บทความ


ถุงถ่วงน้ำหนัก สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )

ถุงถ่วงน้ำหนัก สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ คนไหนที่เคยเห็น นักมวย ไม่ว่าจะเป็นกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล ที่เวลาฝึกกันมักจะใส่ ถุงถ่วงน้ำหนัก กันบ้างไหมคะ แล้ว เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่า ถุงถ่วงน้ำหนัก สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น มีประโยชน์อย่างไร

 

การออกกำลังกายนั้น มีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงวิธีออกกำลังกาย ที่สามารถทำที่บ้าน และ ทำได้บ่อย ๆ ด้วยการใช้พื้นที่ ภายในบ้านไม่มากนัก นอกเหนือจาก เครื่องออกกำลังกายต่าง ๆ ที่ใช้ตามฟิตเนต หลากหลายชนิดแล้ว ยังมีวิธีออกกำลังกายด้วย ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) ซึ่งควรศึกษา และ ทำความเข้าใจ กับท่าการออกกำลังกายให้ถูกต้อง จึงจะได้ประโยชน์ กับร่างกายอย่างแท้จริง

 

 

1. เพิ่มกำลังให้กับร่างกาย

การใส่ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) จะทำให้ร่างกายหนักขึ้น หรือ หากใส่เป็นส่วน ๆ ก็จะหนักเป็นส่วน ๆ ไป เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ที่นักมวยสามารถ ต่อยได้ให้ครบกำหนด เพราะหากเราจะต่อย ให้หนักขึ้น และสามารถรู้สึกได้เลยหลังถอด ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) แล้วลองต่อยกระสอบทรายอีกครั้ง จะเห็นผลทันทีว่า เราสามารถต่อยได้เร็วขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

 

2. เพิ่มความเร็วในการปล่อยอาวุธ แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai )

แน่นอนเราคงเคยเห็น ในการ์ตูน ที่ฝึกวิชาแล้วมี ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) เพื่อให้ร่างกายนั้นแล้วขึ้น อยากจะบอกว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะ เวลาเรารับอะไรหนัก ๆ แล้ว พอปล่อย หรือ ถอดออก จะทำให้ร่างกายเบา และ รู้สึกได้เลยว่า อาวุธที่ปล่อยออกไป นั้น แรง เร็ว ไว ขึ้นมาก

 

3. เพิ่มความแรงของอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai )

ความแรง จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่เราถ่วง ว่าเราถ่วง มากน้อยแค่ไหน มวยไทย ( Muay Thai ) เค้าฝึกแบบนี้จริง ๆ หน้าอยากจะให้อาวุธของเราแรงขึ้น ก็ยิ่งถ่วงเยอะ แต่จะเสียพลังงาน มากพอสมควร

 

4. ฝึกร่างกาย

หากเราอยากจะวิ่ง เพื่อให้ถ่วงน้ำหนักจริง ๆ เราถ่วงไปที่ข้อเท้า และ วิ่งในระยะทางที่กำหนด จะสังเกตได้ว่าหนักมวยที่วิ่ง แล้วใส่ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ลดน้ำหนักเร็วขึ้น อึดขึ้น สามารถชกมวยได้นานขึ้น และ สร้างกล้ามเนื้อได้ดีมาก

 

5. ฝึกความรวดเร็ว

มวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องถ่วงน้ำหนัก ไปที่ข้อเท้า กระโดดเพื่อทำฟุตเวิรค์ เพื่อหาจังหวะการปล่อยอาวุธ เพราะฉะนั้นแล้ว ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) สามารถทำให้กระโดดได้เร็ว สูง และ กระโดดฟุตเวิรค์ ได้อย่างไม่เหนื่อยอีกด้วย

 

 

ข้อควรระวังในการใช้ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band )

การใช้ถุงถ่วงน้ำหนักก็ดี หรือ ชุดถ่วงก็ดี ต้องระวัง ถึงเรื่องกระดูก เพราะอาจจะทำให้ กระดูกเคลื่อนได้ และ หากเราถ่วงไปแล้วออกกำลังกาย ไม่รู้ลิมิตของตัวเอง ก็อาจจะทำให้เกิดอันตราย ต่อร่างกายได้ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) เป็นผลดี ในเรื่องของการ เพิ่มความเร็ว เพิ่มความแรง ดังนั้น ต้องศึกษาให้ดีที่สุด นะคะ

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ถุงถ่วงน้ำหนัก ( Weight Band ) สำหรับ นักกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

 

3 ท่ามวยไทยสลายไขมัน

3 ท่ามวยไทยสลายไขมัน

สำหรับการออกกำลัง ที่ช่วยในการเบิร์นไขมันได้ดี ก็คงจะหนีไม่พ้น กีฬายอดฮิตอย่าง กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่เรากต่างรู้ดี ว่าเป็นกีฬา ที่ช่วยเบิร์นไขมัน ในร่างกายของเรา ได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับใครที่ไปออกกำลังกาย แล้วรู้สึกว่า การออกกำลังกาย ที่เป็นอยู่นั้น ซ้ำซาก น่าเบื่อ ทำให้การออกกำละงกาย ไม่สนุกอีกต่อไป และ รู้สึกว่า การออกกำลังกาย ที่ทำอยู่นั้น รู้สึกว่า ไขมันไม่ลด น้ำหนักไม่ลง เราอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาลองดูใหม่ กับการออกกำลังกาย ที่ชื่อว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ที่จะทำให้การออกกำลังกาย สนุกขึ้น ไม่น่าเบื่อ ไม่ซ้ำจำเจ อีกทั้ง มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬาที่ เบิร์นไขมันในร่างกาย ของเราได้เป็นอย่างดี และ ยังเป็นการพิสูจน์ ว่ามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ทำให้น้ำหนักของเรา ลดจริงไหม เพื่อน ๆ ที่อยากเริ่มฝึก จะมีท่าไหนบ้าง ไปดูกัน

 

1. ท่าซิทอัพ ( Sit Up )

มาเริ่มกันที่ท่าแรก กับท่าซิทอัพ ( Sit Up ) ท่านี้ เป็นการผสมผสาน ระหว่าง การออกกำลังกายพื้นฐาน ที่ทุกคนคุ้นเคย กันเป็นอย่างดี ที่เป็นการซิทอัพ ( Sit Up ) และ ผสมกับบการออกหมัด 1 – 2 ครั้ง ท่านี้ก็เป็นท่าที่ง่าย ไม่ว่าใคร ก็สามารถทำได้ โดยท่านี้ เริ่มต้นจาก การนอนราบลงกับพื้น ทำท่าเหมือนกับ การซิท ( Sit Up )อัพทุกอย่างเลย แต่ในขณะ ที่ลุกขึ้นมาจะต่างจาก การซิทอัท  ( Sit Up )ตรงที่ท่าซิทอัพ ( Sit Up ) จะต้องปล่อยหมัดออกไป โดยการที่เรา ต้องออกหมัด ซ้าย ขวา สลับกัน อย่างรวดเร็ว ที่ก่อนที่ จะเอนตัวลงนอนราบ กลับสู่ท่าเดิม การท่าซิทอัพ ( Sit Up ) จะทำประมาณ 15 ครั้ง ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

 

2. ลุกนั่ง และ อัปเปอร์คัท

โดยท่า เป็นท่าที่สาว ๆ และ หนุ่ม ๆ หลายคน คุ้นเคยกันดี เพราะท่านี้ เรียกได้ว่า เป็นท่าปราบเซียน ของการออกกำลังกาย โดยความสำคัญ ของลุกนั่ง และ อัปเปอร์คัท จะโฟกัสไปที่ การชกจากล่างขึ้นบน เพื่อเป็นการโจมตี คู่ต่อสู้ โดยลุกนั่ง และ อัปเปอร์คัท เริ่มต้นจากการที่วางขา ให้กว้างกับหัวไหล่ พร้อมกับตั้งการ์ด ให้อยู่ในท่าเตรียม หลังจากนั้น เราก็ค่อย ๆ ย่อตัวลงช้า ๆ พร้อมกับที่เรา ตั้งการ์ดอยู่ และ ลุกขึ้นพร้อมกับ การปล่อยหมัด ข้างที่เราถนัด พอสุดแล้ว ก็ให้เรา ปล่อยหมัดอีกข้างนึง ตามไปทันที โดยลุกนั่ง และ อัปเปอร์คัท เราจะทำทั้งหมด 5 เซ็ต เซ็ตละ 20 – 30 วินาที นะครับ

3. หมัดเย็บท่าหมัดเย็บคู่นั้น

เป็นท่าพื้นซาน ที่หลาย ๆ คนรู้จักดีอยู่แล้ว โดยปกติแล้ว ท่าเย็บ เราจะเย็บทีละครั้ง แต่ครั้งนี้ เราจะปล่อยหมัดเย็บออกมา ข้างละ 2 ครั้งรัว ๆ ติด ๆ กัน และ อีกหมัดอีกข้าง ปล่อยหมัด ครั้งเดียว ตัวอย่าง ของท่าหมัดเย็บคู่ ปล่อยหมัดขวา ออกชกกระสอบทราย 2 ครั้ง และ ปล่อยหมัดซ้าย ออกไปชกกระสอบ 1 ครั้ง โดยการที่ปบ่อยมัดครบ เราจะนับเป็น 1 ครั้ง ทั้งหมด ข้างละ 5 ครั้งสลับกัน โดยเราจะทำทั้งหมด 3 เซ็ต

  

ท่าออกกำลังกาย ที่เราได้แนะนำทั้งหมด 3 ท่านั้น จะทำให้เรา สามารถออกกำลังกาย และ โดนกล้ามเนื้อ ทุกสัดส่วน ได้ตั้งแต่ กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อหลัว และ กล้ามเนื้อหน้าท้อง ทั้ง หด 3 ท่านี้ เป็นท่าเบิร์นไขมัน ให้กับร่างกาย ของเรา ได้เป็นอย่างดี

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การฝึก กระโดดเชือก ในกีฬา มวยไทย มีประโยชน์อย่างไร

มวยไทยตัวช่วยในการควบคุมอารมณ์

ข้อดีของมวยไทย สำหรับผู้สูงวัย

ข้อดีของมวยไทย สำหรับผู้สูงวัย

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ทุกเพศทุกวัย สามารถใช้ กีฬาประเภทนี้ ในการออกกำลังได้ โดยเฉพาะ ในผู้สูงอายุ การออกกำลังกาย ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างหนึ่ง เพราะการออกกำลังกาย ในผู้สูงอายุ ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด ทำงานดีดีขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความแข็งแรง ให้กับร่างกาย ได้ดีอีกด้วย

 

 

เนื่องจาก การออกกำลังกาย กำลังเป็นที่ยิม เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ การออกกำลังกาย เพื่อการลดน้ำหนัก เป็นเรื่องที่ ผู้คนต่างให้ความสำคัญ เป็นอย่างมาก หากพูดถึงกีฬา ที่ช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี ก็คงจะไม่พ้น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากนี้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังมีจุดเด่น ในเรื่องการป้องกันตัว แต่สำหรับ ผู้สูงอายุนั้น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือว่า เป็นกีฬา อีกหนึ่งปนะเภท ที่น่าเล่น และ ออกกำลังกาย

 

นอกจากนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับผู้สูงอายุ ยังมีข้อดีในการ ในเรื่องของการ ป้องกันตัว เป็นการพลิกแพง ทำเราสามารถ ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อป้องกันตัว ได้อีกด้วยนะครับ เราไปดูกันว่า ผู้สูงอายุ ที่ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) ในการออกกำลังกาย จะมีข้ออะไรบ้าง

 

1. ช่วยเพิ่ม ความแข็งแรง ให้กับร่างกาย

สำหรับผู้สูงอายุนั้น การออกกลังกาย ถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะว่า ยิ่งเราอายุมากขึ้น ความแข็งแรง ในร่างกายของเรา ก็จะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ดังนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) จังเป็นทางเลือกที่ดี ในการที่เรา จะใช้เพื่อออกกำลังกาย และ สร้างความแข็งแรง ให้กับร่างกายของเรา ทั้งนี้ การใช้มวยไทย ( Muay Thai ) ในการออกกำลัง ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรง ในส่วนของ กระดูก และ ข้อต่อ ที่อยู่ในร่างกายของเรา ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นกีฬา ที่เราแนะนำ ให้ผู้สูงอายุหลาย ๆ คนใช้เพื่อ ออกกำลังกาย

 

2. ฝึกความยืดหยุ่นของร่างกาย

เนื่องจากกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่เราต้องใช้ ทุกส่วนของร่างกาย ทำให้การออกกำลังกาย ด้วยมวยไทย ( Muay Thai ) จึงทำให้ร่างกายของเรา ได้รับความยืดหยุ่น จากการเตะ การต่อย การใช้ศอก จึงทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุ มีความยืดหยุ่นที่มากขึ้น นั่นเองครับ การที่ผู้สูงอายุ ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) ในการออกกำลังกาย ผู้สูงอายุคนนั้น จะมีร่างกาย ที่แข็งแรงกว่า ผู้สูงอายุ ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ด้วยมวยไทย ( Muay Thai )

 

3. เพิ่มระบบไหลเวียนของเลือด

สำหรับ ผู้สูงอายุนั้น ระบบไหลของเลือดในร่างกาย ถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ และ การที่ที่ จะทำให้ร่างกาย ของเราสามารถไหลเวียนเลือด ได้ดีที่สุด ก็คือ การออกกำลังกาย และ ยิ่งเป็น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยิ่งทำให้เราระบบไหลเวียนโลหิต ในร่างกายของเรา สามารถทำงานได้ดีขึ้น ร่างกายสามารถสูบฉีดโลหิต ได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น การเพิ่มระบบ ไหลเวียนโลหิตให้กับร่างกาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ควรใช้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

4. ส่งเสริม การทำงานของของระบบหายใจ

สำหรับผู้สูงอายุบางคน เมื่ออายุเยอะขึ้น ก็อาจจะเหนื่อยง่าย เพื่อให้ปอดสามารถทงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานได้อย่างเต็มที่ ผู้สูงอายุ ก็ควรที่จะมีการออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้ตัวเองเหนื่อยง่าย และ กีฬาที่ช่วยเพิ่ม การทำงานของระบบทางเดิน หายใจได้เป็นอย่างดี ก็คือ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่ทำให้ผู้สูงอายุ ได้ออกแรง และ ยังดีต่อ สุขภาพหัวใจ อีกด้วย นะครับ  

 

การออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุ เป็นที่จำเป็น และ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพ การทำงานในร่างกาย ทำให้ร่างกายของเรา มีระบบ การทำงานที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต ด้านร่างกาย เป็นด้วย ซึ่งกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ดี และ มีประโยชน์ ต่อร่างกายของเรา เป็นอย่างมาก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ฉบับลพบุรี เป็นอย่างไรต่างจาก มวยไทย ธรรมดาหรือไม่

Muay Thai ที่ให้มากว่าการออกกำลังกาย jareonthong muaythai ratchada

สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย มาตรฐานสากล เป็นอย่างไร

สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย มาตรฐานสากล เป็นอย่างไร

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ แฟน ๆ ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) วันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่อง สำคัญ ๆ อีกหนึ่งเรื่องนั้นก็คือ สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย นั่นเองค่ะ ว่า มาตรฐานสากล นั้นเป็นอย่างไรตามมาอ่านบทความนี้กันได้เลยค่ะ

 

หากกล่าวถึงรูปแบบ การจัดชก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ได้มีการปรับเปลี่ยน ไปตามยุคสมัยเช่นเดียวกัน ในสมัยก่อน สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) นั้นเป็นสนามจริง ๆ โดยเอาเชือกมากั้นพอเป็นบริเวณ แล้วชกกันบนพื้นดิน ใช้จอก หรือ กะลา เจาะรูลอยน้ำ เป็นมาตรากำหนดเวลา จมครั้งหนึ่งเรียกว่ายกหนึ่ง จนต่อมาเริ่มสร้างเวทีขึ้น โดยพื้นใช้ไม้กระดาน เสื่อเป็นแบบเสื่อกระจูดทับข้างบน มีการนับโดยจับเวลาเป็นนาที จนพัฒนามาเรื่อย ๆ กลายเป็น สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสนามกีฬา สำหรับใช้การแข่งขัน กีฬามวย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล โดยส่วนมากแล้ว สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) มักจะเป็นสนามกีฬาในร่ม เว้นแต่สังเวียนมวยชั่วคราว ที่จะตั้งอยู่ข้างนอก ซึ่ง สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ที่จะใช้ทำการแข่งขัน จะมีมาตรฐานตามที่ AIBA ( สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ ) กำหนดไว้

 

ตามหลัก กติกาสากลแล้ว สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ที่ได้มาตรฐาน จะต้องมีลักษณะดังนี้

1. สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเล็กด้านละ 20 ฟุต ขนาดใหญ่ด้านละ 24 ฟุต วัดจากข้างในเส้นเชือก และ พื้นเวทีสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3 ฟุต แต่ห้ามเกิน 4 ฟุต

 

2. เชือกกั้น ต้องมีเชือก 4 เส้น และ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ของเชือกไม่ต่ำกว่า 1.5 นิ้ว โดยจะขึงติดกับเสาที่มุม สูงจากพื้นเวทีขึ้นไป 16, 32, 48 และ 60 นิ้ว ตามลำดับ ทั้งนี้ให้หุ้มเชือกด้วยวัสดุ ที่มีความอ่อนนุ่ม และ เรียบ ส่วนที่มุมเชือกด้านใน ต้องหุ้มด้วยวัสดุอย่างอ่อน และ เชือกในแต่ละด้าน ของ สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) จะต้องผูกยึดกัน ด้วยผ้าเหนียวสองชิ้น โดยมีขนาดกว้าง 1-1.5 นิ้ว และ มีระยะห่างที่เท่ากัน ซึ่งผ้าที่ผูกนั้น ต้องไม่ลื่นไปตามเชือก

 

3. พื้นเวที หรือ พื้นสนาม ต้องมีความปลอดภัย ได้ระดับ ไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ และ ต้องยื่นออกไปนอกเชือก อย่างน้อย 20 นิ้ว และ ต้องปูด้วยผ้าสักหลาด ยาง หรือวัสดุอื่น ๆ ที่เหมาะสม โดยจะต้องมีลักษณะยืดหยุ่นได้ และ มีความหนาไม่น้อยกว่า 1.5 นิ้ว พร้อมปูทับด้วย ผ้าตึงคลุมพื้นเวทีทั้งหมด

 

4. มุม สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ต้องตั้งเสาที่มุมทั้งสี่มุม โดยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว และ สูงขึ้นไปจากเวที 60 นิ้ว พร้อมทั้งหุ้มนวมที่มุมภายในเชือก ให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย กับนักมวย และ มุมแดง จะอยู่ใกล้กับประธานกรรมการ ควบคุมการแข่งขัน หรือ ประธานคณะลูกขุน

 

5. บันได จะมี 3 บันได และ ต้องมีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 3 ฟุต ไว้ที่มุมต้องข้ามของ สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) สองบันได เพื่อให้นักมวย และ พี่เลี้ยงขึ้นลง ส่วนอีกบันไดหนึ่งนั้นให้อยู่ที่ มุมตรงกลางสำหรับผู้ชี้ขาด และ แพทย์

 

6. ต้องมีกล่องพลาสติก ที่มุมกลางทั้งสองมุม นอก สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ให้ติดล่องพลาสติกมุมละกล่อง เพื่อให้ผู้ชี้ขาดทิ้งสำลี หรือ กระดาษบาง ๆ ที่ซับเลือดแล้ว

 

สังเวียนเพิ่มเติม อาจใช้สังเวียน 2 สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ในการแข่งขัน

สำหรับสนามมวย ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ในประเทศไทย ได้แก่ สนามมวยราชดำเนิน หรือ สนามมวยเวทีลุมพินี เป็นต้น นี่เป็น สังเวียนมวย หรือ เวทีมวย ( Boxing Ring ) ที่ได้รับการยอมรับ ว่ามีมาตรฐาน และ สามารถใช้สำหรับ จัดการแข่งขัน ได้อย่างไม่มีปัญหา

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ สังเวียนมวย ของกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เทรนเนอร์ส่วนตัว ช่วยฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นไหม

เทรนเนอร์ส่วนตัว ช่วยฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นไหม

เพื่อน ๆ คนไหนที่ กำลังสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) แล้ว อยากเรียน อย่าลืมหา เทรนเนอร์ส่วนตัว มาไว้คอย ช่วยสอน ช่วยฝึกซ้อม ด้วยนะคะ เพราะ มวยไทย นั้นมีท่าที่เฉพาะทางอยู่ หากเพื่อน ๆ ทำผิดอาจเกิดอาการบาดเจ็บได้ค่ะ

 

เทรนเนอร์ส่วนตัว คืออะไร ?

Personal Trainer ( PT ) หรือ เทรนเนอร์ส่วนตัว คือ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย บางคนก็อาจจบวิทยาศาสตร์การกีฬามาโดยตรง หรือจบหลักสูตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ การออกกำลังกาย และโภชนาการโดยเฉพาะ พวกเขาเหล่านี้มาเป็นผู้ที่ช่วยดูแลเรื่องการออกกำลังกายของลูกค้า รวมถึงให้คำแนะนำด้านโภชนาการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางด้านการออกกำลังกายที่วางเอาไว้ในเวลาที่กำหนด

 

1. สิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรก คือ ความปลอดภัย

ก็จริง ที่ยุคนี้ใครก็เข้า internet หาตัวอย่างการออกกำลัง ง่ายแสนง่าย แต่พูดตรง ๆ เลยว่า ข้อมูลจากการ search ส่วนใหญ่จะปรับใช้ได้ดี กับการออกกำลังกายพื้นฐาน เพราะทำตามง่าย แต่การต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งมีศิลปะที่มีความซับซ้อน การเริ่มต้นเองอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่น การต่อย หรือเตะกระสอบทรายมั่ว ๆ มีโอกาสมาก ที่จะทำให้เกิดอาการข้อมือซ้น หรือ บาดเจ็บ

 

2. สิ่งกระตุ้น

วินัยในการออกกำลังกาย ของแต่ละคนนั้นต่างกัน บางคนตื่นตี 4 มาวิ่งออกกำลังกายทุกวัน แต่หลายคนยังต้องมีเพื่อน หรือ คนบังคับ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

การออกกำลังกายในยิม หรือ การต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ในค่ายมวย เป็นหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่ต้องการตัวกระตุ้น ในการออกกำลังกาย เช่น เทรนเนอร์ ค่าใช้จ่ายที่เสียไปแล้ว แต่ก็มีสิ่งที่ดี คือ สังคม และ เพื่อน ๆ ที่มักช่วยเพิ่มความสนุกในการออกกำลังกาย

 

3. สร้างวินัย

การสร้างตารางเวลา เพื่อการออกกำลังกายที่บ้านนั้น เสียหายมานักต่อนักแล้ว ต้องยอมรับว่าการออกกำลังกายเป็นกลุ่ม หรือ เป็นคลาสผู้ออกกำลังกายเอง ต้องปรับเวลาให้เข้ากับคลาสเรียน หรือ เวลาที่กำหนด

 

สำหรับปัจจัยนี้จะเห็นได้ชัดว่าการออกกำลังกายที่ยิมนั้น สามารถสร้างวินัย และเป็นตัวกระตุ้นในการออกกำลังกายได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะยิ่งการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องการพาร์ทเนอร์ สาว ๆ หนุ่ม ๆ ยิ่งมีโอกาสได้รู้จักกัน

 

4. บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

เชื่อว่าการที่สาว ๆ หลายคนออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะมีเป้าหมายบางอย่าง บางคนอยากขาเล็ก บางคนอยากลดน้ำหนัก หรือ บางคนอาจจะอยากเพิ่มกล้ามเนื้อ ซึ่งเหล่าเทรนเนอร์ ก็มีหน้าที่วางแผน โปรแกรมการออกกำลังกาย ให้คุณบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจ รวมถึงคอยจดบันทึก การออกกำลังในแต่ละครั้ง เพื่อเช็กความก้าวหน้า

 

มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การใช้ร่างกายทุกส่วน ตั้งแต่ มือ แขน หัวไหล่ ขา ลำตัว ก้น ซึ่งเป็นข้อดีต่อการฝึกร่างกายให้แข็งแรงทั่วถึง ทั้งยังมีส่วนช่วยเสริมมวล กระดูก ข้อต่อ ซึ่งการสูบฉีดเลือด ที่มีพลังจากการใช้แรงแบบนี้ สามารถสลายไขมันในเส้นเลือดได้ด้วยนะ เพราะฉะนั้น เมื่อคุณพึ่งเริ่มเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) คุณควรจะมีเทรนเนอร์ไว้ สำหรับคอยแนะนำท่าที่ถูกต้อง ในการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการฝึกได้

 

ชกมวย แบบ มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้แคลอรี่เยอะ เรารับประกันได้เลยว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่มีการเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการออกกำลังกายเกือบทุกชนิด แม้กระทั่ง โยคะ, พิลาทิส สิ่งที่แตกต่างอย่างสำคัญอีกข้อคือ การที่ออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) จะได้ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อม ๆ กัน การเตะหนึ่งครั้งจะได้ทั้งกล้ามเนื้อไหล่ กล้ามท้องด้านข้าง ไปจนถึง กล้ามเนื้อขา เรียกว่าได้ทั้งตัว ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมในการ ลดน้ำหนัก ได้ถึง 2,000 แคลอรี่ เลยทีเดียว

 

กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จึงนับว่าเป็นกีฬาที่สามารถช่วยให้คุณสามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ทุก สัดส่วน หากคุณกำลังต้องการการออกกำลังกายที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถช่วยคุณได้

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ เทรนเนอร์ส่วนตัว ในการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

3ท่ายืดกล้ามเนื้อ ของนักมวย

3ท่ายืดกล้ามเนื้อ ของนักมวย

ในการออกกำลัง หรือ การต่อมวย การยืดกล้ามเนื้อ เป็นสิ่ง ที่สำคัญมาก ๆ ที่เราจะต้อง มีการทำทุกครั้ง ก่อนออกกำลังกาย และ ก่อนการชกมวย หากเรา ไม่มีการยืดกล้ามเนื้อ ก่อนการชกมวย ก็อาจจะทำให้ร่างกายของเรา เกิดการบาดเจ็บจากการ ออกกำลังกายได้

 

การยืดกล้ามเนื้อ ถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐาน ใรการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหน ๆ ก็ตาม ก่อนออกกำลังกาย ทุกครั้งเราก็ต้อง มีการยืดกล้ามเนื้อ ทุกครั้ง เพราะไม่งั้น ร่างกายของเรา อาจจะเกิดการ บาดเจ็บ จากการชกมวยได้

 

เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้อง มีการใช้ร่างกาย ทุกส่วน ของร่างกาย และ ยังเป็นศิลปะป้องกันตัว ทำให้เรา ผู้ที่ฝึกมวยไทย ทุกคนต้อง จะต้องมีการ ยืดกล้ามเนื้อทุกครั้ง ก่อนที่เราจะเริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) หรือ กีฬาอะไรก็ตาม เราก็ควร ที่จะมีการยืดกล้ามเนื้อ ทุกครั้ง นะครับ ดังนั้น วันนี้ เราจะมาเรียนรู้ ท่ายืดกล้ามเนื้อ ของนักมวยกัน ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

 

 

 

 

1. ท่าเตะสูง

มากันที่ท่าแรก ก็คือ ท่าเตะสูง วิธีการทำท่าเตะสูง เราสามารถทำได้ไม่ยาก โดย การที่เรา ยืนตรง ๆ ให้มั่นคง จากนั้น ก็เอาท้าวข้างใด ข้างหนึ่งถอยไปข้างหลัง เพื่อมเตรียมตัว ในการเตะไปข้างหน้า โดย การที่เรา เตะให้ปลายเท้า แตะไปที่มือของเรา ในการเตะนั้น เราต้องมีการ เขย่งเท้าด้วย เพื่อให้เกิดแรงส่ง และ นำเท้ากลับมาวาง ไว้ที่ตำแหน่งเดิม ที่เท้าเราวางอยู่ การทำท่านี้ จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อ ในส่วนของกล้ามเนื้อน่อง และ เอ็นหลังเข่า

 

การทำท่าเตะสูง ให้เราเตะสลับไปมา ข้างละ 10 – 15 ครั้ง สำหรับผู้ที่ เริ่มฝึกใหม่ ๆ ก็เริ่มจาก การที่เริ่มเตะ ต่ำ ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับ ความสูง ขึ้นไปเรื่อย ๆ

 

 

 

 

2. ท่าแทงเข่า

การทำท่าแทงเข่านั้น ก่อนที่เรา จะเริ่มท่านี้ เราต้องหาบาร์ หรือว่าราว เพื่อจับ โดยความสูงของบาร์ หรือ ว่าราวที่เราใช้จับนั้น จะมีความสูงอยู่ที่ ระดับหน้าอกของเรา การทำท่าแทงเข่า เราต้องยืดแขงทั้งสองข้าง ไปจับที่บาร์ หรือ ราว และ ยืดตัวให้ตรง เอนหลังเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เราสามารถ แทงเข่าได้ถนัด จากนั้น เราก็แทงเข่าไปข้างหน้า โดย การทำสลับ เข่าซ้าย เข่าขวา เริ่มจาก การทำช้า ๆ และ ค่อย ๆ เพิ่มความเร็ว ขึ้นเรื่อย ๆ การทำท่าแทงเข้า ให้ท่านี้ ประมาณ 10 นาที แบบต่อเนื่อง ทำจนกว่า เราจะเริ่มเหนื่อย หรือ ว่า เหงื่อเริ่มออก การทำท่าแทงเข่า จะช่วยยืดกล้ามเนื้อ ในส่วนที่เป็น กล้ามเนื้อต้นขา และ กล้ามเนื้อ ในส่วนหน้าท้อง

ข้อดีของการ ยืดกล้ามเนื้อ ในท่าแทงเข่า ช่วยให้เรา ทำท่าแทงเข่า ได้ดีขึ้น และ ควรเพิ่มความเร็ว ไปเรื่อย ๆ ให้เกมือนกับ ว่าเรากำลังวิ่งเร็ว แต่เป็นการวิ่ง อยู่กับที่

 

3. ท่ากระโดดสูง

ท่ากระโดดสูง ท่านี้ เป็นท่าที่ ยืดกล้ามเนื้อ ท่าปกติที่ไม่ค่อย อะไรมาก แต่เราขอบอกเลยว่า ท่ากระโดดสูง เป็นท่าที่เรียก เหงื่อได้ไม่น้อย การกระโดดสูง เราจะต้องกระโดดให้ หน้าขา และ หัวเข่าของเรา ติดชิดกับหน้าอก ท่ากระโดสูง ทำได้ง่าย ๆ โดยการที่เรายืนตรง ๆ และ กระโดดแล้วยกขาของเรา ทั้งสองข้าง ให้มาชิดกับหน้า อก ของเรา

ทำท่ากระโดดสูง ประมาณ 3 – 5 นาที ข้อดี ของท่ากระโดดสูง จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อขา ทุกส่วน

 

ก่อนเริ่มฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) เราสามารถ เอาท่ายืดกล้ามเนื้อ ทั้งสามท่านี้ ไปใช้ยืดกล้ามเนื้อได้ เพื่อให้เราสามารภ ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ได้อย่างปลอดภัย และ ไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ จาการฝึกซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะเริ่มซ้อม ทุกครั้ง เราต้องยืดกล้ามเนื้อ ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไร ก็ตาม

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไหล่ติด อาการยอดฮิตของนักมวย มวยไทย ( Muay Thai )

เบิร์นไขมัน ทั่วร่างด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เบิร์นไขมัน ทั่วร่างด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เบิร์นไขมัน ทั่วร่างด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน หรือเพื่อ เบิร์นไขมัน ไม่ได้มีแค่การวิ่งเท่านั้น แต่การออกกำลังกายด้วย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกในการออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญไขมัน แบบทั้งร่างกาย ได้เช่นกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย ที่ในปัจจุบันกลายเป็น กีฬาชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันอย่างมาก สำหรับผู้ที่สนใจ ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ และโดยเฉพาะ ผู้ที่ต้องการ ออกกำลังกาย แบบคาร์ดิโอ ที่ต้องการกระชับสัดส่วน เบิร์นไขมัน หรือน้ำหนัก การชก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือว่าเป็น การออกกำลังกาย ที่ช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้ ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยเผาผลาญไขมันได้

 

การออกกำลังกายด้วย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จัดได้ว่าเป็น การออกกำลังกาย ในประเภท คาร์ดิโอ ( Cardio ) แบบ High Intensity Interval Training ( HIIT ) ประเภทหนึ่ง เนื่องจาก เป็นการออกกำลังกาย แบบหนักสลับเบาไปเรื่อย ๆ จากการชกมวย ต่อยมวย หรือออกอาวุธ รูปแบบต่าง ๆ โดยใช้เวลาไม่นาน  แต่จะสามารถเผาผลาญไขมันได้ดี

 

 

โดยรูปแบบของ การคาร์ดิโอ แบบ High Intensity Interval Training อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) จะมีข้อดีในเรื่องของ การเผาผลาญไขมันในร่างกาย ได้รวดเร็วกว่า การคาร์ดิโอ แบบ Long Intensity Steady State หรือ LISS ที่เป็น การออกกำลังกาย ที่ใช้แรงน้อยกว่า และในระยะเวลา ที่นานกว่า อีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังกายครบทุกส่วน

 

การออกกำลังกาย สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้มีแค่การใช้หมัด ชก ต่อยเท่านั้น แต่ยังมีการออกอาวุธอย่างการใช้ ขา เข่า และศอก ที่ช่วยให้ผู้ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังกาย ครอบคลุม ทุกส่วนของร่างกาย จากการออกอาวุธในส่วนต่าง ๆ ได้

 

ด้วยเหตุผลทั้ง 2 ข้อนี้ การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จึงถือว่าเป็น ทางเลือกหนึ่งใน การออกกำลังกาย สำหรับ ผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนัก รีดไขมัน หรือกระชับสัดส่วนของร่างกายได้ ที่สามารถเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี และครอบคลุม การใช้ กล้ามเนื้อในแต่ละส่วนของร่างกายได้

 

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการ ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ให้ได้ประสิทธิภาพในการ ลดน้ำหนัก เบิร์นไขมัน หรือกระชับสัดส่วน ให้ดีที่สุด ต้องมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมในการใช้ชีวิต ในด้านอื่นร่วมด้วย ดังต่อไปนี้

 

ควบคุมอาหาร

 

ถึงแม้ว่าคุณจะ ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างสม่ำเสมอ แต่หากไม่ได้ ควบคุมอาหาร อันเป็นต้นเหตุของ การเพิ่มน้ำหนักตัวของคุณได้ การชกมวย ต่อยมวยของคุณ อาจไม่เป็นผล โดยเฉพาะ การรับประทานอาหาร ประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน รวมถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจาก เป็นอาหารที่มี คอเลสเตอรอลสูง และควรเปลี่ยนมาเน้นการทาน อาหารที่มีคอเลสเตอรอลต่ำ ได้แก่ ผัก ผลไม้ ปลา รวมถึง หลีกเลี่ยง การใช้น้ำมัน ในการประกอบอาหาร อีกด้วย

 

 

พักผ่อนให้เพียงพอ

 

เมื่อเรา ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) มาอย่างเหน็ดเหนื่อย การพักผ่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อให้ร่างกายของเราได้มีการพักผ่อนที่เพียงพอ จึงจะทำให้ร่างกาย ได้มีการพักผ่อน และปรับเปลี่ยนสมดุลร่างกาย ขณะที่เรานอนหลับได้ โดยในแต่ละวัน ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้ต่อเนื่อง 7-9 ชั่วโมง

 

การออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ควบคุมอาหาร และพักผ่อนให้เพียงพอ 3 สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องปฏิบัติ ควบคู่กันไป เพื่อทำให้ การลดน้ำหนักของคุณ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ สำหรับใครที่กำลังมองหา สถานที่เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ สาขาศรีนครินทร์ สาขารัชดา และสาขาข้าวสาร

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระโดดเชือกช่วยอะไร

ไหล่ติด อาการยอดฮิตของนักมวย มวยไทย ( Muay Thai )

กระโดดเชือกช่วยอะไร

กระโดดเชือกช่วยอะไร

การกระโดดเชือก เป็นสิ่งที่มาคู่กับ นักมวย และ เรามักจะเห็นนักมวย มีการ กระโดเชือกอยู่บ่อย ๆ นั่นเป็นอเพราะอะไร เราไปดูกัน

 

การกระโดเชือก เป็นสิ่งที่มาคู่กับนักมวย ก็ว่าได้  และ ยังเป็นนสิ่งที่นักมวย ต้องทำอยู่เป็นประจำ เพื่อเป็นการฝึกซ้อม ของนักมวยด้วย หากเพื่อน ๆ เคยศึกษา เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อน ๆ ก็จะรู้ดีว่า การกระโดดเชือกนั้น กลายเป็นกิจวัตร ประจำวัน ของนักมวยไปแล้ว เพราะว่า การกระโดดเชือก ของนักมวย ช่วยทำให้เกิด ประโยชน์ หลาย ๆ อย่าง

 

1. ช่วยในการฝึกทักษะฟุตเวิร์ค ( Footwork )

การที่ นักมวยจะมี การเคลื่อนไหว หรือ ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ที่ดีนั้น จำเป็น อย่างมากที่จะต้อง มีการฝึกก้าว ฝึกเดิน ฝึกใช้ขา เช่นการเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หรือ การถอยหลัง ซึ่งเป็น สิ่งที่มีความสำคัญ อบ่างมาก ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เพราะ การฟุตเวิร์ค ( Footwork ) นั้น จะต้องมีการขยับขา และ เท้าของเรา อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้พร้อม กับการเคลื่อยไหว ดังนั้น หากเรา ต้องการฝึกฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ให้มีคุณภาพ และ แข็.แรง การกระโดดเชือก ก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้เรา มีฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ที่ดี

 

โดยการกระโดดเชือก ของนักมวยนั้น จะแตกต่างจากคนทั่วไปคือ การกระโดดเชือกแบบนักมวย จะมีการกระโดด แบบสลับเท้า เพื่อจำลองว่า เรากำลัง ก้าวเท้า หรือ เดินนั่นเอง และ การแกว่งเชือก ยังช่วยเพิ่ม พละกำลังที่แขน ทำให้เวลาเรา ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) แขนของเรา ก็จะไม่ล้า ไม่เมื่อยนั่นเองครับ เราจะเห็นได้ว่า เพียงแค่ การกระโดดเชือก เพียงอย่างเดียว ก็สามารถพัฒนากล้ามเนื้อ ได้หลายส่วน

 

2. ช่วยในการ คาร์ดิโอ ( Cardio Exercise )

คาร์ดิโอ ( Cardio Exercise ) เป็นการออกกำลังกาย ที่เป็นการ ส่งเสริม กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจของเรา สามารถปั้มเลือดได้ดีขึ้น และ ยังทำให้ปอดของเรา นำออกซิเจน มาใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ดังนั้น นักมวยจึงต้อง มีการกระโดดเชือก เพื่อฝึกความอึด ทึก ทน ของปอด ให้สามารถทำงานได้มากขึ้น เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องมีการใช้ พลังงาน เยอะมาก ๆ และ ต้องมีการหายใจ ให้ถูกจังหวะ และ เพื่อให้ ร่างกายของเรา ชินกับการใช้พลังงาน ชินกับการใช้ลมหายใจ

 

นอกจากนี้ ในการแข่งขัน หรือ การซ้อมแบบลงนวม ยังมีความตื่นเต้น ทำให้นักมวย มีการหายใจที่ถี่ขึ้น หายใจเร็วขึ้น ทำให้เหนื่อยง่าย การกระโดดเชือก จึงเป็นวิธี ที่จะช่วยให้การ หายใจของเรา มีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นเองครับ นอกจากนี้ ยังทำให้นักมวยเอง เหนื่อยยากขึ้นอีกด้วย เพราะการกระโดดเชือก จะเป็นการ ฝึกใช้ปอด ทำให้ตัวนักมวย มีการบริหาร ลมหายใจที่ดี และ ทำให้เหนื่อยยากขึ้น นั่นเองครับ

 

3. การกระโดดเชือก ช่วยฝึกสมาธิ

ไม่ว่าจะเป็นการชกบนเวที หรือ การซ้อมก็ตาม กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องมีการใช้ สมาธิเป็นอย่างมาก เพราะว่า ในขณะที่อยู่บนเวที หรือ สนามมวย เรามีเพียงสองตา ที่จะมองคู่ต่อสู่เท่านั้น และ การออกอาวุธของกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การชก การเตะ การใช้ศอก การใช้เข่า ดังนั้น นักมวยจึงต้องมีสมาธิดี มาก ๆ การกระโดดเชือก ก็เป็นหนึ่งใน วิธีที่จะฝึก สมาธิ ให้กับนักมวย เพราะ การกระโดดเชือก การแกว่งเชือก และ การกระโดด จะต้องมีความสัมพันธ์กัน เป็นอย่างมาก หากทั้งสองอย่างนี้ ไม่มีความสัมพันธ์กัน ก็จะทำให้เรา สดุดได้นั่นเอง

 

เพื่อน ๆ คงได้ทราบกันแล้ว ใช่ไหมครับ ว่าการกระโดดเชือก มีแระโยชน์ อย่างไร หากเพื่อน ๆ อยากพัฒนาร่างกาย ก็ลองเริ่มจากง่าย ๆ โดยการกระโดดเชือก นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

รายการอาหาร สำหรับนัก มวยไทย

 

ไหล่ติด อาการยอดฮิตของนักมวย มวยไทย ( Muay Thai )

ไหล่ติด อาการยอดฮิตของนักมวย มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า นักมวย ทั้งกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) และ มวยสากล นั้นมี อาการยอดฮิตของนักมวย ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อย่างอาการ ไหล่ติด หรือ โรคไหล่ติด เราเลยจะมาบอกเล่า อาการ สาเหตุ และ การป้องกัน โรคนี้กันค่ะ

 

ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวย นั้นมีอวัยวะ ที่ใช้ออกกำลังมากที่สุด ก็คือ หมัด เพราะต้องคอย ชกออกไปเรื่อย ๆ เพื่อหยั่งเชิง หรือ เพื่อทำลาย จังหวะของคู่ต่อสู้ หัวไหล่ ก็เป็นตัวส่งแรงเช่นกัน และ ถ้าหากตัวเรา มีอาการปวดไหล หรือ อาการไหลติด จะส่งผลเสีย ต่อการฝึกซ้อม มากเลยทีเดียว

 

การปวดไหล่ กับสัญญาณเริ่มต้น อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder )

อาการปวดไหล่ เป็นปัญหา ที่พบได้มาก และ บ่อยขึ้น ของอาชีพนักมวย โดยอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หรือ เรื้อรัง หากมีอาการปวดไหล่ ระหว่างเอื้อมหยิบ ของจากที่สูงเอื้อมมือไปรูดซิบด้านหลังเสื้อไม่ได้ ล้วงกระเป๋ากางเกงด้านหลังลำบาก ยกแขนเพื่อสวมเสื้อ ผ่านทางศีรษะไม่ได้ หรือ เวลาชกต่อยลมรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ตรงบริเวณหัวไหล่ สัญญานพวกนี้ บ่งบอกแล้วว่า หัวไหล่ ของเรากำลังมีปัญหา

 

สาเหตุของ อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder )

การชกต่อย ต้องใช้แรงส่ง จาก หัวไหล่ อยู่แล้ว และ ยิ่งกระแทกไปถึงหัวไหล่อีกด้วย ก็ยิ่งจะเสี่ยงเกิด อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) สาเหตุเกิดจาก เส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่อักเสบ เกิดการบวม และ หนาตัวขึ้น เมื่อยกแขน หรือ ไขว้มือด้านหลัง จะทำให้เส้นเอ็นถูกยืด และ กระตุ้นให้เกิด ความเจ็บปวด จนผู้ป่วยไม่กล้ายกแขนขึ้น เหนือศีรษะ หรือ เคลื่อนไหวหัวไหล่

 

และเมื่อยิ่งหลีกเลี่ยง จะยิ่งทำให้เอ็นรอบข้อไหล่ หนาตัวมากขึ้น องศาการเคลื่อนไหว จะน้อยลง และ หากไม่ใช้แขน ข้างที่มี อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) เป็นเวลานาน กล้ามเนื้อแขนข้างนั้น จะฝ่อลีบลง

 

 

ผู้ที่มีความเสี่ยงกับ อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder )

อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) ติดมักพบใน ผู้ที่มีอายุระหว่าง 40 ถึง 60 ปี โดยเกิดกับ เพศหญิง มากกว่า เพศชาย ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุที่หัวไหล่ แขนหัก ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก และ ก็ นักมวยไทย ที่ฝึกซ้อม แล้วเกิดการพลาดได้ และ ผู้ที่เข้ารับ การผ่าตัดที่หัวไหล่ รวมถึงผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน ซึ่งมีแนวโน้ม เกิด อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) มากเป็น 2 เท่า ของคนปกติ

 

 

วิธีรักษา อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder )

โดยปกติ อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) สามารถหายได้เอง ภายใน 2-3 ปี แต่สร้างความลำบาก ต่อการใช้ชีวิต และ ทำให้รู้สึกทรมาน จากอาการปวด จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ให้อาการหายไปได้เอง

 

การรักษา จะรักษาตามอาการ

  • ระยะที่ 1 จะให้ทานยา หรือ ฉีดยา
  • ระยะที่ 2 และ ระยะที่ 3 ใช้วิธีกายภาพบำบัด ภายใต้คำแนะนำ ของนักกายภาพบำบัด

 

ทั้งนี้หากมี อาการรุนแรง และ รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ได้ผลนานกว่า 6 เดือน แพทย์อาจจะรักษา โดยการผ่าตัด

 

ยิ่งเป็น นักมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วละก็ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ อาการไหล่ติด ( Frozen Shoulder ) นี้ เป็นกันบ่อย ๆ เกือบจะทุกคนในค่าย แต่ไม่รู้สึกตัว และ หายไปเอง จริง ๆ นักมวย มีร่างกายที่แข็งแรงอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็อย่าละเลย อาการ พวกนี้นะคะ เป็น นักมวย ก็ต้องรักษาตัว และ ฝึกซ้อมให้พอดี อย่าหักโหมจนเกินไป จนเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นนะคะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ อาการยอดฮิตของนักมวย ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อย่างอาการ ไหล่ติด หรือ โรคไหล่ติด ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เทคนิคการทรงตัว เมื่อขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย

เทคนิคการทรงตัว เมื่อขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำเพื่อน ๆ เกี่ยวกับ เทคนิคการทรงตัว หรือ การสร้างสมดุลร่างกายเมื่อขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันในบทความนี้ค่ะ หากเพื่อน ๆ พร้อมแล้วตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

 

มวยไทย ( Muay thai ) ต้องใช้ทั้ง ความเร็ว ความอดทน ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay thai ) คือ การที่เราต้องออกไปต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถทำให้เรา ได้รับบาดเจ็บ ได้นั้นเอง แต่ถ้าเรายิ่งฝึกซ้อมร่างกาย มาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าร่างกายของเรา จะมีความทนทาน แข็งแรง และ ยังไปช่วย สร้างสมดุลร่างกาย ได้ดี และ มีประสิทธ์ภาพอย่างมาก เราไปดูดีกว่า กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถสร้างสมดุล ให้กับร่างกาย ของเราได้อย่างไร

 

สร้างสมดุลให้ ร่างกาย ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

การฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้น เป็นที่รู้กันดีว่า มวยไทย ( Muay thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ความอดทนของร่างกาย แทบจะทุกส่วนเลย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว สมาธิ ความว่องไว และ ปัญญา การที่เราฝึก หรือ ซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ทุกวันนั้น ไม่ใช้แค่จะทำให้ร่างกายของเรา แข็งแรง ยังไปทำให้ร่างกายของเรา มีความสมดุลอีกด้วย อีกทั้ง มวยไทย ( Muay thai ) ยังไปช่วยสร้าง กล้ามเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี รับลองได้เลย ใครที่กำลังฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อยู่นั้นคุณจะได้ ทั้งความว่องไว สมาธิ ไหวพริบ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดความเครียด

ในแต่ละวันนั้น แน่นอนว่าเราต้องพบ ต้องเจอกับ อะไรหลาย ๆ อย่างที่เข้ามาหาเรา ในแต่ละวัน ความเครียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด จากการทำงาน ความเครียด จากเรื่องเรียน เรื่องแฟน เรื่องเพื่อน หรือ เรื่องครอบครัว เรามักจะมีความเครียดสะสม อยู่ในตัวกันทั้งนั้น ถ้าเราอยากระบายความเครียด แถมยังได้ประโยชน์ ให้แก่ร่างกายของเรา เราขอแนะนำลองไปซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เผื่อช่วยให้คุณ หายเครียดได้นะ

 

เพราะการฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้นเป็นการ ออกกำลังกาย ที่ได้ทั้ง ความสนุก ได้ใส่อารมณ์ได้เต็มที่ ยิ่งเราได้ ปล่อยหมัด หรือ ปล่อยลูกเตะ ใส่กระสอบทราย แล้วละก็อาจทำให้ เราได้ระบายอารม ได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้ายิ่งเรา ออกกำลังกาย มากเท่าไหร่ ร่างกายของเราก็ จะหลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ( Endorphin ) ที่ทำให้เรามีความสุข ได้นั้นเอง ดังนั้นการชก มวยไทย ( Muay thai ) จะทำให้ ร่างกาย หลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ( Endorphin ) นี้ออกมา ได้อย่างเต็มทีอีกด้วย

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี

สำหรับการ ออกกำลังกาย ในการซ้อม หรือ การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถช่วยให้เรา เผาผลาญแคลอรี่ ในร่างกายของเรา ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่กำลังมองหาวิธี ลดความอ้วนอยู่ เราขอแนะนำลองมาฝึก มาซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เราจะได้ทั้ง หุ่นที่ดี กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และ รับลองได้เลย ว่า จะช่วยคุณลดความอ้วน ได้เป็นอย่างดี แน่นอน

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ เทคนิคการทรงตัว ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

กลวิธีการใช้ ศอก ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

กลวิธีการใช้ ศอก ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ศอก อวัยวะสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ใช้ออกอาวุธ สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) และถือได้ว่าเป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดของ มวยไทย เลยทีเดียว เพราะจะใช้ได้เฉพาะใน ระยะประชิดคู่ต่อสู้ ด้วยการใช้ศอก จะมีกลวิธีใดบ้าง มาติดตามกันครับ

 

การใช้ศอก ในกีฬา มวยไทย ( Muay ) เรียกว่า การตีศอก หรือ การฟันศอก ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ออกอาวุธที่มี ความแรงและเป็นอันตรายได้ เพราะ ศอก เป็นอวัยวะที่มี กระดูกแหลมคม และแข็งแกร่ง เมื่อรวมกับ แรงในการออกอาวุธ จะทำให้มี ความรุนแรง มากยิ่งขึ้น หากหากโดนศอก เข้าอย่างจัง อาจถึงขั้น เสียชีวิตได้ โดยการใช้ศอก หรือ การตีศอก มีกลวิธีของการใช้ศอก ดังนี้

 

ศอกตี

 

ศอกที่ตีในลักษณะแนวดิ่งลงสู่พื้น โดยการใช้แรงหมุนจาก หัวไหล่กดเฉียงลง ใช้มือที่ตีนั้น หันเข้าหาลำตัว พร้อมกับใช้อรงส่งจากเท้า เป้าหมายใน การตีศอก คือ ใบหน้า และศีรษะของคู่ต่อสู้

 

ศอกตัด

 

ศอกลักษณะนี้ จะตีในแนว ขนานกับพื้น โดยใช้ การเหวี่ยง ของแรงกระตุก จากหัวไหล่ อย่างรวดเร็ว ใช้แรงส่งมา จากสะโพก แล้วบิดตัวให้มาก จึงจะถึงเป้าหมาย อย่างรุนแรง มือและ ข้อศอกที่ตี อยู่ในระดับเสมอกับปาก เป้าหมายการ ตีเข้าที่ใบหน้า ของคู่ต่อสู้

 

ศอกงัด

 

เป็นศอก ที่ใช้ตีเสยขึ้น โดยการงัดขึ้นตรง ๆ หรือบางครั้ง อาจเฉียงเล็กน้อย การงัดให้ย่อตัวลง เพื่อที่จะ ใช้แรงส่งจากเท้า ใช้เมื่อคู่ต่อสู้ จะเข้ามาจับคอตีเข่า ให้ใช้ศอกงัด เข้าที่เป้าหมาย คือ ปลายคางของ คู่ต่อสู้

 

ศอกพุ่ง

 

ศอกที่ตั้งไว้ ตรงข้ามกับคู่ต่อสู้ หรือที่คู่ต่อสู้ จะรุกเข้ามา ท่านี้ต้อง พับข้อแขน ให้ปลายศอก ส่วนแหลมชี้ไปข้างหน้า ให้ศอก ขนานกับพื้น ควรใช้ศอกที่อยู่ด้านหน้า เพรา ะอยู่ใกล้กว่า และศอกพุ่ง ออกไปตรง ๆ ใช้การสืบเท้า อาศัยแรงส่ง จากเท้าหลัง เข้าหาคู่ต่อสู้ เป้าหมาย ของการ ตีศอกพุ่ง คือ ใบหน้าของ คู่ต่อสู้

 

ศอกกระทุ้ง

 

เป็นการตีศอกที่เกิดจาก การตีศอก ที่ผิดพลาด พร้อมกับ กระชากศอกกลับ คืนมายังเป้าหมาย ในลักษณะเดิม กระทุ้ง กลับเฉียงไป ข้างลำตัว โดยใช้ แรงส่งจากเท้า ใช้เมื่อคู่ต่อสู้ เข้ามาประชิดตัว ทางด้านหลัง หรือถูกกอดปล้ำ เป้าหมายของ ศอกกระทุ้ง มักจะเป็น บริเวณลำตัว ของคู่ต่อสู้

 

ศอกกลับ

 

เป็นการตีศอก โดยการหมุนตัว ตีศอกออกไป ทางด้านหลัง ส่วนใหญ่ มักตีศอกกลับ ในแนวดิ่ง และศอกกลับแนวขนานกับพื้น สามารถ เพิ่มความรุนแรง ให้มากขึ้นได้ จากการ หมุนตัว ด้วยความเร็ว ที่สัมพันธ์กับ การตีศอก เป้าหมาย ของการตีศอก รูปแบบนี้ มักอยู่ที่ ใบหน้า และศีรษะ ของผู้ต่อสู้

 

ในการแข่ง มวยไทย ( Muay Thai ) การออกอาวุธด้วย การใช้ศอก จะไม่ค่อยถูกใช้งานมากนัก เนื่องจาก การจู่โจมคู่ต่อสู้ หรืออกอาวุธ ด้วยศอกนั้น ต้องทำได้อย่าง รวดเร็ว และว่องไว ซึ่งการที่จะทำเช่นนั้นได้ นักมวย จะต้องสามารถออกแรง ในระยะสั้น ให้ได้ จึงจะมีประสิทธิภาพ ในการออกอาวุธ ไปยังคู่ต่อสู้ ด้วยการตีศอก ซึ่งการใช้ศอกจู่โจมแบบ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ถูกต้อง ใช้ตรงปลายข้อศอกที่แหลม และแคบใน การสัมผัสเป้าหมายได้

 

หากใครสนใจอยากเรียนรู้ การออกอาวุธในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในรูปแบบต่าง ๆ  เราขอแนะนำ สถานที่เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถติดต่อ ขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ สาขาศรีนครินทร์ , สาขารัชดา และสาขาข้าวสาร

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

ก่อนลง สนามมวย นักมวย ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง

กระจับ สำคัญขนาดไหน

กระจับ สำคัญขนาดไหน

กระจับ ( Groin Guard ) เป็นอุปกรณ์ ที่นักมวยต้องใช้ เพื่อป้องกัน กันกับจุดบอบบาง ( เป้า หรือ อวัยวะเพศ ) ของเรา เพราะ ในสังเวียนมวยไทย เป็นการใช้แรง เพื่อสู้กัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใส่กระจับ เพื่อป้องกัน

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องมี การใช้แรงปะทะ หรือ ใช้กำลังในการต่อสู้ เพื่อที่จะเอาชนะ คู่ต่อสู้ ด้วยการออกอาวุธ ต่าง ๆ ที่ว่าจะเป็น การออกหมัด การเตะ การฟันศอก หรือ การตีเข่า การกระทำเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ส่งผล ให้เกิด แรงกระแทก เกิดแรงสั่นสะเทือน ต่อร่างกายของเรา และ อวัยวะภายในต่าง ๆ ซึ่งการกระทบเหล่านี้ เราสามารถเลี่ยงได้ และ ในบางทีก็อาจจะพลาดมาโดนจุดสำคัญ อย่าง เป้า หรือ อวัยวะเพศ ของเราได้ ดังนั้น นักมวยจึงต้องใส่กระจับ ( Groin Guard ) เพื่อปป้องกัน การบาดเจ็บ

จุดประสงค์ของการใส่กระจับ

กระจับ ( Groin Guard ) เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัว ชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) และ ใช้ในกีฬาหลาย ๆ ประเภท อย่างกีฬาที่ต้องมีการใช้แรงปะทะ เช่น มวยสากล เทควันโด้ ต้องมีการใส่ กระจับ ( Groin Guard ) เพื่อให้เกิดความกระชับ การป้องกัน ที่อาจจะมากระแทก ที่อวัยเพศของเราได้ เนื่องจาก  กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่เสี่ยงต่อการบาดดเจ็บ บริเวณท้อง ขาหนีบ และ อาจจพลาดไปโดนที่อวัยเพศได้ ถึงแว้ง่า ในกติกาของ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) มีกฎคือ ห้ามต่อย หรือ เตะ ใต้เข็มขัดก็ตาม แต่ถึงอย่างไร ก็อาจจะพลาดได้ ดังนั้น เราจึงต้องมีการป้องกันเอาไว้

กระจับ ( Groin Guard ) ตัวช่วยป้องกัน อวัยวะเพศ

อวัยวะเพศของคนเรานั้น มีความบอบบางอย่างมาก และ อวัยวะเพศของคนเรา ยังมีเส้นประสาท และ เลือดจำนวนมาก เมื่อมีการกระทบ หรือ กระแทก ทำให้อาการเจ็บ ปวด มีอาการที่รุนแรมากกว่า จุดอื่น เพราะฉะนั้น เราจึงต้อง มีความจำเป็น ที่จะต้อง หาอุปกรณ์ มาเพื่อป้องกันอวัยวะเพศของเรา โดยการป้องกัน ไม่เพียงแต่ใช้ ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เท่านั้น แต่ จะเป็นต้องใช้ในกีฬา ที่ต้องมีการปะทะ กับคู่ต่อสู้

ข้อดีของการใส่กระจับ ( Groin Guard ) คือ  เมื่อมีแรงมากระแทก ตรงอวัยวะเพศ กระจับ ( Groin Guard ) จะทำหน้าที่รับแรงกระแทก ที่มากระทบต่อ อวัยเพศของเรา ทำให้เรามีการบากเจ็บ ที่น้อยลง และ แรงที่มากระทบกับ กระจับ ( Groin Guard ) ยังมีการถ่ายเท ไปที่โคนขาหนีบ แทนการโดน อวัยเพศโดยตรง นั่นเองครับ

ผู้หญิงจะเป็นต้องใส่กระจับ ( Groin Guard ) หรือไม่

ถึงแม้ว่าเพศหญิง จะไม่ได้อวัยวะเพศที่ยื่นออกมา จากร่างกายของเราก็ตาม แต่อวัยเพศหญิง ก็มีความบอบบาง ไม่ต่างกับ อวัยวะเพศ ของผู้ชาย เพราะฉะนั้น นักมวยหญิง หรือ นักกีฬาเพศหญิง ก็ต้องสวมกระจับ ( Groin Guard ) เช่นกัน โดย กระจับ ( Groin Guard ) ของเพศหญิง จะครอบอยู่ภายนอกกางเกง เหมือนกีฬามวยสากล แต่มีขนาดที่เล็กกว่า นอกจากนี้ นักมวยหญิง ยังต้องใส่เกราะอก หรือ กระจับนมหญิง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ จากการกระทบ ที่หน้าอก

กระจับ ( Groin Guard ) จึงมีความสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเพศชาย หรือ เพศหญิง เพราะหากเรา ไม่มีการใส่ กระจับ ( Groin Guard ) อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เกิดขึ้นได้ อาจจะเกิดจากความ พลาด หรือ ความตั้งใจ เพราะเหตูนี้ เราจึงต้อง มีการสวมใส่ กระจับ ( Groin Guard ) เพื่อป้องกัน และ ลดแรงกระแทก ที่เข้ามากระทบ อวัยวะเพศของเรา หากเราโดน กระแทกเต็ม ๆ โดยที่ไม่มีการสวมใส่ กระจับ ( Groin Guard ) ก็อาจจะทำให้เกิดอาการ จุก หน้ามืด หรือ ปวดท้อง เป็นต้น  เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา และ นักมวยจึงต้อง มีการสวมใส่ กระจับ ( Groin Guard )

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

เฟิร์มหุ่น ด้วยมวยไทย เจริญทองมวยไทยรัชดา

รายการอาหาร สำหรับนัก มวยไทย

รายการอาหาร สำหรับนัก มวยไทย

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า นักมวย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย หรือ มวยสากล ต่างก็ต้องควบคุมน้ำหนัก และ ดูแลรูปร่างกันทั้งนั้น มาดู รายการอาหาร สำหรับ นักมวย กันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง และ มีโภชนาการอย่างไร

 

รายการอาหารสำหรับนักมวย

ไก่ ( Chicken )

ผลวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ได้รับแคลอรี่ 30% จากอาหารประเภท โปรตีน ( Protein ) จะมีน้ำหนักน้อยกว่า เมื่อเทียบกับคนที่ได้รับ แคลอรี่ จาก โปรตีน ( Protein ) น้อยกว่า 30% ถ้าจะให้ดีควรจะเลือกซื้อ ไก่ที่เลี้ยง แบบออร์แกนิก และ ปราศจากฮอร์โมนเร่งโตค่ะ

 

บลูเบอร์รี่ ( Blueberry )

บลูเบอร์รี่ ( Blueberry ) เป็นผลไม้ที่มี สารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant )  ที่ช่วยให้ร่างกาย เผาผลาญไขมันได้ดี และ รสชาติยังดีอีกด้วย จะเอาไปทำ สมูธตี้ ( Smoothies ) หรือ เติมในสลัดผลไม้ ก็อร่อยเข้ากันดีนะ

 

ขนมปัง ข้าวกล้องงอก ( Brown Rice Bread )

เป็นขนมปัง ที่ผสมข้าวสาลีงอกแบบเต็มเมล็ด อารมณ์คล้าย ๆ ข้าวกล้องงอกบ้านเราค่ะ ซึ่งมีข้อดี คือ เอนไซม์ ( Enzyme ) ที่ผลิตขึ้นระหว่างงอกนั้น จะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น ช่วยในการขับถ่าย และ มีสารอาหารเพียบ นำมาทำเป็นเมนู แซนด์วิชกินมื้อเช้า ก็อิ่มท้อง แถมอร่อยด้วยนะ !

 

ชาเขียว ( Green Tea )

นักวิจัยเค้าพิสูจน์มาแล้วค่ะ ว่าคน ออกกำลังกาย ที่ดื่ม ชาเขียว ( Green Tea ) 4 แก้วต่อวัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน จะมีไขมันรอบเอวน้อยกว่า คนที่ดื่มเครื่องดื่ม คาเฟอีนชนิดอื่น อยากผอมลองไปหา ชาเขียว ( Green Tea ) มาดื่มด่วน ๆ แต่อย่าลืมว่าต้องเป็น ชาเขียว ( Green Tea ) รสธรรมชาติไม่เติมนม หรือ น้ำตาลนะคะ

 

อโวคาโด ( Avocado )

เจ้าอโวคาโด ( Avocado ) ลูกสีเขียวเนื้อเนียนนี้ เป็นแหล่งของไขมันดี ( HDL ) ที่ช่วยลดไขมันรอบเอวได้ จะนำมาทำเป็น สลัด หรือ สมูธตี้ ( Smoothies ) ก็เข้ากันดี อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ

 

แอปเปิล ( Apple )

แอปเปิล ( Apple ) เป็นผลไม้ที่มีเส้นใย ละลายน้ำได้ ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาล ในเลือดคงที่ไม่ขึ้น ๆ ลง ๆ ง่าย ทำให้ลดอาการโหย ทำให้เราอยากกินจุบจิบน้อยลง ที่สำคัญแอปเปิล ( Apple ) ยังแคลอรี่น้อยด้วยค่ะ จะกินเป็นมื้อดึก ก็สบายท้องแน่นอน

 

เคล และ บรอคโคลี่ ( Kale and Broccoli )

มีสาร ไอ - ทรี - ซี ( Indole - 3 - Carbinol หรือ I3C ) ซึ่งจะช่วยต้าน ซีโนเอสโตรเจน ( Xenoestrogens ) ซึ่งเป็นสารพิษชนิดหนึ่ง ที่เลียนแบบ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ( Estrogen Hormone ) ในร่างกาย และ ทำให้เกิดไขมันรอบเอว รวมถึงก่อมะเร็งด้วย การทาน เคล และ บรอคโคลี่ ( Kale and Broccoli ) จึงมีส่วนช่วย ลดไขมันรอบเอว และ ลดความเสี่ยง ต่อโรคมะเร็ง ได้อีกทางค่ะ

 

มะเขือเทศ  ( Tomatoe )

เมนูไหนมี มะเขือเทศ  ( Tomatoe ) บอกเลยว่าดีงามค่ะ เพราะ มะเขือเทศ ( Tomatoe ) มี วิตามิน ซี ( Vitamin C ) สูง ช่วยลด ฮอร์โมนคอร์ติซอล ( Cortisol Hormone ) ได้ดี

 

กระเทียม ( Garlic )

กระเทียม ( Garlic ) มีส่วนช่วยในการ กระตุ้นการเผาผลาญ และ ปรับสมดุลน้ำตาล ในเลือดได้ค่ะ

 

แซลมอน ( Salmon )

ใครชอบกินแซลมอน ( Salmon ) บอกเลยว่าแฮปปี้ค่า เพราะมันเต็มไปด้วย กรดไขมัน ( Fatty Acids ) โอเมก้า 3 ( Omega 3 ) ซึ่งเป็น ไขมันดี ( HDL ) ต่อร่างกาย และ ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อมาเผาผลาญ ไขมันชนิดเลว ( LDL ) อีกต่อหนึ่งค่ะ แต่อย่างไรก็กิน อย่างพอประมาณ นะคะ ไม่อย่างนั้นก็อ้วน ได้เหมือนกัน !

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ มวยไทย ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

มวยตับจาก มวยไทย พื้นบ้าน สุดบันเทิง

หากใครได้ติดตาม ข่าวพื้นบ้านตามโทรทัศน์กันมาบ้าง คงจะเคยเห็นการเล่น กีฬาพื้นบ้าน ที่มีการประยุกต์จาก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่าง มวยตับจาก อย่างแน่นอน  วันนี้เราจะมา ทำความรู้จักกัน มวยชนิดนี้ให้มากขึ้นกันครับ

 

มวยตับจาก คืออะไร?

 

มวยตับจาก เป็นกีฬาพื้นบ้าน ยอดนิยมของ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวั ดชลบุรี เนื่องจาก ในสมัยก่อน มีการปลูกต้นจากใน พื้นที่เยอะ จึงนำมาประยุกต์เข้ากับกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ปัจจุบัน กีฬา มวยชนิดนี้ ก็ได้เริ่มเลือนหายไปเรื่อย ๆ เพราะ ส่วนหนึ่งมาจาก มีการปลูกพืชชนิดนี้ ที่น้อยลง

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน

 

1. นวม 2 คู่ สำหรับผู้ต่อสู้ทั้ง 2 ฝ่าย

2. ผ้าปิดตา 2 ผืน ในบางพื้นที่ใช้ผ้าขาวม้า ผืนเล็กในการผูก

3. เชือก สำหรับขึงเป็นเวที

4. ใบจากแห้ง จำนวนมาก เพื่อปูให้ทั่วพื้นเวที

5. ไม้หลัก 4 ไม้ ใช้เป็นมุมสำหรับขึงเชือก

 

วิธีการขั้นตอน ของมวยตับจาก มีดังนี้

 

1. นำไม้มาปักให้มีฐานที่มั่นคง โดยวัดขนาดตามระยะของเวทีมวยของจริง หรือประยุกต์เป็นขนาดอื่นได้ตามเหมาะสม

2. เมื่อปักได้เป็น 4 มุมได้แล้ว ให้นำเชือกมาขึง เป็นขอบเขตของเวที

3. เมื่อเวทีเสร็จ ให้นำใบจากที่ผ่านการตากแห้งมาแล้ว มามัดร้อยในก้านไม้ที่เหลามาเป็นอย่างดี มีความยาวประมาณ 3 - 4 เมตร โดยมัดเรียงให้เต็มก้านไม้ เมื่อร้อยเต็มแล้ว 1 อัน เรียกว่า "ตับ" ซึ่งเป็นที่มาของ การเรียก ชื่อกีฬาชนิดนี้ว่า "มวยตับจาก"

4. นำใบจากวางให้เต็มบน พื้นที่เวทีมวย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ก่อนการแข่งขัน

5. ก่อนทำการชก นักมวยทั้งคู่จะผูกตา ด้วยผ้า และจับให้อยู่คนละมุม มีกรรมการอยู่กลางเวที 1 คน จากนั้น เมื่อสัญญาณเริ่มชก นักมวย จะเดินออกจากมุม เพื่อหาคู่ต่อสู้ และต่อยกัน โดยจะใช้ฟังเสียงลั่นกรอบ ๆ แกรบ ๆ ของใบจากที่ปูไว้ เพื่อจับทิศทางของ คู่ต่อสู้ของตน

 

กติกาและการตัดสิน

 

การชกมวยตับจาก นักมวยทั้งคู่ ก่อนขึ้นชกจะต้องสวมใส่นวม ใช้ผ้าปิดตาให้สนิท การต่อย คือ ใครต่อยเข้าเป้ามากที่สุด ก็จะได้คะแนนมากเป็นฝ่ายชนะ ชก 3 ยก ยกละ 2 นาที สวมใส่นวมตามมาตรฐาน มวยตับจาก จึงเป็นกีฬาพื้นบ้าน ที่เสริมสร้างไหวพริบ ในการฟังเสียง ได้เป็นอย่างดี

 

จุดเด่นของมวยตับจาก

 

รูปแบบการเล่นของ มวยตับจาก ถือเป็น จุดเด่นของ การชกมวย การชกที่มองไม่เห็นเป้าหมาย หรือคู่ต่อสู้ เพียงได้ยินเสียงเดินบนพื้นที่ปูด้วย ใบจากแห้ง เท่านั้น นักมวยทั้งสองฝ่าย คือ มุมแดง และมุมน้ำเงิน ก็จะปรี่เข้าไปเตะต่อย ที่จุดกำเนิดเสียงที่ได้ยิน นอกจากเสียงเดินของนักมวยแล้ว ยังมีเสียงเดินของกรรมการ เป็นตัวหลอกอีกด้วย

 

การชก มวยตับจาก จึงเน้นความบันเทิง สนุกสนาน มากกว่าที่จะตั้งหน้าตั้งตาห้ำหั่นที่จะเอาชนะกัน และกัน นั่นเอง  สำหรับรางวัลของนักมวยนั้นจะมีมูลค่าแตกต่างกันมากน้อย แล้วแต่ผู้จัดที่สามารถจะหามามอบให้ เช่น หม้อหุงข้าว พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเป็นเงินสด หรือบางคู่ชก เพื่อได้ ความสนุกสนาน เท่านั้น

 

มวยตับจาก ถือได้ว่าเป็น กีฬาการละเล่นพื้นบ้านที่คนในท้องถิ่นมีการประยุกต์ จนกลายเป็นภูมิปัญญาไทย และในปี พ.ศ. 2556 มวยตับจาก ก็ได้รับการขึ้นทะเบียน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขากีฬาภูมิปัญญาไทย จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ก่อนลง สนามมวย นักมวย ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง

การตั้งท่ามวย และ เหลี่ยมมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เฟิร์มหุ่น ด้วยมวยไทย เจริญทองมวยไทยรัชดา

เฟิร์มหุ่น ด้วยมวยไทย เจริญทองมวยไทยรัชดา

หลาย ๆ คงจะรู้กันดีว่า มวยไทยนั้น เป็นกีฬาที่ สามารถ ลดน้ำหนักได้เร็ว กว่ากีฬา ประเภทอื่น ๆ แต่ ก็มีหลาย ๆ ที่ไม่ได้อ้วน แต่ต้องการที่จะ มีหุ่นที่ดูดี สวย เท่ห์ ดังนั้น กีฬามวยไทย จะทำให้เพื่อน ๆ มีหุ่นที่สวย ดูดี และ เท่ห์

 

กีฬามวยไทยนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในกีฬา ที่นิยม กันเป็นอย่างมาก สำหรับ การลดน้ำหนัก และ เป็น กีฬา ดารา หรือ คนดังหลาย ๆ ชอบเล่น เพราะ กีฬามวยไทย เป็นกีฬา ที่สามารถ ออกกำลังกายได้ทั้ง ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา ศอก เข้า มือ หน้าท้อง สำหรับ คนไม่ได้มีรูปร่างอ้วน หรือ คนที่มีรูปร่างที่ค่อนข้างโอเค แล้วอยากจะเฟิร์มหุ่น กีฬามวยไทย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่ทำให้เรา มีหุ่นที่ดี มีหุ่นที่สวย ได้โดยที่เรา ไม่ต้องเข้ายิมไปยกเวท เพราะ  กีฬามวยไทย เป็นกีฬา ที่เรา สามารถ เลือกออกกำลังกาย เฉพาะส่วนได้ไม่ต่าง จากการยกเวท เราจะพา เพื่อน ๆ ไปดูการเฟิร์มหุ่นโดยใช้ กีฬามวยไทยกันเลย

Step การเฟิร์มหุ่น ฉบับมวยไทย

Step 1 ขาเรียวขากระชับ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากให้ขากระชับ เรียวเล็ก สวย สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยวิธีการดังนี้

-เตะกระสอบทราย ข้างละ 10 ครั้ง ซ้ายขวา พัก 1 นาที ทำแบบนี้ข้างละ 3 เซ็ต การเตะกระสอบทราย เป้ฯการใช้ กล้ามเนื้อขา ไม่ว่าจะเป็นน่อง และ ต้นขา ของเราทำให้ขาของเรา มีความกระชับ และ ขาของเราเรียว หากเพื่อน ๆ คนไหน ที่อยากอยากจะเพิ่มกล้ามเนื้อขา ให้ขามีกล้ามเนื้อ ที่สวยงาม ก็สามารถ เพิ่มจำเซ็ท ขึ้นไปอีก ได้นะครับ

-กระโดดเชือก การกระโดเชือก จะทำให้กล้ามขาของเรา ตั้งแต่ท่อนบน ถึงท่อนล่าง มีความแข็งแรง และ ความกระชับเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง การกระโดดเชือก ยังเป็นการคาร์ดิโอ ( Cardio ) ทำให้หุ่นของเรา ยิ่งสวย และ ลดน้ำหนักของเราได้ดีอีกด้วย

-วิ่ง การวิ่ง หลาย ๆ คนอาจจะมีความเชื่อว่า การวิ่งทำให้ขาใหญ่ แต่การวิ่งแบบนักมวย ไม่ทำให้เราขาใหญ่ เพราะการวิ่งแบบนักมวย เป็นการวิ่งแบบ เผาผลาญไขมัน และ เป็นการวิ่งระยะยาว ดังนั้น การวิ่งแบบนักมวย จึงทำให้ขาของเรา เรียวสวย สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการเพิ่มกล้ามขา การวิ่ง ก็เป็นอีกหนึ่ง วิธีที่จะเพิ่มกล้ามเนื้อขาของเรา

Step 2 แขนกระชับ

การที่แขนของเรา จะกระชับ ดูสวย ดูเท่ห์นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ การลดน้ำหนักอย่างเดียว การที่เราจะให้แขนกระชับนั้น เราต้องเพิ่มกล้ามเนื้อที่แขนด้วย เพราะ แขนเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก เราจึงต้องมีการโฟกัส ไปที่การสรร้างกล้ามเนื้อ แต่ไม่ถึงกับนักเพาะกาย   

1. ชกกระสอบทาย การชกกระสอบทราย เป็นการสร้างการกล้ามเนื้อ และ เป็นการกระชับสัดส่วน อีกอย่างหนึ่ง เพราะ การชกกระสอบทรายนั้น มีหลากหลายท่า จึงทำให้ แขนของเรากระชับ อีกทั้ง ยังเป็นการเพิ่มกล้ามเนื้อที่แขน ได้เป็นอย่างดี อีกด้วย และ การชกกระสอบทรายยังมีข้อดีคือ ทำให้กล้ามเนื้อข้อมือ ของเราแข็งแรงอีกด้วย 

Step 3 Six pack

ในส่วนกล้ามท้อง หรือ ซกแพคนั้น เราสามารถเล่นได้ทุกวัน เพราะ กล้ามหน้าท้องนั้น เป็นกล้ามเนื้อหน้าท้อง เป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่เราสามารถเล่นได้ทุกวัน แต่ไม่ควร โฟกัสไปที่ ซิกอพกมาก เพราะว่า การมีซิกแพค ต้องอาศัย การลดไขมัน และ การสร้างกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กัน  สำหรับซิกแพค มีท่าออกกำลังท่าเดียว

1. ซิทอัพ ท่าครันช

ท่าครันช เป็นท่าที่ทำให้เรา ทำได้ง่าย ๆ และ เป็นท่าที่ สร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องได้ดี และ เป็นท่า ที่ที่ทำแล้ว กล้ามเนื้อหน้าท้องขเราโดนทุกส่วน ไม่ต้องโฟกัสยาก 

 

ทั้งนี้ การออกกำลังกาย ด้วยมวยไทย ทำให้เราหุ่นเฟิร์มได้จริง แต่ เราก็ต้องทำควบคู่ไปกับ การควบคุมอาหาร หากเราไม่มีการคงบคุมอาหาร ก็อาจจะทำให้หุ่นของเรา ไม่เฟิร์ม ตามที่เราต้องการได้ และสิ่งสำคัญ สำหรับการออกกำลังกายคือ ไม่ควรหักโหม เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนอยากมีผลลัพธ์ที่เร็ว จึงเลือกที่จะหักโหม ทั้งนี้การหักโหม ไม่ใช่เรื่องดี การหักโหมมีแต่จะส่งผลให้ กล้ามเนื้อของเรา เกิดการบาดเจ็บ และ เกิดการอักเสบได้ และ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ คือการพักผ่อน ให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายของเรา ได้มีการฟื้นฟู และ พักฟื้นจากการบาดเจ็บ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

ก่อนลง สนามมวย นักมวย ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง

ก่อนลง สนามมวย นักมวย ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง

ในวันแข่งขันของ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก่อนที่ นักมวย จะลง สนามมวย เพื่อทำการแข่งขัน นักมวย จะต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ตามระเบียบการแข่งขัน ดังต่อไปนี้

 

การตรวจสุขภาพ

 

ก่อนการทำการแข่งขัน สิ่งที่สำคัญมากที่สุด ในการแข่งขัน คือ ความปลอดภัยของนักมวย นักมวยที่จะได้รับการเข้าแข่งขันได้นั้น จะต้องได้รับ การตรวจสุขภาพ จากแพทย์ โดยนักมวย ต้องได้รับการตรวจสุขภาพร่างกาย อย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโม งก่อนการแข่งขัน แพทย์ที่ทำการ ตรวจร่างกาย ให้กับ นักมวย จะมีรายการมาตรฐาน ที่ต้องตรวจ ดังต่อไปนี้

 

  • อุณหภูมิของร่างกาย
  • ความดันโลหิต
  • ชีพจร
  • การเต้นของหัวใจ
  • ตา หู จมูก คอ และช่องปาก
  • ตับ ม้าม
  • แขน ขา กระดูกข้อมือ ข้อเท้า ซี่โครง มือ และเท้า
  • การตอบสนองต่อระบบประสาท
  • สภาพทั่ว ๆ ไป

 

หากแพทย์ได้ทำ การตรวจสุขภาพ ของนักมวยเรียบร้อย จะทำการแจ้งผลตรวจ หรือคำรับรองการตรวจสุขภาพให้นักมวย และนายสนามมวยทราบทุกครั้ง ในกรณีที่นักมวย ไม่ผ่าน การรับรองจากแพทย์ รายการใดรายการหนึ่ง นักมวยผู้นั้น จะไม่ได้รับอนุญาต ให้เข้าทำการแข่งขัน แต่หากได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ นักมวยจะได้รับการตรวจ สารต้องห้ามในนักมวยต่อไป โดยแพทย์สนาม

 

การชั่งน้ำหนักตัว

 

ตามระเบียบ และกติกามาตรฐาน สำหรับการแข่งขัน กีฬามวย ได้มีข้อกำหนดเรื่อง การชั่งน้ำหนักตัว ดังนี้

 

1. นักมวยต้องชั่งน้ำหนักตัว โดยปราศจากเครื่องแต่งกาย หรือสวมกางเกงชั้นในที่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ในวันแข่งขันภายในเวลา 08:00 - 10:00 น. โดยนายสนามมวย อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ หากมีเหตุผลที่เหมาะสม

2. ก่อนชั่งน้ำหนักตัว นักมวยต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ และได้รับการรับรองว่ามีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

3. ให้หัวหน้าค่ายมวย ผู้จัดการ หรือผู้แทนนักมวยทั้ง 2 ฝ่ายมีสิทธิร่วมตรวจการชั่งน้ำหนัก

 

การแต่งกาย

 

คณะกรรมการกีฬามวย ได้ออกระเบียบ และกติกามาตรฐาน ที่ใช้สำหรับ การแข่งขันกีฬามวย โดยได้กำหนด การแต่งกายของ นักมวย ที่เข้าแข่งขัน ดังต่อไปนี้

 

1. ต้องสวมกางเกงขาสั้น เพียงครึ่งโคนขา ให้เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อ และรองเท้า นักมวยมุมแดง ให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวย มุมน้ำเงิน ใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุม ตามข้อบังคับ สภามวยไทยโลก ( WBC Muay Thai )

2. ต้องสวมกระจับ ที่ทำขึ้นจาก วัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับ การรับรองจาก สภามวยไทยโลก ( WBC Muay Thai ) เมื่อถูกตีด้วยเข่า หรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณอวัยวะเพศ จะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับ ต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

3. ไม่ไว้ ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้ แต่ต้องยาว ไม่เกิน ริมฝีปาก

4. เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบ และสั้น

5. ต้องสวมมงคล ผ้าประเจียด หรือ รัดเกล้า เฉพาะเวลา ร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำ การแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาต ให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้า ให้มิดชิด เรียบร้อย เพื่อป้องกัน มิให้ เกิดอันตราย แก่คู่แข่งขัน

6. อนุญาตให้ใช้ ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้ง หรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

7. ห้ามใช้เข็มขัด หรือเครื่องประดับ ที่เป็นวัสดุ ที่ทำให้เกิดอันตราย

8. ห้ามใช้ น้ำมันวาสลิน , น้ำมันร้อน , ไขสมุนไพร หรือสิ่งอื่น ที่ทำให้ คู่แข่งขัน เสียเปรียบ หรือเป็นที่น่ารังเกียจทา บริเวณร่างกาย หรือนวม

9. ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

 

การไหว้ครู

 

ก่อนเริ่มการแข่งขัน นักมวยต้องร่ายรำไหว้ครู ตามประเพณีอันดีงามของ มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อแสดงความเคาระต่อครู บิดา มารดา รวมทั้ง เป็นการขอพรต่ออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อให้คุ้มครองให้ตนได้รับความปลอดภัยในการแข่งขัน โดยการรำไหว้ครูเริ่มจากนั่ง กราบเบญจางคประดิษฐ์ คุกเข่าถวายบังคม ขึ้นพรหมนั่ง-ยืน ท่ารำ มวยไทย ( Muay Thai ) อาจมีการเดินแปลง ย่างสามขุม การรูดเชือก การบริกรรมคาถา เพื่อสำรวจ ทักทายหรือข่มขวัญซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละค่ายมวย นอกจากนี้ การไหว้ครู ยังเป็นการอบอุ่นร่างกายของนักมวย เพื่อร่างกายเตรียมพร้อม สำหรับการแข่งขันอีกด้วย เมื่อนักมวย ทำการไหว้ครูเสร็จแล้ว ต้องนำมงคลออกจากศีรษะ และให้เริ่มทำการแข่งขันได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

การตั้งท่ามวย และ เหลี่ยมมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

การตั้งท่ามวย และ เหลี่ยมมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ แฟน ๆ มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งหลาย วันนี้เราจะมาพูดถึง การตั้งท่ามวย และ เหลี่ยมมวย กันค่ะ ว่าแตกต่างกันอย่างไร มีประวัติที่มาเป็นแบบไหน หากเพื่อน ๆ พร้อมแล้ว มาอ่านกันได้เลยค่ะ

 

การตั้งท่าในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) 

สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) การตั้งท่า ถือว่าเป็นมูลฐานสำคัญเท่า ๆ กับ Stance ในแบบมวยสากล  แต่ไม่ได้มีความที่เหมือนกัน  ดังที่อาจารย์มวยบางท่านเข้าใจเพราะ ควายไม่ใช่วัว มวยสากลไม่ใช้ ตีน ท่าคุม หรือ ที่แบบสากลเรียกว่า การ์ด ก็เป็นลักษณะที่ต่อเนื่องกัน  มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องเอาใจใส่กับการ  ตั้งท่า ให้รัดกุม มิฉะนั้นการป้องกันก็ดี  หรือ การโจมตีก็ดี  ย่อมได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ตามเจตนารมณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ด้วยความประสงค์ ที่จักให้ได้ประโยชน์สูงสุด ในการนำเสนอการ ตั้งท่า ของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นแบบต่อสู้ ตั้งแต่หัวตลอดเท้า ทั้งข้างหน้า และข้างหลัง เพราะฉะนั้นการ ตั้งท่า จึงต้องพยายามฝึกฝน ให้กระชับทะมัดทะแมง ใครถนัดหมัดขวา ให้ก้าวตีนซ้ายออกไปข้างหน้า  ยาวกว่าช่วงก้าวปกติเล็กน้อยพอไม่ให้เสียหลัก  ยกหมัดขวาขึ้นเท่าระดับหน้า ( ตรงจุดอุณาโลม )  ( ดังเคยแนะนำไว้แล้วตอนต้น )  คือ กลางระหว่างหัวคิ้ว  ให้หมัดห่างจากหน้าประมาณ 3 คืบ หรือ 12 นิ้ว  ดังนี้ ศอกซ้ายจะซ่อนอยู่ ( หากไม่สังเกตก็จะไม่เห็น ) คอยทำหน้าที่บังจุดสำคัญตรงที่หัวใจ  ส่วนหมัดขวาให้ยกขึ้นเท่าระดับกึ่งกลาง ของปลายแขนซ้าย  ศอกขวาก็จะกลายเป็นกำแพงป้องกัน ซี่โครงอ่อนด้านขวา และ ตับ อันเป็นอวัยวะสำคัญ ที่คอยเก็บกำลังสำรอง ขณะเดียวกัน หมัดขวาก็จะทำหน้าที่ปกป้องจุดอ่อนอีกส่วนหนึ่ง คือ อกรวบ หรือ ยอดอก ซึ่งนักมวยตะวันตกเรียกว่า โซลาร์ เปล๊กซุส ( Solar plexus )

 

ไม้มวยสากล ที่กล่าวนี้ไม่มีคนรู้จักจนกระทั่ง พ.ศ. 2440  เมื่อรูบี้  บ๊อบ ฟิตซีแมน  ซัดมือที่ปั้นเป็นก้อนเข้ายอดอก  เจมส์ เจ. คอร์เบต  ถึงแก่อสัญญี  จนได้ครองตำแหน่งจอมมวยโลก ฝ่ายแพทย์ศาสตร์ผู้ที่สนใจได้ถกเถียงและปรึกษาหารือกัน  จนในที่สุดลงมติว่า อกรวบ หรือ ยอดอก เป็นศูนย์รวมประสาท หรือ ปราณ จนแพร่หลายเป็นศัพท์เฉพาะวิชาติดปากในวงการมวย แต่ พวกชาวตะวันตกก็ไม่วายมองข้ามของเก่า แบบเดียวกับคนไทย เพราะที่สำคัญ ที่แห่งนี้เคยเรียกกันมาก่อนหลายสิบปีว่า มาร์ก ( Mark ) และมวยไทยถือว่าเป็น จุดมรณะ หรือ จุดตาย ซึ่งเป็นเป้าหมายในเขตราว นม  กระบังลม  ลิ้นปี่  มานานแล้วเหมือนกัน

 

เหลี่ยมมวยในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) 

เมื่อนักมวยทำท่า ตั้งท่า จากที่กล่าวมาแล้ว จะมีการป้องปิดแนบเนียนพอใช้  ตั้งแต่บั้นเอวจนถึงกระหม่อม ส่วนท่อนล่างตั้งแต่บั้นเอวจนถึงปลายตีนยังมีช่องว่างอยู่  ฉะนั้นมวยไทยจึงต้องย่อตัวลงเล็กน้อย และเผยอส้นเท้าขึ้นนิด ๆ เพื่อให้หัวเข่าทั้งซ้ายขวา เกิดมุมที่ไม่เสี่ยงต่ออาการหัก หรือเคล็ด เมื่อถูกปฏิปักษ์ใช้ตีนถีบขา  จริงอยู่  การตั้งท่าแบบนี้ตามหลักสรีรวิทยา และมวยแบบตะวันตก ถือว่าก่อความเคร่งเครียดแก่ร่างกาย  ขัดต่อการเคลื่อนไหว และฝืนอริยาบถ  แต่โปรดอย่าลืมว่าขณะนี้กำลังศึกษาเรื่องมวยไทย

 

สำหรับการฝึกในช่วงแรก ๆ การฝึกย่อมจะรู้สึกเมื่อย และสบายนัก  แต่เมื่อพยายามฝึกฝนต่อไป จนเกิดความเคยชิน การฝึกนั้น ก็จะไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อตอนแรกฝึก ลักษณะย่อตัวดังกล่าวเป็นการลดช่องว่างตอน กระเดียดน้ำ  อันเป็นส่วนอ่อนระหว่างชายโครงกับกระดูกเชิงกรานให้แคบลง ปกปิดการเตะได้ง่าย นอกจากนั้นกล้ามเนื้อขาทั้งสองท่อน ย่อมเบ่งเขม็งขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเกร็ง  แม้จะเผลอถูกปฏิปักษ์เตะ ก็ไม่สู้เจ็บฉกรรจ์ ( อย่าให้เกิน 3 ที ) ข้อสำคัญสำหรับการปฏิบัติ ต้องให้น้ำหนักตัวอยู่ตรงศูนย์กลาง  ทั้งนี้เพื่อจะได้ใช้น้ำหนักท่อนบน เป็นประโยชน์ในการช่วยเหวี่ยงตีนเตะให้แข็งแรงขึ้น  ไม่ว่าด้วยหน้าตีน ( ซ้าย ) หรือตีนหลัง

 

การ ตั้งท่า หรือ การคุมตามแบบที่ได้แนะนำ ย่อมมีความแน่นรัดกุมพอรับการเตะ แคมสำเภา หรือที่รู้ ๆ กันในวงการมวยปัจจุบันว่า บานพับ ( พับนอกพับใน ) อันเป็น ไม้สำคัญ ในวิชามวยไทยภาคใต้ ซึ่งครู ตังกี้ ( ครูมวยเมืองตะกั่วป่า ) เป็นคนแรกที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ นายทองใบ  ยนตรกิจ  ( อ้ายยางตัน ) จนมีชื่อเสียงลือกระฉ่อน เมื่อประมาณยี่สิบปีมาแล้ว  โดยไม่ขยายการป้องกันไว้ให้เลย และ นอกจากนั้น  อ้ายยางตัน นายแนบ และนายเกียรติ  ยนตรกิจ สองพี่น้องยังได้นำ ไม้สำคัญ ออกใช้บ่อยครั้ง ในช่วงสมัยที่เวทีราชดำเนินยังไม่มีหลังคา  เป็นเหตุให้นักมวยชั้นนำค่ายอื่น พับฐานถึงขาลากพ่ายแพ้  และ ที่ขาลีบไปก็หลายคน

 

แต่ยังไม่ต้องใจร้อน ครูตังกี้ได้ถึงแก่มรณกรรมไปแล้ว  โปรดอดทนรอไว้ ว่าจะมีการขยาย ไม้แก้ ออกมาเองเมื่อถึงเวลา  สำหรับนักมวยที่ถนัดซ้ายเป็น หมัดพิฆาต ก็เพียงแต่เปลี่ยนก้าวตีนขวาออกไปข้างหน้า  ในทำนองเดียวกับก้าวตีนซ้าย  แต่ทว่านักมวยที่หวังความรุ่งเรืองกระเดื่องชื่อ  ต้องเพียรพยายามฝึกหัดให้ถนัดแคล่วคล่องทั้งซ้ายและขวา ซึ่งเรียกกันว่า เหลี่ยม

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ หารตั้งท่า และ เหลี่ยมมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )  ที่เราได้นำมาเสนอกัน นอกจากจะ ช่วยลดความอ้วน ได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบที่ดีขึ้น มีความอดทน กล้าหาญ และ นำไปใช้เป็นศิลปะป้องกันตัว ได้ในอนาคต หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

เข่า อาวุธของ นักมวย อันตรายขนาดไหนกันนะ ?

เข่า อาวุธของ นักมวย อันตรายขนาดไหนกันนะ ?

มวยไทย ถือเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในปัจจุบัน และรู้หรือไม่ว่า อาวุธ แต่ละท่าทางของ มวยไทย เกิดขึ้นจาก อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็น หมัด เข่า ศอก และวันนี้เราจะมาพูดถึงอาวุธ ที่รุนแรงอย่างมาก นั้นก็คือ เข่า

 

                เราต้องบอก กันก่อนเลยว่า การ ตีเข่า ถือ เป็นอาวุธ มวยไทย ที่ใช้ อวัยวะ ร่างกาย เป็นอาวุธ อีกชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรง อย่างมาก และ  เมื่อเราพับเข่า มารวมเข้ากับ ขาส่วนล่าง และ ซึ่ง มันจะ มีกล้ามเนื้อน่องอยู่นั้น จะทำให้เข่าที่ตีออกไป สามารถ เพิ่มความรุนแรง แถมมันยัง มีความรุนแรง แต่เนื่องจากเข่าเป็นอาวุธสั้น ๆ และ จึงเป็นดั่งมีดพกชนิดร้ายแรง ที่จะ สามารถใช้ได้ในระยะประชิด แถม การตีเข่าให้เหยียดปลายเท้าตรง ขางอพับเฉียงออกด้านนอกเล็กน้อย แถม มันยัง  มีแรงส่งจาก อวัยวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สะโพก เอว สู่เข่า เมื่อปะทะเป้าหมายให้เน้นที่ปลายเข่า ซึ่งการตีเข่า จะมีการแบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ

 

                โดยเราจะ มาแนะนำ ท่าต่าง ๆ ที่มาจาก เข่า ที่บอกเลยว่า มันอันตราย และรุนแรง อย่างมาก โดยแต่ละ ท่าเป็นท่าทางการต่อสู้ ของ มวยไทย ไปดูกันดีกว่า ว่าจะมี ท่าทาง ไหนกันบ้าง

 

  • เข่าตรง หมายถึง การ ที่เราทำการ ใช้เข่าเคลื่อนที่จากจุดเริ่มต้น ไปยัว อีกจุด เพื่อที่จะไปกระทบ เป้าหมายเป็นแนวตรง หรือ อาจจะ วิถีทาง ตรงหรือล้ำไปข้างหน้า และ โดยมีแรงส่งจากสะโพก หรือ  เอว ไปยังปลายเข่า เป้าหมายที่หน้าท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, และสำหรับ ใบหน้า เป็นต้น เข่าตรงมี 2 ลักษณะ หลัก ๆ นั้นก็  คือ เข่าตรงตีนำ หรือ อาจจะเป็น เข่าหน้า นั้นจะ หมายถึง การตี เข่าที่อยู่ ด้านหน้าในขณะที่ยืนท่าคุมมวย การตีและสำหรับ เข่าด้วยเข่า ซ้าย หรือ อาจจะเป็น เข่าหน้า เรียกว่าเข่าตรงตีน แถมยัง มีอีกลักษณะคือ เข่าตรงตีตามหรือเข่าหลัง หมายถึง การตีเข่าตรงที่อยู่ด้านหลังหรือเข่าที่ถนัด ในขณะที่ตั้งท่าจดมวย การตีด้วยเข่าที่อยู่ด้านหลัง เรียกว่า เข่าตรงตีตาม หรือ เข่าตรงหลัง
  • เข่าตรง หมายถึง ท่าทางต่อไป จะเป็นการใช้ท่า เข่าตรง ที่จะเป็น การใช้เข่าเคลื่อนที่จากจุดเริ่มต้นไปกระทบเป้าหมาย เป็นแนวตรง หรือ อาจจะเป็น วิถีทางตรง หรือ ล้ำไปข้างหน้า และ โดย จะมีแรงส่งจากสะโพก เอว ไปยังปลายเข่า เป้าหมาย ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น หน้าท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, ใบหน้า เป็นต้น เข่าตรงมี 2 ลักษณะ คือ เข่าตรงตีนำ หรือเข่าหน้า หมายถึงการตีเข่าที่อยู่ด้านหน้าใน ขณะที่ยืนท่าคุมมวย การตีเข่าด้วยเข่าซ้ายหรือเข่าหน้า เรียกว่าเข่าตรงตีน อีกลักษณะ นั้นก็ คือ เข่าตรงตีตามหรือเข่าหลัง หมายถึง การตีเข่าตรงที่อยู่ด้านหลังหรือเข่าที่ถนัด ในขณะที่ตั้งท่าจดมวย การตีด้วยเข่าที่อยู่ด้านหลัง เรียกว่า เข่าตรงตีตาม หรือเข่าตรงหลัง
  • เข่าเฉียง สำหรับ เข่าเฉียบ นั้นจะเป็นการใช่ การตีเข่าที่มีวิถีเฉียงขึ้นจากจุด เริ่มต้น ที่เข่าอยู่ไปจนถึงเป้าหมาย และสำหรับ การ ที่เราจะ ถ้าตีเข่าซ้ายจะตีเข่าลักษณะ เฉียงมากระทบ เป้าหมาย และ อาจจะไป  ทำให้ ลำตัวเอนไปด้านหลังเล็กน้อยและ มันจะ มีแรงส่งจากสะโพก เอว สู่ปลายเข่า เป้าหมายอยู่ที่ท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, ใบหน้า ถ้าตีเข่าเฉียงขวาจะตีเข่าในลักษณะ เดียวกันกับการตีเข่าเฉียงซ้าย เป็นต้น
  • เข่าโค้ง นั้นจะ หมายถึง การ ที่เราจะทำการ ตีเข่าในวิถีโค้งตีเข่าจากบนลงล่างปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดตรงกับขาและเข่า 

 

สำหรัย การตีเข่า ถือว่าเป็นอาวุธที่อันตรายและทรงพลังอาวุธหนึ่งของ มวยไทย ที่น่าภาคภูมิใจ และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียน มวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย    

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- คุณค่าของการเรียน มวยไทย

- ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

ความรุนแรง ของ อาวุธมวยไทย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ความรุนแรง ของ อาวุธมวยไทย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยกันว่า ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธมวยไทย อย่าง หมัด เท้า เข่า ศอก อาวุธไหนที่มีประสิทธิภาพ หรือ ความรุนแรง มากที่สุด วันนี้เราได้รวบรวมคำตอบมาให้เพื่อน ๆ อ่านกันในบทความนี้แล้วค่ะ ตามมาดูกันเลย

 

หมัด ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

หมัดเป็นอาวุธโจมตีระยะกลาง ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น โดยใช้ได้ผลหวังในการโจมตีระยะกลาง หมัดจัดเป็นอาวุธที่สำคัญมาก เพราะหมัด ต้องอาศัยกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก น้ำหนักความแรง จึงอาจไม่เทียบเท่ากับส่วนอื่น

 

นักมวยไทย มักเน้นโจมตีทั้งระยะไกล ( ภาษามวยเรียกว่า วงนอก ) ด้วยการเตะ และถีบ กับ การโจมตีในระยะใกล้ ( ภาษามวยเรียกว่า วงใน ) ด้วยการใช้เข่าและศอก รวมถึงการกอดคอ ไล่แขน เพื่อชิงเหลี่ยมกันมากกว่าจะยืนแลกหมัดแบบมวยสากล ซึ่งถ้าไม่ใช่เป็นมวยหมัดหนักจริงๆ ส่วนมากจะใช้หมัด ไว้เพื่อทำลายจังหวะคู่แข่ง

 

การปล่อยหมัด ที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ การใช้หมัดตรงหมัดหลัง ที่นักมวยจะใช้การบิดไหล่ข้างถนัด โน้มไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดแรงส่งจากสะโพก ลำตัว หัวไหล่ ที่มากกว่าหมัดตรงธรรมดา ออกไปยังเป้าหมาย แล้วดึงหมัดกลับมาในท่าจดมวยเดิม ซึ่งจะได้ผลดีมาก หากทำได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ การปล่อยหมัดแบบเสยขึ้น หรือหมัดอัปเปอร์คัด หากเข้าบริเวณคาง ก็มีโอกาสที่คู่ต่อสู้จะเกิดอาการมึน ไปจนถึงขั้นน็อคเอาท์

 

แต่ถึงอย่างนั้น หมัด ก็เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพในมวยไทยเสมอไป เพราะนักมวยไทยบางคนก็เอาชนะคู่ชกได้ ด้วยการชกที่หนักหน่วง จนคู่ต่อสู้เสียอาการ หรืออย่าง กำปั้นบางคนใช้หมัดได้ดี สมัยชกมวยไทย จนถูกดึงตัวไปชกมวยสากลสมัครเล่นกับทีมชาติไทย หรือมวยสากลอาชีพ เช่น เขาทราย แกแล็คซี่, แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์, ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เป็นต้น

 

 

เข่า ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

เข่า ถือว่าเป็นอาวุธแห่งชัยชนะโดยแท้จริง ตามหลักฟิสิกส์แล้ว การใช้เข่า มีความหนักหน่วงมาก เนื่องจากเป็นการใช้แรงส่งจากสะโพกมาใช้ โดยใช้ส่วนของหัวเข่าด้านหน้า หรือด้านข้างหัวเข่า ที่เป็นมุมและแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนที่อ่อนของร่างกาย เช่น ท้อง ต้นขา ลำตัว ชายโครง หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

 

ในการตีเข่าเป็นอาวุธในระยะกลาง ด้วยท่าเข่าลอย แต่ในชกท่าดังกล่าวไม่นิยมถูกนำมาใช้ ในปัจจุบันนัก เนื่องจากมีโอกาสผิดพลาดได้สูง และเสียทรงมวยไป (ซึ่งสำคัญต่อราคาต่อรองของการพนัน) ดังนั้นลักษณะของการตีเข่าในมวยไทยอาชีพ ยุคนี้ จึงเน้น นักมวยเข่า ที่ต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเพื่อเข้าไปคลุกวงใน โจมตีระยะประชิดตัว ผ่านกอดลำตัว รัดคอ ปล้ำ เหนี่ยวรั้งให้ลำตัวของคู่ต่อสู้ โน้มลงมา ในจังหวะที่ตนเอง งอเข่าให้เป็นมุมแหลม พุ่งเข้าปะทะบริเวณลิ้นปี่ ท้องน้อย หรือหน้าขา

 

ในยุคปัจจุบันหลังมานี้ เข่า กลายเป็นตัวแปรสำคัญของการตัดสินของกรรมการ ที่ดูว่านักมวยคนไหนทำได้ดีกว่ากัน จากการออกอาวุธเข่าวงใน นักมวยไทยส่วนมาก จึงถูกฝึกมาให้ตีเข่าแข็งแรง เพื่อหวังชัยชนะ ทั้ง ในสนาม และนอกสนาม

 

มวยไทยฝีมือ เป็นสไตล์ที่ต้องการใช้พื้นที่โจมตีระยะกลางและไม่ไกล ไม่ชอบเล่นวงใน อาศัยการตั้งรับ ป้องกัน โดยใช้ ดักต่อย ดักเตะที่แม่นยำ จะแพ้ทางมวยประเภทวงใน ทำให้ยุคปัจจุบันนี้ มวยเข่าจึงมีโอกาสชนะมากกว่า แม้ไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุดที่สามารถทำให้ถึงขั้นทำให้น็อคเอาท์ก็ตาม แต่การแทงเข้าจุดสำคัญที่ทำให้จุกเสียด ในจังหวะที่คู่ต่อสู้ไม่ได้เกร็งท้อง หรือเป็นจอมเสียบเข่า ที่ชำนาญเรื่องการใช้เข่าจริงๆ

 

เท้า ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

เท้า อาวุธโจมตีระยะไกล เป็นอวัยวะสำคัญสำหรับการชกมวยไทย ทั้งในจังหวะรุก และรับ แถมยังมีพลังมากพอที่จะส่งให้ คู่ต่อสู้ น็อกเอาท์ได้ในชั่วพริบตา ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียวเข้าที่ก้านคอ หากอธิบายตามหลักฟิสิกส์ อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงของการเตะมาจาก ทอร์ค (Torque) ซึ่งเกิดจากแรงขาและการหมุนของสะโพก และเมื่อแรงที่ออกจากขา เดินทางมาด้วยระยะไกล ตั้งแต่จังหวะบิดตัวยก ง้างเท้าขึ้นมาจา่กพื้น แรงนั้นจะถูกเปลียนเป็น พลังงานจลน์ ทำให้มีอัตราความเร็วที่สูง

 

หลีกเลี้ยงการเตะเข้าที่ก้านคอ เพราะถือว่าเป็นจุดสำคัญ ที่สามารถน็อกคู่ต่อสู้ได้ทันที เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาทที่เป็นส่วนที่สำคัญ ประกอบด้วย กระดูกสันหลังส่วนคอ, ไขสันหลัง และ หลอดเลือดใหญ่ที่ลำเรียงเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมอง หากถูกกระแทกอย่างแรงแบบฉับพลัน สมองจะถูกชัตดาวน์ชั่วคราว จนสลบไป

 

ในการเตะก้านคอ ถ้าใช้ส่วนเท้าแรงที่ออกไปอาจจะไม่แรงเท่า การโยนแข้งขึ้นไปกระแทกกับคอคู่ต่อสู้ ซึ่งจะมีความน้ำหนักและความรุนแรงกว่ามาก เปรียบเหมือนถูกท่อนไม้ตีเข้าบริเวณต้นคอ แม้นักมวยจะมีการฟิตกล้ามเนื้อต้นคออย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ มีความยืดหยุ่น แข็งแรง ก็คงยากที่ต้านทานแรงกระแทกนี้ได้ หากโดนจัง ๆ

 

 

ศอก ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

ศอก คือ อาวุธที่อันตรายมากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงแม้ว่าหมัดและศอกจะอยู่บนแขนของมนุษย์เหมือนกัน แต่อาวุธทั้งสองอย่างมีแรงทำลายที่ต่างกัน ทั้งศอกมีส่วนที่แหลมคม และมีความแข็งของกระดูก เมื่อแรงจากปลายศอก ส่งเข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันนั้นจะมีค่าที่สูงมาก ส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงง ไปจนถึงขั้นสลบได้เลย

 

การใช้ศอกโจมตีในจุดสำคัญไม่ว่าจะ ตัด งัด เข้าไปจุดอันตราย เช่น ปลายคาง, ทัดดอกไม้ ( ส่วนที่บางสุดของกะโหลก ) ก็สามารถทำให้ชนะน็อคเอาท์ได้เหมือนกัน

 

บริเวณปลายคาง ถือว่าเป็นจุดที่อันตรายมาก เพราะมีโอกาสที่แรงเหวี่ยงของศีรษะที่ถูกกระแทกจะช่วยเพิ่มความรุนแรง จนกระดูกสันหลังที่ห่อหุ้มก้านสมองแตกและเคลื่อนได้ หรือส่วนช่วงของขมับศีรษะหรือทัดดอกไม้เนื่องจากเป็นช่วงบริเวณกะโหลกศีรษะที่มีความหนาน้อยที่สุด เวลาที่มีการกระทบจึงมีโอกาสที่ได้รับแรงกระแทกเต็มที่ นายแพทย์ ภัทร โฆสานันท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าว

 

นอกจากนี้ ศอก ยังเป็นอาวุธที่มีความรุนแรง สามารถทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้าได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด ยิ่งถ้าเป็นแผลแตกเหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมองเห็นนักมวย ถึงแม้ศอกจะเต็มไปด้วยข้อดี และความรุนแรงเหนืออาวุธ  แต่การใช้ศอกให้ได้ประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะศอก ใช้ได้แค่ในระยะประชิดตัว ภายใต้เงื่อนไขที่ จังหวะ ความเร็ว ความแม่นยำ ทุกอย่างต้องลงตัว และมีโอกาสศอกผิดพลาดสูง จนถูกโต้กลับด้วยอาวุธอื่นของคู่ชก

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ อาวุธมวยไทย อย่าง หมัด เท้า เข่า ศอก ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย  ฉบับลพบุรี เป็นอย่างไรต่างจาก มวยไทย ธรรมดาหรือไม่

มวยไทย ฉบับลพบุรี เป็นอย่างไรต่างจาก มวยไทย ธรรมดาหรือไม่

มวยไทย ถือเป็น กีฬา ที่ได้รับความนิยม อย่างมาก ในว่าจะเป็น ในประเทศ ไทยเราเอง หรือ ต่างประเทศ ที่เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม อย่างมากและวันนี้เราจะมาทุกคนไปทำความรู้จักกับ มวยไทย ฉบับลพบุรี เป็นอย่างไร และจะ ต่างจาก มวยไทย ธรรมดาหรือไม่ ?

 

            เราต้อง ยอมรับกันเลยว่า ศิลปะมวยไทย ถือ เป็นการสืบต่อกันมา โดย รุ่นต่อรุ่น ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน แถมยัง มีการต่อย มวยไทย ในแต่ละภาค ย่อมมีความแตกต่าง กัน ออกไป ตามภูมิภาค ด้วย เช่นกัน และ เรามาดุกันว่า มวยไทย ลพบุรี จะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว อย่างไรบ้าง กันบ้าง

 

                  โดย มวยไทย  ฉบับลพบุรี นั้น จะ แรกเริ่ม เกิดขึ้นระหว่างปี ประมาณ พ.ศ. 1200 ไปจนถึง ประมาณปี พ.. 2198 แถมยัง เป็นการเริ่มต้นก่อตั้ง มวยลพบุรี และยัง ผู้ก่อตั้ง นามว่า ปรมาจารย์ สุกะทันตะฤาษี และ สำนักอยู่ที่เขาสมอคอน เมือง ลพบุรี แถมยัง มี ลูกศิษย์รุ่นสุดท้าย นั้นก็คือ พ่อขุนรามคำแหง เลยทีเดียว และ ประมาณ ในช่วงที่ 2  เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2199 ไปจนถึงประมาณปี พ..  2410 และถือ ว่า เป็นช่วงเวลา แห่งการถ่ายทอดศิลปะ มวยไทย ลพบุรี ( Muay Thai ) สำหรับ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้ความกรุณา และ ให้ความ ส่งเสริมศิลปะ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะเป็นการจัดแข่งขัน กติกา ในการ ชกมวยไทย และ รวมไปถึง สังเวียน การชก เป็นต้น ต่อไปเราจะมา อฑธิบายถึง เอกลักษณ์ของ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) ว่า มี เอกลักษณ์ ที่แตกต่าง จาก มวยไทย จังหวัดอื่น อย่างไร กันบ้าง โดย เราจะ เห็น เอกลักษณ์ของ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) ได้ดังนี้

 

  • ถือว่า เป็น มวย ที่ทำการ ชกที่มีความ ฉลาดมีการ รุกรับคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็ว
  • ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ แถมยังมีการ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มวยเกี้ยว 
  • มวย ที่ใช้ชั้นเชิง เข้าหาอีกฝ่ายโดยใช้กลลวง มักเคลื่อนตัว หลบหลีก หลอกล่อ ได้ดี

 

คงจะ พอเข้าใจกับ เอกลักษณ์ขอ มวยไทย ลพบุรี กัยพอสมควรแล้ว และ ท่า มวยไทย ลพบุรี ( Muay Thai ) มันจะ เป็นการผสมผสาน ระหว่าง ท่าทางของ ลิง และ ช้าง โดย ในการออกหมัด รวมไปถึง  เข่า ศอก และ เท้า และมัน ถือ เป็นการนำเอา ลักษณะท่าทาง ของสัตว์ แต่ละชนิด มาประยุกต์ใช้ในศิลปะ มวยไทย ได้ เป็นอย่าง ดีเลย ทีเดียว

 

  สำหรับ การต่อย มวยไทย เรา จะต้องมี สมาธิ กับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า และสิ่ง ที่สำคัญ อย่างมาก ก็คือการที่เรา ห้ามละสายตาจากฝ่ายตรงข้าม เพราะมัน อาจเกิดเป็นจุดอ่อนของเราได้ ดังนั้น ควรมีสมาธิ ไม่วอกแวก และ ควรมีความ กระตือรือร้น อยู่ตลอดเวลา ทำให้ กีฬา มวยไทย เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ความรวดเร็ว ว่องไว และ สมาธิ อย่างมากเลย ทีเดียว และสำหรับ การออกกำลังกาย เราสามารถ ที่จะ ทำได้ง่าย ๆ โดย เรา ไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายตรงข้าม มาเป็นคู่ซ้อม แต่สามารถฝึกซ้อมได้โดยตัวเอง โดยใช้การ ออกหมัด ใช้ศอก เท้า เตะ ต่อย สลับกันไป พักบ้าง อย่างหักโหมจนเกินไป สำหรับ การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ด้วยการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะเป็นการขยับร่างกายเกือบทุกส่วน ทำให้ระบบกล้ามเนื้อ ได้ ยืด หด ตัว เกิดการสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งช่วยในเรื่อง ระบบไหลเวียนโลหิต รวมไปถึงการทรงตัวที่ดีขึ้น และ ความคล่องตัว

 

ทางเราแนะนำยิม มวยไทย ที่ครบวงจรที่สุดในย่านศรีนครินทร์ นั่นคือ jaroenthongmuaythairatchadaหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดให้บริการทุกวัน 

 

เจริญทอง มวยไทย ยิม ( jaroenthongmuaythai ) บวกกับ วิทยาศาสตร์การกีฬา อีกทั้ง ความรู้ด้านโภชนาการ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน เรียกได้ว่า เป็นอีกยิม หรือ ค่ายมวยที่ให้ความใส่ใจแก่ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ เพราะเรารู้ว่า ลูกค้าที่เข้ามาต้องการอะไร เรารู้ว่า คุณต้องการลดน้ำหนัก พบปะผู้คน แลกเปลี่ยนความรู้ด้านโภชนาการกับเทรนเนอร์ ขอคำปรึกษาจากผุ้เชี่ยวชาญที่ค่ายมวยแห่งนี้ได้ 

Location : 205, 27 - 28 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ

Tel :  02 276 5016      

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

Muay Thai ที่ให้มากว่าการออกกำลังกาย jareonthong muaythai ratchada

Muay Thai ที่ให้มากว่าการออกกำลังกาย jareonthong muaythai ratchada

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ใคร ๆ ก็ต่างรู้จัก และ ก็มีเพื่อน ๆ บางคน ที่เล่นกีฬาประเทภนี้ อยู่เช่นกัน วันนี้จะมาดูกันว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ให้อะไรกับเราบ้าง

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม เป็นย่างมาก และ โดยเฉพาะในยุคนี้ ยุคที่ผู้คน ต่างหันมาดูแลวุขภาพกันมากขึ้น ทำให้เรา กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) กลายเป็นที่นิยม มากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยลดน้ำหนักดี อีกด้วย แต่ เพื่อน ๆ หลาย ๆ คน อาจจะยังไม่รู้ถึง ประโยชน์ ของกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

ประโยชน์ที่ได้จากการ ฝึกมวยไทย ( Muay Thai )

 

1. กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยลดอาหารนอยด์

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการใช้แรงก็จริง แต่ในการใช้แรง ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นการที่ช่วยดึงสติขแงเรากลับมา และ ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น โดย เฉพาะ การที่เราเราซ้อม กับคู่ต่อสู้ หรือ มีการลงนวม กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยิ่งทำให้เรา มีโฟกัส และ มีสติ หากเรา สติหลุด หรือ สมาธิหลุด ก็อาจจะทำให้การซ้อม ของเราบาดเจ็บได้ นั่นเอง อีกทั้ง กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยให้เราจัดการกับความ วิตกกังวล ในสมองของเราได้ดี เนื่องจาก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้เรารู้จักปล่อยวาง และ จัดการกับ อารมณ์ได้เป็นอย่างดี

 

2. สร้างความมั่นใจ

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยสร้างความมั่นใจ เพื่อน ๆ ที่ได้อ่าน ประโยคนี้ ก็อาจจะมองว่าแปลก ๆ แต่ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จะสอนให้เรารู้จักเคารบผู้อื่น และ ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง และ สอนให้รู้จัก การผ่ายแพ้ ที่จะให้เรานั้น เกิดความมั่นใน หากต้องมีการชกกับคู่ต่อสู้ การผิดพลาด อาจจะทำให้เราดูเขินอาย แต่จริง ๆ แล้ว ลึก ๆ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) สอนให้เราภูมิใจในตัวเอง เนื่องจากศักยภาพ ของเราสามารถ ทำได้มากกว่าที่เราคิด สามารถปกป้องผู้อื่น และ ปกป้องตัวเองได้

 

3. เพิ่มรอยหยักในสมองของเรา

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการต่อสู้ ของคนสองคน ไม่เรา หรือ คู่ต่อสู้ฝ่ายใดฝ่ายเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้เราได้รู้การหลบหลีก การคิด การเข้าเหลี่ยม เข้ามุมได้ และ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังทำให้เราได้รู้จัก การเป็นฝ่ายรุก ที่ต้องมีการโต้กลับ ทำให้ต้องมีการคิด การวิเคราะห์ การเคลื่อนไหว หรือ สไตล์การชก ของคู่ต่อสู้ จึงทำให้ราทักษะ กระบวนการคิดไม่ว่าจจะเป็นในการทำงาน หรือ การใช้ชีวิตประจำวันของเรา

 

4. เพิ่มพละกำลัง ของกล้ามเนื้อ และ ร่างกาย

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้เป็นกีฬาที่ใช้ หมัดใช้ศอก หรือ การเตะ เพียงเท่านั้น แต่สำหรับ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องมใช้ทุกส่วนของร่างกาย เพื่อให้มีความสัมพันธ์ กันในทุกส่วน เพื่อใช้เป็น อาวุธ และ เพื่อเป็นการป้องกัน อาวุธของคู่ต่อสู้ ที่เข้ามาปะทะเรา จึงทำให้กล้ามเนื้อ และ ร่างกายของเรา ได้มีการใช้งาน และ พัฒนา อยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้เราได้ฝึกกล้ามเนื้อ เนื่องจากการที่เรา ออกกอาวุธใส่คู่ต่อสู้ จะต้องมีแรง   

 

5. มีไหวพริบที่รวดเร็ว

 

เนื่องจาก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องมีการชกต่อย อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เรา มีการคิด การวิเคราะ และ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่รวดเร็ว เพื่อไม่ให้ การชกของเรานั้น แพ้ หรือ น็อคได้ เพราะฉะนั้นแล้ว กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จึงช่วยเสริมสร้าง ให้เรามีไหวพริบที่รวดเร็ว เป็นอย่างมาก เพราะ ถ้าหากเรา มีไหวพริบที่ช้า จะเป็นการเดโอกาสให้กับคู่ต่อ ให้ทำคะแนน ได้อย่างง่าย

 

ทั้งนี้การฝึกมวยไทย ควรจะมีโค้ช หรือเทรนเนอร์ ในการฝึก เพื่อการฝึกฝนที่ถูกต้อง และ ลดการบาดเจ็บ จากการซ้อม

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

หุ่นเฟิร์ม ด้วยมวยไทย

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

พิธีและ ประเพณีน่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) กีฬาประจำชาติไทยที่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาแต่โบราณ กีฬาชนิดนี้ จึงมีวัฒนธรรมไทยที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การแสดงความเคารพ คารวะต่อครูบาอาจารย์ ซึ่ง มวยไทย ก็มี พิธีและประเพณี ที่ตระหนักถึงเรื่องนี้ ดังนี้

 

การขึ้นครู

 

เป็นพิธีขั้นแรกที่ศิษย์จะมาไหว้ครู เพื่อมาฝากตัวเป็นศิษย์ การไหว้ครูถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของมวยไทย และ ถือว่าเป็น พิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ สมัยโบราณกาล "ขึ้นครู" เปรียบเสมือน พิธีการมอบตนเอง ในลักษณะขออยู่ ใต้บังคับบัญชาของครู เพื่อร่ำเรียน วิทยาการ ในฐานะ คนที่ว่าง่าย สอนง่าย และกล้าหาญ เพื่อเตรียมตัว และ ปรับปรุงตนสู่ ความเป็นทหารพระราชา โดยนักมวย จะต้องมีครู ต้องเคารพ และเทิดทูนครู เพราะการที่ครูจะยอมรับศิษย์ แต่ละคน ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ของคนไทย ที่เป็นมรดกสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล

 

พิธีไหว้ครูมวยไทย

 

เป็นเอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยก่อนการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวยที่เข้าแข่งขัน จะมีการร่ายรำ ไหว้ครูมวย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยแท้ที่ สืบสานมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็น อัตลักษณ์ของความเป็น "มวยไทย" ( Muay Thai ) และสาเหตุที่ ศิษย์ต้องมี ความกตัญญต่อครูอาจารย์นั้น เป็นเพราะ วิชามวย เมื่อครั้งโบราณ มีการฝึกฝนไว้ป้องกัน อันตราย จากคู่ต่อสู้ ซึ่งในการฝึกซ้อม หากไม่มีครูอาจารย์ที่ชำนาญคอยสอนสั่ง ผู้ฝึกมวยอาจพลาดพลั้งและเกิดอันตรายได้ ดังนั้นศิษย์จึงต้องเชื่อฟังครูและศรัทธาครู เพื่อให้การฝึกเป็นไปด้วยดี

 

ขณะเดียวกัน ครูผู้อบรมสั่งสอนต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนกว่าศิษย์ จะเชี่ยวชาญ ชำนาญได้ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี เพราะการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ หากครูไม่มีความรัก และความเมตตาต่อศิษย์ ไม่เอาใจใส่ในการฝึกฝนของศิษย์อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ด้วยความเคารพรัก และแสดงออกถึงความเชื่อ ความศรัทธาต่อครูบาอาจารย์ การไหว้ครูจึงเกิดขึ้นคู่กับ มวยไทยมาแต่อดีตกาล จนกลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาในวงการมวยไทยตลอดมา

 

ในอดีตผู้สมัครเป็นศิษย์ จะมีความรู้สึกว่า ยากแสนยาก กว่าจะได้เรียนรู้ถึงศาสตร์ชิ้นนี้ได้ เพราะในสมัยนั้นครูอาจารย์ที่เชี่ยวชาญมีอยู่ไม่มากนัก อีกประการหนึ่ง ท่านก็ไม่ได้คิดค่าสอนหรือมีค่าตอบแทนแต่อย่างใด ผู้มีประสงค์จะศึกษาเล่าเรียนต้องฝากเนื้อฝากตัวกับครู คอยปรนนิบัติอยู่เป็นเวลานาน จนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชามวยไทยครบถ้วน ด้วยเหตุนี้ ครูและศิษย์มวยไทยในสมัยก่อนนั้น จึงมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นดุจบิดามารดา

 

พิธีครอบครู

 

การที่ศิษย์ ได้ศึกษา ศิลปะมวยไทย ( Muay Thai ) จนสำเร็จแล้ว และสามารถถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้อื่นได้ ครูพอใจจะให้เป็นครูมวยต่อไป ก็จะทำพิธีครอบครูให้เพื่อสืบทอดศิลปะมวยไทยของครูมวยสายนั้น โดยจะทำพิธีครอบครูในวันพฤหัสบดีก่อนเที่ยงที่บ้านของครูมวย หรือในโบสถ์

 

พิธีไหว้ครู ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อครูอาจารย์ เป็นวัฒนธรรมไทยแท้ที่สืบสานมายาวนาน อันจะเป็นพิธีใหญ่จัดปีละครั้ง ตามแต่ครูจะกำหนด ในพิธี จะมีการตั้งโต๊ะ แต่งเครื่องสังเวยเทวดา และบูชาครูอาจารย์ ที่ล่วงลับไปแล้ว ทุกท่าน รูปแบบ และพิธีการไหว้ครู จะแตกต่างกัน ในแต่ละสำนักมวย แล้วแต่ครูอาจารย์ของสำนักนั้น กำหนดขึ้น และมีการปฏิบัติสืบต่อกันมา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมพลศึกษา

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

หุ่นเฟิร์ม ด้วยมวยไทย

เกร็ดความรู้สำหรับ มวยไทย( Muay Thai )

หุ่นเฟิร์ม ด้วยมวยไทย

หุ่นเฟิร์ม ด้วยมวยไทย

เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนก็คงจะทราบกันดีว่า กีฬามวยไทยนั้น ช่วยทำให้เรา ลดล้ำหนักได้เป็นอย่างดี แต่นอกจากนี้ กีฬามวยไทย ก็สามารถทำให้หุ่นเราเฟิร์มได้เช่นกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ กีฬามวยไทย ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันดี และ เป็นที่นิยมในหมู่มาก สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือ ผู้ที่ต้องการฝึกเพื่อป้องกันตัว กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ไม่เพียงแต่ ช่วยให้เรา ลดล้ำหนักได้แค่นั้น แต่กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังสามารถช่วยให้ หุ่นของเรา มีความฟิต เฟิร์ม หุ่นสวย ดูดี ไม่ต่างอะไรกับการ ออกกำลังกายแบบ เวทเทรนนิ่ง ( weight training ) เลยก็ว่าได้ เพราะ การฝึก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น มีการขยับตัว ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา คอ ไหล่ ลำตัว และ ส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ได้รับการพัฒนา จากท่าทางต่าง ๆ ของกีฬามวยไทย ไม่ว่าจะเป็น การชก การเตะ การใช้ศอก หรือ ฟันศอก การใช้เข่า การใช้ท่าทางต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นท่าที่ช่วย ให้เราได้พัฒนากล้ามเนื้อ เฉพาะส่วน เหมือนกับการ เล่นเวทเทรทนนิ่ง ( weight training ) เพราะฉะนั้นแล้ว การใช้มวยไทย เพื่อการเฟิร์มหุ่น ให้มีหุ่นที่ดี หุ่นที่สวย จึงเห็นผลที่ดี และ ง่าย ต่อการฝึก ไปดูแต่ละท่าที่ใช้ฝึกกันเลย

 

ท่าที่ใช้ ในการเฟิร์มหุ่น 

 

1. Jab cross ( หมัดแย็บ หรือ มัดตรง )

Jab cross ( หมัดแย็บ หรือ มัดตรง ) คือ การเหยียดแขนออกไป บิดลำตัวเล็กน้อย พร้อมกับเปิดส้นเท้า โดยที่เรายังคงรักษา ความตรงของแขน ที่เหยียดออกไป ให้อยู่ในระดับหัวไหล่ ของเรา และ สุดท้าย ให้เราหมุนข้อมือคว่ำลงให้สันหมัด ตรงกับ จุดที่เราต้องการชก ทำท่านี้ข้างละ 15 ครั้ง 3 เซต

 

2. Elbow (ศอก หรือ ฟันศอก )

Elbow (ศอก หรือ ฟันศอก ) คือการที่เรา พับขน ให้เกิดให้เกิด มุมศอก หรือ เปิดศอก วิธีการฝึกคือ ยกศอกขึ้น และ ฟาดลง ไปยังเป้าหมาย พร้อมกับเกร็งหน้าท้องของเรา ทำท่านี้ข้างละ 15 ครั้ง 3 เซต

 

3. knees ( เข่า หรือ แทงเข่า )

knees ( เข่า หรือ แทงเข่า ) ท่านี้ เป็นท่าที่ง่าย ๆ คือ การยกเข่า ของเราขึ้น และ มีการเกร็งหน้าท้อง ทำท่านี้ข้างละ 15 ครั้ง 3 เซต

 

4. Hook ( ฮุก หรือ หมัดฮุก )

Hook ( ฮุก หรือ หมัดฮุก ) ท่านี้เป็นการชก ที่ต้องมีการงอแขน 90% เพื่อให้เกิดมุม ในการชก โดยการชกแบบ Hook ( ฮุก หรือ หมัดฮุก ) จะต้อง งอแขน และ ออกแรงชก ที่สำคัญของการชก Hook ( ฮุก หรือ หมัดฮุก ) คือ ต้องบิดลำตัวเล็กน้อย และ บิดส้นเท้า เพื่อให้เกิดแรงส่ง ทำท่านี้ข้างละ 15 ครั้ง 3 เซต

 

5. Uppercut ( หมัดอับเปอร์คัต )

Uppercut ( หมัดอับเปอร์คัต ) เป็นการชกที่มี ท่าทางการชก แบบเดียวกันกับ Hook ( ฮุก หรือ หมัดฮุก ) แต่ Uppercut ( หมัดอับเปอร์คัต ) คือ การที่เราเสยหมัดจางล่างขึ้นบ้างบน ท่านี้ ต้องมีการงอเข่า และ ย่อตัวลงเล็กน้อย  ทำท่านี้ข้างละ 15 ครั้ง 3 เซต

 

6. kick ( เตะ )

ท่าสุดท้าย คือ kick หรือ เตะ ท่านี้ เป็นท่าที่เราคุ้นเคยกันดี การเตะ เป็นการเหวี่ยงขาออกไป โดยท่านี้ เราต้องมีขาหลัก ที่มั่นคง ไม่งั้น ก็อาจจะลมได้ ทำท่านี้ข้างละ 15 ครั้ง 3 เซต

 

จากท่าทาง ในการที่เราใช้ออกกำลังกายต่าง ๆ จะเห็นได้ว่า เรามีการใช้ ทุกส่วนของร่างกาย ทำให้เรามีหุ่นที่เฟิร์ม และ หุ่น

ที่สวย มาต่างอะไรกับ การที่เราออกกำลังกายแบบ เวทเทรนนิ่ง ( weight training )

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

การจัดอันดับนักมวย สุดแข็งแกร่ง ใน มวยไทย ( Muay Thai ) รุ่นแบนตัมเวท

มวยไทย ( Muay Thai ) 5 สาย ที่สืบกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

เกร็ดความรู้สำหรับ มวยไทย( Muay Thai )

เกร็ดความรู้สำหรับ มวยไทย( Muay Thai )

การต่อสู้แบบไทย ต้องการผ่านการเรียน มวยไทย ซึ่งต้องเคารพครูผู้สอน เข้าใจการให้คะแนน การใช้คำในการเรียก เข้าใจสิ่งนี้ก่อน และถ้าจะต่อยมวยไทยทั้งที ค่ายมวยไหนที่จะดีไปกว่า เจริญทองมวยไทยรัชดา

 

กติกาในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) และ หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน 

1. การให้คะแนนการชก มวยไทย ( Muay Thai )

     คะแนนในแต่ละยก ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ผู้ตัดสินจะคิดคะแนน ตามจำนวนของการชกที่ถูกต้องตามแบบฉบับ มวยไทย ( Muay Thai ) ส่วนการชกที่ไม่ได้คะแนน คือ การชกที่ละเมิดกติกา เช่น ชกถูกขา แขน ของฝ่ายตรงข้าม ในลักษณะที่อีกฝ่ายทำเพื่อป้องกันตนเอง จากคู่แข่งขัน รวมไปถึงการปล่อยอาวุธที่ไม่มีแรงส่ง หรือ น้ำหนักจากร่างกาย

 

     แต่ละยกมี 20 คะแนน  เมื่อสิ้นสุดลง ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสอง ซึ่งการคิดคะแนนให้เป็นไปตามเกณฑ์การให้คะแนน คือ 1 คะแนน สำหรับอาวุธที่กระทำถูกต้อง 1 อาวุธ ของการต่อย มวยไทย ( Muay Thai )

 

     หากคะแนนของผู้เข้าแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งสองฝ่ายเท่ากัน ต้องพิจารณาผลการแข่งขัน ดูจากผู้แข่งขันที่เป็นฝ่ายรุกมากที่สุด หากเป็นฝ่ายรุกเท่ากัน ให้พิจารณาผู้ที่มีแบบในการชกดีกว่า ผู้แข่งขันที่มีการป้องกันตัวดีกว่า ดูได้จากการ ปิด จับ ปัดป้อง  รั้ง และ หลบหลีก สามารถป้องกันอาวุธต่างๆ จนคู่ต่อสู้ทำอะไรไม่ได้ ถึงจะการประกาศผลผู้ชนะ

 

2. ชนิดของการตัดสิน มวยไทย ( Muay Thai )

     มวยไทย ( Muay Thai ) ตัดสินได้จากการ บาดเจ็บ ( Injury ) ถ้าผู้ชี้ขาดเห็นว่า ผู้แข่งขันมีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ที่จะแข่งขันต่อ ต้องยุติการแข่งขัน และให้อีกฝ่ายเป็นผู้ชนะ ทั้งนี้เป็นสิทธิ์ของผู้ชี้ขาด สามารถปรึกษากับแพทย์ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) ชนะโดยน็อคเอาท์ ( Win by Knock Out ) หากฝ่ายหนึ่ง ล้ม และ ไม่สามารถแข่งขันต่อได้ ภายระยะเวลา 10 วินาที ให้อีกฝ่ายเป็นผู้ชนะน็อคเอาท์

     

     มวยไทย ( Muay Thai ) ชนะโดยคะแนน ( Win by Points ) ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับการตัดสินเสียงข้างมากเป็นผู้ชนะ ถ้าถูกนับสิบพร้อมกัน หรือ ผู้แข่งขันทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บ ไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ ผู้ตัดสินต้องรวมคะแนน จนถึงเวลาที่การแข่งขันได้หยุดลง ใครได้คะนแนรวมมากว่า เป็นผู้ชนะ 

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) ชนะโดยผู้ชี้ขาด สั่งยุติการแข่งขัน ( Win by Referee stopping contest ) หากฝีมืออ่อนกว่ามาก ( Out-classed ) เมื่อผู้ชี้ขาดเห็นต้องยุติการแข่งขัน และ ให้อีกฝ่ายเป็นผู้ชนะ

     

    มวยไทย ( Muay Thai ) ชนะโดยถอนตัว ( Win by retirement ) ถ้าผู้เข้าแข่งขันถอนตัวจากการแข่งขันด้วยความสมัครใจ ผลมาจากเหตุผลใด ย่อมมีการปรึกษากันในทีมมาแล้ว ดังนั้น หลังจากการหยุดพักระหว่างยก สามารถประกาศให้อีกฝ่ายชนะได้

 

คำว่า ไหว้ครู กับ มวยไทย ( Muay Thai ) 

     เป็นการแสดงถึงความยอมรับ เพื่อที่จะเรียนรู้ความกล้าหาญ และ การเตรียมพร้อมในการที่จะฝึกฝน นักมวยจะต้องมีครู และ ต้อง เทิดทูน เคารพครู เพราะว่า การที่ครูคนหนึ่ง จะยอมรับบุคคลหนึ่งที่มาฝึกเป็นศิษย์ได้นั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก 

     

      kick boxing ( คิกบ็อกซิ่ง ) ต่างจาก มวยไทย ( Muay thai ) ตรงที่ ไม่ให้ใช้ศอกในการชก และ ไม่มีการไหว้ครูก่อนเริ่ม เรียกได้ว่า การรำไหว้ครู จึงถือเป็นเอกลักษณ์ของกีฬา มวยไทย ( Muay thai ) เพียงอย่างเดียว

 

นัก มวยไทย ( Muay Thai )  ควรปฏิบัติตามคำสอนดังนี้

•          จงทำตนเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

•          จงสุภาพต่อคนทั่วไป

•          จงเป็นผู้มีสันติธรรมไม่พาลเกเร

•          จงเป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และ ผู้อื่น

•          ต้องเป็นผู้มีมานะบากบั่น ไม่ย่อท้อต่อทุกสิ่ง

•          จงเป็นผู้เสียสละต่อหมู่ชน เมื่อประเทศชาติต้องการ

•          จงสร้างแก่นแท้ของจิตใจให้แกร่ง

•          จงเป็นผู้เห็นธรรมในหลักพระพุทธศาสนา และ มีศีลธรรมประจำใจ

•          ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา รักชื่อเสียง และ ค่ายคณะของตน

•          ต้องออกกำลังกายอยู่เสมอเป็นประจำ

•          ต้องไม่เอาเปรียบคู่ต่อสู้ในทางผิดกติกา และ ศีลธรรม

•          ต้องเคารพกฎหมายของบ้านเมือง

 

ประโยชน์จากการรำไหว้ครู ของ มวยไทย ( Muay thai ) 

    มวยไทย ( Muay Thai ) สื่อความหมายให้เห็นคุณค่าด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย มีคุณประโยชน์มากมายทางด้านจิตใจของนักมวย และ ผู้ชมมวย  สำหรับการไหว้ครู

•          ปลูกฝังนิสัยให้เป็นมวย คือ รู้จักรัก เคารพครูอาจารย์ บิดามารดา ผู้ให้กำเนิด มวยไทย ( Muay Thai )

•          เป็นกิจกรรมเผยแพร่เอกลักษณ์ และ ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี

•          ปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักในคุณค่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) เกิดความรัก และ อนุรักษ์สืบไป

•          ดูชั้นเชิงคู่ต่อสู้ ดูสถานที่ในการหลบหลีก 

•          เป็นการอบอุ่นร่างกาย ยืดเส้นยืดสายไป

 

คำที่ใช้ใน มวยไทย ( Muay thai )

เดินมวย หมายถึง การย่องเท้า เหมือนม้าในการบุก หรือ ใช้ตั้งรับคู่ต่อสู้ในระหว่างการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

สืบเท้า หมายถึง การเคลื่อนตัวเพื่อไปโจมตีคู่ต่อสู้

วงนอก คือ การออกอาวุธแบบเหวี่ยง ห่างตัว

วงใน หมายถึง การใช้ลูกไม้ หรือ การออกอาวุธแบบประชิดตัว ที่เรียกกันว่า คลุกวงใน

เหลี่ยม หมายถึง การเบนตัว เพื่อหาจังหวะใช้ลูกไม้กับคู่ต่อสู้ การมีจังหวะในการออกอาวุธที่ดีกว่า

อัด หมายถึง ลักษณะอาการดัน หรือ กด ด้วยไม้มวย สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )

ตะแคง หมายถึง อาการเอียงตัวไปทางขวา หรือ ทางซ้าย

เฉียง หมายถึง มุมเฉียงของเหลี่ยมตัว

ที่หมาย หมายถึง จุด หรือ เป้าหมายที่จะใช้ไม้มวยกับคู่ต่อสู้ ที่จะทำให้เป็นฝ่ายชนะ

ศอกหลัง หมายถึง ลักษณะอาการการใช้ศอกตีกระทุ้งออกไปทางด้านหลัง

จด หมายถึง การตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ การชก

แม่ไม้ หมายถึง การใช้อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย  

ลูกไม้ หมายถึง การพลิกแพลงแม่ไม้ เพื่อใช้ในการต่อสู้ในรูปแบบลักษณะต่าง ๆ

ไม้ตาย หมายถึง การออกอาวุธ โดยใช้ไม้มวยที่คู่ต่อสู้ไม่สามารถแก้ไขได้ หรือ การโจมตีด้วยท่าเด็ดประจำตัวใส่คู่ต่อสู้ของ มวยไทย ( Muay Thai )

เปิดว่าง หมายถึง ช่องว่างของคู่ต่อสู้ที่สามารถออกลูกไม้ สู้โจมตีใส่ได้โดยง่าย

ควง หมายถึง อาการใช้มือหมุนควง

จังหวะ หมายถึง โอกาสที่เหมาะสมในการออกอาวุธใส่คู่ต่อสู้

การ์ด หมายถึง การยกมือ และ แขนทั้งสองข้างขึ้น เพื่อป้องกันโจมตีจากคู่ต่อสู้

การเปิด หมายถึง การใช้มือตวัดขึ้น หรือ ลงไปที่การ์ดของคู่ต่อสู้ เพื่อให้เปิดออก

ลอยตัว  หมายถึง การดีดตัวให้สูงขึ้นจากพื้น เพื่อหวังผลในการออกไม้มวย ของท่า มวยไทย ( Muay Thai )

พุ่งตัว หมายถึง การเคลื่อนตัวเข้าใส่คู่ต่อสู้ในลักษณะพุ่งอย่างแรง

เตะ หมายถึง การเหวี่ยงเท้าด้วยแรงหมุนใส่คู่ต่อสู้

ดีด หมายถึง การสะบัดเท้าออกไปใส่คู่ต่อสู้ ในลักษณะจิ้งหรีดดีดเท้า

ฟัน หมายถึง การใช้แรงเหวี่ยงกระแทกไปยังคู่ต่อสู้

เฉือน หมายถึง การใช้แรงเสียดสีกับคู่ต่อสู้

 

เจริญทอง มวยไทย ยิม ( jaroenthongmuaythai ) บวกกับ วิทยาศาสตร์การกีฬา อีกทั้ง ความรู้ด้านโภชนาการ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน เรียกได้ว่า เป็นอีกยิม หรือ ค่ายมวยที่ให้ความใส่ใจแก่ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ เพราะเรารู้ว่า ลูกค้าที่เข้ามาต้องการอะไร เรารู้ว่า คุณต้องการลดน้ำหนัก พบปะผู้คน แลกเปลี่ยนความรู้ด้านโภชนาการกับเทรนเนอร์ ขอคำปรึกษาจากผุ้เชี่ยวชาญที่ค่ายมวยแห่งนี้ได้ 

Location : 20527 - 28 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ

Tel :  02 276 5016      

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มารยาทการชก มวยไทย ( Muay Thai )

มารยาทการชก มวยไทย ( Muay Thai )

มารยาท ถือเป็นสิ่งที่ทุก คนต้องมีและจำเป็นอย่างมาก ต่อ การดำรงชีวิตหรือการทำ กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน การเรียน รวมไปถึง มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งจะมีไรบ้าง

 

            ก่อนที่เรา จะไปทำความรู้จัก กับมารายาท ของการชก มวยไทย เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า ว่า มวยไทย มันคือ กิจกรรม อะไรแล้วมันมีที่มีและความสำคัญอย่างไร ต่อกิจกรรม สำหรับ กิจกรรม  มวยไทย มันถือ  เป็นกีฬา ที่ต้องใช้การ การต่อสู้ในการที่จะชนะ การแข่งขัน และ รวมไปถึง เราจำเป็น ที่จะต้อง เอาชนะคู่ต่อสู้ มากหน้าหลายตา และ รวมไปถึงการ ทำการต่อสู้กันเพื่อเอาชนะ ดังนั้น กินกรรม  กีฬา ที่มีการต่อสู้ ของคน สอง คนก็ต้องมี กฎกติกามารยาท อย่างมาก ในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่ มวยไทย เพียงอย่างเดียว แต่มัน ยังรวมไปถึง กีฬา ประเภท อื่น ๆ ด้วย เช่นกัน ที่มีการต่อสู้ เพราะ ถ้ากีฬาไหน ที่มีการต่อสู้ แล้วไม่ทำตาม กฎกติกามารยาท ก็จะถูกวิจารณ์ หรือ ถูกตัดสินแพ้ หรือ อาจถูก แบนออกจากการแข่งขัน ได้ นั้นเอง และ สำหรับ นักมวย นั้นแต่ละคนนั้น คงจะรู้ กันดีอยู่แล้วว่า กฎกติกามารยาท ในการ ชกมวยไทย นั้น มันจะ มีอะไรกันบ้าง เพราะ แถมด้วย  นักมวย คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าถ้าไม่ทำตาม กฎกติกามารยาท นั้น จะส่งผลเสียอะไรแก นักมวย บ้าง แต่สำหรับท่านใด ที่กำลัง หันมาสนใจ มวยไทย หรือ กำลัง เป็นนักมวย มือใหม่ วันนี้เราจะเอา กฎกติกามารยาท มาอธิบาย ให้ฟังกันบ้าง มารยาท แบบไหน ที่ควรทำ หรือ ไม่ควรทำ ในการชกมวย

 

มารยาทในการชก มวยไทย ( Muay Thai )

           

สำหรับ นักมวย นั้นจะ เคารพในกฎกติกาการ และการ ชกมวยไทย อย่างเคร่งครัด และ ควรต้องทำตาม กฎกติกามารยาท ทุกประการ    

เคารพ เชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำแนะนำ และคำตักเตือน ของผู้ตัดสินอย่างเคร่งครัด     

ไม่แสดง หรือ ห้ามแสดง กิริยาอาการอันไม่สุภาพ ต่อคู่แข่งขัน หรือผู้ชม เช่น ถ่มน้ำลาย ตะโกนด่าผู้ชม หรือ การทำผิดกฎที่ไม่เหมาะสม       

ไม่แสดงปฏิกิริยา คัดค้าน ไม่พอใจ หรือ ไม่เชื่อฟัง ในการตัดสินของผู้ตัดสินทุกกรณี เช่น ไม่ยอมลงจากเวที ทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน ด่าว่าผู้ตัดสิน หรือทำร้ายผู้ตัดสิน      

ไม่พยายามซ้ำเติม คู่แข่งขันที่ด้อยกว่า ทั้งที่มีโอกาสกระทำได้ โดยไม่ผิดกติกา     

มีน้ำใจนักกีฬา เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ไม่มีทางสู้แล้วก็พยายามทำให้คู่ตู่สู้ บอบช้ำอีกต่อไป     

ให้เกียรติและเคารพนักมวย รุ่นพี่ก่อนและหลังการต่อสู้ทุกครั้ง     

ตามประเพณีนิยม ก่อนการแข่งขันนักมวยต้องทำการไหว้ครู และ ต้องมีการร่ายรำตามศิลปะมวยไทย

ไม่ทำการ ล้มมวย หรือ ทำการไม่เหมาะสมนขณะแข่ง 

และ สำหรับ กฎกติกามารยาท ของการ ชก มวยไทย มันถือ เป็นสิ่งที่ควรทำตามอย่างเคร่งครัด และ ควรเคารพ ใน กฎกติกาที่มีการตั้งไว้ ควรให้เกียรติคู่ต่อสู้ และ ที่สำคัญ ไปกว่านั้น การชก มวยไทย ควร มีน้ำใจ นักกีฬา ซื่อสัตย์ สุจริต ก็จะส่งผลดีให้กับ ตัวนักกีฬา ด้วยนั่นเอง และ รวมไปถึง ค่าย ของตนเอง แถม มันยังส่งผลดี ต่อคนดู สำหรับ ใครที่อยากเป็น นักมวย หรือ สนใจในการ ชกมวย เราก็ควร ต้องมีน้ำใจนักกีฬา กันทุกคน เพื่อวงการ มวย จะได้เฟื่องฟูและ กลับ มาหน้าดูหน้าสนับสนุนเหมือนเดิม

 

เป็นยังไงกัน บ้างกับ ข้อมูลดี ๆ ของเรา และสำหรับ ท่านใด ที่อยาก ศึกษาเกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai ) ให้มากกว่านี้ หรืออยากลอง อ่านบทความดี ๆ เกี่ยวกับ มวยไทย เราอยากแนะนำ ข้อมูลดี ๆ จาก Jaroenthong Ratchada แหล่งรวมรวบ ข่าวสาร การกีฬา ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ไว้มากมาย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

คาร์ดิโอ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

คาร์ดิโอ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

เพื่อน ๆ คนไหนที่อยาก ออกกำลังกาย แบบ คาร์ดิโอ โดยที่ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เราขอแนะนำ มวยไทย ( Muay thai ) เลยค่ะ ที่มีตั้งแต่ท่าเบา ๆ พอเรียกเหงื่อ ไปถึงท่าหนัก ๆ ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ได้เป็นอย่างดี มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าต้องทำอย่างไร

 

1. คาร์ดิโอ แบบ มวยไทย ( Muay thai )

หากจะเริ่มออกกำลังกาย ให้ฟิตแบบนักมวย ควรต้องเริ่มจากการ คาร์ดิโอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ซึ่งการคาร์ดิโอนี้ ทำได้ตั้งแต่การ ซิทอัพ / วิ่ง / กระโดดเชือก ซึ่งไม่ใช่การกระโดดเชือกแบบทั่ว ๆ ไป แต่เป็นการฝึกที่มีรูปแบบ การกระโดด ที่หลากหลาย และ การฝึกความแข็งแรง ของร่างกาย ในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน การวิดพื้น และ การฝึกด้วย ลูกบอลเทรนนิ่ง ในท่าทางต่าง ๆ ค่ะ

 

2. มวยไทย ( Muay thai ) เผาผลาญพลังงาน ได้เร็วกว่า

มวยไทย ( Muay thai ) การชกมวย อาจเป็นทางเลือกใหม่ ในการออกกำลังกาย แบบความเข้มข้นสูง หรือ High-intensity Interval Training การออกกำลังกายประเภทนี้ จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และ กระตุ้นระบบเผาผลาญ ในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับ การวิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงาน ได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

3. มวยไทย ( Muay thai ) ออกได้ทุกส่วน

เป้าหมายของการต่อยมวย คือ ให้ทุกส่วนของร่างกาย ได้ใช้งาน นอกเหนือไปจาก การกระตุ้นความแข็งแรง ของร่างกาย และ ระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวย ยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะ ที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้ และ ความคล่องตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้ใช้กล้ามเนื้อ ทุกสัดส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วย ในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และ ก็เพิ่มความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ ไปพร้อม ๆ กัน แค่ครั้งละ 1.30 ชม. สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะเฟิร์มขึ้น จนรู้สึกได้ชัด ถึงความเปลี่ยนแปลง เลยทีเดียว

 

 

4. มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยฝึกความอดทน

การจะฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) หลัก ๆ เลยเราต้องอดทน ต่อความเหนื่อยล้า ยิ่งเพื่อน ๆ คนไหน เป็นคนที่น้ำหนักเยอะ อยู่แล้วด้วย ต้องอดทนเข้าไปใหญ่ แต่เอาเท่าที่ไหว วันนี้ เล่น 20 นาที พรุ่งนี้เล่น 25 นาที เป็นขั้นตอนไป ไม่งั้นเราก็จะไม่ไหว ร่างกายเจ็บอีก ดังนั้นการที่เราจะลดน้ำหนักนั้น ต้องอาศัยหลายปัจจัยในการลด ไม่ใช่ว่า อยู่ดี ๆ ลด ฮวบฮาบไม่ได้นะคะ ต้องศึกษาให้ดี

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ การออกกำลังกาย แบบ คาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบง่าย ๆ ที่เราได้นำมาเสนอกัน นอกจากจะ ช่วยลดความอ้วน ได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบที่ดีขึ้น มีความอดทน กล้าหาญ และ นำไปใช้เป็นศิลปะป้องกันตัว ได้ในอนาคต หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

 

•             jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )

•             jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )

•             jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

 

ฝึก มวยไทย เตรียมอะไรในการ ฝึก บ้าง

ฝึก มวยไทย เตรียมอะไรในการ ฝึก บ้าง

ฝึก มวยไทย ปัจจุบันได้รับความสนใจ จากคนรุ่นใหม่อย่างมาก เพราะสามารถนำไปเป็นการ ป้องกันตัว ได้ หรือ แม้แต่เป็นการ ออกกำลังกาย แบบ มวยไทย ที่ก็ได้กล้ามเนื้อ และกำลัง ไม่ต่างจากการ ฟิตเนส อย่างกอื่นเลย ทำให้ มวยไทย ถูกพูดถึงมากขึ้น 

สำหรับการ เริ่มต้น ฝึก มวยไทย ( muaythai ) ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่ง อุปกรณ์ หรือ ของที่ต้องเตรียมก็เช่นกัน ไม่ได้หายากมากมายนัก ส่วนมากก็หาซื้อได้ง่าย ซึ่งวันนี้เรามี อุปกรณ์ ต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมในการ ฝึก มวยไทย ( muaythai ) ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งไม่จำเป็นต้องหาซื้อทีเดียวหมดเลย เอาเท่าที่จำเป็นก่อนก็ได้ เริ่มต้นด้วยของใช้ จำนวนน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มเติมตามความจำเป็น แต่สำหรับใครที่มีงบเหลือ ก็สามารถซื้อทั้งหมดเลยก็ได้ ทั้งนี้ก็จะได้ไม่ต้อง ไปใช้ของร่วมกับคนอื่น และอีกนัยหนึ่ง ก็เป็นการแต่ง แบบ แฟชั่น ได้อีกด้วย

 

สิ่งจำเป็น สำหรับการเริ่มต้น ฝึก มวยไทย ( muaythai )

1. กางเกง 

หลายคน อาจจะมองว่า กางเกงมวย ยังไงก็แค่หากางเกงขาสั้นมาใส่ก็ได้ แต่แท้จริงแล้ว กางเกงมวย ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับการ ฝึกมวย ทั้งเนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่น ใส่สบาย ออกแบบให้มีพื้นที่โล่ง โปร่งบริเวณต้นขา และ ขาหนีบ เพื่อให้ยกแข้ง ยกขาเตะได้ถนัด แต่ก็ยังระบายอากาศได้ดีด้วย ซึ่งก็มีให้เลือกมากมาย หลากหลายแบบ ตามที่ตัวเองชอบได้เลย และขนาดที่พอดี กับแต่ละคน สำหรับสาว ๆ ก็อย่าลืมใส่กางเกงชั้นใน แบบขาสั้นแนบเนื้อด้วย เพราะ กางเกงมวย ขาจะกว้างกว่าปกติ ทำให้อาจมองเห็น เข้าไปข้างในได้ ขณะที่สาว ๆ ยกขาขึ้น

 

2. นวม

นวม ถือเป็น อุปกรณ์ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าใครดูการ แข่งขัน ชกมวย หรืออาจผ่านตามาบ้าง คงไม่มี นักมวย  ( muaythai ) คนไหนที่ขึ้น ชก แต่ไม่ใส่ นวม แน่นอน เพราะช่วยปกป้องมือของเรา และ คู่ซ้อม ซึ่งปกติตาม ยิม ( Gym ) ต่าง ๆ จะมี นวม ให้บริการอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ต้องการ ความสะอาดที่มากขึ้น อาจจะต้องเตรียมไปเอง ซึ่งก็ไม่ได้หาซื้อยาก แต่แนะนำให้เข้าไปลองที่ร้านจะดีกว่า ไม่แน่นำให้ซื้อออนไลน์ สำหรับ ผู้ที่เริ่มฝึกใหม่ ๆ เพราะอาจจะได้ นวม ที่มีขนาดไม่พอดีมือ หลวมบ่าง คับบ้าง แนะนำให้ไปลองด้วยตัวเอง เพราะมันต้องพอดีกับมือ และสามารถเลือกลาย และวัสดุแบบที่ชอบ ได้ง่ายกว่า

 

3. ฟันยาง

ฟันยาง ช่วยปกป้อง ฟันของคุณ เมื่อถูกกระแทก หรือ จากการโดน ชก ปัจจุบันมี ฟันยาง ที่ทำจากวัสดุหลากหลายชนิด แต่ชนิดที่ดีที่สุด สำหรับมือสมัครเล่น คือ ฟันยางแบบ boil and bite ซึ่งมีราคาที่ถูก แต่ต้องต้มให้ร้อน และกัด เพื่อให้พอดีกับปาก แต่ถ้าใครมีงบเหลือ ก็สามารถซื้อแบบอื่น ๆ มาใช้ได้

 

4. แองเกิล

แองเกิล มีหน้าตาคล้ายถุงเท้า แต่เปิดส้นเท้า และ นิ้วเท้า แต่สำหรับใครงบน้อย แองเกิล ก็ถือว่ายังไม่ได้จำเป็น ในช่วงแรกนัก

 

5. ผ้าพันมือ

การพันมือ จะช่วยปกป้องกระดูก และ เนื้อเยื่อกระดูก จากการที่เราต่อยในแต่ละครั้ง อีกทั้งยังทำให้นิ้ว และ ข้อมือไม่ขยับเขยื้อนไปในตำแหน่ง ที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็ บเวลาออกหมัด ผ้าพันมือ ก็มีความจำเป็นเช่นกัน

 

6. สนับแข้ง

สนับแข้ง ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันส่วนหลังเท้า และ หน้าแข้ง ซึ่งในคลาสเรียนชั่วโมงแรก ๆ มันอาจไม่มีความจำเป็น มากเท่าไหร่

 

7. เสื้อผ้า

เสื้อผ้า ต้องหาใส่เช่นกัน เพราะคงไม่มีใครแก้ผ้า ต่อย มวย แน่นอน ควรเลือกเสื้อที่ระบายเหงื่อ แห้งเร็ว ใส่พอดีตัว และสบาย สำหรับสาว ๆ เลือกซื้อสปอร์ตบรามาใส่ด้วย เพราะมันช่วยซัพพอร์ตหน้าอก ได้กว่าบราทั่วไป และ ยังระบายอากาศได้ดีกว่า

 

8. น้ำมันมวย

น้ำมันมวย ใช้นวด เพื่อวอร์ม และกระตุ้นกล้ามเนื้อ ก่อนทำการฝึก หรือ แข่งขัน

 

9. ผ้าขนหนู

พกผ้าขนหนู สำหรับเช็ดเหงื่อ

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระสอบทราย อุปกรณ์ สำคัญ การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )

นักมวยไทย ดังไกล ระดับโลก

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

มวยไทย ( Muay Thai ) ถือได้ว่าเป็น ศิลปะการต่อสู้ที่ได้สมญานามว่าเป็น ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 หรือ ศาสตราวุธทั้ง 8 โดยสาเหตุที่ถูกขนามนามในชื่อนี้ เพราะอะไร มาติดตามกันครับ

 

ที่มาของคำว่า “ศาสตราวุธทั้ง 8”

 

หลายคนคงทราบกันดีว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะ การป้องกันตัว ที่มีการออกอาวุธ โดยการใช้ 4 ส่วนของร่างกาย ได้แก่ หมัด เท้า เข่า และศอก ที่ใช้ในการออกอาวุธ ไปยัง คู่ต่อสู้ ซึ่งนี่เป็นที่มาของ ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 เนื่องจาก หากนับอวัยวะ ทั้ง 4 อวัยวะเหล่านี้ รวมกันทั้ง 2 ข้าง ซ้ายและขวา ก็จะรวมกันได้ 8 ส่วน นั่นเอง คือ มือ (หมัด)  2 , ศอก 2 , เข่า 2 และ เท้า 2

 

ในสมัยโบราณนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) เคยถูกเรียกว่า ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 ( Art of nine Limbs ) มาก่อน เนื่องจาก มวยไทย ในสมัยก่อน มีการใช้ หัวโขก ในการต่อสู้ด้วย หัว จึงนับว่าเป็น อวัยวะออกอาวุธอย่างหนึ่ง ในสมัยนั้น แต่ต่อมา กติกาของมวยไทย ได้ตัดการใช้ หัวโขก ออกไป เพื่อลดความรุนแรง และความเป็นสากลมากขึ้น จึงเหลือเพียง ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ไว้ ส่วนศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 จะใช้เรียกแทน มวยลัดเว่ย มวยของพม่าได้ เพราะ มวยพม่า ยังใช้หัวในการต่อสู้อยู่

 

ศาสตราวุธทั้ง 8 ของ มวยไทย มีอะไรบ้าง

 

อาวุธที่ 1 และ 2 : หมัด ซ้ายและขวา

 

 

หมัด  เป็นการออกอาวุธโดยใช้มือ กำหมัด และพุ่งไปยังเป้าหมาย โดยหมัด ถือได้ว่าเป็นอาวุธมวยไทย ที่ใช้บ่อยที่สุดในการแข่งขันมวย และมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ มวยสากลสมัครเล่น และ มวยสากลอาชีพ เพราะ นักมวยไม่สามารถใช้ เท้า เข่า ศอก ได้อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนั้น นักมวยสากล จำเป็นต้องมีทักษะ ในการใช้หมัด หลากหลายแบบ โดยหมัดนั้น จะใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น เพื่อหวังโจมตีระยะกลาง และหนักแน่นพอ ที่จะล้มคู่ต่อสู้

 

ด้านความอันตรายของการใช้หมัด ถือว่าไม่ได้รุนแรงเท่า ศอก เข่า เท้า เพราะหมัด จะต้องอาศัยกล้ามเนื้อ บริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อ ส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มาก น้ำหนัก และความแรง จึงไม่อาจเทียบเท่ากับส่วนอื่น ๆ

 

อาวุธที่ 3 และ 4 : ศอก ซ้ายและขวา

 

ศอก เป็นอาวุธโจมตี ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่กลับมีอันตรายมากสุด และทุกคนต่างลงความเห็น เป็นเสียงเดียวกันว่า ศอก คือ อาวุธที่อันตราย มากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai ) สาเหตุที่ศอกมีอันตรายมากที่สุดนั่น ก็เพราะว่า อาวุธศอก มีพื้นผิวสัมผัสน้อย ยิ่งพื้นที่การตีน้อย และรวดเร็ว จึงเกิดค่าความดันที่สูงมาก

 

นอกจากนี้ ศอกยังเป็นบริเวณ ที่แหลมคม มีความแข็งของกระดูก  ทำให้เกิดแผล บริเวณใบหน้า ได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด เมื่อโดนแรงจากปลายศอก เข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันที่มีค่าสูง จึงส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงงไป จนถึงขั้นสลบ และสามารถทำให้ ชนะน็อคเอาท์ได้ หรือหากเป็นแผลแตก เหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมอง เห็นของนักมวยอีกด้วย

 

อาวุธที่ 5 และ 6 : เข่า ซ้ายและขวา

 

เข่า เป็นอาวุธมวยไทย ที่มีความหนักหน่วง เนื่องจาก ใช้แรงส่งจากสะโพก โดยใช้ส่วนของ หัวเข่าด้านหน้า หรือ ด้านข้างหัวเข่า ซึ่งเป็นมุมแหลม และแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนนิ่ม ของร่างกาย เช่น หน้าขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

 

ถึงแม้ว่า เข่า จะมีความหนักหน่วง มีเหลี่ยมของเข่า ที่กระแทกเข้าที่ส่วน ลำตัวของร่างกาย แต่เข่า ไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุด เพราะส่วนมากแล้ว ร่างกายของ นักมวยไทย ถูกฝึกฝนกล้ามเนื้อ ให้แข็งแรง ทนทาน พร้อมรับน้ำหนัก และแรงกระแทก จากเข่าอยู่แล้ว

 

อาวุธที่ 7 และ 8 : เท้า ซ้ายและขวา

 

อาวุธสุดท้าย คือ เท้า เป็นอาวุธที่ โจมตี ระยะไกล ได้ทั้งรูปแบบเตะ และ ถีบ เท้า จึง ถือเป็น อวัยวะสำคัญสำหรับ การชกมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในจังหวะรุก และรับ แถมยัง มีพลังโจมตี มากพอที่จะทำให้ คู่ต่อสู้น็อคเอาท์ได้ทันที ในชั่วพริบตาหากโดนเตะ เข้าที่ก้านคอ เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาท ที่เป็นส่วนที่สำคัญ นอกจาก เท้าแล้ว มีอีกอย่างที่น่ากลัวคือ แข้ง เพราะมีน้ำหนัก และความรุนแรง หากใครโดนก็เหมือน ถูกท่อนไม้ตี เลยทีเดียว

 

อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงเกิดจากแรงขา และการหมุนของสะโพก สามารถโจมตีได้หลายแบบ นอกเหนือจากเตะก้านคอ ยังใช้เตะตัด เตะเฉียง การถีบ ดังนั้น การเตะที่ดีต้องอาศัยจังหวะ ความเร็ว การทรงตัว การเคลื่อนที่ที่ดี เพื่อให้การเตะ นั้นออกมาสมบูรณ์ นอกจากนี้ เท้า ยังถูกใช้ในการแข่งขันอยู่ตลอดในการยืน ทรงตัว และเคลื่อนที่ไปยังคู่ต่อสู้

 

การออกอาวุธ ในแต่ละส่วน เหล่านี้ ต่างมีจุดเด่น ท่าทาง และพลังในการโจมตี ที่แตกต่างกันไปเฉพาะตัว ซึ่งนักมวย แต่ละคน ก็จะมี ความถนัดในการออกอาวุธ แต่ละส่วนที่ใช้ในการต่อสู้ เพื่อเอาชนะคู่แข่ง ที่แตกต่างกันไปด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การรีดน้ำหนัก ของ นัก มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกมวย อย่างไรให้หุ่นสวย หุ่นปัง

การรีดน้ำหนัก ของ นัก มวยไทย ( Muay Thai )

การรีดน้ำหนัก ของ นัก มวยไทย ( Muay Thai )

การชั่งน้ำหนักนักมวย เพื่อแยกรุ่น ก่อนขึ้นชก มีข้อดีตรงที่ว่า นักมวย จะได้คู่ชกที่น้ำหนักเท่า ๆ กัน แล้วถ้าน้ำหนักเกินละ จะต้องทำอย่างไร วันนี้เราจึงพามารู้จัก การรีดน้ำหนัก ของ นัก มวยไทย ( Muay Thai ) กัน

 

ในการลดน้ำหนัก บางคนอาจจะ มองเห็นภาพ การไปวิ่งบนลู่ใน ฟิตเนส ว่ายน้ำ หรือ แม้แต่การ เต้นแอโรบิค ยามเย็น แต่ในฉบับ นักมวยไทย ( Muay Thai ) นั้นไม่ใช่แค่นั้น ในการชกมวยนั้น จำเป็นต้องใช้ ทุกสัดส่วน ของร่างกาย ดังนั้น การ ออกกำลังกาย ให้ได้ผลเร็ว และ รีดน้ำหนัก ต้องใช้ทุกส่วน ของร่างกายด้วย ดีกว่าไปนั้น ต้องมีความสนุกสนาน ตั้งใจ ระเบียบวินัยด้วย

 

 

สเต็ป การรีดน้ำหนัก ของ นักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เนื่องจาก นักมวย ค่อนข้างที่จะมี ความกังวล และ ซีเรียส กับ การคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ ของการแข่งขัน ในเวทีเพราะแต่ละเวทีนั้น ก็มีการ จำกัดน้ำหนัก ตัวเป็นรุ่น ๆ ดังนั้น นักมวย จำเป็นต้องการ ที่จะ ควบคุมน้ำหนัก ให้เป็นไปตามรุ่นชก ของตนเอง ด้วยวิธี การลดน้ำหนัก ที่สามารถ ลดน้ำหนัก ลงได้อย่างรวดเร็ว และ ได้ผลจริงอีกด้วย โดย นักมวย นั้นมีสเต็ปการ ออกกำลังกาย ดังนี้

 

 

1. เริ่มที่การ ออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง  ให้ได้อย่างน้อย 45 - 60 นาที ต่อวัน สามารถที่จะเลือกการ ออกกำลังกาย หลาย ๆ แบบได้ไม่ซ้ำกัน เช่น การปั่นจักยาน 30 นาที หรือ วิ่ง 10 กิโลเมตร กระโดดเชือกในตอนเช้า ต่อยกระสอบทราย หรือ ล่อเป้าอย่างน้อย 3 ยก อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเย็น

 

2. การควบคุมอาหาร หลักสำคัญที่จะช่วย ลดน้ำหนัก อย่างได้ผลเร็ว และ เห็นผลที่สุด แค่คุณลดการ รับประทานอาหาร ประเภท แป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง หรือ เส้นต่าง ๆ เพราะแป้งเหล่านั้น เป็นตัวการ ที่จะ เพิ่มน้ำหนัก อย่างดีเลย นอกจากนี้ อาหารประเภท ของทอด ด้วยน้ำมัน ทั้งหลาย จะทำให้การ ออกกำลังกาย นั้นเห็นผลช้ากว่า ที่เราต้องการ หรือ อาจจะไม่เห็นผลเลย หากทานในประมาณ ที่ร่างกาย ไม่สามารถ เผาผลาญ ได้หมด ควรเน้นไปที่ การเลือกรับประทาน ประเภทผัก หรือ เนื้อสัตว์ ต้มเป็นหลัก ลดแป้ง  ให้เน้นผักผลไม้ ที่มีรสจืด เน้น โปรตีนเนื้อสัตว์ นมจืด พร่องมันเนย ในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ส่วนที่สึกหรอ และ สิ่งสำคัญ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายของคุณ ชะล้างเกลือส่วนเกิน ที่ก่อให้เกิด การกักเก็บน้ำ ออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

3. สร้างขีดจำกัด เพิ่มขึ้น ให้กับตัวเอง ในที่จะ ลดน้ำหนัก แบบ นักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )  นั้นจะต้องมีการ เพิ่มจำนวน ยกในการล่อเป้า จำนวนครั้ง ในการซ้อม กระสอบทราย หรือจำนวนรอบในการวิ่ง เพื่อเพิ่มอัตรา ที่จะทำให้ ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และ ยังสามารถดึงเอาพลังงาน มาเผาผลาญ ได้สูงขึ้นอีกด้วย

 

 

4. การพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อเรา ออกกำลังกาย มาอย่างหนักหน่วง แล้วในการพักผ่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างมาก และ ควรที่จะพักผ่อนให้ถึง 7 - 8 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกาย ของเรานั้น จะมีการ ปรับสมดุล ในขณะที่เราหลับ และ ปฏิบัติตามตาราง ในการลดน้ำหนัก แบบนักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน อย่าหักโหม จนเกินไป และ ออกกำลังกาย หนักจนเกินไป เพราะจะทำให้ ร่างกายอ่อนล้า จนไม่สามารถ ลดน้ำหนัก แบบ นักมวย ต่อได้ และ จะมีผลกระทบ มากกว่าผลดี

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกมวย อย่างไรให้หุ่นสวย หุ่นปัง

ฝึกมวย อย่างไรให้หุ่นสวย หุ่นปัง

สำหรับ สาว ๆ หรือ หนุ่ม ๆ ท่านใดที่กำลังมองหา กีฬามัน ๆ สนุก ๆทีช่วยให้หน้าท้องของคุณ ครีน ทำให้หุ่นของคุณดูสวย ๆ ปัง ๆ แล้วละก็ เราอยากแนะนำ ลองหันมาออกกำลังกาย โดยการ ฝึกมวย ดูสิ

 

            แน่นอนว่า ออกกำลังกาย ด้วย การ ต่อย มวยไทย เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่สามารถ สร้าง หุ่นปัง ได้ เพียง เข้าใจ ในการ ฝึกฝน เกี่ยวกับ การ ต่อย มวยไทย ว่า มวยไทย มี ลีลา แบบใด ต่อยมวย แล้ว จะ ลดหุ่น ได้สุดปัง ขนาดไหนไปดู

 

            มวยไทย ถือว่าเป็น กีฬา ที่ได้ความนิยมอย่างมาก ในปัจจุบัน แถมยัง ไม่ได้มีแค่ ชาวไทย เพียงเท่านั้น แต่ยังมี คนอีกมากมาย หลาย ๆ ประเทศ ที่หลงใหล ในกีฬาของ มวยไทย และ ก็อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า นักมวย ( Boxer ) เป็นอาชีพที่ต้อง มีร่างกาย ที่ อึด ถึก ทน อย่างมาก นั้นก็ เพราะ ต้องรับหมัดของคู่ต่อสู้ และ มีความแข็งแกร่งของ ร่างกาย ของเรา และแถมเรายัง สามารถโจมตีคู่ชก กลับไป และรวมไปถึง  การออกกำลังกายแบบ นักมวย ( Boxer ) และ จึงฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วง มากกว่าการ ออกกำลังกาย แบบปกติ

 

Shoulder Presses  

 

            Shoulder Presses ถือว่า เป็นท่าที่ สามารถไป ช่วยในเรื่องของการ สร้างกล้ามเนื้อ ในบริเวณ หัวไหล่ได้อย่างดี และ โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก  ๆ นั้นก็คือ ดัมเบล ( Dumbbell ) และ ถ้าหากไม่มีจะใช้เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้นดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่าง ต่อเนื่อง

 

Clap Press – Up

 

            Clap Press – Up สำหรับ ท่านี้ ถือว่า เป็นวิธีการ ออกกำลังกาย ที่ง่าย และ แถมเรายัง สามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่า นี้ไม่ได้เพิ่มแค่ ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อเพียง อย่างเดียว แต่ มันก็ยัง สามารถไป ช่วย ในเรื่องของการ ปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับ นักมวย นั่นเอง

 

Plank

 

            ถือว่า เป็นท่าที่ทำยาก และ รวมไปถึงการ ทำให้ เกิดความ ทรมานที่สุด เพราะ และแถม ต้องอาศัย ความแข็งแรง ของร่างกาย ของเรา ใน หลาย ๆ ส่วน ด้วย กัน ไม่ว่าจะ เป็นท่า นักมวย ทุกคน ให้ความสำคัญ ลองทำ ควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up ที่ จะ สามารถไป ช่วย ในเรื่องของการ เพิ่มความแข็งแกร่ง ได้เป็น อย่างดี และ อยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้าง ความแข็งแรงของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

 

คาร์ดิโอ ( Cardio )

 

            และ ถ้าอยากมี หุ่นที่ ฟิตแบบ นักมวย แล้วนั้น การออกกำลังกาย ในรูปแบบ นี้ถือว่าตอบโจทย์ มากที่สุด ที่เรา ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  และ เพื่อ ที่จะ ให้ร่างกาย ของเรา นั้น แข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดดที่หลากหลาย และ รวมไปถึง การฝึกความแข็งแรงของ ร่างกาย ของเรา ในส่วนต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

 

Burpees

 

            Burpees ถือว่า เป็นหัวใจสำคัญในการ ออกกำลังกาย ให้ได้ผล มากที่สุด เลยก็ว่าได้ และถ้า  หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอ มันก็จะ สามารถไป ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรงในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

                                                      

Squats

 

            มาถึง ท่า ที่ใคร ๆ หลาย ๆ คนคงเคยทำกันอย่างแน่นอน นั้นก็คือ Squats เพราะถือเป็นการ ออกกำลังกาย ที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของ ร่างกาย ของเรา ในส่วนล่าง ได้เป็นอย่างดี นั้นก็ เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) กีฬาที่น่าสนใจ ของ ชาวต่างขาติ

สุดยอดต้นแบบ นัก มวยไทย หญิง

มวยไทย ( Muay Thai ) กีฬาที่น่าสนใจ ของ ชาวต่างขาติ

มวยไทย ( Muay Thai ) กีฬาที่น่าสนใจ ของ ชาวต่างขาติ

หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าทำไม กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ชาวต่างขาติ ถึงสนใจ และ นิยม กันอย่างแพร่หลาย วันนี้เราได้รวมคำตอบ มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองอ่านและทำความเข้าใจกับ สายตาของต่างชาติที่มอง มวยไทย ( Muay Thai ) บ้านเรากันแล้วค่ะ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ของประเทศไทย มีความโดดเด่น ด้านเทคนิคการกอดคอต่อสู้ ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกาย และ ใจ สำหรับการต่อสู้ ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป็นที่รู้จักว่าเป็น นวอาวุธ ซึ่งประกอบด้วย การโจมตีจากร่างกาย ทั้ง หมัด ศอก เข่า และ เท้า ใน มวยไทย ( Muay Thai ) หากมีการเตรียมพร้อม ด้านร่างกายดี จะก่อให้เกิดอาวุธ ที่มีอานุภาพ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ได้โด่งดังเป็นที่แพร่หลาย ในระดับนานาชาติ ในช่วงศตวรรษที่ 20 เมื่อเหล่า นักมวยไทย สามารถเป็นฝ่ายชนะ นักต่อสู้ที่มีชื่อเสียง ในแขนงอื่น ๆ ( MMA ) ซึ่งการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ในระดับอาชีพ ได้รับการดูแล โดยสภามวยไทยโลก

 

ปัจจุบัน ทางสหพันธ์มวยไทย สมัครเล่นนานาชาติ ( IFMA ) มีแผนที่จะผลักดัน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เข้าสู่กีฬาโอลิมปิก และ ใน พ.ศ. 2557 ทางองค์การสหประชาชาติ ได้ให้การยอมรับ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาแห่งประชาคมโลก โดยได้มีการลงนาม ข้อตกลงความร่วมมือ กับสภามวยไทยโลก และ สหพันธ์มวยไทย สมัครเล่นนานาชาติ ขึ้น

 

ความนิยมของ มวยไทย ( Muay Thai ) ในต่างชาติ

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่ได้รับความนิยม อย่างมากใน อาเซียน / เอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือแม้แต่ ยุโรป อเมริกา รัสเซีย ซึ่งความนิยมดังกล่าว นอกเหนือจาก การเป็นกีฬาแล้ว มวยไทย ( Muay Thai ) ยังได้รับการกล่าวว่า เป็นสื่อทางวัฒนธรรม ที่สำคัญ โดยได้มีการนำเสนอ ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) ในสื่อต่าง ๆ หลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบของ ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ หนังสือการ์ตูน แอนิเมชัน รวมถึงในรูปแบบของ วิดีโอเกม

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เริ่มมีชื่อเสียง ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 และ มีชื่อเสียงอย่างมาก ในต่างประเทศ ในตอนต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 21 ผ่านการถ่ายทอด ทางสื่อต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ อันช่วยส่งเสริม มวยไทย ( Muay Thai ) ในวัฒนธรรมสมัยนิยม อาทิ ภาพยนต์ และ วีดีโอเกม เป็นต้น

 

ความนิยมของ มวยไทย ( Muay Thai ) ในชาวต่างชาตินั้น สูงขึ้นกว่าในอดีต วัดได้จากการเก็บสถิติ ของการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2559 โดยพบว่ามีชาวต่างชาติ หลงใหลในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เดินทางเข้ามาใน ประเทศไทย เพื่อเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) จำนวนมากกว่า 50,000 คน ซึ่ง 10 อันดับแรก มีดังต่อไปนี้

1. สหราชอาณาจักร จำนวน 11,219 คน

2. ออสเตรเลีย 6,800 คน

3. ฝรั่งเศส 5,852 คน

4. เยอรมัน 4,688 คน

5. สวีเดน 4,253 คน

6. รัสเซีย 2,183 คน

7. เดนมาร์ก 1,855 คน

8. ญี่ปุ่น 1,841 คน

9. นิวซีแลนด์ 1,781 คน

10. สเปน 1,633 คน

 

ซึ่งความนิยมดังกล่าว ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ในไทยอีกด้วย โดยที่ในปี พ.ศ. 2561 มวยไทย ( Muay Thai ) ได้สร้างรายได้เข้าประเทศ กว่าหนึ่งแสนล้านบาท ส่งผลให้ในเวลาต่อมา ทางการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของ มวยไทย ( Muay Thai ) ทำการส่งเสริม โดยจัดทำหนังสือ คู่มือ มวยไทย ( Muay Thai ) แก่นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ ในภาษาอังกฤษ ภายใต้ชื่อ AWESOME MUAY THAI ทั้งแบบเป็น หนังสือกระดาษทั่วไป และ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีบุ๊ค ( E-Book )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

การแต่งกาย ของ นักมวย มวยไทย และ มวยสากล

การแต่งกาย ของ นักมวย มวยไทย และ มวยสากล

การแข่งขัน ระหว่าง มวยไทย และ มวยสากล นอกจาก จะมีความแตกต่างกัน ในเรื่องของ อวัยวะที่ใช้ออกอาวุธแล้ว ยังมีรูปแบบ การแต่งกาย ที่แตกต่างกันในบางส่วนด้วย

 

การแข่งขัน กีฬามวย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย หรือ มวยสากล ล้วนมีการกำหนด ระเบียบและ กติกามาตรฐาน เป็นหลักยึดในการแข่งขัน ซึ่งหนึ่งในกติกา ที่ได้มีการกำหนดไว้ สำหรับ มวยไทย และ มวยสากล ก็มีเรื่องของ การแต่งกาย รวมอยู่ด้วย โดยกติกาของ มวยไทย ในเรื่องการแต่งกาย มีดังต่อไปนี้

 

1. ต้องสวมกางเกงขาสั้น เพียงครึ่งโคนขาให้เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อและรองเท้า นักมวยมุมแดง ให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุม ตามข้อบังคับสภาพมวยไทยโลก

 

2. ต้องสวมกระจับ ที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับการรับรองจาก สภามวยไทยโลก เมื่อถูกตีด้วยเข่า หรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่นตรงบริเวณอวัยวะเพศ จะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับ ต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

 

3. ห้ามไว้ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้ แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีหาก เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น

 

4. ต้องสวมมงคลผ้าประเจียด หรือรัดเกล้า เฉพาะเวลาร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาตให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้าให้มิดชิดเรียบร้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่คู่แข่งขัน

 

5. อนุญาตให้ใช้ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้งหรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

 

6. ห้ามใช้เข็มขัดหรือสิ่งที่เป็นโลหะ สร้อย ฯลฯ

 

7. ห้ามใช้น้ำมันวาสลิน น้ำมันร้อน ไขหรือสมุนไพร หรือสิ่งอื่นที่ทำให้คู่แข่งขันเสียเปรียบ หรือเป็นที่น่ารังเกียจทาบริเวณร่างกายหรือนวม

 

8. ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

สำหรับ ฟันยาง เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ที่จะช่วยป้องกันฟันของนักมวย ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกแรงกระแทกที่กระทบบนในหน้า

 

การแต่งกายของ นักมวย มวยสากล

 

การแต่งกาย ของ นักมวยสากล จะมีกติกาที่เหมือนกับ มวยไทย ( Muay Thai ) ตามข้างต้นทั้งหมด ยกเว้นในข้อ 4 ในเรื่องของ การสวมมงคล ผ้าประเจียด หรือรัดเกล้า เพราะ มวยสากล ไม่ได้มีการใช้ เครื่องรางของขลัง ที่ยึดถือมาแต่โบราณ เหมือนกับ ของมวยไทย รวมไปถึง การร่ายรำไว้ครู ก่อนการแข่งขัน ที่นักมวยไทย จะต้อง สวมใส่ มงคล และประเจียด ขณะไหว้ครู ซึ่งเมื่อไหว้ครูเสร็จแล้ว จะถอดส่วนของ มงคล ออก แต่ประเจียด อาจยังให้ นักมวย สวมใส่อยู่ได้

 

นอกจากนี้ การแต่งกายของ นักมวยสากล อาจต้องมีการสวมใส่ เครื่องป้องกันศีรษะ ร่วมด้วย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด สำหรับ นักมวยสากล ซึ่งสำหรับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ยังไม่ค่อยมีการสวมใส่ เครื่องป้องกันศีรษะ ในการแข่งขันมากนัก

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พัฒนาชีวิตด้วย มวยไทย ( Muay thai )

สุดยอดต้นแบบ นัก มวยไทย หญิง

พัฒนาชีวิตด้วย มวยไทย ( Muay thai )

พัฒนาชีวิตด้วย มวยไทย ( Muay thai )

คุณรู้หรือไม่ว่ากีฬาก็เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะ มวยไทย ( Muay thai ) เนื่องจากได้ออกกำลังกายทุกสัดส่วน แถมยังช่วยทำให้เรามีสมาธิจดจ่อกับคู่ต่อสู้ ถือว่าเป็นการฝึกพัฒนาเราได้ดีทีเดียว

 

     เราเชื่อว่าหลายคนใช้เวลาในที่ทำงานเกินกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จนคุ้นหน้ากับเพื่อนร่วมงาน มากกว่าคนในครอบครัวเสียอีก ด้วยเหตุผลนี้ คุณจึงควรรักษาความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขาเอาไว้ เพราะการที่คุณต้องเจอหน้ากันทุกวัน มิตรภาพดี ๆ ที่มีต่อกันจะช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมถึงบรรยากาศในการทำงานก็ดีตามไปด้วย และ ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) นี่แหละจะมีส่วนช่วยให้คุณพัฒนาไปสู่การเป็นเพื่อนร่วมที่ดี และ การทำงานที่ราบรื่น ซึ่งเราได้รวบรวม 5 คุณประโยชน์จากศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) ที่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ และ ชีวิตในการทำงานของคุณให้ดีขึ้นได้

 

1. มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

     ในตอนแรกคุณอาจจะคิดถึงแค่เรื่องสุขภาพของตัวเอง แต่ประโยชน์ของศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) นั้นมีทุกด้านของชีวิต แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องของการทำงานได้อย่างไร ? เรื่องสำคัญประการหนึ่งเลย คือ การทำให้ตัวคุณแอ็คทีฟ และ ฟิตอยู่เสมอจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดี ยิ่งคุณต้องอยู่ติดกับโต๊ะทำงานนาน ๆ การไปออกยืดเส้นสาย ปล่อยหมัด เท้า เข่า ศอก ที่ยิมหลังเลิกงาน จะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายในแบบที่ร่างกายควรจะเป็น หากคุณไม่มีกิจกรรมออกกำลังกายเสียบ้าง โรคภัย หรือ ความเจ็บไข้ได้ป่วยบางอย่างอาจจะถามหา จนทำให้มาทำงานไม่ไหว ซึ่งนอกจากจะเกิดผลเสียต่อร่างกายของคุณเองแล้ว ยังอาจส่งกระทบต่องานที่ทำอีกด้วย

 

2. มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยคลายความเครียด

     ฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน ที่หลั่งออกมาในระหว่างเล่นกีฬา และ หลังการเล่นกีฬา จะช่วยลดความเครียด และ สร้างสปิริตให้ตัวของคุณได้ มันจะช่วยกระตุ้น การปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่ง ในประสาทที่ช่วยให้คุณรู้สึกสบาย ลดความเจ็บปวด และ มีความรู้สึกดีกับตัวเอง นอกจากนั้น มันยังช่วยบรรเทาความหงุดหงิด ความเฉื่อย และ ความวิตกกังวล ทำให้คุณมีโฟกัส สมองที่ปลอดโปร่ง และ จิตใจที่มีความสุขมากขึ้น ซึ่งเมื่อคุณมีอารมณ์ที่ดี ก็ช่วยให้คุณเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานที่อยู่รอบข้าง เพราะเขาได้รับพลังบวกนั้นจากคุณด้วยเช่นกัน

3. มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบ

     เมื่อต้องทำงานเป็นทีม การที่จะปัดความรับผิดชอบ สำหรับบางคนนั้นทำได้ง่าย เพราะคิดว่าถึงอย่างไรก็ต้องมีคนรับผิดชอบงานจนสำเร็จอยู่แล้ว แต่นั่นมันส่งผลต่อบุคคลดังกล่าวในทางลบ และ ส่งผลเสียกับเพื่อนร่วมงาน รวมถึงมิตรภาพภายในทีมอีกด้วย การฝึกศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) จะช่วยเพิ่มความรับผิดชอบส่วนบุคคล เพื่อให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง เพราะไม่มีใครที่จะช่วยคุณในการฝึกซ้อม หรือ เรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ ได้ หากคุณไม่ลงมือทำเอง แต่เมื่อคุณรับผิดชอบตัวเอง จนเป็นความเคยชิน ไม่ว่าจะทำงานเดี่ยว หรือ งานเป็นทีม คุณก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดี และ ชัดเจนได้ทีเดียว

 

4. มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยสร้างความเคารพต่อผู้อื่นโดยไม่เกี่ยงสถานะ

     หลายครั้งหลายหนที่ลำดับชั้น เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นประธาน, ฝ่ายบริหาร, หัวหน้างาน, ผู้ปฏิบัติงาน หรือ แม้แต่พนักงานฝึกหัด ซึ่งมีหลายคนยึดติดกับเรื่องนี้ จนลืมไปว่า ทุกคนนั้นต้องทำงานร่วมกัน ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) ทำให้คุณรู้จักการให้ความเคารพ เริ่มจากโค้ชของคุณ ที่นอกจากจะให้ความรู้ และ ดึงศักยภาพในตัวคุณออกมา ไม่เพียงเท่านั้น คู่ซ้อมของคุณก็สำคัญด้วยเช่นกัน เพราะในศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) คนที่หนุ่ม หรือ แก่กว่าสามารถทำซับมิชชั่นได้ ผู้หญิงสามารถแนะนำผู้ชายอกสามศอกที่ยังติดขัดในเทคนิคบางอย่างได้ ทุกคนล้วนมีของดีอยู่ในตัว และ สามารถช่วยเหลือแก้ปัญหาของคนอื่น ๆ ได้ การให้ความเคารพ และ รับฟังคำแนะนำของผู้อื่น จะทำให้ทุกคนได้ประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

5. เพิ่มความมั่นใจ

     การฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และ ความมั่นคงในตัวเองมากขึ้น ยังช่วยในเรื่องของความอ่อนน้อมถ่อมตน และ วางอัตตาของตัวเองลงอีกด้วย ซึ่งความมั่นใจนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งจากความสามารถทางร่างกายที่พัฒนา รวมถึงบทเรียนทางจิตวิทยาอีกด้วย เมื่อคุณรู้ว่า คุณสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้ คุณก็สามารถนำวิธีการเดียวกันมาใช้กับหน้าที่การงานได้ เนื่องจากทุกสิ่งในตัวคุณดีขึ้น สิ่งที่เคยเป็นปัญหาในอดีต ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ไม่เพียงเท่านั้น คุณยังสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยความเชื่อมั่น ซึ่งจะช่วยในการนำเสนองาน รวมถึงการสนทนากลุ่มเพื่อสนับสนุนแนวคิดอีกด้วย

 

     หากใครสนใจใน มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วกำลังหาที่เรียนอยู่เราขอแนะนำ ที่ เจริญทองมวยไทย ( Jaroen Thong Muay Thai ) ที่นี่มีบริการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) ให้กับทุก ๆ คน เริ่มสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ต่อให้ไม่รู้จัก มวยไทย ( Muay Thai ) เลย ก็สามารถมาเรียน มาฝึก ที่นี่ได้

     เพราะมีครูฝึกที่เก่ง และ มีประสบการณ์ในการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) มามากมาย คอยช่วยเหลือ และ ถ่ายทอดความรู้ให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่ถูกต้อง การใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก การวอร์มอัพ ก่อนเริ่มเล่น การหายใจ คุณครู และ พนักงาน ที่นี่ทุกคนมีความเป็นกันเอง พร้อมช่วยเหลือเพื่อน ๆ ในเรื่องการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) และ การออกกำลังกายต่าง ๆ อย่างถูกวิธี

     หากใครสนใจสามารถเข้ามาติดต่อ เจริญทองมวยไทย ( Jaroen Thong Muay Thai ) ได้ที่ 3 สาขาดังนี้ เจริญทองมวยไทยข้าวสาร เจริญทองมวยไทยรัชดา เจริญทองมวยไทยศรีนครินทร์

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

สุดยอดต้นแบบ นัก มวยไทย หญิง

สุดยอดต้นแบบ นัก มวยไทย หญิง

เพื่อน ๆ ที่ดู มวยไทย ( Muay Thai ) อาจรู้จักกับหนักมวยชายหลาย ๆ คนไปแล้ว แต่รู้ไหมคะว่า นักมวยหญิง หรือ มวยไทยหญิง นั้นก็มี สุดยอดต้นแบบนักมวยไทยหญิง อยู่ด้วย วันนี้เราจึงพาเพื่อน ๆ มารู้จักเธอกันค่ะ

 

ยอดนักมวยหญิงที่เราจะพาเพื่อน ๆ มารู้จักกันนั่นก็คือ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ เธอเริ่มหัดสวมนวม และ เตะกระสอบตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ จากความกดดัน ที่โดนกลั่นแกล้ง ที่โรงเรียน พ่อของเธอซึ่งเป็นอดีตนักมวย ได้สอน มวยไทย ( Muay Thai ) ให้ เพื่อป้องกันตัว แต่หลังจากนั้นเพียงหนึ่งปี แสตมป์ ก็ใช้วิชามวยไทย ( Muay Thai ) เดินตามรอยของพ่อ บนสังเวียนอย่างเต็มตัว โดยคว้าชัยชนะแบบ น็อคเอาท์ ( Knockout ) ด้วยเวลาเพียง 30 วินาที ในไฟต์แรก

 

ประสบการณ์ที่ถูกเคี่ยวกรำมากว่า 80 ไฟต์ พร้อมกับความสำเร็จ ในการเป็นแชมป์ภาคตะวันออกสองรุ่น ทำให้ แสตมป์ ถูกจองตัวเข้าไปอยู่ในสังกัด ค่ายใหญ่อย่างแฟร์เท็กซ์ พัทยา เมื่อวัย 18 ปี โดยเดิมทีตั้งใจจะผันตัว ไปเป็นนักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน ( MMA )

 

ด้วยความสามารถรอบด้านของเธอ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ได้รับโอกาสให้เปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) ด้วยการขึ้นชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวตในทันที ซึ่งหลังจากที่เธอได้ครองเข็มขัดเส้นนี้ เธอก็สร้างประวัติศาสตร์ การเป็นนักกีฬาหญิงคนแรก ที่คว้าเข็มขัดเส้นที่สองในต่างกติกาอย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) ระหว่างการกอบโกยความสำเร็จ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ก็หักร้างถางพงสู่กีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน ( MMA ) ซึ่งเธอตั้งเป้าหมายว่า มันจะเป็นเข็มขัดเส้นที่สาม ที่เธอจะได้จากองค์กรระดับโลกแห่งนี้

 

สำหรับ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ นักสู้สาววัย 24 ปี ได้โชว์ฝีมือให้โลกได้เห็นมาแล้ว จากการเป็นอดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย ( Muay Thai ) และ คิก บ็อกซิ่ง ( Kick Boxing ) ดังนั้นในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ( World Grand Prix ) ซึ่งจะใช้ ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ( MMA ) หากถ้าว่าเธอสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ก็จะขึ้นแท่นผู้ท้าชิงรายต่อไป ของตัวแม่รุ่นอะตอมเวตคนปัจจุบันอย่าง แองเจลา ลี ซึ่งเป็นเป้าหมายจุดสูงสุดบนเส้นทาง MMA ของเธอ

 

นายจิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) ประเทศไทย ได้กล่าวว่า เธอนั้นเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับนักมวยไทยผู้หญิง ในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้มวยไทยผู้หญิงส่วนมาก จะชกกันแค่ตามต่างจังหวัด ไม่มีเวทีใหญ่ ๆ ไว้รองรับ และ ในประเทศไทย ก็ไม่มีการต่อสู้ชนิดอื่น ให้ได้แข่งขันมากนัก

 

การที่แสตมป์ได้มาสู้ใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นักมวยหญิงไทย ก็มีศักยภาพที่สูง ในระดับโลก ที่สำคัญไม่ได้เก่งเฉพาะ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ยังสามารถใช้เทคนิค ที่มีการปรับเปลี่ยนไปแข่งขัน ในศึก คิกบ็อกซิ่ง รวมถึง ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ( MMA )

 

ซึ่งการที่ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ สามารถแข่งขันได้ แบบหลากหลายประเภท ทำให้มีโอกาสมากขึ้น และ เธอยังมีลูกเล่นตอนเปิดตัว ก่อนขึ้นชกที่มีเสน่ห์ ไม่ใช่แค่เดินขึ้นมาชกอย่างเดียว แล้วลงเวทีจบไป รวมไปถึงยังสามารถใช้โซเชียลมีเดีย โปรโมตตัวเองได้อย่างน่าติดตาม จึงทำให้ทุกคนได้เห็นถึงความเก่ง และ ความน่ารัก จนมีแฟนคลับติดตามเธออย่างมากมาย และ ยังเป็นที่จับตาของ ฐานคนดูทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา สิ่งเหล่านี้ทำให้ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์  มีมูลค่าที่สูงขึ้นจนพูดได้ว่า เธอเป็นนักมวยหญิงไทย ที่ทำรายได้สูงที่สุดในตอนนนี้เลยทีเดียว

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ สาวยอดนักสู้อย่าง แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ที่มีความสามารถในการต่อสู้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) คิก บ็อกซิ่ง ( Kick Boxing ) หรือ ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ( Mixed Martial Arts : MMA ) เธอก็สามารถทำได้ทั้งนั้น หากไม่เรียกว่าเป็น สุดยอดต้นแบบนักมวยหญิง ก็ถือว่าถาไม่ถึงอย่างแน่นอน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

หลักการ ตั้งการ์ด แบบ มวยไทย ( Muay Thai )

หลักการ ตั้งการ์ด แบบ มวยไทย ( Muay Thai )

การตั้งการ์ด เป็นหนึ่งในพื้นฐานที่ นักมวย หรือผู้ฝึกกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ควรรู้หลักในการ ตั้งการ์ด และฝึกฝนจะวางท่าให้ถูกต้อง ก่อนการฝึกการต่อสู้

 

การตั้งการ์ด ในรูปแบบของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นท่าเตรียมพร้อมร่างกายของ นักมวย ก่อนทำการแข่งขัน เพื่อออกอาวุธ ไปยังคู่ต่อสู้ หรือเป็นท่าพัก ขณะที่เตรียมจะ ออกอาวุธไปยังคู่ต่อสู้ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานนการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) โดยองค์ประกอบ ในการตั้งการ์ด สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วน ดังต่อไปนี้

 

1. การกำหมัด

 

เป็นการจัดวางท่าทาง การตั้งการ์ด ในส่วนบน ที่นักมวยต้อง เรียนรู้ การกำหมัด ให้ถูกวิธี เพราะการกำหมัดที่ถูกต้องนั้น สามารถช่วย ป้องกัน ไม่ให้กระดูกข้อมือ หรือนิ้วมือหัก เมื่อชกไปยัง เป้าหมาย ทั้งยังเป็น อาวุธสำคัญ ที่ใช้ใน การพิชิตคู่ต่อสู้ โดยวิธีการ กำหมัด ที่ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอน ดังนี้

 

1. ให้ยกมือทั้ง 2 ข้างแล้วกำ นิ้วชี้, นิ้วกลาง, นิ้วนาง และนิ้วก้อย ไว้ที่ฝ่ามือให้แน่น โดยให้ นิ้วทั้ง 4 นิ้ว เรียงชิดติดกัน

2. ใช้นิ้วหัวแม่มือ ( นิ้วโป้ง ) วางลงบน นิ้วชี้ และนิ้วกลาง แล้วกำหมัดให้แน่น

 

ข้อแนะนำใน การกำหมัด คือ ควรเกร็งข้อมือ ให้เป็น แนวเดียวกันตลอด ไม่ควรงอ หรือปล่อยตามสบาย เพราะจะเกิดอันตราย เมื่อชก หรือกระแทก โดยในการชกให้ใช้ "สันหมัด" ซึ่งอยู่บริเวณข้อดัน หรือข้อแรกของ นิ้วมื้อทั้ง 4 ที่ถูกกำลง คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้งนาง และนิ้วก้อย ปะทะไปยัง เป้าหมายของคู่ต่อสู้ เท่านั้น

 

จากนั้น ให้วางหมัด โดยใช้หมัดหน้า ข้างเดียวกับ เท้าหน้า ให้ยกหมัด ขึ้นสูงใน ระดับหางคิ้ว ลดหมัดลงมา ทางด้านที่หัน ไปเล็กน้อย ระยะห่าง จากคิ้ว ไม่ควรเกิน 1 คืบ สิ่งที่สำคัญ ในการวาง หมัดหน้า คือ ควรรักษาข้อศอก ให้พอประมาณ ไม่ห่างจาก ชายโครงมากเกินไป เพราะจะเป็น การเปิดโอกาส ให้คู่ต่อสู้ โจมตีได้ง่าย

 

2. การตั้งท่า

 

การตั้งท่า เป็นการตั้งการ์ด ในส่วนของการยืน โดยเป็น การยืนปักหลัก เพื่อจะ เตรียมการ ใช้เท้าหน้ายัน หรือการเหน็บ บางครั้ง ต้องอาศัยเท้าหลัง ในการทรงตัว ขณะใช้ เท้าหน้าถีบ หรือเตะ การจดมวยนั้น เท้าหลังวางเกือบขวางกับ แนวต้านทาน หรือแนวที่คู่ชก จะทุ่มน้ำหนักเข้ามา และเยื้องเป็น มุมกับเท้าหน้า ซึ่งในมวยสากล เท้าหน้ากับเท้าหลัง แนวชี้เกือบ จะชี้ตรงไปข้างหน้า

 

การวางเท้า ให้เริ่มจาก ระยะห่าง ในการวางเท้า ให้วางเท้าทั้ง 2 ข้างห่างกัน ประมาณ ช่วงไหล่ ให้วางเท้าข้าง ที่ไม่ถนัด ไว้ด้านหน้า ปลายเท้าชี้ ไปข้างหน้า ส่วนเท้าข้างที่ถนัด วางเป็นเท้าหลัง วางเท้าให้แบะ ออกมาทางด้านข้าง เนื่องจาก ต้องใช้เท้า ในการรับ น้ำหนักตัว  สิ่งสำคัญ ในการวางเท้า คือ ส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง ต้องเปิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เกิด ความคล่องตัว ในการเคลื่อนไหว

 

3. การวางลำตัว

 

ควรให้ ลำตัว เหยียดตรง ปล่อยตัว ตามสบาย ไม่งอเข่า ไม่ก้มลำตัว ไม่เกร็ง หันไหล่ด้านหน้า ให้เกือบเป็นแนวเดียวกันกับ ไหล่ด้านหลัง ลักษณะ คล้ายหัน ด้านข้าง ให้คู่ต่อสู้ใน แนวเดียวกับ เท้าทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้คู่ต่อสู้ เห็นลำตัว ให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกัน จุดสำคัญ จากการ โจมตีของคู่ต่อสู้

 

การตั้งการ์ด ในตำแหน่ง อวัยวะแต่ละส่วน ทั้งการวางหมัด วางเท้า และการวางลำตัวให้ถูกต้อง จะช่วยให้นักมวย จัดระเบียบ ร่างกายได้ อย่างเหมาะสม ตั้งท่า พร้อมที่จะโจมตีคู่ต่อสู้ และป้องกัน การโจมตี จากคู่ต่อสู้ได้เป็นอย่างดี

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การจัดอันดับนักมวย สุดแข็งแกร่ง ใน มวยไทย ( Muay Thai ) รุ่นแบนตัมเวท

ประวัติศาสตร์ ของ มวยไทย ( Muay Thai )

การจัดอันดับนักมวย สุดแข็งแกร่ง ใน มวยไทย ( Muay Thai ) รุ่นแบนตัมเวท

การจัดอันดับนักมวย สุดแข็งแกร่ง ใน มวยไทย ( Muay Thai ) รุ่นแบนตัมเวท

เพื่อน ๆ คนไหนที่ได้ดู มวยไทย ( Muay Thai ) ใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) กันมาบ้างคะ เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) มี การจัดอันดับนักมวย สุดแข็งแกร่ง อยู่ด้วย มาดูดีกว่าค่ะว่ามีใครติดอันดับกันบ้าง

 

ถ้าพูดถึง มวยไทย ( Muay Thai ) รุ่นพิมพ์นิยมใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) หนึ่งในนั้น คงหนีไม่พ้น รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) ที่ตอนนี้มี ยอดมวยเมืองสกล น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว ราชันผู้ไร้เทียมทาน นั่งครองบัลลังก์ รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) ของ วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) อยู่ ทั้งยังเป็นรุ่นที่อัดแน่นไปด้วย ยอดมวยไทย และ เทศ ทั้งยังแข็งแกร่งที่สุดรุ่นหนึ่ง ในระดับโลก

 

 

ทั้งนี้ วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) ได้มีการอัปเดตอันดับครั้งล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา เราจึงอยากพาเพื่อน ๆ ไปดูผู้ท้าชิงทั้ง 5 อันดับใน รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) แบบเรียงตัวว่าพวกเขา แข็งแกร่ง อึด ถึก ทน กันแค่ไหน

 

1. เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์

ซ้ายฟ้าผ่า หรือ เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์ ปัจจุบันรั้งตำแหน่ง ผู้ท้าชิงเบอร์หนึ่งของรุ่น โดยตั้งแต่เข้ามาอยู่ในสังกัด วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) เขาเก็บแต้มชัยได้ถึง 5 ครั้ง โดยแพ้ให้กับเจ้าบัลลังก์อย่าง น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว และ ครั้งล่าสุด เขาถูกจับแพ้แตก ในการปะทะกัน กับนักชกน้องใหม่แกะกล่อง ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี เมื่อเดือน พ.ย. 64 อย่างไรก็ตาม เขายังคงได้สิทธิ์รั้งเก้าอี้เบอร์หนึ่ง จากการโหวตของ คณะกรรมการจัดอันดับอิสระ ด้วยภาพรวมของฟอร์มการชก และ ยังมีโอกาสลุ้น เป็นผู้ท้าชิงรายต่อไปของ น้องโอ๋ ในไฟต์รีแมตช์ ชิงแชมป์โลก อีกด้วย

 

2. ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี

เทวดาเดินดินกินส้มตำ หรือ ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี น้องใหม่แกะกล่อง ที่เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้สงครามใน รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) เข้มข้นกว่าเดิม เพราะตั้งแต่นัดแรก ก็สร้างความฮือฮา ให้กับชาวโลก ด้วยการฟันศอกคม ยัดเยียดความปราชัย ให้กับ เสมาเพชร คว้าฟาสต์แทร็กแซงหน้าคนอื่น ขึ้นเป็นรั้งอันดับสอง ของอันดับอย่างรวดเร็ว และ ถือเป็นอีกหนึ่งศัตรูฉกาจที่ น้องโอ๋ ยังออกปากว่า ไม่ใช่งานหมู สำหรับเขาเลยทีเดียว

 

3. รถเหล็ก พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม

นักรบสปาร์ตา หรือ รถเหล็ก พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม มวยปริญญาโท อดีตแชมป์ช่อง 7 สี และ แชมป์สภามวยไทยโลก ( WMC ) ถือเป็นอีกหนึ่งยอดฝีมือ ในอันดับรุ่นนี้ โดยเป็นเจ้าของสถิติ ชนะ 4 แพ้ 3 และ เคยได้รับโอกาส ขึ้นท้าชิงเข็มขัดแชมป์กับ น้องโอ๋ มาแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวเบนเข็ม ไปชกคิกบ็อกซิ่ง แต่กลับโดนใบเหลือง เพราะไม่ชินกติกาแพ้ ฟิลิปเป โลโบ นักชกจากเมืองแซมบ้า แต่เจ้าตัวไม่ท้อ ขอทำฟอร์มใหม่ ให้ดีขึ้นในปี 2565 นี้

 

4. อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ

มวยหมัดหนักรัสเซีย หรือ อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ ที่ชกได้ทั้ง มวยไทย ( Muay Thai ) และ คิกบ็อกซิ่ง เขาลงแข่งขัน ในกติกา มวยไทย และ เอาชนะนักมวยแถวหน้าอย่าง เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) จนทำให้เขาพลิกชีวิต กลายเป็นที่รู้จัก ในชั่วข้ามคืน อลาเวอร์ดี เก็บสถิติชนะ 3 ครั้งในกติกามวยไทย ก่อนผันตัวไปชก คิกบ็อกซิ่ง และ คว้าตำแหน่งอดีตแชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต ( Bantamweight ) ไฟต์ล่าสุดคืนสู่สังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) อีกครั้ง โดยฝากความชอกช้ำไว้ให้กับ แฝดอโยธยา หรือ พงษ์ศิริ พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม ด้วยชัยชนะน็อกในยกแรก

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ประวัติศาสตร์ ของ มวยไทย ( Muay Thai )

ประวัติศาสตร์ ของ มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ ที่ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญ ของประเทศไทย ที่มี ประวัติศาสตร์ มาอย่างช้านาน โดยมวยไทย ในแต่ละยุคสมัย จะมีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการอย่างไรบ้าง มาติดตามกันครับ

 

การกำเนิดของ มวยไทย ( Muay Thai ) เริ่มขึ้นเมื่อใดนั้น ไม่ปรากฎหลักฐานเป็นที่แน่ชัด โดยมวยไทย อาจเกิดขึ้นมาได้ ตั้งแต่สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์ คือ สมัยอาณาจักรน่านเจ้า สมัยอาณานครหริภุญชัย และสมัยอาณาจักรโยนกเชียงแสน แต่หากแบ่งมวยไทยเป็นตามสมัยของยุคประวัติศาสตร์ จะแบ่งตามยุคได้ ดังต่อไปนี้

 

สมัยสุโขทัย ( พ.ศ. 1781 – 1921 )

 

กษัตริย์ และชายชาตรี ในยุคนี้ทุกคน จะต้องได้รับ การฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ควบคู่กับ การใช้อาวุธให้เกิดความชำนาญอยู่เสมอ เพื่อเตรียมตัวเข้า รับราชการทหาร และรับใช้ชาติ ให้มีความพร้อม ในการออกรบปกป้องบ้านเมือง จากการรุกรานของข้าศึก จากอาณาจักรใกล้เคียง ซึ่งอาณาจักรสุโขทัย มีศัตรูอยู่รอบด้าน โดยทำสงครามใหญ่ 3 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 140 ปี จนกระทั่ง กรุงศรีอยุธยา สามารถแย่งชิงอำนาจ และเข้ามาครอบครองอาณาจักรสุโขทัยได้

 

โดยในปี พ.ศ.1818 - 1860 พ่อขุนรามคำแหง ได้กล่าวถึง มวยไทย ( Muay Thai ) ในการเขียนตำราพิชัยสงครามการเรียนมวยไทยในยุคนี้ นอกจากจะมีการเรียน มวยไทย ราชสำนักแล้ว ยังสามารถฝึกมวยไทยตามวัด โดยมีพระสงฆ์ หรือครูมวยเป็น ผู้ฝึกสอนกันอย่างแพร่หลาย

 

 

 

สมัยอยุธยา ( พ.ศ. 1893 – 2310 )

 

สมัยนี้การถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ มาจากสมัยสุโขทัยอย่างต่อเนื่องกัน เช่น การฆ่าสัตว์ การคล้องช้าง การฟ้องรำ และการละเล่นต่าง ๆ และวัดก็คงเป็นสถานที่ให้ความรู้ ทั้งสามัญและฝึกความชำนาญในเชิงดาบ กระบี่กระบอง กริช มวยไทย ยิงธนู เป็นต้น

 

ต่อมาใน พ.ศ. 2174 - 2233 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นับว่า มวยไทย ( Muay Thai ) มีความเจริญที่สุดในสมัยนี้ และมี “นายขนมต้ม” ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์มวยไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน นายขนมต้ม จึงเป็นนักมวยเอกคนแรกของไทย ที่ได้ประกาศฝีมือลายมือมวยไทยในต่างแดน และยังเปรียบเสมือนกับเป็น "บิดาวิชามวยไทย" มาจนถึงปัจจุบัน

 

สมัยกรุงธนบุรี ( พ.ศ. 2314 )

 

พม่ายกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ และมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัยดาบหัก (นายทองดีฟันขาว) ซึ่งพระเจ้าตากสิน ได้โปรด ให้ครองเมืองพิชัยอยู่นั้น ได้นำทัพออกต่อสู้กับพม่าจนดับหัก แต่ก็สามารถป้องกันเมืองพิชัยเอาไว้ได้ ประชาชนทั่วไปจึงเรียกว่า "พระยาพิชัยดาบหัก" ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งต่อมาพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้แต่งตั้งนายทองดีไปครองเมืองพิชัย และมีความชอบได้เป็นถึงพระยาพิชัย ต่อมาคนในตระกูลของพระยาพิชัยดาบหักก็ได้รับราชการ มาตั้งแต่สมัยนั้น จนถึงรัชกาลที่ 6 ก็ได้พระราชทานนามสกุลว่า วิชัยขัทคะ แปลว่า ดาบวิเศษของพระวิชัย

 

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

 

ในปีพ.ศ. 2325 ในระยะต้น รัชกาลที่ 1 - 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นกษัตริย์ไทยที่ทรงโปรดการกีฬามาก เช่น สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ( ร.1 ) ทรงโปรดกีฬามวยไทยเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้น ได้มีฝรั่งสองคนพี่น้องเข้ามาหาคู่ชกมวยชนิดมีเดิมพัน พระองค์ได้จัดส่งหมื่นผลาญ นักมวยผู้เก่งกาจขึ้นชกกับ ฝรั่งสองพี่น้อง แม้หมื่นผลาญจะมีร่างกายเล็กเสียเปรียบฝรั่งมาก แต่ด้วยศิลปะะมวยไทย อาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ฝรั่งสองพี่น้องจึงพ่ายแพ้ยับเยินกลับไป

 

ต่อมาในสมัย สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( ร.4 ) ได้โปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ หัดเล่นกระบี่กระบอง พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทย จึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้น ทั้งในชนบทและในกรุง นอกจากนี้ ได้ทรงแต่งตั้ง ผู้มีฝีมือในกีฬามวยไทยให้เป็น หัวหน้าในการจัดกีฬาและให้ยศตำแหน่งอีกด้วย

 

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 แม้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 พ.ศ.2463 แต่ก็ได้เกิดสนามมวยขึ้นครั้งแรก ระบุว่าได้มีสนามมวยสวนกุหลาบ เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2463 คือ สนามมวยสวนกุหลาบ จัดให้มีการชกมวยไทยเป็นประจำ เมื่อแรกเริ่มนั้นให้นักมวยชกกันบนพื้นดิน ผู้ดูนั่งและยืน อยู่รอบบริเวณสังเวียน ซึ่งกว้างกว่า 20 เมตร มีการขีดเส้นกำหนดให้นั่งห้ามล้ำเข้าไปในเขตสังเวียน

 

ด้านนักมวย คาดเชือกที่พันมือด้วยด้ายดิบ สวมมงคล แม้ขณะชกก็ต้องสวมอยู่ มีผ้าประเจียดมัดไว้ที่ต้นแขนซ้ายและขวา สวมกางเกงขาสั้น มีผ้าพาดทับอย่างแน่นหนา ตรงบริเวณอวัยวะสำคัญปกคลุม มาจนถึงด้านบนตรงเอว ไม่สวมเสื้อ และปลายเท้าเปลือยเปล่า กรรมการแต่งกายด้วย ผ้าม่วง นุ่งโจงกระเบน สวมถุงเท้าขาว และเสื้อราชประแตน

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) 5 สาย ที่สืบกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อสุขภาพ

มวยไทย ( Muay Thai ) 5 สาย ที่สืบกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

มวยไทย ( Muay Thai ) 5 สาย ที่สืบกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ในประเทศไทยนั้นกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) มีหลากหลายประเภท หลากหลายสาย วันนี้เราจึงมาแนะนำเกี่ยวกับ มวยไทย 5 สาย สืบกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันค่ะ

 

1. มวยลพบุรี

มวยลพบุรีนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคกลาง เอกลักษณ์ของมวยลพบุรี คือ เป็นมวยที่ชกฉลาด มีการรุกรับที่คล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงแม่นยำ เรียกว่า มวยเกี้ยว หมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย เคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับและออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอกได้อย่างรวดเร็ว สมกับฉายา ฉลาดลพบุรี และ เอกลักษณ์อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ มีการพันมือครึ่งแขน แต่ที่แปลก และ เด่นกว่า มวยไทย ( Muay Thai ) สายอื่น ๆ คือ การพันคาดทับข้อเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมวยลพบุรี

 

ในส่วนของกระบวนท่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายลพบุรีนั้น พบว่า มีด้วยกัน 16 กระบวนท่า ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ผสมกลมกลืน จากการหล่อหลอม และ เลียนแบบท่าทาง ของสัตว์ต่าง ๆ เช่น ลิง และ ช้าง ที่มีอยู่มากในเมืองลพบุรี และครูมวย นักมวยไทยสายลพบุรีที่ควรรู้จัก ได้แก่ ครูดั้ง ตาแดง, ครูนวล หมื่นมือแม่นหมัด, นายซิว อกเพชร, นายแอ ประจำการ, นายเย็น อบทอง, นายเพิก ฮวบสกุล, นายจันทร์ บัวทอง, นายชาญ ศิวา-รักษ์, นายสมทรง แก้วเกิด และครูประดิษฐ์ เล็กคง ซึ่งบุคคลเหล่านี้นับได้ว่าเป็น มวยไทยสายลพบุรี เป็นประวัติศาสตร์ของมวยไทย ที่เป็นมวยท้องถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรสยาม มีอายุถึง 1,356 ปี มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ประวัติความเป็นมาเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณี

 

การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) สายลพบุรี มีกติกาการชก กำหนด 5 ยก โดยใช้ยกเวียน การหมดยกใช้กะลาเจาะรูใส่ในโหล เมื่อกะลาจมน้ำถือว่าหมดยก การต่อสู้ใช้อวัยวะได้ทุกส่วนของร่างกาย การเปรียบมวยอยู่ที่ความสมัครใจของผู้ชก ไม่เกี่ยงน้ำหนักหรืออายุ การไหว้ครูเหมือนการไหว้ครูสายอื่น ๆ โดยทั่วไป

 

 

 

2. มวยโคราช

มวยโคราชนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคอีสาน เอกลักษณ์ของมวยโคราช คือ สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก มีการพันหมัดแบบคาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราช เป็นมวยชกหมัดวงกว้างหนักหน่วง ที่เรียกว่า หมัดเหวี่ยงควาย”  สมกับฉายา หมัดหนักโคราชซึ่งการพันเชือกเช่นนี้เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยนั่นเอง

 

ในส่วนของกระบวนท่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายโคราชนั้น พบว่า มีการฝึกตามขั้นตอน และเมื่อเกิดความคล่องแคล่ว จะทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุม และ ฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ท่าฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ซึ่งได้แก่ ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า ท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า

 

วิธีจัดการชกมวยโคราช นิยมจัดชกในงานศพที่ลานวัด ในเรื่องของการเปรียบมวย จะให้ทหารตีฆ้องไปตามหมู่บ้าน แล้วร้องบอกให้ทราบโดยทั่วกัน และ เมื่อเปรียบได้แล้วให้นักมวย มาชกประลองฝีมือกันก่อน หากฝีมือทัดเทียมกัน ก็ให้ชกแล้วนัดวันมาชก ซึ่งในการเปรียบมวยโคราช ไม่มีกฎกติกาที่แน่นอน หากพอใจก็ชกกันได้ ส่วนรางวัลการแข่งขัน จะเป็นสิ่งของเงินทอง แต่หากเป็นการชกหน้าพระที่นั่ง รางวัลที่ได้รับจะเป็นหัวเสือและสร้อยเงิน

 

ในสมัยรัชกาลที่ 56 มวยไทยโคราช เป็นช่วงที่มวยคาดเชือกรุ่งเรือง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ นักมวยฝีมือดี ได้แก่ นายแดง ไทยประเสริฐ หรือ หมื่นชงัดเชิงชก”, ครูบัว  นิลอาชา ( วัดอิ่ม ), นายทับ จำเกาะ, นายยัง หาญทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ, นายพูน  ศักดา เป็นต้น

 

          

 

3. มวยไชยา

มวยไชยานั้น ถือเป็นมวยไทยภาคใต้ เป็นศิลปะมวยประจำถิ่นอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอกลักษณ์ของมวยไชยา มีอยู่ 7 ด้าน การตั้งท่ามวย หรือ การจดมวย ท่าครู หรือ ท่าย่างสามขุม การไหว้ครูร่ายรำ การพันมือแบบคาดเชือก การแต่งกาย การฝึกซ้อมมวยไชยา และ แม่ไม้มวยไชยา

 

 

กระบวนท่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายไชยา มีทั้งหมด 5 ชุด คือ แม่ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า ได้แก่ ปั้นหมัด พันแขน พันหมัด กระโดดตบศอก พันหมัดพลิกเหลี่ยม เต้นแร้งเต้นกา ย่างสามขุม ท่าที่สำคัญคือท่า เสือลากหาง เคล็ดมวยไชยาการป้องกันตัว และจะเป็นการป้องกันตัวแบบ 4 ป. คือ ป้อง ปัด ปิด เปิด และนอกจากการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แล้วยังมีวิชาการต่อสู้เช่น การ ทุ่ม ทับ จับ หัก อีกด้วย ซึ่งสมกับฉายา ท่าดีไชยา นั่นเอง และ มวยไทย ( Muay Thai ) สายไชยา จะคาดเชือกแค่ข้อมือเท่านั้น

 

 

 

4. มวยท่าเสา และ พระยาพิชัย

มวยท่าเสา ถือเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) ภาคเหนือ แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ากำเนิดขึ้นเมื่อใด ใครเป็นครูมวยคนแรก แต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ทำให้ทราบว่า ครูมวยไทยสายท่าเสา ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ ครูเมฆ เอกลักษณ์ของมวยท่าเสา คือ การจดมวยกว้าง และ ให้น้ำหนักตัวไปทางด้านหลัง เท้าหน้าสัมผัสพื้นเบา ๆ ทำให้ออกมวยได้ไกล รวดเร็ว และ รุนแรง สมกับฉายา ไวกว่าท่าเสา ส่วนกลยุทธ์มวยพระยาพิชัยดาบหัก เป็นทั้งมวยอ่อน และ แข็ง สามารถรุกรับตามสถานการณ์ รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง และ คู่ต่อสู้

 

ครูมวยท่าเสา ที่มีความสามารถ ได้แก่ ครูเมฆ, นายทองดี ฟันขาว, ครูเอี่ยม, ครูเอม, ครูอัด คงเกตุ, ครูโต๊ะ, ครูโพล้ง, ครูฤทธิ์, ครูแพ, ครูพลอย, นายประพันธ์ เลี้ยงประเสริฐ, นายเต่า คำฮ่อ ( เชียงใหม่ ) และ นายศรี ชัยมงคล

 

กระบวนท่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา และ พระยาพิชัยนั้น พบว่า มีกระบวนท่าการชก 15 ไม้ การเตะ 10 ไม้ การถีบ 10 ไม้ การตีเข่า 10 ไม้ และการศอก 10 ไม้ ส่วนในเรื่องของระเบียบประเพณีของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา และ พระยาพิชัย ต้องมีการขึ้นครูหรือยกครู การไหว้ครูประจำปี การครอบครู และการรำไหว้ครูก่อนชก

 

เมื่อครูที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย เริ่มถึงแก่กรรม ทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา ได้ลดบทบาทลง และ มีมวยสายอื่น ๆ เข้ามามากขึ้น มวยไทยสายครูเมฆแห่งท่าเสา เริ่มถูกลบเลือนไป เอกลักษณ์ของมวยสายท่าเสา อาจจะสูญสิ้นไป หากไม่มีการอนุรักษ์มวย ลาวแกมไทย ตีนไวเหมือนหมา เอาไว้

 

 

 

5. มวยพลศึกษา

มวยพลศึกษา ได้ก่อกำเนิดมาพร้อมกับ การจัดตั้งสามัคยาจารย์สมาคม เพื่อจัดเป็นสถานที่การออกกำลังกาย สำหรับประชาชนทั่วไป และ ได้มีการสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา ที่มีชื่อเสียงคือ อาจารย์สุนทร ทวีสิทธิ์ หรือ อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ปรมาจารย์มวยที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญหมัด ซึ่งศึกษามาจากหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์ สวัสดิกุล ซึ่งได้ทรงศึกษาการชกมวยสากล ของประเทศไทย จนได้ชื่อว่าเป็นบิดามวยสากลของประเทศไทย นอกจากหมัดแล้วยังเน้นความเร็ว จังหวะเข้า- ออกที่คล่องแคล่วว่องไว เรียกได้ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา เป็นมวยครบเครื่อง สมกับฉายา ครบเครื่องพลศึกษา

 

เอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา พบว่า มีทั้งหมด 3 ด้าน คือ เอกลักษณ์ด้านการแต่งกาย เอกลักษณ์ด้านการไหว้ครู และ ร่ายรำมวยไทย เอกลักษณ์ด้านการเรียนการสอน ส่วนในเรื่องของกระบวนท่า ของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา จะประกอบไปด้วย กลวิธีการใช้หมัด กลวิธีการใช้เท้า กลวิธีการใช้เข่า กลวิธีการใช้ศอก แม่ไม้มวยไทย และลูกไม้มวยไทย ในเรื่องของระเบียบประเพณีของมวยไทย จะมีพิธีการขึ้นครูหรือการยกครู พิธีการไหว้ครู และ เครื่องดนตรีประกอบ

 

ด้วยความที่มวยไทย ( Muay Thai ) สืบทอดมาจากมวยโบราณ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 สาย คือ มวยไทย ( Muay Thai ) สายไชยา มวยไทย ( Muay Thai ) สายโคราช มวยไทย ( Muay Thai ) สายลพบุรี มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา และ พระยาพิชัย และ มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา แต่ละสายมีทั้งเอกลักษณ์ กระบวนท่า ระเบียบประเพณี และ วัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ที่ควรค่าแก่การรักษาสืบไว้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อสุขภาพ

ออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อสุขภาพ

เพื่อน ๆ คนไหน ที่เริ่มสนใจอยากหันมาฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) กันบ้างคะ แต่ไม่รู้ฝึกไปแล้วมันดีเทียบเท่าการ ออกกำลังกาย จริง ๆ รึเปล่า หากหลาย ๆ คนยังกังวงเรื่องนี้อยู่ เรามีคำตอบให้เพื่อน ๆ กันแล้วค่ะ กับ มวยไทย เพื่อสุขภาพ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นถือเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ใช้แค่ ประเทศไทย เพียงอย่างเดียวที่ได้รับความนิยม แต่รวมไปถึง หลาย ๆ ประเทศ ที่ได้ให้ความสนใจ ในกีฬาประเภทนี้ ไม่น้อยเลยทีเดียว และแถมได้เอาไปทำ ภาพยนตร์ หรือ สื่อต่าง ๆ เช่นเอาท่าทาง การต่อย หรือ ศิลปะการต่อสู้ ของมวยไทย เอาไปทำเป็นเกม แต่ถึงอย่างไร มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็น ในกลุ่ม เด็ก หรือ รวมไปถึงผู้สูงอายุ เพราะด้วย เป็นกิจกรรม ออกกำลังกาย ที่สนุก และ ได้เผาผลาญพลังงาน ทำให้ กีฬามวยไทย เป็นที่นิยมได้ นั้นเอง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถช่วย พัฒนาความแข็งแกร่ง ของร่างกายโดยรวม ได้เป็นอย่างดี

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นแน่นอนว่า จะสามารถไปช่วยส่งเสริม ความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย ของเราได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ กล้ามเนื้อ และยังทำให้ กล้ามเนื้อ กระชับ และนอกจากนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬา หรือ กิจรรมการ ออกกำลังกาย ที่จะเน้น ไปที่ร่างกาย ช่วงบน ช่วงกลาง และยังรวมไปถึง ช่วงล่าง หรือจะให้พูดก็คือ มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็น กีฬา ที่ช่วยให้ร่างกาย แถบจะทุกส่วนของเรา แข็งแรง ขึ้นได้นั้นเอง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยในเรื่องของการ เผาผลาญ พลังงานของร่างกาย

แน่นอนว่าการออกกำลังกาย ทุกชนิดนั้น ช่วยในเรื่องของการ เผาผลาญพลังงานของร่างกาย ของเราได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็นกีฬาที่จัดอยู่ในกีฬา ที่เผาผลาญ พลังงานของร่างกาย ได้ดีเลยทีเดียว ด้วยการที่ มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็นกีฬา ที่ใช้แถบจะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ยาวลงมาถึงเท้า ถือว่าใช้แทบทุกส่วนเลย นั้นจึงทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่เผาผลาญพลังงาน ให้กับร่างกายของเรา ได้มากนั้นเอง

 

และการออกกำลังกายประเภทนี้ จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ให้กับร่างกาย ของเราได้อย่าง รวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และ กระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับ การวิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง สามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลอรี่ใน 1 นาที  เลยทีเดียว

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยในเรื่อง คลายเครียดได้ดี

สำหรับ ท่านใดที่กำลัง เจอปัญหาชีวิต หรือ เจอเรื่องแย่ ๆ ทำให้รู้สึกเครียด หรือ รู้สึกหงุดหงิด อยากระบายมันออกมา แต่ไม่รู้จะไประบายที่ไหน เราอยากแนะนำ ให้ลองมาฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะจะทำให้เรา ได้ระบายความเครียด หรือ เรื่องที่กดดัน ออกมาได้อย่างเต็มที ลองมาชกกระสอบทราย ระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีน แล ะฮอร์โมนต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกาย ของเรา จะ หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรง จะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวย จึงเป็นการระบายความเครียด ที่ได้ผล และ ดีต่อสุขภาพ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถไป ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของหัวใจ และ หลอดเลือด

มวยไทย ( Muay Thai ) หรือการ ฝึกมวย นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งชนิด ที่จะกีฬาที่ช่วยให้เรามีปอดที่ใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น และ ยังสามารถไป กระตุ้นการทำงานของระบบ หัวใจ และ หลอดเลือด ของเรา ได้เป็นอย่างดี อีกด้วย

 

เพราะการที่จะทำเช่นนั้นได้เราจะต้อง ออกกำลังกาย ให้หัวใจ และ ปอด มีความเครียด ในระดับปานกลาง ซึ่งทำให้หัวใจ และ ปอดของคุณ ทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ระบบ การไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับประโยชน์ที่น่าสนใจ ที่จะส่งผลให้ร่างกาย ของเราโดยตรงด้วยการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เห็นแล้วรู้สึกอยากลอง ฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) กันมาบ้างหรือยัง แต่นี่ เป็นเพียงสิ่งที่เรายกตัวอย่างมา แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น

 

ยังมีอีกประโยชน์ อีกมากมาย สำหรับการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราไม่ได้เอามาพูด ไม่ว่าจะเป็น การฝึกความแข็งแกร่ง ของร่างกายโดยรวม การฝึกให้ร่างกายของเรา มีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว สามารถช่วยในเรื่องสมาธิ ลดความเครียด และ ความวิตกกังวล เป็นต้น

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ใครหลาย ๆ คนที่นิยม ออกกำลังกาย แล้วเลือกการ ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ( Cardio ) ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) มาดูกันดีกว่าค่ะว่ามี ท่ามวยไทย ( Muay Thai ) ท่าไหนบ้าง ที่นำมาใช้ออกกำลังกายได้บ้าง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การผสมผสาน การใช้อาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก เพื่อ การรุก หรือ การรับ ในการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งการจะใช้ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้อย่างชำนาญนั้น จะต้องฝึกฝนการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เบื้องต้น ให้คล่องแคล่วเสียก่อน จากนั้นจึงหัดใช้ ท่าผสมผสานกันไป รวมถึงการหลบหลีก จึงได้มีการดัดแปลง ให้ง่ายต่อการนำไปใช้ ด้วยการตั้งชื่อท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ตามลักษณะ ท่าทาง ให้จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

 

15 ท่า มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้น ง่าย ๆ ใช้ต่อสู้ได้ ใช้ออกกำลังกายก็ดี

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า สลับฟันปลา ( รับวงนอก )

2. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า ปักษาแหวกรัง ( รับวงใน )

3. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า ชวาซัดหอก ( ศอกวงนอก )

4. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า อิเหนาแทงกริช ( ศอกวงใน )

5. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า ยอเขาพระสุเมรุ ( ต่อย ตั้งหมัดต่ำ ก้มตัว 45 องศา )

6. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า ตาเถรค้ำฟัก ( ต่อยคาง หมัดสูง ก้มตัว 60 องศา )

7. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า มอญยันหลัก ( รับต่อยด้วยถีบ )

8. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า ปักลูกทอย ( รับเตะด้วยศอก )

9. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า จระเข้ฟาดหาง ( รับต่อยด้วยเตะ )

10. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า หักงวงไอยรา ( ถองโคนขา )

11. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า นาคาบิดหาง ( บิดขาจับตีเข่าที่น่อง )

12. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า วิรุฬหกกลับ ( รับเตะด้วยถีบ )

13. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า ดับชวาลา ( ปัดหมัดต่อยตอบ )

14. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า ขุนยักษ์จับลิง ( รับ - เตะ - ต่อย - ถอง )

15. มวยไทย ( Muay Thai ) ท่า หักคอเอราวัณ ( โน้มคอตีเข่า )

 

 

หากเพื่อน ๆ สนใจใน มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วกำลังหาที่เรียนอยู่เราขอแนะนำ ที่ เจริญทองมวยไทย ( Jaroen Thong Muay Thai ) ที่นี่มีบริการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) ให้กับทุก ๆ คน เริ่มสอนตั้งแต่ ขั้นพื้นฐาน ต่อให้ไม่รู้จัก มวยไทย ( Muay Thai ) เลย ก็สามารถ มาเรียน มาฝึก ที่นี่ได้

 

เพราะมีครูฝึกที่เก่ง และ มีประสบการณ์ ในการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) มามากมาย คอยช่วยเหลือ และ ถ่ายทอดความรู้ ให้กับเพื่อน ๆ หรือ นักเรียน ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่ถูกต้อง การใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก การวอร์มอัพ ก่อนเริ่มเล่น การหายใจ คุณครู และ พนักงาน ที่นี่ทุกคนมีความเป็นกันเอง พร้อมช่วยเหลือเพื่อน ๆ ในเรื่องการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) และ การออกกำลังกายต่าง ๆ อย่างถูกวิธี

 

หากใครสนใจสามารถเข้ามาติดต่อ เจริญทองมวยไทย ( Jaroen Thong Muay Thai ) ได้ที่ 3 สาขาดังนี้ เจริญทองมวยไทยข้าวสาร เจริญทองมวยไทยรัชดา เจริญทองมวยไทยศรีนครินทร์ ค่ะ

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประวัติศาสตร์ มวยไทย ( Muay Thai ) จากรุ่นสู่รุ่น

เทคนิค เสริมสร้างการทรงตัว ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เลือก นวม แต่ละรุ่น ใน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ ที่ดูกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) สิ่งที่เราได้เห็นกันเป็นประจำ นอกจากคู่แข่งทั้งสองฝ่ายแล้วนั่นก็คือ นวม นั่นเอง แล้วเค้าเลือกนวมสวมกันในแต่ละรุ่นอย่างไร วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้เพื่อน ๆ แล้วค่ะ

 

ในการชกมวย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม หรือแข่งขันจริง นักมวย จำเป็นต้องสวมใส่ นวม สวมไว้ที่ข้อมือทั้ง 2 ข้อ เพื่อใช้ในการออกหมัดไปยังเป้าหมาย หรือคู่ต่อสู้ ซึ่งนวม จะช่วยป้องกันอาการกระดูกฝ่ามือร้าว หรือหักได้

 

ในการแข่งขัน นักมวย ต้องใช้นวม ที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งนายสนามมวย หรือ ผู้จัดรายการแข่งขันมวย ได้จัดไว้ให้เท่านั้น ซึ่งข้อกำหนดในการสวมใส่นวม ของนักมวยในแต่ละรุ่น สามารถแบ่งการใช้นวมได้ 3 ประเภท ดังนี้

 

 

นักมวยที่ต้องใช้ นวม ขนาด 6 ออนซ์ ( 132 กรัม ) คือ นักมวย 8 รุ่น ดังนี้

รุ่นพินเวท ( Pinweight ) น้ำหนักต้องเกิน 93 ปอนด์ ( 42.272 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 100 ปอนด์ ( 45.454 กิโลกรัม )

รุ่นมินิฟลายเวท ( Mini Flyweight ) น้ำหนักต้องเกิน 100 ปอนด์ ( 45.454 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 105 ปอนด์ ( 47.727 กิโลกรัม )

รุ่นไลท์ฟลายเวท ( Light Flyweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 105 ปอนด์ ( 47.727 กิโลกรัม ) และไม่เกิน 108 ปอนด์ ( 48.988 กิโลกรัม )

รุ่นฟลายเวท ( Flyweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 108 ปอนด์ ( 48.988 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 112 ปอนด์ ( 50.802 กิโลกรัม )

รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ( Super Flyweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 112 ปอนด์ ( 50.802 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 115 ปอนด์ ( 52.163 กิโลกรัม )

รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 115 ปอนด์ ( 52.163 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 118 ปอนด์ ( 53.524 กิโลกรัม )

รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท ( Super Bantamweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 118 ปอนด์ ( 53.524 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 122 ปอนด์ ( 55.338 กิโลกรัม )

รุ่นเฟเธอร์เวท ( Featherweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 122 ปอนด์ ( 55.338 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 126 ปอนด์ ( 57.153 กิโลกรัม )

 

 

นักมวยที่ต้องใช้ นวม ขนาด 8 ออนซ์ ( 227 กรัม ) คือ นักมวย 4 รุ่น ดังนี้

รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท ( Super Featherweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 126 ปอนด์ ( 57.153 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 130 ปอนด์ ( 58.967 กิโลกรัม )

รุ่นไลท์เวท ( Lightweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 130 ปอนด์ ( 58.967 กิโลกรัม) และไม่เกิน 135 ปอนด์ ( 61.235 กิโลกรัม )

รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท ( Light Welterweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 135 ปอนด์ ( 61.235 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 140 ปอนด์ ( 63.503 กิโลกรัม )

รุ่นเวลเตอร์เวท ( Welterweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 140 ปอนด์ ( 63.503 กิโลกรัม ) และไม่เกิน 147 ปอนด์ ( 66.678 กิโลกรัม )

 

 

นักมวยที่ต้องใช้ นวม ขนาด 10 ออนซ์ ( 284 กรัม ) คือ นักมวย 7 รุ่น ดังนี้

รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท ( Super Welterweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 147 ปอนด์ ( 66.678 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 154 ปอนด์ ( 69.853 กิโลกรัม )

รุ่นมิดเดิลเวท ( Middleweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 154 ปอนด์ ( 69.853 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 160 ปอนด์ ( 71.575 กิโลกรัม )

รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท ( Super Middleweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 160 ปอนด์ ( 71.575 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 168 ปอนด์ ( 76.374 กิโลกรัม )

รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท ( Light Heavyweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 168 ปอนด์ ( 76.374 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 175 ปอนด์ ( 79.379 กิโลกรัม )

รุ่นฟลายเวท ( Flyweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 175 ปอนด์ ( 779.379 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 190 ปอนด์ ( 86.183 กิโลกรัม )

รุ่นเฮฟวี่เวท ( Heavyweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 190 ปอนด์ ( 86.183 กิโลกรัม ) และ ไม่เกิน 200 ปอนด์ ( 90.900 กิโลกรัม )

รุ่นซูเปอร์เฮฟวี่เวท ( Super Heavyweight ) น้ำหนักตัวต้องเกิน 200 ปอนด์ขึ้นไป ( 90.900 กิโลกรัมขึ้นไป )

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประวัติศาสตร์ มวยไทย ( Muay Thai ) จากรุ่นสู่รุ่น

เทคนิค เสริมสร้างการทรงตัว ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

รวม สเต็ปต่อย มวยไทย ยังไงให้ผอม

รวม สเต็ปต่อย มวยไทย ยังไงให้ผอม

มวยไทย ถือเป็นกีฬา ยอดนิยม ของหนุ่ม ๆ สาว ๆ หรือ วัยรุ่น ที่ชื่นชอบการ ต่อสู้ ในรูปแบบของการ ออกกำลังกาย และวันนี้เราจะเอา ความรู้ดี ๆ ในการลดน้ำหนัก เป็น สเต็ป ๆ ในการต่อยมวย ยังไงให้ ผอมไปดูกัน

 

            เราต้องบอกก่อนเลยว่า การ ชกมวย หรือ หรือ ฝึก มวยไทย ไม่ใช้แค่การ เราต่อย กับกรสอบทราย เพียงอย่างเดียว แต่มันยัง มี อุปกรณ์ ที่ใช้ในการ ฝึกอีกมากมาย ที่วันนี้ เราจะเอา มาแนะนำ ให้ฟังกัน สำหรับ การฝึก มวยไทย ต้องบอกก่อนว่าจริง ๆ แล้ว นั้น เทรนด์ การ " ออกกำลังกาย " ในรูปแบบ ชกมวย นั้น มันถูก ได้รับความนิยมในกลุ่ม ของ " ผู้หญิง " มาได้สักพัก เพราะ มันจะเป็น การ ออกกำลังกาย ที่มันจะ เป็นการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อของผู้หญิงอย่างเรา ๆ นั้นกระชับได้เกือบทุกสัดส่วน ของร่างกาย และสำหรับ ผู้หญิงที่ขี้เบื่อทั้งหลายจึงไม่ปฏิเสธที่จะหลงรักการออกกำลังกาย รูปแบบใหม่ และสำหรับ สเต็ปในการ ออกกำลังกาย ของ มวยไทย นั้นเราต้องบอกก่อนเลย ว่า มันไม่ได้ ยากเลย และ โดย มันจะเป็นการ เน้นใช้หมัด ศอก เข่า และ รวมไปถึง เท้าเป็นหลัก เพียงเท่านี้ มันก็ จะสามารถไป ช่วยบริหาร กล้ามเนื้อ หัวใจ ของเรา ได้ทำให้เลือดสูบฉีดได้เป็นอย่างดี และ แถมมันยังไป กระตุ้นการเผาผลาญให้ร่างกาย ของเราได้ทำงาน ได้อย่างเต็มที่ และ ทำให้ เผาผลาญ พลังงานส่วนเกินในร่างกาย ได้อย่างมากเลย นั่นเอง

 

            และ สเต็ป การต่อยมวย หรือ การ ฝึก มวยไทย ที่เรานั้นจะเอามาแนะนำกัน มันก็จะมี ด้วยกัน หลัก ๆ อยู่ สเต็ป ที่บอกเลยว่า ได้ทั้ง เหงื่อย ได้ทั้งแรง แถม ลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี อีกด้วย

 

สเต็ปที่ 1 

 

  • Jab Cross มันจะเป็นการ ปล่อย หมัดแย็บหมัดตรง  "หมัดตรง" ในการ ทำ หมัดตรง นั้น จะเป็นการ เหยียดแขนออกให้ตรงที่สุด และให้เราทำการ บิดลำตัว หลักจากนั้น  เปิดส้นเท้า รักษาให้อยู่ระดับไหล่ หมุนข้อมือคว่ำลงให้สันหมัดถูกที่หมาย     
  • Elbow ( ศอก )  สำหรับการ ใช้ ศอกให้เรา  ยกศอกขึ้น ค่อย ๆ โน้มลำตัวลง และทำการ พร้อมเกร็งหน้าท้อง     
  • Double Knees มันก็คือการ ใช้ เข่า ครั้ง แล้วทำการ ดึงมือมาหาหัวเข่า และ หลักจากนั้น ให้เรา ยกเข่าขึ้นสูง ๆ จากนั้นเกร็งหน้าท้อง ทำทั้งหมด ประมาณ  ครั้ง

 

สเต็ปที่ 2

 

  • Hook  จะเป็นการ ทำท่า หมัดฮุก ให้เรา ทำการ  งอแขนท่อนล่างให้ทำมุมกับ แขนท่อนบนเป็นมุมประมาณ 90 องศา และ หลังจากนั้น ให้เรา ทำการ ออกแรง ต่อยออกไป  ตรง ๆ และ ทำเพื่อให้เคลื่อนที่ไปในจังหวะเดียวกันอย่างลืมบิดส้นเท้า
  • Upper cut จะเป็น ท่าของการ ที่เราต้อง หมัดอับเปอร์คัต และ ให้ทำการ ชกที่บริเวณลำตัว หรือ อาจจะ ปลายคาง เปิดส้นเท้า งอเข่า และ ให้เรา ย่อตัวลงเล็กน้อย     
  • Single Knees โดยการ ให้เราใช้  เข่า ครั้ง และให้เรา ดึงมือมาหาหัวเข่า และหลังจากนั้น ให้ยกเข่าขึ้นสูง ๆ เอาส้นเท้าลง อย่าลืมเกร็งหน้าท้อง ในขณะ ที่ทำท่านี้  

 

สเต็ปที่ 3

 

  • Slanting Elbow  จะเป็น ท่าของการ ทำ ศอกเฉียง โดยการ ให้เรา ทำการ ยกศอกขึ้นเฉียงลง ค่อย ๆ โน้มลำตัว พร้อม กับการ ให้เกร็งหน้าท้อง  ในขณะที่ทำ   
  • Double Knee LR  จะเป็น ท่าในการ ใช้ เข่า ครั้ง โดยการให้เรา ดึงมือมาหาหัวเข่า และ หลัก จากนั้น ให้ทำการ ยกเข่าขึ้นสูง ๆ จากนั้นเกร็งหน้าท้อง ทำข้างละ ครั้ง

 

เป็น ยังไงกันบ้าง กับ สเต็ป ที่เรา เอามาแนะนำ สำหรับ การฝึก มวยไทย ที่บอกเลยว่า ถ้าเรา หมั่นฝึก แกกำลังกาย ตาม สเต็ป ที่เราบอกแบบ นี้ได้ทุกวัน มันจะทำให้ ร่างกาย ของเราแข็งแรง และที่สำคํญ ลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี อีกด้วย นั่นเอง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

 

รูปแบบ การแต่งกาย ของ นักมวย สมัยก่อน

รูปแบบ การแต่งกาย ของ นักมวย สมัยก่อน

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งนักมวยใน สมัยก่อน จะมีรูปแบบ การแต่งกาย ที่แตกต่างจาก การแต่งกายของ นักมวย ในสมัยปัจจุบันอย่างไร มาติดตามกันครับ

 

การกำเนิดขึ้นของ มวยไทย ( Muay Thai ) มีมาอย่างช้านาน ตั้งแต่ก่อนยุคสุโขทัย เสียด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่า การดำรงอยู่ได้ของ มวยไทย ( Muay Thai ) มาจนถึงในยุคปัจจุบันนี้ ย่อมมีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลง ให้มีความเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็คือ เรื่องการแต่งกาย ที่นักมวย ในสมัยก่อน มีรูปแบบการแต่งกาน ที่แตกต่างจาก นักมวย ในยุคนี้เป็นอย่างมาก โดยมีลักษณะ การแต่งกาย แยกเป็นแต่ละส่วนได้ ดังนี้

 

เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย

 

เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย คือ กางเกง ซึ่งในสมัยก่อน ไม่มีกางเกง ที่ใช้สวมใส่เฉพาะ เวลาขึ้นชกมวย ส่วนมากนักมวยจะสวม กางเกงขาสั้น ยาวประมาณแค่เข่า เป็นกางเกง ที่ใช้โดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้าพัน ให้หนาคาดทับ ระหว่างขาใช้แทนกระจับ และคาดเอว เพื่อให้กางเกงไม่หลุดเวลาขึ้นชก

 

นักมวย สมัยก่อน อาจมีการใส่ เสื้อยันต์ ที่ใช้ผ้าดิบสีแดง หรือสีขาว ตัดเป็นเสื้อกั๊ก คอกลมแขนกุด เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่าง ๆ ใช้สวมทับ เสื้อชนิดอื่น หรือสวมเพียงตัวเดียว เพราะเชื่อว่า จะช่วยป้องกันศาสตราวุธทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่ เวลาชกมวย มักไม่ค่อยสวมเสื้อยันต์ แต่จะใช้เครื่องรางชนิดอื่นแทน

 

การสวมหมัด

 

การสวมหมัดในที่นี้ หากเทียบ การแต่งกายของนักมวย ในปัจจุบัน ก็คือ ส่วนของนวม ซึ่งในสมัยก่อน ใช้การ "คาดเชือก" ที่ถือเป็น เอกลักษณ์โดดเด่น อย่างหนึ่งของ มวยไทย ( Muay Thai ) โดยการคาดเชือกที่มือ จะใช้ด้ายดิบพันสันหมัด และข้อมือ ความยาว และลักษณะการพัน จะแตกต่างกันไป ตามภูมิลำเนา บ่งบอกถึงลักษณะ การใช้หมัด และศอกอีกด้วย ซึ่งการคาดเชือก จะช่วยให้ กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง เพิ่มน้ำหนักหมัด ให้หนักแน่นกว่า หมัดธรรมดา บางคนอาจพันด้ายขนาดยาว เพราะต้องการใช้ หมัดบังหน้าด้วย

 

เครื่องรางของขลัง

 

นักมวย ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยก่อน มีการใช้ เครื่องรางของขลัง อยู่ด้วยกันหลากหลาย ดังนี้

 

มงคล :  ทำจากสายสิญจ์ หรือผ้าดิบ ที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนตร์  คาถา และเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้ายหรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง ใช้ในการคุ้มกันอันตราย โดยใช้สวมศีรษะในขณะชก

 

ประเจียด : ใช้ผ้าสาลู หรือผ้าดิบ สีขาวหรือสีแดง ตัดเป็นสามเหลี่ยม ลงเลขยันต์ มหาอำนาจ ส่วนใหญ่ จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำลังตัวหรือคุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ ที่พระครู หรือเกจิอาจารย์ จะเป็นผู้เขียน และทำพิธี ม้วนหรือถัก พันด้วยด้ายอาจใส่ว่าน ตระกรุด หรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่น ไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว ใช้ผูกติดกับต้นแขน ตลอดเวลา การแข่งขันชกมวย

 

 

ผ้ายันต์ : ผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบาง สีขาวหรือสีแดงเขียนอักขระเลขยันต์และรูปภาพต่างๆ โดยเกจิอาจารย์ที่เชื่อถือว่ามีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พกติดตัวหรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้

 

ตะกรุด : ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสา ลงเลขยันต์ คาถาอาคมเช่นเดียวกับลงผืนผ้า เพื่อทำประเจียด แล้วม้วนให้กลม ตรงกลางเว้นช่องว่าง สำหรับใช้สายเชือกร้อยสำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน หากใส่ในมงคล หรือประเจียด มักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

พระเครื่อง : ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่างๆ เพื่อเพิ่มความขลัง แล้วทำพิธีพุทธาพิเศกลงเลขยันต์ มีพิธีกรรม ที่รวมการบวงสรวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่าง ๆ นักมวย จะพกพระเครื่องติดตัว โดยพันไว้ในมงคล หรือผ้าประเจียด บ้างก็ใช้อมไว้ในปากเวลาชก แต่วิธีนี้ไม่ค่อยนิยม เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตนเองได้

 

แหวนพิรอด : ทำด้วยกระดาษสา หรือถักด้วยหวาย ผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำลังพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือ แขวนพิรอดใช้สวมนิ้ว เป็นของวิเศษหายาก และเชื่อว่ามีอานุภาพมาก

 

พิสมร : ทำด้วยแผ่นโลหะ หรือใบลาน รูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์ มีที่ร้อยสายแต่โดยมาก ไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ต้องผ่านพิธีกรรม เช่นเดียวกับตะกรุด

 

การแต่งกายของ นักมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปจาก ในสมัยก่อนอย่างมาก โดยในปัจจุบัน การแต่งกายของ นักมวย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จะมีการคำนึงถึง ความเป็นสากล และความปลอดภัย ของนักมวย เป็นหลัก ที่มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น อีกด้วย

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Freepik

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สิ่งที่จำเป็นต้องมีบนสังเวียน มวยไทย

รูปแบบ การตีเข่า สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

สิ่งที่จำเป็นต้องมีบนสังเวียน มวยไทย

สิ่งที่จำเป็นต้องมีบนสังเวียน มวยไทย

นอกจากการเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วย กลยุทธ์วิถีเทคนิคต่าง ๆ ของศิลปะการต่อสู้บนเวทีของ มวยไทย อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดตัดสิน และชี้ขาดแพ้-ชนะ บนเวทีได้ก็คือ หน้าที่ของตำแหน่งกรรมการ แล้วกรรมการสำคัญอย่างไรมาดูกันค่ะ

 

     กรรมการบนเวที มวยไทย นับว่าเป็นตำแหน่งที่สาม ที่มักจะประกบคู่นักมวยทั้งสอง คอยตรวจเช็ค ความถูกต้อง และกฎกติกาการชกบนเวที และกรรมการที่นั่งชมอยู่ด้านล่างข้างเวที เป็นผู้ชี้ขาด และเป็นผู้ตัดสินบนเวที ที่นักมวยทุกคน ต้องมีความเกรงใจ และให้เกียรติในการต้องทำตามกฎ วันนี้เราจะมาให้ความรู้ถึงความสำคัญของกรรมการ บนเวที มวยไทย ว่าเราต้องมีเขาไว้เพื่ออะไร

 

     ผู้ชี้ขาด คือ ผู้ที่มีความรับผิดชอบอันดับแรก การระมัดระวัง การดูแลเอาใจใส่ผู้แข่งขันไม่ให้เกิดบาดเจ็บหรือบอบช้ำเกินควร หน้าที่ของผู้ชี้ขาด ผู้ชี้ขาดต้องปฏิบัติหน้าที่ในสังเวียน ต้องแต่งกายด้วยกางเกงขายาวสีกรมท่า เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกหูกระต่ายสีกรมท่า รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อชนิดเบา ไม่มีสน สีดำ สวมถุงมือแพทย์ การเตือน ผู้ชี้ขาดอาจเตือนผู้แข่งขันได้ การเตือนเป็นการแนะนำให้ผู้แข่งขันระมัดระวัง หรือป้องกันไม่ให้กระทำสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่เป็นการละเมิดกติกาที่รุนแรงนัก ในการนี้ไม่จำเป็นต้องหยุดการแข่งขันแต่หาโอกาสที่เหมาะสมเตือนผู้แข่งขันที่ทำผิดกติกาในระหว่างการแข่งขันนั้นได้ การตำหนิโทษ ถ้าผู้แข่งขันละเมิดกติกา แต่ความผิดนั้นไม่ถึงขั้นให้ออกจากการแข่งขันผู้ชี้ขาดต้องหยุดการแข่งขัน และสั่งตัดคะแนนแก่ผู้ละเมิดกติกานั้น ในการสั่งตัดคะแนนผู้ชี้ขาดต้องกระทำอย่างชัดแจ้งเพื่อให้ผู้แข่งขันเข้าใจเหตุผล และความมุ่งหมายของการสั่งตัดคะแนนนั้น ผู้ชี้ขาดจะต้องให้สัญญาณมือแก่ผู้ตัดสินทุกคนว้าได้มีการตัดคะแนนและชี้ตัวผู้แข่งขันที่สั่งตัดคะแนน ถ้าผู้แข่งขันถูกสั่งตัดคะแนน 3 ครั้งในคู่นั้น เขาจะถูกให้ออกจากการแข่งขัน หลังจากสั่งตัดคะแนนแล้วผู้ชี้ขาดต้องสั่ง “ ชก” การตรวจร่างกาย ของผู้ชี้ขาด ก่อนปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันระดับนานาชาติภายใต้กติกานี้ ผู้ชี้ขาดต้องได้รับการตรวจร่างกายว่าเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะปฏิบัติหน้าที่ในสังเวียนในขณะปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันห้ามผู้ชี้ขาดสวมแว่นตา แต่อนุญาตให้ใช้เลนส์ผลึกได้ และก่อนการแข่งขันทุกครั้งผู้ชี้ขาดต้องเข้าร่วมประชุมที่คณะกรรมการฝ่ายแพทย์จัดขึ้น

 

 

คุณสมบัติของคนเป็นกรรมการ มวยไทย

     คุณสมบัติของกรรมการ ผู้ชี้ขาด ( อยู่บนเวที ) และผู้ตัดสิน ( อยู่ข้างล่าง ) จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปี เว้นแต่คณะกรรมการผู้ตัดสิน จะพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งผู้ชี้ขาด / ผู้ตัดสิน ต่อไปในระยะเวลาที่เห็นสมควร จะต้องมีหนังสือรับรองจากแพทย์ว่า เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์ เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ผู้ชี้ขาด / ผู้ตัดสิน และจะต้องผ่านการอบรม, การทดสอบ, การขึ้นทะเบียนผู้ชี้ขาด / ผู้ตัดสิน มวยไทย และได้รับตราพร้อมประกาศนียบัตร ของสภา มวยไทย โลกอีกด้วย

     จำนวนกรรมการผู้ชี้ขาด / ผู้ตัดสิน จะต้องมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน และกรรมการผู้ตัดสิน 3 คน ทั้งนี้ยังต้องมีประธานผู้ตัดสิน เป็นผู้ควบคุมการแข่งขันอีกด้วย

     กรรมการผู้ชี้ขาด จะต้องรักษากติกา และให้ความเป็นธรรมอย่างเคร่งครัด จะต้องไม่แสดงกริยาวาจาที่ไม่สุภาพต่อนักมวย และผู้ชม จะต้องควบคุมการแข่งขันทุกระยะโดยตลอด จะต้องป้องกันนักมวยที่อ่อนแอกว่า ไม่ให้ได้รับความบอบช้ำ จนเกินควร และโดยไม่จำเป็น จะต้องตรวจนวม ตรวจเครื่องแต่งกาย และฟันยางของนักมวยก่อนการแข่งขัน ในยกแรกจะต้องให้นักมวยทั้งคู่จับมือ กันกลางเวที และเตือนกติกาที่สำคัญ การจับมือจะกระทำกันอีกครั้งหนึ่งก่อนเริ่มการแข่งขันในยกสุดท้าย ห้ามนักมวยทั้งสอง จับมือกันระหว่างการแข่งขัน

     ผู้ชี้ขาด จะต้องใช้คำสั่ง 3 คำ คือ "หยุด" เมื่อ สั่งให้นักมวยหยุดชก "แยก" เมื่อสั่งให้นักมวยแยกออกจากการกอดรัด และ "ชก" เมื่อสั่งให้นักมวยชกต่อไป ในกรณีที่ผู้ชี้ขาดสั่งแยก นักมวยทั้งสองจะต้องถอยหลังออกมาก่อน อย่างน้อยคนละ 1 ก้าว แล้วจึงจะชกต่อไป

     ผู้ชี้ขาด จะต้องแสดงสัญญาณที่ถูกต้องให้นักมวยที่ละเมิดกติกาทราบ ถึงความผิดของตน เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน จะต้องรวบรวมบัตรให้คะแนนของผู้ตัดสินทั้ง 3 คนข้างล่างเวที จากนั้น ชี้มุมผู้ชนะตามเสียงคะแนนข้างมาก แล้วชูมือนักมวยผู้ชนะขึ้น นำบัตรคะแนนของผู้ตัดสินทั้ง 3 คน ให้ประธานผู้ตัดสินตรวจสอบ

 

หน้าที่ของผู้ตัดสิน มวยไทย

     หน้าที่ของผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินแต่ละคน จะต้องตัดสินการชกของนักมวยโดยอิสระ และจะต้องตัดสินไปตามกติกา ผู้ตัดสินแต่ละคน จะต้องอยู่คนละด้านของเวที และห่างจากผู้ชม ในระหว่างที่การแข่งขันกำลังดำเนินอยู่ ผู้ตัดสินจะต้องไม่พูดกับนักมวย หรือกับผู้ตัดสินด้วยกัน หรือกับบุคคลอื่น ยกเว้นกับกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที ถ้ามีความจำเป็นจะต้องพูดกับกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที ให้ใช้เวลาหยุดพักระหว่างยก แจ้งให้ผู้ชี้ขาดทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เช่น พี่เลี้ยงปฏิบัติผิดมารยาท หรือเชือกหย่อน ซึ่งผู้ชี้ขาด อาจจะไม่สังเกตเห็นในขณะนั้น

     ผู้ตัดสิน จะต้องให้คะแนนแก่นักมวยทั้งสอง ในบัตรบันทึกคะแนน ทันทีที่สิ้นสุดการแข่งขันของแต่ละยก ผู้ตัดสินจะต้องไม่ลุกออกจากที่นั่งให้คะแนน จนกว่าผู้ชี้ขาดจะชูมือตัดสินผลการแข่งขันแล้ว และการแต่งกายของผู้ตัดสิน จะต้องแต่งกายตามที่สภา มวยไทย โลกกำหนด

     จะเห็นได้ว่า ความสำคัญของกรรมการ คือ ผู้ตรวจสอบ และดูความเรียบร้อยตลอดการชกให้เป็นไปตามกฎกติกาที่ต้องถูกต้องที่สุด

 

อำนาจของผู้ชี้ขาด

1. ยุติการแข่งขัน เมื่อเห็นว่าฝ่ายหนึ่งมีฝีมือเหนือกว่าอีฝ่ายหนึ่งมาก

2. ยุติการแข่งขัน เมื่อเห็นว่าผู้แข่งขันบาดเจ็บจนไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้

3. ยุติการแข่งขัน เมื่อเห็นว่าผู้แข่งขันไม่แข่งขันจริงจัง ในกรณีนี้อาจให้ผู้แข่งขันคนหนึ่ง หรือทั้งสองคนออกจากการแข่งขันได้

4. การเตือนผู้แข่งขันหรือหยุดการแข่งขัน เพื่อสั่งตัดคะแนนผู้แข่งขันที่กระทำกฟาวล์ หรือด้วยเหตุอื่น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม หรือเพื่อความแน่นอนในการปฏิบัติตามกติกา

5. ให้ผู้แข่งขันที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยฉับพลัน หรือก้าวร้าวผู้ชี้ขาดหรือไม่ร่ายรำไหว้ครูตามประเพณีก่อนการแข่งขันออกจากการแข่งขัน

6. ให้พี่เลี้ยงที่ละเมิดกติกาออกจากหน้าที่ และให้ผู้แข่งขันออกจากการแข่งขันถ้าพี่เลี้ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ชี้ขาด

7. ให้ผู้แข่งขันที่กระทำฟาวล์ออกจากการแข่งขันโดยเตือนตำหนิโทษหรือยังไม่ได้เตือนตำหนิโทษผู้แข่งขันนั้นมาก่อนก็ตาม ถ้ากระทำผิดอย่างรุนแรง

8. หยุดนับในการล้ม ถ้าผู้แข่งขันเจตนาไม่ไปหรือทำชักช้าที่จะไปมุมกลาง

 

9. ตีความกติกาเท่าที่บัญญัตินี้ หรือพิจารณาตัดสิน และปฏิบัติตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 

จรรยาบรรณของผู้ชี้ขาด และผู้ตัดสิน

  • จะต้องไม่มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต
  • จะต้องไม่ให้ข่าวหรือให้สัมภาษณ์ใด ๆ ที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียในการตัดสิน
  • จะต้องไม่ประพฤติผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง
  • จะต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนการแข่งขัน 24 ชั่วโมง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

แนะนำ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ ค่าตัวแพง

หุ่นสวยด้วยท่าออกกำลังกายในแบบ ฉบับ นักมวย

รูปแบบ การตีเข่า สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

รูปแบบ การตีเข่า สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

การตีเข่า หนึ่งในการออกอาวุธสำคัญ สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่มีรูปแบบการตีเข่าที่หลากหลาย

 

การตีเข่า ในกีฬา มวยไทย

 

เข่า ( Knee ) อวัยวะส่วนหนึ่งที่ใช้ในการ ออกอาวุธไปยังเป้าหมาย ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) โดยเข่า ถือได้ว่าเป็น อาวุธสั้นรองจาก การเตะ จึงมักใช้ในการออกอาวุธ ในระยะประชิด มากกว่าในระยะไกล เช่น เข่าคลุกวงใน กอดปล้ำตีเข่า โยนเข่า และแทงเข่า

 

การใช้เข่า สามารถเรียกได้อีกอย่างว่า "การตีเข่า" หมายถึง การยกเท้าขึ้นแล้วงอเข่าขึ้น ให้เป็นมุมฉาก หรือมุมแหลม ใช้ส่วนเข่าด้านหน้า หรือด้านข้าง (ด้านใน) กระแทกไปยัง เป้าหมายที่ต้องการ โดยเป้าหมายของการตีเข่า คือ บริเวณต้นขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก และทวารหนัก หากตีเข่าสูงขึ้นไป จะมีเป้าหมาย คือ ต้นแขน ปลายคาง และใบหน้า การใช้เข่าตี หรือกระแทกขึ้นไป ขณะตั้งท่าอยู่ และบางโอกาส นักมวย จะต้องใช้มือทั้ง 2 ข้างจับที่คอคู่ต่อสู้ ร่วมด้วย เพื่อใช้เข่าออกอาวุธได้ถนัด และปะทะอย่างรุนแรง

 

การตีเข่า ในกีฬามวยไทย มีรูปแบบ ดังนี้

 

 เข่าตรง

 

เป็นการยกเข่า หรือกระแทกเข่า ยกขึ้นไป โดยการงอเข่า เป็นมุมแหลม โดยใช้ส่วนที่เป็นหัวเข่ากระทบเป้าหมาย และให้ปลายเท้าของเข่าที่ยกขึ้น ตีชี้ไปทางข้างหลัง นิยมใช้ท่านี้ ในระยะประชิดตัว เป้าหมายของการตีเข่าท่านี้ ได้ แก่ บริเวณท้อง คาง และใบหน้าของคู่ต่อสู่ สามารถตีได้ ทั้งเข่าซ้าย หรือเข่าขวา แล้วแต่ความถนัดของนักมวย

 

ข้อสำคัญของการ ตีเข่าตรง คือ มือทั้งสองข้าง ต้องยกขึ้นสูง เพื่อป้องกัน การตีเข่าใน ลักษณะเข่าโหน มือทั้ง 2 ที่โน้มคอลงมานั้น ควรใช้แขน และศอกชิดกัน เพื่อป้องกัน ซึ่งเข่าตรง สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ เข่าตรงตีนำ และเข่าตรงตีตาม ส่วนเข่าโหน คือการตีเข่าโดยใช้มือทั้ง 2 ข้าง จับท้ายทอยของคู่ต่อสู้ดึง และโน้มคอลงมา พร้อมกับตีเข่า ไปยังเป้าหมาย

 

เข่าเฉียง

 

เป็นการตีเข่า ในลักษณะที่เฉียงขึ้น ให้เข่าปะทะกับ เป้าหมาย ด้วยการใช้ แรงเหวี่ยงจากสะโพก เป้าหมายตีเข่าเฉียง มักอยู่ที่บริเวณ ชายโครง ท้อง หน้าอก คาง และใบหน้า การตีเข่าเฉียง ด้านที่ใช้ตีเข่า จะตรงข้ามกับเป้าหมาย คือ ถ้าตีเข่าซ้าย จะต้องใช้เข่าเฉียง เข้าปะทะ เป้าหมายทางด้านขวา หรือถ้าตีเข่าขวา จะต้องใช้เข่าเฉียง เข้าปะทะ เป้าหมายทางด้านซ้าย

 

การตีเข่าเฉียง หากเข้ากอดรัด แล้วจับคู่ต่อสู้ไว้ให้แน่น แล้วดึงมาทางด้านข้างที่จะตีเข่า ปลายเท้าชี้ลงสู่พื้นไปทางด้านหลัง วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความรุนแรงของการตีเข่ามากขึ้นได้

 

เข่าตัด

 

เป็นการตีเข่า ที่มีทิศทางการตีเข่า ผ่านจากซ้ายไปขวา หรือจากขาวไปซ้าย ในทิศทางที่ขนานกับพื้น หรือเป็นแนวเดียวกัน หรือตีตัดลงมาหาพื้น โดยที่ปลายเท้า ชี้ไปทางด้านหลัง ให้ใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพก เหวี่ยงตัดเข้าหาลำตัว ให้ส่วนของหัวเข่าปะทะกับเป้าหมายที่บริเวณต้นขา หรือชายโครงของคู่ต่อสู้

 

ข้อสำคัญในการ ตีเข่าตัด ให้ใช้แรงบิดจากเอว พร้อมแรงดึงเข้าหา แล้วตี จึงจะมีแรงกระแทกมาก นอกจากนี้ การตีเข่า อาจจะใช้ การเหวี่ยงให้คู่ต่อสู้เสียหลักก่อน แล้วจึงตีเข่าสวน ซึ่งบางครั้ง การตีเข่าตัดขึ้นเป็นวงโค้ง จากด้านบนลงมาด้านล่าง จะเรียกลักษณะการตีเข่านี้ว่า "เข่าโค้ง"

 

เข่าลอย

 

เป็นการยกเข่าขึ้นทำมุม โดยการชี้ปลายเท้าไปทางข้างหลัง แล้วใช้เข่าพุ่งเข้าปะทะเป้าหมาย พร้อมกับยกดัดเท้าอีกข้างที่เป็นฐาน ให้ดีดพุ่งขึ้น ลอยพ้นจากพื้น พุ่งไปยังเป้าหมายที่ต้องการ อย่างบริเวณ อก ลิ้นปี่ คาง และใบหน้า โดยสามารถใช้เข่านำ หรือเข่าตามก็ได้ การใช้เข่าลอย ในบางครั้ง อาจจะใช้พุ่งเข่าหน้าไปก่อน แล้วตามสลับเข่าหลัง เป็นเข่าหน้าเข้าปะทะเป้าหมายก็ได้

 

เข่าลา

 

เป็นการตีเข่า โดยใช้ บริเวณเข่า และแข้ง ปะทะเป้าหมาย ระยะการใช้เข่าลา อยู่ในระยะกลาง การตีเข่ารูปแบบนี้ ไม่ต้องจับคอ แต่ตีเฉียงในลักษณะคล้ายกับการเตะเฉียง อาจพับเข่าลงเล็กน้อย เป้าหมายให้ตีเข่าเข้าที่ท้อง  และชายโครงของคู่ต่อสู้

 

เข่าน้อย

 

เป็นการตีเข่าขณะที่เข้ากอดรัดคอ สะพายแล่ง หรือเอว ร่วมกับคู่ต่อสู้ ให้ตีเข่าเข้าที่บริเวณต้นขา หรือท้องน้อยของคู่ต่อสู้เร็ว ๆ เน้นหลาย ๆ ครั้ง เป็นการรบกวนคู่ต่อสู้ให้ขัดเท้า และปวดเท้า หากถูกตีเข่าน้อยหลาย ๆ ครั้ง อาจจะทำให้คู่ต่อสู้ เสียเหลี่ยมได้ จึงนิยมใช้ เมื่อคลุกวงใน

 

การตีเข่า ถือเป็นการออกอาวุธ ในร่างกายที่มีพลัง และมีอานุภาพรุนแรงมาก โดยเฉพาะ การต่อสู้กับคู่แข่ง ในระยะประชิด นักมวย จึงควรรู้รูปแบบของ การออกอาวุธที่หลากหลาย ของการใช้ในแต่ละอวัยวะ เพื่อใช้ออกอาวุธได้อย่างเหมาะสม ตามสถานการณ์การแข่งขันที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นให้มีประสิทธิภาพที่สุด

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

แนะนำ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ ค่าตัวแพง

หุ่นสวยด้วยท่าออกกำลังกายในแบบ ฉบับ นักมวย

แนะนำ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ ค่าตัวแพง

แนะนำ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ ค่าตัวแพง

เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนคงรู้จัก นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ชื่อดังหลาย ๆ คนอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า ค่าตัว หรือ ค่าตัวนักมวย ที่แพงที่สุดนั้นเป็นใคร และ จะมี นักมวย คนไหนที่มี ค่าตัวแพง กันบ้าง มาดูกันค่ะ

 

นักมวยค่าตัวแพง ซึ่งอย่างที่เรา รู้กันดีว่านักชก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นหากว่าโชว์ลีลา ได้ดีบนสังเวียน ให้เป็นที่น่าจดจำได้ ก็สามารถที่จะ ช่วยสร้างชื่อเสียง ให้กับตัวนักมวยเอง เป็นอย่างมากทีเดียว และ จะมีชื่อเสียงไปจนถึง ค่ายมวย และ โปรโมเตอร์ ซึ่งในการชกบนสังเวียน ตามงานต่าง ๆ นั้น ส่วนมากแล้ว นักมวย ก็จะได้ค่าตัว เริ่มต้นอยู่ที่ไฟต์ละ 300 จนถึง 2,000 บาท ตามแต่ประสบการณ์ ตามแต่กระดูกมวย ของตัวนักมวยเอง ที่สั่งสมมา

 

ซึ่งทางรายได้ดังกล่าว จะถูกค่ายมวย หักเปอร์เซนต์ออกไปตามแต่ ที่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อเป็นค่าดูแลปลุกปั้น และ หากว่าเป็น นักมวยน้ำดี ฝีเท้าหนัก ๆ ก็จะ ขยับมาแข่งขัน บนเวทีใหญ่ ๆ อย่าง เวทีราชดำเนิน ลุมพินี ที่เป็นเวทีระดับ ประเทศของไทยเรานั่นเอง

 

แต่ปัจจุบันว่ากันต่อไปอีกว่า บรรดานักมวยไทยชื่อดัง หากขึ้นต่อยใน เมืองไทยในยุคนี้ อย่างเก่งค่าตัวก็อยู่ที่ 200,000250,000 บาทต่อไฟต์ เพราะผู้จัดเองก็ ประสบปัญหาขาดทุน จากยอดจำหน่ายตั๋ว ยิ่งถ้านำ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ชื่อดังมาขึ้นเวที เป็นคู่เอก ของรายการนั้น ๆ ก็จะยิ่งมีค่าใช้จ่าย ที่สูงขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนั้นแล้วเหล่า บรรดายอด นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งหลายที่ยังต่อยอยู่ จึงเลือกที่จะหันเห เส้นทางไปเซ็นสัญญา ขึ้นสังเวียนต่อย เวทีต่างประเทศ อย่างเช่น จีน มาเก๊า ฮ่องกง ญี่ปุ่น เป็นต้น และ เชื่อหรือไม่ว่า ในปัจจุบันนี้ นักมวยที่มีชื่อเสียงนั้น มีค่าตัวเป็นหลัก แสน หรือ ล้าน กันเลยก็มี ซึ่งวันนี้เราจะ มาดูกันว่าใน ค่าตัวนักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่มีค่าตัวแพง นั้นจะมีใครบ้างมาดูกันเลย

 

1. บัวขาว บัญชาเมฆ

แน่นอนว่าสำหรับ ยอด นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ หรือที่ในวงการ ให้ฉายาว่า ดำดอทคอม รายได้ของเขานั้น มีมากถึง 4,000,000 บาท แต่สำหรับใน ต่างประเทศ นั้นเรียกเขาว่า แบล็คโกลด์ นักชกฝีมือดี ที่เริ่มเข้าวงการ กีฬามวยตั้งแต่อายุได้ 8 ขวบ เคยอยู่ในสังกัด ค่ายป.ประมุข และ คว้าแชมป์ มาแล้วหลายรายการ และ ในปัจจุบันนี้ บัวขาว เองก็ได้เปิด ค่ายมวยของตัวเอง ที่แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในชื่อค่ายว่า บัญชาเมฆ เพื่อได้ให้เด็กรุ่นใหม่ และ สำหรับผู้ที่ สนใจในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ได้มีโอกาสฝึกซ้อม และ พัฒนากันต่อไป

 

2. สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง

สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง เรียกได้ว่าเขานั้น เป็น  นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่มีชื่อเสียงระดับ มวยแม่เหล็ก แห่งวงการคิกบ็อกซิ่ง อันดับต้น ๆ ของโลก พร้อมพ่วงดีกรีแชมป์โลก มวยไทย ( Muay Thai ) และ คิกบ็อกซิ่ง ถึง 12 สมัย จัดได้ว่าเป็นมวยซ้าย ที่อันตรายที่สุด คนหนึ่งของยุคเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าเขาจะ เปิดตัวไม่ค่อยที่จะ สวยงามนักใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) แต่ทาง สิทธิชัย เชื่อว่าเขาจะสามารถ กลับมาทวงความ ยิ่งใหญ่ในฐานะ นักชกที่เก่งกาจ ที่สุดในโลกได้ และ รายได้ของเขานั้น มากถึง 1,500,000 บาท

 

3. ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์

แชมป์โลก มวยไทย ( Muay Thai ) หลายสมัยอย่าง ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์ มีรายได้กว่า 1,200,000 บาท เขาคือ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ชื่อดัง และ ประสบความสำเร็จ มากที่สุดคนหนึ่ง ในระดับโลก เขาได้เติบโตท่ามกลาง ความแห้งแล้ง ในภาคอีสาน เขาเริ่มเข้ามาเป็น นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ในงานวัดมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เพื่อค่าตัวเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้น

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประวัติศาสตร์ มวยไทย ( Muay Thai ) จากรุ่นสู่รุ่น

เทคนิค เสริมสร้างการทรงตัว ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

หุ่นสวยด้วยท่าออกกำลังกายในแบบ ฉบับ นักมวย

หุ่นสวยด้วยท่าออกกำลังกายในแบบ ฉบับ นักมวย

ใคร ๆ หลาย ๆ คนคงเห็นหุ่นของ นักมวย กันอยู่แล้วว่า นักมวย แต่ละคนนั้นเขามีร่างกาย และ หุ่นที่สวยขนาดไหน วันนี้เราเลยจะเอา ท่าออกกำลังกายในแบบ ฉบับ นักมวย มาให้เราดูแล้วเอาไปลองกัน

 

            การ ออกกำลังกาย เป้าหมายหลัก ๆ ก็คือการ ทำให้ร่างกาย ของเราแข็งแรง หรือ ทำให้ ร่างกาย ตามส่วนต่าง ๆ ของเรา จากไขมัน ให้กลายเป็นกลามเนื้อ และ รวมไปถึงใคร ที่ออกกำลังกาย เพื่อที่จะลด ความอ้วน วันนี้เราจะเอา ท่าทาง การออกกำลังกาย ในแบบ ฉบับ นักมวย ที่บอกเลยว่า ใครเอาไปทำตาม จะมีหุ่นที่ฟิต ร่างกายที่สวยงาม อย่างแน่นอน

            

            มวยไทย ถือเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย หรือ รวมไปถึง ต่างประเทศ ต่างพากันให้ความสนใจ และทำให้ กีฬา ประเภท นี้ถูกจัดการแข่งขัน ขึ้นบ่อยอย่างมาก ในหลาย ๆประเภท ทำให้ นักมวย คนไทย หลาย ๆ คนโดงดั่งไปถึงต่างประเทศ และยิ่งทำให้ มวยไทย ในบ้านเรา มีชื่อเสีย เป็นที่รู้จักกันมาก ยิ่งขึ้น นั่นเอง และสำหรับ ท่านใดที่สนใจ อยากฝึก อยากมีหุ่นที่สวยงาม กล้ามหน้าท้องเน้น ๆ ใหเหมือน นักมวย แล้ววันนี้เรา จึงจะมาแนะนำ ท่าทางการ ออกกำลังกาย ในแบบฉบับ นักมวย เพื่อมีใครสนใจ แล้วลองเอาไปรับใช้ ในการ ออกกำลังกาย ไปดูกันดีกว่า ว่าจะมีท่าอะไรกันบ้าง

 

ท่า Shoulder Presses

 

            ในการแข่งขันกีฬา ประเภท มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น หัวไหล่ ที่แข็งแรง นั้นเป็นปัจจัย ที่สำคัญ ในการชก เพราะ เนื่องจากว่า กล้ามเนื้อ ในส่วนมัดนั้นเป้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการใช้ปล่อยหมัดออก ไปตรง ๆ ไปและยังช่วยเป็นการ์ดป้องกันจากการโจมตีของคู่ต่อสู้ ได้อีกด้วย ดันนั้นการ ออกำลังกาย ที่เน้นไปที่หัวไหล่ ถือว่าจำเป็นอย่างมาก ต่อหนักมวย ดังนั้นในท่า Shoulder Presses ถือว่า ตอบโจทย์ อย่างมาก สำหรับ นักมวย ที่จะเป็นท่าเคล็ดลับในการสร้าง ช่วยไป กล้ามเนื้อ ของหัวไหล่ ได้เป็นอย่างดี โดย เฉพราะ อุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก นั้นก็คือ ดัมเบล แต่ถ้าหากไม่มีจริง ๆ เรา นั้นสามารถ ไปใช้ขวด น้ำที่ ใส่น้ำ เต็ม ๆ เพื่อที่ จับให้มั่นคงจากนั้นดันพื้น และลง อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับท่าบริหาร ร่างกาย ในบริเวณ ส่วนบนอื่นก็จะทำให้คุณมี หัวไหล่ ที่สวยงามราวและแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย นั่นเอง

 

ท่า Clap Press-Up

 

            อีกหนึ่ง วิธีออกกำลังกายที่ จะสามารถ ทำได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะอยุ่ ที่ไหน และต้องบอกเลยว่า ใช้ได้ผลจริง และยังทำได้บ่อยครั้ง ตามใจต้องการอีกด้วย นั่นคือ ท่า Clap Press-Up ถือว่า เป็นท่ายอด ฮิตอย่างมาก สำหรับ คนชอบ ออกกำลังกาย และ โดยวิธีการก็แสนง่าย อย่างมาก เพียงคุณใช้กำลัง ของมวลกล้ามเนื้อ ของร่างกาย ของเรา และ ส่วนบนออกมาให้หนัก ท่านี้ ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความเข็งแกร่ง ของกล้ามเนื้อ เพียงอย่างเดียว แต่มันยัง สามารถไป ช่วยมันยังช่วยปรับสัดส่วนของ Body Balance ซึ่งเป็นสิ่งที่นักมวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นสำหรับนักมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกคนด้วย

 

ท่า Plank

 

            ถือว่า เป็นหนึ่งในท่าที่ดูธรรมดา ๆ อย่างมาก และเป็นท่า ยอดฮิต สำหรับ หนุ่ม ๆที่ไป ฟิสเนส และยังเป็น ท่าที่ นักมวย ทำกันเป็นประจำ  แต่ต้องบอกว่าหินมากกับการที่จะทำให้แกร่ง และยัง ถือเป็นที่ทรมานที่สุดเนื่องจากต้องอาศัยความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ แทบจะทุกส่วน ของร่างกาย กันเลยทีเดียว และ เพื่อที่จะสามารถ ทำท่า Plank ให้ได้ และ ทำให้แกร่งและนาน อย่างไรก็ตามในการออกกำลังกายต้องออกอย่างเหมาะสม และคู่ไปกับท่า Crunches และ Sit Up จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้ให้กลับร่างกาย ของเรา และแถมยังไป ช่วยให้หมัดหนักขึ้นอีกด้วย นั่นเอง

 

ท่า Push Ups

 

            มาถึง ในส่วนของท่านี้ ต้องบอกเลยว่า ค่อนข้างที่จะยาก สำหรับคนที่ไม่เคย หรือ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เพราะ ท่า “ Push Ups ” น่าจะเป็นอุปสรรค ในช่วงแรก  ๆ และ เพียงแค่คุณตั้งใจ และ พร้อมที่จะเปลี่ยนตัววเอง ท่านี้ ก็ถือว่า มันมี ทั้ง ง่าย ๆ และไปถึง ยากเลยนั่นเอง ท่านี้คง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอาจจะเริ่มจาก ทำที่ละน้อย ๆ ครั้ง ค่อย ๆเป็น ค่อย ๆไป  แล้ว เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะท่านี้ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ ให้กับหลายส่วน ของร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็น หัวไหล่ แผงอก จะเป็นที่นิยมของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกคน ถ้าหากมีเวลาว่าง เราก็ควรที่จะPush Ups เป็นประจำทุกวัน  

 

ท่า Burpees

 

            ท่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ ยาก อีกหนึ่ง ท่าที่เราจะเอามาแนะนำ และ ต้องบอกเลยว่า นักมวย ก็ทำท่านี้กันเป้นส่วนมาก และแถมยัง เรียกเหงื่อย และ เหนื่อยแทบขาดใจ และ Burpee ยังคงเป็นท่าที่ยากที่สุดใน หลาย ๆ  ท่าที่กล่าวมา แต่ท่านี้ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นหัวใจ ในร่างกายของเรา และแถมยัง เป็นเห็นผลดีที่สุดของการออกกำลังกาย เป็นการเผาผลาญ ไขมันส่วนเกิน ในร่างกาย ของเรา ในส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย และถ้าหากใครที่อยากจะมีรูปร่างที่สมส่วนอลองท่านี้เลย“Burpee” ต้องออกให้ถูกต้อง ลองดูท่าที่ถูกต้องในวิดีโอที่ถูกต้องใน Youtube ได้เลย ไม่ยากอย่างที่คิด

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ความเป็นมาของ มวยไทย ในแต่ละยุคสมัย

มวยไทย กับเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆหลายๆคนหลงใหล

ความเป็นมาของ มวยไทย ในแต่ละยุคสมัย

ความเป็นมาของ มวยไทย ในแต่ละยุคสมัย

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้สำคัญของประเทศไทย ที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทยที่คนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยมวยไทย มีการกำเนิดมาตั้งแต่ สมัยโบราณ และมีประวัติ ความเป็นมา ในแต่ละยุคสมัยที่น่าสนใจอย่างมาก

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ที่อยู่กับคนไทยอย่างมาช้านาน ซึ่งการเกิดขึ้นของ มวยไทย เริ่มขึ้นเมื่อใดนั้น ไม่มีหลักฐานปรากฎที่แน่ชัด แต่สามารถกล่าวได้ว่า มวยไทยเกิดมาพร้อมกับคนไทย เพื่อการสร้างชาติไทยให้กลายเป็นปึกแผ่นได้ โดยหากกล่าวถึง ความเป็นมา ของมวยไทย ในยุคประวัติศาสตร์ สามารถแบ่งได้ตามสมัย ดังนี้

 

สมัยสุโขทัย (พ.ศ. 1781 - 1921)

 

ในสมัยนี้ การต่อสู้มือเปล่าด้วยวิชา มวยไทย ( Muay Thai  ) มีใช้อยู่ในการต่อสู้กับข้าศึก และเป็นการใช้ร่วมกับอาวุธต่าง ๆ อย่างดาบ หอก มีด โล่ หรือธนูอีกด้วย โดยการฝึกสอนมวยไทยในสมัยนี้ จะมีการจัดสำนึกขึ้นในสถานที่ ได้แก่ วัด บ้าน สำนักราชบัณฑิต ที่เปิดสอนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวรวมอยู่ด้วย

 

สมัยอยุธยา (พ.ศ. 1893 - 2310)

 

สมัยนี้ การถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ มาจากสมัยสุโขทัยอย่างต่อเนื่องกัน เช่น การคล้องช้าง, การฆ่าสัตว์, การฟ้องรำ และการละเล่นต่าง ๆ และวัดก็คงเป็นสถานที่ให้ความรู้ ทั้งสามัญและฝึกความชำนาญในเชิงดาบ, กระบี่กระบอง, กริช, มวยไทย, ยิงธนู เป็นต้น

 

ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในช่วงปี พ.ศ.2174 - 2233 รัชสมัยของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครองราชย์ นับว่ามวยไทย มีความเจริญขึ้นมาอีก เนื่องจาก นายขนมต้ม ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์มวยไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน นายขนมต้ม จึงเป็นนักมวยเอกคนแรกของไทย ที่ได้ประกาศฝีมือลายมือมวยไทยในต่างแดน

 

ต่อมา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือได้ว่า มีความเจริญอย่างมาก เนื่องจาก พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ ที่ชอบชก มวยไทย มาตั้งแต่ก่อนขึ้นครองราชย์ และมักปลอมพระองค์ ไปชกมวยกับชาวบ้านอยู่เป็นประจำ พระองค์จึงได้ทรงสนับสนุนมวยไทยเป็นอย่างมาก และได้ทรงมีพระปรีชาอย่างมาก โดยได้ทรงคิดท่าแม่ไม้มวยไทย ในแบบเฉพาะพระองค์ จนกลายเป็น “ตำรามวยพระเจ้าเสือ” ซึ่งถือเป็น มรดกทางภูมิปัญญา จากบรรพชนที่ได้รับการถ่ายทอดมาสู่ชนรุ่นหลัง และสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

 

ซึ่งใน เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติกำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันมวยไทย ซึ่งวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติของ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 นั่นเอง

 

สมัยกรุงธนบุรี (พ.ศ. 2314)

 

ในสมัยนี้ พม่ายกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ และมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัยดาบหัก (นายทองดีฟันขาว) ซึ่งพระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเข้าตากสิน) ได้โปรดให้ครองเมืองพิชัยอยู่นั้น ได้นำทัพออกต่อสู้กับพม่าจนดับหัก แต่ก็สามารถป้องกันเมืองพิชัยเอาไว้ได้ ประชาชนทั่วไปจึงเรียกว่า "พระยาพิชัยดาบหัก" ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งต่อมาพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้แต่งตั้งนายทองดีไปครองเมืองพิชัย และมีความชอบได้เป็นถึงพระยาพิชัย ต่อมาคนในตระกูลของพระยาพิชัยดาบหักก็ได้รับราชการมาตั้งแต่สมัยนั้นจนถึงรัชกาลที่ 6 ก็ได้พระราชทานนามสกุลว่า วิชัยขัทคะ แปลว่า ดาบวิเศษของพระวิชัย

 

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

 

ในปีพ.ศ. 2325 ในระยะต้น รัชกาลที่ 1-5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นกษัตริย์ไทยที่ทรงโปรดการกีฬามาก เช่น สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ร.1) ทรงโปรดกีฬามวยไทยเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้น ได้มีฝรั่งสองคนพี่น้องเข้ามาหาคู่ชกมวยชนิดมีเดิมพัน พระองค์ได้จัดส่งหมื่นผลาญ นักมวยผู้เก่งกาจขึ้นชกกับ ฝรั่งสองพี่น้อง แม้หมื่นผลาญ จะมีร่างกายเล็กเสียเปรียบฝรั่งมาก แต่ด้วยศิลปะะมวยไทย อาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ฝรั่งสองพี่น้องจึงพ่ายแพ้ยับเยิน

 

ในสมัย รัชกาลที่ 4 ได้โปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์หัดเล่นกระบี่กระบอง พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทย จึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นในชนบทและในกรุง นอกจากนี้ ได้ทรงแต่งตั้งผู้มีฝีมือในกีฬา มวยไทย ให้เป็นหัวหน้าในการจัดกีฬา และให้ยศตำแหน่งด้วย

 

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 แม้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 พ.ศ.2463 แต่ก็ได้เกิดสนามมวยขึ้นครั้งแรก ระบุว่าได้มีสนามมวยสวนกุหลาบ เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2463 คือ สนามมวยสวนกุหลาบ จัดให้มีการชกมวยไทยเป็นประจำ โดยในช่วงแรก ให้นักมวยชกกันบนพื้นดิน ผู้ชมที่ นั่งและยืน อยู่รอบบริเวณสังเวียน ซึ่งกว้างกว่า 20 เมตร มีการขีดเส้นกำหนดให้นั่งห้ามล้ำเข้าไปในเขตสังเวียน

 

ในสมัยปัจจุบัน ได้ทำการแข่งขัน ในเวทีมวยสำคัญอย่าง เวทีมวยราชดำเนิน และเวทีลุมพินี เป็นประจำ และยังมีเวทีมวยที่เปิดการแข่งขันถาวรและชั่วคราวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีกมากมาย และยังมีพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 มีสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ได้จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. นี้ให้มีหน้าที่ส่งเสริม คุ้มครอง สนับสนุนและควบคุมกิจการมวยไทยในประเทศไทยให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฏหมายอีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย กับเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆหลายๆคนหลงใหล

ประวัติศาสตร์ มวยไทย ( Muay Thai ) จากรุ่นสู่รุ่น

มวยไทย กับเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆหลายๆคนหลงใหล

มวยไทย กับเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆหลายๆคนหลงใหล

มวยไทย ถือว่าเป็นกีฬาอีกหนึ่งชนิดที่ทำให้ใครๆหลายๆท่านชื่นชอบสนใจกันเป็นจำนวนมากไม่ใช้แค่เพียงประเทศไทยเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติก็ให้ความสนกันอย่างมากมาย

 

            มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่า เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของ คนไทย อย่างมาก เพราะมันถือเป็น กีฬาประจำชาติไทย กันเลยทีเดียว และแถมยังมี ประวัติยาวนาน อย่างมาก แต่วันนี้ เราจะมาพูดถึงว่า ทำไม มวยไทย ถึงมัเสน่ห์ ที่ทำให้ ใคร ๆหลาย ๆคนหลงใหล วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

            

            มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นกีฬา ศิลปะการ ต่อสู้ที่มีรูปแบบสวยงาม มีประวัติความเป็นมา ที่ยาวนาน สำหรับ ทวงท่า ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับ หรือ การรุกก็มีท่าทีที่ดูสวยงาม มีชื่อตามท่าทาง และยัง ถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ได้รับความนิยม อย่างมากและโดน มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเราสามารถใช้ได้แถบจะทุกส่วนในร่างกาย ของเรา ไม่ว่าจะเป็น หมัด เท้า เข่า ศอกได้หมด และแถม ซึ่งอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรง และอันตรายอย่างมาก เพราะ มันเป็นอาวุธที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว เราจะยกอย่างเช่น ท่าฤาษีบดยา จะเป็นการเอาศอกจามไปบนหัวผู้ต่อสู้อย่างรุนแรง และถ้า หากโดนตรงจุดที่สำคัญ หรือ รุนแรงจน อาจทำให้สลบ หรือถึงขั้น เสียชีวิตได้เลยทีเดียว นี่เป็นแค่ ท่าหนึ่ง ในแม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เรายกตัวอย่างให้ฟัง ว่ามันรุนแรง และอันตรายขนาดไหน และยัง มีอีกหลายท่า ที่ไม่ได้กล่าวถึง แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องบอกก่อนว่า มันมีท่าเยอะมาก และแต่ละท่า ก็มีความสวยงาม มีความเป็น เอกลักษณ์อย่างมาก และแต่ละท่า จะมีความแตกต่างกันไป และยังถือ เป็นกีฬา ที่ดุเดือด รุนแรง แต่ก็ยังสนุกเล้าใจ ที่ทำให้ใคร ๆหลาย ๆรับชมแล้วไม่อยากลุกจาก ที่นั่งกันเลยทีเดียว ซึ่งเหตุผลนี้ จึงทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มากมาย ให้ความสนใจ และหลงรักการต่อสู้ ที่หันมาสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) กันมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมาก ในปัจจุบันเลย เลยนั่นเอง

 

ทำไม มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงได้รับความนิยม

 

            ในปัจจุบันนี้ เราไม่สามารถที่จะ พูดได้ไม่เต็มปาก ว่าคนไทย เป็นที่หนึ่งของ มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะตอนนี้ ต้องบอกเลยว่า ชาวต่างชาติ ที่มีฝีมือ เก่งกว่านัก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เริ่มมี กันมากขึ้นเลื่อยๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า มวยไทย ก็ยังเป็นกีฬาที่ คนไทย ยังคงเป็นอันดับหนึ่งเพราะมันเป็นกีฬา ประจำชาติไทย และมีคนไทย ให้ความสำคัญมากขึ้น และสำหรับ ใครที่สนใจ ก็มาเรียนได้ ซึ่งเหตุนี้ จึงทำให้มีชาวต่างชาติมากมาย ที่รักการต่อสู้ ที่สนใจในศิลปะแม่ไม้ มวยไทย ที่สนใจ สามารถเรียนกันได้มากขึ้น และในปัจจุบัน ต้องบอกก่อนว่า ค่ายมวย ไม่ได้มีแค่ ในประเทศไทย เพียงเท่านั้น ในหลาย ๆประเทศก็เริ่มมีการตั้ง ค่ายมวยกันมากขึ้น ทำให้ ชาวต่างชาติ เริ่มหันมา สนใจ และมวยไทย ได้เป็นที่รู้จัก มากขึ้นในต่างประเทศ นั่นเอง และต้องยอมรับว่า การแข่งขัน หรือ สังเวียนมวย ในปัจจุบัน ได้มีมากขึ้น เลื่อย ๆและมีแต่ ร่างการ ใหญ่เงินรางวัล ที่ต้องบอกว่า มันเป็นอาชีพ ได้เลยนั่นเอง สำหรับ กีฬา มวยไทย ในปัจจุบัน

 

กฏข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ควรศึกษาและรู้เอาไว้

 

            กฎข้อบังคับ การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับ การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )  จำนวนยกในการแข่งขัน ก็จะสามรถ แบ่งได้ทั้งหมดประมาณ 5 ยก และสามารถ แบ่งให้เป็นยกละ 3 นาที มีการ พักระหว่างยก 2 นาที แต่จะไม่มีการเพิ่มรอบโดยไม่ได้รับอนุญาต และ นักมวย จะต้อง ใช้นวมขนาดไม่น้อยกว่า 6 ออนซ์ (172 กรัม) โดยประมาณ และ ซึ่งนวมที่สวม ใส่จะต้องไม่ถูกบีบ หรือ บดเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของนวม ด้วย นั่นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย กีฬาที่ได้มากกว่าแค่การ ออกกำลังกาย

ลดน้ำหนักในเเบบฉบับนักมวย

ประวัติศาสตร์ มวยไทย ( Muay Thai ) จากรุ่นสู่รุ่น

ประวัติศาสตร์ มวยไทย ( Muay Thai ) จากรุ่นสู่รุ่น

มีใครคนไหนสนใจ ประวัติศาสตร์ มวยไทย บ้างคะกว่าจะมาเป็น มวยไทย ในทุกวันนี้ต้องย่อมมี ครู หรือ ผู้ฝึกสอน เผยแพร่วิชา ให้กับศิษย์ของตน จากรุ่นสู่รุ่น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ บุคคลสำคัญของ มวยไทย ( Muay Thai ) กันค่ะ

 

บุคคลสำคัญ ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในประวัติศาสตร์

1. สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ( พระเจ้าเสือ ) กษัตริย์แห่ง มวยไทย ( Muay Thai )

สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยเป็นอย่างมาก เคยทรงปลอมพระองค์ มาชกมวยกับชาวบ้าน และชนะนักมวยฝีมือดี ของเมืองวิเศษไชยชาญ อีกทั้งชนะนักมวยเอกถึง 3 คน เมื่อพระมหากษัตริย์ โปรดการชก มวยไทย ( Muay Thai ) เช่นนี้ ทำให้มีการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) กันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก ขยายไปสู่บ้าน และวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาท วิชา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นอย่างดีรวมถึงขยายวงกว้าง ไปสู่สามัญชนมาก แม้ท่านจะทรงสวรรคต แต่ มวยไทย ( Muay Thai ) ตำรับพระเจ้าเสือ อันแข็งแกร่งยังได้รับ การถ่ายทอด ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ฝึกฝน จนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งวันเสด็จขึ้น เสวยราชสมบัติ ของพระเจ้าเสือ คือวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เป็น วัน มวยไทย ( Muay Thai ) อีกด้วย

 

 

2. นายขนมต้ม ยอดนักสู้ มวยไทย ( Muay Thai ) ให้เป็นที่ประจักษ์ แก่ชาวต่างชาติ

ในตอนเด็กนั้น ๆ นายขนมต้ม เป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในวัด ด้วยสาเหตุที่ว่าพ่อ และแม่ ถูกพม่าสังหาร จนถึงแก่ชีวิตทั้งสองคน จนเมื่อพม่าตีกรุงศรีอยุธยา นายขนมต้ม กลายเป็นหนึ่งในเชลยศึก ที่ถูกกวาดต้อนไปยังประเทศพม่า กษัตริย์แห่งพม่า ได้ทรงจัดงานสมโภช เจดีย์ชเวดากอง และทรงโปรดให้มีการแข่งขัน ชกมวยระหว่างชาวสยาม และชาวพม่า สุกี้พะนายกองคัด นายขนมต้ม ขึ้นชก และสามารถชกชนะ นักมวยพม่าถึง 10 คนโดยมิยอมถอย แม้แต่ก้าวเดียว จนพระเจ้ามังระปูบำเหน็จ แต่งตั้งให้เป็นข้ารับใช้ ในกรุงอังวะแต่ นายขนมต้ม ปฏิเสธ และขอให้ปลดปล่อยตน และเชลยคนไทยทั้งหมด เป็นอิสระเพื่อกลับบ้านเกิด พระเจ้ามังระ ยอมทำตามความประสงค์ ให้ทุกคนได้กลับมายังบ้านเกิด ก็คือแผ่นดินไทย ที่มีกรุงธนบุรี เป็นราชธานีนั่นเอง เหตุการณ์ที่ นายขนมต้ม สามารถเอาชนะ นักมวยพม่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2317 นั้น ทำให้ได้มีการกำหนด ให้วันดังกล่าว เป็น วัน มวยไทย ( Muay Thai ) อีกด้วย

 

3. นายทองดีฟันขาว นัก มวยไทย ( Muay Thai ) สู่นักรบของชาติ

นายทองดีฟันขาว คืออีกหนึ่งครู มวยไทย ( Muay Thai ) สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ เดิมชื่อ จ้อย เป็นเด็กชายที่มีนิสัยกล้าหาญ อดทน ชอบชก  มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นชีวิตจิตใจ ต่อมาได้ศึกษา วิชาหมัดมวย กับครูเที่ยงที่บ้านท่าเสา แต่เพราะไม่เคี้ยวหมากพลู เหมือนคนสมัย นั้นครูเที่ยงจึงเรียกว่า นายทองดีฟันขาว  นายทองดีเดินทาง ไปเรียนการต่อสู้ จากหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) มวยจีน หรือเชิงดาบ จนความสามารถเลื่องลือ ภายหลังถวายตัว เป็นทหารคนสนิท ของพระเจ้ากรุงธนบุรี และได้รับสมญานามว่า พระยาพิชัย

 

นายทองดีฟันขาว หรือ พระยาพิชัยดาบหัก ได้สร้างมรดก อันควรแก่การยกย่อง สืบทอดมาถึงปัจจุบัน นอกจากจะเป็นเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ความรักชาติแล้ว ยังสร้าง มวยพระยาพิชัย ที่มีจุดเด่นคือ เป็นทั้งมวยอ่อน และมวยแข็ง รุกรับตามแต่สถานการณ์ การออกไม้จะรวดเร็ว รุนแรง เผด็จศึกอย่างรวดเร็ว เมื่อมีโอกาส สามารถปกป้องตนเอง รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง และคู่ต่อสู้อีกด้วย

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยกรง บนสังเวัยน 8 เหลี่ยม

มวยไทย จากอดีตสู่ปัจจุบัน

สิ่งที่คุณจะได้จากการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

สิ่งที่คุณจะได้จากการฝึก มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะป้องกันตัวที่มีมาหลายยุคหลายสมัย แม้ว่าการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้เรารู้สึกเจ็บตัว แต่ก็ยังมีหลายคนที่มองเห็นถึงประโยชน์ของการฝึกไม่น้อยเลยทีเดียว

 

     อันที่จริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครก็ได้ แค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ได้ประโยชน์แบบเดียวกันกับนักกีฬามืออาชีพแล้ว ซึ่งปัจจุบัน “ มวยไทย ” ( Muay Thai ) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในโรงยิม และมีหลากหลายประเภท ให้ประโยชน์อีกเยอะมากมาย ทำให้ผ่อนคลาย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ร่างกายด้วย

1. พัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

     “ มวยไทย ” ( Muay Thai ) ทำให้คุณได้ทั้งเตะ กระโดด ใช้ฝีเท้าในการหลบหมัด และการชก ทั้งหมดที่ว่ามานี้ล้วนต้องอาศัยพลังงาน และความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล เนื่องจากคุณต้องทำซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง

     จงจำไว้ว่ากีฬาชกมวยมีจุดประสงค์ คือ ชกกับคู่ต่อสู้จนกว่าอีกฝ่ายจะน็อค แต่ถ้าไม่น็อคจะมีการนับคะแนน และตัดสินว่าคุณทำได้ดีแค่ไหนเมื่อจบการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่า จำนวนหมัดที่เข้าเป้า และการป้องกันนั้น มีความสำคัญทั้งสิ้น

     การชกมวยจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้อกระชับ นอกจากนี้ “ มวยไทย ” ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬาที่เน้นร่างกายช่วงบน ร่างกายช่วงล่าง และแกนกลางในเวลาเดียวกัน เป้าหมายของการต่อยมวย คือ ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกาย และระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้ และความคล่องตัว

 

2. การเผาผลาญ

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยก คือ การใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยก คือ การทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจน และไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน

     การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง สามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลอรี่ใน 1 นาที

 

3. คลายเครียดได้ดี

     เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีน และฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผล และดีต่อสุขภาพ

 

4. หุ่นที่เฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     อยากมีซิกซ์แพคชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพ แล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝัน

 

5. ช่วยในเรื่องสมาธิ ลดความเครียด และความวิตกกังวล

     การออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยในเรื่องอารมณ์ได้ดีอยู่แล้ว เพราะระหว่างที่เราออกกำลังกายนั้นร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ทำให้เรารู้สึกดีมีความสุขมากขึ้น

     นอกจากนี้สิ่งที่คุณควรรู้ คือ การออกกำลังกายด้วยการซ้อมมวยนั้นเป็นการออกกำลังกายแบบที่เข้มข้นสูง และต่ำสลับกันไป ช่วงที่มีความเข้มข้นสูงนั้นก็คือ ช่วงที่คุณออกอาวุธได้ปล่อยหมัด หรือได้เตะ ส่วนช่วงที่มีความเข้มข้นต่ำก็คือช่วงที่เราฟุตเวิร์ค เตรียมพร้อมที่จะออกอาวุธนั่นเอง

 

6. ฝึกให้ร่างกายของเรามีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว

     การซ้อมมวยนั้นเป็นการฝึกให้ร่างกายของเรามีความสัมพันธ์ระหว่างตา สมอง และกล้ามเนื้อส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวได้อย่างยอดเยี่ยม การเป็นคนที่มีความแอ็คทีฟ กระฉับกระเฉง นั้นเป็นเพราะการซ้อมมวยจำเป็นจะต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงทุกส่วนของร่างกาย ระหว่างฝึกมวยจะต้องมีสมาธิ ตาจะต้องไว ต้องมีการออกอาวุธที่รวดเร็ว เคลื่อนที่ว่องไว สามารถหลบหลีกการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ดี

 

7. เป็นการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

     กีฬามวยเป็นกีฬาที่โหดทรหดมากมาก จึงจำเป็นต้องอาศัยการฝึกร่างกายของเราให้แข็งแกร่งทุกสัดส่วนทั้งช่วงบน ช่วงกลาง และช่วงล่าง มีช่วงกลางลำตัวที่แข็งแกร่งที่สามารถรับการโจมตีจากการออกอาวุธของคู่ต่อสู้ได้ และมีแขนที่ทรงพลังเพื่อเอาไว้ออกอาวุธที่มีพลังในการโจมตี

 

8. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด

     มวย ถือเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ช่วยให้เรามีปอดที่ใหญ่ขึ้น สามารถกระตุ้นการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือดได้ดี เพราะการที่จะทำเช่นนั้นได้เราจะต้องออกกำลังกายให้หัวใจ และปอดมีความเครียดในระดับปานกลาง ซึ่งทำให้หัวใจ และปอดของคุณทำงานได้ดีขึ้นส่งผลให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

          ท่าพื้นฐานของ มวยไทย ( Muay Thai )

1. หมัดตรง

     ท่าที่เรียกได้ว่าง่ายที่สุดของการฝึก เริ่มแรก ให้ยืนปลายเท้าห่างพอประมาณ กำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอก เก็บศอกแนบลำตัว ตามองตรง ก้าวเท้าซ้ายพร้อมชกหมัดขวาไปด้านหน้าให้แขนขนานไปกับพื้น เปิดส้นเท้าขวาทิ้งน้ำหนักไปทางเท้าซ้าย จากนั้นให้กลับมาอยู่ในท่าเตรียม ทำต่อแต่สลับด้านกันจากซ้ายมาเป็นขวา ทำสลับไปมาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ซักประมาณ 5 - 10 นาที

2. ตีเข่า

     เริ่มต้นด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับหน้าอก แนบแขนให้ชิดลำตัวเช่นเดิม แล้วจากนั้นให้ยกเข่าขวาขึ้นสูงเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย กลับมาที่ท่าเริ่มต้น แล้วทำทำซ้ำสลับเข่าซ้ายขวา 5 -10 นาที

3. เตะ

     เริ่มด้วยท่าเริ่มต้นเหมือนเดิมคือกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากที่ระดับหน้าอก จากนั้นก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้าพร้อม ๆ กับการเตะขาขวาขึ้นในลักษณะเหวี่ยง ให้ปลายเท้าชี้มาทางซ้าย บิดตัวเล็กน้อย แล้วกลับมาที่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำสลับซ้ายขวาใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

4. ถีบ

     เริ่มจากท่าเริ่มต้น กำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับระดับของหน้าอก แนบแขนชิดติดลำตัว ตามองตรงไปข้างหน้า จากนั้นให้งอเข่าเล็กน้อยพร้อมกับเตะขาออกไปข้างหน้า แต่ปลายเท้าต้องตั้งฉากเท่าที่จะทำได้ กลับมาสู่ท่าเริ่มต้น แล้วทำสลับซ้ายขวา ใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

5. ศอกตัด

     เริ่มต้นท่าเตรียมด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอก จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านขวา ตามด้วยการเหวี่ยงแขนซ้ายให้ข้อศอกตั้งฉากกับหมัดขวา บิดลำตัวนิดหน่อย บิดส้นเท้าซ้าย แล้วกลับมาที่ท่าเตรียม ทำสลับไปมาทั้งซ้ายและขวา ประมาณ 5 -10 นาที

 

     “ มวยไทย ( Muay Thai ) ” เป็นศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทย ยากที่จะเลียนแบบได้ เพราะศิลปะนี้เกิดขึ้นตามประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ได้มีการสู้รบกับชาติข้างเคียง เพื่อรักษาแผ่นดินสยามนี้มาโดยตลอด

     แม้ว่ากีฬาเกี่ยวกับการชก มวยไทย ( Muay Thai ) จะยอมรับกติกามวยแบบสากลแล้วก็ตาม แต่ในส่วนพื้นฐานจริง ๆ ของความเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) เรายังรักษาไว้ มั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้คือ ยังคงใช้ หมัด เท้า ศอก เข่า อันเป็นเอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) อยู่อย่างเหนียวแน่น

     อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครแค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ยังได้ประโยชน์แบบเดียวกัน ปัจจุบันมวยไทย ( Muay Thai ) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม และมีประโยชน์หลายอย่างด้วยเช่นกัน สามารถติดต่อสอบถามเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อสุขภาพ ได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ทั้ง 3 สาขา ( สาขาข้าวสาร, สาขารัชดา, สาขาศรีนครินทร์ )

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เทคนิค เสริมสร้างการทรงตัว ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

รุก รับ ฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกเคลื่อนเท้า สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกเคลื่อนเท้า สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

การฝึกกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวย จำเป็นต้องมีการฝึกเคลื่อนเท้า ให้ได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในการรุกและรับไปยังคู่ต่อสู้ได้อย่างคล่องตัว ซึ่งรูปแบบการเคลื่อนเท้า สไตล์มวยไทย จะมีรูปแบบใดบ้าง มาติดตามกันครับ

 

เท้า ( Foot ) อวัยวะอย่างหนึ่งที่ใช้ในการออกอาวุธ สำหรับกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ในการ "เตะ" หรือ "ถีบ" ไปยังคู่ต่อสู้ และอีกบทบาทสำคัญของเท้า ก็คือ การเคลื่อนไหวร่างกาย ที่นักมวยต้องเคลื่อนเท้าเข้าหาหรือถอยหนีจากคู่ต่อสู่ โดยรูปแบบการเคลื่อนเท้าของ มวยไทย มีดังต่อไปนี้

 

การรุก / ถอยเท้า แบบธรรมดา

 

เป็นการใช้เท้าหลัง ช่วยส่งเท้าหน้า โดยให้เท้าหน้าเคลื่อนที่ไปก่อน แล้วก้าวเท้าหลังตามเท้าหน้า และใช้แรงส่งจากเท้าหลังในการก้าวรุกไปข้างหน้า โดยสามารถการรุกไปข้างหน้าสามารถใช้วิธีการสับเท้าหรือยกเท้าได้ ส่วนก็ถอยเท้าจะตรงข้ามกัน โดยให้ชักเท้าที่เป็นเท้าหลังออกไป อาศัยแรงส่งของเท้าหน้า วิธีการ คือ ให้ถอยเท้าหลังไปก่อนแล้วลากเท้าหน้าถอยตามไป การเคลื่อนไหวเท้าแบบธรรมดา จะมีการเคลื่อนไหวเป็นเส้นตรง นั่นเอง

 

การรุก / ถอยเท้า แบบสลับ

 

การเคลื่อนไหวแบบสลับ หากให้อธิบายง่าย ๆ ก็คือ การสลับตำแหน่งในทิศทางที่ตรงข้ามจากการตั้งท่าเดิม โดยเท้าสลับตำแหน่งหน้าหลังกัน ส่วนมือสลับตำแหน่งล่างบน ระหว่างซ้ายกับขวา การรุกและถอยเท้าสลับ มีความแตกต่างกัน ดังนี้

  • การรุกเท้าสลับ : จากการตั้งท่า ( มือและเท้าซ้ายอยู่ข้างหน้า ส่วนมือและเท้าขวาอยู่ด้านหลัง ) ให้ก้าวเท้าขวาโดยยกเข้าขึ้น แล้วก้าวเท้าขวาผ่านเท้าซ้ายไปข้างหน้า ส่วนมือขณะก้าวเท้าขวาให้แหวกมือขวาขึ้นไปอยู่ด้านหน้าบน และลดระดับมือซ้ายลง
  • การถอยเท้าสลับ : จากการตั้งท่า เมื่อเท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง วิธีการให้ชักเท้าซ้ายมาอยู่เป็นเท้าหลัง และให้เท้าขวาอยู่ข้างหน้า มือม้วนกลับอย่างท่ารุก คือ มือซ้ายม้วนลงล่าง มือขวาแตะจมูก ขึ้นไปในลักษณะเสยผม

 

การรุก / ถอยเท้าเป็นมุมฉาก

 

เป็นการเคลื่อนไหวเท้า เป็นมุมฉาก โดยการเป็นมุมทิศทางการเคลื่อนที่ของนักมวยฝ่ายรับทำทิศกับแนวแรงของฝ่ายรุกที่เคลื่อนไหว โดยจะถูกเรียกว่า “การรุกฉาก” และ “การถอยฉาก”

  • การรุกฉาก : การก้าวออกไปทางซ้ายมือหรือขวามือโดยการสืบหรือฉากออกไป ส่วนตำแหน่งเท้าอาจเปลี่ยนตำแหน่งของเท้าหน้าเป็นเท้าหลัง หรือเท้าหลังเป็นเท้าหน้า
  • การถอยฉาก : เป็นการเคลื่อนเท้าแบบฉาก เพื่อเปลี่ยนทิศทางไม่ให้เป็นเป้าหมายของคู่ต่อสู้ในขณะรุก

 

การก้าวย่าง

 

เป็นการเดิน หรือสืบเท้า ใช้ในโอกาสทั้งรุก และถอย มีวิธีการ คือ ยกเข่าขึ้นสูง พร้อมยกแขนขึ้นเป็นแนว โดยยกเข้าขึ้นให้ติดกับศอกหรือเกือบติดศอก เข่าที่ยกนั้น อาจจะยกก่อนแล้วสืบเท้า เรียกว่า "การย่างไป" บางครั้งอาจจะสืบเท้าไปข้างหน้าก่อนค่อยเข่าขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับ การสอนของครู หรือความถนัดของ แต่ละคนด้วย

 

การย่างสามขุม

 

เป็นการเดินจุดสามจุด โดยการเปลี่ยน ตำแหน่งของเท้า จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เป็นการฝึกการเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งเท้า วิธีการ คือ ให้กำหนดจุดสามจุดที่ใช้ในการเปลี่ยนตำแหน่งของเท้า เช่น เท่าซ้ายอยู่หน้าให้เปลี่ยนไปอยู่ด้านหลัง โดยเป็นการเปลี่ยนเหลี่ยมของร่างกาย นั่นเอง

 

การย่างสุขเกษม

 

เป็นการเคลื่อนที่ของเท้า โดยการก้าวเท้า ออกไปด้านนอกตัว พร้อมกับการยกตัวใช้มือ ปัดลงมาข้างล่าง ในขณะที่อีกมือหนึ่ง ยกขึ้นในระดับใบหน้า เพื่อป้องกันอาวุธ ส่วนมือที่ปัดลง มาใช้ปัดป้องกัน ในกรณีที่คู่ต่อสู้ถีบมาหาเรา ในการทำการย่างสุขเกษม จะต้องบิดสะโพกตามไปด้วย พร้อมกับ ปัดมือล่างให้ผ่านลำตัว ส่วนเท้าเคลื่อนที่ก้าวไป พร้อมกับการปัดมือผ่านลำตัว

 

นักมวยหรือผู้ที่ฝึกมวยไทย ควรฝึกการเคลื่อนที่ของเท้าในรูปแบบต่าง ๆ ให้มีความหลากหลาย จะทำให้ นักมวยผู้นั้น มีข้อได้เปรียบในการเคลื่อนไหวเท้า เพื่อใช้ในการรุก และรับคู่ต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว และว่องไวได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทคนิค เสริมสร้างการทรงตัว ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

รุก รับ ฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

เทคนิค เสริมสร้างการทรงตัว ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

เทคนิค เสริมสร้างการทรงตัว ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่านอกจาก เล่นโยคะ เล่นยิมนาสติก แล้วยังมี มวยไทย ( Muay thai ) ที่สามารถ สร้างสมดุลให้ร่างกาย และ เสริมสร้างการทรงตัว ได้เช่นกัน มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่า นักมวยนั้นมี เทคนิค อย่างไร

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) นั้น เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม อยากมากมาย และ เป็นที่นิยมของเพื่อน ๆ หลาย ๆ คน เป็นอย่างดี ในการทำกิจกรรม ออกกำลังกาย เพราะการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) เป็นการ ที่เราต้องใช้ อวัยวะของร่างกาย แทบจะทุกส่วนเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ไปจนถึง เท้า ไม่ใช่แค่อวัยวะเพียงอย่างเดียว เราต้องมีร่างกาย ที่แข็งแรงอีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay thai ) ต้องใช้ทั้ง ความเร็ว ความอดทน ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay thai ) คือ การที่เราต้องออกไปต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถทำให้เรา ได้รับบาดเจ็บ ได้นั้นเอง แต่ถ้าเรายิ่งฝึกซ้อมร่างกาย มาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าร่างกายของเรา จะมีความทนทาน แข็งแรง และ ยังไปช่วย สร้างสมดุลร่างกาย ได้ดี และ มีประสิทธ์ภาพอย่างมาก เราไปดูดีกว่า กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถสร้างสมดุล ให้กับร่างกาย ของเราได้อย่างไร

 

 

สร้างสมดุลให้ ร่างกาย ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

การฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้น เป็นที่รู้กันดีว่า มวยไทย ( Muay thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ความอดทนของร่างกาย แทบจะทุกส่วนเลย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว สมาธิ ความว่องไว และ ปัญญา การที่เราฝึก หรือ ซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ทุกวันนั้น ไม่ใช้แค่จะทำให้ร่างกายของเรา แข็งแรง ยังไปทำให้ร่างกายของเรา มีความสมดุลอีกด้วย อีกทั้ง มวยไทย ( Muay thai ) ยังไปช่วยสร้าง กล้ามเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี รับลองได้เลย ใครที่กำลังฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อยู่นั้นคุณจะได้ ทั้งความว่องไว สมาธิ ไหวพริบ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดความเครียด

ในแต่ละวันนั้น แน่นอนว่าเราต้องพบ ต้องเจอกับ อะไรหลาย ๆ อย่างที่เข้ามาหาเรา ในแต่ละวัน ความเครียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด จากการทำงาน ความเครียด จากเรื่องเรียน เรื่องแฟน เรื่องเพื่อน หรือ เรื่องครอบครัว เรามักจะมีความเครียดสะสม อยู่ในตัวกันทั้งนั้น ถ้าเราอยากระบายความเครียด แถมยังได้ประโยชน์ ให้แก่ร่างกายของเรา เราขอแนะนำลองไปซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เผื่อช่วยให้คุณ หายเครียดได้นะ

 

เพราะการฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้นเป็นการ ออกกำลังกาย ที่ได้ทั้ง ความสนุก ได้ใส่อารมณ์ได้เต็มที่ ยิ่งเราได้ ปล่อยหมัด หรือ ปล่อยลูกเตะ ใส่กระสอบทราย แล้วละก็อาจทำให้ เราได้ระบายอารม ได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้ายิ่งเรา ออกกำลังกาย มากเท่าไหร่ ร่างกายของเราก็ จะหลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ( Endorphin ) ที่ทำให้เรามีความสุข ได้นั้นเอง ดังนั้นการชก มวยไทย ( Muay thai ) จะทำให้ ร่างกาย หลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ( Endorphin ) นี้ออกมา ได้อย่างเต็มทีอีกด้วย

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี

สำหรับการ ออกกำลังกาย ในการซ้อม หรือ การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถช่วยให้เรา เผาผลาญแคลอรี่ ในร่างกายของเรา ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่กำลังมองหาวิธี ลดความอ้วนอยู่ เราขอแนะนำลองมาฝึก มาซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เราจะได้ทั้ง หุ่นที่ดี กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และ รับลองได้เลย ว่า จะช่วยคุณลดความอ้วน ได้เป็นอย่างดี แน่นอน

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยกรง บนสังเวัยน 8 เหลี่ยม

มวยไทย จากอดีตสู่ปัจจุบัน

รุก รับ ฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

รุก รับ ฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้งแบบ รุก และแบบ รับ ตามแบบฉบับเป็นการเลือกใช้ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) และกลวิธีต่าง ๆ