บทความ


มวยไทย กีฬาที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน

มวยไทย กีฬาที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน

มวยไทยนั้น เป็นกีฬา ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน และยัง ถือได้ว่า มวยไทย เป็นกีฬา ประจำชาติ ของ ประเทศไทย และ คนทั่วโลก ให้ความสนใจ กีฬา มวยไทยเป็นอย่างมาก

 

มวยไทยนั้น เป็น กีฬา ประจำ ของประเทศไทย ที่มี มาอย่างยาวนาน และ มีประวัติที่ มากมาย เกี่ยวกับมวยไทย มวยไทยนั้น เป็น กีฬา ที่ ใคร หลายๆ คน ให้ความสนใจ เป็นจำนวนมาก ไม่ว่า จะเป็น คนต่างชาติ หรือ คนไทย และ ยังเป็นกีฬา ที่ เด็ก หรือ ผู้ใหญ่ สามารถ ทำกิจกรรม ได้ มวยไทยนั้น ไม่ได้มี กติกา ที่ บอกเป็น ลายลักษณ์อักษร แต่ ใน สนามมวยนั้น จะมีการชี้แจง ให้กับนักมวย ทราบถึงหลักเกณฑ์ หรือ กติกา ที่ต้องปฏิบัติตาม อย่างเด็ดขาด และ ก็กลายมาเป็นประเพณี และ ใช้เป็น หลักเกณฑ์ สำหรับ การแข่งขัน มวยไทย ในเวลาต่อมา และ มวยไทยนั้น เป็น มรดกตกทอดมาจากวัฒนธรรมของ คนไทย ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มวยไทย นั้น เป็นได้ทั้ง การป้องกันตัว หรือ การต่อสู้ และ ยังเป็นกีฬา ในการแข่งขัน มวยไทย นั้น ไม่มีปรากฏอย่างแน่ชัด ว่าเกิดขึ้นมาในสมัยใด แต่ ถือได้เลยว่า มวยไทยเป็นศิลปะ การต่อสู้ ของคนไทย เช่น เดียวกับ กีฬา พวก กังฟู ของ ประเทศจีน  หรือ ยูโด และ คาราเต้ ของ ประเทศญี่ปุ่น

 

 มวยไทย นั้น ได้มีเหตุการณ์ ทางประวัติศาสตร์ ของไทยมาอย่างยาวนาน ใน สมัยอยุธยา ของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสื้อ นั้น โปรดชอบชมการ ชกมวยมาก ทรงปลอมพระองค์ มาชกมวยกับชาวบ้าน และได้ชนะ คู่ต่อสู้ไปถึง 3 คน ดังที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ระบุไว้ ในหนังสือ ชาวบ้านที่แพ้ 3 คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเล็ก นายเล็ก หมัดหนัก 3 คน ที่ได้รับความพ่ายแพ้นั้น ได้รับบาดแพ้อย่างบอบช้ำจากฝีมือ การ ชกมวยไทย ของพระองค์ เมื่อ พระมหากษัตริย์ ในสมัยนั้น โปรดการชกมวยไทยมาก เช่นนี้ได้มีการ ชกมวยไทย อย่างแพร่หลาย ในราชสำนัก และได้ขยาย ไปถึงหมู่บ้านต่างๆ รวมไปถึง วัด วัดนั้น เป็นสถานที่ ที่ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดี ในสมัยนั้น เพราะ ขุนศึกนั้น พออายุเริ่มมากแล้ว ก็จะไปบวชเป็นพระ และ ได้สอนการต่อสู้ให้กับ ประชาชนที่ให้ความสนใจ ในการชกมวยไทย นักมวยนั้น ถ้ามีฝีมือดีในสมัยนั้น จะได้มีโอกาส รับราชการ ให้มีความก้าวหน้าในการงาน โดยเฉพาะการเป็นทหาร ที่มีหน้าที่ในการ พิทักษ์รักษา ความปลอดภัยของพระมหากษัตริย์ ในสมัยนั้น

ในยุคสมัยที่ ไทย ยังทำการรบกับพม่านั้น นายขนมต้มที่ถูกจับเป็นเชลย ได้ถูก พม่าจำตัวไปอยู่ที่ กรุงอังวะ ประเทศพม่า และ พม่าได้จัดการฉลองชัยชนะ ในการทำส่งครามกับประเทศไทย พม่า ได้จัดการชกมวยไทย โดยให้ เชลยของไทยนั้น คือ นายขนมต้ม ให้ขึ้นชกกับ คนพม่า 10 คน และ นายขนมต้มนั้น ได้รับชัยชนะ ได้ล้มชาว พม่าได้ถึง 10 คน ทำให้ พม่า ได้กล่าวว่า คนไทยถึงจะไม่มีอาวุธ มีเพียงแค่สองมือเปล่า ก็ยังมีพิษสงรอบตัวได้ถึงขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่า นักมวยไทยนั้น มีฝีมือ ที่เก่งกาจ เป็นที่เลืองลือ ดังนั้น นายขนมต้มนั้นเปรียบ ได้ถึงเป็น บิดาของวิชามวยไทย ด้วยความเก่งกาจ และยัง ทำให้คนไทยนั้นมีชื่อเสียง มากมายในด้านมวยไทย และ ในสมัยต่อมา มวยไทย ก็ยังมีการฝึกเพลงดาบ คู่ กับการฝึกมวยไทย เพื่อ การทำสงคราม และ การป้องกันตัว หรือ บาง ก็ฝึกเพื่อการแข่งขัน หรือ งานเทศกาลต่างๆ

วิชามวยไทยนั้น ได้ยั่งยืน และได้ความนิยมมาจนถึง สมัยปัจจุบัน วิชามวยไทยนั้น ได้ยั่งยืนมาก และในสมัยอยุธยาตอนปลายนั้น ได้มีมวยไทย เริ่มการชกกันด้วยการคาดเชือก นั้นคือการ ใช้เชือกเป็นผ้าพันมือ  และ บางครั้งการชก ก็อาจถึงตายได้ เพราะ เชือกที่คาดมือนั้น บางครั้งก็ใช้น้ำมัน ชุบเศษแก้ว ละเอียดๆ ชกถูกตรงไหนก็เป็นแผลตรงนั้น และ จะเห็นได้เลย ว่ามวยไทย ในยุคสมัยนั้นมีความอันตรายมาก และ ต่อมา ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น มวยไทย ก็ได้มีการ ฝึกตามสำนักฝึกต่างๆ และได้ มีการฝึก มวยไทย กันอย่างกว้างขวาง มากมาย และ ได้มีการ จัด สนามแข่ง หรือ เป็นการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน มาจนถึง ปัจจุบัน

 

มวยไทย นั้น ถือได้เลยว่าเป็นกีฬา ที่อยู่กับคนไทย มาอย่างยาวนาน และ มีประวัติ มากมายที่เกี่ยวกับมวยไทย ในประเทศไทย มวยไทย เป็นกีฬาที่ใครๆ จำนวนมากสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ยุคสมัยไหน ผ่านมากี่ปี มวยไทยก็ยัง เป็น กิจกรรม หรือ กีฬา ที่มีคนชื่นชอบ และ ให้ความสำคัญ ดังนั้น เราควรที่จะ อนุรักษ์ กีฬาประประเทศไทยไว้ ให้มีคนสนใจ และ ให้ความสำคัญแบบนี้ไปอีกยาวนาน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

เด็กน้อย กับการเรียนมวยไทย

มวย เทรนด์ใหม่วัยรุ่น

เด็กน้อย กับการเรียนมวยไทย

เด็กน้อย กับการเรียนมวยไทย

เชื่อว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ อยากจะส่งเสริมให้บุตรหลานของท่าน ได้เรียนพิเศษนอกเหนือจากนอกห้องเรียน ( และนอกจากตำราเรียนด้วย ) ไม่ว่าจะเป็นเป็นทักษะดนตรี ศิลปะ รวมถึงกีฬานานาชนิดด้วย

 

ซึ่งผู้เขียนก็ขอเขียนแบบอวยจนไม่มิดเลยว่า กีฬาเสริมทักษะอย่างมวยไทย ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีไม่น้อย  เพราะว่า นอกจากมวยไทยจะเป็นหนึ่งในกีฬา และวัฒนธรรมของชาติ ที่บรรพบุรุษถ่ายทอดวิชามาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นแล้วนั้น ศาสตร์ของมวยไทย ก็ไม่ใช่วิชาที่เรียนเพียงผิวเผิน ก็ชก เตะ ต่อย เป็น ทว่ายังมีแม่แบบ ที่เรียกว่า ศิลป์แม่ไม้มวยไทย ที่มีกระบวนท่าที่ทั้งแข็งแกร่ง และใช้ป้องกันตัวได้เป็นอย่างดี

 

หากมองในมุมมอง เมื่อหลายปีก่อนย้อนไป มักจะมีการปลูกฝังคติแบบผิด ๆ เกี่ยวกับมวยไทยเอาไว้พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ว่า เด็กที่เรียนมวยไทย โตมาจะต้องเป็นเด็กที่มีนิสัยเกเร อันธพาล ตีรันฟันแทง ไล่เตะต่อย หาเรื่องคนอื่น  ๆ ไปทั่ว จนทำให้ไม่มีใครอยากจะส่งลูกให้ไปเรียน ซึ่งนับว่าเป็นความเชื่อที่ผิดมาก ๆ เลยล่ะ เพราะการที่เด็กจะมีนิสัยอย่างนั้น ขึ้นอยู่กับการอบรมสั่งสอน และตัวของเด็กคนนั้นเองมากกว่า ทำให้ค่านิยมการส่งเด็ก ๆ ไปเรียนมวยไทยนั้น ไม่ค่อยได้รับความนิยม หากเทียบกับศิลปะการต่อสู้แขนงอื่น  

 

ซึ่งตอนนี้ ดูเหมือนว่า มวยไทยจะเริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จากการที่มีนักมวยไทยไปสร้างชื่อเสียงระดับโลก การ Represent ศาสตร์แม่ไม้มวยไทย ผ่านสื่อ ผ่านการโฆษณาต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่า ค่อนข้างไปได้ไกลมากทีเดียว แถมยังมีการเปิดสอนมวยไทยในต่างประเทศอีกด้วย ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ ที่กำลังหาตัวเลือกกีฬาที่เป็นประโยชน์ ผู้เขียนว่ามวยไทยนี่แหละ ตอบโจทย์ครบหลายด้าน

 

มวยไทย สร้างเสริมทักษะ และ สมาธิต่อเด็ก ๆ อย่างไรบ้าง

- มวยไทย มีแขนงการต่อสู้หลายท่วงท่า ที่ต้องใช้ทั้งไหวพริบ และสติ รวมถึงเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การคิดวิธีตั้งรับคู่ชก นั่นไง ใครบอกกันว่ามวยไทยไม่ได้ใช้ความคิดเลย นี่ยิ่งกว่าใช้ความคิดอีกนะ

- การเรียนรู้ ผ่านการอ่านเรื่องของกระบวนท่ามวยไทย เพียงอย่างเดียว อาจไม่ดีเท่าการที่ได้มาทดลองชกต่อย พร้อมกับเรียนรู้ศาสตร์กระบวนท่าไปในคราวเดียวด้วย

- มวยไทย สร้างเสริมให้เด็ก ๆ มีความเข้มแข็งตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก เพราะเมื่อเด็กชกแพ้อีกฝ่ายที่อาจเก่งกว่า เขาก็จะลุกกลับขึ้นมาต่อสู้ ด้วยความมานะแน่วแน่ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง รวมทั้งครูฝึก ในการสร้างพลังใจไม่ให้เด็ก ๆ ท้อไปก่อนด้วย เพราะการแพ้ หรือ ชนะนั้น นับว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอในวงการกีฬา

- จากข้อดีดังกล่าว ยังเสริมสร้าง และปลูกฝังให้เด็ก ๆ รู้จักรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และเกิดความสามัคคีในการเล่น หรือแข่งขันกีฬาได้ด้วย

- เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ในศาสตร์ของการป้องกันตัว ยามเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ( แนะนำว่าใช้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้นค่ะ ไม่แนะให้ไปเล่นแรง ๆ กับเพื่อนในโรงเรียน หรือมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในโรงเรียนด้วยนะ )

 

ในด้านของสุขภาพ

หากคุณผู้ชายเลือกต่อยมวย เพื่อสร้างเสริมมวยกล้ามเนื้อ หรือ คุณผู้หญิงที่เลือกต่อยมวย เพื่อลดน้ำหนักกระชับสัดส่วน หรือประการอื่น การต่อยมวยไทยของเด็ก ๆ ก็ไม่ต่างกันมาก และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ๆ เลยด้วย

- เหมาะสำหรับการเผาผลาญ เบิร์นแคลอรี ในกรณีที่เด็ก ๆ อาจมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ซึ่งมวยไทยนั้น ถือเป็นตัวเลือกในการลดน้ำหนักชั้นดีเลยล่ะ

- มวยไทยช่วยคลายเครียด ใช่แล้วค่ะ เพราะนอกจากเรื่องกระบวนท่า ในสมองของเราจะไม่ค่อยมีเรื่องอื่นแทรกเข้ามา จนถึงไม่มีเลย เพื่อเป็นการสร้างเสริมสมาธิของเด็ก ๆ นั่นเอง

- มวยไทย ช่วยในเรื่อง การทำงานของหลอดเลือดและหัวใจ เพราะความเหนื่อยจากการที่เบิร์นแคลอรีไปเยอะ จะทำให้ใบหน้าของคุณหนู ๆ มีเลือดสูบฉีดดี เรียกว่าพลุ่งพล่านเลยก็ได้ ซึ่งดีต่อร่างกายของเด็ก ๆ เอง แต่ก็อย่าออกแรงต่อเนื่องนานจนเกินไปเช่นกันนะ

 

อีกส่วนสำคัญ ก่อนที่เด็ก ๆ จะเรียนมวยไทยเลยก็คือ ต้องอย่าลืมวอร์มร่างกาย หรือ อบอุ่นร่างกายก่อน ประมาณ 5 – 30 นาทีได้ยิ่งดีเลย เพื่อให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น และพร้อมจะชกมวยแบบทุ่มสุดตัว

 

ส่วนผู้ปกครองคนไหน ที่อยากให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับการเรียนมวยไทย เพื่อให้เขาได้มีศิลปะการป้องกันตัว หรือเป็นการเสริมสร้างทักษะ สร้างสมาธิ ก็สามารถเลือกเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย โดยแนะนำเป็น 3 สาขาหลัก ได้แก่

- เจริญทองมวยไทย ข้าวสาร ( Jaroenthong Muay Thai Khaosan )

- เจริญทองมวยไทย รัชดา ( Jaroenthong Muay Thai Ratchada )

- เจริญทองมวยไทย ศรีนครินทร์ ( Jaroenthong Muaythai Srinakarin )

 

 ที่ไหนใกล้บ้าน หรือ สะดวกในการเดินทางไปเรียนมากที่สุด ก็เลือกที่นั่นเลยค่ะ เพราะเกิดเด็ก ๆ ติดใจการชกมวยขึ้นมา จะได้แวะเวียนไปเรียน หรือซ้อมได้ตลอดเวลานั่นเอง ราคาดีและคุ้มมาก แถมยังมีคลาสหลายแบบให้เลือกด้วย เลือกตามใจชอบเลย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ใน ค่าบริการมวยไทยสตรีท หรือดูคอร์สมวยไทยแบบสรุปคร่าว ๆ ( เฉพาะชาวไทย ) ที่ด้านล่างได้ค่ะ

 

- การเรียนแบบ Group Class รายเดือนเริ่มต้นที่ 2,490 บาท ( เฉพาะ เสาร์ อาทิตย์ ) หรือรายเดือนแบบไม่จำกัดครั้ง 2,990 บาท

 

- การเรียนแบบ Private Class รายครั้งเริ่มต้นที่ 990 บาท 1 คลาส ต่อ 1 ชั่วโมงครึ่ง 12 ครั้ง 9,590 บาท และ 24 ครั้ง ราคา 16,790 บาท

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

 

คำศัพท์ วงการมวยไทย

นักมวย กับเครื่องรางของขลัง

นักมวย กับเครื่องรางของขลัง

 

ศิลปวัฒนธรรมไทย ทุกอย่างย่อมมีวิญญาณบรรพบุรุษ ครูบาอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่คอยปกปักษ์ดูแลอยู่ทุกแห่ง มวยไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสตร์การป้องกันตัวของไทย ก็มีสิ่งยึดเหนี่ยวเช่นนี้ไม่ต่างกัน

 

สวัสดีค่ะ วันนี้ในขณะที่ผู้เขียนกำลังลองศึกษาค้นคว้าข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องเครื่องรางของขลัง อยู่นั้นเอง ตัวผู้เขียนก็อดที่จะตระหนัก และอดที่จะนึกขึ้นมาไม่ได้ว่า นักมวยตั้งแต่สมัยโบราณ เขาก็มักจะมีวิธีไหว้ครูบาอาจารย์ เป็นการเคารพ และแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ต่อเหล่าครูอาจารย์ อาจารย์ก็การปัดเป่ากระหม่อม เพื่อขอให้การก้าวขึ้นสู่สังเวียน หรือ ลานประลองมวย ของสานุศิษย์ นั้น  เป็นไปอย่างราบรื่น และได้รับชัยชนะจากการชก

 

ทว่านอกจาก การฝึกฝนอย่างตรากตรำ โดยได้รับการประสิทธิประสาท มาจากครูมวยแล้ว อีกสิ่งที่นักมวยส่วนใหญ่ จะต้องพก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ของขลัง ของศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ก็เป็นอีกศาสตร์ที่น่าสนใจ ผู้เขียนจึงได้ลองรวบรวมเครื่องรางของขลัง ที่นักมวยจะพกเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวก่อนขึ้นชก มาให้ได้อ่านกันดูค่ะ

 

1. มงคล

เป็นเครื่องรางที่ทำจากสายสิญจน์ หรือผ้าดิบ ทำเป็นลักษณะทรงกลม ขนาดพอดีรับกับศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ด้านหลัง เพื่อให้ผู้ขึ้นชกสวมใส่ นอกจากนี้ในอดีต ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับมงคลว่า เป็นหนึ่งในเคล็ดทางไสยศาสตร์ ที่ไม่ว่านักมวยคนใดได้สวม ก็จะคุ้มครองคน ๆ นั้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย โดยผู้ที่จะใส่ หรือถอดมงคลออกจากศีรษะได้  ก็จะต้องเป็นครูมวยอาวุโส หรือ พี่เลี้ยง ที่นักมวยคนนั้นให้ความเคารพมาก และบริกรรมคาถาเพื่อให้คุ้มครองแก่ผู้ขึ้นชกด้วย

 

2. ว่าน

เป็นพืชพันธุ์พิเศษ มีความเชื่อว่า สรรพคุณของมันจะทำให้ผิวหนังทนทานความร้อน หรือทำให้หนังเหนียว ฟันแทงไม่เข้า จึงนิยมนำมาทำเป็นของขลังปลุกเสก นำมาเป็นส่วนผสมในการทำตัวพระเครื่อง หรือ นิยมให้นักมวยเคี้ยวก่อนขึ้นชก หรือผสมกับน้ำดื่มเย็นชื่นใจในขัน ( เอ..ผู้เขียนอดคิดไม่ได้เลยนะคะ ว่าเขาอาบน้ำว่านกันด้วยรึเปล่านะ สมัยนั้น ) เพราะเชื่อว่าจะทำให้นักมวยแข็งแรง และได้ชัยชนะจากการชกนั่นเอง

 

3. ประเจียด

ประเจียด ก็คือ เครื่องรางของขลัง ทำจากใยผ้าที่เรียกว่า ผ้าสาลู ’ ( ผ้าขาวบางเนื้อดี หรือ ผ้าดิบ ) โดยจะเลือกใช้สีขาว กับ สีแดง เป็นสีหลัก ในการทำตัดผ้าเป็นทรงสามเหลี่ยม ก่อนจะลงเลขยันต์มหาอำนาจ นำมาทำเป็นสายรัดต้นแขนทั้งสองข้าง เพื่อให้กายของผู้ที่ใส่นั้น คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด คุ้มกำลังเภทภัย โดยสลักภาษาที่เขียน เป็นอักขระแบบขอม หรือ เทวนาครี โดยก่อนขึ้นชกมวย ผู้ใส่อาจแนบตะกรุด ว่าน หรือเครื่องรางของคลังอื่น ไว้บนประเจียดได้

 

4. ตะกรุด

วัสดุที่ใช้ในการทำตะกรุด แบ่งออกได้ด้วยกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเงิน ทอง นาค หรือ ใบลาน ที่ลงเลขยันต์กำกับเอาไว้ ม้วนเป็นคล้ายก้าน และเจาะช่องตรงกลางเพื่อให้เชือก หรือ สายสร้อยสอดเข้าไป มักเป็นอีกหนึ่งเครื่องรางของขลัง ที่ผู้ขึ้นชกจะแนบใส่ไปในผ้าประเจียด เพื่อเสริมสร้างความกล้า และ ขวัญกำลังใจ

 

 

5. รอยสัก อยู่ยงคงกระพัน

จากคำสัมภาษณ์ของ คุณเขาทราย กาแล็คซี่ นักมวยไทยชื่อดังระดับโลก ที่เปิดใจในรายการ เปิดกรุลี้ลับ ว่าด้วยเรื่องของความเชื่อเสริมมงคล นักมวยก่อนขึ้นชก ทางช่อง Amarin TV ยังต้องพึ่งในเรื่องของความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะการสักยันต์น้ำมัน ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น มือ หน้าอก แผ่นหลัง บนศีรษะ ที่ทำให้คุณเขาทรายมีที่ยึดเหนี่ยว ให้ใจสู้ ฮึกเหิม ทางจิตใจ

 

โดยสมัยโบราณ การสักยันต์ชนิดนี้ ผู้ที่ถูกสักจะเต็มไปด้วยศรัทธาที่แรงกล้า มีความเข้มแข็ง และเชื่อในปาฏิหาริย์ ในการตั้งปณิธานที่จะสืบสานศิลปะ แขนงแม่ไม้มวยไทย โดยยันต์ที่สัก จะมีการเสกเป่า เชิญครูบาอารย์ มาเป็นขวัญและกำลังใจสู่เจ้าของรอยสักนี้

 

6. พระเครื่อง

พระเครื่องนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ ที่นักมวยมักจะใช้อม เพื่อให้พระเครื่องนั่นปกป้องคุ้มครองตัวเอง ให้ได้ชัยชนะจากการชก ทว่าปัจจุบัน วิธีนี้อาจไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่รัก เพราะอาจเกิดอันตราย รวมถึงความทะมัดทะแมง ความคล่องคตัวในการเขยื้อนกาย ก็จะลดลงตามไปอีกด้วย

 

7. พิรอด

พิรอด หรือ เงื่อนพิรอด ทำจากกระดาษสา หรือ ถักด้วยหวาย ที่ผ่านการบริกรรม พิธีกรรมมาแล้ว จากนั้นผู้ทำพิธีจึงจะทำการลงรักปิดทอง ให้ใส้สวมต้นแขน หรือ ทำเป็นแหวนให้สวมใส่ที่นิ้วมือ ว่ากันว่า หากเป็นพิรอดรุ่นพิเศษ ชนิดแบบลิมิเตด อิดิชั่น อย่าง กำไลพิรอด ชนิดงู 2 ตัว ชนิดที่ว่าต้องกลืนหางกันเองเท่านั้นด้วยนะ ( ถ้าไม่ใช่คือของปลอมค่ะ ฮา ) จะทำให้ช่วยเสริมให้นักมวยมีพลังแข็งแกร่ง และเกิดปาฏิหาริย์ได้เช่นเดียวกับตะกรุด หรือพิสมร นับว่าเป็นของขลังวิเศษ ที่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว

 

8. ผ้ายันต์

นิยมนำมาทำเป็นเสื้อยันต์ โดยมีเกจิอาจารย์ มักเป็นผู้ลงยันต์อักขระ เพื่อให้นักมวยใช้สวมใส่ แต่ปัจจุบันเริ่มไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่นักมวยก็จะพกเป็นผ้ายันต์ ขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดเทียบเท่ากับผ้าเช็ดหน้า พกติดตัว จนกว่าจะถึงคราวขึ้นชกแทน

 

9. พิสมร

เครื่องรางของขลัง ที่ทำจากแผ่นโลหะ หรือ ใบลานรูปทรงสามเหลี่ยม แต่มีรูปร่างไม่กลมเหมือนกับตะกรุด แต่ก่อนที่ผู้ชกจะสวม พิสมรก็ต้องผ่านการทำพธีกรรม เสาเรียกครูบาอาจารย์มาให้ขวัญกำลังใจเช่นกัน

 

เรียกได้ว่า ของขลังแต่ละอย่าง ล้วนมีชื่อที่คุ้นหูต่อคุณผู้อ่านบ้างแหละ ความศรัทธา และความแรงกล้า เป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ช้าแต่...ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

 

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

 

 

มวย เทรนด์ใหม่วัยรุ่น

มวย เทรนด์ใหม่วัยรุ่น

เทรนด์วัยรุ่น ในสมัยปัจจุบันนี้ มีเทรนด์ที่เหล่ากลุ่มวัยรุ่นชอบทำหลากหลายอย่าง หลายกิจกรรม และหลายรูปแบบ ซึ่งอีกหนึ่งอย่าง ที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ ก็คือ มวยไทย

 

ทำไมเมรนด์การต่อยมวย ถึงกำลังเป็นที่นิยม

นั้นก็เพราะว่า วัยรุ่นสมัยนี้ หันมาสนใจ หันมารู้จักการดูแลสุขภาพ ใส่ใจในความแข็งแรง ดูแลหุ่น ให้หล่อ ให้สวยกันมากยิ่งขึ้น วัยรุ่นในสมัยนี้ จึงนิยมที่จะออกกำลังกายกัน จะเห็นได้ชัดจากการที่ วัยรุ่นสมัยนี้  เวลาไปออกกำลังกาย ก็จะมีการถ่ายรูปตัวเองตอนออกกำลังกาย อัพลงในสื่อต่างๆ ทางโซเชียลมีเดีย กันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็น ดารา นักแสดง นักร้อง ศิลปิน พวกเขาเหล่านี้ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ทำไมเทรนด์การออกกำลังกายจะไม่เป็นที่นิยมหละ จริงไหม

 

แล้วยิ่งกระแสการต่อยมวย ชกมวย ของเหล่าซุปเปอร์สตาร์ ดารา ศิลปิน เซเลป ในตอนนี้เป็นกระแสที่นิยมมาก เนื่องจากการจัดการแข่งขัน ต่อยมวย ชกมวย ที่เกิดขึ้นรายการหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่า ใครๆ ก็น่าจะรู้จักรายกการ ศึกชกมวยดัง ของเหล่าซุปเปอร์สตาร์ ที่จัดโดย พี่เจ เจตริน อย่างรายการ 10 fight 10 ที่มีมาแล้วถึง 2 season  การันตีความมันส์ ต่อยจริง เจ็บจริง ที่เห็นแล้ว สนุก ได้ใจคนดูอย่างเราๆ สุดๆ ไปเลย

 

พอทุกอย่างมันเป็นกระแส ที่ได้รับความนิยมขาดนี้แล้ว วัยรุ่น หรือคนรุ่นใหม่ ยังไงก็ต้องขอเข้าเทรนด์ เพราะว่าไม่ใช่แค่จะเป็นการที่ เข้าเทรนด์ ทำตามกระแสอย่างเดียว ที่สำคัญ การออกกำลังกาย ยังไงมันก็ดีต่อสุขภาพจริงไหม เพราะฉะนั้น วันนี้ เราจะมาบอกถึงหลักการ ในการที่จะเริ่ม เข้าเทรนด์ชกมวย เข้าวงการ การออกกำลังกาย แบบต่อยมวยกัน

 

หลักการแบบง่ายๆ สำหรับคนที่จะเริ่มต่อยมวย ชกมวย

- เตรียมตัวเองให้พร้อม

อันดับแรกเลย เราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อน ทั้งสภาพร่างกาย และจิตใจ เพราะการต่อยมวย หรือชกมวยนั้น  ไม่ได้เหมือนการแล่นขายของในสมัยเด็กๆ ที่นั่งเล่นชิลๆ มุ้งมิ้งๆ น่ารักๆ แต่การออกกำลังกายโดยการต่อยมวย หรือชกมวยเนี่ย มันของจริง เราต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ถ้าเป็นไปได้ ควรมีความฟิต มีความแข็งแรง ถ้าเคยออกกำลังกายมาบ้างอยู่แล้ว ก็จะดีมาก ตาถ้าคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย ก็อาจจะต้องเริ่มเบาๆ เริ่มคาร์ดิโอ ให้ร่างกายมีความพร้อมไว้ก่อนบ้าง และที่สำคัญ คือการเตรียมความพร้อม ทางด้านสภาพจิตใจ เพราะอย่างที่บอก ต่อยมวย ชกมวย มันเจ็บนะ นึกถึงคนต่อยกัน ชกกันสิ ใครบ้างไม่เจ็บ ถ้าใจคุณยังไม่ถึงพอแล้วละก็ ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบเข้าวงการนี้ หาเข้าวงการอื่นไปก่อน รอให้สภาพจิตใจคุณพร้อม ค่อยกลับมาเลือกเข้าวงการต่อยมวย ชกมวย ก็น่าจะดีกว่า

 

- เลือกหา สถานที่สำหรับการออกกำลังโดยการชกมวย ต่อยมวย

การเลือกหายิมดีๆ สักที่นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจะต้องทำการหาข้อมูลดีๆ อันดับแรก คุณก็คงต้องเลือกหา ยิมมวย ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของคุณมากนัก สามารถเดินทางไปออกกำลังกายได้อย่างสะดวก เพราะถ้ามันไกลเกินไป แพชชั่นในการออกกำลังกายของคุณก็อาจจะหมด ไม่มีกำลังใจในการไปออกกำลังกายก็ได้ ส่วนอีกเรื่องที่เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลยก็คือ ยิมมวยนั้น ต้องได้รับมาตรฐาน มีเทรนเนอร์ หรือครูสอนมวยที่ดี และเก่ง สามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จในการชกมวย ต่อยมวยได้ สามารถทำให้คุณได้ออกกำลังกายได้อย่างสนุก ภายในยิมมวยนั้น จะต้องมีอุปกรณ์สำหรับการฝึกมวยที่ครบถ้วน สะอาด และสามารถใช้งานได้อย่างมมีประสิทธิภาพ มีการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกมวยเป็นอย่างดี และท้ายที่สุด อีกหนึ่งปัจจัยหลัก คือ ราคาค่าใช้จ่าย ในการใช้บริการ ถ้าสถานที่ดี เทรนเนอร์ แต่ราคาไม่โอเค คุณก็คงไม่ไปใช่ไหม แต่ถ้าราคาสมเหตุสมผล มีโปรโมชั่นดีๆ ใครก็ต้องเลือก ซึ่งเราของแนะนำ ยิมเจริญทองมวยไทย รัชดา ที่มีทุกอย่างครบ จบตามที่มือใหม่อย่างเราต้องการ

 

- เตรียมอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมส่วนตัวของคุณ

อุปกรณ์ส่วนตัวในการฝึกซ้อม ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพราะว่า อุปกรณ์บางอย่าง ไม่สามารถใช้ร่วมกันกับผู้อื่นได้ คุณจึงต้องหาข้อมูล สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกซ้อม เช่น ชุดที่คุณต้องงใส่ในการฝึกซ้อม จะต้องเลือกชุด ในเหมาะสมในการฝึกซ้อม หรือบางอาจจะชอบแฟชั่น ก็อาจจะหาเรฟจากข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ในการแต่งตัวมาฝึกซ้อมมวย และ นวม ฟันยาง ที่คุณควรจะต้องเลือกซื้อให้เหมาะสมกับขนาดของร่างกายของคุณ เช่นกัน

 

เมื่อทุกอย่างมันพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณ จะออกไปลุยได้แล้วแหละ คุณจะต้องคิดอยู่เสมอว่า การออกกำลังกาย ยังไงมันก็เหนื่อย แล้วยิ่งเป็นการออกกำลังกาย โดยการต่อยมวย หรือชกมวยนั้น ก็จะยิ่งทั้งเหนื่อย และเจ็บตัวแน่นอน แต่สิ่งที่คุณจะได้กลับมา คือ สุขภาพของตัวคุณเอง ความแข็งแรงของร่างกายคุณเอง ความฟิต ของตัวคุณเองทั้งนั้น ยังไงแล้ว มันก็คุ้มที่จะเหนื่อยแน่นอน

 

สุดท้ายนี้อยากจะฝากไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอะไร ไม่ว่าจะหนักหน่วงขนาดไหน ยังไงคุณก็ต้องมีสติ และอย่าประมาท ต้องนึกถึงเสมอว่า ตัวเราเองนั้นไหวแค่ไหน อะไรไม่ไหวก็พักก่อน อย่าเพิ่งฝืน ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป แล้วค่อยๆ เพิ่ม ให้มันดีขึ้น ไม่ต้องห้าว ไม่ต้องรีบร้อน เพราะไม่งั้น จากที่จะออกกำลังกาย แล้วได้สุขภาพที่ดี อาจจะเป็น ออกกำลังกาย แล้วบาดเจ็บได้

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ศาสตร์ไทยที่ไปไกลระดับโลก

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

มวยไทย ศาสตร์ไทยที่ไปไกลระดับโลก

มวยไทย ศาสตร์ไทยที่ไปไกลระดับโลก

ปัจจุบัน ศิลปะวัฒนธรรมไทยได้มีบทบาทในระดับโลก อย่างล่าสุด ก็เป็นเรื่องของโขนไทย ที่เพิ่งได้รับการยกย่อง ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ แน่นอนว่า ในปีลำดับต่อไป หนึ่งในนั้นยังมีศิลปะมวยไทยด้วย

 

ศาสตร์ศิลป์มวยไทย

 

ศาสตร์มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ของไทย ที่รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสายมวยไชยา มวยลพบุรี มวยท่าเสามวยพระยาพิชัยดาบหัก และมวยพลศึกษา ล้วนมีเอกลักษณ์และท่วงท่าต่างกัน ตั้งแต่ลีลา กระบวนท่วงท่า การตั้งรับ การคาดเชือกที่มีกลิ่นอายเอกลักษณ์ ของความเป็นมวยสายนั้น ๆ

 

จนกลายเป็นว่า ตั้งแต่อดีต ที่เริ่มต้นจากการจับเวลา ด้วยการใช้กะลาจมน้ำ จนถึงในสมัยปัจจุบัน  ได้มีการจัดชกมวยไทย อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพนัน การแข่งขัน หรือแม้แต่เป็นการชกแสดงต่อหน้านักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนทำให้มวยไทย เป็นหนึ่งในศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่ชาวต่างชาติก็รู้จักและคุ้นตา ซึ่งสถานที่ใช้จัดการชก ที่เรารู้จักกันดี ก็จะเป็น สนามมวยราชดำเนิน หรือ มวยลุมพินี

 

ก็ลองสังเกตของที่ระลึก ที่เอาไว้ขายให้นักท่องเที่ยวดูก็ได้ ว่ามวยไทยมักถูกนำมานำเสนออยู่ในรูปแบบสินค้าที่จับต้องได้ ซึ่งมีการนำเสนอ ตั้งแต่กระบวนท่าแม่ไม้มวยไทย ไม่ว่าจะเป็น ท่าจระเข้ฟาดหาง หนุมานถวายแหวน อิเหนาแทงกฤช นาคาบิดหาง ผ่านรูปแบบผลิตภัณฑ์อย่าง พวงกุญแจ แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือแม้แต่เสือ และกางเกงมวย

 

หรือ ภาพลักษณ์ของนักมวย ทีมีร่างกายกำยำ สวมคาดเชือก ให้อยู่ในรูปแบบของสินค้า ให้นักท่องเที่ยวจดจำ ที่มีให้เห็นตามร้านย่านท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเกิดเป็นธุรกิจโรงเรียนสอนมวยมากมายหลายแห่ง สำหรับผู้สนใจทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติ

 

อีกภาพลักษณ์ของมวยไทย ที่ทำให้รู้จักไปทั้งโลก ก็มีการนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ อย่างเรื่อง พันท้ายนรสิงห์ที่มีการพูดถึงเรื่องของประวัติ พระเจ้าเสือ กษัตริย์ที่ช่ำชองเรื่องของมวยไทย หรือ นายขนมต้ม เชลยในสมัยอยุธยา ที่ถูกกวาดต้อนไปยังพม่า และได้เผยแพร่ศาสตร์มวยไทย ให้สายตาของชาวพม่ารามัญประจักษ์

 

หรือ แม้แต่ ภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่โด่งดังอย่าง เก้าศาสตราที่มีการนำเสนอ กระบวนท่าแม่ไม้มวยไทย ผ่านฉากต่อสู้ของพระเอกอย่าง อ๊อด ได้อย่างน่าสนใจ และ นำเสนอได้อย่างสร้างสรรค์ มวยไทย ที่นำเสนอผ่านสื่อ ก็มีผลที่ทำให้คนได้รู้จัก และสนใจศาสตร์ของแม่ไม้มวยไทย ได้อย่างน่าอัศจรรย์เช่นกัน

 

มวยไทย ในระดับโลก

 

มวยไทย ยังไปสู่ระดับสากลได้มากกว่านั้น จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ค่อยได้รับการสนใจ เมื่อเทียบการศิลปะอื่นของไทย เช่น ศิลปะการแสดงโขน แต่เมื่อกระแสโลกาภิวัตน์ตามช่วงสมัย ที่ทำให้มวยไทยออกสู่สายตาของชาวต่างชาติ จึงทำให้มีชาวต่างชาติจำนวนมาก ที่อยากจะเรียนศาสตร์และศิลป์ของมวยไทย จนเกิดเป็นการสร้างรายได้ต่อครูมวย ที่สามารถต่อยอดไปถึงการทำธุรกิจโรงเรียนสอนต่อยมวยในต่างแดน

 

นั่น...จึงทำให้มวยไทย ออกสู่สากล และ ยังกลายเป็นเทรนด์กีฬาในกระแสโลก ที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง และกลายมาเป็นหนึ่งในกีฬาทางเลือก ของคนรักสุขภาพ ในการเบิร์นแคลอรี ลดน้ำหนัก หรือ การใช้เรี่ยวแรงในการออกกำลังกาย ให้ดีต่อสุขภาพ

 

มวยไทย สู่การนำเสนอต่อทะเบียนยูเนสโก 

 

จากประเด็นที่เป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก ว่าการแสดงโขนไทยนั้น เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) อย่างเป็นทางการ ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา  โดยประเทศไทยของเราก็ไม่รอช้า ที่จะนำเสนอศาสตร์ศิลป์ไทย ทั้งหมดอีกสามแขนง ได้แก่ โนรา ผีตาโขน และ มวยไทย

 

ซึ่งแม้ว่าในด้านของกระทรวงวัฒนธรรม จะมีการแค่เปรย ในเรื่องของการนำเสนอ หรือ นำเสนออย่างจริงจัง ก็ตาม เพราะเมื่อดูแล้ว ไม่ได้จริงจังเหมือนเมื่อคราว การแสดงโขนไทยมากนัก แต่มวยไทย ก็เป็นอีกหนึ่งในแขนงศาสตร์ไทย ที่น่าจับตามองว่า จะถูกพิจารณาจากหลักเกณฑ์ และจะมีภาพรวมต่อองค์การระดับโลกอย่างไรบ้าง

 

มวยไทย VS มวยเขมร ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่

 

อย่างที่ชาวโซเชียลมีเดียรับรู้ว่า เมื่อคราวทั้งไทยกับเขมร ต่างได้ยื่นนำเสนอการแสดง โขนไทย กับ ละโคนโขลเขมร ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน จนเกิดเป็นวิวาทะเดือดพล่านอยู่พักใหญ่ ถือเป็นการรวมตัวกันของเกรียนคีย์บอร์ด ในการยกอ้างว่า โขนเป็นของใครกันแน่ ทั้งที่อิทธิพลจากการแสดง ก็ได้รับเป็นวัฒนธรรมร่วมจากอารยธรรมอินเดียเหมือนกัน

 

จนบทสรุปก็คือ โขนของแต่ละประเทศ ต่างก็ได้ขึ้นทะเบียนคนละประเภท โขนไทยได้ขึ้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในขณะที่ละโคนโขลเขมร ชื่อชุดว่า ละโครโขลคณะวัดสวายอัณแดตก็ได้ขึ้นทะเบียน จัดอยู่ในหมวดที่ต้องได้รับการอนุรักษ์ และฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน

 

แล้วหากลองพลิกจากการแสดงโขน มาเป็นมวยไทยดูบ้างล่ะ ผู้เขียนเองก็ตั้งประเด็นสงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะจากที่ได้ลองไปสำรวจ มวยเขมรที่เรียกว่า โบกะดอร์ (Bokator)’ หรือ ประดัลเสรีก็มีความคล้ายกับมวยไทยในบางจุดอยู่ และไม่ใช่แค่นั้น ประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่ข้างๆ ไทย อย่างลาว หรือ พม่า (ความจริงแล้วเป็นมวยของมอญ ที่ชื่อว่า ราไวย์ เป็นมวยที่ไม่มีเชิง ค่อนข้างไม่มีกระบวนท่าเป็นเรื่องเป็นราว ไม่เหมือนกับมวยไทย ที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวกว่า และ มวยบันโด ของไทยใหญ่) ก็มีศาสตร์ศิลป์ กระบวนท่า หรือแม้แต่ภาพรวม ที่คล้ายกับมวยไทยของเราอยู่

 

หากเทียบเท่ากับประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือการที่องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ ศิลปะมวยไทเก๊ก หรือ มวยไท่จี๋ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เหมือนกัน ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การที่ไทยได้เสนอมวยไทยต่อองค์การยูเนสโกนั้น จะได้รับการขึ้นทะเบียน และอยู่ในหมวดประเภทเดียวกัน เหมือนกับเมื่อคราวการแสดงโขน หรือไม่

 

ซึ่งหากมองในมุมมองเดียว กับเมื่อครั้งขึ้นทะเบียนการแสดงโขนเมื่อปีก่อนแล้วนั้น ทางคณะกรรมการของยูเนสโก ก็ต้องอาจจะต้องพิจารณาองค์ประกอบในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่องของประวัติความเป็นมา การต่อยอด พัฒนา ว่ามวยไทยนั้น มีองค์รวม องค์ประกอบในเกณฑ์ที่เหมาะสม ในการขึ้นเป็นมรดกวัฒนธรรมในรูปแบบใด เพื่อนำไปสู่การจัดการ และการประกาศต่อโลกว่า มวยไทย จะได้รับการแต่งตั้งอยู่ในหมวดประเภทใด

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

 

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

มวยไทยมีหลักพื้นฐานเดียวกัน คือ การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก และศีรษะ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นได้มีการพัฒนาความสามารถและความถนัดในเชิงมวยที่แตกต่างกันออกไป และได้มีการเปรียบเปรยความสามารถเชิงมวยของท้องถิ่นต่าง ๆ ออกเป็น 5 สาย มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

1. มวยลพบุรี

          มวยลพบุรีนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคกลาง เอกลักษณ์ของมวยลพบุรี คือ เป็นมวยที่ชกฉลาด มีการรุกรับที่คล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงแม่นยำ เรียกว่า “มวยเกี้ยว” หมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย เคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับและออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอกได้อย่างรวดเร็ว สมกับฉายา “ฉลาดลพบุรี” และเอกลักษณ์อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ มีการพันมือครึ่งแขน แต่ที่แปลกและเด่นกว่ามวยสายอื่น ๆ คือ การพันคาดทับข้อเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมวยลพบุรี

          ในส่วนของกระบวนท่าของมวยไทยสายลพบุรีนั้น พบว่า มีด้วยกัน 16 กระบวนท่า ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ผสมกลมกลืนจากการหล่อหลอมและเลียนแบบท่าทางของสัตว์ต่าง ๆ เช่น ลิง และ ช้าง ที่มีอยู่มากในเมืองลพบุรี และครูมวย นักมวยไทยสายลพบุรีที่ควรรู้จัก ได้แก่ ครูดั้ง ตาแดง, ครูนวล หมื่นมือแม่นหมัด, นายซิว อกเพชร, นายแอ ประจำการ, นายเย็น อบทอง, นายเพิก ฮวบสกุล, นายจันทร์ บัวทอง, นายชาญ ศิวา-รักษ์, นายสมทรง แก้วเกิด และครูประดิษฐ์ เล็กคง ซึ่งบุคคลเหล่านี้นับได้ว่าเป็น มวยไทยสายลพบุรี เป็นประวัติศาสตร์ของมวยไทย ที่เป็นมวยท้องถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรสยาม มีอายุถึง 1,356 ปี มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ประวัติความเป็นมาเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณี

          การแข่งขันมวยไทยสายลพบุรี มีกติกาการชก กำหนด 5 ยก โดยใช้ยกเวียน การหมดยกใช้กะลาเจาะรูใส่ในโหล เมื่อกะลาจมน้ำถือว่าหมดยก การต่อสู้ใช้อวัยวะได้ทุกส่วนของร่างกาย การเปรียบมวยอยู่ที่ความสมัครใจของผู้ชก ไม่เกี่ยงน้ำหนักหรืออายุ การไหว้ครูเหมือนการไหว้ครูสายอื่น ๆ โดยทั่วไป

 

2. มวยโคราช

          มวยโคราชนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคอีสาน เอกลักษณ์ของมวยโคราช คือ สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก มีการพันหมัดแบบคาดเชือกตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราช เป็นมวยชกหมัดวงกว้างหนักหน่วง ที่เรียกว่า “หมัดเหวี่ยงควาย”  สมกับฉายา “หมัดหนักโคราช” ซึ่งการพันเชือกเช่นนี้เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยนั่นเอง

          ในส่วนของกระบวนท่าของมวยไทยสายโคราชนั้น พบว่า มีการฝึกตามขั้นตอน และเมื่อเกิดความคล่องแคล่วจะทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุมและฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ท่าฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ซึ่งได้แก่ ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า ท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า

          วิธีจัดการชกมวยโคราช นิยมจัดชกในงานศพที่ลานวัด ในเรื่องของการเปรียบมวยจะให้ทหารตีฆ้องไปตามหมู่บ้านแล้วร้องบอกให้ทราบโดยทั่วกัน และเมื่อเปรียบได้แล้วให้นักมวยมาชกประลองฝีมือกันก่อน หากฝีมือทัดเทียมกันก็ให้ชกแล้วนัดวันมาชก ซึ่งในการเปรียบมวยโคราช ไม่มีกฎกติกาที่แน่นอน หากพอใจก็ชกกันได้ ส่วนรางวัลการแข่งขันจะเป็นสิ่งของเงินทอง แต่หากเป็นการชกหน้าพระที่นั่ง รางวัลที่ได้รับจะเป็นหัวเสือและสร้อยเงิน

          ในสมัยรัชกาลที่ 5 – 6 มวยไทยโคราช เป็นช่วงที่มวยคาดเชือกรุ่งเรือง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ นักมวยฝีมือดี ได้แก่ นายแดง ไทยประเสริฐ หรือ “หมื่นชงัดเชิงชก”, ครูบัว  นิลอาชา (วัดอิ่ม), นายทับ จำเกาะ, นายยัง หาญทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ, นายพูน  ศักดา เป็นต้น

 

3. มวยไชยา

          มวยไชยานั้น ถือเป็นมวยไทยภาคใต้ เป็นศิลปะมวยประจำถิ่นอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอกลักษณ์ของมวยไชยา มีอยู่ 7 ด้าน การตั้งท่ามวยหรือการจดมวย ท่าครูหรือท่าย่างสามขุม การไหว้ครูร่ายรำ การพันมือแบบคาดเชือก การแต่งกาย การฝึกซ้อมมวยไชยา และแม่ไม้มวยไชยา

          กระบวนท่าของมวยไชยามีทั้งหมด 5 ชุด คือ แม่ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า ได้แก่ ปั้นหมัด พันแขน พันหมัด กระโดดตบศอก พันหมัดพลิกเหลี่ยม เต้นแร้งเต้นกา ย่างสามขุม ท่าที่สำคัญคือท่า “เสือลากหาง” เคล็ดมวยไชยาการป้องกันตัว และจะเป็นการป้องกันตัวแบบ 4 ป. คือ “ป้อง ปัด ปิด เปิด” และนอกจากการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แล้วยังมีวิชาการต่อสู้เช่น การ “ทุ่ม ทับ จับ หัก” อีกด้วย ซึ่งสมกับฉายา “ท่าดีไชยา” นั่นเอง และมวยไชยาจะคาดเชือกแค่ข้อมือเท่านั้น

 

 

 

4. มวยท่าเสาและพระยาพิชัย

           มวยท่าเสา ถือเป็นมวยไทยภาคเหนือ แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ากำเนิดขึ้นเมื่อใด ใครเป็นครูมวยคนแรก แต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ทำให้ทราบว่าครูมวยไทยสายท่าเสาที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ ครูเมฆ เอกลักษณ์ของมวยท่าเสา คือ การจดมวยกว้างและให้น้ำหนักตัวไปทางด้านหลัง เท้าหน้าสัมผัสพื้นเบา ๆ ทำให้ออกมวยได้ไกล รวดเร็ว และรุนแรง สมกับฉายา “ไวกว่าท่าเสา” ส่วนกลยุทธ์มวยพระยาพิชัยดาบหักเป็นทั้งมวยอ่อนและแข็ง สามารถรุกรับตามสถานการณ์ รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเองและคู่ต่อสู้

           ครูมวยท่าเสาที่มีความสามารถ ได้แก่ ครูเมฆ, นายทองดี ฟันขาว, ครูเอี่ยม, ครูเอม, ครูอัด คงเกตุ, ครูโต๊ะ, ครูโพล้ง, ครูฤทธิ์, ครูแพ, ครูพลอย, นายประพันธ์ เลี้ยงประเสริฐ, นายเต่า คำฮ่อ (เชียงใหม่) และนายศรี ชัยมงคล

           กระบวนท่าของมวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัยนั้น พบว่า มีกระบวนท่าการชก 15 ไม้ การเตะ 10 ไม้ การถีบ 10 ไม้ การตีเข่า 10 ไม้ และการศอก 10 ไม้ ส่วนในเรื่องของระเบียบประเพณีของมวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัย ต้องมีการขึ้นครูหรือยกครู การไหว้ครูประจำปี การครอบครู และการรำไหว้ครูก่อนชก

           เมื่อครูที่มีชื่อเสียงทั้งหลายเริ่มถึงแก่กรรม ทำให้มวยไทยสายท่าเสาได้ลดบทบาทลง และมีมวยสายอื่น ๆ เข้ามามากขึ้น มวยไทยสายครูเมฆแห่งท่าเสาเริ่มถูกลบเลือนไป เอกลักษณ์ของมวยสายท่าเสาอาจจะสูญสิ้นไปหากไม่มีการอนุรักษ์มวย “ลาวแกมไทย ตีนไวเหมือนหมา” เอาไว้

 

5. มวยพลศึกษา

          มวยพลศึกษา ได้ก่อกำเนิดมาพร้อมกับการจัดตั้งสามัคยาจารย์สมาคม เพื่อจัดเป็นสถานที่การออกกำลังกาย สำหรับประชาชนทั่วไป และได้มีการสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชามวยไทยสายพลศึกษาที่มีชื่อเสียงคือ อาจารย์สุนทร ทวีสิทธิ์ หรือ อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ปรมาจารย์มวยที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญหมัด ซึ่งศึกษามาจากหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์ สวัสดิกุล ซึ่งได้ทรงศึกษาการชกมวยสากลของประเทศไทย จนได้ชื่อว่าเป็นบิดามวยสากลของประเทศไทย นอกจากหมัดแล้วยังเน้นความเร็ว จังหวะเข้า- ออกที่คล่องแคล่วว่องไว เรียกได้ว่ามวยพลศึกษาเป็นมวยครบเครื่อง สมกับฉายา “ครบเครื่องพลศึกษา”

          เอกลักษณ์ของมวยไทยสายพลศึกษา พบว่า มีทั้งหมด 3 ด้าน คือ เอกลักษณ์ด้านการแต่งกาย เอกลักษณ์ด้านการไหว้ครูและร่ายรำมวยไทย เอกลักษณ์ด้านการเรียนการสอน ส่วนในเรื่องของกระบวนท่าของมวยไทยสายพลศึกษา จะประกอบไปด้วย กลวิธีการใช้หมัด กลวิธีการใช้เท้า กลวิธีการใช้เข่า กลวิธีการใช้ศอก แม่ไม้มวยไทย และลูกไม้มวยไทย ในเรื่องของระเบียบประเพณีของมวยไทย จะมีพิธีการขึ้นครูหรือการยกครู พิธีการไหว้ครู และเครื่องดนตรีประกอบ

          ด้วยความที่มวยไทยสืบทอดมาจากมวยโบราณซึ่งแบ่งออกเป็น 5 สาย คือ มวยไทยสายไชยา มวยไทยสายโคราช มวยไทยสายลพบุรี มวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัย และมวยไทยสายพลศึกษา แต่ละสายมีทั้งเอกลักษณ์ กระบวนท่า ระเบียบประเพณี และวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ให้อยู่คู่บ้านคู่เมืองเป็นเอกลักษณ์ของไทยสืบต่อไป

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ความเป็นมาของเวทีมวย

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

ออกกำลังกายแบบนักมวย

ออกกำลังกายแบบนักมวย

เชื่อว่าหลายๆคน ก็เริ่มที่จะหันมาออกกำลังกายกัน ยิ่งในช่วงที่โควิดกลับมาระบาดในบ้านเราอีกครั้งเป็นรอบที่สองแล้วด้วย หลายๆคนคงรู้สึกเบื่อ เลยหันมาออกกำลังเพื่อดูแลสุขภาพกันดีกว่า

 

แต่จะเลือกออกกำลังกายแบบไหนดี นี่สิประเด็นหลัก บางคนไม่เคยออกกำลังกายเลย อาจจะไม่คุ้นชินหรือไม่มีความรู้ทางด้านในการออกกำลังกายเลย ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนยังไง หรือไม่รู้จะเลือกอะไรดี

 

วันนี้เรามีการออกกำลังแบบนักมวยมาฝากกัน เผื่อไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออกกำลังกายของคุณ

ถ้าพร้อมแล้วเราไปลุยกันเลย

 

ท่า Shoulder Presses

ในการแข่งขันกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น หัวไหล่ที่แข็งแรง นั้นเป็นปัจจัยสำคัญ ในการชกเนื่องจากว่ากล้ามเนื้อมัดนั้นเป้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการใช้ปล่อยหมัดออกไปและยังช่วยเป็นการ์ดป้องกันจากการโจมตีของคู่ต่อสู้

 

ดังนั้นในท่า Shoulder Presses จะเป็นท่าเคล็ดลับในการสร้างกล้ามเนื้อของหัวไหล่อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลักก็คือ ดัมเบล แต่ถ้าหากไม่มีจริง ๆ สามารถใช้ขวด จับให้มั่นคงจากนั้นดันพื้น และลง อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับท่าบริหารร่างกายส่วนบนอื่นก็จะทำให้คุณมีหัวไหล่ที่สวยงามราวและแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

 

ท่า Clap Press-Up

อีกหนึ่งวิธีออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่ใช้ได้ผลจริง และยังทำได้บ่อยครั้งตามใจต้องการอีกด้วย นั่นคือ Clap Press-Up โดยวิธีการก็แสนง่าย เพียงคุณใช้กำลังของมวลกล้ามเนื้อของร่างกายส่วนบนออกมาให้หนัก ท่านี้ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความเข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มันยังช่วยมันยังช่วยปรับสัดส่วนของ Body Balance ซึ่งเป็นสิ่งที่นักมวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นสำหรับนักมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกคนด้วย

 

ท่า Plank

เป็นหนึ่งในท่าที่ดูธรรมดา ๆ แต่ต้องบอกว่าหินมากกับการที่จะทำให้แกร่ง นับเป็นที่ทรมานที่สุดเนื่องจากต้องอาศัยความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อแทบจะทุกส่วนเพื่อที่จะสามารถทำท่า Plank ให้แกร่งและนาน อย่างไรก็ตามในการออกกำลังกายต้องออกอย่างเหมาะสม และคู่ไปกับท่า Crunches และ Sit Up จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้ให้กลับร่างกายและช่วยให้หมัดหนักขึ้นอีกด้วย

 

ท่า Skipping

ในการชกมวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากการชกแล้วก็ยังคงอาศัยความเร็วเพื่อนที่จะหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ที่ปล่อยออกมาดังนั้นความว่องไวของ Foot work การที่จะเพิ่มขีดความสามารถตรงจุดนี้สามารถทำได้โดยการเล่นท่าSkipping ใช้เพียงเชือก และที่โล่ง เท่านั้นคุณก็สามารถทำได้แล้ว Skipping ก็เป็นปัจจัยหลักของท่าฝึกฝนการเป็นมวยไทย ( Muay Thai ) อาชีพที่ใช้ แถมยังเป็นทำที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมออีกด้วย

 

ท่า Push Ups

ในส่วนของท่านี้ ค่อนข้างที่จะยากสำหรับคนที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลัง “ Push Ups ” น่าจะเป็นอุปสรรคในช่วงแรก เพียงแค่คุณตั้งใจและพร้อมที่จะเปลี่ยนตัววเอง ท่าง่ายๆท่านี้คง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอาจจะเริ่มจาก ทำที่ละน้อย ๆ ครั้ง แล้ว เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะท่านี้ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อหลายส่วน หัวไหล่ แผงอก จะเป็นที่นิยมของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกคน ถ้าหากมีเวลาว่าง เราก็ควรที่จะPush Ups เป็นประจำทุกวัน

 

ท่า Sit-Ups

ท่าเบสิคที่หลายไคนน่าจะรู้จักดี แต่พื้นฐานของท่านี้ที่เป็นหัวใจหลักของความเข็งแรงของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ระดับโลกหลายๆคน เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องส่วนกลาง และมันจะสร้างความมั่นใจของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ที่จะไม่ต้องค่อยพะวงกับการลดการ์ดลงป้องกันลำตัว และเพิ่มโอกาสเดินหน้าแลกหมดแบบไม่กลัว

 

ท่า Squats

ท่านี้เสริมความแกร่งในช่วงล่วง ซึ่งสำคัญมากกับการเคลื่อนไหวและความมั่นคงกับการยืน นักมวยไทย ( Muay Thai ) ที่ดีจะต้องมีการยืนที่มั่นคง เพื่อเข้าวงในใช้เทคนิคต่างๆ ในการจัดการคู่ต่อสู้ได้ตลอดเวลา ในการ Squats จะช่วยเพิ่มความเข็งแรงและว่องไว และยังเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต้นขาด้านหน้า-หลัง

 

การใช้ Squats และออกกำลังกายที่ใช้ส่วนสะโพกอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณช่วงล่างที่มั่นคงและแข็งแรงไม่แพ้ใครแน่นอน

 

ท่า Shadow Boxing

Shadow Boxing  เรียกง่ายๆเป็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นับเป็นการสร้างเทคนิคการชกที่ดีที่สุดในการฝึกซ้อม รวมไปถึงการรักษาน้ำหนักความความฟิตของร่างกาย ในการทำ Shadow Boxing เรานั้นสามารถทำได้ในทุกสถานที่ แต่จะมีสถานที่นึงที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ “ในบ่อทรายหรือชายหาด ”  เนื่องจากเทคนิคนี้นักมวยไทย ( Muay Thai ) ได้เริ่มเรียนรู้เทคนิค จากการที่ดูนักฟุตบอลที่เล่นตามชายหาด ซึ่งทรายจะช่วยยึดเหนี่ยวช่วงล่างของลำตัวเราไว้ ทำให้ขยับลำตัวช่วงบนของเราได้อย่างอิสระระหว่างที่ทำอยู่ ดังนั้นมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เทคนิคและการชกได้ดียิ่งขึ้น

 

ท่า Chin Ups

ที่ขาดไม่ได้ไม่ได้เลยในการฟิตร่างกายช่วงบน หากท่านใดต้องการจะมีร่างกายช่วงบนที่แข็งแรงและสมส่วน  เน้นไปที่การเล่นท่า Chin up เพราะท่านี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก และหัวไหล่ ในท่าเดียว

  

ท่า Burpees

ท่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ ยากและเหนื่อยแทบขาดใจ และ Burpee ยังคงเป็นท่าที่ยากที่สุดใน 10 ท่าที่กล่าวมา แต่ท่านี้ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นหัวใจ และเป็นเห็นผลดีที่สุดของการออกกำลังกาย เป็นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายหากใครที่อยากจะมีรูปร่างที่สมส่วนอลองท่านี้เลย “Burpee” ต้องออกให้ถูกต้อง ลองดูท่าที่ถูกต้องในวิดีโอที่ถูกต้องใน Youtube ได้เลย ไม่ยากอย่างที่คิด

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

ความเป็นมาของเวทีมวย

ความเป็นมาของเวทีมวย

ความเป็นมาของเวทีมวย

 

มวยไทย เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย  ปัจจุบันนี้  ใคร ๆ ก็นิยมฝึกมวยไทย และยังเป็นการออกกำลังกายยอดฮิตของคนทำงานในยุคนี้ด้วย  มวยไทยนั้นก็มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน  และน่าสนใจ  แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง  ที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับมวยไทยเช่นกัน นั่นก็คือ  เวทีมวย  เราจะพาทุกคนไปดูเรื่องราวของเวทีมวยกัน

 

ประวัติสนามมวยเวทีราชดำเนิน

อดีตนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม  มีคำสั่งให้สร้างสนามมวยบนถนนราชดำเนินในปี พ.ศ. 2484 คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายเวนคืนที่ดิน  และแจ้งไปยังบรรดาเจ้าของที่ดินตามแนวถนนราชดำเนิน  เพื่อที่รัฐบาลจะได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ให้เป็นไปตามผังเมืองที่กำหนดไว้  สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้รับการมอบหมายให้รับผิดชอบโครงการนี้  ในเบื้องต้นได้มีการกำหนดให้สร้างสนามมวย ณ บริเวณสนามมิสกวัน  มุมถนนพิษณุโลกและถนนราชดำเนินนอก  ต่อมาได้มีการพิจารณาให้เปลี่ยนจากสถานที่ที่กำหนดไว้แต่เดิม  มาเป็นสถานที่ตั้งในปัจจุบัน  เนื่องจากสถานที่เดิมมีขนาดเล็กเกินไปสำหรับสนามมวย  ปัจจุบันนามมวยยังคงตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินนอก  ตัดกับถนนพะเนียง  ตรงข้ามกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

บริษัทอิมเพรซี่ อิตาเลี่ยน ออล เฮ็สเตโร – โอเรียนเต เป็นผู้ทำสัญญาก่อสร้างสนามในปี พ.ศ. 2484 โครงการได้เริ่มขึ้น  โดยมีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 1 มีนาคม  โครงการต้องหยุดชะงักในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง  ในปี พ.ศ. 2487 นายปราโมทย์ พึงสุนทร  ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯ  ในขณะนั้น  ได้นำโครงการก่อสร้างสนามมวยเข้าสู่วงการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง  ท่านได้นำเสนอแผนงานต่อท่านผู้อำนวยการฯ พ.อ. สุวรรณ เพ็ญจันทร์  ซึ่งเห็นชอบ  และมีคำสั่งให้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จต่อไป

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง  การก่อสร้างที่ค้างอยู่ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนสิหาคม พ.ศ. 2488 และกินเวลาสี่เดือนจึงจะแล้วเสร็จ  และในที่สุดสนามมวยแห่งชาติ  ก็พร้อมสำหรับการแข่งขันนัดแรกในวันที่ 23 ธันวาคม  โดยมีนายปราโมทย์ พึงสุนทร  เป็นผู้จัดการสนามมวยหรือนายสนามมวย  และท่านได้ดำรงตำแหน่งนี้จนกระทั่งเกษียรตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯ  ในปี พ.ศ. 2490

นายประหลาด อิศรากูล  ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯ  ในขณะนั้นเข้ารับหน้าที่แทนนายปราโมทย์  และดำรงตำแหน่งผู้จัดการสนามมวยอยู่นานสองปี  จากนั้นนายเชี่ยวสกุลก็ได้เข้ามารับหน้าที่แทน

นายเฉลิมเล็งเห็นถึงปัญหาและความไม่สะดวกนานาประการในการจัดการแข่งขันมวยในที่แจ้ง  จึงเสนอให้สร้างหลังคาคลุมพื้นที่ทั้งหมด  ม.ล. ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯในขณะนั้นเห็นชอบและมอบให้ บริษัทคริสตินี นีลสัน (ประเทศไทย) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างหลังคา  พร้อมทั้งต่อเติมที่นั่งให้มากขึ้น  ทำให้สนามมวยแห่งนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์เป็นสนามมวยได้มารฐานในปี พ.ศ. 2494

ตลอดระยะเวลา 7 ปี  ภายใต้การดำเนินงานของสำนักทรัพย์สินฯ  สนามมวยราชดำเนินประสบกับการขาดทุนมาโดยตลอด  สำนักทรัพย์สินฯ  จึงมีแผนที่จะวางมือ  และเสนอให้องค์กรเอกชนเช่าสถานที่  และดำเนินกิจการกันเอง (โดยมีเงื่อนไขว่าองค์กรดังกล่าวต้องมีคนไทยเป็นเจ้าของ)  นายเฉลิม  ซึ่งยังดำรงตำแหน่งผู้จัดการสนามมวยอยู่ในขณะนั้น  มีความเห็นว่าไม่เหมาะสม  ที่จะให้องค์กรหรือบุคคลนอกจากวงการมวยมาบริหารและดำเนินกิจการสนามมวย  จึงขออนุมัติจากสำนักงานทรัพย์สินฯ  ให้ตนเป็นผู้ดำเนินกิจการสนามมวย  และได้ก่อตั้งบริษัทราชดำเนิน จำกัด  ขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2496

ตั้งแต่เริ่มกิจการ บริษัท ราชดำเนิน จำกัด  ได้จัดการแข่งขันมวย ณ เวทีสนามมวยราชดำเนินมาตลอด  และได้ทำการขยายและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค  คลอดจนพัฒนามวยอย่างต่อเนื่อง  จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นสนามมวยที่มีชื่อเสียงในระดับสากล  และเป็นสถาบันมวยไทยแห่งหนึ่งในประเทศไทย 

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ สนอง คูณมี

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

 

มวยไทย มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก มวยไทยนั้นมีความสำคัญต่อประเทศไทยเราเป็นอย่างมาก ในสมัยก่อน ผู้ชายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ เจ้านาย ขุนนาง ทหาร หรือสามัญชน จะได้รับการฝึกมวยไว้เพื่อป้องกันตัวและปกป้องประเทศชาติ การนำท่ามวยมาประกอบกับการใช้อาวุธ จะทำให้การใช้อาวุธนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

วิวัฒนาการของมวยไทย

สมัยอาณาจักรน่านเจ้า

พ.ศ. 1219  พระเจ้าพีล่อโก๊ะ  ได้รวบรวมอาณาจักรไทยขึ้น  เรียกว่า  อาณาจักรน่านเจ้า  และมีกษัตริย์ที่แข็มแข็งปกครองอยู่  ไทยนั้นต้องทำสงครามกับจีนอยู่ตลอดเวลา  บางครั้งเกิดมิตร  บางครั้งเกิดศัตรู  ในสมัยนั้นได้มีการฝึกซ้อมใช้อาวุธบนหลังม้า  รู้จักใช้หอก  ใช้ง้าว  ในสมัยล้านนา  ไทยได้มีวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว  และวิชาเจิ้ง  การรบเพลงอาวุธ  และตำราพืชัยสงคราม  จัสังเกตุได้ว่า  การต่อสู้ในสมัยนี้  ส่วนมากจะใช้อาวุธ  เพราะเป็นการต่อสู้เพื่อเอกราช  การต่อสู้ด้วยมือเปล่าก็มีอยู่บ้าง  แต่ส่วนมากจะใช้ในระยะประชิดตัว  และนิยมการเลียนแบบจากจีน

 

สมัยกรุงสุโขทัย

พ.ศ. 1781 – 1921  ในสมัยสุโขทัยนี้  การต่อสู้มือเปล่าด้วยวิชามวย  ใช้ในการต่อสู้กับข้าศึก  และใช้ร่วมกับอาวุธมือถือชนิดต่าง ๆ เพื่อการกอบกู้ประเทศชาติ  สถานที่ ที่เป็นสำนักสอนวิชามวยไทย  แบ่งออกเป็น

  • วัด  จากครูบาอาจารย์ที่บวชเป็นพระภิกษุ  และมีฝีมือในการต่อสู้
  • บ้าน จากผู้ที่มีความรู้  เป็นคนถ่ายทอดวิชามวยไทยให้ลูกหลานที่สนใจ
  • สำนักราชบัณฑิตให้เรียนวิชาการต่อสู้  การใช้อาวุธบนหลังม้า  วัว  ควาย

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา

พ.ศ. 1893 – 2310  สมัยนี้มีการถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ มาจากสมัยสุโขทัยอย่างต่อเนื่อง  เช่น  การล่าสัตว์  การคล้องช้าง  การฟ้อนรำ  และการละเล่นต่าง ๆ และวัด  ก็ยังคงเป็นสถานที่ให้ความรู้  ทั้งวิชาสามัญ  และฝึกความชำนาญในเชิงดาบ  กระบี่กระบอง  กริช  มวยไทย  และยิงธนู  เป็นต้น

พ.ศ. 2174 – 2233  สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  นับว่าเจริญที่สุด  มีกีฬาหลายอย่างในสมัยนี้  เช่น  การแข่งเรือ  การชกมวย

 

สมัยพระเจ้าเสือ  หรือขุนหลวงสรศักดิ์

พระองค์ทรงโปรดกีฬาชกมวยมาก  มีครั้งหนึ่ง  พระองค์พร้อมด้วยมหาดเล็กอีก 4 คน  แต่งกายแบบชาวบ้าน  ออกไปเที่ยวงานมหรศพที่ตำบลราดรวด  แล้วพระองค์ก็สมัครชกมวยในงานนั้น  ในนามว่า  นายเดื่อ  โดยไม่เกี่ยงว่าคู่ชกจะเป็นใคร  พอทางสนามรู้ว่าพระองค์เป็นนักมวยมาจากอยุธยา  จึงได้จัดนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษไชยชาญที่มีอยู่  ได้แก่  นายกลางหมัดมวย  นายใหญ่หมัดเล็ก  นายเล็กหมัดหนัง  มาชกกับพระเจ้าเสือ  แล้วพระองค์ก็ชนะทั้งสามคน

พ.ศ. 2310 หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก  คนไทยจำนวนมากถูกจับไปเป็นเชลย  และเมื่อไปถึงพม่าก็จัดมหาเจดีย์ใหญ่เพื่อฉลองชัยชนะ  สุกี้พระนายกองก็ได้คัดเลือกนายขนมต้มไปชกมวยที่พม่าด้วย  นายขนมต้มได้ใช่วิชามวยไทยต่อสู้กับพม่าถึง 10 คน  และพม่าได้แพ้นายขนมต้มหมดทุกคน  จนพระเจ้ากรุงอังวะตรัดชมเชยว่า  คนไทยแม้ไม่มีอาวุธในมือ  มีเพียงมือเปล่า  ก็ยังมีพิษสงรอบตัว  เสร็จแล้วพระเจ้ากรุงอังวะก็ได้มอบเงินและภรรยาให้สองคน  เป็นรางวัลแก่นายขนมต้ม  นายขนมต้มได้เปรียบเสมือนบิดาผู้สอนมวยไทย  ชื่อเสียงได้เลื่องลือมาถึงปัจจุบัน 

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  มวยไทยชกกันด้วยการคาดเชือก  เรียกว่า  มวยคาดเชือก  ซึ่งใช้เชือกหรือผ้ามาพันมือเอาไว้  บางครั้งที่ชกก็อาจทำให้ถึงตายได้  เพราะเชือกที่คาดมือนั้น  บางครั้งก็ใช้นำมันชุดเศษแก้วละเอียด  ไม่ว่าจะชกไปตรงไหนก็ได้เลือดทั้งนั้น  จะเห็นได้ว่าการชกมวยสมัยนี้อันตรายมาก ๆ

 

สมัยกรุงธนบุรี

พ.ศ. 2314 พม่ายกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่  และตีเมืองพิชัย  พระยาพิชัย (นายทองดี ฟันขาว) บุคคลที่พระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตาก) ได้โปรดให้ครองเมืองพิชัยอยู่นั้น  ได้นำทัพออกไปต่อสู้กับพวกพม่าจนดาบหัก  แต่ก็สามารถปกป้องเมืองพิชัยเอาไว้ได้  ประชาชนจึงเรียกเขาว่า  พระยาพิชัยดาบหัก  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เรื่องราวของพระยาพิชัยดาบหัก  ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยามรินทร์  ก่อนกรุงแตกเป็นยุคสงครามกับพม่า  มีหนุ่มชาวบ้านหัวยคาเมืองพิชัย  หรืออุตรดิตถ์  ชื่อนายจ้อย  หรือนายทองดี ฟันขาว  เป็นคนที่สนใจในวิชาเพลงมวย  เที่ยวเสาะแสวงหาวิชาไปตามสำนักต่าง ๆ จนมีฝีมือพอตัว  จึงเที่ยวเปรียบหาคู่ชกจนมีชื่อเสียงโด่งดัง  และได้ฝากตัวอยู่กับพระยาตาก  ซึ่งต่อมาก็คือพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือพระเจ้าตากสินมหาราช  ที่ได้ทรงแต่งตั้งนายทองดี  ให้ไปครองเมืองพิชัย  และมีความชอบได้เป็นถึงพระยาพิชัย  ในเวลาแม้กระทั่งในตระกูลของพระยาพิชัยดาบหัก  เมื่อรับราชการมาจนถึงรัชการที่ 6 ก็ได้พระราชทานนามสกุลว่า วิชัยขัทคะ  แปลว่า  ดาบวิเศษของพระยาพิชัย  สมัยกรุงรัตนโกสินทร์  มีการเล่นกีฬามวยไทย  กระบี่กระบอง  แข่งเรือ  ว่าว  ตะกร้อ  หมากรุก  ชักคะเย่อ

 

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

พ.ศ. 2325 ในระยะต้น  รัชการที่ 1 – 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  กษัตริย์ไทยที่ทรงโปรดปรานกีฬามาก ๆ คือ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  ทรงโปรดกีฬามวยไทยอย่างต่อเนื่อง  ในสมัยนี้  ได้มีฝรั่งสองพี่น้องเข้ามาหาคู่ชกมวยแบบมีเดิมพัน  พระองค์ได้จัดส่งหมื่นผลาญ  นักมวยผู้เก่งกาจขึ้นชกกับฝรั่งสองพี่น้อง  แม้หมื่นผลาญจะมีร่างเล็กเสียเปรียบพวกฝรั่งอยู่มาก  แต่ด้วยศิลปะมวยไทย  อาวุธหมัด  เท้า  เข่า  ศอก  ฝรั่งสองพี่น้องก็พ่ายแพ้ยับเยินกลับไป  สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้โปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์หัดเล่นกระบี่กระบอง  พระบาดสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทย  จึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นในชนบทและในกรุง  นอกจากนี้ยังได้ทรงแต่งตั้งผู้มีฝีมือในกีฬามวย  ให้เป็นหัวหน้าในการจัดกีฬา  และให้มียศตำแหน่งด้วย  เช่น  พระไชยโชคชกชนะ  แห่งพระนคร , หมื่นมวยมีชื่อ  จากไชยา , หมื่นมวยแม่นหมัด  จากลพบุรี , หมื่นชงัดเชิงชก  จากโคราช

 

การจัดการแข่งขันมวยไทย

การแข่งขันมวยไทยครั้งสมัยโบราณ  ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีกติการที่แน่นอยอย่างไรบ้าง  ผู้มีอำนาจเด็ดขาด  ได้แก่  นายสนามมวย  แต่เมื่อมวยสากลได้รับการเผยแพร่เข้ามาครั้งแรก  โดยหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ๋วงศ์  สวัสดิกุล  เมื่อ พ.ศ. 2455 ทางวงการมวยไทยจึงได้วางกติกาขึ้น  ซึ่การชกมวยในสมัยนี้ก็ยังคงมีการคาดเชือกกันอยู่  ต่อมาจึงได้เปลี่ยนเป็นการสวมนวม  แต่การชกยังเหมือนเดิม  คือยังใช้การถีบ  เตะ  ชก  ศอก  เข่า  อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน  ได้มีวิวัฒนาการในเรื่องขอกติกา  และการจัดแข่งขันมาจนถึงปัจจุบัน  ดังนี้

พ.ศ. 2477 กระทรวงมหาดไทย  ได้ร่างกติกาคุ้มครองมวยไทยและมวยสากล  เพื่อเป็นการแข่งขันชั่วคราว  ต่อมาในพ.ศ. 2479 กรมพลศึกษา  มีหน้าที่ในการจัดแข่งขันมวยโดยตรง  ได้ตั้งกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง  ทำการปรับปรุงแก้ไขกติกามวยไทยและมวยสากล  และประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2480 เป็นต้นมา  และได้จัดพิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2482 การแข่งขันที่เป็นหลักฐานเริ่มอย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งพอจะแบ่งออกเป็นสมัยต่าง ๆ ได้ 5 สมัย  ดังนี้

สมัยสวนกุหลาย

สมัยนี้ประชาชนนิยมการชกมวย  และชมการแข่งขันชกมวยกันเป็นจำนวนมาก  การชกมวยไทยในสมัยนี้ยังมีการคาดเชือก (นักมวยสมัยเก่า  ใช้ด้ายดิบเส้นโตขนาดดินสอดำชุบแป้งให้แข็ง  พันตั้งแต่สันมือจนถึงศอก  และพันรัดเป็นปมทางด้านหลังของข้อนิ้วมือหรือสันหมัด  เป็นรูปก้นห้อยที่เรียกว่า  การคาดเชือก) การชกได้กำหนดจำนวนยกไว้แน่นอนแล้ว  มีกรรมการชีขาด  ผู้ตัดสินสวนมากจะนั่งอยู่ข้างเวที  และให้สัญญาณนักมวยหยุดชกด้วยเสียงหรือนกหวีด

 

สมัยท่าช้าง

ในสมัยนี้เป็นสมัยหัวเลี้ยวหัวต่อ  จากการคาดเชือกมาเป็นการสวมนวม  สมัยนี้ได้ดำเนินการจัดการแข่งขันมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรในที่สุดสนามก็เล็กเกินไป  กรรมการผู้ชี้ขาดที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้  คือ  นายทิม อติเปรมานนท์  และนายนิยม ทองชิตร์

 

สมัยสวนสนุก

การจัดการแข่งขันในสมัยนี้นายสนามดำเนินงานได้ดี  และยืนยาวอยู่หลายปี  นักมวยที่มีชื่อเสี่ยง  คือ  สมาน ดิลกวิลาส  และ  สมพงศ์ เวชชสิทธิ์  สมัยนี้มีการแข่งขันทั้งมวยไทยและมวยสากล  กรรมการผู้ตัดสินที่มีชื่อเสียง  ได้แก่  หลวงพิพัฒน์ พลกาย , นายสุนทร ทวีสิทธิ์ (ครูกิมเส็ง) , และนายนิยม ทองชิตร์

 

สมัยหลักเมืองและสวนเจ้าเชษฐ์

การแข่งขันชกมวยในสมัยนี้เข้มแข็งยิ่งขึ้น  เพราะทางราชการทหารเข้ามาร่วมมือช่วยเหลือ  และมีผลเป็นรายได้บำรุงกองทัพจำนวนมาก  นักมวยที่มีชื่อเสียงในยุคนี้  ได้แก่  สุข ปราสาทหินพิมาย , ผล พระประแดง , เพิก สิงหพัลลภ ประเสริฐ , ส.ส. ถวัลย์ วงศ์เทเวศร์ , และทองใบ ยนตรกิจ  การแข่งขันสมัยนี้ดำเนินมาหลายปีจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจึงได้เลิกไป  กรรมการผู้ตัดสินในสมัยนี้  ได้แก่  นายสังเวียน หิรัญเลขา  หรือนายเจือ จักษุรักษ์  และนายวงศ์ หิรัญเลขา

 

สมัยปัจจุบัน

ได้ทำการแข่งขัน ณ เวทีมวยราชดำเนินและเวทีสวนลุมพินีเป็นประจำ  และยังมีเวทีมวยที่เปิดการแข่งขันถาวรและชั่วคราวทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด  ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 มีสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย  สำนักงานกีฬาอาชีพ  ของการกีฬาแห่งประเทศไทย  ที่ได้จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.นี้  ให้มีหน้าที่ส่งเสริม  คุ้มครอง  สนับสนุน  และควบคุมกิจการมวยในประเทศไทย  ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย  ซึ่งนับว่าเป็นกฎหมายฉบับแรกของวงการมวยเมืองไทย

ขอบคุณข้อมูลจาก dspace.spu

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

ทักษะพื้นฐาน ของมวยไทย

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

มวยไทย (Muay Thai) ใคร ๆ ก็สามารถเริ่มต่อยมวยได้ ซึ่งการเริ่มต่อยมวยนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ถ้าหากใครต้องการจะฝึก มวยไทย (Muay Thai) แบบจริงจัง ตั้งใจจะเอาไปขึ้นสังเวียนหรือแข่งขันแล้วล่ะก็ จะต้องมีเคล็ดลับในการขึ้นชก วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดไม่ลับของ มวยไทย (Muay Thai) 

 

เอาจริงเราว่าการออกกำลังกายด้วย มวยไทย (Muay Thai) นั้น จะช่วยกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิต อีกทั้งทำให้ทุกส่วนของร่ายกายได้ใช้งานอย่างเต็มที่ ปัจจุบันมวยกลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม ก่อนที่จะเริ่มการชกมวยนั้น ลองมาดูเคล็ดลับที่ได้จากการชกมวยกันดีกว่า ไปกันเลย

  • ทำให้เผาผลาญพลังงานได้ดี
  • ช่วยเพิ่มซิกแพค
  • ช่วยคลายเครียด
  • ช่วยพัฒนาร่างกายให้แข็งแรง

 

เตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อ มวยไทย (Muay Thai) หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการฝึกมวยไทยอย่างแท้จริง คุณต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมและออกกำลังกายก่อนเสมอ คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งบนถนน นักมวยไทยจะวิ่งวันละสองรอบ ระยะทางมากกว่า 15 กิโลเมตร โดยปกติการวิ่งในตอนเช้าจะใช้เวลานานกว่าการวิ่งในช่วงบ่าย ดังนั้น คุณต้องเตรียมร่างกายให้ดีก่อนเริ่มวิ่ง

 

คุณจะต้องปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อม มวยไทย (Muay Thai) เพราะนักมวยจะต้องมักกระโดดเชือกในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนฝนตก อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที และต้องฝึกกระโดดเชือกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าของคุณด้านขึ้น แต่ถ้าหากเกิดแผลแล้ว ให้ปิดด้วยผ้าพันแผล ถ้าทางค่ายอนุญาตให้ใส่รองเท้าซ้อมกระโดดเชือกได้ก็ใส่ดีกว่า

 

 

นอกจากนี้คุณยังจะต้องซิตอัพเยอะมาก ๆ เพื่อให้ผิวหนังของคุณที่เต็มไปด้วยเหงื่อ จะไปสัมผัสกับพื้นผิวอันขรุขระและหยาบของพื้นผ้าใบหรือเสื่อออกกำลังกาย ซึ่งจะสามารถทำให้ผิวบริเวณหลังด้านล่างหลุดลอกออกมา ถ้าผิวหนังแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาอีกครั้งเพื่อลดแรงเสียดทาน

 

ต้องระวังเอาไว้ให้มาก เพราะว่าอาการผิวไหม้จากอากาศร้อนและแผลพุพองอาจะดูไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่ถ้าคุณไม่รักษาหรือดูแลตัวเอง มันอาจสร้างปัญหาให้กับคุณตอนซ้อม มวยไทย (Muay Thai) ได้ และยังมีสิทธิ์ติดเชื้ออีกด้วย 

 

สุดท้ายนี้ เราอยากจะฝากเอาไว้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ หรือนักกีฬาอาชีพที่ต้องการฝึกฝนมวยไทย ก็ขอให้ตัดสินใจเลือกอย่างฉลาด และสุดท้ายคุณจะเดินออกมาด้วยประสบการณ์และมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับมวยไทย (Muay Thai) ได้อย่างสง่าผ่าเผยอย่างแน่นอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทักษะพื้นฐาน ของมวยไทย

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

ทักษะพื้นฐาน ของมวยไทย

ทักษะพื้นฐาน ของมวยไทย

 

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ และป้องกันตัว ในแบบของไทย เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ต่างชาติเริ่มหันมาสนใจการฝึกมวยไทยอย่างล้นหลาม แล้วมวยไทยยังกลายมาเป็นการออกกำลังกายยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็ชอบ เพราะสนุก และช่วยในการลดน้ำหนักได้ดี เรามาดูกันดีกว่า ว่าทักษะพื้นฐานของมวยไทย มีอะไรบ้าง

 

การตั้งท่าจดมวย

การตั้งท่าจดมวย หมายถึง การวางเข่า การวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึก ซึ่งในการจดมวยนั้น ต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย หมายถึง การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี ๒ เหลี่ยม คือ

  • เหลี่ยมซ้าย หมายถึง การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง ๑ ช่วงตัว สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา
  • เหลี่ยมขวา หมายถึง การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

การวางตำแหน่งอวัยวะ

การวางตำแหน่งของอวัยวะที่ได้จดมวย หมายถึง การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว

 

การกำหมัดที่ถูกต้อง

คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง ๔ นิ้วเข้าหาอุ้งมือ
แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

การใช้หมัด

หมัดตรง หมายถึง การใช้หมัดที่ถนัดมุ่งไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว และเท้ายันพื้น โดยน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า ใช้แรงส่งจากเท้าหลังและสะโพก หัวไหล่ 

หมัดตัด หมายถึง การใช้หมัดเหวี่ยงในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม บริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ ผู้รู้บางคนเรียกว่า หมัดเหวี่ยง แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น และ หมัดเหวี่ยงยาว

หมัดตวัด หมายถึง การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขน
ออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ

หมัดเสย หมายถึง การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอกหงายหมัด แล้วพุ่งหมัดยกขึ้นสู่เป้าหมาย ได้แก่ ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้ 

 

การใช้เท้า

การใช้เท้าจะแบ่งออกเป็น 2 ไม้ คือ การเตะ และ การถีบ

การเตะ หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้า

  • เตะตรง หมายถึง การเตะเสยจากพื้นขึ้นไปส่วนบนในลักษณะตั้งฉากกับพื้น
  • เตะตัด หมายถึง การเตะที่ใช้เท้าวาดขึ้นขนานกับพื้น สามารถเตะตัดได้ทั้งส่วนล่างของลำตัว และส่วนบนของอวัยวะ
  • เตะตวัด หรือเตะเฉลียง หมายถึง การเตะที่ทิศของการเตะจะเฉียงลงพื้นสู่เป้าหมายกลับหลังเตะ หมายถึง การหมุนตัวหันหลังให้คู่ต่อสู้ แล้วเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง ให้ส้นเท้าปะทะเป้าหมาย

การถีบ หมายถึง การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือส้นเท้าปะทะคู่ต่อสู้ ปลายเท้าปะทะคู่ต่อสู้

  • การถีบข้าง หมายถึง การใช้ปลายเท้าถีบออกไปด้านข้างของลำตัว โดยเอียงศีรษะออกไปห่างจากลำตัว
  • การกลับหลังถีบ หมายถึง การถีบตรงออกไปด้านหลัง อาจเหยียดขาตรง หรืองอขาแล้วเหยียดตรงออกไปยังเป้าหมาย
  • การกระโดดถีบ หมายถึง การสืบเท้าที่ไม่ถนัดออกไป ๑ จังหวะ แล้วลอยตัวใช้เท้าที่ถนัดพุ่งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้
  • การถีบจิก หมายถึง การใช้ปลายเท้าที่ถนัดจิกไปบริเวณหน้าท้อง หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ไม่ถนัด

การใช้เข่า หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนที่เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกขาส่วนบนกับกระดูกขาส่วนล่าง  
แล้วงอพับขา กระทุ้งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้

  • เข่าตรง หมายถึง เข่าพุ่งตรงไปข้างหน้าเข้าสู่เป้าหมาย
  • เข่าเฉียง หมายถึง เข่าตีเฉียงเข้าสู่เป้าหมายด้านตรงกับเข่าที่พุ่งออกไป
  • เข่าโค้ง หมายถึง การบิดสะโพกให้คว่ำลง พร้อมกับเหวี่ยงขาให้มีรัศมีโค้งจากบนลงล่าง ปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดเป็นเส้นตรงกับขาและเข่า
  • เข่าโยน หมายถึง การกระโดดโยนเข่าขึ้นไปตรงๆ คล้ายๆ เข่าลอย เป้าหมายที่ปลายคาง และหน้าอกของคู่ต่อสู้ 
  • เข่าลอย หมายถึง การกระโดดขึ้นสูง ทะยานกับเข่าโยน แต่เข่าลอยสู่พื้นสูงกว่า

การใช้ศอก การใช้ศอกขั้นพื้นฐานมีลักษณะ ดังนี้

  • ศอกตี บางคนเรียกว่า ศอกสับ โดยใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก
    บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า
  • ศอกตัด หมายถึง การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย
  • ศอกงัด หมายถึง การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก
  • ศอกกระทุ้ง หมายถึง การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่
    คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง
  • ศอกกลับ หมายถึง การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์
    กับการเคลื่อนตามเท้า

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

มวยไทย เป็นกีฬา และศิลปะการต่อสู้ของไทย ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลายคนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย โดยการฝึกมวยไทย มวยไทยนั้นช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ช่วยให้มีสมาธิ และความว่องไว สามารถใช้ป้องกันตัวและช่วยเหลือผู้อื่นได้ นอกจากนี้มวยไทยยังเป็นมรดกทางประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญของไทยอีกด้วย

 

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมวยไทยให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขากีฬาภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในคุณค่าและยกย่ององค์ความรู้ ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย

 

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้มีการสถาปนา "วันมวยไทย” โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันมวยไทย ตรงกับวันเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่มีพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยเป็นที่ประจักษ์ และเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ที่เสด็จออกไปชกมวยกับสามัญชน ตามบันทึกในพงศาวดาร (ฉบับพระราชหัตเลขา พ.ศ.2542) ที่กล่าวว่า พระเจ้าเสือ ทรงแต่งกายแบบชาวบ้าน และเสด็จทางชลมารคพร้อมเรือตามเสด็จ ไปจอดที่ตำบลตลาดกรวด ซึ่งมีงานมหรสพมีผู้คนไปเที่ยวงานอย่างเนืองแน่น มีการละเล่นมากมายหลายอย่าง พระองค์เสด็จไปยังสนามมวยและให้นายสนามจัดหาคู่ชกให้ โดยนายสนามประกาศให้ประชาชนทราบว่า พระองค์เป็นนักมวยจากเมืองกรุง ประชาชนสนใจมาก เพราะสมัยนั้น นักมวยกรุงศรีอยุธยามีชื่อเสียงมาก นายสนามได้จัดเอานักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญเท่าที่มีอยู่ มาเป็นคู่ชก พระเจ้าเสือได้ชกกับ นักมวยถึงสามคนมี นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก ซึ่งแต่ละคนมีฝีมือดีเยี่ยม การต่อสู้เป็นไปอย่างน่าดูด้วยฝีมือเก่งพอ ๆ กัน แต่ด้วยพระปรีชาสามารถและความชำนาญในศิลปะมวยไทย ที่พระองค์ได้ทรงฝึกหัดและศึกษาจากสำนักมวยหลายสำนัก จึงทำให้พระองค์สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้ง 3 คนได้ โดยที่คู่ต่อสู้ต่างได้รับความบอบช้ำเป็นอันมาก และได้รับรางวัลเป็นเงินหนึ่งบาท ส่วนผู้แพ้ได้สองสลึง ซึ่งพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยกับการได้ชกมวยในคราวนั้นไม่น้อย และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ใช้ศิลปะมวยไทยมาใช้ต่อสู้ปกป้องราชอาณาจักรให้รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติ ตามบันทึกว่า พระเจ้าเสือทรงมีฝีมือการชกมวยไทยชำนาญมาก ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งขุนหลวงสรศักดิ์ เคยใช้ศิลปะมวยไทยไล่ชกเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ หรือคอนสแตนติน ฟอลคอน จนฟันหักไปสองซี่

 

มวยไทย มีวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัย จึงได้หลอมรวมวัฒนธรรมในหลาย ๆ ด้านเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เช่น ความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ คาถาอาคม ดนตรี วรรณกรรม คุณธรรม และจริยธรรม เป็นธรรมเนียมที่นักมวยไทยยังคงยึดถือและปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน เช่น การขึ้นครู การครอบครู การไหว้ครู การแต่งมวย และดนตรีปี่มวย การฝึกมวย จะช่วยพัฒนาร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา ให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์ทั้งกาย ใจ มวยไทยนอกจากจะเป็นกีฬาที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้ ยังเป็นสื่อที่ทำให้ชาวต่างชาติ ได้รู้จักวัฒนธรรมและประเพณีที่งดงามของไทยอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

 

ทุกคนเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ระหว่างการแข่งขัน มวยไทย (Muay Thai) ทำไมต้องมีดนตรี สังเกตไหมว่าทุกยกจะต้องมีดนตรีประกอบระหว่างการชก วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ มวยไทย (Muay Thai) และ ดนตรีประกอบการแข่งขัน ว่ามันจะเหมือนและต่างกันยังไงบ้าง เอาเป็นว่าเราไปดูกันเลยก็แล้วกันนะทุกคน

 

เคยได้ยินกันไหมว่า ดนตรีเกิดจากการเลียนเสียงตามธรรมชาติ มนุษย์ร้องไห้เพราะดีใจและเสียใจ อารมณ์ความรู้สึกของเรา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธ เสียใจ ดีใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ ดนตรีจะเลียนแบบเสียงพวกนี้แล้วประดิษฐ์ท่วงทำนองที่ทำให้เรารู้สึกถึงความรู้สึกเหล่านั้น เราเลยคิดว่านี่เป็นสาเหตุที่ มวยไทย (Muay Thai) มีดนตรีประกอบ เพื่อให้ผู้ชมหรือคนดูได้มีส่วนร่วมไปกับการแข่งขัน มวยไทย (Muay Thai) มากขึ้น

 

มวยไทย เป็นศิลปะชั้นสูงที่อยู่คู่กับคนไทยมานานมาก ๆ แล้ว  ซึ่งในปัจจุบัน การออกกำลังกายแบบ มวยไทย (Muay Thai) กำลังได้รับความนิยมมาก เพราะเดี๋ยวนี้สาว ๆ หนุ่ม ๆ หวังผลกับการออกกำลังกายที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นั่นก็คือ ศิลปะป้องกันตัว

 

การออกกำลังกายด้วย มวยไทย (Muay Thai) ในแต่ละครั้งจะใช้พลังมากเป็นพิเศษ เพราะต้องขยับตัวตลอดเวลา และใช้พละกำลังในการปล่อยอาวุธในแต่ละท่า ทำให้สามารถช่วยเบิร์นไขมันของคุณออกไปแบบไม่รู้ตัวเลยทำให้ มวยไทย (Muay Thai) สามารถเบิร์นได้ถึง 800-1000 kcal เลยก็ว่าได้

 

มวยไทย ใช้ดนตรีอะไรบ้าง

  • ปี่ชวา
  • กลองแขก
  • ฉิ่ง

 

แค่เพียงใช้เครื่องดนตรีสามอย่างนี้ ก็สามารถบรรเลงเพลงไปพร้อมกับการชกมวยได้แล้วใช่ไหมล่ะ บางคนก็บอกว่าสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องดนตรีในการช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์แล้วก็ได้ แต่เอาจริงเราคิดต่างออกไปนะ เราคิดว่า มวยไทย  (Muay Thai) จำเป็นที่จะต้องมีเสียงดนตรีประกอบจริง ๆ ลองนึกภาพเชียร์แบบไม่มีเสียงดนตรีสิ มันก็จะเขิน ๆ ใช่ไหมล่ะถ้าเราเป็นคนเชียรเสียงดัง

 

ดนตรีไทย กับมวยไทย  (Muay Thai) เราว่ามันเป็นของคู่กันนะ ถ้าเจอคนที่เป็นคนบรรเลงดี ๆ แล้วเข้ากับจังหวะหรือท่วงทำนองในการชกของนักมวย เหมือนคนรู้จังหวะว่าตอนไหนจะต้องบรรเลงแบบไหน แบบนั้นถือว่าเก่งมากนะ สามารถทำให้เราเข้าถึงอารมณ์และความดุเดือดในระหว่างการชก และก็ลุ้นไปพร้อม ๆกับนักมวยอีกด้วยว่าเค้าจะต้องเจอหมัด หรือ ลูกเตะแบบไหนต่อไป

 

สรุปง่าย ๆ เลยก็คือ ดนตรีไทย กับ มวยไทย  (Muay Thai) เป็นของคู่กัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ และดนตรีก็มีเอาไว้เพื่อให้คนดูได้มีความรู้สึกร่วมไปกับการแข่งขัน การขึ้นสังเวียนโดยไม่คลาดสายตาจากนักมวยนั่นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย มรดกไทย

ศิลปะการรำมวย

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

 

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหนต่างก็มีต้นกำเนินกันทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะกีฬา มวยไทย ที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งในสมัยนั้นกีฬามวยไทยถือเป็นศิลปะชั้นสูงทางสังคม ซึ่งสมัยนั้นเค้าเอาไว้พัฒนาศักยภาพและร่างกายของนักรบจวบจนเป็นศิลปะการแสดง

 

แต่ในยุคหลัง ๆ มานี้ กีฬามวยไทย ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ ซึ่งกีฬามวยไทยนี้เป็นจุดกำเนิดแรงบัลดาลใจให้กับศิลปินต่าง ๆ มากมาย บ้างก็เอาไปทำภาพยนตร์ บางคนที่เอาไปประยุกต์ใช้เป็นศิลปะการแสดง ไม่ว่าจะเป็นการรำมวย รำบูชา ฯลฯ อีกมากมาย

 

ภาพยนตร์ที่มี ศิลปะ มวยไทย

  • Rocky 1976
  • Raging Bull 1980
  • The Hurricane 1999
  • Ali 2001
  • ต้มยำกุ้ง 2548
  • ทองดีฟันขาว 2560
  • องก์บาก 2546

 

ศิลปะการแสดง มวยไทย

การรำไหว้ครู เป็นการร่ายรำในกีฬามวยไทย เพื่อแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณและความเคารพต่อครูมวยซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน เช่นเดียวกับวิชาการหลายแขนงของไทย ที่มักทำการไหว้ครูก่อนและให้มีการสวมมงคลขณะทำการร่ายรำไหว้ครู เนื่องจากถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ท่าที่นิยมทำการไหว้ครูมากที่สุดดังนี้

- พรหมสี่หน้า                                                       

- เสือลากหาง

- หงส์เหิน                                                              

- สาวน้อยประแป้ง

- ยูงฟ้อนหาง                                                         

- ลับหอกโมกขศักดิ์

- สอดสร้อยมาลา                                                  

- กวางเหลียวหลัง

- พระรามแผลงศร

- พยัคฆ์ตามกวาง

                         

การรำไหว้ครูเริ่มจากการนั่งกราบเบญจางคประดิษฐ์ คุกเข่าถวายบังคม ขึ้นพรหมนั่ง-ยืน ท่ารำมวยซึ่งอาจจะมีการเดินแปลง ย่างสามขุม การรูดเชือก การบริกรรมคาถา เพื่อสำรวจและทักทายหรือข่มขวัญซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละค่าย หรือสำนัก โดยมีการบรรเลงดนตรีให้จังหวะในการต่อสู้ซึ่งใช้ “เพลงสะหระหม่าแขก” ใช้ในการไหว้ครู “เพลงบุหลันชกมวย” และ “เพลงเชิด” ใช้ในการต่อสู้ ส่วนเครื่องดนตรีไทยที่ใช้บรรเลงประกอบด้วย ปี่ชวา, กลองแขก และฉิ่ง

 

ในส่วนของกีฬา มวยไทย ที่เอาไว้สำหรับแข่งขันในสังเวียนต่าง ๆ ก็ยังถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ในปัจจุบันกีฬามวยไทยยังได้ชื่อว่าเป็นกีฬาที่คนนิยมใช้ในการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสร้างกล้ามเนื้ออีกด้วย

 

พอทุกคนได้รู้ประวัติของมวยไทย ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้ ศิลปะการแสดง หรือแม้กระทั่งกับการออกกำลังกายด้วยมวยไทยแล้วเนี่ย เริ่มจะสนใจกันขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ มวยไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าใครอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับกีฬามวยไทยก็สามารถหาอ่านได้จากบทความต่อ ๆ ไปของเราได้เลยจ้า

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง คือใครกันนะ

มวยไทย มรดกไทย

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง คือใครกันนะ

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง คือใครกันนะ

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง คือใครกันนะ

 

ใครอยากเริ่มต้นเป็นนักมวยมากองรวมกันตรงนี้ เพราะว่าวันนี้เราจะมาเปิดประวัติของนักมวยสุดยอดฝีมือที่เป็นตำนานอย่าง เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง เค้าเคยเป็นใครมาก่อนที่จะเป็นนักมวย อะไรที่นำพาเค้ามาถึงจุด ๆ นี้ได้ สำหรับมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนดี เราว่าลองศึกษาจากประวัตินักมวยคนอื่น ๆ กันก่อนก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีนะ

 

ประวัติของ เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง 

จริง ๆ ชื่อที่ถูกเรียกอยู่ทุกวันนี้เป็นชื่อในวงการของนักมวย เขามีชื่อจริงว่า เจริญ  ชูมณี ชื่อเล่นชื่อเป็ด เขาเกิดวันที่ 11 มิถุนายน 2511 และเป็นคนจังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งเขามีพี่น้องทั้งหมดเก้าคน และพี่น้องที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่ก็เป็นนักมวยเหมือนกันอีกด้วย

 

เขาเริ่มชกมวนครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ปี ซึ่งถือว่าอายุน้อยมาก ๆ ตอนนั้นเค้าได้ค่าตัวเพียง 100 บาทเท่านั้น ต่อมาหลังจากที่ได้เข้ามาในกรุงเทพเค้าก็ยังไม่เลิกต่อยมวย จนกระทั่งได้เจอกับ ใหม่ เมืองคอน อดีตนักมวยที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาเป็นคนที่ฝากฝังให้เจริญ ชูมณี ได้เข้าร่วมสังกัด หลังจากนั้นก็มีงานชกเข้ามาหาเขาเรื่อย ๆ ทำให้เขาได้กลายเป็นที่รู้จัก

 

และในปี พ.ศ.2531 เจริญทอง ได้กลายเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ แน่นอนว่าค่าตัวของเขานั้นสูงสุดถึงสองแสนห้า และยังได้ขึ้นชกกับอดีตแชมป์โลกอย่าง สามารถ พยัคฆ์อรุณ อีกด้วย

 

หลังจากที่เขาได้แขวนนวมแล้ว เขาก็มาเปิดธุรกิจค่ายมวยชื่อว่า เจริญทอง มวยไทย ยิม ซึ่งนับว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเจริญ ชูมณี หรือ “ครูเป็ด” ในฐานะนักธุรกิจ ซึ่งเจริญทองผันตัวจากนักชกเงินแสนมาเป็นนักธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 แม้ว่าแรกเริ่มนั้น เจริญทอง มวยไทย ยิม จะดำเนินธุรกิจในลักษณะค่ายมวยที่ส่งนักชกรุ่นใหม่ลงสู่สังเวียนผ้าใบตามรอยของตน แต่ในภายหลังก็มีการปรับเปลี่ยนจากการเป็นค่ายมวยสู่รูปแบบของยิม ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจการออกกำลังกายในแบบมวยไทยได้เข้ามาสัมผัส

 

ถ้ามองเข้าไปในตลาดภาพรวมความต้องการของผู้บริโภค เทรนด์การดูแลสุขภาพเป็นกระแสที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รูปแบบการออกกำลังกายมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้ง ฟิตเนส โยคะ พิลาทีส ฯลฯ เมื่อตัดสินใจหยิบเอาเทรนด์นี้มาเป็นแนวการสร้างธุรกิจของตัวเองก็นับว่าเป็นการออกหมัดที่เข้าเป้าและตรงจุด

 

ถึงแม้ว่าในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มชก เจริญทองจะออกหมัดไม่ตรงนัก แต่ในเรื่องของการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทยเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้การออกหมัดครั้งนี้ตรงจุดมากขึ้น อีกทั้งเจริญทอง มวยไทย ยิม ยังเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย มรดกไทย

ศิลปะการรำมวย

มวยไทย มรดกไทย

มวยไทย มรดกไทย

มวยไทย มรดกไทย

มวยไทยนั้นมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ซึ่งมวยไทยนี้รุ่งเรื่องที่สุดในช่วงสมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ มวยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาเป็นอาวุธ ได้แก่ มือ เท้า เข่า ศอก และศีรษะ มวยไทยนั้นมีความสำคัญต่อประเทศไทยเราเป็นอย่างมาก ในสมัยก่อน ผู้ชายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ เจ้านาย ขุนนาง ทหาร หรือสามัญชน จะได้รับการฝึกมวยไว้เพื่อป้องกันตัวและปกป้องประเทศชาติ การนำท่ามวยมาประกอบกับการใช้อาวุธ จะทำให้การใช้อาวุธนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

ไม้มวย หรือท่ามวย ได้มีการตั้งชื่อให้ไพเราะ และจดจำได้ง่าย โดยเทียบเคียงจากลักษณะท่าทางการต่อสู้กับลีลาของตัวละคร เหตุการณ์ หรือสัตว์ในวรรณคดี เช่น เอราวัณเสยงา หนุมานถวายแหวน มณโฑนั่งแท่น อิเหนา แทงกฤช ไม้มวยบางไม้ ท่ามวยบางท่า เรียกชื่อตามสิ่งที่คุ้นเคยตามวิธีชีวิตของคนในสมัยนั้น เช่น เถรกวาดลาน คลื่นกระทบฝั่ง หนูไต่ราว มอญยันหลัก ญวนทอดแห เป็นต้น เพราะเมื่อเอ่ยชื่อท่ามวยแล้ว จะทำให้นึกถึงท่าของการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน ส่วนเพลงมวย หมายถึง การแปรเปลี่ยนพลิกแพลงท่ามวยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สลับไปมาอย่างงดงาม ในระหว่างการต่อสู้

 

มวยไทย มีวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัย จึงได้หลอมรวมวัฒนธรรมในหลาย ๆ ด้านเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เช่น ความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ คาถาอาคม ดนตรี วรรณกรรม คุณธรรม และจริยธรรม เป็นธรรมเนียมที่นักมวยไทยยังคงยึดถือและปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน เช่น การขึ้นครู การครอบครู การไหว้ครู การแต่งมวย และดนตรีปี่มวย ด้วยเหตุนี้ มวยไทยจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่วิเศษอย่างหนึ่ง เพราะการฝึกมวย ช่วยพัฒนาร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา ให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์ทั้งกาย ใจ มวยไทยนอกจากจะเป็นกีฬาที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้ ยังเป็นสื่อที่ทำให้ชาวต่างชาติ ได้รู้จักวัฒนธรรมและประเพณีที่งดงามของไทยอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย กับการ ออกกำลังกาย ด้วย กระสอบทรายตั้งพื้น

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

ศิลปะการรำมวย

ศิลปะการรำมวย

ศิลปะการรำมวย

การรำมวยไหว้ครูมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีที่มาของการที่นักมวยต้องไปพักอาศัยอยู่กับครูมวยเพื่อคอยปรนนิบัติรับใช้ เพื่อให้ครูมวยแน่ใจว่าลูกศิษย์ของตนเป็นคนมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความมานะพยายาม และมีความเคารพศรัทธาต่อครูผู้สอน จึงจะมีการอนุญาตให้ทำพิธีขึ้นครู หรือในบางท้องถิ่นเรียกว่า พิธียกครู เพื่อแสดงถึงการยอมรับซึ่งกันและกันทั้งครูและศิษย์

 

การไหว้ครูรำมวย เป็นการแสดงความเคารพต่อครู บิดา มารดา รวมทั้งเป็นการขอพรต่ออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อให้คุ้มครองตนให้ได้รับความปลอดภัยจากการชกมวย โดยแสดงออกเป็นท่ารำต่าง ๆที่ ได้รับการถ่ายทอดมาจากครูมวย รวมทั้งอาจมีการบริกรรมคาถาตามความเชื่อของแต่ละบุคคล  ปัจจุบัน ชาวไทยส่วนใหญ่ ได้หันมาให้ความสนใจด้านการรักษาสุขภาพโดยมุ่งเน้นวิธีการแบบชาวตะวันตก แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อภูมิปัญญาแบบไทยเท่าใดนัก ซึ่งให้ประโยชน์ทั้งการเสริมสร้างสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็ง ตลอดจนปลูกฝังด้านธรรมะ ซึ่งแท้จริงแล้วการไหว้ครูมวยไทย ท่ารำมวยไทย ท่าแม่ไม้ ท่าลูกไม้ และการชกลมเล่นเชิง มีประโยชน์ในการเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพใจ และแฝงถึงความสำคัญด้านคุณธรรม และมีส่วนส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นไทยประการหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ชาวไทยหลายคนมิได้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญดังกล่าว เนื่องจากสถาบันการพลศึกษามิได้มุ่งเน้นความสำคัญ และเด็กหลายคนมิได้รับการปลูกฝังจากผู้ใหญ่ ซึ่งแท้จริงแล้วการไหว้ครูรำมวยเป็นการปฏิบัติที่มิได้สื่อถึงการแสดงการขอบคุณต่อครูมวย หรือเพียงการอบอุ่นร่างกายเท่านั้น หากแต่เป็นการระลึกถึงสิ่งสำคัญที่ครูมวยได้สอนมา

 

สาเหตุที่มีการไหว้ครูก่อนแข่ง

-เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกาย

-เพื่อเป็นการปลุกขวัญกำลังใจให้แก่ตน

-เพื่อบอกกล่าวบางอย่าง

-เพื่อเป็นการสำรวจพื้นที่ในเบื้องต้น

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับมวยไทย

ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

มวยไทยกับการเตะ

มวยไทยกับการเตะ

มวยไทยกับการเตะ

 

ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่ากีฬามวยไทย อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่หลายคนคงยังไม่รู้รายละเอียดเบื้องลึกของกีฬาชนิดนี้เท่าที่ควร เอาจริง ๆ มันเป็นกีฬาที่สามารถเรียกเหงื่อได้เยอะมากเลยนะ เพราะมันต้องใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการชก หรือ การเตะ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการเตะกันนะทุกคน ว่าเค้ามีการเตะแบบไหนบ้าง การใช้ช่วงขากับกีฬามวยมันใช้ยังไง ไปดูกันเลยดีกว่า

 

จริง ๆ การใช้เท้าในศิลปะมวยไทย มันแบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกัน คือ การเตะ กับ การถีบ ซึ่งการเตะกับการถีบไม่เหมือนกัน เราจะอธิบายง่าย ๆ คือ การเตะ หมายถึงการใช้อวัยวะส่วนเอวจนไปถึงปลายเท้า เรียกว่าการเตะ ส่วนการถีบ คือ การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า ในการต่อสู้ ซึ่งมันต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

การเตะมีแบบไหนบ้าง

  • เตะตรง คือการเตะออกไปตรง ๆ หรือถ้าใช้ภาษาทางการหน่อยก็จะเรียกว่าการเตะที่เท้าตั้งฉากกับพื้นนั่นเอง
  • เตะตัด คือการเตะที่ใช้ขาวาดออกไปให้ขนาดกับพื้น ซึ่งท่านี้สามารถเตะได้หลายระดับ ทั้งขา ลำตัว หรืออวัยวะส่วนอื่นที่สูงขึ้นไปอีกก็ได้เช่นกัน
  • เตะตวัด หรือเรียกอีกอย่างว่าการเตะเฉียง ก็คือการเตะออกไปฉียง ๆ ลงพื้น ไปสู่เป้าหมาย
  • กลับหลังเตะ คือ ลักษณะการเตะที่หมุนลำตัวและเตะเป้าหมายโดยการเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง

 

การถีบมีแบบไหนบ้าง

  • ถีบตรง คือ การถีบออกไปเลยตรง ๆ โดยที่ปลายเท้าหรือส้นเท้าปะทะกับส่วนต่าง ๆ ในร่างกายของคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถเหยียดเท้าตรงหรือว่างอเข่าถีบก็ได้เช่นกัน
  • ถีบข้าง คือ ลักษณะการถีบที่ถีบออกไปด้านข้างลำตัว
  • กลับหลังถีบ คือ การถีบตรงออกไปทางด้านหลัง ซึ่งอาจจะเหยียดขาตรงหรือว่างอเข่าถีบเป้าหมายก็ได้เช่นกัน
  • กระโดดถีบ คือลักษณะการถีบที่เราสืบเท้าไปด้านหน้าและกระโดดลอยตัว ใช้เท้าข้างที่ถนัดถีบไปที่คู่ต่อสู้ของเรา
  • ถีบจิก คือ การใช้ปลายเท้าข้างที่ถนัดของเรา ถีบออกไปบริเวณหน้าท้องของคู่ต่อสู้หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้นั่นเอง

 

วิธีการใช้ขาไม่ว่าจะเป็นการ เตะ การถีบ หรือการใช้หัวเข่า จะต้องมีการฝึกฝนเป็นประจำทุกวัน นักมวยทุกคนจะรู้เทคนิคจากการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน ถ้าหากใครที่อยากจะเริ่มต่อยมวยล่ะก็ ต้องมีที่ปรึกษาหรือโค้ตคอยช่วยแนะนำและสอนก่อน เพื่อให้ร่างกายของเราไม่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬามวย นอกจากนี้กีฬามวยยังถูกพัฒนาให้เป็นการออกกำลังกายที่ใครหลายคนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย และช่วยกระชับสัดส่วน กระชับกล้ามเนื้อได้อย่างดีอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

5 ท่าไม้ตาย น็อคเอ้าท์

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

5 ท่าไม้ตาย น็อคเอ้าท์

5 ท่าไม้ตาย น็อคเอ้าท์

5 ท่าไม้ตาย น็อคเอ้าท์

 

อย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่ว่า มวยไทย (Muay Thai) เป็นศิลปะการต่อสู้ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานมาก ถ้าใครที่ไม่เคยดูการต่อยมวยหรือการขึ้นชกมวยจริง ๆ ก็คงพบเห็นได้ในหนังและละครไทยอยู่บ่อย ๆ ไม่มากก็น้อย เอาจริงมันเหมือนเอกลักษณ์ของหนังและละครไทยในยุคนึงเลยก็ว่าได้ อาทิเช่น เรื่อง ต้มยำกุ้ง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า เป็นต้น และวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จัก ท่าไม้ตาย ของ มวยไทย (Muay Thai) ที่น็อคคู่ต่อสู้มาจำนวนนับไม่ถ้วน

 

5 ท่าไม้ตาย มีดังนี้

  1. ยกเขาพระสุเมรุ
    เป็นไม้มวยใช้ป้องกันคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง และตอบโต้ด้วยการจับทุ่ม ฝ่าย A ใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งสูงเข้าบริเวณลำคอด้านซ้ายของฝ่าย B และฝ่าย B หลบลำตัวต่ำ พร้อมทั้งสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า แล้วใช้ฝ่ามือขวากันขาขวาฝ่ายขาวไว้ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้มือซ้ายโอบขาขวาฝ่าย A ไว้ยกขึ้นใส่บ่า แล้วยกขาขวาฝ่าย A ให้ขึ้นสูงพร้อมกับดันไปข้างหน้า ทำให้ฝ่าย A เสียหลักล้มลงได้ เป็นการตอบโต้

 

  1. จระเข้ฟาดหาง
    เป็นไม้มวยใช้ตอบโต้ปรปักษ์ด้วยการเหวี่ยงแข้ง ฝ่าย B หมุนตัวกลับหลังไปทางขวาด้วยขาซ้าย โน้มตัวลงต่ำ แล้วใช้ขาขวาเหวี่ยงสูงเข้าใส่บริเวณก้านคอของฝ่าย A เป็นการตอบโต้ฝ่าย A ก่อนที่จะกระทำต่อฝ่าย B

 

  1. ไต่เขาพระสุเมรุ
    เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง ฝ่าย A ยกขาขวาเพื่อใช้แข้งเหวี่ยงเข้าลำตัวฝ่าย B ฝ่าย B กระโดดขึ้นเหยียบบนขาขวาท่อนบนฝ่าย A ด้วยเท้าขวา และบนไหล่ซ้ายฝ่าย A ด้วยเท้าซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ใช้ศอกขวาปักลงไปบนศีรษะของฝ่าย A เป็นการตอบโต้
  2. เอราวัณเสยงา
    เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด  ฝ่าย A กระแทกหมัดขวาเข้าตรงหน้าฝ่าย B ฝ่าย B ยกแขนซ้ายท่อนล่างขึ้นปิด เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็สืบเท้าเข้าหาฝ่าย A แล้วใช้ศอกขวางัดเข้าที่ปลายคางของฝ่าย A เป็นการตอบโต้

 

  1. ดับชวาลา
    เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดพร้อมตอบโต้
    ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวาทิ่มไปตรงหน้าของฝ่าย B  ฝ่าย B ใช้แขนซ้ายท่อนล่างขึ้นกัน และผลักหมัดของฝ่าย A ออกไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้หมัดขวาทิ่มตรงไปยังใบหน้าของฝ่าย A เป็นการตอบโต้

 

เป็นยังไงกันบ้าง ท่าไม้ตายมวยไทย (Muay Thai) เท่สุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ ใครที่เป็นสาวกมวยไทยมาฝึกกันได้นะ ที่ Jaroenthong Muay Thai Ratchada เขามีครูฝึกที่คอยสอนอย่างเชียวชาญและปลอดภัยอีกด้วย หรือถ้าใครต้องการที่จะรู้จักมวยไทยให้ลึกซึ้งกว่านี้ก็สามารถไปเรียนและสอบถามกันได้นะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

 

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ของไทยอีกแขนงหนึ่ง ในด้านของกีฬา ซึ่งมวยไทยมีมานานมากแล้วและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่อยู่คู่กับคนไทยเลยก็ว่าได้

 

มวยไทยเป็นศิลปะของการต่อสู้ ซึ่งสามารถนำมาป้องกันตัวได้จริง รวมถึงสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการต่อสู้และในกีฬา ศิลปะประเภทนี้บรรพบุรุษของชาติไทยใช้อบรมสั่งสอนสืบทอดกันมาให้ดำรงอยู่ตลอดไป บรรดาชายฉกรรจ์จะได้รับการสั่งสอนฝึกฝนศิลปะประเภทนี้อย่างเข้มงวด

 

การใช้อาวุธรบสมัยโบราณ เช่น กระบี่ กระบอง ดาบ ง้าว ทวน ฯลฯ นักรบไทยจะนำไปประกอบการต่อสู้ที่มีชั้นเชิง แต่ก่อนมักจะฝึกสอนกันเฉพาะบรรดาเจ้านายชั้นสูง เฉพาะพระมหากษัตริย์และขุนนางฝ่ายทหารเท่านั้น ต่อมาจึงแพร่หลายไปถึงสามัญชนและได้รับการถ่ายทอดวิทยาการจากครูอาจารย์

 

เนื่องจากไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ครูอาจารย์ที่สอนอยู่ในเพศบรรพชิตจึงทำให้มวยไทยกับศาสนาพุทธมีความสัมพันธ์กันจนแยกไม่ออก ซึ่งจะสังเกตได้จากก่อนการชก นักมวยจะมีการไหว้ครู ร่ายมนต์คาถาตามร่างกายก็มีเครื่องรางของขลัง เช่น ผ้าประเจียดรัดแขน หรือ มงคลสวมศีรษะ ฯลฯ

 

ลักษณะของมวยไทย
มวยไทยใช้อวัยวะ 6 ชนิด ได้แก่ หมัด ศอก แขนท่อนล่างเท้า แข้ง และเข่า  เข้ากระทำกับคู่ต่อสู้ ด้วยการเข้าชก ต่อย เขก โขกทุบ เตะ ถีบ เหน็บ อัด ยัน เหยียบ เหวี่ยง ปัก ทิ่ม เฉือน กระทุ้ง สับ เสียบเฆี่ยน กด ทุ่ม ฟาด มัด รัด หักแขน หักขา หักคอ  ฯลฯ 

ไม้มวย
เป็นการใช้อวัยวะต่าง ๆ ประกอบกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผสมกลมกลืนในการรุกและรับซึ่งก็คือการเข้ากระทำต่อคู่ต่อสู้และการป้องกันตัว ซึ่งนับว่าเป็นศิลปะที่มีการประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในรูปแบบต่าง ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

  • แม่ไม้  คือท่าครู เป็นท่าย่างสามขุมที่มีองค์ประกอบของการต่อสู้  และการป้องกันตัวอยู่พร้อมแต่ละครูแต่ละสำนักจะกำหนดท่าขึ้น  อันเป็นแบบอย่างของแต่ละคนไป
  • ลูกไม้ หรือไม้มวยไทยมีทั้งไม้เด็ด ไม้ตาย และไม้เป็น
  • ไม้เด็ด คือลูกไม้ที่มีประสิทธิภาพ  และมีอันตรายสูงแก่คู่ต่อสู้
  • ไม้ตาย คือไม้ มวยที่เมื่อฝ่ายที่กระทำใช้ไม้นี้ออกไป ผู้ถูกกระทำจะไม่สามารถป้องกันแก้ไขได้
  • ไม้เป็น  คือไม้มวยที่เมื่อฝ่ายหนึ่งใช้ออกไป  อีกฝ่ายหนึ่งสามารถป้องกันแก้ไขได้ ถ้ารู้วิธี
     

การไหว้ครู

ในการแสดงศิลปะต่าง ๆ ย่อมมีครูบาอาจารย์ เป็นประเพณีของชาวไทยซึ่งอบรมสั่งสอนต่อ ๆ กันมา ในเรื่องความกตัญญูรู้คุณต่อท่านผู้มีพระคุณ ตอบแทนพระคุณในรูปแบบต่าง ๆ การไหว้ครูจึงเป็นผลจากคุณธรรมดังกล่าวแล้ว

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผู้หญิงกับการต่อยมวย

เอกลักษณ์ มวยไทย โบราณ ทั้ง 4 ภาค

 

การคาร์ดิโอ้สวย ๆ ด้วยมวยไทย

การคาร์ดิโอ้สวย ๆ ด้วยมวยไทย

การคาร์ดิโอ้สวย ๆ ด้วยมวยไทย

 

หลาย ๆ คนยังไม่รู้ว่าการออกกำลังกายแบ่งออกเป็นสองอย่างด้วยกันคือ การคาร์ดิโอ (Cardio) และ เวทเทรนนิ่ง Weight  Traning ซึ่งการออกกำลังกายด้วยมวยไทย (Muay Thai) ถือเป็นการคาร์ดิโอ

 

Cardio และ Weight  Traning ต่างกันตรงที่ การ Cardio จะช่วยเผาผลาญไขมันได้มากกว่า แต่ Weight  Traning  จะเป็นที่นิยมในหมูนักเพาะกายหรือคนที่ต้องการจะสร้างกล้ามเนื้อ

 

การคาร์ดิโอมีอยู่ 3 ประเภท คือ แบบลิสท์ (LISS) แบบมิส (MISS) แบบฮิต (HIIT) ซึ่งการออกกำลังกายด้วยมวยไทย (Muay Thai) ถือเป็นการออกกำลังกายแบบฮิต ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากในหมู่นักศึกษาและวัยทำงานที่ต้องการจะลดสัดส่วนหรือกระชับสัดส่วน เพราะเห็นผลไวมากแล้วยิ่งถ้าใครได้ควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการเล่นมวยไทย (Muay Thai)

 

Weight  Traning แบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ 

Machine Weight เหมาะสำหรับคนที่กำลังเริ่มสร้างสร้างกล้ามเนื้อ

 

Free Weight เหมาะสำหรับคนที่เริ่มสร้างกล้ามมาบ้างแล้ว และต้องการให้กล้ามมันชัดขึ้นและสวยขึ้น

 

Body Weight คือการใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้านเป็นส่วนที่ยากที่สุดในเวทเทรนนิ่ง เพราะมันต้องใช้เทคนิคและวิธีการมากกว่าสองตัวแรกที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งกีฬามวยไทย (Muay Thai) ก็ถือเป็นประเภทบอดี้เวทด้วยเช่นกัน

 

การคาร์ดิโอ้ เหมาะสำหรับคนที่กำลังกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ หลอดเลือดหัวใจ แถมการคาร์ดิโอยังช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มกันโรคและการเสื่อมสมรรถภาพในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย ซึ่งคาร์ดิโอ้ก็จะประกอบไปด้วยกีฬาหลายอย่าง และการออกกำลังกายบางอย่างก็ร่วมด้วยเช่นกัน อาทิเช่น การวิ่ง การกระโดดเชือก การเต้นแอโรบิก การเต้นซุมบ้า การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน การชกมวย เป็นต้น

 

และในหัวข้อนี้เราก็จะมาแนะนำการคาร์ดิโอ้แบบใช้กีฬามวยไทย (Muay Thai)  ซึ่งข้อดีของการเล่นมวยไทย  (Muay Thai) ไม่ได้มีแค่กระชับสัดส่วนเท่านั้นแต่ยังทำให้มีภูมิต้านทานโรคอีกด้วย ทำให้ร่างกายรับรู้ได้ไวต่อสิ่งรอบตัว มีปฏิกริยาที่ดีและไวขึ้น สำหรับสาว ๆ ก็จะทำให้ผิวสวยขึ้นเพราะร่างกายได้ขับเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก เมื่อเฟงื่อออกมาเยอะก็จะดื่มน้ำเข้าไปเยอะเช่นกัน

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการฝึกมวยไทย (Muay Thai) คือการหายใจ เพราะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอถือเป็นการฝึกควบคุมระบบทางเดินหายใจ การหายใจจะทำให้ร่างกายยืดหยุ่นขึ้นและทำให้สามารถควบคุมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีอีกด้วย

 

มวยไทย (Muay Thai) กับการเตะขาและใช้ลำตัว การเตะขามีหลายรูปแบบ มีทั้งการเตะสะบัด เตะด้วยตาตุ่ม เตะเหวี่ยง เตะด้วยส้นเท้า เตะก้านคอ เตะด้วยขาหน้า หรือแม้กระทั่งการเตะแบบจระเข้ฟาดหาง เป็นต้น

 

มวยไทย (Muay Thai) กับการออกหมัด  การออกหมัดของมวยไทยมี รูปแบบดังนี้

  1. หมัดตรง

  2. หมัดเหวี่ยงสั้น

  3. หมัดเหวี่ยงยาว

  4. หมัดตวัด

 

การควบคุมน้ำหนักด้วยมวยไทย ก็เป็นอีกอย่างที่คนกำลังนิยมทำ ทั้งนักแสดง นักร้องและบุคคลธรรมดาทั่วไป แต่อย่าลืมว่าการควบคุมน้ำหนักด้วยการกินอาหารก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับคนที่กำลังคิดหาวิธีเพิ่มกล้ามเนื้อให้ตัวเองก็สามารถกินอกไก่ปั่น ไข่ไก่ เป็นต้น สำหรับสาว ๆ ก็จะมีอาหารจำพวก ผลไม้ อกไก่ ข้าวไรซ์เบอรรี่ เป็นต้น

 

เพื่อช่วยในการออกำลังกายด้วยกีฬามวยไทยให้มีประสิทธิภาพ อย่าลืมวอร์มร่างกายให้พร้อมทั้งก่อนและหลังจากต่อยมวยเสร็จ ดื่มน้ำให้มาก ๆ กันด้วยนะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) กับการออกกำลังกาย

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

เสน่ห์มวยไทยสู่สายตาชาวโลก

เสน่ห์มวยไทยสู่สายตาชาวโลก

มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่คนให้ความสนใจกันมาก เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของ ประเทศไทยและรู้จักกันมาถึงทุกวันนี้ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงความนิยม และเสน่ห์ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ทำให้ชาวต่างชาติสนใจ

 

 มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาต่อสู้ที่มีรูปแบบสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับหรือรุกก็มีท่าทีที่ดูสวยงาม ถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย  มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเราสามารถใช้ หมัด เท้า เข่า ศอกได้หมด ซึ่งอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรงได้เลย เพราะเป็นอาวุธที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว อย่างเช่น ท่าฤาษีบดยา เป็นการเอาศอกจามไปบนหัวผู้ต่อสู้ หากโดนตรงจุด อาจทำให้สลบ หรือถึงขั้น เสียชีวิต ก็เป็นไปได้ นี่เป็นแค่ ท่าหนึ่ง ในแม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) และยัง มีอีกหลายท่า ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะคงยาว แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) มันมีท่าเยอะมาก และแต่ละท่า ก็มีความสวยงาม มากแตกต่างกันไป และยังเป็นกีฬา ที่ดุเดือดมาก เพราะพลาดนิดหนึ่ง อาจหน้าแตก โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเหตุผลนี้ จึงทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทย และต่างชาติ ที่รักการต่อสู้ มาสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) กันมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมาก ในปัจจุบันเลย

 

ความนิยมของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

ในปัจจุบันนี้ พูดได้ไม่เต็มปาก ว่าคนไทย เป็นที่หนึ่งของ มวยไทย ( Muay Thai )  เพราะตอนนี้ ชาวต่างชาติที่เก่งกว่านัก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เริ่มมี ให้เห็นมากขึ้น เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ของเราไม่ปิดกันคนที่สนใจ ใครที่สนใจ ก็มาเรียนได้ ซึ่งเหตุนี้ จึงทำให้มีชาวต่างชาติ ที่รักการต่อสู้ มาสนใจเรียนกันมาก พอได้เรียน ก็อยากจะลองวิชา เลยไปขึ้นชก พอได้ขึ้นครั้งหนึ่ง ก็ทำให้ติดใจ ไม่ว่าผล จะแพ้ หรือชนะ คนที่รักการต่อสู้พอได้ขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai ) แล้ว เชื่อได้เลยว่า ต้องติดใจกันทุกคน ถึงแม้มันจะเจ็บมากและค่าตอบแทนก็น้อย แต่การได้สู้ กับคนที่เก่งกว่า หรือคนที่ชอบ อะไรแบบเดียวกัน มันคือความสุข ของคนที่รักการต่อสู้ซึ่ง ตอบได้เลยว่า คนที่ไม่ชอบ เขาก็จะมองพวกเราบ้า แต่กับคนคนที่ชอบ การต่อสู้ ถ้าถามว่าคุณชอบกีฬาอะไรมากที่สุด เขาจะตอบเป็นเสียงเดียวกันก็คือ “ มวยไทย ( Muay Thai ) ”

 

มวยไทย ( Muay Thai ) มีเอกลักษณ์ ที่เด่นก็คือ อาวุธ และท่าทาง ที่ใช้ในการต่อสู้ ซึ่งมีรูปแบบ ไม่เหมือนแบบอื่น ซึ่งอาวุธ แต่ละอย่าง ที่ออกมานั้น ล้วนแต่อันตราย โดนที มีหลับคาเวที ซึ่งปัจจุบันนี้ คนที่ใช้ ตอนนี้ก็ไม่ใช่ แค่คนไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติ ก็เริ่มใช้ได้ เหมือนกันแล้ว แต่การใช้พิษ สงยังไม่เท่าคนไทย เพราะการศอก และเข่า ยังสู้คนไทยไม่ได้ ซึ่งอันนี้แหล่ะ คือไม้เด็ดของ มวยไทย ( Muay Thai )  เป็นอาวุธ ที่คนไทยใช้แล้ว มีประสิทธิภาพมาก เพราะชาวต่างชาติ ยังใช้ได้ไม่ดีเท่า ซึ่งสองอาวุธนี้ เป็นการใช้ ระยะประชิดซึ่ง ชาวต่างเป็นนักมวย ที่ใช้หมัด และเตะหนัก เวลาขึ้นชก ชาวต่างชาติ ก็พยายาม ให้อยู่ในระยะ ที่ตัวเองชกได้ แต่พอคนไทย ได้เข้าไปล็อกคอ ตีเข่า เมื่อไร เป็นอันเสร็จทุกหลาย ซึ่งสิ่งนี้ ชาวต่างชาติ ยังเลียนแบบไม่ได้ ถึงแม้ จะเรียนมาแต่ลักษณะ บางอย่าง ก็เลียนแบบไม่ได้ จึงทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นอาวุธที่คู่คนไทยตลอดไป

 

กฏข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

 

กฏข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )  จำนวนยกในการแข่งขันทั้งหมดมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที จะไม่มีการเพิ่มรอบโดยไม่ได้รับอนุญาต นักมวยจะต้อง ใช้นวมขนาดไม่น้อยกว่า 6 ออนซ์ (172 กรัม) ซึ่งนวมที่สวม ใส่จะต้องไม่ถูกบีบ หรือบดเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของนวม

 

ระเบียบการสำหรับการแข่งขันชกมวยไทย ( Muay Thai )

 

- ต้องสวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนขาให้เรียบร้อยไม่สวมเสื้อและรองเท้านักมวยมุมแดงให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุมตามข้อบังคับสภาพ มวยไทย ( Muay Thai ) โลก

 

- ต้องสวมกระจับที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับการรับรองจากสภา มวยไทย ( Muay Thai ) โลก เมื่อถูกตีด้วยเข่าหรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณอวัยวะเพศจะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

 

- ห้ามไว้ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีปาก เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น

 

- ต้องสวมมงคลผ้าประเจียด หรือรัดเกล้า เฉพาะเวลาร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาตให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้าให้มิดชิดเรียบร้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่คู่แข่งขัน

 

- อนุญาตให้ใช้ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้งหรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

 

- ห้ามใช้เข็มขัดหรือสิ่งที่เป็นโลหะ สร้อย ฯลฯ

 

- ห้ามใช้น้ำมันวาสลิน น้ำมันร้อน ไขหรือสมุนไพร หรือสิ่งอื่นที่ทำให้คู่แข่งขันเสียเปรียบหรือเป็นที่น่ารังเกียจทาร่างกายหรือนวม

 

- ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

 

กติกาการแข่งขันมวยไทย

กีฬามวยไทย สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย และถือว่าอันตรายมาก ๆ ในปัจจุบัน นักมวย ต้องสวมนวมขนาด 4 ออนซ์ สวมกางเกงขาสั้นสวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้าหรือไม่ก็ได้ มวยไทยจะชกด้วยกันทั้งหมด 5 ยก โดยจะขึ้นชก 3 นาที พัก 2 นาที การแข่งขันมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน กรรมการในการให้คะแนนข้างเวทีอีก 2 คน ให้คะแนนยกละ 10 คะแนน การแข่งจะแบ่งเป็นรุ่นตามน้ำหนัก

 

การให้คะแนน

- ฝ่ายใดใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ได้หนักหน่วง บอบช้ำ และรุกมากกว่าเป็นผู้ชนะ

- นักมวย ฝ่ายใด มีชั้นเชิงมวยไทย ในการ รุก รับ หลบ ตอบโต้ ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะ

 

การฟาวล์

- หากผู้เล่นทำฟาวล์ ( foul ) ต้องตัดคะแนนตามที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน

- ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์วอย่างชัดเจน แต่ผู้ชี้ขาดไม่เห็น ผู้ตัดสินสามารถตัดคะแนนตามความเหมาะ พร้อมระว่าทำฟาวล์ด้วยเหตุผลใด

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับ  มวยไทย ( Muay thai )  ( Muay thai )

หุ่นสวยด้วย  มวยไทย ( Muay thai )  ( Muay thai )  เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

มวยไทย กับการ ออกกำลังกาย ด้วย กระสอบทรายตั้งพื้น

มวยไทย กับการ ออกกำลังกาย ด้วย กระสอบทรายตั้งพื้น

หากการ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย เรียกว่าเป็นการออก เหงื่อ หนึ่งในวิธีที่ได้ ประโยชน์ แก่ สุขภาพ มากที่สุด คุณต้องไม่พลาดกับการออกอาวุธโดยการ เตะ กระสอบทรายตั้งพื้น ที่สามารถเรียก เหงื่อ ได้เยอะมาก

 

     ถ้าคุณเป็นหนึ่งคน ที่มักเข้าไป ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย ใน ยิม มวย บ่อยๆ คุณย่อมต้องเข้าใจดีว่าการออก เหงื่อ ด้วยการ ออกกำลังกาย กับ กีฬา มวยไทย เป็นอะไรที่ได้ ประโยชน์ แก่ สุขภาพ ร่างกาย เป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าคุณย่อมต้องเคยออกอาวุธ โดยการ เตะ หรือ ชก กระสอบทราย เป็นประจำบ่อยๆ รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่คุณ ชก หรือ เตะ กระสอบทราย เป็นประจำทุกวัน ย่อมสามารถช่วยสร้าง ประโยชน์ แด่ สุขภาพ ได้อย่างมาก ฉะนั้นแล้ว หากคุณมีความรู้สึกชื่นชอบ ในการ ออกกำลังกาย ด้วยการ เตะ กระสอบทราย คุณต้องไม่พลาดกับ  กระสอบทรายตั้งพื้น อย่างแน่นอน

 

     การ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย คุณสามารถจะออก เหงื่อ ได้หลากหลาย ประสิทธิภาพ การทำงานของ ร่างกาย เรียกได้ว่า กีฬา มวยไทย ให้คุณได้ทุกส่วน อย่างมาก อีกอย่าง เรื่องของ สมรรถภาพทางกาย ยังให้ผลที่ดี และแข็งแรง เป็นอย่างมาก รวมถึงการ ออกกำลังกาย ด้วยการ เตะ หรือ ชก กระสอบทราย ก็ทำให้คุณสามารถเสีย เหงื่อ ได้มากกว่าที่คิด  

 

กระสอบทรายตั้งพื้น อุปกรณ์ ชก มวยไทย สุดเจ๋ง ที่ให้ ประโยชน์ ได้ทุกส่วน

     แน่นอนว่าคุณสามารถจะ ออกกำลังกาย ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะออก เหงื่อ แถวบ้านคุณ หรือแถว สวนสาธารณะ แต่เราสามารถ รับประกัน ให้คุณได้ทันทีว่า หากคุณมา ออกกำลังกาย ใน สนามยิม หรือ สนามมวย คุณสามารถจะ ออกกำลังกาย เรียก เหงื่อ ได้ดีกว่า อย่างแน่นอน และการ เตะ กระสอบทราย ก็เป็นดั่งทางเลือกชั้นดี ที่สามารถสร้าง ร่างกาย ที่ แข็งแรง ให้คุณได้

 

     กระสอบทราย เป็นดั่ง อุปกรณ์ คู่ซ้อมมวย ที่เป็นของคู่กันกับ นักมวย เวลาซ้อมเพื่อเตรียมจะขึ้นชก นอกเหนือจาก คู่ซ้อม กระสอบทราย ที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ กระสอบทราย ที่ติดกับแขวนอยู่กับ ผนัง มีโซ่แขวน คุณต้องไม่พลาดกับ กระสอบทรายตั้งพื้น ที่มี ความสูง ไม่มากหรือน้อย จนเกินไป ที่สามารถให้ ประโยชน์ แด่ร่างกายคุณได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง เตะ หรือ ชก แล้ว ก็ยังไม่เจ็บง่าย เพราะด้วยหนังที่มี คุณภาพ ดี และยังสามารถ ถ่วง น้ำหนัก ได้ดีอีกด้วย

 

กระสอบทรายตั้งพื้น กับ เทคนิค การออก เหงื่อ ที่ได้ ประโยชน์ อย่างแท้จริง

     ก่อนอื่นเลย ให้คุณลองง้างขา เตะ แบบเบสิคง่ายๆ ก่อน เพราะการ เตะ แบบง่ายๆ คุณจะได้ข้อดีในการ เตะ แบบง่ายๆ อีกทั้ง คุณยังสามารถจะยกพาไปไหนก็ได้ วางที่ใดก็ได้ ที่มี พื้นที่พอ ต่อการ ออกกำลังกาย ขั้นแรก ลองเริ่มด้วยการ เตะ แบบเบาๆ ก่อน ดังนี้

 

  1. ลองเตะ แบบง่ายๆ เบาๆ อย่างต่อเนื่อง แล้วค่อยๆ เพิ่มความรุนแรง และหนักหน่วงเข้าไป ให้คุณใช้ขา เตะ ด้านที่คุณมีความถนัดที่สุด ใส่ไปยังบริเวณ ลำตัว ด้านข้างของ กระสอบทราย
  2. เตะ เข้าไปเรื่อยๆ ไม่ถี่นัก ให้ติดต่อกัน ประมาณ 5 ครั้ง จากนั้นก็ค่อยให้เพิ่มเป็น 10 ครั้ง แล้วค่อยเพิ่มแรง เตะ เข้าไปเรื่อยๆ
  3. เมื่อ เตะ เบาๆ ไปแล้ว ก็ค่อยๆ เพิ่มแรง จับเวลาประมาณสัก 15 นาที รับรองได้ว่า คุณจะได้เสีย เหงื่อมี อย่างสมใจอยาก เป็นอย่างมาก

 

     คุณสามารถ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย กับการ เตะ กระสอบทรายตั้งพื้น ที่ได้รับ ประโยชน์ อย่างมาก และหากคุณยังไม่เคย ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย คุณสามารถเรียนได้กับ ยิมมวย ใกล้บ้านคุณ และสถานที่ฝึกซ้อม มวยไทย ที่เราอยากแนะนำก็คือ เจริญทอง มวยไทย รัชดา ( jaroenthongmuaythairatchada ) สถานที่ฝึกซ้อม มวยไทย ชั้นนำ พร้อมอุปกรณ์ ออกกำลังกาย ครบครัน ตอบโจทย์ ทุกความต้องการ แด่คนอยากเรียน กีฬา มวยไทย ที่คุณ ไม่ควรพลาด

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

- MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

การฝึก มวยไทย ( Muay thai )ในบ้านเราอาจเป็นประสบการณ์ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะภายใต้อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่มีความชื้น การซ้อม และอาหาร ล้วนมีความแตกต่าง แม้แต่วิธีการสอนก็ยังไม่เหมือนกันวันนี้จะมาตีแผ่การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่หลายคนอาจถูกมองข้ามไป

 

ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมั่นใจว่าคุณพร้อมเต็มที่ ไม่เช่นนั้นการ ฝึกมวยไทย ( Muay thai ) ของคุณอาจล้มไม่เป็นท่า

 

เตรียมร่างกายให้พร้อม

     หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อย่างแท้จริง คุณต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมและออกกำลังกายก่อนเสมอ คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งบนถนน นักมวยไทยจะวิ่งวันละสองรอบ ระยะทางมากกว่า 12 กิโลเมตร โดยปกติการวิ่งในตอนเช้าจะใช้เวลานานกว่าการวิ่งในช่วงบ่าย ดังนั้น คุณต้องเตรียมร่างกายให้ดีก่อนเริ่มวิ่ง

 

ปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อม

     นักมวยไทยมักกระโดดเชือกในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนฝนตก อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที ฝึกกระโดดเชือกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าของคุณด้านขึ้น แต่ถ้าหากเกิดแผลแล้ว ให้ปิดด้วยผ้าพันแผล นอกจากนี้คุณจะต้องซิตอัพเยอะมาก ผิวหนังที่เต็มไปด้วยเหงื่อ จะไปสัมผัสกับพื้นผิวอันขรุขระและพื้นผ้าใบ หรือเสื่อออกกำลังกาย ถ้าผิวหนังแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาเพื่อลดแรงเสียดทาน

 

เลือกค่ายมวยที่เหมาะสม

     ขณะที่คุณเตรียมตัวและปรับสภาพร่างกาย ให้เริ่มหาค่ายมวยที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง ขั้นตอนนี้จะทำให้คุณได้รู้จักค่ายมวยไทยที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณมีจุดประสงค์ในการเรียนมวยไทยเพื่ออะไรก็ตาม คุณต้องหาค่ายที่สามารถช่วยคุณในเรื่องนั้นได้

 

หาทักษะ มวยไทย ( Muay thai ) ที่คุณชื่นชอบ

     ค่ายมวยทุกค่ายในประเทศไทยล้วนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป บางค่ายมีชื่อเสียงในการปล้ำ บางค่ายเก่งเรื่องการเตะ และบางค่ายขึ้นชื่อในการฝึกนักกีฬาอย่างรอบด้าน ควรเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละค่าย และตัดสินใจจากสิ่งที่คุณอยากซ้อมมากที่สุด และดูว่าค่ายนั้นตอบโจทย์คุณได้หรือไม่

 

เตรียมสิ่งของที่จำเป็น

การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) คุณต้องมีของใช้ที่จำเป็น เช่น นวม กางเกงมวย ฟันยาง และสนับแข้ง บ่อยครั้งที่ค่ายจะมีสิ่งของเหล่านี้ให้คุณใช้ แต่คงไม่ดีแน่หากต้องใช้แก้วน้ำและฟันยางร่วมกับคนอื่น

 

อย่าหักโหมเกินไป

     คุณอาจรู้สึกว่าซ้อมได้เต็ม 100 ในวันแรกของการฝึกฝน แต่ในวันที่สองและสาม ความเมื่อยล้าและความเจ็บปวดจะมาเยือน แต่หากคุณเป็นกรณีที่ตรงกันข้าม ก็อย่าหักโหม ขอให้ฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าคุณฝืนตัวเอง คุณอาจได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่อง

 

     หากท่านอยากฟิตร่างกายกับ มวยไทย ( Muay thai ) ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ หุ่นปัง

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ หุ่นปัง

ออกกำลังกาย ด้วย การ ต่อย มวยไทย เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่สามารถ สร้าง หุ่นปัง ได้ เพียง เข้าใจ ในการ ฝึกฝน เกี่ยวกับ การ ต่อย มวยไทย ว่า มวยไทย มี ลีลา แบบใด ต่อยมวย แล้ว จะ ลดหุ่น ได้สุดปัง ขนาดไหน

 

ลีลา ของ มวยไทย

1.  มวยเกี้ยว หรือ มวยอ่อน

     นักมวย ใช้ชั้นเชิง ในการต่อสู้ ใช้ ไหวพริบ รวดเร็ว ในการแก้ปัญหา เข้าหา คู่ต่อสู้ ผ่านการ เคลื่อนตัวไปมา ทั้งซ้าย ขวา สลับกัน กลลวง หลายรูปแบบ ทำให้ คู่ต่อสู้ จับทาง มวย ยาก มวยเกี้ยว จะมี ท่าทาง ที่ แคล่วคล่อง ว่องไว ลูกล่อ ลูกหลอก  หลบหลีก สายตาแหลมคม  เวลารุก หรือ รับ รวดเร็ว เข้าระยะประชิด ด้วย ความเด็ดขาด แม่นยำ

 

     ฝึกฝนโดย : เยื้องย่างในน้ำ ตีให้น้ำกระเซ็น โดย ห้ามหลับตา แรงต้านของน้ำจะช่วยให้เมื่ออยู่บนบกจะสามารถรุกรับ ออกอาวุธได้อย่างรวดเร็วทั้งเท้า เข่า ศอก และหมัด เหมาะสำหรับคนที่มีรูปร่างเล็ก ผอมเพรียว

 

 

2. มวยหลัก หรือ มวยแข็ง

     นักมวย ที่มีวิธีการ ต่อสู้ อย่างรัดกุม สุขุมรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น ท่าคุมมวย จดท่ามวย  การเคลื่อนไหว แต่ละก้าว เต็มไปด้วยความระมัดระวัง ไม่คึกคะนอง แต่ใช้ทุกอย่างในร่างกายอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น สายตา การย่าง เข้าหา คู่ต่อสู้ เป็น มวย รอจังหวะเข้า ทำ ตอนที่ฝ่ายตรงข้ามรุกเข้ามาก่อน ฉวยโอกาสเข้าทำ ได้ทั้ง น้ำหนักรุนแรง และ แม่นยำ

 

     ลักษณะประเภท มวยหลัก จะถูกฝึกสอนให้ ตั้งรับ รอจังหวะ ใช้ ความสุขุมเยือกเย็น ลำหัก ลำโค่นดี ใช้ ศิลปะมวยไทย ได้หนักหน่วง รุนแรง และแม่นยำ เหมาะสำหรับ คนที่มีรูปร่างใหญ่ และ ใจเย็น

 

     ไม่ว่าจะ มวยหลัก หรือ มวยเกี้ยว ต่างมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดย มวยหลัก จะมีความรุนแรงในการใช้ เท้า เข่า ศอก ส่วน มวยเกี้ยว จะใช้ เท้า เข่า หมัด ศอก ได้รวดเร็วกว่า แต่ไม่รุนแรงเท่า มวยหลัก

 

     ลีลา มวยไทย ( muay thai ) ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และจิตใจ ของแต่ละคน สำหรับผู้ที่รูปร่างสันทัด ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป สามารถฝึกฝนในลักษณะผสมผสาน ระหว่าง มวยหลัก และ มวยเกี้ยว ควบคู่กันไปได้ โดยมีทั้งความว่องไว และ รุนแรง ในการใช้ เท้า เข่า หมัด ศอก

 

 

มวยไทย ( Muaythai ) ช่วยให้หน้าท้องแบนราบ

     อยากมีซิกซ์แพค ( Six Pack ) ชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพ ( SIT UP ) แล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพก เพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้นและเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพ กับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และ เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

 

มวยไทย ( Muaythai ) ได้ออกกำลังกาย ทุกส่วนของร่างกาย

     ต่อยมวย เพื่อให้ทุกส่วนของ ร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกาย และระบบไหลเวียนโลหิต แล้ว ต่อยมวย ช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องกับการ ทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้ และความคล่องตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้ได้กล้ามเนื้อ ทุกส่วนอย่างเต็มที่ เป็นตัวช่วยในการ ลดน้ำหนัก ที่ดี เบิร์นไขมันสะสม เพิ่มความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ ไปพร้อมกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เพิ่มความสูง

     กีฬาประเภท ต่อสู้ เตะ ต่อย ซึ่งปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมเล่นกัน แถมยังเป็น กีฬา ที่ช่วย เผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ของร่างกาย นอกจากจะทำให้สูงแล้ว หุ่นเฟิร์ม กระชับ และมี กล้ามเนื้อ ที่แข็งแรงอีกด้วย

 

 

น้ำมันมวย

     น้ำมันมวย เป็นภูมิปัญญาโบราณของคนไทย ที่ประกอบไปด้วยตัวยาหลัก คือ เมนทอล เมทิลซาลิไซเลท  และการบูร ทำงานออกฤทธิ์ส่งเสริมกัน โดยเมทิลซาลิไซเลทจะออกฤทธิ์ร้อน  ส่วน เมนทอล จะเย็น

 

วิธีใช้ น้ำมันมวย

ชนิดครีม : เหมาะสำหรับการเล่นกีฬา หรือ การออกกำลังกาย

ชนิดน้ำ : เหมาะสำหรับการเล่นกีฬา หรือ ออกกำลังกาย ที่ต้องใช้ กล้ามเนื้อ อย่างหนักหน่วง

ชนิดสเปรย์ : เหมาะสำหรับการเล่นกีฬา หรือ การออกกำลังกาย น้ำมันมวย ชนิดนี้ พกพาง่าย ใช้งานง่าย

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ยูโด VS มวยไทย

มวยไทย VS กังฟู

ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) กับการออกกำลังกาย

ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) กับการออกกำลังกาย

ศิลปะการต่อสู้ ที่บ้านเราคงรู้จักกันดีเลย คือ มวย ไทย เป็นศิลปะการต่อสู้อย่างหนึ่งที่คนนิยมกัน จนในปัจจุบัน ได้นำมาผสมผสานกัน จนเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนำมาประยุกต์ ให้หลายคนเล่นได้

มวยไทย (
Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) ประจำชาติไทย ที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ในอดีตเราฝึก ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) เพื่อต่อสู้กับข้าศึก การป้องกันตัว และต่อมาก็ฝึกเพื่อการกีฬา ในปัจจุบัน ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) ไม่ได้ฝึกไว้แค่เป็น การกีฬา หรือการป้องกันตัว เพียงอย่างเดียว แต่ยังฝึกเพื่อการออกกำลัง ( Exercise ) อีกด้วย

ทุกอย่างบนโลกล้วนมีความเปลี่ยนแปลง ตามกาลเวลา ศิลปะการต่อสู้
( Martial arts ) ก็เช่นกัน ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมากเลยทีเดียว อย่างที่เรารู้กันว่าในอดีต เราฝึกศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) เพื่อ การป้องกันตัว แต่ระยะเวลาเปลี่ยน เราก็พัฒนามาเป็น การออกกำลังกาย ( Exercise ) ในรูปแบบหนึ่ง

การฝึก มวยไทย (
Muay Thai ) ก็สามารถฝึกได้คนเดียว เพราะอย่างไร เราก็ได้ ออกกำลังกาย ทุกส่วนของร่างอยู่แล้ว การออกกำลังกาย ( Exercise ) โดยการฝึกมวย สิ่งแรกที่เราจะได้เลย คือ ความกระชับของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงให้กับร่างกาย ส่งผลดีต่อ ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบการหายใจ การทำงานของระบบหัวใจ ระบบปอด หลอดเลือด หากเราเจอเหตุการณ์ณืที่ไม่คาดคิด ก็สามารถใช้วิชาศิลปะการต่อสู้ ที่ฝึกมาได้

การเรียนมวยไทย ( Muay Thai ) มีประโยชน์ ทั้งต่อร่างกาย และจิตใจ ดังนี้

ฝึกความแข็งแรงให้ร่างกาย
กีฬา และการออกกำลังกาย
( Exercise ) แต่ละแบบ จะช่วยให้ร่างกายแข็ง การออกกำลังกาย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และฝึกความแข็งแรง ให้กับร่างกาย มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องใช้ทักษะการฝึกหลายอย่าง โดยจะใช้ทุกส่วนของร่างกาย ทำให้เราจะได้ความแข็งแรงทุกส่วนของร่างกายเช่นกัน

ฝึกการจัดระเบียบของร่างกาย
มวยไทย ( Muay Thai ) มีท่าทาง หรือที่เรียกว่าเพลงมวย ซึ่งเป็นท่าทางที่ต้องอาศัยการฝึกฝน และความชำนาญ กว่าจะได้เป็นเพลงมวยที่สวยงาม มวยไทย นอกจากใช้เพื่อการต่อสู้แล้ว ยังสามารถใช้สำหรับการแสดงได้อีกด้วย เพราะมีการวางท่าทางที่สวยงาม และการจัดระเบียบร่างกายที่ดี ทำให้มีบุคลิกภาพดี และมีความยืดหยุ่นสูง

ฝึกไหวพริบ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
การเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เมื่อมีคู่ต่อสู้ เราจะไม่สามารถคาดเดาคู่ต่อสู้ได้ อย่างแม่นยำแน่นอน แต่ถ้าหาก เราเรียนมวยไทย ( Muay Thai ) เราจะต้อง มีทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การตั้งรับ และการหลบหลีกต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งทักษะการคิด และการเอาตัวรอดนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

ฝึกระเบียบวินัย
กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จะเน้นการฝึก เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทนทาน และฝึกให้มีพละกำลัง จำเป็นต้องฝึกฝนร่างกาย กันอย่างหนัก เพื่อให้ร่างกายเราแข็งแรงอยู่เสมอ การฝึกฝนร่างกาย ให้พร้อมกับการต่อสู้ จึงจำเป็นต้องมี ระเบียบวินัย ในการออกกำลังกาย ( Exercise ) อย่างสม่ำเสมอ

ฝึกเป็นอาชีพ
การฝึกมวยไทย ไม่เพียงแต่เป็นกีฬา แต่สามารถฝึก เพื่อยึดเป็นอาชีพหลักได้ หากเราชอบที่จะชกมวย หรือฝึกมวย แล้วสามารถฝึกฝึกฝนอย่างชำนาญ สามารถขึ้นสังเวียนชกได้ หากเราขึ้นจนเจนสังเวียนแล้ว อยากออกมาเป็นโค้ช หรือว่าครูฝึก ก็ได้เหมือนกัน

หากเรา ฝึกฝนมวยไทย
( Muay Thai ) ในการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายเราแข็งแรง มีพละกำลังแล้ว อีกอย่างที่เราจะได้จาก การเรียนมวยไทยเลย ( Muay Thai ) คือ การป้องกันตัว เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์คับขัน

การออกกำลังกาย
( Exercise ) ทุกประเภทล้วนมี ประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งสิ้น แต่การออกกำลังกาย ( Exercise ) โดยการฝึกมวยไทย จะได้รับประโยชน์ ในหลาย ๆ ด้าน และช่วยให้ กระชับทุกส่วนของร่างกาย การออกกำลังกายแบบมวยไทย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี หากใครไม่รู้จะเริ่มต้นฝึกที่ไหน เจริญทองมวยไทยรัชดา ( Jaroenthong muay thai ratchada ) มีเปิดสอน สามารถเข้าไปเรียน เพื่อฝึกการออกกำลังกาย แบบฉบับมวยไทยได้

บทความเพิ่มเติม

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน
ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

 

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน

ในการออกกำลังกาย สามารถออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละบุคคล หากใครที่อยากจะ ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบนักมวยแล้วล่ะก็ เรามีเคล็ดลับมาฝากให้เพื่อน ๆ ได้ลองออกกำลังกาย แบบเจ้าสังเวียน

ก็อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า นักมวย (
Boxer ) เป็นอาชีพที่ต้องมีร่างกาย อึด ถึก ทน อย่างมาก เพราะต้องรับหมัดของคู่ต่อสู้ และมีความแข็งแกร่งของร่างกาย สามารถโจมตีคู่ชกกลับไป การออกกำลังกายแบบ นักมวย ( Boxer ) จึงฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วง มากกว่าการออกกำลังกายแบบปกติ

มาลองดูกันว่านักมวยอาชีพ ( Professional Boxer ) เขาทำอย่างไรให้ร่างกายฟิต

Shoulder Presses

Shoulder Presses เป็นท่าที่สร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล (Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้นดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

Clap Press – Up

Clap Press – Up เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับนักมวย

Plank

เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด เพราะต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เป็นท่านักมวยทุกคนให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

คาร์ดิโอ ( Cardio ) 

ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิตแบบนักมวย ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

Foot work

Foot work ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีกหมัดคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Foot work จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือในการต่อสู้กับคู่ชกได้อย่างดี

Shadow Boxing

Shadow Boxing เป็นการฝึกชกลม เพื่อให้นักชกฝึกการออกหมัด และท่าทางที่ถูกต้อง การชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก การรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถฝึกที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้เราขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

Bag Work

Bag Work คือการต่อยกระสอบทราย ที่สามารถฝึกความแข็งแกร่งของหมัด สายตา และการป้องกัน

Skipping

Skipping เป็นการหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ อาศัยความว่องไวของ Foot work ทำได้ง่าย ๆ โดย มีเชือกเส้นเดียวกับลานโล่ง ๆ Skipping เป็นสิ่งสำคัญของนักมวย จะขาดไม่ได้ในเวลาซ้อม และยังเป็นท่าที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ

Push Ups

Push Ups เป็นท่าที่ทำยาก สำหรับคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดย Push Ups จะให้ประโยชน์กับกล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลักเวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

Squats

Squats เป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

Chin Ups

Chin Ups เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ช่วงบนแข็งแรง และสมส่วน จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก ไหล่ ในท่าเดียวกัน แต่ไม่ควรหักโหมเกินไปจนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

Burpees

Burpees เป็นหัวใจสำคัญในการออกกำลังกายให้ได้ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรงในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

ส่วนมาก นักมวยไทย จะมีการฝึกซ้อมอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ต่อวัน นอกเหนือจากการฝึก โดยใช้เป้าตีท้อง หรือหมัดต่อยที่ท้อง เพื่อให้ กล้ามท้องของเขา ทนทานต่อการรับแรงกระแทก

การทำกล้ามท้อง สามารถฝึกได้โดยมีกระบวนการ ตั้งแต่การซิท อัพ ( Sit Up ) การหมุนตัว ( Oblique Twists ) การกระโดดเชือก ( Skipping Rope ) ไปจนถึงการฝึก ตีเข่า ฝึกเตะ ฝึกหลบ ชกเป้า ที่ช่วยเสริมสร้างให้ บริเวณหน้าท้องแข็งแรง รวมถึงยังทำให้ บาลานซ์ร่างกาย และการเคลื่อนไหวดีขึ้นอีกด้วย

การออกกำลังกายด้วยท่าทั้งหมดที่เรามาฝากเพื่อน ๆ กันนั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ นักมวย ( Boxer ) ต้องใช้ฝึกเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทนทานต่อหมัดคู่ต่อสู้ได้ หากเราทำโดยไม่ได้ฝึกหนักขนาดนักมวยก็ได้

การฝึกท่าของนักมวย จะช่วยให้ หุ่นฟิต และสามารถ สร้างกล้ามเนื้อ ให้แข็งแรงได้ ถึงจะไม่ได้เป็นนักมวยอาชีพก็ตาม แต่เราสามารถฝึกเพื่อเพิ่มทักษะต่าง ๆ และช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตามมาด้วย

 

บทความเพิ่มเติม
มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ
การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

 

มากกว่าคำว่า ศิลปะมวยไทย

มากกว่าคำว่า ศิลปะมวยไทย

ทุกวันนี้ มวยไทย ใการนำมาใช้ในการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Cardio Boxing, Body Combat, Boxing Dance เรียกได้ว่า พื้นฐานเรื่องของมวยไทย ซึ่ง เจริญทองมวยไทยรัชดา ให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้

 

Cardio Boxing มีดีอย่างไร ?

 - เป็นศิลปะป้องกันตนเอง

 - เพิ่มความทนทานในการออกกำลังกาย แบบ Cardiovascular

 - เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้อง

- ลดน้ำหนัก กระชับรูปร่าง

 - พัฒนาสมดุลของร่างกาย

 - ลดความเครียดจากการทำงาน

 - เผาผลาญได้มากถึง 800 Cal / ครั้ง

 

Cardio Boxing

     คือ การผสมผสานการชกมวยมวยสากลกับมวยไทยเข้าด้วยกัน แต่มีการเพิ่มความสนุกสนานในการฝึกกับ Personal Trainer ทำให้การเตะ การต่อยมวย เป็นเรื่องสนุก ตื่นเต้น และใครๆ ก็ฝึกได้ โดยเน้นไปที่การทำงานของระบบหัวใจ และ หลอดเลือด และ เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อเป็นหลัก การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยให้คุณเห็นผลในระยะเวลาอันสั้น

 

 

 Body Combat คือ การออกกำลังแบบใด

     Body Combat การออกกำลังกายที่ดัดแปลงมาจากการต่อสู้ โดยนำท่าทางการต่อสู้ต่างๆ มิกซ์เข้ากับเสียงดนตรี เสียงเพลง เป็นรูปแบบการออกกำลังกายแบบกลุ่ม ส่วน Cardio Boxing การผสมผสานของการต่อยมวย กับ การออกกำลังกาย สามารถสอบถามได้ตามฟิตเนส ( fitness ) สอบถามจากเทรนเนอร์ และหากใครที่อาศัยอยู่ในย่านรัชดา เราขอแนะนำ ค่าวมวยไทย เจริญทองมวยไทย รัชดา เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทุกวัน อุปกรณ์ที่ครบครัน บรรยากาศดี เป็นกันเอง เป็นอีกสถานที่ผ่อนคลายได้ดีทีเดียว

 

BOXING DANCE

     ศิลปะ มวยไทย ผสมผสานเข้ากับเสียงเพลง เพิ่มความสนุกไปกับการออกกำลังกาย ปั้นหุ่น ให้ดูกระชับ อีกทั้ง ยังช่วยในเรื่องการไหลเวียนเลือด ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

     เน้นการออกกำลังที่ใช้ หมัด เข่า ศอก หัว ผสมการออกสเต็ปเป็นจังหวะเต้นไปชกไปประมาน 5 นาที ท่าหมัดตรงเป็นท่าชกที่ใช้สกัดการบุกของคู่ต่อสู้ โดยเหยียดแขนออกให้ตรงที่สุด และรักษาให้อยู่ระดับไหล่ หมุนข้อมือคว่ำลงให้สันหมัดถูก หมัดฮุก เป็นท่าชกที่เป็นท่าชกที่ใช้ในระยะประชิดตัว โดยงอแขนท่อนล่างให้ทำมุมกับแขนท่อนบนเป็นมุม 90 องศา

 

     เวลาออกหมัดให้กระตุกหัวไหล่ ใช้แรงส่งของหมัดที่ออกจากปลายเท้าไล่มาตามสะโพก และ หัวไหล่ เพื่อให้การเคลื่อนไหวของหมัด ข้อศอก รวมไปถึงไหล่ เคลื่อนที่ในจังหวะเดียวกัน หมัดอัพเปอร์คัต ชกที่บริเวณลำตัว หรือ ปลายคาง โดยให้สืบเท้าข้างตรงข้ามกับหมัดเข้าไปใกล้คู่ต่อสู้ งอเข่า และ ย่อตัวลงเล็กน้อยลดแขนข้างที่จะชกลงตรงๆ ใช้กำลังส่งจากเท้าหลัง หงายหมัดแล้วกระตุกขึ้นข้างหน้า เพื่อชกขึ้นให้ถูกเป้าหมาย

 

 

มวยไทย ฟีเว่อร์ ( Muay thai )

     มวยไทย ฟีเว่อร์ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay thai ) สำหรับการออกกำลังกาย เพราะกระบวนท่าในการต่อย มวยไทย นั้น สามารถนำมาใช้เป็นทางออกกำลังกายได้ เรียกได้ว่า สามารถเฟิร์มร่างกายได้ทั้งตัว หากต่อย มวยไทย อย่างต่อเนื่อง แต่การต่อยมวยไทย ในฟิตเนสอย่างเดียวคงไม่พอ ดังนั้น ควรเข้าไปเรียนกับครูมวย จริงๆ ค่ายมวย ที่สอนศิลปะต่อยมวยไทย อย่างแท้จริงจะดีกว่า ขอแนะนำค่ายมวยไทย เจริญทองมวยไทย รัชดา มีครูมวยที่สามารถให้คำแนะนำด้านการเรียนได้

 

     หากเราฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยในเรื่องของการป้องกันตัว เพราะเราได้รับการฝึกจาก โดยจะมีครูมวย การันตีเรื่องความช่ำชองเกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay thai ) หากเรามีวินัย หมั่นฝึกฝน ไม่ดีกับใคร นอกจากตัวเราเอง

 

มืออาชีพเป็นได้ไม่ยาก สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay thai )

1. ควบคุมอาหาร หากคุณเป็นนักมวยที่เตรียมขึ้นชก อาหารประเภทโปรตีนคือสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด อาทิ ปลา ไก่ ไข่ เนย ถั่ว รวมถึงผักผลไม้ และไขมันที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิ อะโวคาโด

 

2. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ คือแนวทางที่ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โยคะ คือวิธีการที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แต่ความจริงแล้วมันสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและฝึกสมาธิไปในตัวด้วย

 

3. ครูมวยที่ดี อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญมากสำหรับ การต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) จะดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวเป็นพื้นฐาน ซึ่งครูมวย จะเริ่มต้นการสอน ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึง ระดับมืออาชีพ หากเราฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น movement, Self - defense, position

 

4.ความอดทนต่อการฝึกฝน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ต้องฝึกฝนเอง ไม่สามารถให้ใครมาช่วยเหลือได้ เริ่มต้นฝึกความอดทน ด้วยการ วิ่ง กระโดดเชือก และ ลุก - นั่ง คือ การสร้างความแข็งแร็ง สำหรับการต่อยบนสังเวียน

 

5. ยกระดับการออกกำลัง อีกหนึ่งขั้นของการฝึกความอึดและอดทด การจะเป็นนักมวยที่ดี อย่าลืมว่าตลอดการชก ขาของคุณต้องเคลื่อนไหวอยู่บนเวทีตลอดเวลา ฉะนั้นจำเป็นต้องยกระดับการออกกำลังเพื่อเพื่อความอดทน

 

6.ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลัง  แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที

 

อ่านความเพิ่มเติมได้ที่

มวยไทย VS กังฟู

ยูโด VS มวยไทย

รู้เทคนิคลับ เพื่อป้องกันการ บาดเจ็บ จากการฝึก มวยไทย

รู้เทคนิคลับ เพื่อป้องกันการ บาดเจ็บ จากการฝึก มวยไทย

มวยไทย เป็นศิลปะการป้องกันตัว ที่ปลายทั้งสองด้านของแรงที่พุ่งตรงมา หากต้องการชมการแข่งขันสดในฐานะผู้ชื่นชอบการเล่นเกมนั้นสวยงามและน่าทึ่ง แต่เมื่อคุณเป็นผู้หนึ่งในการต่อสู้ที่ดุเดือดมันอาจโหดร้าย จึงต้องเข้าใจวิธีป้องกัน เพื่อลดอาการ บาดเจ็บ

ตลอดหลายปีของการฝึกฝน และมีโอกาสชก มากกว่า 50 ครั้ง แต่ก็โชคดีที่ไม่จมูกหัก และเคยมีประสบการณ์ตาดำม่วง เพียงหยิบมือเดียวไม่ใช่ ทุกวันนี้ในด้านมือสมัครเล่น คู่แข่งสวมชุดป้องกันทั้งตัว ชุดป้องกันศีรษะ และหน้าอก รวมถึงแผ่นรองหน้าแข้ง และข้อศอก ซึ่งในที่สุดก็ออกมาสำหรับคู่แข่งในขณะที่พวกเขาไต่อันดับ วันรุ่งขึ้นหลังจากการต่อสู้ เป็นเรื่องยากความจุกในกล้ามเนื้อทุกส่วนเท้า และข้อเท้าบวม เหมือนฟุตบอลริมฝีปากอ้วน และต้องส่งเสียงครวญครางเมื่อนั่งลงยืนขึ้นและแม้กระทั่งพยายามนอน เท่าทุนสำหรับหลักสูตร
แม้ว่าการฝึกจะทำในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีการควบคุม ซึ่งการเตะและต่อยเพียงอย่างเดียว ที่โยนลงบนถุงเจาะและแผ่นรองของผู้ฝึกสอนของคุณจะทำได้ 100% แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บที่มีสีสันมากมาย ที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพื่อฝึกอบรม
ไม่ว่าคุณจะมีความเชี่ยวชาญระดับใด ก็ตามการจัดการอาการบาดเจ็บ ควรอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการลำดับความสำคัญของคุณ ความถี่ของการฝึกซ้อม ควรเป็นจุดสนใจที่สำคัญที่สุด เนื่องจากการฝึกทักษะใหม่ ๆ ซ้ำ ๆ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้จมอยู่กับมวยไทย
จากประสบการณ์ หากคุณไม่ได้รับการรักษา และจัดการกับอาการบาดเจ็บของคุณอย่างถูกต้อง มันจะส่งผลให้คุณมีปัญหามากขึ้นในอนาคต รายการต่อไปนี้แสดงรายละเอียดการบาดเจ็บ ที่ผู้ฝึกมวยไทยประสบบ่อยที่สุด

 

ฟกช้ำ

สำหรับตัวเอง และคนอื่น ๆ อีกหลายพันคนที่เริ่มต้นมวยไทย ในวันนั้นการดูการฝึกซ้อมขนานแท้ในประเทศไทย ดูเหมือนฉากที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง Kickboxer ที่ Jean Claude Van Damme เล่า เตะฝ่าต้นปาล์มด้วยแข้งเปล่า แม้ว่าจะไม่รวมวิธีการฝึกเหล่านั้น แต่ความบ้าคลั่งที่ อยู่เบื้องหลังวิธีการของฮอลลีวูด ก็มีความจริงอยู่เล็กน้อย

หน้าแข้งเป็นรูปแบบการโจมตีและการป้องกันหลักของเราและไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเจ็บ รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดในการโจมตีคู่ต่อสู้คือการเตะรอบบ้าน นอกจากนี้การสกัดกั้นการเตะประกอบด้วยการตรวจสอบ ด้วยหน้าแข้งของคุณ
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการเตะรอบมวยไทยกับศิลปะการต่อสู้อื่น ๆ คือการใช้กระดูกหน้าแข้ง ในการสัมผัส และการติดตาม การเตะรอบมวยไทย เปรียบเสมือนการไดรฟ์ในการตีกอล์ฟมากกว่า การยิงลูกชิพที่หยุดอยู่ที่เป้าหมายกล่าว คือเป็นการสวิงแบบโฮมรันในกีฬาเบสบอลมากกว่าที่จะยิง การเตะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพลัง และทำตามเพื่อให้ได้รับความเสียหายสูงสุด
กล่าวได้อย่างปลอดภัยว่า แม้ว่าคุณจะทำงานแพดกับเทรนเนอร์ของคุณคุณอาจได้รับก้อน และการกระแทกเล็กน้อยจนกว่าคุณจะมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อคุณเจาะเตะกระเป๋าหนัก คุณจะเตะด้วยหน้าแข้งของคุณด้วย เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกหนีจากอาการฟกช้ำที่หน้าแข้งระหว่างการฝึก แต่มันจะดีขึ้น

ไม่มีวิธีที่รวดเร็วในการปรับสภาพคอของคุณ ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และสัมผัสกับการออกกำลังกาย หลังจากผ่านไปสองสามครั้ง คุณจะเริ่มสังเกตเห็นว่ากล้ามเนื้อคอ และไหล่ของคุณจะอ่อนนุ่ม และแข็งน้อยลง และจะสามารถทนต่อการเสียดสีของงานที่คลอนได้

 

ต้นขาช้ำ

กล้ามเนื้อที่จุกจะต้องเป็นหนึ่งในอาการบาดเจ็บที่เลวร้ายที่สุดในรายการนี้ สาเหตุหลักที่ คุณมีต้นขาที่จุกเพราะคุณไม่ได้บล็อก การเตะที่ต่ำ การเตะทั้งหมดควรได้รับการตรวจสอบ โดยให้ผลกระทบของการเตะของฝ่ายตรงข้าม ไปที่กระดูกหน้าแข้ง แม้ว่ามันจะฟังดูแย่ แต่ฉันก็เตะที่หน้าแข้งแล้วเตะแรง ๆ ไปที่ต้นขา
ชอบเตะที่หน้าแข้งด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกเรารู้อยู่แล้วว่า เมื่อคู่ต่อสู้ของเราพยายามเตะ พวกเขาใช้หน้าแข้งของพวกเขา ดังนั้นเราจึงมีความรู้นั้น เพื่อประโยชน์ของเราในการสกัดกั้นการเตะ และตั้งค่าการโจมตีตอบโต้ ประการที่สอง ถ้ากระดูกหน้าแข้งที่แข็งกระด้าง นั้นฝังเข้าไปในต้นขาที่ดี และอ่อนนุ่ม มันจะเจ็บทันที สิ่งที่ฉันอยากจะหลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้
หากเกิดขึ้นอีกสองสามครั้ง ฉันจะเริ่มสูญเสียความคล่องตัว และกลายเป็นเป็ดนั่ง เพราะเตะขามากขึ้น ในการชกแบบมืออาชีพ ฉันมักจะนับว่าเตะขากี่ครั้งที่ลงสนามในรอบแรก หรือมากกว่านั้น เป้าหมายของฉันคือการเตะขา 10 ครั้งให้เร็วที่สุด เพราะมันทำให้คู่ต่อสู้ของฉันช้าลงอย่างมากหากไม่จบการต่อสู้
การเตะขาที่ดีนั้นเปรียบเสมือน ของขวัญที่ให้อยู่เสมอ เพราะจะรู้สึกได้ทุกครั้ง ที่มีคนเดินขึ้นบันได หรือใช้ห้องน้ำประมาณหนึ่งสัปดาห์ การต่อสู้กับคนที่สามารถเตะขาได้อย่างมั่นคง แม้ในขณะที่สวมสนับแข้งป้องกันจะทำให้คุณมีรอยฟกช้ำที่เจ็บปวดเล็กน้อย
การซ้ำ กับการบาดเจ็บนี้ คือคุณสามารถป้องกันได้โดยส่วนใหญ่ มุ่งเน้นไปที่การปรับแต่ง เวลาในการตอบสนองของคุณ และใช้สิ่งนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาเทคนิคของคุณ โดยเรียนรู้ที่จะตรวจสอบ หรือถอยกลับ และตอบโต้การโจมตี อีกทางเลือกหนึ่งในการเตะที่ต้นขา คือเอาหน้าแข้งขึ้นมาขวางไว้

แข้งบนหน้า แข้งอาจเจ็บเล็กน้อย แต่เชื่อเถอะว่าหลังจากเช็คหน้าแข้งไม่กี่ครั้งมันจะทำให้คู่ต่อสู้ของคุณคิดสองครั้ง เกี่ยวกับการขว้างขาเตะเข้าทางคุณ เพราะพวกเขาจะรู้สึกเจ็บปวดจากการเช็คด้วย

 

ซี่โครงช้ำ

หวั่นบาดเจ็บซี่โครง สิ่งเหล่านี้มักจะเป็นการบาดเจ็บประเภท ปีละครั้ง ถ้าโชคดี การบาดเจ็บที่ซี่โครง อาจเกิดจากการเตะ หรือเข่าไปที่ซี่โครงระหว่างการกอด หรือซ้อม ปัญหาของการบาดเจ็บที่ซี่โครง คือคุณไม่สามารถทำอะไรได้มากเกินไป เพื่อช่วยในการฟื้นตัว หากกระดูกซี่โครงของคุณหัก คุณจะไม่สามารถใส่เฝือกได้ และหาก คุณมีรอยช้ำระหว่าง กล้ามเนื้อระหว่างซี่โครง จะได้รับการเตือนกระบวนการรักษาจะใช้เวลามากขึ้น
อาการบาดเจ็บที่ซี่โครงที่ดี สามารถอยู่ที่นั่นได้สองสามเดือน และเมื่อคุณคิดว่าคุณผ่านพ้นไปแล้วการจามแบบสุ่ม หรือแนวหมัดตลก ๆ จะกระทบคุณในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ ดังที่ฉันเพิ่งกล่าวไป เมื่อไม่นานมานี้ความเจ็บปวด ที่เรารู้สึกจะเป็นครูที่ดีที่สุดของเรา และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายของคุณ จะยืดหยุ่นมากขึ้นต่อการประท้วงเหล่านี้ จนกว่าจะถึงเวลาดังกล่าวเรียนรู้ที่จะป้องกัน หรือหลบเลี่ยงการโจมตีเหล่านี้อย่างเหมาะสมโดยใช้เทคนิคของคุณ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ
เรื่องต้องรู้ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ

ยูโด VS มวยไทย

ยูโด VS มวยไทย

การต่อสู้ในแต่ละประเทศ ย่อมซ่อนความเป็นเอกลักษณ์เแพาะตัวเอาไว้ สำหรับ ยูโด การต่อสู้ผ่านการใช้ท่วงท่า ต่อสู้ ด้วยมือเปล่าแบบนักรบญี่ปุ่น กับ การต่อสู้ ผ่านศิลปะแบบไทย มวยไทย ฝึกสอนในด้านใดบ้าง

 

 ยูโด ( judo )  

      การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ที่ใช้สำหรับรบในสงครามในอดีต ได้แก่ การหอก ทวน หลาว ฟันดาบ ยิงธนู  ขี่ม้า ในส่วนของ  ยิวยิตสู ( Jujitsu ) เป็นการต่อสู้ที่ใช้มือเปล่าในระยะประชิดตัว ใช้อาวุธไม่ถนัด การต่อสู้แบบ   ยิวยิตสู ( Jujitsu ) เน้นทำให้ศัตรู อันตรายถึงชีวิต บางกรณี หวังเพื่อให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ และ ยอมแพ้ ถ้าไม่ยอมแพ้อาจทำให้พิการ โดยใช้วิธีจับมือหักข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

 

     นักรบญี่ปุ่นในอดีต จะต้องฝึกการต่อสู้วิชา  ยิวยิตสู ( Jujitsu ) ทุกคน บวกกับการฝึกฝนสมาธิไปด้วย ต้องมีความตั้งใจในการฝึก เพราะอาจเกิดอันตรายในการฝึกฝนได้ การทำร้ายคู่ต่อสู้ด้วย  ยิวยิตสู  ให้ลืมเรื่องเมตตา ความเห็นใจไปได้เลย เพราะกระบวนท่า จะใช้เทคนิคคอยหาโอกาสซ้ำเติมคู่ต่อสู้ตลอดเวลา จึงทำให้ครูอาจารย์ที่ตั้งสถานที่ฝึกฝน พยายามคิดค้นกระบวนท่าทาง วิธีแตกต่างกันออกไป

 

     ยิวยิตสู ( Jujitsu ) แบบดั้งเดิม เนื่องเพราะว่าเทคนิคอันตรายต่างๆ เช่น การจิ้มตา  ดึงผม เตะหว่างขา และอื่นๆ อาจทำให้คู่ฝึกซ้อมบาดเจ็บสาหัสจากการฝึกฝนได้ รวมทั้งการฝึกที่เรียกว่า กะตะ ( การฝึกแบบเข้าคู่โดยทั้งสองฝ่ายรู้กัน และ ฝึกตามท่าโดยที่ไม่มีการขัดขืนกัน ) แต่เพียงอย่างเดียวก็ยังไม่ได้ประสิทธิภาพที่เพียงพอ เพราะเราจะไม่สามารถคาดหวังได้ว่าศัตรูของเรา จะให้ความร่วมมือในท่าที่เราฝึกมาโดยที่ไม่มีการขัดขืน

 

     ต่อมามีการปรับปรุงกระบวนท่าในการฝึกฝนมาเป็น  รันโดริ ( RANDORI ) คือ การฝึกซ้อมแบบจริง โดยใช้แนวความคิดว่า คู่ฝึก ทั้งสองใช้เทคนิคต่างๆ ที่ตนเรียนรู้มา เพื่อการเอาชนะอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้จะคุ้นเคยกับความรู้สึกต่อต้าน ขัดขืนจากคู่ต่อสู้ การฝึกแบบนี้สามารถพัฒนาจิตใจ ร่างกาย  และความคล่องตัวได้ดีกว่า เพื่อทำให้การฝึกซ้อมแบบ รันโดริ มีประสิทธิภาพมากขึ้น การล็อกสามารถทำได้เพียงแค่ข้อศอก ซึ่งปลอดภัยกว่าการล็อก สันหลัง ข้อมือ คอ  หรือหัวไหล่ การฝึกฝนแบบนี้จึงเรียกว่า ยูโด  ( judo )

 

    ปัจจุบัน ยูโด  ( judo )  กลายเป็นอีกหนึ่งกีฬาสากล หลักการในการฝึกฝน ยูโด คือ มุ่งบริหารร่างกาย และ จิตใจ ให้มีประสิทธิภาพ โดยออกแรงให้น้อยที่สุด เพื่อเป็นการเซฟร่างกาย และ ควบคู่แรงที่จะส่งไปยังฝ่ายตรงข้าม การฝึก ยูโด  ( judo ) ต้องมีการฝึกการต่อสู้ และ ป้องกันตัว เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้ออกแรง สร้างความแข็งแรงแก่กล้ามเนื้อ และระบบต่างๆ ของร่างกายได้ดี

 

ความคิดในการป้องกัน ( preventive ) ของ ยูโด  ( judo )

      คล้ายกับว่า ยูโด เน้นการตั้งรับ รอคอยจังหวะ ความได้เปรียบของอีกฝ่าย และชัยชนะ มากกว่าศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะคาราเต้ ( Karate ) หรือ เทควันโด ( Taekwondo )  ซึ่งมีกระบวนท่า เน้นไปที่การจู่โจมเข้าตีคู่ต่อสู้ ในลักษณะที่เน้นผสมผสาน ทั้งการรุก และ ตั้งรับ ( offensive-defensive ) ไว้ด้วยกัน

 

มวยไทย ( muay thai )

    การต่อสู้ ผ่านศิลปะของไทย ไม่ว่าจะเป็นเข่า ศอก และการออกหมัด  เป็นอีกเอกลักษณ์หนึ่ง ในการฝึกฝนต่อย มวยไทย ( muay thai ) นอกจากการใช้ฝึกฝนสำหรับคู่ต่อสู้แล้ว สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อีกทั้งช่วยกระชับสัดส่วนที่ต้องการได้ โดยเฉพาะต้นแขน ต้นขา และในด้านของจิตใจ สามารถฝึกสมาธิไปในตัว ทำให้ผู้เล่นได้ประโยชน์ต่อร่างกาย และ จิตใจ มวยไทย สามารถนำมาใช้ในการป้องกันตัว เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อาจเสี่ยงอันตราย สามารถนำ มวยไทย ใช้ต่อสู้ เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ได้ 

 

ค่ายมวย กับ เจริญทอง มวยไทย ( jaroenthongmuaythairatchada )

     ค่ายมวยย่านรัชดา เรียกได้ว่า ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน เพราะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เรียกได้ว่า เข้ากับไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนกรุง ด้วยอุปกรณ์ สถานที่ บรรยากาศในค่าย ไหนจะเทรนเนอร์ และ ผู้ใช้บริการอื่นๆ อยากให้ทุกคนลองเข้ามาสัมผัส จะเห็นได้ความเป็นมืออาชีพ ครบวงจร ในทุกด้าน

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

เรื่องต้องรู้ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ

อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

สร้างแรงบันดาลใจในการทำSixpack

มวยไทย VS กังฟู

มวยไทย VS กังฟู

การป้องกันตัวเอง จะฝึกฝนเป็นการออกกำลังกาย หรือ เอาดีเป็นอาชีพได้ สำหรับการต่อยมวย วันนี้เรามาดูกันว่า ระหว่างศิลปะของชาวจีน กังฟู ( kung fu ) กับ มวยไทย (muay thai ) ศิลปะของไทย ต่างกันอย่างไร

 

กังฟู ( kung fu )    

     กังฟู ( kung fu ) เป็นศิลปะการต่อสู้แสนมหัศจรรย์ ด้วยกระบวนท่าทางที่งดงาม บวกกับ เสน่ห์ชวนติดตามดู  การรวมเอาการต่อสู้จากหลานชนชาติ หลานชนเผ่า บางท่าดัดแปลงมาจากท่าสัตว์ รวมไปถึง หมอเทวดาฮัวโต๋ จนเรื่อยมา และรู้จักกันในนามว่า กังฟู สำนักวัดเส้าหลิน 

 

     ส่วยใหญ่ในไทย พวกเราสามารถเห็นได้มากในรูปของ  รำพัด ไทเก็ก   เรียกได้ว่า เป็นการออกกำลังกายสำหรับอาม่าอาเจ็ก หาได้ยาก ที่คนวัยทำงาน หรือ วัยรุ่น จะมีความสนใจใน ศิลปะ กังฟู ( kung fu )    

 

 

    ต่อสู้ในรูปแบบ กังฟู ( kung fu ) ต้นกำเนิดมาจากการเล่น โยคะ ( yoga ) ของท่านโพธิธรรม ผสมผสานร่วมกับปรัชญาขงจื้อ ในจีน  รูปแบบต่อสู้ของชาวจีน เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งศิลปะทางวัฒนธรรมที่มีความยาวนาน บทบาทสำคัญในทุกยุคสมัย ที่มีการรบทัพจับศึกของประเทศจีน อย่างยาวนาน

 

     คำว่า วูซู แปลตรงตัวว่า วิทยายุทธ แต่ด้วยกาลเวลา การเผยแพร่มีการเปลี่ยนคำจาก วูซู มา เป็น  กังฟู ( kung fu ) ตามที่ได้ยินกันในปัจจุบัน

 

     ทำไมถึงเปลี่ยน ก็เพราะว่า ประเทศจีนในขณะนั้น เป็นยุคปิดประเทศ ผู้คนทั่วไปจึงรู้จักวิชาวูซูภายใต้ชื่อ กังฟู ต่อมาเมื่อจีนเปิดประเทศ และ ได้ให้การพัฒนา วิชาวูซู เป็นกีฬา จึงได้ให้การเรียกขานให้ถูกต้องว่า วูซู ( WUSHU ) นอกจากนี้ วิชาวูซู ยังเป็นวิชาต้นแบบของวิชาต่อสู้ป้องกันตัวที่มีชื่อในหลายวิชาของ ทวีปเอเชียอีกด้วย

 

 

อิทธิพล วิชาวูซู

     เริ่มต้นจากการอพยพของชาวจีน มาที่ประเทศไทย ได้นำการต่อสู้มาเผยแพร่เช่นกัน  เริ่มจากการฝึกสอน ฝึกฝนเฉพาะลูกหลานชาวจีน ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก  แม้แต่ปัจจุบัน ชาวไทยจะรู้จัก วิชาวูซู แต่เพียงการรำมวยจีนเพื่อสุขภาพเท่านั้น ปัจจุบัน วิชาวูซู ได้รับการพัฒนาเข้าสู่ระบบกีฬา

 

     ชาติจีนได้ปรับปรุงพัฒนา วูซู ได้วิวัฒนาการกลายเป็นกีฬาอีกประเภท ช่วงการพัฒนาที่สำคัญคือ ในสมัยสังคมบรรพกาล วูซู มีจุดประสงค์เพื่อความอยู่รอด ในยุคจั้นกว๋อ( รัฐสงคราม ) มีการใช้ วูซู เพื่อประโยชน์ทางการทหาร ต่อมา ได้กลายเป็นวัฒนธรรมในหมู่ชาวบ้าน และ ได้รับการเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวาง และ ช่วงสุดท้ายได้มีการกำหนดให้ วูซู มีระบบ และ เป็นมาตรฐานหลังจากก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

 

ชี่กง

     การออกกำลังกาย ผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย ผ่านแขนขา โดยการความเข้าใจในโครงสร้างร่างกายมนุษย์ ของชาวจีน โดยมีจุดประสงค์หลัก เพื่อยืดอายุให้ยืนยาว แต่แฝงไปด้วยคุณธรรม

 

     หลักการพื้นฐานของ ชี่กง คือ ทำให้ร่างกาย บวกกับอวัยวะภายในได้เคลื่อนไหว ผ่านความคิด ผ่านกระบวนท่า พร้อมมีการปรับท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย แขนขา  ทำให้ร่างกายประสานกับรูปร่างของร่างกาย

 

มวยไทย ( muay thai )

     เป็นศิลปะการต่อสู้ ของชาวไทย จุดเด่น คือ เทคนิคการกอดคอต่อสู้ โดยใช้ทั้งกาย และ ใจ ในการต่อสู้ และสำหรับการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ ประกอบด้วยการโจมตีจากร่างกาย ศอก, เข่า, หมัดและเท้า การฝึกฝนเรียกได้ว่า เป็นอีกขั้น หากว่าเรามีการฝึกฝน หมั่นซ้อมอยู่เสมอ ร่างกายของเราจะมีความพร้อม และได้เปรียบกว่าคนที่ขี้เกียจ อีกทั้งยังสามารถชนะได้โดยง่าย

 

     และในการฝึกฝนนั้น สามารถฝึกได้โดยตนเอง หรือ จะฝึกฝนผ่านผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น ยิม ค่ายมวย หรือ ฟิตเนส สามารถสอบถามการฝึก ผ่านเทรนเนอร์ ครูมวย และใครที่อยู่ในย่านรัชดา เราขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ค่าย มวยไทย ( muay thai ) ครบวงจร ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เปิดทุกวัน เรียกได้ว่า ว่างตอนไหน ก็สามารถเข้ามาต่อย มวยไทย ได้ตลอดเวลา

 

มวยไทย ( muay thai ) VS กังฟู ( kung fu )  

มวยไทย ( muay thai ) สามารถเรียนรู้ได้ง่าย เข้าใจกระบวนท่าได้อย่างชัดเจน รวดเร็ว

กังฟู ( kung fu ) เมื่อฝึกฝน ร่างกายเกิดความยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก พริ้วไหว

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

กีฬา มวยไทย นับว่าเป็นความภาคภูมิใจ ที่ทำให้คนไทยมีความสุข กับการดูแล สุขภาพ ที่ได้ทั้ง ความแข็งแรง และ ศิลปะการต่อสู้ เอาไว้ใช้ติดตัว ที่ไม่ว่าคุณจะเป็น ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ก็สามารถมีวิชาไว้ติดตัวได้

 

     นับตั้งแต่ หนังภาพยนตร์ ไทย ที่นำแสดงโดย จา พนม หรือ โทนี่ จา เรื่อง องค์บาก ( 2003 ) ได้ออกโรงฉายตาม โรงภาพยนตร์ ต่างๆ ทั่วโลก กระแสตอบรับ ความน่าสนใจ ของ ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย กลายเป็น เรื่องที่ชาวต่างชาติ รวมถึงคนไทยด้วยกัน เริ่มหันมาให้ ความสำคัญ และ ให้ความสนใจกันมากขึ้น ถึงแม้ภายใน หนังภาพยนตร์ จะเป็น ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย แบบโบราณ แต่นั่นก็เพียงพอ ต่อการให้ ความสนใจ ที่มีต่อ ศิลปะการต่อสู้ ของ มวยไทย และอีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาแน่นอน นอกจาก วิชาป้องกันตัว นั่นก็คือ ความแข็งแกร่ง ของ สุขภาพ ที่คุณจะได้มากกว่าที่คุณคาดคิด

 

     มวยไทย นับว่าเป็นความ ภาคภูมิใจ ที่คนไทยทุกคน น้อมรับความสำเร็จ เพราะไม่เพียงจะกลายเป็น สัญลักษณ์แรกๆ ที่ชาวต่างชาติจะนึกถึงเมืองไทยแล้ว ยังเป็นวิชาป้องกันตัว ที่นับว่ามีความ อันตราย ไม่ต่างจาก วิชาป้องกันตัวอื่นๆ บนโลกนี้ ด้วย กิตติศัพท์ ความน่าเกรงขาม จากคำบอกเล่าของ นักสู้ ต่างๆ ทั่วโลก ต่างขนานนาม ถึงความ อันตราย อย่างแท้จริงของ มวยไทย เพราะหากได้ลิ้มลอง รสชาติ ของพลัง มวยไทย อย่างแท้จริง สักครั้งแล้ว คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไม มวยไทย ถึงกลายเป็นหนึ่งใน ศิลปะการต่อสู้ อันดับต้นๆ ของโลก แต่ถึงกระนั้นแล้ว คุณต้องพบเข้ากับ ยอดมวยไทย ตัวจริงด้วย จะคุ้มค่าที่สุด

 

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ที่น่ายกย่องของ คนไทย

     ความจริงแล้ว มวยไทย เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ทั่วโลก แต่อาจยังไม่เป็นที่สนใจมากนัก จนการมาถึง หนังภาพยนตร์ ที่นำแสดงโดย จา พนม ที่เอา ศิลปะการต่อสู้ ป้องกันตัวของ มวยไทย มาใช้ในฉาก แอ็คชั่น ดุเดือด ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทนใดๆ ทั้งสิ้น ตามรอย ยอดนักบู๊ ขวัญใจคนทั่วโลก อย่าง เฉินหลง หรือ แจ็คกี้ชาน ทำให้ ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย เป็นที่ประจักษ์ และชาวต่างชาติ ก็มีความอยากเรียน มวยไทย กันมากขึ้น

 

     มวยไทย ก็เป็น กีฬา ประเภทหนึ่ง ที่มีการจัดแข่งขันอยู่เกือบทุก อาทิตย์ ตามเวทีมวยต่างๆ ใน ประเทศไทย อีกทั้งยังกลายเป็น อาชีพหลัก ของคนไทยบางส่วน ที่มีใจรักในการ กีฬา ที่มีต้นกำเนิดแท้ๆ จาก ประเทศไทย ถึงแม้แหล่งกำเนิดของ มวยไทย จะมีหลากหลายข้อมูลที่แตกต่างกันไป แต่ ความผูกพัน ของ คนไทย ที่มีต่อ มวยไทย นับว่ามีระยะเวลาที่ยาวนาน มามาก พอสมควร

 

     กีฬา มวยไทย ในยุค ปัจจุบัน กลายเป็น กีฬา ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้ง ชาวต่างชาติ และ คนไทย ด้วยกัน เพราะนอกจะสามารถใช้ในการ ป้องกันตัว ได้แล้ว ยังสามารถใช้เพื่อ ออกกำลังกาย เพื่อ สุขภาพ ที่ดียิ่งขึ้น จะเห็นได้จาก ดารา หรือเหล่า คนดัง ในยุคนี้ ต่างมา ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย กันมากขึ้น

 

     สาเหตุที่ มวยไทย กลายเป็นความภาคภูมิใจของ คนไทย ที่น่ายกย่อง เพราะนอกจากจะเป็น เอกลักษณ์ ของคนไทยแล้ว ยังสามารถใช้ในการ ออกกำลังกาย เพื่อดูแล สุขภาพ จะเห็นได้จากเหล่าค่ายมวยต่างๆ ที่อยู่ใน ประเทศไทย ต่างก็มี โค้ชมวย คอยช่วยสอนชี้แนะ หลักการ ออกกำลังกาย หรือ วิชาป้องกันตัว ด้วย มวยไทย อย่างมากมาย หากคุณได้เข้ามา ออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย คุณจะสามารถได้ทั้งการ ลดน้ำหนัก, ฟิตหน้าท้องให้แบนราบ มี ซิกซ์แพค ( Six Pack ), หรือจะ ออกกำลังกาย มวยไทย เพื่อลด แคลอรี่ ในร่างกายลง นับว่าเป็นทั้ง กีฬา ที่น่าภาคภูมิใจ และยังควรค่าแก่การไว้ใช้ ดูแล สุขภาพ ของตัวเราทุกคนด้วย

 

     และหากคุณกำลังต้องการมองหา สถานที่ฝึกซ้อม มวยไทย หรือต้องการ โค้ชมวย ที่สามารถช่วยชี้แนะ กีฬา มวยไทย ให้คุณเป็นได้โดยไว คุณสามารถมาหาเราได้ที่ เจริญทอง มวยไทย รัชดา ( jaroenthongmuaythairatchada ) สถานที่ฝึกซ้อม มวยไทย ชั้นนำ พร้อมอุปกรณ์ ออกกำลังกาย ครบครัน ที่สามารถเติมเต็ม ทุกสิ่งที่คุณต้องการได้อย่างแน่นอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

- มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

เรื่องต้องรู้ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ

เรื่องต้องรู้ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ

การต่อย มวยไทย หากจะต่อยแบบมืออาชีพได้นั้น เราจะต้องรู้ถึง basic ของการเตรียมร่างกาย ให้พร้อมสำหรับการฝึก และ เรื่องที่ต้องรู้ ว่า ท่าไหน ฝึกแบบไหน เพื่อเตรียมพร้อม สำหรับการต่อย มวยไทย แบบมืออาชีพ

 

Shoulder Presses

     สำหรับการฝึก หรือ ออกกำลังกาย ท่านี้  Shoulder Presses เป็นการฝึกความแข็งแรง ของหัวไหล่ เพราะเป็นส่วนที่สำคัญในการชก มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล ( Boxing ) แบบมืออาชีพ ก็ว่าได้ ต้องสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวไหล่ หมั่นฝึกท่านี้ จะสร้างกล้ามเนื้อส่วนนี้ได้ดี

     อุปกรณ์ : ดัมเบล / ขวดน้ำ 1.5 – 2 ลิตร

 

Clap Press Up

     สำหรับการฝึกในท่านี้ Clap Press Up เป็นการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สร้าง Body Balance แนะนำสำหรับคนที่ชอบต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นอีกท่า ที่สร้างกล้ามเนื้อได้ดีเยี่ยม

 

Plank

     Plank ( แพลงค์ / แพลงค์กิ้ง ) เป็นอีกท่า Basic สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ว่าได้ เพราะสามารถสร้างความแข็งให้ได้ทุกๆ ส่วนของร่างกาย สร้างกล้ามเนื้อได้ทุกส่วน ซึ่งจะมีการเน้น ตรงที่กล้ามเนื้อส่วนกลาง อาจจะรวมกับท่า Crunches, Sit Up

 

Push Ups

     ท่านี้อาจจะยาก สำหรับมือใหม่ หัดต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะเป็นท่าที่ต้องมีกำลังของแขน เพราะจะต้องดันแรง ส่งไปยังไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่ และ หน้าอก แข็งแรง และ ล่ำขึ้น กล้ามเนื้อแขนก็แข็งแรงตามมาเช่นกัน

 

Skipping

     เป็นอีกกระบวนท่า ที่ใช้อุปกรณ์ นั่น คือ เชือก เสริมสร้างความหลบ หลีก ความไว แก่ฝ่ายตรงข้าม ( Foot Work ) ซึ่งใน มวยไทย ( Muay Thai ) ความไว เป็นอีกเทคนิคหลอกล่อ ฝ่ายตรงข้ามได้ดีที่สุด

 

Sit Ups

     ท่า Basic สำหรับการออกกำลังกายทุกประเภท นั่นคือ Sit Ups ( ซิทอัพ ) สร้างเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนท้อง กล้ามเนื้อส่วนกลาง เป็นอีกท่าในการปั้นหุ่นให้เฟิร์ม สามารถสร้างซิกซ์แพ็ก หรือ จะต้องการกี่แพ็กก็ได้ค่ะ

 

Squats

     เพราะ นักมวย จะต้องมีขาที่มั่นคง ป้องกันการล้มตัว อาจจะเสียเปรียบต่อฝ่ายตรงข้ามได้ ดังนั้น ท่า Squats จะช่วยสร้างความแข็งแรง เสริมกล้ามเนื้อส่วนขา ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง หรือ จะเป็นบริเวณน่อง

 

Burpees

     เป็นอีกท่า ที่สามารถเผาผลาญแคลอรี่ หรือ ไขมัน ออกมาได้ดี สำหรับท่า การที่จะต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ ได้ดีนั้น การสร้างระบบกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เป็นสิ่งแรกที่ควรทำ เพื่อเป็นเกราะ แก่ตัวเอง หากกล้ามเนื้อเราแข็งแรง ฝ่ายตรงข้าม จะมองจุดด้อยเราได้ยาก จะกลัวอะไร ถ้ากล้ามเนื้อ หรือ ร่างกายของเราแข็งแรง

 

Shadow Boxing

     จะใช้ท่านี้ได้ดี ถ้าได้ฝึกบริเวณ ชายหาด หรือ บ่อทราย เพื่อเป็นตัวยึดในการฝึกท่านี้ Shadow Boxing สามารถรักษาความฟิต ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และ สามารถรักษาน้ำหนักได้ ในการฝึกท่านี้ นักมวย นิยมฝึกท่านี้ ยิ่งต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ยิ่งต้องฝึก

 

Chim Ups

     หากต้องการให้กล้ามเนื้อส่วนบน ช่วงแขน หน้าอก ไหล่ มีความแข็งแรง แนะนำเล่นท่านี้ เพราะจากอุปกรณ์ ที่ใช้ นั่นคือ บาร์โหน กล้ามเนื้อที่ใช้ จึงเป็นส่วนบน เพราะเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อส่วนบน สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้โดย การฝึกฝนโหนบาร์ เป็นประจำ

 

     ดังนั้น สำหรับ มือใหม่ ค่อยๆ เล่น ไม่ควรหักโหมเกินไป อาจทำให้บาดเจ็บระหว่างการเล่น กล้ามเนื้ออาจฉีกได้ ดังนั้น เน้นเอาที่ร่างกายไหว แต่สำหรับการจะเป็น มืออาชีพ ได้นั้น มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ดี ต้องหมั่นฝึก หมั่นออกกำลังกาย สร้างความแข็งแรงกับร่างกาย

 

     และค่าย มวยไทย ที่แนะนำ นั่นคือ jaroenthongmuaythairatchada ค่ายมวย ย่านรัชดา ค่ายมวยครบวงจร เปิดให้บริการ ทุกวัน 24 ชั่วโมง สามารถเข้าไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการต่อย มวยไทย ได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

หมัด เท้า เข่า ศอก สู่ ‘ลูกไม้มวยไทย’

How to ออกกำลัง ให้ได้ผลดีกับสุขภาพ

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

มวยไทย ( Muay Thai ) มีมาตั้งแต่โบราณกาล มีการแต่งกายที่แตกต่างจากสมัยปัจจุบัน ทำให้การแต่งกายของมวยไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมี เครื่องรางของขลัง ที่อยู่คู่กับนักมวยไทยตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน

 

การแต่งกายของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นเอกลักษณ์ ที่โดดเด่น ใครพบเห็น มักจะให้ความสนใจ เพราะไม่นิยม สวมเสื้อผ้าท่อนบน ใส่เพียงกางเกงขาสั้น และอุปกรณ์ ป้องกันตัว เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อความสะดวกสบาย และความคล่องตัว ในการเคลื่อนที่ รวมถึง มีเครื่องราง ของขลัง ที่อยู่คู่กับนักมวยไทย ( Muay Thai ) มาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ทำให้การแต่งกายมวยไทย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การแต่งกาย มวยไทยสมัยโบราณ กับ การแต่งการมวยไทยสมัยปัจจุบัน

 

1. การแต่งกาย มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ

 

     การแต่งกาย มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ ประกอบไปด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย และ เครื่องรางของขลัง

 

- เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย

 

     เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย คือ กางเกง ซึ่งในสมัยก่อน ไม่มีกางเกง ที่ใช้สวมใส่เฉพาะ เวลาขึ้นชกมวย ส่วนมากนักมวยจะสวม กางเกงขาสั้น ยาวประมาณแค่เข่า เป็นกางเกง ที่ใช้โดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้าพัน ให้หนาคาดทับ ระหว่างขาใช้แทนกระจับ และคาดเอว เพื่อให้กางเกงไม่หลุดเวลาขึ้นชก

 

     นักมวยสมัยก่อน อาจมีการใส่ เสื้อยันต์ ที่ใช้ผ้าดิบสีแดง หรือสีขาว ตัดเป็นเสื้อกั๊ก คอกลมแขนกุด เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่าง ๆ ใช้สวมทับ เสื้อชนิดอื่น หรือสวมเพียงตัวเดียว เพราะเชื่อว่า จะช่วยป้องกันศาสตราวุธทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่ เวลาชกมวย มักไม่ค่อยสวมเสื้อยันต์ แต่จะใช้เครื่องรางชนิดอื่นแทน

 

     หากพูดถึง การแต่งกาย มวยไทยสมัยโบราณ จะไม่พูดถึง การ ‘คาดเชือก’ คงจะแปลกๆ เพราะการคาดเชือก เป็นเอกลักษณ์ ที่โดดเด่นของ มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้การคาดเชือก ที่มือโดยใช้ด้ายดิบพันสันหมัดและข้อมือ ความยาว และลักษณะการพัน จะแต่งต่างกันไปตามภูมิลำเนา บ่งบอกถึงลักษณะ การใช้หมัดและศอกอีกด้วย ซึ่งการคาดเชือก จะช่วยให้ กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง เพิ่มน้ำหนักหมัดให้หนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา บางคนอาจพันด้ายขนาดยาวเพราะต้องการใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

- เครื่องรางของขลัง

 

     ใน มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณมีเครื่องรางของขลังอยู่ด้วยกันหลากหลาย เริ่มจาก ‘มงคล’ ทำจากสายสิญจ์หรือผ้าดิบ ที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนตร์  คาถา และเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้ายหรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง มงคลถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มกันอันตรายใช้สวมศีรษะในขณะชก

 

     เครื่องราง ของขลังต่อมา คือ ‘ ประเจียด ’ ใช้ผ้าสาลู ( ผ้าขาวบางเนื้อดี ) หรือผ้าดิบ สีขาวหรือสีแดง ตัดเป็นสามเหลี่ยม ลงเลขยันต์ มหาอำนาจ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำลังตัวหรือคุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ ที่พระครู หรือเกจิอาจารย์ จะเป็นผู้เขียน และทำพิธี ม้วนหรือถัก พันด้วยด้ายอาจใส่ว่าน ตระกรุด หรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่น ไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว ใช้ผูกติดกับต้นแขนตลอดเวลาการแข่งขันชกมวย

 

     ‘ผ้ายันต์’ คือ ผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบาง สีขาวหรือสีแดงเขียนอักขระเลขยันต์และรูปภาพต่างๆ โดยเกจิอาจารย์ที่เชื่อถือว่ามีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พกติดตัวหรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้

 

     ‘พระเครื่อง’ ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่างๆ เพื่อเพิ่มความขลัง แล้วทำพิธีพุทธาพิเศกลงเลขยันต์ มีพิธีกรรมที่รวมการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่างๆ นักมวยจะพกพระเครื่องติดตัว โดยพันไว้ในมงคลหรือผ้าประเจียด บ้างก็ใช้อมไว้ในปากเวลาชก แต่วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตนเองได้

 

     ‘ตะกรุด’ ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสา ลงเลขยันต์ คาถาอาคมเช่นเดียวกับลงผืนผ้าเพื่อทำประเจียดแล้วม้วนให้กลม ตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อยสำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน หากใส่ในมงคลหรือประเจียดมักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

     ‘พิสมร’ ทำด้วยแผ่นโลหะ หรือใบลาน รูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์ มีที่ร้อยสายแต่โดยมาก ไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ต้องผ่านพิธีกรรม เช่นเดียวกับตะกรุด ส่วน ‘พิรอด’ ทำด้วยกระดาษสา หรือถักด้วยหวาย ผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำลังพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือ แขวนพิรอดใช้สวมนิ้ว เป็นของวิเศษหายากและเชื่อว่ามีอานุภาพมาก

 

     สุดท้ายคือ ‘ว่าน’ เป็นพืช ที่มีสรรพคุณหลายอย่าง บางชนิดเชื่อว่า ทำให้ผิวหนัง ทนความร้อน หรือ หนังเหนียว จึงนิยมนำมาเป็นเครื่องรางของขลัง โดยการปลุกเสกคาถาอาคมเช่นเดียวกับเครื่องรางของขลังชนิดอื่น ใช้พกติดตัวใส่ในมงคล ประเจียดหรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำพระเครื่อง

 

2. การแต่งการ มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยปัจจุบัน

 

     เครื่องแต่งกายนัก มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยปัจจุบัน จะประกอบไปด้วย ผ้าพันมือ สนับศอก สนับหน้าแข้ง ปลอกรัดข้อเท้า กระจับ กางเกง นวม ฟันยาง เกราะอ่อนป้องกันลำตัว ศีรษะ และหน้าแข้ง ซึ่งการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่กล่าวมา เป็นผลมาจากการประชุมของประเทศสมาชิกสหพันธ์สมาคมมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติที่ต้องการจะหามาตรการป้องกันอันตรายและให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่นักมวยชาติที่เข้าแข่งขันทุกคน

 

     ส่วนเครื่องรางของขลังที่นักมวยไทยในสมัยปัจจุบันยังคงใช้อยู่ ได้แก่ มงคล และ ประเจียด โดยนักมวยจะสวมมงคลไว้บนศีรษะตั้งแต่แต่งตัวเสร็จจนขึ้นเวทีและจะถอดออกเมื่อทำพิธีไหว้ครูและร่ายรำมวยไทยเรียบร้อย ส่วนประเจียดนักมวยสามารถคาดไว้ที่ต้นแขนตลอดเวลาการชกแข่งขันได้

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับ มวยไทย ( Muay thai )

หุ่นสวยด้วย มวยไทย ( Muay thai )  เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

รู้ไว้ ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ถูกหลักวิธีที่ถูกต้อง

รู้ไว้ ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ถูกหลักวิธีที่ถูกต้อง

การออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง Freestyle ค่ะ ในวันนี้เราจะมานำเสนอรูปแบบการออกกำลังกายอีกแบบหนึ่งนั่นคือ มวยไทย ศิลปะการต่อสู้แบบไทย อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังได้ทุกส่วนของร่างกายอีกด้วย

 

แนะนำค่ายมวย มาตรฐานสากล เจริญทอง มวยไทยรัชดา ( jaroenthongmuaythairatchada ) เปิดให้บริการ 24 / 7 ( ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง )

 

บทเรียนขั้นพื้นฐาน สำหรับการฝึก มวยไทย ( Muaythai )

การตั้งท่าจดมวย วางมือ วางท่าให้ถูกต้องตามการฝึกในแต่ละท่าของ มวยไทย ( Muaythai )

เหลี่ยมมวย คือ จัดกระบวนท่าตาทความถนัดในแต่ละข้าง ถนัดซ้าย หรือ ขวาตามถนัด

- เหลี่ยมซ้าย คือ ยื่นหมัดไปด้านขวา ความสูงอยู่ที่คิ้ว แบล็คหลัง คือ เท้าขวา แขนขวาขนาบลำตัว หมัดซ้ายชิดระดับคาง แบล็คหลัง คือ เท้าซ้าย ลำตัวยืดตัวตรง น้ำหนักลงไว้ที่เท้าซ้าย

- เหลี่ยมขวา คือ ยื่นหมัดไปทางซ้าย สูงระดับคิ้ว เท้าซ้ายยืดไปด้านหลัง แขนซ้ายขนาบลำตัว หมัดขวาชิดระดับคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวยืดตัวตรง น้ำหนักลงไว้ที่เท้าขวา

 

1. การใช้หมัด ใน มวยไทย ( Muaythai )

นวมที่ใช้ต่อย มีความสำคัญมากในการต่อย มวยไทย หากนวมไม่ได้มาตรฐานการชก อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุตอนชกได้ อาจบาดเจ็บ มือฟกช้ำ ดังนั้น นวมมวย ควรได้มาตรฐานสากล

หมัดตรง คือ ปล่อยหมัดไปด้านหน้า ออกแรงโดยหัวไหล่ และ สโพก ยืนด้วยเท้าที่มั่นคง

หมัดตัด คือ การเหวี่ยงหวัดในแบบครึ่งวงกลม หมัดจะโดนอีกฝ่าย บริเวณใบหน้า

     สั้น - วงแคบ

     ยาว – วงกว้าง

หมัดตวัด คือ ใช้สันหมัด กดตรงบริเวณอวัยวะต่างๆ ของอีกฝ่าย เหยียดแขน ชกตวัดวงแคบ

หมัดเสย คือ ชกอีกฝ่าย โดยงอศอก หงายหมัด พุ่งขึ้นถึงอีกฝ่าย เล็งบริเวณ ปลายคาง จมูก ใบหน้า

 

2. ใช้เท้า ( เตะ / ถีบ )

เตะ ใน มวยไทย ( Muaythai ) 

เตะตรง คือ เตะขึ้นตั้งฉากกับพื้น

เตะตัด คือ เตะขนานกับพื้น เตะได้ทั้งส่วนบน และ ส่วนล่าง

เตะตวัด คือ ดูทิศทางการเตะ เฉียงไปยังอีกฝ่าย

กลับหลังเตะ คือ หันตัวให้กับอีกฝ่าย ใช้เตะโดยขาด้านหลัง ให้ส้นเท้า โดนอีกฝ่าย

ถ้าใส่กางเกงที่ไม่มีความสบาย อาจทำให้เตะลำบากได้ สามารถเลือกซื้อกางเกงที่เหมาะกับการต่อยมวย เซฟตัวเองเอาไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นทาง Shop Online, Shoppee, Lasada

 

ถีบ ใน มวยไทย ( Muaythai )

ถีบตรง คือ ใช้เท้าถีบออกไปตรงๆ โดนส่วนต่างของอีกฝ่าย จะงอขาถีบออกไปก็ได้

ถีบข้าง คือ ใช้ปลายเท้าถีบไปด้านข้าง พร้อมเอียงศีรษะ

กลับหลังถีบ คือ ถีบตรงออกไปด้านหลัง

กระโดดถีบ คือ กระโดดเบาๆ ในข้างที่ไม่ถนัด ส่วนข้างที่ถนัดถีบตรงไปยังอีกฝ่าย

ถีบจิก คือ ใช้ปลายเท้าจิก บริเวณท้องของอีกฝ่าย หรือ ลิ้นปี่

 

3. ใช้เข่า ใน มวยไทย ( Muaythai )

เข่าตรง คือ พุ่งเข้าไปด้านหน้าของอีกฝ่าย

เข่าเฉียง คือ เข่าตีเฉียงไปด้านหน้าของอีกฝ่าย

เข่าโค้ง คือ ส่งแรงจากสะโพก ออกแรงขาให้โค้ง ปลายเท้าตรง ทั้งขา และ เข่า

เข่าโยน คือ  กระโดด พร้อมออกเข่าตรง เป้าหมาย คือ บริเวณปลายคาง

เข่าลอย คือ กระโดดสูงขึ้น เข่าจะลอยสูงจากพื้นกว่า เข่าโยน

 

4. การใช้ศอก ใน มวยไทย ( Muaythai )

ศอกตี คือ ตีศอก จากบน และ ล่าง โดยเฉียงซ้าย

ศอกตัด คือ ตีศอกตัดขนาน ไปยังอีกฝ่าย

ศอกงัด คือ ตีศอกจากบริเวณตรงกลาง งัดขึ้นข้างบน

ศอกกระทุ้ง คือ ใช้ศอกกระทุ้งไปด้านหลัง ถ้าอีกฝ่ายรุกจากด้านหลัง

ศอกกลับ คือ หมุนตัว พร้อมตีศอก ไปยังข้างหลัง เท้าหมุนตามจังหวะ

เสื้อที่ใช้ต่อย มวยไทย มีความสำคัญไม่แพ้กัน ต้องเป็นเสื้อ ที่สวมใส่แล้วสบาย ไม่อึดอัด สำหรับการเลือกซื้อเสื้อ หรือ ชุดแต่งกาย เกี่ยวกับการต่อย มวยไทย

 

     เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ บทเรียนพื้นฐานในการทำความเข้าใจ มวยไทย ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย และ ออกกำลังกายไปในตัว เสริมสร้างระบบกล้ามเนื้อ ระบบต่างๆ ในร่างกาย ลดหุ่น ปั้นหุ่น ให้ได้อย่างที่ต้องการ และ สิ่งที่สำคัญนั่น คือ อุปกรณ์การต่อย และ เครื่องแต่งกาย สำหรับการต่อยมวย ทั้งมวยสากล และ มวยไทย มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ควรเลือกซื้อให้ถูกตามประเภทที่เล่น และ ฟิตเนส มวยไทย ที่เราแนะนำ นั่นคือ เจริญทอง มวยไทยรัชดา ( jaroenthongmuaythairatchada ) ครบวงจร ใครที่ชื่นชอบ มวยไทย พลาดไม่ได้นะ เพราะรักถึงแต่สิ่งดีๆ ให้ค่ะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

สงสัยไหม! ทำไมต้องใช้ผ้าพันมือก่อนใส่นวมมวย

สังเกตตัวเองหรือไม่ทำไมออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผล

เผยจุดสลบภายในร่างกายหมัดเดียวก็ล่วงได้

เผยจุดสลบภายในร่างกายหมัดเดียวก็ล่วงได้

มวยไทย ( Muay thai ) กับร่างกายหรือการฝึกต้องสัมพันธ์กัน ไม่ว่าร่างกายของเราจะแข็งแรงแค่ไหน ใหญ่แค่ไหน แต่จุดอ่อนจุดสลบทุกคนมีเรามาเผยเทคนิคจุดสลบในร่างกายของเราว่าจะมีอะไรบ้างที่ต่อยหมัดเดียวถึงกับสลบ

 

เห็นหลายครั้งบนเวทีนักมวยที่ต่อยกันบางคู่ไม่ถึง 5ยก บางคู่ก็สลบไปตั้งแต่ยกแรกๆแล้ว แต่หลังจากนั้นทางทีวีก็ได้เผยวินาทีต่างๆที่คู่ต่อสู้ต่อยจนสลับ ทำให้เรารู้สึกถึงจุดสลบของร่างกายเราว่าจะอะไรบ้าง จุดสลบจุดน็อคในร่างกายของเรามีอะไรบ้างมาดูกัน

 

จมูก

จมูกเป็นส่วนที่เบาะบางมากที่สุดบนใบหน้าและเป็นส่วนที่กระดูกจมูก ของเรายื่นออกมาเด่นแล้วแต่ลักษณะของคนแต่ละคน ทำไมจุดนี้ถึงเป็นจุดน็อค ก็เพราะว่าส่วนจมูก เป็นใช้ทั้งหายใจ และปลายจมูกหรือจมูก เป็นส่วนที่อ่อนไหว หากเราโดนหมัดที่มีความแรงจาก นักมวย ก็อาจจะทำให้เราสลบได้เลย

 

ปลายคาง

ปลายคางเป็นจุดน็อค ที่นักมวยโดนบ่อยมากที่สุด เพราะนักมวยบางคนเทคนิคไม่ค่อยดี เช่น การปล่อยหมัดไปแล้วไม่กันที่ปลายคาง อาจจะทำให้โดนสวนกลับมาได้  เพราะ ถ้าถูกชกเจ็บปวดมาก ขนาดถึงขั้นหนักทำให้กระดูกคางแตกหัก
หรือขากรรไกรล่างหลุดจากเบ้า เป็นบริเวณที่อ่อนแอที่สุด และถูกชกต่อยได้ง่ายที่สุดของส่วนศีรษะ

 

ทัดดอกไม้

ทัดดอกไม้เป็นส่วนที่ บอกได้เลยว่าไม่ว่า ไทย ( Muay thai )  สายไหนก็มักจะเล่นจุดๆนี้ เพราะว่า มันเป็นส่วนที่กระดูกกระโหลกศีรษะของเราส่วนนี้จะบางมากกว่าส่วนอื่นๆ หากถูกเตะก้านคอ หรือหมัดที่เร็วๆอาจจะทำให้มึนและรู้สึกอยากจจะอ้วกได้เลย อีกทั้งส่วนนี้หากโดน ศอกก็อาจจะถึงกับเสียชีวิตได้เลยแหละ

 

ลูกกระเดือก

ลูกกระเดือกเป็นจุดที่สำคัญอย่างหนึ่งเลย หากเราดูหนังจีนที่เป็นมวย จีน หรือมวยต่างๆ จะชอบจกลูกกระเดือกหรือทิ่มเข้าไปในลูกกระเดือก ทำให้เราหายใจไม่ออกและยอมแพ้ไปได้ เพราะลูกกระเดือดตรงจุดนั้นคือทางเดินของลมหายใจนั้นเอง

 

ท้อง

โดนต่อยท้องบ่อยๆ ก็เจ็บปวดสุดจะทน มากท้องเป็นส่วนที่นิ่ม และเป็นช่วงจังหวะ ที่ เวลาเราหายใจเข้าหรือออก หน้าท้องกระบังลมอาจจะขยายตามจังหวะ  ที่นี้หากเราหายใจไม่ตรงจังหวะเกร็งหน้าท้องไม่ทัน ก็จะยอมแพ้หรือน็อคไปเลยก็ได้

 

หน้าอก

ป้องกันให้ดีนะส่วนนี้ หน้าอกประกอบไปด้วย ซี่โครง ปอด ไม่ว่าเราจะทำอะไรเช่นกันวิ่ง เดิน กระโดด สิ่งที่สะเทือนและรับรู้สึกได้เลยก็คือหน้าอก ลองนึกภาพตามดูสิครับว่า หากเราโดน เตะหรือต่อยหน้าอก เราจะหายใจไม่ออก ขาดอากาศหายใจ เจ็บจุก บางที่ถึงขั้นกระดูกซี่โครงหักไปทิ่มปอดเลยก็ได้ เพราะส่วนหน้าอกสำคัญที่สุดแล้วของนักมวย

 

จุดสลบของ นัก มวยไทย ( Muay thai ) เป็นจุดสำคัญที่เราต้องศึกษาจุดอ่อนเป้าหมายทั้งเราและศัตรู ป้องกันในส่วนต่างๆได้อย่างไรบ้าง หากเราอยากมีประสบการณ์มากขึ้น ก็ลองหา มวยไทย เรียน มวยไทย ( Muay thai ) จากเราได้นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

 มวยไทย ( Muay thai ) มีหลายประเภท แต่ถ้าแบ่งตามลักษณะการเข้าต่อสู้ การรุก การรับ และการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก พอที่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ มวยหลัก หรือมวยแข็ง และมวยเกี้ยว หรือมวยอ่อน

 

มวยหลัก หรือมวยแข็ง หมายถึง มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีการต่อสู้แบบรัดกุม สุขุมรอบคอบ ตั้งท่าคุมมวย และจดมวยแบบมั่นคง การจดมวยและการเคลื่อนตัว เคลื่อนเท้า ก้าวย่าง จะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ดูคล้ายเชื่องช้าไม่คึกคะนอง นักมวยประเภทนี้จะตั้งรับและรอจังหวะเป็นมวยสุขุมเยือกเย็น มีลำหักลำโค่นดี หรือใช้ศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ได้หนักหน่วง รุนแรง และแม่นยำทั้งหมดคือ เท้า เข่า ศอก มีความทรหด มานะอดทนและมีความพยายามสูง

 

มวยเกี้ยว หรือมวยอ่อน

 

หมายถึง มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีวิธีการต่อสู้ที่ใช้ชั้นเชิงแพรวพราวการเข้าทำคู่ต่อสู้จะใช้กลลวงมากมาย มวยเกี้ยวจะเคลื่อนตัวอยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง โดยเคลื่อนตัวไปมาทั้งด้านซ้าย และด้านขวาสลับกัน ทำให้คู่ต่อสู้จับทางมวยยาก มวยเกี้ยวจะมีลีลาท่าทางแคล่วคล่องว่องไว หลอกล่อและหลบหลีกได้ตี มีสายตาดี รุกรับ และออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ได้รวดเร็วฉับพลันกว่า แม้จะไม่รุนแรงเท่ามวยหลักก็ตาม

 

นอกจากมวยหลักและมวยเกี้ยวแล้วยังมีมวยอีกประเภทหนึ่งที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างมวยหลักและมวยเกี้ยวคู่กันไปคือมีทั้งความคล่องแคล่วว่องไวและความรุนแรงในการใช้หมัด เท้าเขา ศอก การเรียกลักษณะของมวยยังมีที่เรียกเป็นอย่างอื่นอีกตามความนิยมของครูมวยแต่ละคน เช่น มวยวงนอก มวยวงใน ซึ่งหมายถึงมวยที่ถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มวยวงนอกดี หมายถึงมวยที่ถนัดอยู่ห่างอาวุธเตะ ถีบ ฉาบฉวย หลอกล่อ หาจังหวะเข้าทำแล้วหนีได้อย่างฉับพลัน ใช้ไม้ยาวหรืออาวุธยาวได้ดี มีความแคล่วคล่องว่องไว เฉลียวฉลาดดี แต่เมื่อเข้าวงใน หรือปล้ำตีเข่าและศอกมักจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

 

 มวยไทย ( Muay thai ) มีการไห้คะแนนตามหลักเกณฑ์ดังนี้

 

- เมื่อนักมวยได้ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอาวุธ มวยไทย ( Muay thai )  กระทำถูกร่างกาย คู่แข่งขันโดยถูกตามกติกา มีแรงส่ง ถูกวัตถุประสงค์ และคู่ต่อสู้ไม่สามารถที่จะป้องกันได้

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่งขัน ได้มากกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่งขันได้หนักหน่วง รุนแรง แจ่มแจ้งกว่า เป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่ง จนเกิดความบอบช้ำมากกว่า เป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่เป็นฝ่ายรุกเข้ากระทำมากกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่มีชั้นเชิงในการ รุก รับ หลบหลีก ตอบโต้ ตามลักษณะ และศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ทำผิกกติกาน้อยกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

 

การไม่ได้คะแนน มีดังนี้

 

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำผิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง

- กระทำไปถูกแขน ขา ของคู่แข่งในลักษณะการป้องกันตัว

- กระทำถูกคู่แข่งแต่เบา ไม่มีน้ำหนักส่งจากร่างกาย

- เตะไปแล้วถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาเหวี่ยงลงกับพื้น ให้จัดว่าข้างที่เตะได้คะแนน ถ้าหากข้างที่เตะถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาได้แล้วแกล้งทิ้งตัวลงกับพื้นถือได้ว่าเป็นการทำผิดกติกาในกรณีนี้ จัดว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้คะแนน

- การเหวี่ยงคู่แข่งขันให้ล้มลงโดยไม่ได้ใช้อาวุธอื่น

- การไห้คะแนนในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay thai ) นั้น มีการไห้เป็นตัวเลขครับแม้กระนั้นจะมีการไห้เป็นยก ครับโดยดูจากภาพรวมของการแข่งขันในแต่ละยก

 

 มวยไทย ( Muay thai )  ( Muay thai ) มีหลากหลายสายหลายประเภทและหลายท่ามาก หลายๆ คนอาจะไม่รู้จัก หรือลืมไปแล้วด้วยซ้ำ หากอยากเรียน มวยไทย ( Muay thai ) จริงๆ ก็สามารถติดต่อเรามาได้ “เจริญทอง  มวยไทย ( Muay thai )  ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ufafeversport

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับ มวยไทย ( Muay thai )

หุ่นสวยด้วย มวยไทย ( Muay thai )  เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

ใครๆ ก็อยากออกกำลังกายทั้งนั้น และตอนนี้เมืองเปิดแล้ว ใครอยากเรียน มวยไทย ( Muay thai ) บอกได้เลยว่าขอแนะนำ เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ไขมันกระจุยหายไปเลย

 

     ต้องยอมรับว่า มวยไทย ( Muay thai ) กำลังเป็นสุดยอดเทรนด์ที่กำลังมาในช่วงนี้สำหรับการออกกำลังกาย ใครที่รู้สึกอัดอั้นมานานจากการปิดเมือง ณ วันนี้เราสามารถทำการออกกำลังกายตามสถานที่ต่างๆ ได้แล้ว วันนี้ขอยกตัวอย่างว่า การออกกำลังกายแบบไหนที่จะพาทุกคนหุ่นดี กีฬาแบบไหนที่จะทำให้ไขมันเราหายไป

 

วิ่ง

     หลายคนเลือกการ “วิ่ง” เป็นวิธีออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก เพราะได้ผลเร็ว เราขอแนะนำให้คุณวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง จะเบิร์นไขมันได้ถึง 755 kcal เลยทีเดียว แต่การเบิร์นไขมันด้วยการวิ่ง ช่วยให้ผอมไวก็จริง แต่หากเราวิ่งในลักษณะเดียวกันมาสักระยะหนึ่ง น้ำหนักและการเผาผลาญในร่างกายก็จะเริ่มคงที่ ดังนั้นการวิ่งต้องเปลี่ยนรูปแบบจากวิ่งปกติ ให้เร่งความเร็วในตอนท้าย

 

ชก มวยไทย ( Muay thai )

     เห็นแบบนี้ การออกกำลังกายแบบ มวยไทย ( Muay thai ) กำลังได้รับความนิยมมาก เพราะเดี๋ยวนี้สาวๆและหนุ่มๆ หวังผลกับการออกกำลังกายที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นั่นก็คือ ศิลปะป้องกันตัว มาเข้าเรื่องดีกว่า มวยไทย ( Muay thai ) ในการออกกำลังกายแต่ละครั้งจะใช้พลังมากเป็นพิเศษ เพราะต้องขยับตัวตลอดเวลา และใช้พละกำลังในการปล่อยอาวุธในแต่ละท่า ทำให้สามารถช่วยเบิร์นไขมันของคุณออกไปแบบไม่รู้ตัวเลย ทำให้ มวยไทย ( Muay thai ) สามารถเบิร์นได้ถึง 800-1000 kcal แบบตกใจมากต้องไปลองนะครับ

 

กระโดดเชือก

     จัดเลย กระโดดเชือก สุดยอดแห่งการลดน้ำหนัก เห็นมันง่ายๆ แบบนี้นะ แต่ไขมันที่เรามีอยู่บอกได้เลยว่า หายไปในพริบตา อาจจะฟังดูเว่อร์ แต่ไม่เว่อร์นะครับ ถ้าเราทำติดต่อกันหลายครั้ง ทำติดต่อกันเป็นประจำ การกระโดดเชือกนี่แหละจะเป็นตัวที่ทำให้ไขมันกลับมากระชับได้ดี อย่างใน  มวยไทย ( Muay thai ) นักมวยก็มีการกระโดดเชือกด้วยเช่นกัน

 

ว่ายน้ำ

     กีฬาในน้ำที่เย็นสบายกันบ้าง นั่นก็คือ การว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกีฬาหนึ่งที่นิยมกันมากในการเฟิร์มรูปร่างให้กระชับทุกสัดส่วน เพราะในน้ำมีแรงต้านมากกว่าบนบก จึงช่วยเบิร์นไขมันชั่วโมงละ 528 – 730 kcal ข้อดีของการว่ายน้ำคือ น้ำจะช่วยพยุงร่างกายของเรา ทำให้ช่วยลดแรงกระแทก ทั้งยังเหมาะกับคนที่มีน้ำหนักมากและผู้สูงอายุ

 

     เราแนะนำกีฬาที่ออกกำลังกายแล้วไขมันของเราจะหายเร็วมาก ทั้งนี้ถ้าอ่านแต่บทความน้ำหนักของเราก็ไม่ลดหรอกครับ ถ้าเราไม่ทำกันจริงๆ กีฬาที่เราแนะนำไปเบิร์นไขมันดีก็จริง แต่ต้องควบคู่ไปกับการคุมอาหารที่ดีด้วย สุขภาพสำคัญนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

- อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

- MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก trueid

มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

ตื่นเต้นมากที่เห็นฉากในหนัง แบบพระเอกเจอคนร้ายล้อมไว้แล้วจะมารุมทำร้ายพระเอก แนวคิดนี้ทำให้เกิดความสงสัยมาโดยตลอดว่าหากเป็นเราจะมีวิธีสู้แบบไหนบ้าง วันนี้มาดูเทคนิคสู้แบบ มวยไทย ( Muay thai ) แบบโดนรุม

 

การต่อสู้ที่เป็นที่กล่าวกันทั่วโลกก็คงหนีไปไหนไม่พ้น มวยไทย ( Muay thai ) ศิลปะป้องกันตัวที่อันตราย รุนแรง และอาจจะทำให้ถึงตายได้หากเราใช้เป็น แต่ศิลปะพวกนี้ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าป้องกันตัว ซึ่งการป้องกันตัวจากการโดนทำร้าย ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง หรือ โดนรุม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ให้ตัวเองเจ็บมากที่สุด เรามาดูเคล็ดลับ สู้แบบโดนรุมกัน

 

 เปิดก่อนแล้วเปิดให้หนัก 

เริ่มเปิดก่อนแรงๆ แบบ Surprise ตอนที่คู่ต่อสู้ยังประมาท แล้วหวังให้สลบไปเลยก็ดี หากเราลดจำนวนได้ดีและเร็ว ก็ถือว่าเป็นการลดคู่ต่อสู้ จาก 4 เป็น 3 ตามจำนวนคน การต่อสู้ คือ การที่คู่ต่อสู้ยังไม่สร้างโครงสร้างการตั้งรับ ดังนั้น ไม่ต้องไปกลัวว่าเราจะไม่เป็นลูกผู้ชายที่ชิงเปิดก่อน เพราะพวกมันก็ไม่เป็นลูกผู้ชายแต่แรกแล้วที่คิดจะมารุมเรา

 

เคลื่อนที่ตลอดเวลา 

เคลื่อนไหวตลอดเวลาพยายามอย่าให้โดนล้อม และควรเคลื่อนไหวอย่างมีชั้นเชิง ตำแหน่งตัวเองอย่าให้ถูกดันเข้ามุมอับ เพราะฉะนั้นควรเคลื่อนไหวไปด้วย และมองสิ่งรอบๆ ไปด้วย มวยไทย ( Muay thai ) สิ่งที่ต้องมีเลยคือ การเคลื่อนไว สายตาไว และการมองเห็นต้องดี อย่าให้โดนล้อมเด็ดขาด ซึ่งหากเราพยายามเคลื่อนไหวและมีการรับรู้สภาพแวดล้อมและตำแหน่งของคู่ต่อสู้ตลอดเวลาจะดีมาก

 

สร้างแรงบวก

การสร้างแรงบวก สำคัญมากมันคือความคิดเรานั้นเองหากเราคิดว่าเราจนมุมแล้วเราแพ้แล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือการแพ้แบบยังไม่ได้สู้ เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องความคิด จิตวิทยาจะต้องมีอยู่แล้ว เคยได้ยินไหมครับว่า ความคิดสามารทำอะไรได้มากกว่าที่เราคาดหวังไว้  ใน มวยไทย ( Muay thai ) ก็มีเรื่องพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเช่นกัน

 

หนีเมื่อมีจังหวะ

เรื่องจริงเราคงไม่ต้องไปสู้จนหมดทุกคนหรอก พละกำลังเราไม่เท่ากับ นัก มวยไทย ( Muay thai ) หรือ คนต่อสู้แบบมืออาชีพ ในระหว่างการต่อสู้นั้นหากมีจังหวะเมื่อไหร่ให้เราควรหาช่องทางหนีทันที ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสู้ เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเอาตัว รอดจากสถานการณ์นั้นให้เรากลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

 

เอาจริงๆ การต่อสู้แบบรุมนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก น้อยมาก แต่หากมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ เราจะทำอย่างไรให้ผ่านตรงนี้ไปได้ สุดท้ายนี้ หากใครอยากมีพื้นฐาน ต่อยมวย เรียนมวย สามารถติดต่อเรามาได้ตลอดเลยนะครับ เราจะสอนพื้นฐานการต่อสู้อย่างดี

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ignitefightclub

 

อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

     กีฬาชกมวยเป็นกีฬาที่คนนิยมทั่วโลก หากจะกล่าวถึงนักกีฬาชกมวยล้วนแต่ผ่านการฝึกฝนอยากหนักและการชกต่างๆบนเวที นักกีฬาชกมวยมักจะได้รับอาการบาดเจ็บตามส่วนต่างๆของร่างกาย แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งศีรษะนั้นมีความเสี่ยงมาก ๆ แต่นั่นก็แลกด้วยผลตอบแทนที่สูงเช่นกัน

 

ความเสี่ยงในการชกมวย

     มวยเป็นกีฬาที่อันตราย แม้ว่าจำนวนนักมวยที่เสียชีวิตจากการเล่นกีฬาไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ก็ปรากฏว่าอัตราการเสียชีวิตนั้นต่ำกว่าในกีฬาบางประเภทเช่นการแข่งม้าเป็นต้น ความยากลำบากในการค้นหาอัตราการตายที่แน่นอนได้รับผลกระทบจากความแตกต่างในการควบคุมระหว่างมวยมือสมัครเล่นและมืออาชีพ, มวยที่ผิดกฎหมาย, วิธีการทำงานของหน่วยงานทั่วโลก, ขาดการศึกษาระยะยาวและความไม่ถูกต้องทางการแพทย์

 

นี่คืออาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเนื่องจากการชกมวย

บาดเจ็บที่ศีรษะ

     สมาคมศัลยแพทย์ระบบประสาทอเมริกันกล่าวว่า 90% ของนักมวยรักษาอาการบาดเจ็บที่สมอง มวยอาจมีผู้เสียชีวิตน้อยกว่ากีฬาอื่น ๆ แต่จำนวนนักมวยที่มีความเสียหายในสมองเชื่อว่าสูงกว่าที่บันทึกไว้มาก

 

     เมื่อนักมวยได้พุ่งตรงไปที่ศีรษะมันก็เหมือนกับการถูกลูกบอลโบว์ลิ่ง 13 ปอนด์เคลื่อนที่ที่ความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมงซึ่งมีแรงโน้มถ่วงประมาณ 52 เท่า

 

     การถูกตีที่ศีรษะอาจทำให้กระดูกหักที่ศีรษะและใบหน้าและเนื้อเยื่อถูกทำลายในสมอง สามารถทำลายพื้นผิวของสมอง ทำลายเครือข่ายประสาททำให้เกิดแผลเลือดออกหรือก่อให้เกิดการอุดตันของเลือดภายในสมองได้

 

ความเสียหายร่างกาย

     การบาดเจ็บจากการชกมวยอื่น ๆ ได้แก่ การบาดแผลฟกช้ำฟันแตกปัญหาทางทันตกรรมซี่โครงหักเลือดออกภายในและความเสียหายต่ออวัยวะภายใน

 

บาดเจ็บที่ตา

     แม้ว่าจะได้รับการปกป้องจากกระดูกแข็งด้านข้างดวงตามีความเสี่ยงที่จะถูกกระทบโดยตรงจากด้านล่าง ความเสียหายต่อดวงตาในการชกมวยอาจเกิดจากการสัมผัสโดยตรงหรือจากการกระแทก อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่จอประสาทตาการปลดจอประสาทตาการตกเลือดที่จอประสาทตาและการบาดเจ็บอื่น ๆ

 

อดีตนักมวยเสี่ยงต่อการเป็นโรคในวัยชรา

     อดีตนักมวยมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคของสมอง พวกเขาอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเช่น Alzheimer's และ Parkinson's สมองของนักมวยมีขนาดเล็กลงและสารสีเทาบนพื้นผิวบางลง ช่องในสมองนั้นใหญ่ขึ้นเนื่องจากการลดลงของสารสีขาวในสมอง

 

     กีฬาทุกประเภทนั้นย่อมมีความเสี่ยงอันตรายต่อร่างกายและชีวิตไม่ว่าจะผลกระทบโดยตรงและผลกระทบทางอ้อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับทักษะของนักกีฬาและการป้องกันของกีฬานั้นๆด้วย

 

      อย่างไรก็ตามเมื่อคุณอยากเล่นกีฬาอะไรหรืออยากเป็นนักกีฬามืออาชีพควรศึกษาและเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมเสมอ เพื่อความปลอดภัยต่อตนเอง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก cities.trueid

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

ศิลปะการต่อสู้บนโลกใบนี้ มีไม่กี่ชนิด ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่ เพื่อตั้งรับรูปแบบการต่อสู้ที่ก้าวไวขึ้น ในยุคสมัยใหม่ MMA ก็เช่นกัน คือหนึ่งในรูปแบบการต่อสู้ที่ไม่ได้มีมานมนาน เหมือนศาสตร์อื่นๆ

 

     ศิลปะป้องกันตัวรูปแบบผสม MMA หรือ Mixed Martial Art เป็นรูปแบบการต่อสู้ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นในยุคสมัยใหม่ เพราะนับวัน ศิลปะการต่อสู้ในโลกยุคใหม่ ยิ่งรับมือยากมากขึ้น เพราะด้วยความหลากหลายของศาสตร์การต่อสู้ ที่เริ่มแพร่กระจายสู่วงกว้าง การตั้งรับทุกศาสตร์การต่อสู้ให้อยู่หมัดที่สุด จึงก่อกำเนิด รูปแบบการต่อสู้ผสมนี้ขึ้นมา

 

     การต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม Mixed martial art ( MMA ) คือ การต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย, มวยสากล, ยูโด, มวยปล้ำ, คาราเต้, แซมโบ, บราซิลเลี่ยน,  ยูยิตสู มีทั้งการ ต่อย เตะ ที่เป็นการทำทุกวิถีทาง ให้คู่ต่อสู้ต้องยอมแพ้

 

     ทวีปเอเชีย คือ ถิ่นกำเนิดของศิลปะการป้องกันตัวหลายแขนงมานานกว่า 5,000 ปี ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้, มวยกัมพูชา, มวยไทย, กังฟู, ยูยิตสู, ยูโด, มวยกาลี, มวยปล้ำซุยเจียว, ไอคิโด ตลอดจนศาสตร์การป้องกันตัวอื่นๆ โดยศิลปะการป้องกันตัวแบบผสม ถือเป็นวิวัฒนาการศาสตร์การป้องกันตัวรูปแบบใหม่ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และยังเป็นอนาคตใหม่ของศาสตร์การป้องกันตัวที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นการหลอมรวมการฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวที่ครบถ้วน ทั้งด้านเทคนิคการปะทะ และการจับยึด ทั้งการป้องกันตัวแบบยืน และการนอน ซึ่งต้องใช้แบบแผนของศาสตร์การป้องกันตัวหลากหลายชนิด นับเป็นเกมกีฬาที่มีทั้งรางวัลล่อใจแก่ผู้ชนะอย่างมาก

 

เงื่อนไขของการชี้ผลแพ้ชนะของการแข่งขัน MMA

 

1. การน็อคเอ้าท์

2. การยอมแพ้

3. การยอมแพ้ด้วยวาจา

4. การยุติการแข่งขันโดยผู้ตัดสิน

5. การยอมแพ้โดยพี่เลี้ยงนักกีฬา

6. การตัดสินของคณะกรรมการ

 

     มวยไทย คือศาสตร์การต่อสู้ที่ไร้ช่องโหว่ เพราะด้วยสมาธิ ที่เกิดจากความมุ่งมั่นในการฝึก ซึ่งในขณะร่ายรำหรือต่อสู้ จิตใจจะไม่คิดมุ่งร้าย พยาบาท หรืออาฆาต เพียงแต่ตั้งสมาธิอยู่กับการรุก - รับ ในชั้นเชิงแม่ไม้และลูกไม้มวยไทยเท่านั้น  และต้องมีจิตใจที่เคารพคู่ต่อสู้ ไม่ประมาทหรือเหยียดหยามคู่ต่อสู้ เพราะแพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือมีความยิ่งใหญ่อย่างใด เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ ของตนให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด การใช้ความสามารถด้านพลังจิตกับพลังกาย โดยแต่ละคนจะมีพลังจิตหรือกำลังกายมากน้อยต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนอย่างตั้งใจและอดทน มวยไทยจึงเป็นกีฬาที่มีความรุนแรง รวดเร็ว แต่แฝงไว้ด้วยทักษะ ลีลาที่งดงาม และไร้ช่องโหว่ ต่อให้ต้องเจอกับศาสตร์การต่อสู้แบบใด มวยไทย สามารถตั้งรับ และรับมือได้อย่างแน่นอน  

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

- เทคนิควิชาการต่อสู้ ที่ร้ายกาจที่สุด

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

     คุณอาจจะเคยเห็นบนจอโทรทัศน์ ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันชกมวย ซึ่งต่อสู้กันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน เตะต่อยปะทะกันระหว่างคู่ต่อสู้ วัดความเก่งและความสามารถกันบนเวที แต่ใครหลายคนอาจไม่รู้ว่า มวยไทย นี่แหละคือที่หนึ่งในการออกกำลังกายที่ดีเลย

 

     ศิลปะมวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ  เป็นมรดกตกทอดมาจากพรรพบุรุษ  สมควรอย่างยิ่งที่คนไทยทุกคนต้องศึกษาหาความรู้และรักษาไว้ตลอดไป  ผู้ที่ได้ศึกษานอกจากจะเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ารักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติไว้แล้ว  วิชามวยไทยยังเป็นวิชาที่ทำให้ผู้เรียนมีร่างกายแข็งแรง  มีไหวพริบในการต่อสู้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตนเอง  มีประโยชน์ในการป้องกันตัวทั้งตนเองและผู้อื่น  และสามารถใช้ประกอบอาชีพได้  การสอนของครูจะต้องอบรมให้ผู้เรียนมีศิลปะในการต่อสู้  มีจังหวะทั้งรุกและรับ  ฝึกให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา  รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย  เคารพผู้อาวุโส  ไม่รังแกคนที่อ่อนแอกวา  ไม่ประมาณคู่ต่อสู้  และมีเลือดนักสู้  ไม่ยอมแพ้อย่างง่าย 

 

การเรียนมวยไทย

     มวยไทย สิ่งที่สำคัญคือการจู่โจมและป้องกันตัวเองจากการชกมวย ศิลปะการต่อสู้สามารถเรียนรู้ได้ทุกคนทั้งชาย หญิง เด็กและผู้สูงวัย ความสนใจในมวยไทยนั้น มีการเติบโตและเริ่มพัฒนาการเรียนรู้ไปสู่ยุโรป อเมริกาและเอเชีย อาจารย์ผู้ฝึกสอนบางทีก็มาจากการเป็นนักมวยหรือแชมป์เก่ามาก่อน ดังนั้นโรงเรียนเหล่านี้จะมีการฝึกฝนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

 

     การเรียนรู้มวยไทยนั้น เป็นรากฐานที่สำคัญที่นำไปสู่ปัจจุบันจนมีความเจริญไปยังชนบท ซึ่งในอดีตมีชาวต่างชาติได้ทำการฝึกอบรมมวยไทยจนทำเป็นอาชีพ แต่ก็ยังมีชาวต่างชาติบางคนที่มีความสนใจในมวยไทยแต่มีปัญหาทางด้านภาษาและการสื่อสาร ในบางครั้ง แต่ประเทศไทยในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการสื่อสารด้านภาษาเพื่อการเข้าถึงของคนต่างชาติมากขึ้น จนทำให้มีโรงเรียนสอนมวยไทยมากมายหลายแห่ง ทั้งมวยอาชีพและมวยสมัครเล่น

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบการแข่งขันมวยไทย

     อุปกรณ์สำหรับการแข่งขันสำหรับมวยไทยนั้น จะต้องมีสนามที่ได้มาตรฐาน นาฬิกาสำหรับการจับเวลาโดยให้สัญญาณ ตีฆ้องหรือระฆัง นวมชก น้ำมันมวยและอุปกรณ์อื่นๆเพิ่มเติมสำหรับนักมวย กางเกงของนักมวยขาสั้น ทั้งสีแดง และสีน้ำเงิน ผ้าคาดเอว เป็นต้น มวยไทยสามารถแบ่งออกเป็นสองหมวดหลักได้คือ เป็นมวยที่มุ่งเน้น ในเรื่องของความระมัดระวังและความอดทน ซึ่งปัจจุบันนั้นหายากมาก สำหรับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น มวยเทวดา เป็นการใช้ลูกเล่นในการต่อสู้ที่แพรวพราว และสามารถจับทางคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด ซึ่งนับว่าเป็นคู่ต่อสู้ของนัก มวยที่น่ากลัวยิ่ง

 

กฎข้อบังคับการแข่งขันมวยไทย

     การแข่งขันมวยไทย จำนวนยกในการแข่งขันทั้งหมดมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที จะไม่มีการเพิ่มรอบโดยไม่ได้รับอนุญาต นักมวยจะต้อง ใช้นวมขนาดไม่น้อยกว่า 6 ออนซ์ (172 กรัม) ซึ่งนวมที่สวม ใส่จะต้องไม่ถูกบีบ หรือบดเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของนวม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sawadee

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

หลายครั้งที่นั่งดู มวยไทย ( Muay thai ) ตามทีวีหรือเห็นในหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ เราจะเห็นการเข้าประชิดตัวกอดคอและตีเข่า แบบนั้นเค้าเรียกว่าคลุกวงใน วันนี้เรามาดูเทคนิคดีๆ เข้าวงในอย่างไรให้มืออาชีพ

 

     มวยไทย ( Muay thai ) มีหลากหลายสาย หลากหลายท่ามาก หากพูดถึงท่าที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือ ท่าที่เข้าวงใน ท่าตีเข่า เป็นท่าที่เข้าถึงตัวและทำให้ศัตรูน็อคเร็ว เพราะอันตรายจากการโดนตีเข้า มีอาการจุกและเจ็บ อาจจะมีถึงขั้นกระดูกซี่โครงหักเลยก็ว่าได้

 

ข้อคำนึงก่อนเข้าวงใน

     การฝึกฝนระยะประชิด สามารถเริ่มได้หลังจากเข้าใจหลักการพื้นฐานของการชกมวยในระยะทางไกลและปานกลาง การโจมตีและการตอบโต้ การป้องกันการเข้าและออกอย่างรวดเร็ว และต้องลดประสิทธิภาพของฝ่ายตรงข้ามให้ได้เร็วที่สุด

 

เทคนิคเข้าวงใน

     การต่อสู้อย่างใกล้ชิดนั้นจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกการเคลื่อนไหวการต่อสู้แบบเดียวกันเป็นเวลานาน ดังนั้นในการดวลตัวคุณไม่ต้องคิดแต่ทำทันที หากนักมวยเริ่มคิดและคำนวณการกระทำของเขาในระยะเวลาอันสั้นเขาก็อาจหลงกลศัตรูได้ และต้องรู้ถึงความชอบของท่ามวยไทยบางคนอาจจะชอบการใช้หมัด บางคนอาจจะชอบศอก บางคนอาจจะชอบตีเข่า เพราะแต่ละคนไม่ได้ชอบเหมือนกันทั้งหมด

 

ความแม่นยำและความเร็ว ต้องมี

     คุณภาพพื้นฐานของนักมวยในระยะประชิดคือ ความแม่นยำและความคมชัดของการเคลื่อนไหว ดังนั้น เขาจึงมีโอกาสได้ใช้ความคิดเริ่มสู้แล้ว ก็ต้องเข้าไวออกไวเหมือนกัน

 

อาวุธที่ต้องใช้บ่อยมากที่สุดในวงใน

- เข่า

     เข่าเป็นอาวุธที่วงในต้องใช้บ่อยที่สุด เพราะการเข้าไปกอดศัตรูก่อนแล้วจึงค่อยแทงเข่านั้นเอง เข่าหากจะใช้ให้ถูกต้อง ต้องดูสถานการณ์ในวงใน มีทั้งเข่าเสียบ เข่าตีกางออกมา  ดังนั้นอาวุธเข่าต้องใช้บ่อยที่สุด

 

- ศอก

     ศอกก็ใช่บ่อยพอๆ กับเข่าเลยด้วย เพราะว่าอะไรรู้หรือไม่ ศอกเป็นตัวแก้ทางมวยเข่าแบบคลุกวงใน เลยด้วย เพราะหากเราโดนกอด แล้วสิ่งที่เราจะสะบัดออกได้ก็คือ ศอกของเรานี้แหละ เป็นที่ดีสุดแล้ว

 

     มวยไทย ( Muay thai ) กับการต่อสู้ต่างๆ มีความแตกต่างกันทั้งนั้น ทั้งความคิดและท่าต่างๆ ที่เราจะเข้าทำ เวลาก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องตัดสินใจ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วการที่เราจะเข้าวงในต้องแพ้ศัตรูแน่ๆ

 

     เป็นไงกันบ้างครับสำหรับการเข้าคลุกวงใน บอกเลยได้ว่า มีเทคนิคดีๆ มานำเสนอให้ทุกคนเห็นได้ชัดเลยว่า การเข้าวงในสำคัญมาก และยิ่งไปกว่านั้น มวยไทย (  Muay thai ) ก็เป็นศิลปะที่ฝึกได้ หากใครอยากเข้าวงในกับผม ก็สามารถโทรมาสอบถามได้เลย ให้เรา เปิดประสบการณ์ มวยไทย (  Muay thai ) ให้กับคุณเลยนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

- สร้างแรงบันดาลใจในการทำSixpack

- เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก murmanprokat

 

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

     กีฬาที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ มวยไทย ที่ทั้งสาว ๆ และ หนุ่ม ๆ ได้หันมาลองฝึกเล่นและเอามาใช้ออกกำลังกายกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่ผู้ที่ต้องเริ่มเล่นใหม่ แบบไม่มีพื้นฐานมาก่อน ลองเรียนรู้ตามนี้ดู

 

การตั้งท่าจดมวย

     การตั้งท่าจดมวย หมายถึง การวางเข่า การวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึก ซึ่งในการจดมวยนั้น ต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย หมายถึง การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี ๒ เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา

 

     เหลี่ยมซ้าย หมายถึง การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง ๑ ช่วงตัว สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา 

 

     เหลี่ยมขวา หมายถึง การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

การวางตำแหน่งอวัยวะ

การวางตำแหน่งของอวัยวะที่ได้จดมวย หมายถึง การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว

     การกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง ๔ นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

     เป็นทักษะพื้นฐานของกีฬามวยไทยที่มีอยู่มากมายหลายแบบ ซึ่งครูมวยต่างๆ ได้คิดค้นขึ้นมาใช้ และได้นำมาเขียน หรือบันทึกไว้ เพื่อประโยชน์ ในการเรียนการสอนวิชามวยไทยในปัจจุบัน

ศิลปะการใช้หมัด เช่น หมัดตรง หมัดตัด หมัดตวัด หมัดเสย

ศิลปะการใช้เท้า แบ่งออกเป็น การเตะ และการถีบ สำหรับการเตะนั้น  เช่น เตะตรง เตะเฉียง เตะตวัด เตะกลับหลัง ส่วนการถีบ เช่น ถีบตรง ถีบข้าง ถีบกลับหลัง

ศิลปะการใช้เข่า เช่น เข่าตรง เข่าเฉียง เข่าตัด เข่าโค้ง เข่าลอย

ศิลปะการใช้ศอก เช่น ศอกตี ศอกตัด ศอกงัด ศอกพุ่ง ศอกกระทุ้ง ศอกกลับ

 

     การนำเอาศิลปะแม่ไม้มวยไทยเหล่านี้ไปใช้ให้ได้ผลดีย่อมขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ความชำนาญ และความมีไหวพริบ จึงจะได้รับประโยชน์สูงสุด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sport.wu

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

สร้างแรงบันดาลใจในการทำSixpack

สร้างแรงบันดาลใจในการทำSixpack

สร้าง   Sixpack ยากมากแต่เราจะมาบอกถึงแรงบันดาลใจในการสร้างมันกันรู้ว่ามันยากแต่ยังไงเราก็ทำได้ เหมือนคนทั่วๆไป อาจจะมีท่ามวยมาผสมและ เคล็ดลับต่างๆมาบอกให้ทุกคนรู้ว่าSixpackไม่ยากอย่างที่คิด

 

รู้จักซิกแพคให้ดีก่อนว่าเป็นกล้ามเนื้อแบบไหน

ก็คือกล้ามเนื้อมัดหนึ่งในร่างกาย ที่อยู่บริเวณหน้าท้อง เหมือนกล้ามแขน กล้ามขา กล้ามหน้าอก มีลักษณะเป็นลูกๆ ไม่ใช่แค่ 6 ลูกอย่างเดียว แต่สามารถมีได้ทั้ง 4, 6 และ 8 ลูก และจริงๆแล้วทั้งหมดเป็นกล้ามเนื้อก้อนเดียว แต่มีเส้นเอ็นที่แบ่งตรงกลางและแนวขวาง ทำให้ออกมาเป็นหน้าตาอย่างที่เราเห็น

 

ขจัดความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับซิกแพค

ทีนี้พอเรารู้ว่าซิกแพคเป็นกล้ามเนื้อ ดังนั้นการที่จะมีซิกแพคคือเราต้องออกกำลังกายหน้าท้องเพื่อให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น แล้วรู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วเราทุกคนมีกล้ามเนื้อซิกแพคกันอยู่แล้วด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าเราโดนไขมันหน้าท้องบดบังไว้อยู่ใต้พุง หมายความว่า ถ้าอยากมีสิ่งนี้สิ่งที่สำคัญกว่าการสร้างกล้ามเนื้อก็คือ การเอาไขมันออก ซึ่งการออกกำลังกายที่เผาผลาญไขมันได้ดีที่เรียกว่าการคาร์ดิโอนั่นเอง

 

คาร์ดิโอเพื่อลดไขมันดีที่สุด

 

ที่สำคัญที่สุดในการมีซิกแพคคือคุณต้องมีปริมาณไขมันในร่างกายน้อยมากพอที่จะไม่มีอะไรมาบดบังกล้ามเนื้อหน้าท้องของคุณ และวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับการเบิร์นไขมันเราเรียกว่า คาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิค

 

ทานโปรตีนให้เพียงพอต่อการสร้างกล้ามเนื้อ

 

นอกจากการออกกำลังกายและการพักผ่อนแล้ว สิ่งที่สำคัญสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อนั่นก็คือการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะเรื่องของโปรตีน เพราะร่างกายจะเอาโปรตีนนี่แหล่ะไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อและสร้างให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับผู้ที่ฟิตร่างกายสร้างกล้ามเนื้อแล้ว ควรจะได้รับโปรตีน 1.5 - 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

 

ตั้งเป้าหมาย

 

เชื่อว่าหลายคนคงมีเป้าหมายว่าอยากที่จะมีซิกแพค แต่บางทีก็ยังนึกภาพตัวเองไม่ออกว่าตัวเราเองตอนที่มีซิกแพค จะรูปร่างเป็นอย่างไร การมีตัวแบบไม่ใช่เรื่องผิด แถมดีซะอีก เพราะจะช่วยให้เรามองเห็นเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นว่าเราอยากมีรูปร่างแบบไหน การเห็นเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมจะช่วยให้คุณมีแรงใจในการต่อสู้และพยายามเพื่อซิกแพค มากกว่าแค่คิดไปลอยๆ อย่างแน่นอน

 

ทุกคนล้วนสามารถสร้าง ซิแพค ขึ้นมาเองได้ทั้งนั้นขอแค่มีความตั้งใจและการเล่นที่ถูกต้องเพียงเท่านี้ เจ้ากล้ามหน้าท้อง ที่เราอยากได้ก็จะขึ้นมาเอง ช่วงแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยแต่พอทำไปเลื่อๆจะชินไปเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

มวยไทย ก็สร้าง Six Pack ได้

หาความแข็งแรงได้ด้วยการเรียน มวยไทย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

มวยไทย ( Muay thai ) อาวุธลูกเตะเจาะอย่างถือได้ว่าเป็นอาวุธที่หน้ากลัวที่สุด ส่วนตัวผมคิดว่าการเตะแบบนี้ ทำให้คู่ต่อสู้หมดแรงและยอมแพ้ไปเองไม่ถึงกับน็อค เรามาดูกันว่าทำยังไงเตะเจาะยาง

 

การฝึกลูกเตะจะเริ่มจากการเตะกระสอบทราย

กระสอบทราย สามารถเป็นตัววัดได้ว่าเราเตะได้แรงและเตะได้เร็วขนาดไหน หากอยากเตะให้แรงก็ต้องเริ่มจากท่าแบบนี้ละครับ

 

การเตะ

หมายถึง การใช้เท้าเป็นอาวุธในการต่อสู้มวยไทย ใช้ได้ดีเมื่อเป็นฝ่ายรุก หรือสกัดการรุกของคู่ต่อสู้ เป็นอาวุธที่สำคัญที่สุด เป็นอาวุธที่ยาวที่สุด ในร่างกายของมวยไทย
การเตะ มี 4 ประเภท  เตะเฉียง  เตะตัด  เตะตรง  เตะตวัดหลัง

 

เริ่มโดยการฝึกท่ายืน

ก่อนจะลงแข้งได้หนักหน่วงเราต้องยืนอย่างถูกวิธีกันก่อนครับ

1.ให้ยืนปลายเท้าทั้งสองห่างกันเท่ากับไหล่หรือขนานกับไหล่ทั้ง 2 ข้าง

2.เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้าง ให้ปลายเท้าสองหันขี้ไปด้านหน้า

3.ยืนเอียงตัว วางน้ำหนักให้เท้าหน้า(หรือเท้าซ้าย) เท้าหลัง(เท้าขวา)คืออาวุธที่ปล่อยออกไป (อยู่ในท่าการ์ดมวยที่เท้าซ้ายอยู่หน้า แล้วแต่ถนัดของบุคคล)

4.เท้าหน้า จะเป็นจดหมุนที่ตรึงอยู่กับพื้นหมุนได้ตามแรงเหวี่ยงที่จะเตะ

 

แล้วเตะเจาะยางต้องเล็งตรงไหน

ขาพับด้านในและด้านนอก หรือต้นขา ตรงนี้เป็นตรงที่เรียกได้ว่าหากใครโดนไปแล้วละก็ จะถูกเจาะและมีอาการปวดแสบ ไม่อยากเดินหมดแรงขาไปเลย  คู่ต่สู้จะต้องระวังส่วนนี้เป็นพิเศษ หากโดนเข้าไปแล้วโดนซ้ำเข้าไปอีก บอกได้ลยถึงกับต่อยต่อไม่ได้เลยนะครับ

 

เตะเจาะยางคือการเตะตัดขาตรงน่องของคู่ต่อสู้ซึ่งทำให้ยกขาไม่ขึ้นเสมือนว่ายางแตกเพราะล้อถูกปล่อยลมออก ซึ่งสาเหตุที่การเตะเจาะยางทำให้คู่ต่อสู้ยกขาไม่ขึ้นนั้นก็เพราะว่าเป็นการเตะแบบเล็งเป้าที่เจาะจงทำให้ความรุนแรงเข้มข้นขึ้นในพื้นที่แคบๆมากกว่าการเตะกลางลำตัวแบบทั่วไป

แม้ว่าท่าเตะเจาะยางดูไม่หวือหวาแต่ที่จริงแล้วเป็นวิธีต่อสู้ที่รุนแรงมากวิธีหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์วิธีสู้กับคนตัวใหญ่กว่า และเป็นอาวุธที่นักมวยไทยใช้คว่ำคู่ต่อสู้ระดับโลกชาวต่างชาติมาแล้วหลายคน

 

หากใครอยาก เรียน มวยไทย ( Muay thai ) ก็สามารถทักมาหาเราได้เลยนะครับ จะมีครู มวยไทย ( Muay thai ) ที่สอนหลายท่าเลย ทั้งเตะเจาะยางที่เหมือนบทความนี้ หรือ ท่าอื่นๆก็ย่อมได้นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทคนิควิชาการต่อสู้ ที่ร้ายกาจที่สุด

ชกมวยไม่ได้เก่งเเค่การป้องกันตัว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

เทคนิควิชาการต่อสู้ ที่ร้ายกาจที่สุด

เทคนิควิชาการต่อสู้ ที่ร้ายกาจที่สุด

ศิลปะการต่อสู้ในโลกนี้นั้นมีอยู่มากมาย หลายแขนง บางวิชาอาจยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือเป็นที่รู้จักบ้างแล้วก็มี ยังคงมีศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่น ที่นับว่าอันตรายและร้ายกาจไม่แพ้ไปกว่ากีฬามวยไทยอย่างยิ่ง

 

     เราเป็นคนไทย แน่นอนว่าต้องไม่ลืมที่จะสืบทอดศิลปะการต่อสู้ของศิลปะแม่ไม้มวยไทย ให้แพร่หลายออกไปให้ได้มากที่สุด แต่ความร้ายกาจของศิลปะการต่อสู้ ไม่ได้มีดีแค่มวยไทย ยังมีศิลปะการต่อสู้แบบอื่น หรือชนิดอื่น ที่เรายังไม่อาจรู้จักพิษสงของความน่ากลัวของศาสตร์นั้นเลย วันนี้ เราจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่น ที่รับรองได้ว่า ร้ายกาจไม่แพ้มวยไทยเลยทีเดียว

 

กังฟู

     กังฟู กายและใจรวมกันเป็นหนึ่งเดียว กังฟู เรียกได้ว่าเป็นศิลปะการต่อสู้จีนอย่างหนึ่ง สามารถแบ่งออกเป็นหลายพรรคและหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น หมัดใต้เท้าเหนือ, กระบองใต้หอกเหนือ และยังมีวิทยายุทธเส้าหลิน, อู่ตังเหมิน, กระบี่ไท้เก๊ก หรือมวยหย่งชุน เป็นต้น

 

มวยหย่งชุน

     มวยหย่งชุน หรือวิงชัน เป็นศิลปะป้องกันตัวแบบประชั้นชิดที่ใช้การรุกและการรับอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กัน ต้นกำเนิดของหย่งชุนมาจากเมืองจีนทางตอนใต้ ออกแบบมาเพื่อให้คนที่ตัวเล็กหรืออ่อนแอกว่า รับมือกับคนที่แข็งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แตกแขนงมาจาก กังฟู โดยผู้เผยแพร่ชื่อดัง อาจารย์ยิป หรือยิปมัน อาจารย์ตำนานดารากังฟูผู้ไม่มีวันตายชื่อดัง บลู๊ซลี นั่นเอง

 

     จุดหลักของมวยหย่งชุน คือการเน้นท่ายืนที่แข็งแรง คล้ายกับต้นไผ่ที่มีลำต้นที่แข็งแรง แต่มีความยืดหยุ่นและอ่อนไหวไปตามลม มีรากที่มั่นคง แต่โครงสร้างของแต่ละท่า สามารถหันเหและเปลี่ยนจุดมุ่งหมายตามแรงปะทะของคู่ต่อสู้ โดยที่เราไม่ต้องออกแรงมากในถ้ายืน แขนทั้ง 2 ข้าง ต้องอยู่ระหว่างกลางของลำตัว เพื่อป้องกันใบหน้า และอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย มวยหย่งชุนเป็นมวยที่อาศัยความแม่นยำ เรียบง่าย และรวดเร็ว ในการเอาชนะคู่ต่อสู้ภายในเวลาที่น้อยที่สุด

 

มวยไท้เก๊ก

     มวยไท้เก๊ก เป็นศิลปะการต่อสู้อย่างหนึ่งของจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากมวยไท้เก๊ก เน้นการฝึกเพื่อบำบัดโรคและรักษาสุขภาพ ทั้งยังช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน จนทำให้เป็นที่ชื่นชอบและแพร่หลายกันในหมู่คนต่างชาติ รวมถึงคนไทย มวยไท้เก๊กนั้นมีทั้งหมด 108 กระบวนท่า เป็นท่ารำที่อ่อนช้อยและวิธีการหายใจ ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบการทำงานของปอดและหัวใจ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

 

MMA ( Mixed Martial Arts )

     ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม คือ การต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย, มวยสากล, ยูโด, มวยปล้ำ, คาราเต้, แชมโบ, บราซิลเลี่ยน, ยูยิสสู มีทั้งการเตะต่อย และการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ ถือว่าเป็นการต่อสู้แขนงรวมที่ร้ายกาจ แขนงหนึ่ง

 

มวยไทย

     ความร้ายกาจของกีฬามวยไทย นับว่าเป็นที่น่าเกรงขามที่สุด เพราะต่อให้ต้องเจอกับศิลปะการต่อสู้ประเภทใด มวยไทย สามารถตั้งรับ และรุกได้ทั้งสิ้น มวยศาสตร์ MMA เอง ก็ยึดมวยไทยเป็นขาหลักเช่นกัน มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้จากประเทศไทย ที่ใช้หมัด, ศอก, แขนท่อนล่าง, เท้า, แข้ง, เข่า, ฝ่ามือ,  ฝ่าเท้า, ศีรษะ, ลำตัวในการต่อสู้ และยังมีประเทศเพื่อนบ้านที่ยึดต้นแบบการต่อสู้ของชาติเรา ให้คล้ายๆ กัน นั่นก็คือ ประเทศกัมพูชา พวกเขาเรียกกันว่า ประดั่ญเซเรีย ( Pradal Serey ) หรือขอมมวย ส่วนประเทศลาว เรียกกันว่า มวยลายลาว ( มวยเสือลากหาง ) นั่นเอง

 

     คงไม่มีกีฬาชนิดใดจะน่าฝึกและได้ประโยชน์ที่สุด ไม่พ้น กีฬามวยไทย มาออกกำลังกายด้วยมวยไทย เพื่อสืบทอดศิลปะการต่อสู้แบบไทยๆ และเพื่อสุขภาพกันเถอะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

- คุณค่าของการเรียน มวยไทย

ชกมวยไม่ได้เก่งเเค่การป้องกันตัว

ชกมวยไม่ได้เก่งเเค่การป้องกันตัว

พูดถึงเทรนด์การออกกำลังกายใหม่ ที่ผู้หญิงก็สามารถฝึกความแข็งแรงของร่างกายได้ด้วยการสวมนวม ขึ้นสังเวียนชกกับเทรนเนอร์หุ่นล่ำที่ถือเป้าล่อ หรือกระสอบทราย ไม่ได้ฝึกชกไปขึ้นเวทีมวยที่ไหนให้เจ็บตัว

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

 

เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว และยังสามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลอรี่ใน 1 นาที การออกกำลังกายด้วยการชกมวยทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้ตั้งแต่ 200-400 แคลอรี่ในเวลาครึ่งชั่วโมง, ขึ้นสังเวียนชกมวย 30 นาทีเบิร์นได้ 400 แคลอรี่, ชกกระสอบทราย 30 นาที เบิร์นได้ 200 แคลอรี่, ชกกับคู่ซ้อม 30 นาทีเผาผลาญได้ 300 แคลอรี่

 

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) เผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

 

การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training (การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยกคือการใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยกคือการทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

3. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้หน้าท้องแบบราบ

 

อยากมีซิกแพคชัดๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

 

4. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยคลายเครียด

 

เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน หรือทะเลาะกับแฟน ไม่พอใจเจ้านาย ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน รู้สึกหงุดหงิดจวนระเบิด ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง ฮอร์โมนต่างๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงสารเอ็นดอฟีนที่หลั่งออกมาก็ช่วยให้มีความสุขขึ้นด้วย

 

 

5. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้บุคลิกสง่างาม

 

การชกมวยทำให้การใช้สมองและร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น กระตุ้นให้การรับรู้ทางร่างกายทำงานดีขึ้น มีความคล่องตัว เพราะต้องใช้การทำงานที่สอดประสานกันระหว่างตาและมือ ทุกครั้งที่ชกกระสอบทรายหรือชกกับเป้าล่อ ต้องใช้สมาธิในการพุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้เกิดการจดจำการเคลื่อนไหว ทั้งจังหวะการขยับเท้าและการออกหมัด ท้าทายการทำงานของกล้ามเนื้อและจิตใจไปพร้อมกัน ทำให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มั่นใจ บุคลิกก็สง่างามไปโดยปริยาย

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการออกำลังกายที่สนุกไม่แพ้เต้นแอโรบิค หรือซุมบ้า แถมได้ประโยชน์สุดเริ่ดมากกว่าที่คิด หากใครสนใจเรียนมวยไทย สามารถมาเรียนกันได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) นะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก wefitnesssociety

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

มวยคาดเชือกที่ผสมผสานไปด้วยแม่ไม้

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

     เทรนด์ฮิตออกกำลังกายด้วย มวยไทย เป็นการออกกำลังกาย ที่ช่วยลดน้ำหนักที่เห็นผลจริง เนื่องจากร่างกายเราได้ใช้พลังงานไปอย่างมาก ทำให้ไขมันที่อยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ถูกใช้ไป ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ กระชับสัดส่วนที่ต้องการได้

 

     "มวยไทย" คือ ศิลปะป้องกันตัวในแบบของไทยแต่โบราณที่สืบทอดกันมายาวนานโดยการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานของร่างกายอย่างมาก นอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแล้วยังส่งผลให้ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบการหายใจ การทำงานของหัวใจ ปอด หลอดเลือดและกล้ามเนื้อร่างกายยืดหยุ่นดีขึ้น

 

     ผู้ที่คิดจะลดหุ่นหรืออยากจะเรียกความกระฉับกระเฉงให้ร่างกาย ตอนนี้ควรจะมองมวยไทยเป็นตัวเลือกหนึ่ง ที่รับรองว่าถ้าได้ลองแล้วท่านจะแข็งแรงขึ้น ร่างกายจะเผาผลาญเป็นอย่างดี เรียกเหงื่อ ขับของเสียจากร่างกาย และเป็นการฝึกฝนจิตใจให้สงบ มีสมาธิ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีและกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันเลยทีเดียว

 

ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับท่าเบสิกที่ใช้ในการออกกำลังกายแบบมวยไทยแอโรบิกกันก่อนดีกว่า

1.ท่าหมัดตรง

     เตรียมพร้อมด้วยท่ายืนตรงเท้าอยูห่างกันพอประมาณ กำหมัดท้ังสองข้างไว้ระดับอกเก็บข้อศอกชิดลำตัว ตามองตรงไปข้างหน้า ก้าวเท้าซ้ายพร้อมกับชกมือขวาไปข้างหน้าให้ขนานกับพื้น เปิดส้นเท้าขวาโดยทิ้งน้ำหนักลงที่ขาซ้าย ดึงแขนและขากลับมาในท่าเริ่มต้นแล้วซ้ำสลับข้างอย่างต่อเนื่องเซตละ 15-20 คร้ัง

 

2. ท่าศอกตัด

     ยืนกำหมัดท้ังสองข้างไว้ระดับอกเหมือนท่าหมัดตรงก้าวเท้าขวาไปด้านขวาพร้อมกับเหวี่ยงหมัดซ้ายให้ข้อศอกตั้งฉากกับหมัดขวา บิดลำตัวเล็กน้อยและเปิดส้นเท้าซ้ายทิ้งน้ำหนักที่ขาขวา วางส้นเท้าซ้ายดึงแขนและขากลับสู่ท่าเริ่มต้นเพื่อทำซ้ำสลับข้างเซตละ 15 - 20 ครั้ง

 

3. ท่าถีบ

     กำหมัดทั้งสองข้างตั้งฉากระดับอก แนบแขนชิดลำตัว ตามองตรง จากนั้นงอเข่าเล็กน้อยพร้อมเตะขาไปข้างหน้าให้ปลายเท้าตั้งฉากหรือเท่าที่ทำได้ ทำสลับซ้ายขวา

 

4. ท่าศอกเสย

     ยืนหน้าตรง กำหมัดทั้งสองข้างไว้ใต้คาง เก็บแขนชิดลำตัว จากนั้นก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า เปิดส้นเท้าซ้ายพร้อมยกศอกขวาขึ้น กลับสู่ท่ายืน ทำสลับซ้ายขวา

 

5. ท่าตีเข่า

     กำหมัดทั้งสองข้างตั้งฉากระดับอก แนบแขนชิดลำตัว จากนั้นยกเข่าขวาขึ้นสูง (เท่าที่ทำได้) พร้อม เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย ทำซ้ำอีกข้าง

 

6. ท่าเตะ

     กำหมัดทั้งสองข้างตั้งฉากระดับอก ก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้าพร้อมเตะขาขวาขึ้น หันปลายเท้าชี้มาทางซ้าย บิดตัวเล็กน้อย ทำซ้ำอีกข้าง

 

     เพราะการออกกำลังกายด้วยการชกมวย เป็นการลดน้ำหนักที่เห็นผลจริง เนื่องจากร่างกายเราได้ใช้พลังงานไปอย่างมาก ทำให้ไขมันที่อยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ถูกใช้ไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mgronline

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

มวยคาดเชือกที่ผสมผสานไปด้วยแม่ไม้

มวยคาดเชือกที่ผสมผสานไปด้วยแม่ไม้

เคยดูหนังไทยสมัยก่อนไหมครับ พวกนายทองดี นายขนมต้ม จะมีชุดมวยที่เราเห็นๆกันก็คือ ผ้าขาวม้าแล้วก็มีเชือกคาดถึงศอกเพราะสมัยก่อน ไม่มีนวมไม่มีอะไรเลย เค้าถึงเรียกว่า มวยคาดเชือกไงละ

 

มวยไทย ( Muay thai ) การชกด้วยการคาดเชือกนั้น

 

เมื่อพ้นช่วงจากการทำศึกสงคราม มักจะมีการชกมวยเพื่อความสนุกสนานอยู่เสมอนอกจากนี้ยังมีการเดิมพันด้วยการพนันระหว่างนักมวยที่เก่งกาจจากหมู่บ้านหนึ่งกับนักมวยที่มีฝีมือจากอีกหมู่บ้านหนึ่ง ทำการชกกันในเทศกาลสำคัญๆ หรือในกรณีมีการท้าทายกันเกิดขึ้น   

 

มวยไทย ( Muay thai )  ในสมัยก่อนนั้น ชกกันด้วยมือเปล่าๆ ยังไม่มีการคาดเชือกอย่างสมัยอยุธยาตอนต้น และอยุธยาตอนปลาย การชกกันด้วยการคาดเชือก  คำว่าคาดเชือก คือ เอาเชือกคาดไปถึงข้อศอกแล้วชกกัน   ต่อมาภายหลัง “นวมมวย” ได้เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย การชกในสมัยต่อมาจึงได้สวมนวมชก และการชกยังคง ออกอาวุธเหมือนเดิม คือ ยังใช้หมัด เท้า เข่า และศอก ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

 

เอกลักณ์ของ มวยไทย ( Muay thai ) คาดเชือกสมัยก่อน ต้องมีอะไรบ้าง

 

ศิลปะมวยไทย คือ การผสมผสานการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ซึ่งอาจจะเป็นท่าของการรุก หรือการรับไม้มวยในการต่อสู้ การจะใช้ศิลปะไม้มวยไทยได้อย่างชำนาญ จะต้องผ่านการฝึกเบื้องต้นในการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แต่ละอย่างให้คล่องแคล่วก่อน จากนั้นจึงจะหัดใช้ผสมผสานกันไปทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก และศิลปะการหลบหลีกต่อไป

 

เชิงมวย คือ ท่าทางของการใช้นวอาวุธในการต่อสู้ แบ่งออกเป็นเชิงรุก และเชิงรับซึ่งเชิงมวยนี้ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในศิลปะมวยไทย

 

ไม้เกร็ด คือ เคล็ดลับต่างๆ ที่นำมาปรุงทำให้แม่ไม้และลูกไม้ที่ปฏิบัติมีความพิสดารมากยิ่งขึ้น

 

เพลงมวย หมายถึง การแปรเปลี่ยนพลิกแพลงไม้มวยต่างๆ ต่อเนื่องสลับกันไปอย่างพิสดารและงดงามในระหว่างการต่อสู้ ในอดีตมวยไทยชกกันด้วยมือเปล่า  หรือใช้ด้ายดิบ ที่เรียกว่า คาดเชือก จึงสามารถ ใช้มือในการจับ หัก บิด ทุ่ม คู่ต่อสู้ได้ “นักมวยจึงใช้ชั้นเชิงในการต่อสู้มากกว่าการใช้พละกำลัง  

 

จึงเกิดไม้มวยมากมาย แต่เมื่อมวยไทยได้พัฒนาเป็นกีฬามากขึ้นมีการออกกฎกติกาต่างๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่นักมวย และตัดสินได้ง่าย ไม้มวยที่มีมาแต่อดีตบางไม้จึงไม่สามารถนำมาใช้ในการแข่งขันได้ และบางไม้นักมวยก็ไม่สามารถใช้ได้ถนัดเนื่องจากมีเครื่องป้องกันร่างกายมาก

 

มวยไทย ( Muay thai ) กับ มวยคาดเชือกมีมานานแล้ว หลายๆคนอาจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ หากอยากเรียนมวยไทยจริงๆ ก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลออดเลยนะครับ เราไม่อยากให้ ศิลปะมวยไทย ( Muay thai ) ของเราหายไปและก็ไม่อยากฝห้ใครลืม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก siamsporttalk

สัญชาตญาณนักมวย

สัญชาตญาณนักมวย

คำว่า สัญชาตญาณ คืออยู่เหนือเหตุผลความรู้สึก หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆว่า สถานการณ์ข้างหน้าเรา เราจะรับมืออย่างไรโดยที่เราได้เปรียบ แต่ผลออกมาอย่างไรนั้นดูอีกที่มาดูกันว่าสัญชาตญาณนักมวยจะเป็นอย่างไร

                                                         

มวยไทย ( Muay thai ) ถือว่าเป็นศิลปะแม่ไม้ ที่เราควรรักษาไว้ จริงๆแล้ว ก่อนที่เราจะมี สันชาติตยานที่แข็งแกร่งเราต้องถูก ฝึกด้วยครูมวย ที่ดีก่อน อยากจะมีสันชาติตยานนักมวย ก็ต้องฝึกกันทั้งนั้น องค์ประกอบนักมวย

 

มีเทรนเนอร์ดี สิ่งแรกคือการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ที่เทรนเนอร์จะสอนเบสิคเบื้องต้น ทั้งการเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่งยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

 

สภาพความฟิต มองดูภายนอกคุณอาจเป็นนักกีฬาที่ดูดี แต่หากความฟิตไม่ถึง ทุกอย่างเป็นอันจบ การฝึกซ้อมด้วยการออกกำลังกาย อาทิ กระโดดเชือก วิ่ง ลุก-นั่ง คือแนวทางที่จะทำให้คุณไม่หมดแรงง่ายๆบนเวที

 

ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที นักมวยระดับโลกหลายคน อาทิ มูฮัมหมัด อาลี ,ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ หรือกระทั่งสมรักษ์ คำสิงห์ มีความพิเศษเหล่านี้ ที่นำพาพวกเขาไปสู่ชัยชนะได้

 

พอเราฝึกมวย มาได้สักพักแล้วหากถึงตาที่เราจะต้อง ขึ้นชกแล้วจะต้องงมี สัญชาตญาณอะไรบ้างบนเวทีชก

สัญชาตญาณ การป้องกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักมวยประเภท ‘ไฟท์เตอร์’ เดินหน้าสู้ หรือแนว ‘บ็อกเซอร์’ ที่อาศัยชั้นเชิงเป็นหลัก แต่หากไม่มีการป้องกันตัวที่ดีหรือประมาทเกินไป ก็อาจถูกน็อคได้ง่ายๆ สิ่งสำคัญคือต้องพยามตั้งการ์ดป้องกันให้ได้ตลอดเวลาเมื่ออยู่บนเวที

สัญชาตญาณ ความเร็ว แม้ว่าน้ำหนักหมัดของคุณจะหนักแค่ไหน แต่หากไม่มีความเร็วหรือช้ากว่าคู่แข่งเพียงแค่หนึ่งสเต็ป คุณก็ไม่มีทางที่จะปล่อยหมัดใส่คู่แข่งได้เลย นี่แหละคือความสำคัญที่ต้องเริ่มจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก

น้ำหนักหมัด การมีหมัดที่หนัก และออกหมัดบ่อยๆบางทีก็ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะหากคู่แข่งป้องกันอย่างถูกวิธี นั่นหมายความว่า แต่ละหมัดที่คุณออกไปนั้น คือกำลังที่สูญเสียไป ฉะนั้น การหาจังหวะในการชก คืออีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้คุณเผด็ดศึกคู่ชก เพราะบางทีแค่หมัดเดียวเน้นๆก็เพียงพอแล้ว

สัญชาตญาณลึกๆในใจ จริงอยู่ที่เทรนเนอร์หรือพี่เลี้ยงจะวางแผนให้คุณก่อนขึ้นชก และระหว่างพักยก แต่เมื่อขึ้นออกไปตะบันกับคู่แข่งบนเวที คุณคือคนที่กำหนดทุกอย่าง บางทีอาจไม่มีเวลาคิดด้วยซ้ำ มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณที่หากมาถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถพาคุณไปสู่ชัยชนะได้เช่นกัน

หากใครที่สนใจ ยิมมวยหรือ อยากฝึกมวยไทย ให้เราเปิดประสบการณ์ของคุณนะครับ การเป็นนักมวยหรืออยากลองฝึกมวยไทย ในยุคปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อนนะครับ เราสามารถฝึกให้ได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

รีดน้ำหนักเร่งด่วนแบบนักมวยถูกวิธี

มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

     การจะเปลี่ยนหน้าท้องที่มีพุง ให้เป็นเหมือนแผ่นเหล็กนั้น ช่างยากยิ่งนัก เหตุใดส่วนที่ดูบอบบางของร่างกายอย่าง “หน้าท้อง” ถึงสามารถรับแรงกระแทกขนาดนั้นได้ ต้องไปตามกันแล้วว่าเปลี่ยนได้ไหม

 

     มวยไทย ได้รับการยอมรับว่าเป็น ศิลปะการต่อสู้แบบยืนสู้ที่ดีสุดในโลก ด้วย รูปแบบการต่อสู้ที่สนุก เร้าใจ ใช้อาวุธได้ทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอก แถมยังสามารถแพ้ชนะกันได้ทุกนาที

 

     ช่วงลำตัวของนักมวย จึงกลายเป็นเป้าขนาดใหญ่ที่ นักสู้บนสังเวียน ต่างฝ่ายต่างพยายามหาเหลี่ยม โจมตีอาวุธ ใส่กัน เพื่อคว้าชัยในการชก นั่นทำให้ กล้ามเนื้อท้องของนักมวยไทย กับนักกีฬาประเภทอื่น มีความแตกต่างกัน

 

เตรียมพร้อมรับแรงกระแทก

     กล้ามท้อง จัดเป็นส่วนที่สำคัญในร่างกายนักชกมวยไทย เพราะนี่คือจุดปราการด่านหน้า ที่มีอวัยวะสำคัญอย่าง กระเพาะอาหาร, ตับ, ไต, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่ อยู่ด้านใน

 

     นอกจากนี้ กล้ามท้อง ยังสัมพันธ์กับระบบหายใจ รวมถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย และการทรงตัว อีกทั้ง  บริเวณท้อง ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ในกีฬามวยไทย ที่ต้องรับแรงกระแทก จากพลังหมัด, ลูกเตะ, ลูกถีบ รวมถึงการแทงเข่า เสียบเข่า

 

     ยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่มวยไทยอาชีพประเภท “เข่าแข็งแรง” คลุกตีวงในเก่ง จะมีโอกาสชนะมากกว่า มวยฝีมือ ที่รอดักจังหวะเตะ ต่อย นั่นทำให้ นักมวยไทย เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องโดนปะทะตรงส่วนท้องมากขึ้น

 

เปลี่ยนหน้าท้องเป็นแผ่นเหล็ก

     “การเทรนกล้ามท้องของนักมวยไทย กับ นักเพาะกาย มีความแตกต่างกัน อย่าง นักเพาะกาย จะเน้นไปที่การสร้างโทนท้องให้มีความสวยงาม เห็นกล้ามเนื้อ เส้นเลือดชัดเจน แต่มวยไทย กล้ามเนื้อจะเป็นลักษณะก้อนๆ ซึ่งเกิดจากการถูกต่อย และการเกร็งกล้ามท้องโดยไม่รู้ตัว”

 

     “รูปแบบการเทรนไม่มีอะไรซับซ้อน ใช้การซิท อัพ และเสริมด้วยการ ตีท้อง ทุบท้อง เพื่อให้นักมวยได้ฝึกการเกร็ง การฝึกแบบนี้ช่วยให้เวลาเขาขึ้นไปเวที กล้ามเนื้อจะมีการเกร็งอย่างเป็นธรรมชาติ หายใจได้อย่างเป็นระบบ ถูกวิธี”

 

      โดยทั่วไป นักมวยไทย จะมีการฝึกซ้อมเป็นประจำอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน นอกเหนือจากการฝึก โดยใช้เป้าตีท้อง หรือกำปั้นต่อยท้อง เพื่อให้ กล้ามท้อง ทนทานต่อการรับแรงกระแทก

 

     การฝึกกล้ามท้อง ก็อยู่ในแทบทุกกระบวนการฝึก ตั้งแต่การซิท อัพ, การหมุนตัว (Oblique Twists) การกระโดดเชือก (Skipping Rope) ไปจนถึงการฝึก ตีเข่า, ฝึกเตะ, ฝึกหลบ, ชกเป้า ที่ต่างช่วยเสริมสร้างให้ บริเวณหน้าท้องและด้านข้างแข็งแรง รวมถึงยังทำให้ บาลานซ์ร่างกายและการเคลื่อนไหวดีขึ้นอีกด้วย

 

     เพราะในมวยไทยอาชีพ “การออกอาวุธ” อาจช่วยให้คุณชนะ แต่การมี “ร่างกายแข็งแรง” จะช่วยให้คุณไม่แพ้ อยากมีกล้ามหน้าท้องคล้ายแผ่นเหล็ก ลองมาออกอาวุธ ด้วย หมัด ไปกับ เจริญทองมวยไทยยิม กัน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

- ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

- หุ่นสวยด้วยมวยไทย เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

รีดน้ำหนักเร่งด่วนแบบนักมวยถูกวิธี

รีดน้ำหนักเร่งด่วนแบบนักมวยถูกวิธี

เคยสังเกตไหมว่า เราเห็นนักมวยวัดน้ำหนักกัน น้ำหนักก็ต้องเท่านี้ เท่าๆ กันเพื่อให้ความได้เปรียบจริงๆแล้วเค้ามีวิธีการรีดน้ำหนักอยู่ วันนี้เราจะมาสอนการรีดน้ำหนักแบบถูกวิธีกันนะครับ สามารถใช้ลดความอ้วนได้

 

เริ่มที่การออกกำลังกายอย่าง

 

ต่อเนื่อง  ให้ได้อย่างน้อย 45 – 60 นาทีต่อวัน สามารถที่จะเลือกการออกกำลังกายหลายๆแบบได้ไม่ ซ้ำซิทอัพ  หรือวิ่ง 10 กิโลเมตร กระโดดเชือกในตอนเช้า ต่อยกระสอบทรายหรือล่อเป้าอย่างน้อย 3 ยกอย่างต่อเนื่องในช่วงเย็น

 

อาหารที่กินต้องควบคุม

 

หลักสำคัญที่จะช่วยลดน้ำนักอย่างได้ผลเร็วและเห็นผลที่สุด แค่คุณลดการรับประทานอาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง หรือเส้นต่างๆ เพราะแป้งเหล่านั้นเป็นตัวการที่จะเพิ่มน้ำหนักอย่างดีเลย นอกจากนี้อาหารประเภทของทอดด้วยน้ำมันทั้งหลาย จะทำให้การออกกำลังกายนั้นเห็นผลช้ากว่าที่เราต้องการหรืออาจจะไม่เห็นผลเลยหากทานในประมาณที่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมด 

 

คาร์ดิโอแบบหนักหน่วง

 

หากจะเริ่มออกกำลังกายให้ฟิตแบบนักมวย ควรต้องเริ่มจากการคาร์ดิโอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ซึ่งการคาร์ดิโอนี้ทำได้ตั้งแต่การ ซิทอัพ / วิ่ง / กระโดดเชือก ซึ่งไม่ใช่การกระโดดเชือกแบบทั่วๆ ไปแต่เป็นการฝึกที่มีรูปแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การดึงข้อ, การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน, การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่างๆ

 

 สร้างขีดจำกัดเพิ่มขึ้นให้กับตัวเอง 

 

ในที่จะลดน้ำหนักแบบนักมวยนั้นจะต้องมีการเพิ่มจำนวนยกในการล่อเป้า จำนวนครั้งในการซ้อมกระสอบทราย หรือจำนวนรอบในการวิ่ง เพื่อเพิ่มอัตราที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และยังสามารถดึงเอาพลังงานมาเผาผลาญได้สูงขึ้นอีกด้วย

 

ใส่ชุดรีดน้ำหนัก

 

การใส่ชุดรีดน้ำหนัก ทุกๆเช้าบ้างวันผมเห็นคนใส่ชุดรีดน้ำหนัก เพราะการใส่ชุดรีดน้ำหนัก ลดได้จริงๆ เหงื่อที่ไหลออกมาเยอะมาก เพราะฉะนั้นการใส่ชุดรีด ถือว่าเป็นการรีดน้ำหนัก แบบเร่งด่วนของจริง

 

ห้ามลืมการพักผ่อน

 

เมื่อเราออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงแล้วในการพักผ่อนถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และควรที่จะพักผ่อนให้ได้  7 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายของเรานั้นจะมีการปรับสมดุลในขณะที่เราหลับ และปฏิบัติตามตารางในการลดน้ำหนักแบบนักมวยให้เข้ากับชีวิตประจำวัน อย่าหักโหมจนเกินไปและออกกำลังกายหนักจนเกินไปเพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนล้าจนไม่สามารถลดน้ำหนักแบบนักมวยต่อได้และจะมีผลกระทบมากกว่าผลดี

 

ทั้งนี้การลดน้ำหนักแบบนี้ถือว่าทุกคนต้องศึกษาขีดจำกัดของตัวเองก่อนอย่างแรก เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเอง เพราะ มวยไทย ( Muay thai ) ไม่ใช่แค่การชกต่อย

 

หากใครอยากเรียนมวยไทยที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เป็นค่ายมวยที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งให้คุณได้มาลองเรียนรู้กับเทรนเนอร์ได้นะ ใครสนใจสามารถสอบถามเข้ามาได้นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

มวยไทยกับลูกเตะ

มวยไทย ช่วยฝึกอะไรคุณได้บ้าง?

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

คงไม่มีกีฬาชนิดไหนจะน่ากลัวไปกว่า กีฬามวยไทยแล้วในตอนนี้ เพราะด้วยความอันตรายของการออกอาวุธที่สามารถหลั่งเลือดได้ทุกชิ้นนั้น ถือว่า กีฬามวยไทย เป็นกีฬาออกอาวุธ ที่นับว่าอันตรายที่สุด ชนิดหนึ่ง

 

     กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่คนทั่วไปรู้จักในเรื่องของความแข็งแรงและความดุดัน แต่แท้จริงแล้ว มวยไทย มีอะไรมากกว่าที่คิดมากนัก การเรียนมวยไทย ไม่ได้เพียงช่วยเพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย แต่ยังเป็นการเพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจด้วย

 

     มวยไทย คือศิลปะการต่อสู้ออกอาวุธที่อันตรายที่สุด เพราะมีครบเครื่องทั้งเชิงรุก, รับ และตอบโต้ สุดอันตราย

 

ศิลปะการตอบโต้

     ศิลปะการตอบโต้ คือ การใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่

 

- ถอยแล้วตอบโต้ คือ การถอยให้พ้นระยะไม้มวยที่จู่โจมมา แล้วจึงใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

- การหลบหลีกแล้วตอบโต้ คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ เช่น การก้มตัว การเอนตัว การย่อขา การเคลื่อนไหว

- การชิงทำแล้วตอบโต้ คือ การใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ที่ใช้ไม้รุกมายังเรา โดยให้ไม้มวยของเราออกไปให้ถึงเป้าหมายก่อน

- การปิดป้องแล้วตอบโต้ คือ การใช้ส่วนต่างๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปิดป้องเป้าหมายที่คู่ต่อสู้จะจู่โจม ซึ่งส่วนมากเป็นบริเวณจุดอ่อนของร่างกาย เช่น ปลายคาง, ใบหน้า, คอ, หน้าอก, ลำตัว, ลิ้นปี่, ท้อง, ขาพับ,  การใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายปิดป้องคู่ต่อสู้

- การปัดให้เบี่ยงเบนออกไปจากไม้มวยของคู่ต่อสู้ คือ การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

- การทำให้ล้มในมวยไทย มีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกา โดยใช้วิธีการบังเกาะจับ หรือทุ่มด้วยสะโพก

 

ศิลปะไม้รุก

     ไม้รุก คือ หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่างๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไป ไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง, การเตะเฉียง, เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้

 

     ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข โดยทั่วไป ไม้รุก มีตั้งแต่จังหวะเดียวขึ้นไป จนไม่จำกัดจำนวน แต่นิยมใช้และได้ผลดี รวมไปถึงการฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

 

ศิลปะไม้รับ

     ไม้รับ คือ หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย, แก้การเตะ, แก้การถีบ, แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริงๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ, เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่า

 

     ความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้, การหลบหลีก, การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

 

     และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

- ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

ระเบียบและกติกาการแข่งขันของมวยไทย

ระเบียบและกติกาการแข่งขันของมวยไทย

     สำหรับกีฬาแต่ละประเภทนั้น มีกติกาและระเบียบที่แตกต่างกันไป อย่างกีฬาอย่าง มวยไทย (Muay Thai)  ก็มีกติกาสำหรับใช้บนสังเวียนเช่นกัน กติกาและระดบียบจะยุ่งยากแค่ไหน และต้องปฏิบัติยังไง ไปอ่านรายละเอียดกันค่ะ

 

เครื่องแต่งกาย

การแต่งกายของนักมวย

1. สวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนเข่าให้เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อ และรองเท้า นักมวยมุมแดงใช้กางเกง สีแดง สีชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาว นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน สีกรมท่า หรือสีดำ

2. ต้องสวมกระจับหรือเครื่องป้องกันที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงคลุมอวัยวะเพศ สามารถป้องกันอันตรายจากเข่า หรืออวัยวะอื่นโดยผูกปมเชือกไว้ด้านหลังด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

3. ไม่ไว้ผมยาวรุงรัง และไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีปาก

4.  เล็บมือและเล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น

5. ให้ใช้สนับรัดข้อเท้าได้ข้างละ ๑ อัน ห้ามเลื่อนขึ้นไปเป็นสนับแข้ง พับหรือม้วนลงมา ห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

 

ผ้าพันมือ

1. ในการแข่งขันนักมวย (Muay Thai) ต้องพันมือด้วยผ้าพันมืออย่างอ่อน ยาวข้างละไม่เกิน ๖ เมตร กว้างไม่เกิน ๕ เซนติเมตร

2. ในการแข่งขันนักมวยอาจ ใช้พลาสเตอร์ หรือแถบกาวยาง ยาวข้างละไม่เกิน ๒.๕ เมตร กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ปิดทับข้อมือ หรือหลังมือห้ามพันทับสันหมัดโดยเด็ดขาด

3. ในการแข่งขันนักมวยต้องใช้ผ้าพันมือที่นายสนามมวย หรือผู้จัดรายการแข่งขันมวย (Muay Thai) จัดไว้เท่านั้น ห้ามใช้ผ้าพันมืออื่นนอกเหนือจากที่จัดไว้โดยเด็ดขาด

4. การพันมือต้องได้รับการตรวจและประทับตราจากเจ้าหน้าที่เพื่อรับรองว่าเป็นไปตามข้อกำหนดแล้วจึงให้สวมนวมได้

 

การตัดสิน

1. ชนะโดยคะแนน เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน นักมวยที่ได้รับคะแนนโดยเสียงข้างมากของผู้ให้คะแนนเป็นผู้ชนะ

2. ชนะโดยน็อคเอาท์ ถ้านักมวย” ล้ม” และไม่สามารถชกต่อไปได้ภายใน ๑๐ วินาที ให้นักมวยฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ชนะโดยน็อคเอาท์

3. ชนะโดยเทคนิเกิลน็อคเอาท์

4. เมื่อนักมวยฝ่ายหนึ่งมีฝีมือเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งมากหรือกระทำอยู่ฝ่ายเดียว จนคู่แข่งขันอาจจะเป็นอันตราย

5.  นักมวยฝ่ายหนึ่งไม่สามารถที่จะแข่งขันต่อไปได้ทันที ภายหลังที่ได้หยุดพักระหว่างยก

6.  เมื่อนักมวยฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้

7. นักมวยฝ่ายหนึ่งถูกนับเกิน ๒ ครั้งในยกเดียวกัน หรือเกิน ๔ ครั้งตลอดการแข่งขัน

 

     ทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะ ว่ากฎระเบียบและกติกาของการแข่งขันมวยไทย (Muay Thai) ที่ถูกต้องและเป็นระเบียบเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าคุณทราบแล้วก็จะเข้าใจมวยไทยขึ้นอย่างเท่าตัว หากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย (Muay Thai) หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุดได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก peace201

 

บทความเพิ่มเติม

- ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

- กติกานวมก็มีด้วยหรอ

- ทำไมต้องเรียนต่อยมวย กับ ครูที่มีประสบการณ์?

กติกานวมก็มีด้วยหรอ

กติกานวมก็มีด้วยหรอ

มวยไทย ( Muay Thai ) ของที่คู่กันในปัจจุบันคือ นวมมวยการพัฒนากติกาเริ่มมีมากขึ้นโดยเน้นไปที่ตรวจที่ร่างกาย และนวมมวยที่ต้องขึ้นชก วันนี้กติกาตรวจนวมมวยไทยจะเป็นอย่างไรและให้ความรู้เรามากน้อยแค่ไหนมาดู

 

นวมมวยไทย คืออุปกรณ์กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างหนึ่งที่นักมวยต้องสวมไว้กับมือขณะกำหมัด เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บขณะชก ทำหน้าที่เป็นเบาะกระจายพลังของหมัดในขณะชกมวยและยังช่วยป้องกันอาการกระดูกฝ่ามือร้าวหรือหัก เพื่อเป็นการปกป้องนักกีฬาทั้งสองฝ่าย

 

คุณสมบัติของนวมมวย

 

นวมที่ใช้ในการแข่งขัน ผู้แข่งขันต้องใช้นวมที่ได้รับการรับรองจากสภามวยไทยโลก ซึ่งคณะกรรมการจัดการแข่งขันจัดไว้ให้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขัน ใช้นวมของตัวเอง

 

รายละเอียดของนวม นักมวยตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นน้ำหนัก 122 ปอนด์ ใช้นวมขนาด 8 ออนซ์ ( กรัม) นักมวยรุ่นสูงกว่า 122 ปอนด์ ถึงรุ่นน้ำหนัก 147 ปอนด์ ใช้นวมขนาด 10 ออนซ์ (284 กรัม)

ส่วนที่เป็นหนังต้องหนักไม่เกินครึ่งหนึ่งของน้ำหนักนวมทั้งขนาดและไส้นวมต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของน้ำหนัก นวมทั้งหมด ไส้นวมต้องไม่เปลี่ยนรูปหรือถูกบดขยี้ให้กระจายไปจากรูปเดิม  ต้องผูกเชือกนวมให้ปมเชือกอยู่ด้านนอกหลังข้อมือของนวม ให้ใช้นวมที่สะอาด

การตรวจผ้าพันมือและการสวมนวม ทั้งนวมและผ้าพันมือจะต้องเหมาะสม อยู่ภายใต้การตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตรวจนวม เจ้าหน้าที่จะต้องคอยดูแลเพื่อให้แน่ใจว่า นักมวยปฏิบัติถูกต้องตามกติกามวยไทยทุกอย่าง จนกระทั่งนักมวยขึ้นสู่เวที

 

นวมมวย เป็นสิ่งที่เราต้องตรวจอย่างเข้ามงวด เพราะอาจจะเกิดการโกงขึ้นได้ ใช้น้ำหนักมวยไม่สมดุลต่อ นักมวย หรือ สามารถ ซ่อนอะไรอยู่ในมววยทำให้รู้สึกว่าไม่ได้เล่นในกติกา ของ มวยไทย ( Muay Thai ) จริงๆ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับกติกาและ การตรวจที่เข้มงวดแบบนี้จะส่งผลให้ ผลมวย และนักมวย ชกกันได้อย่าง สมศักดิ์ศรี

 

สมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จะเป็นผุ้กำหนดรายละเอียดของนวมให้แก่โรงงานที่ผลิตนวม ผู้ผลิตนวมรายใดที่ประสงค์จะได้รับการรับรองนวม 10 และ 12 ออนซ์

 

จากสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จะต้องส่งตัวอย่างนวมให้คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ให้รับรอง จากนั้นผุ้ผลิตจะได้รับตรารับรองอย่างเป็นทางการเพื่อนำไปติดที่นวมแต่ละข้างซึ่งผลิตขึ้นสำหรับใช้แข่งขันมวยไทยสมัครเล่นต่อไป

 

เป็นไงกันบ้างครับ กติกา นวมก็มีด้วย สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) นวมเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก พอๆกับการใส่กระจับของนักมวยเลย เพราะอาวุธที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือ หมัด ที่จะต้องปล่อยออกไปใส่คู่ต่อสู้ หากเรามีนวมที่ไม่ดี หรือมีนวมที่ไม่ผ่านกติกา ก็ไม่สามารถแข่งขันได้นั่นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

ทำไมต้องเรียนต่อยมวย กับ ครูที่มีประสบการณ์ ?

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  siamsporttalk

ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

การออกอาวุธของ มวยไทย (Muay Thai) ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก อย่างสุดแรง หรือแม้แต่การบิดตัวระหว่างชกอย่างถูกวิธี ล้วนแต่เป็นการเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยม

 

มวยไทย (Muay Thai) สวยสังหารความอ้วน เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ผู้หญิงกับ มวยไทย (Muay Thai) อาจเป็นเรื่องห่างไกลและจัดเข้าพวกกันลําบาก แต่สําหรับยุคสมัยนี้ ศิลปะแม่ไม้มวยไทยกําลังกลายเป็นกีฬา สวย สู้ ฟัด ที่บรรดาสาวน้อย สาวใหญ่หลากหลายสาขาอาชีพพากันติดอกติดใจ

 

ภาพลักษณ์ของ มวยไทย (Muay Thai) ในสมัยก่อนถูกมองว่าเป็นกีฬาที่ดุดัน เจ็บตัว และใช้กําลัง แต่ปัจจุบันหลายๆ คนโดยเฉพาะผู้หญิงตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทํางาน ที่มีใจรักสุขภาพนิยมหันมาออกกําลังกายด้วยมวยไทย (Muay Thai) กันมากขึ้น เพราะช่วยให้รูปร่างเฟิร์มกระชับ สรีระร่างกายดูดีขึ้น และลดน้ำหนักได้รวดเร็วกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ

 

นอกจากการชกมวยจะช่วยลดน้ำหนักและกระชับหุ่นสวยแล้ว ยังให้ประโยชน์หลายๆ ด้าน เช่น ด้านจิตใจ ทําให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น มีความสุขุมรอบคอบ มีความอดทน มีความกล้าหาญ มีความมั่นใจในตัวเอง ด้านความคิด ทําให้มีไหวพริบดีขึ้น รวมทั้งเป็นศิลปะป้องกันตัวและยังได้ อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกด้วย

 

กระบวนท่าเด็ดช่วยฟิตแอนด์เฟิร์ม

 

การฝึก มวยไทย (Muay Thai) เพียงแค่วันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง สามารถเผาผลาญพลังงานได้กว่า 1,000 กิโลแคลอรี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่นๆ แล้ว มวยไทย (Muay Thai) ถือว่าเผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด

 

กระบวนท่าเด็ดที่ช่วยเนรมิตรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม

 

ท่าปล่อยหมัดตรง ช่วยกระชับต้นแขน ลดไขมันบริเวณท้องแขน และบริหารกล้ามเนื้อ

 

ท่าฮุค ต้องใช้การบิดลําตัวซ้าย-ขวาช่วยเล็กน้อย จึงช่วยกระชับสัดส่วนช่วงลําตัว ทําให้รูปร่างเพรียวขึ้น

 

ท่าอัปเปอร์คัต เป็นการใช้หมัดต่อยขึ้นข้างบนตรงๆ จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้าจากการพับแขนและสร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่จากการยกแขน

 

ท่าเตะ การออกแรงเตะให้มากและรวดเร็วจะช่วยสลายไขมัน ทําให้ขาเล็กลงและกระชับยิ่งขึ้น

 

ต้องฝึกย่างไรให้เห็นผล

 

การฝึก มวยไทย (Muay Thai) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งช่วยเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ พร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพียงแค่ 10 ครั้ง หุ่นคุณก็จะเฟิร์มขึ้น จนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

นอกจากนี้ เวลาที่คุณออกแรงเตะ, ต่อย ครูฝึกจะสอนให้เปล่งเสียงออกมาเต็มที่ ซึ่งตรงนี้ นอกจากจะช่วยเรื่องระบบการหายใจแล้ว ยังจะทำให้คุณได้ปลดปล่อยความเครียดได้อีกด้วย

 

เพราะเหตุนี้ มวยไทย (Muay Thai) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะกำจัดไขมัน หรือลดความอ้วน เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย (Muay Thai) หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุดได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

คุณค่าของการเรียน มวยไทย

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

อาวุธในศิลปะแม่ไม้มวยไทย มีหลากหลายอาวุธยิ่งนัก หนึ่งในอาวุธที่อันตรายและน่ากลัวที่สุด ไม่ต่างจาก ศอก นั่นก็คือ เข่า ซึ่งหากใครได้โดนตีเข่าเข้าไปแล้วล่ะก็ รับรองว่าต้องมีอาการหน้าเขียวหรือจุกกันไปบ้าง

 

ศิลปะการตีเข่า

     การตีเข่า เป็นอาวุธมวยไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรง เมื่อเราพับเข่ามารวมเข้ากับขาส่วนล่าง ซึ่งมีกล้ามเนื้อน่องอยู่นั้น จะทำให้เข่าที่ตีออกไป มีความรุนแรง แต่เนื่องจากเข่าเป็นอาวุธสั้น จึงเป็นดั่งมีดพกชนิดร้ายแรง ที่สามารถใช้ได้ในระยะประชิด การตีเข่าให้เหยียดปลายเท้าตรง ขางอพับเฉียงออกด้านนอกเล็กน้อย มีแรงส่งจากสะโพก เอว สู่เข่า เมื่อปะทะเป้าหมายให้เน้นที่ปลายเข่า ซึ่งการตีเข่า จะมีการแบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ

 

     เข่าตรง หมายถึง การใช้เข่าเคลื่อนที่จากจุดเริ่มต้นไปกระทบเป้าหมายเป็นแนวตรงหรือวิถีทางตรงหรือล้ำไปข้างหน้า โดยมีแรงส่งจากสะโพก เอว ไปยังปลายเข่า เป้าหมายที่หน้าท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, ใบหน้า เป็นต้น เข่าตรงมี 2 ลักษณะ คือ เข่าตรงตีนำ หรือเข่าหน้า หมายถึงการตีเข่าที่อยู่ด้านหน้าในขณะที่ยืนท่าคุมมวย การตีเข่าด้วยเข่าซ้ายหรือเข่าหน้า เรียกว่าเข่าตรงตีน อีกลักษณะคือ เข่าตรงตีตามหรือเข่าหลัง หมายถึง การตีเข่าตรงที่อยู่ด้านหลังหรือเข่าที่ถนัด ในขณะที่ตั้งท่าจดมวย การตีด้วยเข่าที่อยู่ด้านหลัง เรียกว่า เข่าตรงตีตาม หรือเข่าตรงหลัง

 

     เข่าเฉียง หมายถึง การตีเข่าที่มีวิถีเฉียงขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่เข่าอยู่ไปจนถึงเป้าหมาย ถ้าตีเข่าซ้ายจะตีเข่าลักษณะเฉียงมากระทบเป้าหมาย ลำตัวเอนไปด้านหลังเล็กน้อย มีแรงส่งจากสะโพก เอว สู่ปลายเข่า เป้าหมายอยู่ที่ท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, ใบหน้า ถ้าตีเข่าเฉียงขวาจะตีเข่าในลักษณะเดียวกันกับการตีเข่าเฉียงซ้าย

 

     เข่าโค้ง หมายถึง การตีเข่าในวิถีโค้งตีเข่าจากบนลงล่างปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดตรงกับขาและเข่า

 

     เข่าตัด เป็นเข่าที่มีทิศทางการตีเข่าผ่านจากขวาไปซ้าย หรือซ้ายไปขวา ขนานกับพื้น ปลายเท้าเหยียดตรงงอขาเล็กน้อย มีแรงส่งจากสะโพก เมื่อส่วนของหัวเข่าปะทะเป้าหมาย เข่า ขา และปลายเท้าเป็นเส้นตรงขนานกับพื้น

 

ศิลปะการกอดปล้ำตีเข่า

     ในการแข่งขันชกมวยไทยสมัยปัจจุบันนี้ การกอดปล้ำตีเข่า มีความสำคัญมาก เพราะ เข่า เป็นไม้มวยที่แข็งแรง และไม่มีเครื่องป้องกัน เมื่อปะทะเป้าหมาย ย่อมเกิดอันตราย ทำให้คู่ต่อสู้เกิดการบาดเจ็บได้  ดังนั้น ผู้ที่มีความแข็งแรง ทนทาน ย่อมจะได้เปรียบคู่ต่อสู้ ประการสำคัญ ผู้ที่มีกลวิธีและทักษะในการปล้ำหลายๆแบบ ย่อมได้เปรียบ นักมวยที่ดี และอยากพัฒนาความสามารถตนเอง จึงควรจะได้ศึกษาและฝึกฝนกลวิธีในการปล้ำแบบต่างๆ อย่างมากถึงมากที่สุด

 

     การตีเข่า ถือว่าเป็นอาวุธที่อันตรายและทรงพลังอาวุธหนึ่งของ มวยไทย ที่น่าภาคภูมิใจ และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียน มวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก khundon

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- คุณค่าของการเรียน มวยไทย

- ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

ทำไมต้องเรียนต่อยมวย กับ ครูที่มีประสบการณ์ ?

ทำไมต้องเรียนต่อยมวย กับ ครูที่มีประสบการณ์ ?

ลองหันมาฝึก ต่อย มวยไทย (Muay Thai) บ้างไหม? ขอแอบบอกว่า calories ที่เบิร์นได้นี่อาจเยอะกว่ากิจกรรมที่หลายๆ คนทำอยู่เป็นเท่าตัว แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้อะไรบ้าง

 

1. สิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรกคือความปลอดภัย

ก็จริง ที่ยุคนี้ใครก็เข้า internet หาตัวอย่างการออกกำลัง ง่ายแสนง่าย .. แต่พูดตรงๆ เลยว่า ข้อมูลจากการ search ส่วนใหญ่จะปรับใช้ได้ดีกับการออกกำลังกายพื้นฐาน เพราะทำตามง่าย แต่ การต่อย มวยไทย(Muay Thai)  ซึ่งมีศิลปะที่มีคว