) อาจมีการเดินแปลง ย่างสามขุม การรูดเชือก การบริกรรมคาถา เพื่อสำรวจ ทักทายหรือข่มขวัญซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละค่ายมวย นอกจากนี้ การไหว้ครู ยังเป็นการอบอุ่นร่างกายของนักมวย เพื่อร่างกายเตรียมพร้อม สำหรับการแข่งขันอีกด้วย เมื่อนักมวย ทำการไหว้ครูเสร็จแล้ว ต้องนำมงคลออกจากศีรษะ และให้เริ่มทำการแข่งขันได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

การตั้งท่ามวย และ เหลี่ยมมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

การตั้งท่ามวย และ เหลี่ยมมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ แฟน ๆ มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งหลาย วันนี้เราจะมาพูดถึง การตั้งท่ามวย และ เหลี่ยมมวย กันค่ะ ว่าแตกต่างกันอย่างไร มีประวัติที่มาเป็นแบบไหน หากเพื่อน ๆ พร้อมแล้ว มาอ่านกันได้เลยค่ะ

 

การตั้งท่าในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) 

สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) การตั้งท่า ถือว่าเป็นมูลฐานสำคัญเท่า ๆ กับ Stance ในแบบมวยสากล  แต่ไม่ได้มีความที่เหมือนกัน  ดังที่อาจารย์มวยบางท่านเข้าใจเพราะ ควายไม่ใช่วัว มวยสากลไม่ใช้ ตีน ท่าคุม หรือ ที่แบบสากลเรียกว่า การ์ด ก็เป็นลักษณะที่ต่อเนื่องกัน  มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องเอาใจใส่กับการ  ตั้งท่า ให้รัดกุม มิฉะนั้นการป้องกันก็ดี  หรือ การโจมตีก็ดี  ย่อมได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ตามเจตนารมณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ด้วยความประสงค์ ที่จักให้ได้ประโยชน์สูงสุด ในการนำเสนอการ ตั้งท่า ของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นแบบต่อสู้ ตั้งแต่หัวตลอดเท้า ทั้งข้างหน้า และข้างหลัง เพราะฉะนั้นการ ตั้งท่า จึงต้องพยายามฝึกฝน ให้กระชับทะมัดทะแมง ใครถนัดหมัดขวา ให้ก้าวตีนซ้ายออกไปข้างหน้า  ยาวกว่าช่วงก้าวปกติเล็กน้อยพอไม่ให้เสียหลัก  ยกหมัดขวาขึ้นเท่าระดับหน้า ( ตรงจุดอุณาโลม )  ( ดังเคยแนะนำไว้แล้วตอนต้น )  คือ กลางระหว่างหัวคิ้ว  ให้หมัดห่างจากหน้าประมาณ 3 คืบ หรือ 12 นิ้ว  ดังนี้ ศอกซ้ายจะซ่อนอยู่ ( หากไม่สังเกตก็จะไม่เห็น ) คอยทำหน้าที่บังจุดสำคัญตรงที่หัวใจ  ส่วนหมัดขวาให้ยกขึ้นเท่าระดับกึ่งกลาง ของปลายแขนซ้าย  ศอกขวาก็จะกลายเป็นกำแพงป้องกัน ซี่โครงอ่อนด้านขวา และ ตับ อันเป็นอวัยวะสำคัญ ที่คอยเก็บกำลังสำรอง ขณะเดียวกัน หมัดขวาก็จะทำหน้าที่ปกป้องจุดอ่อนอีกส่วนหนึ่ง คือ อกรวบ หรือ ยอดอก ซึ่งนักมวยตะวันตกเรียกว่า โซลาร์ เปล๊กซุส ( Solar plexus )

 

ไม้มวยสากล ที่กล่าวนี้ไม่มีคนรู้จักจนกระทั่ง พ.ศ. 2440  เมื่อรูบี้  บ๊อบ ฟิตซีแมน  ซัดมือที่ปั้นเป็นก้อนเข้ายอดอก  เจมส์ เจ. คอร์เบต  ถึงแก่อสัญญี  จนได้ครองตำแหน่งจอมมวยโลก ฝ่ายแพทย์ศาสตร์ผู้ที่สนใจได้ถกเถียงและปรึกษาหารือกัน  จนในที่สุดลงมติว่า อกรวบ หรือ ยอดอก เป็นศูนย์รวมประสาท หรือ ปราณ จนแพร่หลายเป็นศัพท์เฉพาะวิชาติดปากในวงการมวย แต่ พวกชาวตะวันตกก็ไม่วายมองข้ามของเก่า แบบเดียวกับคนไทย เพราะที่สำคัญ ที่แห่งนี้เคยเรียกกันมาก่อนหลายสิบปีว่า มาร์ก ( Mark ) และมวยไทยถือว่าเป็น จุดมรณะ หรือ จุดตาย ซึ่งเป็นเป้าหมายในเขตราว นม  กระบังลม  ลิ้นปี่  มานานแล้วเหมือนกัน

 

เหลี่ยมมวยในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) 

เมื่อนักมวยทำท่า ตั้งท่า จากที่กล่าวมาแล้ว จะมีการป้องปิดแนบเนียนพอใช้  ตั้งแต่บั้นเอวจนถึงกระหม่อม ส่วนท่อนล่างตั้งแต่บั้นเอวจนถึงปลายตีนยังมีช่องว่างอยู่  ฉะนั้นมวยไทยจึงต้องย่อตัวลงเล็กน้อย และเผยอส้นเท้าขึ้นนิด ๆ เพื่อให้หัวเข่าทั้งซ้ายขวา เกิดมุมที่ไม่เสี่ยงต่ออาการหัก หรือเคล็ด เมื่อถูกปฏิปักษ์ใช้ตีนถีบขา  จริงอยู่  การตั้งท่าแบบนี้ตามหลักสรีรวิทยา และมวยแบบตะวันตก ถือว่าก่อความเคร่งเครียดแก่ร่างกาย  ขัดต่อการเคลื่อนไหว และฝืนอริยาบถ  แต่โปรดอย่าลืมว่าขณะนี้กำลังศึกษาเรื่องมวยไทย

 

สำหรับการฝึกในช่วงแรก ๆ การฝึกย่อมจะรู้สึกเมื่อย และสบายนัก  แต่เมื่อพยายามฝึกฝนต่อไป จนเกิดความเคยชิน การฝึกนั้น ก็จะไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อตอนแรกฝึก ลักษณะย่อตัวดังกล่าวเป็นการลดช่องว่างตอน กระเดียดน้ำ  อันเป็นส่วนอ่อนระหว่างชายโครงกับกระดูกเชิงกรานให้แคบลง ปกปิดการเตะได้ง่าย นอกจากนั้นกล้ามเนื้อขาทั้งสองท่อน ย่อมเบ่งเขม็งขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเกร็ง  แม้จะเผลอถูกปฏิปักษ์เตะ ก็ไม่สู้เจ็บฉกรรจ์ ( อย่าให้เกิน 3 ที ) ข้อสำคัญสำหรับการปฏิบัติ ต้องให้น้ำหนักตัวอยู่ตรงศูนย์กลาง  ทั้งนี้เพื่อจะได้ใช้น้ำหนักท่อนบน เป็นประโยชน์ในการช่วยเหวี่ยงตีนเตะให้แข็งแรงขึ้น  ไม่ว่าด้วยหน้าตีน ( ซ้าย ) หรือตีนหลัง

 

การ ตั้งท่า หรือ การคุมตามแบบที่ได้แนะนำ ย่อมมีความแน่นรัดกุมพอรับการเตะ แคมสำเภา หรือที่รู้ ๆ กันในวงการมวยปัจจุบันว่า บานพับ ( พับนอกพับใน ) อันเป็น ไม้สำคัญ ในวิชามวยไทยภาคใต้ ซึ่งครู ตังกี้ ( ครูมวยเมืองตะกั่วป่า ) เป็นคนแรกที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ นายทองใบ  ยนตรกิจ  ( อ้ายยางตัน ) จนมีชื่อเสียงลือกระฉ่อน เมื่อประมาณยี่สิบปีมาแล้ว  โดยไม่ขยายการป้องกันไว้ให้เลย และ นอกจากนั้น  อ้ายยางตัน นายแนบ และนายเกียรติ  ยนตรกิจ สองพี่น้องยังได้นำ ไม้สำคัญ ออกใช้บ่อยครั้ง ในช่วงสมัยที่เวทีราชดำเนินยังไม่มีหลังคา  เป็นเหตุให้นักมวยชั้นนำค่ายอื่น พับฐานถึงขาลากพ่ายแพ้  และ ที่ขาลีบไปก็หลายคน

 

แต่ยังไม่ต้องใจร้อน ครูตังกี้ได้ถึงแก่มรณกรรมไปแล้ว  โปรดอดทนรอไว้ ว่าจะมีการขยาย ไม้แก้ ออกมาเองเมื่อถึงเวลา  สำหรับนักมวยที่ถนัดซ้ายเป็น หมัดพิฆาต ก็เพียงแต่เปลี่ยนก้าวตีนขวาออกไปข้างหน้า  ในทำนองเดียวกับก้าวตีนซ้าย  แต่ทว่านักมวยที่หวังความรุ่งเรืองกระเดื่องชื่อ  ต้องเพียรพยายามฝึกหัดให้ถนัดแคล่วคล่องทั้งซ้ายและขวา ซึ่งเรียกกันว่า เหลี่ยม

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ หารตั้งท่า และ เหลี่ยมมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )  ที่เราได้นำมาเสนอกัน นอกจากจะ ช่วยลดความอ้วน ได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบที่ดีขึ้น มีความอดทน กล้าหาญ และ นำไปใช้เป็นศิลปะป้องกันตัว ได้ในอนาคต หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เข่า อาวุธของ นักมวย อันตรายขนาดไหนกันนะ ?

เข่า อาวุธของ นักมวย อันตรายขนาดไหนกันนะ ?

มวยไทย ถือเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในปัจจุบัน และรู้หรือไม่ว่า อาวุธ แต่ละท่าทางของ มวยไทย เกิดขึ้นจาก อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็น หมัด เข่า ศอก และวันนี้เราจะมาพูดถึงอาวุธ ที่รุนแรงอย่างมาก นั้นก็คือ เข่า

 

                เราต้องบอก กันก่อนเลยว่า การ ตีเข่า ถือ เป็นอาวุธ มวยไทย ที่ใช้ อวัยวะ ร่างกาย เป็นอาวุธ อีกชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรง อย่างมาก และ  เมื่อเราพับเข่า มารวมเข้ากับ ขาส่วนล่าง และ ซึ่ง มันจะ มีกล้ามเนื้อน่องอยู่นั้น จะทำให้เข่าที่ตีออกไป สามารถ เพิ่มความรุนแรง แถมมันยัง มีความรุนแรง แต่เนื่องจากเข่าเป็นอาวุธสั้น ๆ และ จึงเป็นดั่งมีดพกชนิดร้ายแรง ที่จะ สามารถใช้ได้ในระยะประชิด แถม การตีเข่าให้เหยียดปลายเท้าตรง ขางอพับเฉียงออกด้านนอกเล็กน้อย แถม มันยัง  มีแรงส่งจาก อวัยวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สะโพก เอว สู่เข่า เมื่อปะทะเป้าหมายให้เน้นที่ปลายเข่า ซึ่งการตีเข่า จะมีการแบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ

 

                โดยเราจะ มาแนะนำ ท่าต่าง ๆ ที่มาจาก เข่า ที่บอกเลยว่า มันอันตราย และรุนแรง อย่างมาก โดยแต่ละ ท่าเป็นท่าทางการต่อสู้ ของ มวยไทย ไปดูกันดีกว่า ว่าจะมี ท่าทาง ไหนกันบ้าง

 

  • เข่าตรง หมายถึง การ ที่เราทำการ ใช้เข่าเคลื่อนที่จากจุดเริ่มต้น ไปยัว อีกจุด เพื่อที่จะไปกระทบ เป้าหมายเป็นแนวตรง หรือ อาจจะ วิถีทาง ตรงหรือล้ำไปข้างหน้า และ โดยมีแรงส่งจากสะโพก หรือ  เอว ไปยังปลายเข่า เป้าหมายที่หน้าท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, และสำหรับ ใบหน้า เป็นต้น เข่าตรงมี 2 ลักษณะ หลัก ๆ นั้นก็  คือ เข่าตรงตีนำ หรือ อาจจะเป็น เข่าหน้า นั้นจะ หมายถึง การตี เข่าที่อยู่ ด้านหน้าในขณะที่ยืนท่าคุมมวย การตีและสำหรับ เข่าด้วยเข่า ซ้าย หรือ อาจจะเป็น เข่าหน้า เรียกว่าเข่าตรงตีน แถมยัง มีอีกลักษณะคือ เข่าตรงตีตามหรือเข่าหลัง หมายถึง การตีเข่าตรงที่อยู่ด้านหลังหรือเข่าที่ถนัด ในขณะที่ตั้งท่าจดมวย การตีด้วยเข่าที่อยู่ด้านหลัง เรียกว่า เข่าตรงตีตาม หรือ เข่าตรงหลัง
  • เข่าตรง หมายถึง ท่าทางต่อไป จะเป็นการใช้ท่า เข่าตรง ที่จะเป็น การใช้เข่าเคลื่อนที่จากจุดเริ่มต้นไปกระทบเป้าหมาย เป็นแนวตรง หรือ อาจจะเป็น วิถีทางตรง หรือ ล้ำไปข้างหน้า และ โดย จะมีแรงส่งจากสะโพก เอว ไปยังปลายเข่า เป้าหมาย ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น หน้าท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, ใบหน้า เป็นต้น เข่าตรงมี 2 ลักษณะ คือ เข่าตรงตีนำ หรือเข่าหน้า หมายถึงการตีเข่าที่อยู่ด้านหน้าใน ขณะที่ยืนท่าคุมมวย การตีเข่าด้วยเข่าซ้ายหรือเข่าหน้า เรียกว่าเข่าตรงตีน อีกลักษณะ นั้นก็ คือ เข่าตรงตีตามหรือเข่าหลัง หมายถึง การตีเข่าตรงที่อยู่ด้านหลังหรือเข่าที่ถนัด ในขณะที่ตั้งท่าจดมวย การตีด้วยเข่าที่อยู่ด้านหลัง เรียกว่า เข่าตรงตีตาม หรือเข่าตรงหลัง
  • เข่าเฉียง สำหรับ เข่าเฉียบ นั้นจะเป็นการใช่ การตีเข่าที่มีวิถีเฉียงขึ้นจากจุด เริ่มต้น ที่เข่าอยู่ไปจนถึงเป้าหมาย และสำหรับ การ ที่เราจะ ถ้าตีเข่าซ้ายจะตีเข่าลักษณะ เฉียงมากระทบ เป้าหมาย และ อาจจะไป  ทำให้ ลำตัวเอนไปด้านหลังเล็กน้อยและ มันจะ มีแรงส่งจากสะโพก เอว สู่ปลายเข่า เป้าหมายอยู่ที่ท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, ใบหน้า ถ้าตีเข่าเฉียงขวาจะตีเข่าในลักษณะ เดียวกันกับการตีเข่าเฉียงซ้าย เป็นต้น
  • เข่าโค้ง นั้นจะ หมายถึง การ ที่เราจะทำการ ตีเข่าในวิถีโค้งตีเข่าจากบนลงล่างปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดตรงกับขาและเข่า 

 

สำหรัย การตีเข่า ถือว่าเป็นอาวุธที่อันตรายและทรงพลังอาวุธหนึ่งของ มวยไทย ที่น่าภาคภูมิใจ และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียน มวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย    

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- คุณค่าของการเรียน มวยไทย

- ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

ความรุนแรง ของ อาวุธมวยไทย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ความรุนแรง ของ อาวุธมวยไทย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยกันว่า ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธมวยไทย อย่าง หมัด เท้า เข่า ศอก อาวุธไหนที่มีประสิทธิภาพ หรือ ความรุนแรง มากที่สุด วันนี้เราได้รวบรวมคำตอบมาให้เพื่อน ๆ อ่านกันในบทความนี้แล้วค่ะ ตามมาดูกันเลย

 

หมัด ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

หมัดเป็นอาวุธโจมตีระยะกลาง ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น โดยใช้ได้ผลหวังในการโจมตีระยะกลาง หมัดจัดเป็นอาวุธที่สำคัญมาก เพราะหมัด ต้องอาศัยกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก น้ำหนักความแรง จึงอาจไม่เทียบเท่ากับส่วนอื่น

 

นักมวยไทย มักเน้นโจมตีทั้งระยะไกล ( ภาษามวยเรียกว่า วงนอก ) ด้วยการเตะ และถีบ กับ การโจมตีในระยะใกล้ ( ภาษามวยเรียกว่า วงใน ) ด้วยการใช้เข่าและศอก รวมถึงการกอดคอ ไล่แขน เพื่อชิงเหลี่ยมกันมากกว่าจะยืนแลกหมัดแบบมวยสากล ซึ่งถ้าไม่ใช่เป็นมวยหมัดหนักจริงๆ ส่วนมากจะใช้หมัด ไว้เพื่อทำลายจังหวะคู่แข่ง

 

การปล่อยหมัด ที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ การใช้หมัดตรงหมัดหลัง ที่นักมวยจะใช้การบิดไหล่ข้างถนัด โน้มไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดแรงส่งจากสะโพก ลำตัว หัวไหล่ ที่มากกว่าหมัดตรงธรรมดา ออกไปยังเป้าหมาย แล้วดึงหมัดกลับมาในท่าจดมวยเดิม ซึ่งจะได้ผลดีมาก หากทำได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ การปล่อยหมัดแบบเสยขึ้น หรือหมัดอัปเปอร์คัด หากเข้าบริเวณคาง ก็มีโอกาสที่คู่ต่อสู้จะเกิดอาการมึน ไปจนถึงขั้นน็อคเอาท์

 

แต่ถึงอย่างนั้น หมัด ก็เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพในมวยไทยเสมอไป เพราะนักมวยไทยบางคนก็เอาชนะคู่ชกได้ ด้วยการชกที่หนักหน่วง จนคู่ต่อสู้เสียอาการ หรืออย่าง กำปั้นบางคนใช้หมัดได้ดี สมัยชกมวยไทย จนถูกดึงตัวไปชกมวยสากลสมัครเล่นกับทีมชาติไทย หรือมวยสากลอาชีพ เช่น เขาทราย แกแล็คซี่, แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์, ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เป็นต้น

 

 

เข่า ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

เข่า ถือว่าเป็นอาวุธแห่งชัยชนะโดยแท้จริง ตามหลักฟิสิกส์แล้ว การใช้เข่า มีความหนักหน่วงมาก เนื่องจากเป็นการใช้แรงส่งจากสะโพกมาใช้ โดยใช้ส่วนของหัวเข่าด้านหน้า หรือด้านข้างหัวเข่า ที่เป็นมุมและแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนที่อ่อนของร่างกาย เช่น ท้อง ต้นขา ลำตัว ชายโครง หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

 

ในการตีเข่าเป็นอาวุธในระยะกลาง ด้วยท่าเข่าลอย แต่ในชกท่าดังกล่าวไม่นิยมถูกนำมาใช้ ในปัจจุบันนัก เนื่องจากมีโอกาสผิดพลาดได้สูง และเสียทรงมวยไป (ซึ่งสำคัญต่อราคาต่อรองของการพนัน) ดังนั้นลักษณะของการตีเข่าในมวยไทยอาชีพ ยุคนี้ จึงเน้น นักมวยเข่า ที่ต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเพื่อเข้าไปคลุกวงใน โจมตีระยะประชิดตัว ผ่านกอดลำตัว รัดคอ ปล้ำ เหนี่ยวรั้งให้ลำตัวของคู่ต่อสู้ โน้มลงมา ในจังหวะที่ตนเอง งอเข่าให้เป็นมุมแหลม พุ่งเข้าปะทะบริเวณลิ้นปี่ ท้องน้อย หรือหน้าขา

 

ในยุคปัจจุบันหลังมานี้ เข่า กลายเป็นตัวแปรสำคัญของการตัดสินของกรรมการ ที่ดูว่านักมวยคนไหนทำได้ดีกว่ากัน จากการออกอาวุธเข่าวงใน นักมวยไทยส่วนมาก จึงถูกฝึกมาให้ตีเข่าแข็งแรง เพื่อหวังชัยชนะ ทั้ง ในสนาม และนอกสนาม

 

มวยไทยฝีมือ เป็นสไตล์ที่ต้องการใช้พื้นที่โจมตีระยะกลางและไม่ไกล ไม่ชอบเล่นวงใน อาศัยการตั้งรับ ป้องกัน โดยใช้ ดักต่อย ดักเตะที่แม่นยำ จะแพ้ทางมวยประเภทวงใน ทำให้ยุคปัจจุบันนี้ มวยเข่าจึงมีโอกาสชนะมากกว่า แม้ไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุดที่สามารถทำให้ถึงขั้นทำให้น็อคเอาท์ก็ตาม แต่การแทงเข้าจุดสำคัญที่ทำให้จุกเสียด ในจังหวะที่คู่ต่อสู้ไม่ได้เกร็งท้อง หรือเป็นจอมเสียบเข่า ที่ชำนาญเรื่องการใช้เข่าจริงๆ

 

เท้า ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

เท้า อาวุธโจมตีระยะไกล เป็นอวัยวะสำคัญสำหรับการชกมวยไทย ทั้งในจังหวะรุก และรับ แถมยังมีพลังมากพอที่จะส่งให้ คู่ต่อสู้ น็อกเอาท์ได้ในชั่วพริบตา ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียวเข้าที่ก้านคอ หากอธิบายตามหลักฟิสิกส์ อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงของการเตะมาจาก ทอร์ค (Torque) ซึ่งเกิดจากแรงขาและการหมุนของสะโพก และเมื่อแรงที่ออกจากขา เดินทางมาด้วยระยะไกล ตั้งแต่จังหวะบิดตัวยก ง้างเท้าขึ้นมาจา่กพื้น แรงนั้นจะถูกเปลียนเป็น พลังงานจลน์ ทำให้มีอัตราความเร็วที่สูง

 

หลีกเลี้ยงการเตะเข้าที่ก้านคอ เพราะถือว่าเป็นจุดสำคัญ ที่สามารถน็อกคู่ต่อสู้ได้ทันที เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาทที่เป็นส่วนที่สำคัญ ประกอบด้วย กระดูกสันหลังส่วนคอ, ไขสันหลัง และ หลอดเลือดใหญ่ที่ลำเรียงเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมอง หากถูกกระแทกอย่างแรงแบบฉับพลัน สมองจะถูกชัตดาวน์ชั่วคราว จนสลบไป

 

ในการเตะก้านคอ ถ้าใช้ส่วนเท้าแรงที่ออกไปอาจจะไม่แรงเท่า การโยนแข้งขึ้นไปกระแทกกับคอคู่ต่อสู้ ซึ่งจะมีความน้ำหนักและความรุนแรงกว่ามาก เปรียบเหมือนถูกท่อนไม้ตีเข้าบริเวณต้นคอ แม้นักมวยจะมีการฟิตกล้ามเนื้อต้นคออย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ มีความยืดหยุ่น แข็งแรง ก็คงยากที่ต้านทานแรงกระแทกนี้ได้ หากโดนจัง ๆ

 

 

ศอก ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

ศอก คือ อาวุธที่อันตรายมากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงแม้ว่าหมัดและศอกจะอยู่บนแขนของมนุษย์เหมือนกัน แต่อาวุธทั้งสองอย่างมีแรงทำลายที่ต่างกัน ทั้งศอกมีส่วนที่แหลมคม และมีความแข็งของกระดูก เมื่อแรงจากปลายศอก ส่งเข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันนั้นจะมีค่าที่สูงมาก ส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงง ไปจนถึงขั้นสลบได้เลย

 

การใช้ศอกโจมตีในจุดสำคัญไม่ว่าจะ ตัด งัด เข้าไปจุดอันตราย เช่น ปลายคาง, ทัดดอกไม้ ( ส่วนที่บางสุดของกะโหลก ) ก็สามารถทำให้ชนะน็อคเอาท์ได้เหมือนกัน

 

บริเวณปลายคาง ถือว่าเป็นจุดที่อันตรายมาก เพราะมีโอกาสที่แรงเหวี่ยงของศีรษะที่ถูกกระแทกจะช่วยเพิ่มความรุนแรง จนกระดูกสันหลังที่ห่อหุ้มก้านสมองแตกและเคลื่อนได้ หรือส่วนช่วงของขมับศีรษะหรือทัดดอกไม้เนื่องจากเป็นช่วงบริเวณกะโหลกศีรษะที่มีความหนาน้อยที่สุด เวลาที่มีการกระทบจึงมีโอกาสที่ได้รับแรงกระแทกเต็มที่ นายแพทย์ ภัทร โฆสานันท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าว

 

นอกจากนี้ ศอก ยังเป็นอาวุธที่มีความรุนแรง สามารถทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้าได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด ยิ่งถ้าเป็นแผลแตกเหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมองเห็นนักมวย ถึงแม้ศอกจะเต็มไปด้วยข้อดี และความรุนแรงเหนืออาวุธ  แต่การใช้ศอกให้ได้ประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะศอก ใช้ได้แค่ในระยะประชิดตัว ภายใต้เงื่อนไขที่ จังหวะ ความเร็ว ความแม่นยำ ทุกอย่างต้องลงตัว และมีโอกาสศอกผิดพลาดสูง จนถูกโต้กลับด้วยอาวุธอื่นของคู่ชก

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ อาวุธมวยไทย อย่าง หมัด เท้า เข่า ศอก ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย  ฉบับลพบุรี เป็นอย่างไรต่างจาก มวยไทย ธรรมดาหรือไม่

มวยไทย ฉบับลพบุรี เป็นอย่างไรต่างจาก มวยไทย ธรรมดาหรือไม่

มวยไทย ถือเป็น กีฬา ที่ได้รับความนิยม อย่างมาก ในว่าจะเป็น ในประเทศ ไทยเราเอง หรือ ต่างประเทศ ที่เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม อย่างมากและวันนี้เราจะมาทุกคนไปทำความรู้จักกับ มวยไทย ฉบับลพบุรี เป็นอย่างไร และจะ ต่างจาก มวยไทย ธรรมดาหรือไม่ ?

 

            เราต้อง ยอมรับกันเลยว่า ศิลปะมวยไทย ถือ เป็นการสืบต่อกันมา โดย รุ่นต่อรุ่น ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน แถมยัง มีการต่อย มวยไทย ในแต่ละภาค ย่อมมีความแตกต่าง กัน ออกไป ตามภูมิภาค ด้วย เช่นกัน และ เรามาดุกันว่า มวยไทย ลพบุรี จะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว อย่างไรบ้าง กันบ้าง

 

                  โดย มวยไทย  ฉบับลพบุรี นั้น จะ แรกเริ่ม เกิดขึ้นระหว่างปี ประมาณ พ.ศ. 1200 ไปจนถึง ประมาณปี พ.. 2198 แถมยัง เป็นการเริ่มต้นก่อตั้ง มวยลพบุรี และยัง ผู้ก่อตั้ง นามว่า ปรมาจารย์ สุกะทันตะฤาษี และ สำนักอยู่ที่เขาสมอคอน เมือง ลพบุรี แถมยัง มี ลูกศิษย์รุ่นสุดท้าย นั้นก็คือ พ่อขุนรามคำแหง เลยทีเดียว และ ประมาณ ในช่วงที่ 2  เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2199 ไปจนถึงประมาณปี พ..  2410 และถือ ว่า เป็นช่วงเวลา แห่งการถ่ายทอดศิลปะ มวยไทย ลพบุรี ( Muay Thai ) สำหรับ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้ความกรุณา และ ให้ความ ส่งเสริมศิลปะ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะเป็นการจัดแข่งขัน กติกา ในการ ชกมวยไทย และ รวมไปถึง สังเวียน การชก เป็นต้น ต่อไปเราจะมา อฑธิบายถึง เอกลักษณ์ของ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) ว่า มี เอกลักษณ์ ที่แตกต่าง จาก มวยไทย จังหวัดอื่น อย่างไร กันบ้าง โดย เราจะ เห็น เอกลักษณ์ของ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) ได้ดังนี้

 

  • ถือว่า เป็น มวย ที่ทำการ ชกที่มีความ ฉลาดมีการ รุกรับคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็ว
  • ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ แถมยังมีการ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มวยเกี้ยว 
  • มวย ที่ใช้ชั้นเชิง เข้าหาอีกฝ่ายโดยใช้กลลวง มักเคลื่อนตัว หลบหลีก หลอกล่อ ได้ดี

 

คงจะ พอเข้าใจกับ เอกลักษณ์ขอ มวยไทย ลพบุรี กัยพอสมควรแล้ว และ ท่า มวยไทย ลพบุรี ( Muay Thai ) มันจะ เป็นการผสมผสาน ระหว่าง ท่าทางของ ลิง และ ช้าง โดย ในการออกหมัด รวมไปถึง  เข่า ศอก และ เท้า และมัน ถือ เป็นการนำเอา ลักษณะท่าทาง ของสัตว์ แต่ละชนิด มาประยุกต์ใช้ในศิลปะ มวยไทย ได้ เป็นอย่าง ดีเลย ทีเดียว

 

  สำหรับ การต่อย มวยไทย เรา จะต้องมี สมาธิ กับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า และสิ่ง ที่สำคัญ อย่างมาก ก็คือการที่เรา ห้ามละสายตาจากฝ่ายตรงข้าม เพราะมัน อาจเกิดเป็นจุดอ่อนของเราได้ ดังนั้น ควรมีสมาธิ ไม่วอกแวก และ ควรมีความ กระตือรือร้น อยู่ตลอดเวลา ทำให้ กีฬา มวยไทย เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ความรวดเร็ว ว่องไว และ สมาธิ อย่างมากเลย ทีเดียว และสำหรับ การออกกำลังกาย เราสามารถ ที่จะ ทำได้ง่าย ๆ โดย เรา ไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายตรงข้าม มาเป็นคู่ซ้อม แต่สามารถฝึกซ้อมได้โดยตัวเอง โดยใช้การ ออกหมัด ใช้ศอก เท้า เตะ ต่อย สลับกันไป พักบ้าง อย่างหักโหมจนเกินไป สำหรับ การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ด้วยการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะเป็นการขยับร่างกายเกือบทุกส่วน ทำให้ระบบกล้ามเนื้อ ได้ ยืด หด ตัว เกิดการสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งช่วยในเรื่อง ระบบไหลเวียนโลหิต รวมไปถึงการทรงตัวที่ดีขึ้น และ ความคล่องตัว

 

ทางเราแนะนำยิม มวยไทย ที่ครบวงจรที่สุดในย่านศรีนครินทร์ นั่นคือ jaroenthongmuaythairatchadaหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดให้บริการทุกวัน 

 

เจริญทอง มวยไทย ยิม ( jaroenthongmuaythai ) บวกกับ วิทยาศาสตร์การกีฬา อีกทั้ง ความรู้ด้านโภชนาการ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน เรียกได้ว่า เป็นอีกยิม หรือ ค่ายมวยที่ให้ความใส่ใจแก่ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ เพราะเรารู้ว่า ลูกค้าที่เข้ามาต้องการอะไร เรารู้ว่า คุณต้องการลดน้ำหนัก พบปะผู้คน แลกเปลี่ยนความรู้ด้านโภชนาการกับเทรนเนอร์ ขอคำปรึกษาจากผุ้เชี่ยวชาญที่ค่ายมวยแห่งนี้ได้ 

Location : 205, 27 - 28 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ

Tel :  02 276 5016      

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

Muay Thai ที่ให้มากว่าการออกกำลังกาย jareonthong muaythai ratchada

Muay Thai ที่ให้มากว่าการออกกำลังกาย jareonthong muaythai ratchada

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ใคร ๆ ก็ต่างรู้จัก และ ก็มีเพื่อน ๆ บางคน ที่เล่นกีฬาประเทภนี้ อยู่เช่นกัน วันนี้จะมาดูกันว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ให้อะไรกับเราบ้าง

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม เป็นย่างมาก และ โดยเฉพาะในยุคนี้ ยุคที่ผู้คน ต่างหันมาดูแลวุขภาพกันมากขึ้น ทำให้เรา กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) กลายเป็นที่นิยม มากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยลดน้ำหนักดี อีกด้วย แต่ เพื่อน ๆ หลาย ๆ คน อาจจะยังไม่รู้ถึง ประโยชน์ ของกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

ประโยชน์ที่ได้จากการ ฝึกมวยไทย ( Muay Thai )

 

1. กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยลดอาหารนอยด์

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการใช้แรงก็จริง แต่ในการใช้แรง ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นการที่ช่วยดึงสติขแงเรากลับมา และ ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น โดย เฉพาะ การที่เราเราซ้อม กับคู่ต่อสู้ หรือ มีการลงนวม กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยิ่งทำให้เรา มีโฟกัส และ มีสติ หากเรา สติหลุด หรือ สมาธิหลุด ก็อาจจะทำให้การซ้อม ของเราบาดเจ็บได้ นั่นเอง อีกทั้ง กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยให้เราจัด