บทความ


มวยไทย จำเป็นต้องมีถุงถ่วงน้ำหนัก

มวยไทย จำเป็นต้องมีถุงถ่วงน้ำหนัก

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมนักมวยถึงชอบใช้ถุงถ่วงน้ำหนัก หรือกระทั่งเวลาวิ่ง หรือเตะต่อย จะต้องมีถุงทรายถ่วงน้ำหนักตลอด วันนี้เราจะมาบอกเหตุผลว่าถุงถ่วงจำเป็นสำหรับ มวยไทย ขนาดไหน

 

     การออกกำลังกายนั้นมีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงวิธีออกกำลังกายที่สามารถทำที่บ้าน และทำได้บ่อย ๆ ด้วยการใช้พื้นที่ภายในบ้านไม่มากนัก นอกเหนือจากเครื่องออกกำลังกายต่าง ๆ ที่ใช้ตามฟิสเนตหลากหลายชนิดแล้ว ยังมีวิธีออกกำลังกายด้วยถุงทรายถ่วงน้ำหนัก ซึ่งควรศึกษา และทำความเข้าใจกับท่าการออกกำลังกายให้ถูกต้อง จึงจะได้ประโยชน์กับร่างกายอย่างแท้จริง

 

          ถุงถ่วงน้ำหนัก คืออะไร ?

     ถุงถ่วงน้ำหนักถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของการออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแขน และกล้ามเนื้อขา ด้วยการเอาถุงที่มีทรายบรรจุในถุงมาคล้องข้อมือ และข้อเท้าเพื่อถ่วงน้ำหนักไว้ โดยใช้หลักการในการเพิ่มกล้ามเนื้อ คือ ใช้แรงต้านถ่วงในการออกกำลังกายมีคล้องรัดปรับระดับให้กระชับได้ สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มกำลังแขน และขา จึงทำให้เป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้

 

          ประโยชน์ของถุงถ่วงน้ำหนัก

  • ช่วยลดต้นขา ให้ขาเรียว กระชับสัดส่วน
  • ช่วยเพิ่มความทนทานให้กล้ามเนื้อ
  • เหมาะสำหรับนักกีฬา
  • ช่วยฟื้นฟูให้กล้ามเนื้อหลังการผ่าตัด   
  • เพิ่มกำลังสร้างกล้ามเนื้อ แขน และขา
  • สามารถใช้กับผู้ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ช่วยบำบัดให้ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน     
  • ใช้ในการออกกำลังกายต่าง ๆ

 

          มวยไทย ( Muay thai ) จำเป็นต้องมีถุงถ่วงน้ำหนักเพื่ออะไร ?

1. เพิ่มกำลังให้กับร่างกาย

     การใส่ถุงถ่วงน้ำหนัก จะทำให้ร่างกายหนักขึ้น หรือหากใส่เป็นส่วน ๆ ก็จะหนักเป็นส่วน ๆ ไป เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ที่นักมวยสามารถ ต่อยได้ให้ครบกำหนด เพราะหากเราจะต่อยให้หนักขึ้น และสามารถรู้สึกได้เลยหลัง ถอดถุงถ่วงทราย แล้วลองต่อยกระสอบทรายอีกครั้ง จะเห็นผลทันทีว่า เราสามารถต่อยได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2. เพิ่มความเร็วในการปล่อยอาวุธ แม่ไม้ มวยไทย ( Muay thai )

     แน่นอนว่าเราคงเคยเห็นในการ์ตูน ที่ฝึกวิชาแล้วมีถุงถ่วงน้ำหนัก เพื่อให้ร่างกายนั้นเบาขึ้น ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะ เวลาเรารับอะไรหนัก ๆ แล้ว พอปล่อยหรือถอดออกจะทำให้ร่างกายก็จะทำให้เบา และรู้สึกได้เลยว่าอาวุธที่ปล่อยออกไปนั้นเร็ว และไวขึ้นมาก

3. เพิ่มความแรงของอาวุธ มวยไทย ( Muay thai )

     ความแรงจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่เราถ่วง ว่าเราถ่วงมากน้อยแค่ไหน มวยไทย ( Muay thai ) เขาฝึกแบบนี้จริง ๆ ถ้าอยากจะให้อาวุธของเราแรงขึ้น ก็ยิ่งถ่วงเยอะ แต่จะเสียพลังงานมากพอสมควร

 

          ลักษณะการใช้ถุงทรายถ่วงน้ำหนัก

1. วิ่ง

     หากเราอยากจะวิ่งเพื่อให้ถ่วงน้ำหนักจริง ๆ เราถ่วงไปที่ข้อเท้า และวิ่งในระยะทางที่กำหนด จะสังเกตได้ว่านักมวยที่วิ่งแล้วใส่ถุงถ่วงน้ำหนัก จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ลดน้ำหนักเร็วขึ้น อึดขึ้น สามาระชกมวยได้อด และสร้างกล้ามเนื้อได้ดีมาก

2. กระโดด

     มวยไทย ( Muay thai ) จะต้องถ่วงน้ำหนักไปที่ข้อเท้า กระโดดเพื่อทำฟุตเวิรค์ เพื่อหาจังหวะการปล่อยอาวุธ เพราะฉะนั้นแล้วถุงถ่วงน้ำหนัก สามารถทำให้กระโดดได้เร็ว สูง และกระโดดฟุตเวิรค์ได้อย่างไม่เหนื่อยอีกด้วย

 

          ควรเลือกใช้น้ำหนักของถุงถ่วงน้ำหนักอย่างไร ?

     ถุงทรายข้อมือ และข้อเท้า มีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม 2 กิโลกรัม 3 กิโลกรัม และ 4 กิโลกรัม ซึ่งการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้เริ่มจาก 1 กิโลกรัม พอกล้ามเนื้อเริ่มชิน ก็ทำการเพิ่มเป็น 2 กิโลกรัม และเพิ่มต่อไปเรื่อย ๆ

 

          ข้อควรระวังในการใช้ถุงถ่วงน้ำหนัก

     การใช้ถุงถ่วงน้ำหนักก็ดี หรือ ชุดถ่วงก็ดี ต้องระวังถึงเรื่องกระดูก เพราะอาจจะทำให้กระดูกเคลื่อนได้ และหากเราถ่วงไปแล้วออกกำลังกายไม่รู้ลิมิตของตัวเองก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ถุงถ่วงเป็นผลดีในเรื่องของการเพิ่มความเร็ว เพิ่มความแรง ดังนั้น ต้องศึกษาให้ดีที่สุด

 

          ผลดีของการเล่น มวยไทย ( Muay thai )

1. ชกมวยได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

     เป้าหมายของการต่อยมวยคือ ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกาย และระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้ และความคล่องตัว และยังสามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลลอรี่ใน 1 นาที การออกกำลังกายด้วยการชกมวยทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้ตั้งแต่ 200-400 แคลอรี่ในเวลาครึ่งชั่วโมง, ขึ้นสังเวียนชกมวย 30 นาทีเบิร์นได้ 400 แคลอรี่, ชกกระสอบทราย 30 นาที เบิร์นได้ 200 แคลอรี่, ชกกับคู่ซ้อม 30 นาทีเผาผลาญได้ 300 แคลอรี่

2. ชกมวยเผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยกคือ การใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยกคือการทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจน และไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่ง หรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

3. ชกมวยช่วยให้หน้าท้องแบบราบ

     อยากมีซิกซ์แพ็กชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

4. ชกมวยช่วยคลายเครียด

     เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน หรือทะเลาะกับแฟน ไม่พอใจเจ้านาย ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน รู้สึกหงุดหงิดจวนระเบิด ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีน และฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผล และดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงสารเอ็นโดฟินที่หลั่งออกมาก็ช่วยให้มีความสุขขึ้นด้วย

5. ชกมวยช่วยให้บุคลิกสง่างาม

     การชกมวยทำให้การใช้สมอง และร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น กระตุ้นให้การรับรู้ทางร่างกายทำงานดีขึ้น มีความคล่องตัว เพราะต้องใช้การทำงานที่สอดประสานกันระหว่างตา และมือ ทุกครั้งที่ชกกระสอบทราย หรือชกกับเป้าล่อ ต้องใช้สมาธิในการพุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้เกิดการจดจำการเคลื่อนไหว ทั้งจังหวะการขยับเท้า และการออกหมัด ท้าทายการทำงานของกล้ามเนื้อ และจิตใจไปพร้อมกัน ทำให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มั่นใจ บุคลิกก็สง่างามไปโดยปริยาย

 

     นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม มวยไทย ( Muay thai ) จำเป็นต้องมีถุงถ่วงน้ำหนัก เพราะการฝึกฝนเราต้องใช้พละกำลังเพื่อขึ้นชกต่อยมวย แถมตอนฝึกเราต้องฝึกให้หนักเข้าไปอีก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเรา ทั้งนี้หากใครอยากเรียนมวย ต่อยมวยก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลอด และเรายังมีให้เลือกถึง 3 ที่นั่นก็คือ สาขารัชดา สาขาข้าวสาร และสาขาศรีนครินทร์ สะดวกที่ไหนแวะไปที่นั่นได้นะคะ เรามีบริการครบวงจรทั้งออกกำลังกาย และ มวยไทย ( Muay thai ) มาที่เดียวครบจบทุกรูปแบบ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เครื่องดนตรีประกอบ มวยไทย

มวยไทย VS มวยสากล

กว่าจะเป็น นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

กว่าจะเป็น นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นกีฬาประจำชาติไทย เราเลยก็ว่าได้แต่การจะเป็นนักมวยนั้นไม่ได้ง่ายเลย และไม่ได้แค่ออก หมัด เป็นเท่านั้นมีหลากหลายองค์ประกอบวันนี้เรามาบอกเคล็ดลับกันกว่าจะเป็นนักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ได้

 

การชก มวยไทย ( Muay Thai ) อาจจะเห็นได้ในทีวี หรือตามค่ายมวยต่าง ๆ บอกได้เลยว่า การที่เราอยากจะเป็นแบบนั้น ก็ยากพอสมควรอยู่แล้ว แต่เส้นทางของการเป็นนักมวยนั้น ไม่ได้ง่ายเลยสักนิด ต้องเหนื่อย และเจ็บตัวมาก เป็นพิเศษ หลายปัจจัย ในการที่จะเดินในเส้นทางนี้ได้

 

 

เส้นทาง กว่าจะมาเป็น นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

1 มีเทรนเนอร์ดี

สิ่งแรกคือการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ที่เทรนเนอร์ จะสอนเบสิคเบื้องต้น ทั้งการเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่ง ยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

 

 

2 สภาพความฟิต

มองดูภายนอก คุณอาจเป็นนักกีฬาที่ดูดี แต่หากความฟิตไม่ถึง ทุกอย่างเป็นอันจบ การฝึกซ้อมด้วย การออกกำลังกาย อาทิ กระโดดเชือก วิ่ง ลุก นั่ง คือ แนวทางที่จะทำให้คุณ ไม่หมดแรงง่าย ๆ บนเวที

 

 

3 ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

คือ แนวทางที่ช่วยป้องกัน อาการบาดเจ็บ ของกล้ามเนื้อ การวอร์มอัพ และโยคะ คือ วิธีการที่หลายคน อาจคาดไม่ถึง แต่ความจริงแล้ว มันสามารถช่วยให้ กล้ามเนื้อยืดหยุ่น และฝึกสมาธิ ไปในตัวด้วย

 

 

4 ควบคุมอาหาร

หากคุณเป็นนักมวย ที่เตรียมขึ้นชก ในสังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) อาหารประเภทโปรตีน ( Protein ) คือ สิ่งที่ร่างกาย ต้องการมากที่สุด อาทิ ปลา ไก่ ไข่ เนย ถั่ว รวมถึงผักผลไม้ และไขมันที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิ อะโวคาโด เป็นต้น

 

 

5 ยกระดับ การออกกำลัง

อีกหนึ่งขั้น ของการฝึกความอึด และอดทด การจะเป็นนักมวยที่ดี อย่าลืมว่าตลอดการชก ในสังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) ขาของคุณต้องเคลื่อนไหว อยู่บนเวทีตลอดเวลา ฉะนั้นจำเป็นต้องยกระดับ การออกกำลัง เพื่อเพื่อความอดทน

 

 

6 ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย

ไม่ใช่แค่การต่อสู้ ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึง ความสามารถด้าน กระบวนความคิด การตัดสินใจ ในสถานการณ์เฉพาะหน้า เพียงเสี้ยววินาที นักมวยระดับโลก หลายคน อาทิ มูฮัมหมัด อาลี ,ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ หรือกระทั่งสมรักษ์ คำสิงห์ มีความพิเศษเหล่านี้ ที่นำพาพวกเขา ไปสู่ชัยชนะได้

 

 

ปัจจัยหลัก ของนักชก มวยไทย ( Muay Thai ) เมื่อขึ้นชก บนเวที

1 การป้องกัน

ไม่ว่าคุณจะเป็น นักมวยประเภท ไฟท์เตอร์ ( Fighter ) เดินหน้าสู้ หรือแนว บ็อกเซอร์ ( Boxer ) ที่อาศัยชั้นเชิง เป็นหลัก แต่หากไม่มีการป้องกันตัว ที่ดี หรือประมาท เกินไป ก็อาจถูกน็อคได้ง่าย ๆ สิ่งสำคัญ คือ ต้องพยามตั้งการ์ดป้องกัน ให้ได้ตลอดเวลา เมื่ออยู่บนเวที

 

 

2 ความเร็ว

แม้ว่าน้ำหนักหมัด ของคุณจะหนักแค่ไหน แต่หากไม่มีความเร็ว หรือช้า กว่าคู่แข่งเพียงแค่ หนึ่งสเต็ป คุณก็ไม่มีทาง ที่จะปล่อยหมัด ใส่คู่แข่งได้เลย นี่แหละคือความสำคัญ ที่ต้องเริ่ม จากการฝึกซ้อมอย่างหนัก

 

 

3 น้ำหนักหมัด

การมีหมัดที่หนัก และออกหมัดบ่อย ๆ บางทีก็ไม่จำเป็น เสมอไป เพราะหากคู่แข่ง ป้องกันอย่างถูกวิธี นั่นหมายความว่า แต่ละหมัดที่คุณออกไปนั้น คือ กำลังที่สูญเสีย ไปอย่างเสียเปล่า ฉะนั้น การหาจังหวะในการชก คือ อีกหนึ่งแนวทาง ที่จะทำให้คุณ เผด็จศึกคู่ชก เพราะบางที แค่หมัดเดียวเน้น ๆ ก็เพียงพอแล้ว

 

 

4 สัญชาตญาณ

จริงอยู่ที่การมี เทรนเนอร์ หรือพี่เลี้ยง จะวางแผนให้คุณ ก่อนขึ้นชก และระหว่างพักยก แต่เมื่อขึ้นออกไป ตะบันกับคู่แข่ง บนเวที คุณคือคน ที่กำหนด ทุกอย่าง บางทีอาจไม่มีเวลา คิดด้วยซ้ำ มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณ ที่หากมาถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถพาคุณ ไปสู่ชัยชนะได้เช่นกัน

 

และทั้งหมดที่ว่ามานี้ คือเส้นทาง สู่ความสำเร็จ ที่ใช้ได้ในทุก ๆ วงการ โดยเฉพาะวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) แม้ว่าคุณอาจจะเป็นรอง ในเรื่องน้ำหนักหมัด หรือกระทั่งเชิงมวย แต่เชื่อได้เลยว่า หากคุณฝึกซ้อม มากกว่าคนอื่น ประตูสู่ชัยชนะ พร้อมเปิดต้อนรับคุณ อยู่อย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระสอบทราย เพื่อนคู่ใจนักมวย

อาวุธมวยสุดทรงพลัง
 

กระสอบทราย เพื่อนคู่ใจนักมวย

กระสอบทราย เพื่อนคู่ใจนักมวย

กระสอบทราย เป็นอุปกรณ์การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ที่สำคัญอย่างหนึ่ง วัสดุภายนอกทำด้วยผ้าใบหรือหนัง เพื่อป้องกันเจ็บจากการเตะ ต่อย แบ่งออกได้เป็น กระสอบทราย แบบแขวน และ กระสอบทราย แบบตั้งพื้น

 

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) คืออะไร ?

กระสอบทราย ( Sandbag ) คือ อุปกรณ์การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ที่สามารถทำได้ทั้งต่อย เตะ และการฝึกท่าต่าง ๆ ของมวยไทย และมวยสากล ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ให้กับกล้ามเนื้อ และยังช่วยเพิ่มศักยภาพ รวมถึงช่วยพัฒนา ความสามารถ ทั้งด้านการ เตะ ต่อย ให้แก่นักมวย ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกระสอบทราย ก็มีด้วยกัน 2 รูปแบบ ดังนี้

 

 

1 กระสอบทราย แบบแขวน ( Hanging sandbags )

เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน มีราคาถูก แต่ปัญหาส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของการติดตั้ง ซึ่งมีความยุ่งยากมากกว่า ในการติดตั้งกระสอบทราย แบบแขวน จะต้องทำการติดตั้งอย่างน้อย 3 เมตร ทำให้การติดตั้ง ในพื้นที่ที่มีเพดานไม่สูง ไม่สามารถที่จะทำได้ และก่อนที่จะติดตั้งกระสอบทราย จะต้องยัดทราย หรือเศษผ้า ใส่ในตัวกระสอบก่อน หากเลือกเป็นทรายที่ยัด จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของน้ำหนัก และตะขอที่จะใช้แขวน เพิ่มเข้ามาอีก เพราะต้องคำนึงถึง ความแข็งแรง ความมั่นคง ที่สามารถรับน้ำหนักได้

 

 

2 กระสอบทราย แบบตั้งพื้น ( Floor standing sandbag )

เริ่มมีความนิยมมากขึ้น ในปัจจุบัน เนื่องจากมีขั้นตอน ในการติดตั้งง่าย ประหยัดเวลา ไม่ต้องยัดของใส่กระสอบ เนื่องจากระสอบทรายตั้งพื้น ส่วนใหญ่จะทำการบุฟองน้ำ และหุ้ม มาให้เรียบร้อยแล้ว สามารถนำวางในพื้นที่ ที่ต้องการใช้ซ้อมได้เลย แต่ควรเผื่อพื้นที่ ไว้เล็กน้อยด้านละ 2 เมตร ( กระสอบทรายแบบตั้งพื้น มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร ) และสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

 

 

 

ถ้าหากเพื่อน ๆ อยากมี กระสอบทราย ( Sandbag ) สักอันไว้ฝึกซ้อมมวย หรือ ออกกำลังกาย ขอแนะนำกระสอบทรายตั้งพื้น ( Floor standing sandbag ) น่าจะเหมาะสม สำหรับยุคปัจจุบัน เพราะเคลื่อนย้ายสะดวก ติดตั้งง่าย ไม่สร้างความเสียหายแก่ตัวบ้าน ช่วยป้องกันการบาดเจ็บ จากการฝึกสอบ เพราะกระสอบทรายแบบตั้งพื้น จะไม่แข็งจนเกินไป มีการซับแรงในการ เตะต่อยแรง ๆ ด้วยคอสปริง ทำให้ลดอาการบาดเจ็บได้ ช่วยสร้างบรรยากาศ ในการฝึกซ้อม ทำให้รู้สึก เหมือนมีคู่ต่อสู้จริง เป็นการกระตุ้น ให้อยากออกกำลังกาย มากยิ่งขึ้น

 

ถ้าเลือก กระสอบทราย กันได้แล้ว มาดูกันดีกว่าว่า กระสอบทราย ให้ประโยชน์อะไร กับคุณได้บ้าง ?

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) ช่วยระบายความโกรธ ระบายความเครียด ใครเจอภาวะเครียดจากการทำงาน หรือ กำลังโกรธใครมาไม่รู้จะระบายยังไง ขอแนะนำให้กลับบ้าน มาสวมนวม ชก เตะ ถีบ กระสอบทราย เพื่อระบายอารมณ์ เมื่อคุณได้ปลดปล่อยพลัง ออกมาอย่างเต็มที่แล้ว ความเครียด ความโกรธ ทั้งหลายก็จะเบาลง

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) ช่วยเรียกได้เหงื่อ ได้กล้ามเนื้อ ได้ร่างกายแข็งแรง การชก เตะ ถีบ กระสอบทราย ( Sandbag ) เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง การได้ออกแรงใช้พละกำลัง ทำให้ได้เหงื่อ ได้ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ไขมันรอบเอว ต้นขา ต้นแขน ก็จะหายไปด้วยจาก การออกกำลังกาย ยิ่งหากใช้เวลาอยู่กับมันสัก 1 ชั่วโมง จะเผาพลาญได้ประมาณ 800 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว นอกจากร่างกาย จะแข็งแรงแล้ว การได้ชก เตะ ถีบ กระสอบทราย ยังเป็นการฝึก สมาธิอีกด้วย เพราะเราจะต้องมีจิตใจ จดจ่ออยู่ที่ กระสอบทราย ( Sandbag )

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ กระสอบทราย ( Sandbag )  มีดีกว่าที่คิดใช่ไหมละ ไม่ว่าจะกระสอบทรายแขวน ( Hanging sandbags ) หรือ กระสอบทรายตั้งพื้น ( Floor standing sandbag ) ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยในการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) และเป็นการออกกำลังกายที่น่าลอง ถ้าพื้นที่ยังว่าง ลองหาซื้อสักอัน จะได้ออกแรง สร้างกล้ามเนื้อกันนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไหว้ก่อนชก ประเพณีอันดีงาม

อาวุธมวยสุดทรงพลัง
 

เครื่องดนตรีประกอบ มวยไทย

เครื่องดนตรีประกอบ มวยไทย

เครื่องดนตรีไทยถือว่ามีมาอย่างยาวนาน ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในงานมหรสพต่าง ๆ เช่น งานบวช งานแต่ง ทำบุญบ้าน งานฌาปนกิจ หรือแม้กระทั่งการต่อย มวยไทย จนทุกวันนี้ไม่ว่าจะมีงานอะไรก็ต้องมีดนตรีประกอบในงานของคนไทยไปเสียแล้ว

 

     องค์ประกอบที่สำคัญ และเป็นส่วนสร้างบรรยากาศให้แก่การไหว้ครู และร่ายรำ มวยไทย รวมทั้งการแข่งขันชกมวยนั้น คือ วงดนตรีปี่กลองซึ่งมีจังหวะ และท่วงทำนองช้า และเร็วตามช่วงเวลาของการแข่งขัน เมื่อเริ่มไหว้ครูท่วงทำนองก็จะช้าเนิบนาบช่วยให้ลีลาในการร่ายรำไหว้ครูดูอ่อนช้องดงามเป็นจังหวะน่าชม และเมื่อเริ่มการแข่งขันเสียงดนตรีก็เริ่มมีจังหวะเร็วขึ้น บอกให้ผู้ได้ยินได้ชมรู้ว่าขณะนั้นนักมวยกำลังใช้ชั้นเชิงต่อสู้กันอยู่ในสังเวียน  และเมื่อถึงยกสุดท้ายจังหวะดนตรียิ่งเร่งเร้าขึ้น เร้าใจให้นักมวยได้เร่งพิชิตคู่ต่อสู้ และเร้าใจผู้ชมมวยรอบสนามให้ตื่นเต้นกับผลการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า จังหวะดนตรีจึงเป็นส่วนสร้างความรู้สึกของนักชก และผู้ชมรอบสนามให้สนุกสนานตื่นเต้นกับการแข่งขันได้อย่างน่าอัศจรรย์

     เครื่องดนตรีที่นำมาบรรเลงประกอบการแข่งขันชก มวยไทย มีชื่อเรียกว่า “วงปี่กลอง” มีนักดนตรีร่วมบรรเลงดนตรีโดยทั่วไปจำนวน 4 คนเครื่องดนตรีประกอบด้วยปี่ชวา 1 เลา กลองแขก 2 ใบ และฉิ่ง 1 คู่

 

          ปี่ชวา

     ทำเป็น 2 ท่อนเหมือนปี่ไฉน คือ ท่อนเลาปี่ยาวราว 27 ซม. ท่อนลำโพงยาวราว 14 ซม. เจาะรูนิ้ว รูปร่างลักษณะเหมือนปี่ไฉนทุกอย่างแต่มีขนาดยาวกว่าปี่ไฉน กล่าวคือ ปี่ชวาเมื่อสวมท่อนลำโพง และเลาปี่เข้าด้วยกันแล้ว ยาวประมาณ 38–39 ซม. ตรงปากลำโพงกว้างขนาดเดียวกับปี่ไฉน ทำด้วยไม้จริงหรืองา ส่วนที่ทำต่างจากปี่ไฉนก็คือ ตอนบนที่ใส่ลิ้นปี่ทำให้บานออกเล็กน้อย ลักษณะของลิ้นปี่เหมือนกับลิ้นปี่ไฉน ต่างแต่มีขนาดยาวกว่าเล็กน้อย แม้เราจะไม่รู้ที่มาของปี่ชวาแต่ชื่อของปี่ชนิดนี้บอกตำนานอยู่ในตัว และโดยเหตุที่มีลักษณะรูปร่างเหมือนปี่ไฉนของอินเดีย จึงเข้าใจว่าชวาคงได้แบบอย่างมาจากปี่ไฉนของอินเดีย เป็นแต่ดัดแปลงให้ยาวกว่า เสียงที่เป่าออกมาจึงแตกต่างไปจากปี่ไฉน เรานำปี่ชวามาใช้แต่เมื่อไรไม่อาจทราบได้แต่คงจะนำเข้ามาใช้คราวเดียวกับกลองแขก และเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นนั้น ปรากฏว่าเรามี ปี่ชวาใช้ในกระบวนพยุหยาตราเสด็จพระราชดำเนินแล้ว เช่น มีกล่าวถึงใน “ลิลิตยวนพ่าย” ว่า

“สรวญศรัพทพฤโฆษฆ้อง กลองไชย

ทุมพ่างแตรสังข์ ชวา    ปี่ห้อ”

     ซึ่งคงจะหมายถึง ปี่ชวา และปี่ห้อหรือปี่อ้อ ปี่ชวาใช้คู่กับกลองแขก ( ชวา ) เช่น เป่าประกอบการเล่นกระบี่กระบอง และประกอบการแสดงละครเรื่องอิเหนา ตอนรำกริช และใช้ในวงปี่พาทย์นางหงส์กับใช้ในวงดนตรีที่เรียกว่าวงปี่ชวากลองแขก หรือวงกลองแขกปี่ชวา วงเครื่องสายปี่ชวา และวงบัวลอย ทั้งนำไปใช้เป่าในกระบวนแห่ ซึ่ง “จ่าปี่” เป่านำ กลองชนะในกระบวนพยุหยาตราด้วย

 

          กลองแขก

     รูปร่างยาวเป็นกระบอก หน้าหนึ่งใหญ่ เรียกว่า “หน้ารุ่ย” กว้างประมาณ 20 ซม. อีกหน้าหนึ่งเล็กเรียกว่า “หน้าด่าน” กว้างประมาณ 17 ซม. หุ่นกลองยาวประมาณ 57 ซม. ทำด้วยไม้จริงหรือไม้แก่น เช่น ไม้ชิงชัน หรือไม้มะริด ขึ้นหนัง 2 หน้าด้วยหนังลูกวัว หรือหนังแพะ ใช้เส้นหวายผ่าซีกเป็นสายโยงเร่งเสียง โยงเส้นห่าง ๆ แต่ต่อมาในระยะหลังนี้คงจะใช้ไม่ได้ เนื่องจากหาหวายใช้ไม่สะดวก บางคราวจึงใช้สายหนังโยงก็มี สำรับหนึ่งมี 2 ลูก ลูกเสียงสูง เรียกว่า “ตัวผู้” ลูกเสียงต่ำเรียกว่า “ตัวเมีย” ตีด้วยฝ่ามือทั้งสองหน้าให้เสียงสอดสลับกันทั้งสองลูก กลองแบบนี้เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า “กลองชวา” เพราะเข้าใจว่าเราได้แบบอย่างมาจากชวา ในวงปี่พาทย์ของชวาก็มีกลอง 2 ชนิดคล้ายกันนี้ แต่รูปกลองตอนกลางป่องโตมากกว่าของไทย เราคงจะนำกลองชนิดนี้มาใช้ในวงดนตรีของไทยมาแต่โบราณในกฎหมายศักดินามีกล่าวถึง “หมื่นราชาราช” พนักงานกลองแขก นา 200 และมีลูกน้อง เรียกว่า “ชาวกลองเลวนา 50” บางทีแต่เดิมคงจะนำเข้ามาใช้ในขบวนแห่นำเสด็จพระราชดำเนิน เช่น กระบวนช้าง และกระบวนเรือ และใช้บรรเลงร่วมกับปี่ชวาประกอบการเล่นกระบี่กระบอง เป็นต้น ภายหลังจึงนำมาใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์ของไทย เมื่อครั้งนำละครอิเหนาของชวามาเล่นเป็นละครไทยในตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น ใช้ในเมื่อละครรำเพลงกริช เป็นต้นต่อมานำมาใช้ตีกำกับจังหวะแทนตะโพนในวงปี่พาทย์ และใช้แทนโทนกับรำมะนา ในวงเครื่องสายด้วย

 

          ฉิ่ง

     เป็นเครื่องตีทำด้วยโลหะ หล่อหนา เว้ากลางปากผายกลม รูปคล้ายถ้วยชาไม่มีก้น สำรับหนึ่งมี 2 ฝา แต่ละฝาวัดผ่านศูนย์กลางจากสุดขอบข้างหนึ่งไปสุดขอบอีกข้างหนึ่งประมาณ 6 ซม. ถึง 6.5 ซม. เจาะรูตรงกลางเว้าสำหรับร้อยเชือก เพื่อสะดวกในการถือตีกระทบกันให้เกิดเสียงเป็นจังหวะ ฉิ่งที่กล่าวนี้สำหรับใช้ประกอบวงปี่พาทย์ ส่วนฉิ่งที่ใช้สำหรับวงเครื่องสายและวงมโหรี มีขนาดเล็กกว่านั้นคือ วัดผ่านศูนย์กลางเพียง 5.5 ซม.ที่เรียกว่า “ฉิ่ง” ก็คงจะเรียกตามเสียงที่เกิดขึ้นจากการเอาขอบของฝาหนึ่งกระทบเข้ากับอีกฝาหนึ่งแล้วยกขึ้น จะได้ยินเสียงกังวานยาวคล้าย “ฉิ่ง” แต่ถ้าเอา 2 ฝานั้นกลับกระทบประกบกันไว้ จะได้ยินเสียงสั้นคล้าย“ฉับ” เครื่องตีชนิดนี้ สำหรับใช้ในวงดนตรีประกอบการขับร้องฟ้อนรำ และการแสดงนาฏกรรม โขน ละคร

 

          การบรรเลงประกอบ มวยไทย ใช้เพลงอะไรบ้าง ?

  • เพลงประกอบการรำไหว้ครู มวยไทย ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันนัก มวยไทย ทุกคนจะรำไหว้ครู มวยไทย เพื่อระลึกถึงพระคุณครู มวยไทย ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ โดยบทเพลงที่ใช้ในช่วงการรำไหว้ครู มวยไทย คือ เพลงโยนในสะระหม่าไทย
  • เพลงในระหว่างชกยกที่ 1 จะใช้เพลงแขกเจ้าเซ็นสองชั้น
  • เพลงอัตราจังหวะสองชั้นทั่วไป เช่น แขกเชิญเจ้า พราหมณ์เข้าโบสถ์ หรือเพลงในอัตรา 2 ชั้น และชั้นเดียวใช้บรรเลงระหว่างยกที่ 2 ถึงยกที่ 5
  • เพลงเชิด ใช้บรรเลงในระหว่างการชกซึ่งใกล้หมดเวลาทาการแข่งขันในยกสุดท้าย ส่วนของหน้าทับกลองที่

ประกอบกับการบรรเลงคู่กับปี่ชวา โดยใช้กลองแขกบรรเลงนั้น ในวงปี่มวยนั้นจะมีการ แบ่งใช้หน้าทับดังต่อไปนี้

          - หน้าทับโยน ใช้บรรเลงประกอบกับเพลงโยนซึ่งขณะบรรเลงอยู่ในช่วงของการรำไหว้ครู มวยไทย

          - หน้าทับแขกเจ้าเซ็นสองชั้น ใช้เมื่อบรรเลงประกอบในเวลาทำการแข่งขันโดยจะตีหน้าทับเจ้าเซ็นไปตลอดไม่มีเปลี่ยน แม้ปี่ชวาจะบรรเลงเพลงใด ๆ ก็ตาม

           - หน้าทับเชิด ใช้บรรเลงในช่วงใกล้หมดเวลาในการแข่งขันยกสุดท้าย

     กล่าวได้ว่าการบรรเลงแต่ละครั้งจะเริ่มต้นที่การเป่าเพลงโยน ให้นักมวยไหว้ครู ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 นาที จากนั้นเมื่อระฆังตีให้สัญญาณการชกยกที่ 1 นักดนตรีปี่มวยจะบรรเลงเพลงแขกเจ้าเซ็น ซึ่งจะสามารถบรรเลงเพลงนี้ในทุก ๆ ยกจนถึงช่วง 1 นาทีสุดท้าย ธรรมเนียมปฏิบัติของการบรรเลงวงปี่มวยลุมพินีจะต้องเปลี่ยนเพลงบรรเลงไปเป็นเพลงเชิด ชั้นเดียว ซึ่งความหมายในการบรรเลงเพลงเชิดนั้นคือการแจ้งให้รู้เป็นสัญญาณว่าใกล้จะหมดเวลาในการแข่งขันชกมวย ในส่วนบทเพลงที่นักดนตรีปี่มวยลุมพินีบรรเลงในยกที่ 2 ถึง 4 และยกที่ 5 ในสองนาทีแรก เพลงไม่ได้ถูกกาหนดไว้ตายตัวว่าจะต้องใช้เพลงใดบรรเลง แต่โดยส่วนมากนักดนตรีปี่มวยสนามมวยลุมพินี เช่นจ่าสิบเอกช้อย เพิ่มผล สิบตรีสมนึก บุญจาเริญ พันโทเสนาะ หลวงสุนทร จ่าสิบเอกทวี ไทยพยัคฆ์ จะนิยมใช้เพลงในสาเนียงแขก ซึ่งมีอัตราจังหวะชั้นเดียวหรือ 2 ชั้น ซึ่งในบทเพลงสาเนียงอื่น ๆ นั้น สามารถนามาใช้ได้ไม่ได้ผิดแปลกอย่างใด ซึ่งเหตุผลที่ทาให้นักดนตรีปี่มวยลุมพินีนิยมการบรรเลงเพลงสาเนียงแขกนั้น มาจากการเริ่มต้นบรรเลงเพลงแรกในการแข่งขันยกที่ 1 เริ่มต้นด้วยเพลงแขกเจ้าเซ็น ซึ่งเป็นเพลงสาเนียงแขก จึงได้นิยมเลือกเพลงที่สาเนียงเดียวกันเป่าต่อไปยังยกต่อ ๆ ไปจนถึงจบ หรือเลือกเพลงลูกทุ่งหรือเพลงสมัยนิยมมาบรรเลงประกอบกับการชกมวย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทย VS มวยสากล

กติกาสังเวียนมวยไทย

มวยไทย VS มวยสากล

มวยไทย VS มวยสากล

มวย เป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ต้องมีทักษะการต่อสู้ โดยใช้ทุกส่วนของ ร่างกาย แต่มวยที่เรารู้จักกันนั้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ มวยไทย และมวยสากล เป็นกีฬามวยเหมือนกัน แต่จะมีความต่างกันอย่างไรบ้าง

 

     หลายคนคงมีความสงสัย ว่ามวยไทย และมวยสากล ที่รู้จักกันในบ้านเรานั้น มีการเล่น หรือกฎกติกาที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราเลยมาเทียบความแตกต่างกันให้ดูเลยค่ะ

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ( Martial Art ) และเป็นกีฬา ( Sport ) ประจำชาติ เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงในยุคปัจจุบัน เมื่อสมัยก่อนมีการฝึกฝน การต่อสู้ด้วยมือเปล่า เพื่อรบกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการรบระยะประชิดตัว  คนไทยจึงได้ฝึกหัดการ เตะ ถีบคู่ต่อสู้ เพื่อให้เกิดการได้เปรียบ

     กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย ในการ ต่อสู้ ด้วยมือเปล่า จนได้รับการยอมรับว่าเป็น การต่อสู้ ที่ผสมผสานของศาสตร์ และศิลป์ได้อย่างสวยงาม ในปัจจุบันได้รับการยอมรับไปทั่วโลก มวยไทยเป็นทั้งศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง ( Self defense ) และเป็นกีฬาสมัครเล่นหรืออาชีพ ( Amateur or professional )

 

          กติกาการแข่งขันมวยไทย

     กีฬามวยไทย สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย และถือว่าอันตรายมาก ๆ ในปัจจุบัน นักมวย ต้องสวมนวมขนาด 4 ออนซ์ สวมกางเกงขาสั้นสวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้าหรือไม่ก็ได้ มวยไทยจะชกด้วยกันทั้งหมด 5 ยก โดยจะขึ้นชก 3 นาที พัก 2 นาที การแข่งขันมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน กรรมการในการให้คะแนนข้างเวทีอีก 2 คน ให้คะแนนยกละ 10 คะแนน การแข่งจะแบ่งเป็นรุ่นตามน้ำหนัก

 

          การให้คะแนน

- ฝ่ายใดใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ได้หนักหน่วง บอบช้ำ และรุกมากกว่าเป็นผู้ชนะ

- นักมวย ฝ่ายใด มีชั้นเชิงมวยไทย ในการ รุก รับ หลบ ตอบโต้ ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะ

 

          การฟาวล์

- หากผู้เล่นทำฟาวล์ ( foul ) ต้องตัดคะแนนตามที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน

- ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์วอย่างชัดเจน แต่ผู้ชี้ขาดไม่เห็น ผู้ตัดสินสามารถตัดคะแนนตามความเหมาะ พร้อมระว่าทำฟาวล์ด้วยเหตุผลใด

 

     มวยสากล ( Boxing ) หรือที่เรียกในยุคแรกว่า "มวยฝรั่ง" เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาแต่โบราณ สู้กันด้วยหมัดทั้ง 2 ข้าง โดยเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของทหารในสนามรบ และกลายเป็นเกมกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกยุคโบราณ ไม่จำกัดน้ำหนัก ไม่สวมที่ป้องกันตัว ใช้เพียงหมด ไม่มีกฎกติกามากนัก แต่นักมวยต้องถอดเสื้อผ้าออกให้หมดทั้งตัว ในปี 2236 เจมส์ ฟิกซ์ ( James Figg ) ผู้ชนะการแข่งขัน จนได้รับให้เป็น ” บิดาแห่งมวยสากล ” ได้กำหนดกฎกติกาขึ้นมา จนมีคนอื่น ๆ ที่ชนะการแข่งขัน แล้วสร้างนวมตามมา และได้พัฒนามาเป็นเกมกีฬาที่กติกาในปัจจุบัน

 

          กติกาการแข่งขันมวยสากล

- จำนวนยกในการแข่งขัน การขึ้นชกจะแบ่งเป็น 12 ยก เวลา 3 นาที หยุดพักระหว่างยก 1 นาที สู้จนครบ 12 ยก แล้วจะรวมคะแนนว่าใครชนะ

-  กรรมการ การแข่งขัน มีกรรมการให้คะแนนชี้ขาด 3 คน กรณีกรรมการ 3 คนให้ชนะ 1 เสมอ 2 จะดูผลคะแนนกรรมการที่ให้เสมอ 2 ยกหลังเท่านั้น ( บางหนกรรมการห้ามบนเวทีก็มีสิทธิ์ให้คะแนนด้วย )

- การตัดสิน สามารถน็อคเอาท์ ( Knockout ) คู่ต่อสู้ได้ เมื่อทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงกับพื้นเวที หรือยืนพับหมดสติอยู่กับเชือก ไม่สามารถที่จะชกต่อ หรือป้องกันตัวได้อีกภายใน ๑๐ วินาที ระหว่างที่กรรมการนับ จะถือว่าชนะทันที

- การให้คะแนน ยกหนึ่งมี 10 คะแนน เมื่อหมดเวลา 1 ยก กรรมการจะให้คะแนน ผู้ที่ชกดีกว่า 10 คะแนน และให้คะแนนผู้เสียเปรียบลดน้อยลงไปตามลำดับความเสียเปรียบในยกนั้น ถ้าชกพอกันจะให้ 10 คะแนนเท่ากัน

- ฟาวล์ ( foul ) หากกรรมการเตือนนักชกคนใดว่าทำฟาวล์ จะถูกหักคะแนน 1 คะแนน โดยจะให้สัญญาณมือแก่กรรมที่ให้คะแนน

 

     มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว แตกต่างจากมวยสากล ที่นอกจากจะใช้หมัดชกคู่ต่อสู้แล้ว ยังใช้เท้า และศอกต่อสู้ได้ แต่มวยสากลจะใช้ได้แค่หมัดอย่างเดียว และจำนวนยกที่ต่างกัน มวยไทยจะชก 5 ยก มวยสากลจะชก 12 ยก แต่ถึงจะมีความต่างกันอย่างไร มวยทั้ง 2 ชนิด ก็ยังเป็นกีฬาที่ช่วยฝึกฝนความอดทน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เครื่องรางของขลังประจำตัวนักมวย

ผู้หญิงกับมวยไทย

ฝึกมวยมือใหม่ ควรเตรียมอะไรบ้าง

ฝึกมวยมือใหม่ ควรเตรียมอะไรบ้าง

 

 

หากจะพูดถึงการซื้อข้าวของเครื่องใช้สำหรับการฝึกมวยไทย ข้อจำกัดมีไม่มาก หลักๆ คือเรื่องงบประมาณในกระเป๋าสตางค์ ผู้เรียนหน้าใหม่บางคน อาจจะเริ่มต้นด้วยของใช้ จำนวนน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มเติมตามความจำเป็น ในขณะที่บางคน เริ่มต้นก็ต้องจัดเต็มไว้ก่อน ต้องมีให้ครบไม่ปะปนกับใคร ซึ่งอย่างที่บอกว่ามันก็ ขึ้นอยู่กับงบประมาณ รวมถึงความพอใจ นอกจากนี้การไปออกกำลังกาย สำหรับบางคน ก็มีเรื่องของแฟชั่น เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

 

 

เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าอุปกรณ์จำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ที่ริเริ่มฝึกมวยมีอะไรกันบ้าง

 

 

1 นวม ( Punching Mitts )

นวม ( Punching Mitts ) เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันปกป้องมือของเราเองและคู่ซ้อม ที่ยิมอาจจะมีนวมไว้บริการอยู่แล้ว แต่เหตุผลที่ทุกคน จำเป็นต้องมีนวมของตัวเอง คือเรื่องสุขอนามัย และความคุ้นเคย หากต้องการซื้อนวม ควรไปลองด้วยตัวเอง เพราะมันต้องพอดีกับมือ ใช้วัสดุที่ดีเพื่อปกป้องมือของเราได้ นั่นเรื่องสำคัญเลย

 

 

2 กางเกงมวย ( Boxing shorts )

อย่าได้คิดที่จะไป คลาสเรียนมวยไทย โดยใส่กางเกงขาสั้นอะไรก็ได้ ไปหากางเกงมวยไทยมาใส่จะดีกว่า เพราะกางเกงมวย ( Boxing shorts ) ออกแบบมาเพื่อให้มีพื้นที่ โล่งโปร่งบริเวณต้นขา และขาหนีบ เพื่อให้ยกแข้ง ยกขาเตะได้ถนัด นอกจากจะเลือกแบบที่ถูกใจ ไซส์ที่เหมาะสมแล้ว สำหรับคุณสุภาพสตรีก็อย่าลืม ใส่กางเกงชั้นใน แบบขาสั้นแนบเนื้อ ไว้ด้านใน เพราะด้วยความที่กางเกงมวย ( Boxing shorts ) ขามันบานนี่ล่ะ อาจจะทำให้มองเห็น เข้าไปถึงข้างในทีเดียว

 

 

3 ฟันยาง ( Rubber teeth )

ฟันยาง ( Rubber teeth ) ช่วยปกป้องฟันของคุณ เมื่อถูกกระแทก ปัจจุบันมีฟันยาง ( Rubber teeth ) ที่ทำจากวัสดุหลากหลายชนิด แต่ชนิดที่ดีที่สุด สำหรับมือสมัครเล่น คือฟันยางแบบ boil and bite ซึ่งต้องต้มให้ร้อน และกัด เพื่อให้พอดีกับปาก ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยที่สุด สำหรับฟันยางประเภทนี้ คือบางทีมันก็ไม่พอดี กับขนาดช่องปากตลอดเวลา นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักกีฬามืออาชีพเลือกใช้งานฟันยาง แบบสั่งทำเฉพาะ จึงมีขนาดตรงกับช่องปาก ของแต่ละคนแบบเป๊ะ ๆ ถ้าคุณยังไม่คิดจะลงทุน ใช้ฟันยางแบบสั่งทำ สำหรับการเริ่มต้น แต่อย่างน้อยก็ควรลงทุน ซื้อฟันยางสักอัน เพื่อปกป้องฟันของคุณเอง เพราะฟันแท้มีได้แค่ครั้งเดียวนะคะ

 

 

4 แองเกิล ( Ankle )

ในภาษามวยเขาเรียก ทับศัพท์ตามภาษาอังกฤษว่า แองเกิล ( Ankle ) หน้าตาคล้ายถุงเท้า แต่เปิดส้นเท้า และนิ้วเท้า จริง ๆ แล้วมันอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น อันดับแรก ๆ ที่ต้องลงทุนซื้อ แต่นักมวยบางคนบอกว่า มันช่วยซัพพอร์ตข้อเท้าได้ ในขณะที่บางคนก็ว่าไม่ช่วยอะไรเลย แถมยังลื่น และอึดอัด แต่ทั้งนี้บางสนามแข่งขัน มีกฎบังคับให้ใส่ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบกันไป

 

 

5 ผ้าพันมือ ( Cotton Hand Wrap )

มือของคุณประกอบด้วย กระดูกเล็ก ๆ 27 ชิ้น ซึ่งการพันมือ จะช่วยปกป้อง กระดูกเหล่านั้น รวมถึงเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนโดยรอบ อีกทั้งยังทำให้นิ้ว และข้อมือ ไม่ขยับเขยื้อนไปใน ตำแหน่งที่อาจทำให้เกิด การบาดเจ็บเวลาออกหมัด ลงทุนซื้อผ้าพันมือคุณภาพดี จะช่วยยืดอายุ การใช้งานได้นานกว่า แถมปกป้องมือ ได้ดีกว่าอีกด้วย

 

 

6 สนับแข้ง ( Warrix )

สนับแข้ง ( Warrix ) ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันส่วนหลังเท้า และหน้าแข้ง ซึ่งในคลาสเรียนชั่วโมงแรก ๆ มันอาจไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่ แต่ในไม่ช้าเมื่อต้อง เริ่มเล่นเชิงจับคู่ซ้อม มันจะเข้ามามีบทบาททีเดียว สนับแข้ง ( Warrix ) มีหลายขนาดด้วยกัน ไม่ว่าจะซื้อหรือใช้ของที่ยิม ก็ควรลองใส่ และเลือกไซส์ ที่เหมาะสม

 

 

7 เสื้อผ้า

ผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบใส่ เพียงกางเกงมวยซ้อม แต่ส่วนสาว ๆ ก็ต้องหาเสื้อกีฬาที่เหมาะสม ควรเลือกเสื้อที่ระบายเหงื่อ แห้งเร็ว ใส่พอดีตัวและสบาย ถ้าไม่มั่นใจเรื่องเนื้อผ้า ก็ให้เลือกซื้อเสื้อ ที่ทำขึ้นสำหรับการ ฝึกมวยไทยโดยเฉพาะ และเลือกซื้อสปอร์ตบรามาใส่ด้วย เพราะมันช่วยซัพพอร์ตหน้าอก ได้กว่าบราทั่วไป และยังระบายอากาศได้ดีกว่าอีกด้วย

 

 

8 น้ำมันมวย ( Muay Thai Oil )

เชื่อไหมว่า ไอเท็มจำเป็นที่เป็นเคล็ดลับ ของนักมวยไทย แทบทุกคนคือ น้ำมันมวย ( Muay Thai Oil ) โดยมักจะใช้นวดเพื่อวอร์ม และกระตุ้นกล้ามเนื้อ ก่อนทำการฝึกหรือแข่งขัน อีกทั้งยังช่วยให้ตื่นตัว ความร้อนจะเปรียบเสมือน เป็นยาแก้ปวดเมื่อย และคลายเส้นไปในตัวด้วย นอกจากข้อดีต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว นักมวยอาชีพบอกว่า การทาน้ำมันมวย ( Muay Thai Oil ) ยังช่วยให้ดูน่าเกรงขาม เพราะความมันวาว ที่เกิดจากการทาน้ำมัน ลงบนกล้ามเนื้อนั่นเอง

 

 

9 ผ้าขนหนู ( Towel )

คงไม่มีใครอยากโดนเหงื่อจากตัวคนอื่น กระเด็นมาโดนในระหว่างการซ้อมหรอกนะ ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนเหงื่อออกง่าย ให้วางผ้าขนหนู ( Towel ) ไว้ใกล้ ๆ ตัว เพื่อเช็ดเหงื่อระหว่างช่วงพัก ซึ่งมันจะดีมากสำหรับคู่ซ้อมของคุณ และตัวคุณเอง ดังนั้น พกผ้าขนหนู ( Towel ) ติดตัวไว้เสมอ และหลังจากซ้อมเสร็จแล้ว หากจะอาบน้ำที่ยิม ก็อย่าลืมพกผ้าขนหนู ( Towel ) อีกผืนไปเช็ดตัวหลังอาบน้ำด้วยล่ะ

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไหว้ก่อนชก ประเพณีอันดีงาม

อาวุธมวยสุดทรงพลัง

 

ลดน้ำหนักในเเบบฉบับนักมวย

ลดน้ำหนักในเเบบฉบับนักมวย

สำหรับ ใครๆ หลายทาน ที่หาวิธี ลดน้ำหนัก หรือ การออกกำลังกาย ที่ทั้ง สนุก สุดมัน ได้ทั้ง เหงื่อ ได้ทั้ง ความสนุก เรา จะมาแนะนำ การออกกำลังกาย ที่ทำให้ คุณ รู้สึก สนุกแถมได้ ลดน้ำหนัก ได้หุ่นที่ดีอีกด้วยนะ นั้น คือ มวยไทย

           

            สำหรับ หนุ่ม สาว ทาน ใดที่หา วิธีลดน้ำหนัก หรือ หา การออกกำลังกาย ที่สนุก ได้เหงื่อ แถม หุ่นดี เราแนะนำ มวยไทย มวยไทย เป็นกีฬา หรือ กิจกรรม การออกกำลังกาย ที่จะช่วยในเรื่อง ของร่างกาย พละกำลัง และ การลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี และ แถม ให้เรา สามารถ ก้าวข้ามขีดจำกัด ให้กับร่างกาย ของเราได้เป็นอย่างดี เพราะ มวยไทย เป็นการ ทำกิจกรรม ออกกำลังกาย ที่จะต้อง ใช้ ทุกส่วนของร่างกาย ของเรา ไม่ว่า จะเป็น บริเวณ ศีรษะ ลงไปถึง เท้า ของเรากันเลย ถือได้เลย ว่า เป็นการ ออกกำลังกาย ทุกส่วน ของร่างกาย ของเรา ได้ดี และ ได้เพิ่ม พละกำลังให้กับร่างกาย ของเราได้อีกด้วย มวยไทย ไม่ใช้ แค่ กิจกรรมออกกำลังกาย อย่างเดียว ยังเป็นศิลปะ การป้องกันตัว ไปในตัวได้อีกด้วย ด้วย ท่าทาง หรือ การฝึก ที่ ดุเดือด ถ้าเรา หมั่นฝึกมวยไทย หรือ ซ้อมมวยไทย เป็นประจำ ทุกวันแล้ว เราจะสามารถ เอาการฝึก หรือ การซ่อม มาเป็นการป้องกันตัว ได้ด้วยเช่นกัน

            สำหรับ การออกกำลังกาย โดยการ ทำกิจกรรม มวยไทย นั้น เราจะมาการออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ในแบบฉบับ ของ นักมวย ว่า เขา ออกกำลังกายกันแบบไหน ถึงได้หุ่น ที่ดี กล้ามหน้าท้องที่ สวยงาม ซึ่ง เป็นความฝัน ของ หนุ่มๆ สาวๆ หลายๆ ทานที่อยากมีหุ่นที่ดี สวยงาม กล้ามหน้าท้อง ที่แข็งแรง เราจะมา แนะนำ การ ออกกำลังกาย และ การลดน้ำหนัก ในแบบฉบับ ของ นักมวย

 

  1. เริ่มง่ายๆในการออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง การที่เราออกกำลังกาย นั้น แน่นอนว่า จะสามารถ ช่วยลดน้ำหนักให้เราได้เป็นอย่างดี แต่ นักมวย นั้น การทำกิจกรรม ออกกำลังกายนั้น เขาทำกันอย่างสม่ำเสมอ การที่เรา ซ้อมมวย หรือ ทำกิจกรรม การชกมวยนั้น เราควรออกให้ได้ อย่างน้อย 45 – 60 นาที ต่อวัน ให้เรานั้น เลือกการ ออกกำลังกาย ในหลายๆ แบบ กิจกรรมของการออกกำลังกาย ทำกันสลับกันไป
  2. การควบคุมอาหาร หรือ การเลือกกินอาหาร หลักๆ ในการลดน้ำหนัก นั้น หลักๆ เลย คือการ รับประทานอาหาร ถ้าเราออกกำลังกาย มาหนักแค่ไหน เรารับประทาน อาหาร แต่พวกไขมัน หรือ อาหาร ที่ทำให้เราอ้วน ในปริมาณที่มาก แล้วละก็ การออกกำลังกาย ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยในการ ลดน้ำหนัก เพราะ เราออกกำลังกาย เสียแคลอรี่ไป แต่ เราก็รับประทานอาหาร ที่มีปริมาณมาก หรือ เยอะจนเกินไป เราก็ รับแคลอรี่ สู่ร่างกาย ของเราอยู่ดี ดังนั้น การเลือกกิน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ของนักมวย การที่ เราจะรับประทานอะไรนั้น เราควรเลือกอาหาร ที่มีประโยชน์ ต่อร่างกาย ของเรา และ ควรกินอาหาร ในปริมาณ ที่พอดี พอเหมาะ ไม่มาก หรือ น้อยจนเกินไป และ การออกกำลังกาย ในการสร้างกล้ามเนื้อ เราควรเลือกกิน อาหาร จำพวก โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ เนื้อไก่ อกไก่ หรือ กินเวย์โปรตีน เพื่อช่วยในการ เสริมสร้างโปรตีนให้แก่ร่างกายของเรา นั้นเอง
  3. การเพิ่มขัดจำกัดให้กับร่างกายของเรา ในการที่เรา จะลดน้ำหนัก ในแบบฉบับ นักมวยนั้น แน่นอนว่า นักมวย เขาออกกำลังกาย หรือ ฝึกซ้อมกันมวย กันอย่างหนัก ในการซ้อมแต่ละครั้ง เพราะ การซ้อม ของนักมวยนั้น คือการซ้อม ในการ เพิ่มขัดจำกัดให้กับร่างกาย เพื่อ ทำให้ร่างกาย แข็งแรง และ มีพละกำลังให้ มากขึ้นไป ล้มคู่ต่อสู้ ในสังเวียนให้ได้ แต่ สำหรับ คนที่อยาก ออกกำลังกาย หรือ การเลือก ลดน้ำหนัก ในการ ฝึกการซ้อมมวยนั้น วิธีการที่เราจะก้าวข้าม ขัดจำกันร่างกายของเรา เราก็ต้องหมั่นฝึกซ้อม มวยเป็นประจำทุกวัน ขยัน อดทน และ ที่สำคัญ ในการ ซ้อมแต่ละครั้ง เราควรที่จะ ลองเพิ่ม จำนวนการซ้อม จำนวนการ ทำกิจกรรม การออกกำลังกาย ให้มากขึ้น ค่อยๆเพิ่มๆ ค่อย ปรับ ให้ร่างกาย ของเรา ได้ปรับตัวให้ทัน ในการออกกำลังกาย ถ้าเราทำแบบนี้ไปเลื่อยๆ เพิ่มรอบการวิ่ง เพิ่มรอบการชก  เพิ่มการซ้อม ให้มากขึ้นเลื่อยๆ เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถ ก้าวข้ามขัดจำกัด ของตัวเองและร่างกาย ของเรา และยังสามารถ ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ให้กับร่างกาย เราได้มากอีกด้วย

 

ในการออกกำลังกาย นั้น แน่นอนว่าจะช่วย ในเรื่อง สุขภาพของเราได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การทำให้ร่างกาย ของเราแข็งแรง แต่เราก็ควรที่จะ  พักผ่อน ให้เพียงพอ อย่างหักโหม ร่างกาย ของเรามากขนเกินไป ไม่งั้น การที่เราทำอะไร เกินตัว หรือ ทำอะไรมากเกินไป อาจส่งผลเสียให้กับร่างกาย ของเราได้นั้นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

นักมวยลดน้ำหนักกันอย่างไร

การคาร์ดิโอ้สวย ๆ ด้วยมวยไทย

อาวุธมวยสุดทรงพลัง

อาวุธมวยสุดทรงพลัง

ศิลปะการต่อสู้ ที่ขึ้นชื่อของไทยนั่นคือ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้เพียงแค่มือเปล่า เท้าเปล่า เข่า และข้อศอก ก็สามารถเล่นงาน คู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด มาดูกันว่า อาวุธโจมตีชนิดใด ในมวยไทยที่หนักหน่วง รุนแรง และอันตรายมากที่สุด

 

ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ก็แค่มือเปล่า เท้าเปล่า แต่รู้หรือไม่ว่า อาวุธทั้ง 8 นี่แหละ ที่มีความหนักหน่วง รุนแรง และอันตรายแตกต่างกัน มาดูกันว่าอาวุธไหนอันตรายที่สุด

 

 

อาวุธที่ 1 : หมัด

 

     ขอเริ่มจาก ( หมัด ) ซึ่งเป็นอาวุธมวยไทย ที่ใช้บ่อย และมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ มวยสากลสมัครเล่น และ มวยสากลอาชีพ เพราะนักมวยไม่สามารถใช้ เท้า เข่า ศอก ได้อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนั้น นักมวยสากล จำเป็นต้องมีทักษะ ในการใช้หมัด หลากหลายแบบ โดยหมัดนั้น จะใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น เพื่อหวังโจมตีระยะกลาง และหนักแน่นพอ ที่จะล้มคู่ต่อสู้

 

การปล่อยหมัด ที่ทำน้ำหนักได้ดีสุด คือ การใช้ หมัดตรงหมัดหลัง นักมวยจะใช้ การบิดไหล่ข้างถนัด โน้มไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิด แรงส่งจากสะโพก ลำตัว หัวไหล่ ที่มากกว่าหมัดตรงธรรมดา ออกไปยังเป้าหมาย แล้วดึงหมัดกลับมา ในท่าจดมวยเดิม

 

ความอันตราย ของการใช้หมัด ถือว่าไม่ได้รุนแรงเท่า ศอก เข่า เท้า เพราะหมัด จะต้องอาศัยกล้ามเนื้อ บริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อ ส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มาก น้ำหนัก และความแรง จึงไม่อาจเทียบเท่ากับส่วนอื่น ๆ

 

 

อาวุธที่ 2 : ศอก

 

อาวุธต่อมา ศอก เป็นอาวุธโจมตี ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่กลับมีอันตรายมากสุด และทุกคนต่างลงความเห็น เป็นเสียงเดียวกันว่า ศอก คือ อาวุธที่อันตราย มากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

 

ทำไม ศอก ถึงอันตรายที่สุด นั่นก็เพราะว่า อาวุธศอก มีพื้นผิวสัมผัสน้อย ยิ่งพื้นที่การตีน้อย และรวดเร็ว จึงเกิดค่าความดันที่สูงมาก และศอกยังเป็นบริเวณ ที่แหลมคม มีความแข็งของกระดูก

 ทำให้เกิดแผล บริเวณใบหน้า ได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด เมื่อโดนแรงจากปลายศอก เข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันที่มีค่าสูงจึง ส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงงไปจนถึงขั้นสลบ จนสามารถทำให้ ชนะน็อคเอาท์ได้ หรือหากเป็นแผลแตก เหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมอง เห็นของนักมวยอีกด้วย

 

 

 

อาวุธที่ 3 : เข่า

 

เข่า เป็นอาวุธมวยไทย ที่มีความหนักหน่วง เนื่องจากใช้แรงส่งจากสะโพก โดยใช้ส่วนของ หัวเข่าด้านหน้า หรือ ด้านข้างหัวเข่า ซึ่งเป็นมุมแหลม และแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนนิ่ม ของร่างกาย เช่น หน้าขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

 

ถึงแม้ว่า เข่า จะมีความหนักหน่วง มีเหลี่ยมของเข่า ที่กระแทกเข้าที่ส่วน ลำตัวของร่างกาย แต่เข่าไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุด เพราะส่วนมากแล้ว ร่างกายของนักมวยไทย ถูกฝึกฝนกล้ามเนื้อ ให้แข็งแรง ทนทาน พร้อมรับน้ำหนัก และแรงกระแทกจากเข่าอยู่แล้ว

 

 

 

อาวุธที่ 4 : เท้า

 

อาวุธสุดท้ายคือ เท้า เป็นอาวุธโจมตีระยะไกล และถือเป็น อวัยวะสำคัญสำหรับ การชกมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในจังหวะรุก และรับ แถมยังมีพลังโจมตี มากพอที่จะทำให้ คู่ต่อสู้น็อคเอาท์ได้ทันที ในชั่วพริบตาหากโดนเตะ เข้าที่ก้านคอ เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาท ที่เป็นส่วนที่สำคัญ นอกจากเท้าแล้ว มีอีกอย่างที่น่ากลัวคือ แข้ง เพราะมีน้ำหนัก และความรุนแรง หากใครโดนก็เหมือน ถูกท่อนไม้ตีเลยทีเดียว

 

อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงเกิดจากแรงขา และการหมุนของสะโพก สามารถโจมตีได้หลายแบบ นอกเหนือจากเตะก้านคอ ยังใช้เตะตัด เตะเฉียง การถีบ ดังนั้น การเตะที่ดีต้องอาศัยจังหวะ ความเร็ว การทรงตัว การเคลื่อนที่ที่ดี เพื่อให้การเตะ นั้นออกมาสมบูรณ์

 

 

คราวนี้เพื่อน ๆ ก็รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า อันไหนอันตรายที่สุด รู้แล้วก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ แต่หากใครอยากลองฝึกฝนอาวุธเหล่านี้ดู ก็ลองค้นหายิมมวยใกล้บ้าน และเข้าไปลองพูดคุยดูนะคะ

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยกรง บนสังเวัยน 8 เหลี่ยม

มวยไทย จากอดีตสู่ปัจจุบัน

ศิลปะป้องกันตัวท่าทางการต่อสู้ ของมวยไทย

ศิลปะป้องกันตัวท่าทางการต่อสู้ ของมวยไทย

   มวยไทย นั้น ถือได้ว่าเป็นกีฬา ที่ใครๆ หลายๆ คน ให้ความสนใจ กันเป็น จำนวนมาก ด้วย ท่าทาง การต่อสู้ที่ดุเดือด และ สวยงามไปในตัว

          ถ้าใครๆ หลายๆ ทานพูดถึง มวยไทย แล้วละก็ แน่นอนว่า เป็นกีฬา ที่จะทำให้ใครๆ หลายๆ ทาน สนใจ และ ติดตามกันเป็น จำนวนมาก ไม่ว่า จะเป็น สายภาพยนตร์ สายการเเสดง สายการ์ตูน ล้วนแล้ว มีมวยไทย เข้าไปมีบทบาท เป็นส่วนใหญ่ ด้วยท่าทาง และ ลีลา ที่ ดุดเดือด และ สวยงาม รวมไปถึง ประวัติศาสตร์ อันยาว นานของ มวยไทย ไม่ว่าจะเป็น ท่าทางการต่อสู้ เรื่องเล่า ของคนสมัยก่อน ร่วมไปถึง ประวัติ และความเป็นมา ที่มากมาย และ ยังมีความเป็นเอกลักในตัว อีกด้วย

 

มวยไทย นั้น ถือได้เลยว่า เป็นกีฬา ที่ทำให้ ใครๆ หลาย คน สนใจ และ ติดตาม เพราะ มีการแข่งขัน อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น ในประเทศไทยเรา หรือ ต่างประเทศ ก็ให้ความสนใจ กันเป็นจำนวนมาก และ มีการแข่งขัน ที่ดุเดือด นั้นจึงทำให้ เป็นกีฬา ยอดนิยม ในหลายๆ ประเทศเลยที่เดียว

 

ท่าศิลปะการต่อสู้ของ มวยไทย

 

ท่าทาง เเละ การต่อสู้ ของ มวยไทยนั้น ไม่ใส่แค่ ความเท่ และ สวยงามอย่างเดียว ยังเป็นการป้องกันตัว ที่ได้ผล และ รุนแรง ถ้าทำใส่คู่ต่อสู้ และ ยังได้รับความนิยม มากมาย ท่ามวยไทย แต่ละท่า นั้น ยังได้ มีการเอาไป เป็นแบบ หรือ ได้มีการ ทำท่าทาง ทั้งในเกม และ ภาพยนตร์ นั้น คงไม่ต้องบอกเลยว่า ศิลปะ ท่าทางแม่ไม้มวยไทยนั้น ได้รับความนิยม มากมาย ขนาดไหน เราจะยกตัวอย่าง ท่ามวยไทย เด็ดๆ ที่ ใครๆ ก็รู้จัก และ เป็นที่นิยม กัน

 

ท่าที่ 1 ยอเขาพระสุเมรุ

ท่านี้ใช้ตั้งรับหมัดตรง และ หากคู่ต่อสู้นั้นเป็นมวยซ้าย ให้ก้มศีรษะลงไป ให้หมัดของอีกฝ่ายนั้น ผ่านศีรษะไป พร้อมกับสืบเท้า ขวาไปข้างหน้า เพียงเล็กน้อย แล้ว ใช้ความรวดเร็ว และ จังหวะหาโอกาส ปล่อยหมัด เสย ปลายคางฝ่ายตรงข้ามทันที ถือเป็นท่าที่รุนแรง เลยที่เดียว และ สามารถ ล้มคู่ต่อสู้ ให้นอนลงบนพื้นได้ นะจะบอกให้

 

ท่าที่2 หักงวงไอยรา

ท่านี้จะถือ เป็นการ ใช้ศอกในการ แก้ทางมวย และ ตัดกำลังขาคู่ต่อสู้ได้เป็นอย่างดีเลยที่เดียว เพราะ เนื่องจากมวยไทย เราจะ สังเกตได้เลยว่า จะมีการใช้ขาในการ เตะอยู่หลายท่ามากๆ  ดังนั้นท่า หักงวงไอยรา จึงจำเป็น ที่จะต้องใช้ตัดกำลังขา ของคู้ต่อสู้ ด้วยการใช้ศอกกระทุ้งที่โคนขานั้น อาจจะยากในการที่จะหาจังหวะทำท่านี้  เพราะเมื่อคู่ต่อสู้ยกแขนเตะกวาดที่ชายโครงแล้ว ฝ่ายรับจะต้องก้าวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมหันหน้าไปตามทิศทางที่ฝ่ายตรงข้ามรุกเตะเข้ามา แล้ว ให้กระแทกศอกอัดบริเวณโคนขา ชองคู่ต่อสู้  พร้อมใช้แขนจับล็อก ที่ หน่อง เพื่อยกให้ขาขึ้นสูง เพื่อให้เสียหลักป้องกัน ท่านี้จะเป็น ท่าที่เห็น ในภาพยนตร์ในหลายๆ เรื่องด้วยนะ

 

ท่าที่ 3 หนุมานถวายแหวน

            ท่านี้ ถือเป็นที่ ที่ได้รับความนิยม ในหลายๆ ทาน เป็นอย่างมาก เพราะ ท่านี้ ได้มีการ นำไป แสดง ทั้งภาพยนตร์ ละครเวที หรือ รวมไปถึง เกม นั้นแสดงให้เห็นเลยว่า ท่า หนุมานถวายแหวน นั้น เป็นท่า ที่ใครก็รู้จัก ท่านี้นั้น จะเป็นการ ใช้เชิงมวย และ การแก้ทางชอง มวยมือขวา ถ้าใครที่ได้ดูฉาก ในละคร จะเห็นได้เลย ว่าท่านี้ก็พิษร้ายแรงใช้เล่นทำเอาคู่ต่อสู้ เจ็บช้ำเลือดช้ำหนองได้เลยทีเดียว  เนื่องจากฝ่ายรับจะก้าวเท้ามาด้านข้าง พร้อมใช้หมัดซ้ายปัดหมัดขวาของฝ่ายรุก จากนั้น ให้เราย่อตัวลงหลบหมัดตรงของคู่ต่อสู้ แล้วสวนกลับด้วยหมัดทั้งสอง อย่ารวดเร็ว เสยเข้าไปที่คาง ให้เต็มแรง รับรองว่าคนโดนต้องมีร้องกันมั้ง แหละ

 

ท่าแต่ละท่านั้น มีประวัติ และ ความเป็นมา อย่างยาวนาน ด้วยท่าทางลีลา ที่สวยงาม รวมไปถึงความรุนแรง ที่สามารถ ทำให้คู่ต้องสู้ ล้มลงพื้น นั้น เป็นสาเหตุ ที่ทำให้ ใครๆ หลายคน ให้ความสนใจ และ ฝึกฝนมวยไทย เพื่อ ป้องกันตัว หรือ เพื่อแข่งขัน ขึ้นสู่สังเวียน เพื่อ จะไปคว้าชัยชนะ และ ยังเป็นตัว อย่างให้ หลายๆ สื่อ ทั้ง ภาพยนตร์ การ์ตูน และ เกม ได้นำไป ใช้ เพื่อเป็น ศิลปะ และ ความบันเทิง นั้น ทำให้ มวยไทย ได้รับความนิยม ไปทั่วโลก และ ทำให้ ใครๆ หลายๆ ทาน อยากหลงรักใน ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

เครื่องรางของขลังประจำตัวนักมวย

ไหว้ก่อนชก ประเพณีอันดีงาม

เครื่องรางของขลังประจำตัวนักมวย

เครื่องรางของขลังประจำตัวนักมวย

ในอดีตมวยไทยนั้นเป็นสิ่งสำคัญของลูกผู้ชาย เพราะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า การมีวิชาอาคมอยู่ยงคงกระพันเชื่อว่าจะช่วยให้การต่อสู้ได้รับชัยชนะและปลอดภัยจากคมดาบ ดังนั้นเครื่องรางของขลังจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่นักมวยต้องมี

 

1. มงคล

     มงคลทำด้วยสายสิญจน์ หรือผ้าดิบที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนต์ คาถาและเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้าย หรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง

     ในอดีตมีการกล่าวถึงการใช้ไสยศาสตร์ในพิธีทำมงคล ดังนั้นการสร้างมงคลแบบที่ยาก และมีอำนาจแบบไสยศาสตร์เร้นลับที่สุด จะเป็นห่วงวงกลมทำมาจาก “งูกินหาง” อาจจะเป็นงูหนึ่งตัวกินหางของมันเองหรืองูสองตัวกินหางซึ่งกันและกันก็ได้ การกินหางของงูเกิดจากอำนาจสะกดจิต หรือพลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ แล้วนำห่วงกลมที่เกิดจากงูกินหางนั้นไปย่างไฟจนแห้งสนิท จากนั้นนำไปแช่น้ำมนตร์ ซึ่งหุงมาจากน้ำมันมะพร้าวผสมด้วยว่านยาสมุนไพรบางอย่าง แล้วจึงพันไว้ด้วยผ้ายันต์ หรือด้ายสายสิญจน์หุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง เล่ากันว่าพิธีกรรมเร้นลับสำหรับการสร้างมงคลเครื่องผูกศีรษะเหล่านี้ ใช้อำนาจไสยศาสตร์ให้เคลื่อนไหวสำเร็จขึ้นมาทั้งสิ้น ปัจจุบันสูญหายการถ่ายทอดไปหมดแล้ว

     มงคลถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มกันอันตราย ในอดีตใช้สวมศีรษะในขณะชก บางคนสวมสองอันก็มี เวลาชกมวยหากมงคลหลุดจากศีรษะ ฝ่ายตรงข้ามก็จะหยุดชกเพื่อให้เก็บมงคลมาสวมใหม่ แล้วจึงชกต่อเป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมาจะไม่มีการซ้ำเติมกันในขณะก้มลงเก็บมงคลเป็นอันขาด ส่วนนักรบในอดีตก็จะสวมมงคลออกรบโดยสวมไว้ที่ศีรษะหรือคล้องคอ เวลาไม่ได้ใช้ก็จะเก็บรักษาไว้ในที่สูง เช่น บนหิ้ง บนตู้ หรือใส่ตะกร้าแขวนไว้สูง ๆ ในบริเวณที่เป็นห้องพระ หรือหัวนอน เพื่อบูชาและป้องกันการสูญหาย หรือป้องกันใครเดินข้ามเพราะจะทำให้คาถาอาคมเสื่อมได้

 

2. ประเจียด

     ใช้ผ้าสาลู (ผ้าขาวบางเนื้อดี) หรือผ้าดิบสีขาว หรือสีแดงตัดเป็นสามเหลี่ยมลงเลขยันต์มหาอำนาจ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด คุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ เช่น อักษรขอม อักษรเทวนาครี ซึ่งพระครูหรือเกจิอาจารย์จะเป็นผู้เขียน และทำพิธีพุทธาภิเษก เช่นเดียวกับพระเครื่องหรือพระบูชา ม้วนหรือถักพันด้วยด้าย อาจใส่ว่าน ตะกรุด หรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่นไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ “เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัวใช้ผูกติดกับต้นแขนตลอดเวลาการแข่งขันชกมวย”

 

3. ผ้ายันต์

     คือผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบางสีขาวหรือสีแดง เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่าง ๆ โดยเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเชื่อถือว่ามีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า “ใช้พกติดตัว หรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้”

 

4. พระเครื่อง

     ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่าง ๆ ที่เป็นที่เคารพเชื่อถือของประชาชน นำมารวมกัน บางครั้งอาจใช้เส้นผม เชี่ยนหมาก เศษจีวรของเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงผสมลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความขลังแล้วจึงทำพิธีพุทธาภิเษกลงเลขยันต์ คือมีพิธีกรรมที่รวมการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่าง ๆ ในขณะทำพระเครื่องเวลาขึ้นชกมวยมักจะพกติดตัว โดยใช้พันไว้ในมงคล หรือผ้าประเจียด “นักมวยบางคนใช้อมไว้ในปากเวลาขึ้นชก วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมเพราะจะเป็นอันตรายแก่ตัวเองได้”

 

5. ตะกรุด

     ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสาลงเลขยันต์ คาถาอาคมเช่นเดียวกับลงผืนผ้าเพื่อทำประเจียด แล้วม้วนให้กลมตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อย “ใช้สำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน” หากใส่ในมงคลหรือประเจียดมักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

6. พิสมร

     ทำด้วยแผ่นโลหะหรือใบลานรูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์มีที่ร้อยสาย แต่โดยมากไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ซึ่งต้องผ่านพิธีกรรมเช่นเดียวกับตะกรุด

 

7. พิรอด

     ทำด้วยกระดาษสา หรือถักด้วยหวายผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำไลพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือแหวนพิรอดใช้สวมนิ้ว หากเป็นกำไลพิรอดชนิดงู 2 ตัว กลืนหางซึ่งกันและกันจนตายทั้งคู่เช่นเดียวกับการทำมงคล “นับว่าเป็นของวิเศษเพราะหายาก และเชื่อว่ามีอานุภาพมาก”

 

8. ว่าน

     คือพืชที่มีสรรพคุณหลายอย่าง บางชนิดใช้ในการรักษาพยาบาล ใช้รับประทานรักษาโรคบางชนิด ใช้ทารักษาแผล รักษาผิวหนัง บางชนิดห้ามรับประทานเพราะเป็นพิษ “บางชนิดเชื่อว่าทำให้ผิวหนังทนความร้อน หรือหนังเหนียว จึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง โดยการปลุกเสกคาถาอาคมเช่นเดียวกับเครื่องรางของขลังชนิดอื่น” ใช้พกติดตัวใส่ในมงคลประเจียด หรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำพระเครื่อง บางคนใช้แช่น้ำดื่มก็มี

 

9. คาดเชือก

     การคาดเชือกเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของมวยไทย คือ การคาดเชือกที่มือโดยใช้ด้ายดิบที่จับเป็นไจ(รวมเส้นด้าย) ขนาดโตเท่าดินสอดำ ต่อกันเป็นเชือกยาวประมาณ 20 -25 เมตร ม้วนแยกไว้ 2 กลุ่ม ใช้พันสันหมัดและข้อมือ ความยาวต่างกันตามความต้องการของประเภทนักมวย

     การคาดเชือกจะช่วยให้กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง น้ำหนักหมัดมีความหนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา แต่ถ้าพันหนามาก  จะทำให้ชกอืดอาด  บางสำนักครูอาจารย์จะเป็นผู้พันด้ายดิบให้นักมวย พร้อมบริกรรมคาถาพร้อมกันไป  บางแห่งก็จะทำพิธีปลุกเสกลงคาถาอาคมในด้ายดิบ  บางอาจารย์ใช้ด้ายตราสังศพมาใช้พันมือของนักมวย

     คุณลักษณะพิเศษของการคาดเชือก คือ วิธีการคาดสามารถบอกภูมิลำเนาของสำนักมวยได้ว่าเป็นนักมวยมาจากถิ่นใด  และบอกถึงลักษณะการใช้หมัดและการใช้ศอกว่าเป็นอย่างไร เช่น “มวยโคราช” เป็นนักมวยเตะและต่อยวงกว้าง จะคาดหมัดถึงข้อศอกเพื่อป้องกันการเตะ ส่วนมวยลพบุรี เป็นที่เลื่องชื่อว่ามวย “หมัดตรง” ไม่กลัวเตะเพราะรู้เชิงป้องกัน การคาดเชือกจึงเพียงครึ่งแขน ส่วนมวยภาคใต้ “มวยไชยา” ถนัดใช้ศอกและแขน การคาดเชือกจึงเลยข้อมือไม่มากนัก เพื่อกันเคล็ดเท่านั้น เนื่องจากจะใช้ศอกในการกระแทกลำตัว หากบางคนต้องการพันด้ายขนาดยาวเพราะต้องการใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

     “เครื่องรางของขลังทั้งหมดนี้ รวมเรียกว่าเครื่องคาด คือ ใช้ผูกหรือคาดที่ศีรษะ แขน เอวเป็นต้น” บางแห่งเคี้ยวหมาก ซึ่งถือเป็นเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งเช่นกัน โดยเกจิอาจารย์จะเป็นผู้จัดทำ และลงคาถาอาคมให้นักมวยเคี้ยว เพื่อต่อสู้ศัตรูคนไทยสมัยก่อนมีความเชื่อถือในเรื่องของไสยศาสตร์ เช่น คาถาอาคม ความอยู่ยงคงกระพัน และเรื่องของจิตวิญญาณกันมาก นอกจากเครื่องรางของขลังดังกล่าวแล้ว ถ้าหากต้องการให้คาถาอาคมติดกาย หนังเหนียว มีความอดทนไม่เจ็บปวดก็จะให้เกจิอาจารย์สักอักขระแห่งเครื่องหมายไสยเวทบนผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อความอยู่ยงคงกระพัน เพราะเชื่อว่าศาสตราวุธทั้งหลายไม่สามารถทำอันตรายได้ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อสู้กับศัตรู ก็จะใช้ท่องภาวนาคาถากำกับอีกครั้งตามที่เกจิอาจารย์ได้สั่งสอนไว้ เพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ สร้างสมาธิให้จิตแน่วแน่มั่นคง เวทมนตร์คาถาที่ใช้จึงเป็นในทางคุ้มภัย เมตตามหานิยม อยู่ยงคงกระพัน เชื่อว่าสามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นได้ ทั้งเป็นการป้องกันหากคู่ต่อสู้ใช้อาถรรพเวทก็จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์คาถาถอนแก้การกระทำยำยี บำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นให้เสื่อมสลายไปในทันทีทันใด

     นี่ก็เป็นเครื่องรางของขลังในมวยไทยที่นักมวยมักจะนิยมใช้ทุกครั้งเมื่อต้องขึ้นชก แต่อย่างไรก็ตามมักอยู่ที่ความเชื่อของคน เพราะก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการชกด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันนี้นักมวยทุกคนก็ยังต้องมีเครื่องรางของขลังติดตัว เพราะนักมวยจะเชื่อกันว่าพกติดต่อแล้วรู้สึกปลอดภัย เพราะของขลังที่ได้มาแต่ละชิ้นนั้นล้วนมาจากเกจิอาจารย์ที่ตนเองนับถือ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ตนเองมีที่พึ่งทางใจ

     และถ้าหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 สาขา (สาขารัชดา, สาขาข้าวสาร, สาขาศรีนครินทร์)

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

กติกาสังเวียนมวยไทย

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

กติกาสังเวียนมวยไทย

กติกาสังเวียนมวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ที่มีความโดดเด่น ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ ซึ่งปัจจุบันมีการจัดรายการแข่งขันและได้รับความสนใจ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกติกาในการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น กันสักหน่อยดีกว่า

 

     กีฬาทุกชนิดนั้นจะมีกฎกติกาของแต่ละกีฬาแบ่ง ๆ กันไป ไม่ว่าจะเป็นกีฬาที่ใช้พลังกำลังหรือกีฬาที่ใช้ความสามารถด้านความคิดหรือรวมไปถึงกีฬาประเภท Esport หรือกีฬาที่แข่งกันผ่านเกมก็ล้วนแล้วจะมีกฎกติกา อยู่ทุกประเภท รวมไปถึงกีฬาที่ใช้การต่อสู้เพื่อล้มคู่ต่อสู้ นั่นคือ กีฬาการต่อยมวยนั่นเอง กีฬามวยนั้นจะแบ่งกฎกติกาในหลาย ๆ กฎกติกา ไม่ว่าจะเป็นกฎกติกาเวทีสังเวียน กฎกติกาอุปกรณ์การชกมวย หรือกฎกติกานักมวย จะแบ่งได้หลากหลายรูปแบบของกฎกติกา ดังนั้น เราจะมาแยกกฎกติกาของกีฬามวยประเภทต่าง ๆ กัน ดังนี้

 

     กติกาในการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น มีหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนและการตัดสิน ดังนี้

1. การให้คะแนนการชก

     1.1 การชกที่ได้คะแนน ในแต่ละยก ผู้ตัดสินจะคิดคะแนนให้แก่นักมวยแต่ละคน ตามจำนวนของการชกที่ถูกต้องตามแบบฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

     1.2 การชกที่ไม่ได้คะแนน มีดังนี้

          - การชกที่ละเมิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง

          - ชกถูกแขน ขา ของคู่แข่งขัน ในลักษณะที่คู่แข่งกระทำเพื่อป้องกันตนเองจากอาวุธของคู่แข่งขัน

          - การปล่อยอาวุธที่ไม่มีน้ำหนักหรือแรงส่งจากร่างกาย

2. ชนิดของการตัดสิน

     2.1 ชนะโดยน็อคเอาท์ (Win by Knock Out) ถ้าผู้เข้าแข่งขัน “ล้ม” และไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ภายใน 10 วินาที ให้ผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้ชนะน็อคเอ้าท์

     2.2 ชนะโดยคะแนน (Win by Points) เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับการตัดสินเสียงข้างมากจากผู้ตัดสินเป็นผู้ชนะ ถ้าผู้แข่งขันทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บหรือถูกนับสิบพร้อมกัน และไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ ผู้ตัดสินต้องรวมคะแนนที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนได้จนถึงเวลาที่การแข่งขันได้หยุดลง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันที่ได้คะแนนมากกว่าเป็นผู้ชนะ

     2.3 ชนะโดยผู้ชี้ขาดสั่งยุติการแข่งขัน (Win by Referee stopping contest)

          - ฝีมืออ่อนกว่ามาก (Out-classed) เมื่อผู้ชี้ขาดเห็นว่า ผู้แข่งขันคนหนึ่งฝีมืออ่อนกว่ามาก หรือถูกชกมากไป ต้องยุติการแข่งขันและให้คู่แข่งขันเป็นผู้ชนะ

          - บาดเจ็บ (Injury) ถ้าผู้ชี้ขาดเห็นว่า ผู้แข่งขันคนหนึ่งมีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พอที่จะแข่งขันต่อไปได้ เนื่องจากได้รับการบาดเจ็บจากการชก หรือ ด้วยเหตุทางร่างกายอื่นๆ ต้องยุติการแข่งขันและให้ผู้แข่งขันเป็นผู้ชนะ ทั้งนี้เป็นสิทธิ์ของผู้ชี้ขาดที่อาจจะหารือกับแพทย์ ซึ่งเมื่อหารือกับแพทย์แล้ว ผู้ชี้ขาดต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

     2.4 ชนะโดยถอนตัว (Win by retirement) ถ้าผู้เข้าแข่งขันถอนตัวจากการแข่งขันด้วยความสมัครใจ เนื่องมาจากอาการบาดเจ็บหรือเหตุอื่น หรือไม่สามารถแข่งต่อไปทันที หลังจากการหยุดพักระหว่างยก ให้คู่เข้าแข่งขันเป็นผู้ชนะ

3. การให้คะแนน

     3.1 แต่ละยกมี 20 คะแนน เมื่อสิ้นสุดลงแต่ละยกผู้เข้าแข่งขันที่ดีกว่า มีทักษะมากกว่า จะได้ 20 คะแนน และคู่เข้าแข่งขันจะได้ลดลงไป ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสองชกดีเท่ากัน ให้คะแนนคนละ 20 คะแนน

     3.2 คิดคะแนนให้เป็นไปตามเกณฑ์การให้คะแนน คือ 1 คะแนน สำหรับอาวุธที่กระทำถูกต้อง 1 อาวุธ

     3.3 เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ถ้าได้ให้คะแนนแต่ละยกตามเกณฑ์ข้อ 1 และ 2 แล้วผู้ตัดสินพบว่า คะแนนของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายเท่ากัน จะต้องพิจารณาตัดสินผลการแข่งขันให้แก่ผู้แข่งขัน

          - ผู้แข่งขันที่เป็นฝ่ายรุกมากที่สุด หากเป็นฝ่ายรุกเท่ากันให้พิจารณาผู้ที่มีแบบในการชกดีกว่า

          - ผู้แข่งขันที่มีการป้องกันตัวดีกว่า จากการปัดป้อง ปิด จับ รั้ง การหลบหลีกและอื่น ๆ สามารถป้องกันอาวุธต่าง ๆ ของคู่ต่อสู้จนคู่ต่อสู้ทำอะไรไม่ได้

     3.4 ในการแข่งขันทุกครั้งจะต้องมีการประกาศผู้ชนะ

4. การแต่งกาย

     4.1 ต้องสวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนขา สีแดงหรือสีน้ำเงินตามมุมของตนเอง ไม่ปักโฆษณาเกินกว่า 10 ตารางเซนติเมตร และต้องสวมเสื้อไม่มีแขน สีเสื้ออาจเป็นสีเดียวกับกางเกงก็ได้

     4.2 ไม่สวมรองเท้า เล็บเท้าต้องตัดสั้น ต้องใช้สนับแข้ง สนับศอก สวมที่ศอกและขาทั้งสองข้างตลอดการแข่งขัน และต้องเป็นสนับแข้ง สนับศอกที่คณะกรรมการสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยรับรองเท่านั้น ห้ามใช้ผ้าพันรัดโดยเด็ดขาด

     4.3 สวมมงคลที่ศีรษะเฉพาะเวลาที่ร่ายรำไหว้ครูก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น และจะผูกผ้าประเจียดที่โคนแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้างก็ได้ ส่วนเครื่องรางอื่น ๆ อนุญาตให้ผูกเอว แต่ต้องหุ้มให้มิดชิดไม่ให้เกิดอันตรายขณะแข่งขัน

     4.4 ต้องสวมกระจับ ที่ทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน เมื่อถูกตีด้วยเข่าหรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่นจะทำให้บริเวณอวัยวะเพศไม่เกิดอันตราย

     4.5 ต้องใส่สนับฟัน เพื่อป้องกันกระแทกกับส่วนใดส่วนหนึ่งของอวัยวะภายในปาก ผู้แข่งขันที่เจตนาคายสนับฟันระหว่างการแข่งขันจะถูกเตือน หากทำอีกจะถูกตัดคะแนนหรือปรับเป็นผู้แพ้

          ถ้าสนับฟันหลุดออกจากปาก ให้ผู้ชี้ขาดยุติการแข่งขัน โดยนำผู้แข่งขันไปที่มุม ล้างสนับฟันให้สะอาดแล้วใส่คืนกลับเข้าที่ใหม่ ในระหว่างนั้นห้ามพี่เลี้ยงพูดกับผู้เข้าแข่งขันและห้ามให้ดื่มน้ำ

     4.6 ต้องสวมนวม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บบริเวณมือ ซึ่งนวมที่ใช้แข่งขัน ผู้แข่งขันต้องสวมนวมสีแดงหรือสีน้ำเงินให้ตรงกับมุมของตนเอง

          คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะจัดไว้ให้ ไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขันใช้นวมของตนเอง และนวมที่ใช้ต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริหารของสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย

          นักมวยน้ำหนักไม่เกินรุ่นเวลเตอร์เวท ใช้นวมขนาด 10 ออนซ์ (284 กรัม) นักมวยน้ำหนักตั้งแต่รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท ใช้นวมขนาด 12 ออนซ์ (340 กรัม)

     4.7 ต้องสวมเครื่องป้องกันศีรษะ เครื่องป้องกันลำตัว ข้อเท้าและข้อศอก ที่คณะกรรมการเตรียมไว้ให้เท่านั้น การละเมิดเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย ผู้ชี้ขาดจะไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขันที่แต่งกายไม่ถูกต้องเข้าร่วมทำการแข่งขัน ในกรณีที่นวมหรือเครื่องแต่งกายของผู้แข่งขันไม่เรียบร้อยในขณะแข่งขัน ผู้ชี้ขาดจะหยุดการแข่งขันเพื่อจัดให้เรียบร้อย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ผู้หญิงกับมวยไทย

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

มวยกรง บนสังเวัยน 8 เหลี่ยม

มวยกรง บนสังเวัยน 8 เหลี่ยม

ในไทยปัจจุบัน ช่วงนี้กระแส MMA ( Mixed Martial Arts ) หรือเรียกอีกอย่างว่า มวยกรง ค่อนข้างมาแรง เป็นการต่อสู้ที่รวม เอาศิลปะการต่อสู้ หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน มีทั้งการเตะต่อย และการทำให้ คู่ต่อสู้ยอมแพ้ นั่นเอง

 

มวย แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้ บนสังเวียนที่ ได้รับความนิยมมาก แต่ด้วยวิธีการชก ที่เปลี่ยนแปลงไป มีทั้งการชกแบบปกติ กับการชกแบบแท็คติค ที่อาศัยการเข้าคลุกวงใน กอด รัด เหวี่ยง ทุ่ม จนทำให้เสน่ห์ ของการชกมวยบางครั้ง หายไปแบบไม่น่าสนใจ น้อยคู่มากที่จะเป็นการชกมวย แบบฟาดปาก แลกหมัดกันแบบ สู้ไม่ถอยจริง ๆ นั่นทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขัน เริ่มมองหาวิธีการต่อสู้แบบใหม่ เพื่อตอบสนอง คนดูให้มากขึ้น จึงออกมาในชื่อ ที่เราเรียกว่า มวยกรง

 

 

ประวัติของ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts )

มวยกรงนั้น เป็นสังเวียนต่อสู้บน เวทีแปดเหลี่ยม ลักษณะจะมีลูกกรง ล้อมรอบเวที ส่วนชื่อการแข่งขัน ก็เปลี่ยนแปลงไป ตามองค์กรของตัวเอง และสปอนเซอร์ หากจะย้อนไปตามที่เช็คได้ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1993 ณ รัฐโคลโรราโด สหรัฐอเมริกา ปรากฏว่าความเข้มข้น สะใจของการต่อสู้บนสังเวียน ได้ทำให้เวทีการแข่งขันมวยกรงนี้ แพร่หลายไปทั่ว สหรัฐอเมริกา และ หลายประเทศ อย่างบราซิล อิตาลี เป็นต้น

 

 

การต่อสู้ แบบของจริง

จุดเด่นของการต่อสู้ แบบมวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ก็คือ นักสู้ที่เข้าไปในกรง สามารถงัดเอาศิลปะ การต่อสู้อะไรก็ได้ออกมา ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย คาราเต้ ยูโด ยิวยิตสู มวยปล้ำ และอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหมัด เท้า เข่า ศอก จับทุ่ม จับกด ท่านอน ท่ายืน สามารถเอามา ใช้ได้หมด เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ ตรงหน้าให้ได้ นั่นทำให้การต่อสู้นั้น ค่อนข้างเข้มข้น จนเลือดสาดกระจายเต็มเวที เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก คนดูจะรู้สึกได้ถึง ความน่าหวาดเสียว ของกระบวนท่า ความเจ็บปวด เสียงเนื้อกระทบกัน และอีกมากมาย แม้จะดูว่ารุนแรง แต่มันกลับกลายเป็นเสน่ห์ ที่ไม่น่าเชื่อของ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ไปในที่สุด

 

 

กรงป้องกันอันตราย

คำว่า มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) อาจจะมองว่าเป็นการต่อสู้ แบบไม่ให้ออกมา หากไม่มีใครยอมแพ้เสียก่อน แต่ความจริงแล้ว กรงนั้นมีไว้เพื่อป้องกัน อันตราย ต่อนักชกเองมากกว่า กรงนั้นจะไม่เหมือนเชือก ที่อาจจะมีนักสู้ยืมแรงจากการพิงเชือก มาเพื่อสร้างน้ำหนักให้กับตัวเอง จนเกิดอันตรายได้ แบบสองเท่า อีกทั้งกรงนั้นยังเป็นจุดกั้น ระหว่างนักแข่ง กับช่างกล้องให้ไม่อยู่ใกล้กันด้วย ลองนึกภาพช่างภาพ โดนลูกหลงจากนักสู้สิ บางทีอาจจะถึง ขั้นบาดเจ็บได้เลยนะ อีกทั้งลักษณะกรง 8 เหลี่ยมจะเป็นการป้องกัน ไม่ให้มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบมากจนเกินไป ระหว่างการต่อสู้ด้วย

 

 

ผลแพ้ชนะ ?

สำหรับผลการตัดสิน แพ้ - ชนะ ก็จะขึ้นกับองค์ประกอบต่าง ๆ ได้แก่ การชนะคะแนนหลังจากชกกัน ครบยกตามที่กำหนด ซึ่งหากเป็นการแข่งขันทั่วไปจะมี 3 ยก แต่หากเป็นการแข่งขัน ไฟล์ชิงแชมป์ หรือไฟล์นัดพิเศษ จะแบ่งเป็น 5 ยก ส่วนผลการตัดสินผล แพ้ - ชนะ จะประกอบไปด้วย การชนะน็อคเอาท์คู่ต่อสู้ หรือคู่ต่อสู้ไม่สามารถแข่งขันต่อได้ และการทำให้คู่ต่อสู้ เอ่ยปากยอมแพ้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ นักสู้จะใช้ท่าล็อคคู่ต่อสู้ ส่งผลให้อีกฝ่ายเจ็บปวด จนทนไม่ได้ นอกจากนี้แล้วกรรมการ ผู้ชี้ขาดบนเวที ก็สามารถสั่งยุติการแข่งขันได้ ถ้าเห็นสมควรว่าอันตราย หรือผู้แข่งขันไร้สมรรถภาพ ในการตอบโต้ หรือป้องกันตัว

 

ส่วนผู้ที่สนใจ ใคร่ฝึกฝนศิลปะป้องกันตัว ด้วยมือเปล่าแขนงนี้ ในบ้านเราก็มีสำนัก ยิม และค่าย ที่เปิดสอนอยู่หลายแห่ง ไม่เพียงเท่านั้น ก็ยังมีสังเวียนการต่อสู้ วนเวียนเข้ามาเปิดการแข่งขัน อยู่ด้วยเช่นกัน มีเหล่าบุรุษ และสตรี สัญชาติไทยหลายท่าน ที่เคยขึ้นสังเวียนประลอง สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศ มาแล้วมากมาย ไปจนถึงคว้าเข็มขัดแชมป์เปี้ยน ในบางรุ่นด้วย ยิ่งคนไทยไปได้สวยบนรายการนักสู้ ที่มีความหลากหลายแบบนี้ มันยิ่งตอกย้ำว่านักมวยไทย เรามีความสามารถแค่ไหน อนาคตหวังว่า จะมีนักมวยไทย หรือ นักสู้ไทยประสบความสำเร็จ บนเวทีนี้กันเยอะมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีผู้คนอีกมากมาย ที่อาจมองว่า มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) นั้นจะเป็นศิลปะป้องกันตัว ที่ไร้ข้อจำกัด และกฎกติกา โหดร้าย ป่าเถื่อน ทว่าในการต่อสู้จริงเพื่อเอาชีวิตรอดแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ และแรงขับเคลื่อน ของสัญชาตญาณ ในการเอาชีวิตรอดเข้า มาเกี่ยวข้องเสมอ ศิลปะป้องตัวเป็นเพียง แค่การฝึกฝนเพื่อพัฒนา ศักยภาพของตัวเองเท่านั้น

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไหว้ก่อนชก ประเพณีอันดีงาม

มวยไทย กีฬาที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน

พื้นฐานการเริ่มมวยไทย

พื้นฐานการเริ่มมวยไทย

พื้นฐานการเริ่มมวยไทย

ปัจจุบันมวยไทยมีความนิยมมากขึ้น แต่การจะเล่นมวยไทยไม่ได้จะเล่นง่ายๆ ต้องมีการฝึกฝน ดั่งเช่นกีฬาอื่น ๆ ก็ต้องมีการฝึกเช่นกัน วันนี้เราจึงมาแนะนำการฝึกต่าง ๆ เพื่อให้คุณเป็นนักมวยที่ดี โดยใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก

 

การตั้งท่าจดมวย

ท่าจดมวย ถือว่าเป็นพื้นฐานของการฝึกมวยไทย หมายถึง การวางเข่า เป็นการวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึกมวยไทย ซึ่งในการจดมวยนั้น ต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย หมายถึง การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี ๒ เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา เหลี่ยมซ้าย ก็ถือว่าเป็นพื้นฐานของการฝึกมวยไทยเช่นกัน หมายถึง การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง ๑ ช่วงตัว สายตาจ้องมองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา พยายามอย่าละสายตา เหลี่ยมขวา หมายถึง การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

การวางตำแหน่งอวัยวะ

เป็นการวางตำแหน่งของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อให้มีท่าทางที่เป็นมวยไทย หมายถึง การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว การกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง ๔ นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

 

ศิลปะการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

เป็นทักษะพื้นฐานของกีฬามวยไทยที่มีอยู่มากมายหลายแบบ ซึ่งครูมวยต่างๆ ได้คิดค้นขึ้นมาใช้ และได้นำมาเขียน หรือบันทึกไว้ เพื่อประโยชน์ ในการเรียนการสอนวิชามวยไทยในปัจจุบัน

 

การใช้หมัด

คือ เป็นการใช้หมัดที่ถนัดมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว และเท้ายันพื้นเป็นฐาน โดยน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า ใช้แรงส่งจากเท้าหลังและสะโพก หัวไหล่ ออกไปเต็มที่

หมัดตัด หมายถึง เป็นการใช้หมัดเหวี่ยงออกไปเต็มที่ ในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม บริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ ผู้มีความรู้บางคน เรียกว่า หมัดเหวี่ยง แบ่งออกเป็น หมัดเหวี่ยงสั้น และหมัดเหวี่ยงยาว หมัดเหวี่ยงสั้น หมายถึง การเหวี่ยงวงแคบ หมัดเหวี่ยงยาว หมายถึง การเหวี่ยงวงกว้าง หมัดตวัด หมัดตวัด หมัดตวัด หมายถึง การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ หมัดเสย หมายถึง การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอกหงายหมัด แล้วพุ่งหมัดยกขึ้นสู่เป้าหมาย ได้แก่ ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้ หมัดเสย

 

การใช้เท้า

การใช้เท้าจะแบ่งออกเป็น ๒ ไม้ คือ การเตะ และการถีบ

  • การเตะ หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้าเตะตรง หมายถึง การเตะเสยจากพื้นขึ้นไปส่วนบนในลักษณะตั้งฉากกับพื้น
  • เตะตัด หมายถึง การเตะที่ใช้เท้าวาดขึ้นขนานกับพื้น สามารถเตะตัดได้ทั้งส่วนล่างของลำตัว และส่วนบนของอวัยวะ
  • เตะตวัด หรือเตะเฉียง หมายถึง การเตะที่ทิศของการเตะจะเฉียงลงพื้นสู่เป้าหมาย
  • กลับหลังเตะ หมายถึง การหมุนตัวหันหลังให้คู่ต่อสู้ แล้วเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง ให้ส้นเท้าปะทะเป้าหมาย
  • การถีบ หมายถึง การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือส้นเท้าปะทะคู่ต่อสู้ ปลายเท้าปะทะคู่ต่อสู้
  • การถีบตรง หมายถึง ก็ตามชื่อเลย เป็นการถีบออกไปตรงๆ ให้ปลายเท้า ส้นเท้า หรือฝ่าเท้าปะทะเป้าหมายในส่วนต่างๆ ของคู่ต่อสู้ ให้เต็มแรง โดยอาจเหยียดเท้าตรง หรืองอเท้าเข้าถีบก็ได้
  • การถีบข้าง หมายถึง การใช้ปลายเท้าถีบออกไปด้านข้างของลำตัว โดยเอียงศีรษะออกไปห่างจากลำตัว
  • การกลับหลังถีบ หมายถึง การถีบตรงออกไปด้านหลัง อาจเหยียดขาตรง หรืองอขาแล้วเหยียดตรงออกไปยังเป้าหมาย
  • การกระโดดถีบ หมายถึง การสืบเท้าที่ไม่ถนัดออกไป ๑ จังหวะ แล้วลอยตัวใช้เท้าที่ถนัดพุ่งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้
  • การถีบจิก หมายถึง การใช้ปลายเท้าที่ถนัดจิกไปบริเวณหน้าท้อง หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ไม่ถนัด

 

การใช้เข่า

หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนที่เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกขาส่วนบนกับกระดูกขาส่วนล่าง  แล้วงอพับขา กระทุ้งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้

  • เข่าตรง หมายถึง เข่าพุ่งตรงไปข้างหน้าเข้าสู่เป้าหมาย
  • เข่าเฉียง หมายถึง เข่าตีเฉียงเข้าสู่เป้าหมายด้านตรงกับเข่าที่พุ่งออกไป
  • เข่าโค้ง หมายถึง การบิดสะโพกให้คว่ำลง พร้อมกับเหวี่ยงขาให้มีรัศมีโค้งจากบนลงล่าง ปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดเป็นเส้นตรงกับขาและเข่า
  • เข่าโยน หมายถึง การกระโดดโยนเข่าขึ้นไปตรงๆ คล้ายๆ เข่าลอย เป้าหมายที่ปลายคาง และหน้าอกของคู่ต่อสู้
  • เข่าลอย หมายถึง การกระโดดขึ้นสูง ทะยานกับเข่าโยน แต่เข่าลอยสู่พื้นสูงกว่า

 

การใช้ศอก

การใช้ศอกขั้นพื้นฐานมีลักษณะดังนี้

  • ศอกตี หรือเรียกว่า ศอกสับ คือการใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง โจมตีไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของศัตรู เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า
  • ศอกตัด หมายถึง การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย
  • ศอกงัด หมายถึง การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก
  • ศอกกระทุ้ง หมายถึง การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง
  • ศอกกลับ หมายถึง การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

 

การนำเอาศิลปะแม่ไม้มวยไทยเหล่านี้ไปใช้ให้ได้ผลดีย่อมขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ความชำนาญ และความมีไหวพริบ ในการผสมผสานไม้มวยต่างๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย จากอดีตสู่ปัจจุบัน

มวยไทยกีฬาสุดมันของคนไทย

 

มวยไทย จากอดีตสู่ปัจจุบัน

มวยไทย จากอดีตสู่ปัจจุบัน

 

มวยไทย นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่คงคู่อยู่กับชาวไทยมาตั้งแต่อดีตกาล แม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ว่าศิลปะการป้องกันตัวชนิดนี้ก็ยังคงดำรงอยู่คู่กับชาวไทย และเผยแพร่สู่ต่างประเทศ จนกลายเป็นที่นิยม อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

 

ประวัติศาสตร์มวยไทย ( Muay Thai ) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอพยพ ของประชากรที่อาศัยอยู่ ในมณฑลยูนาน บนฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง ของประเทศจีน โดยตามตำนานของไทย เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมาก ที่เดินทางออกจากมณฑลยูนาน ประเทศจีน มาสู่ประเทศไทย เพื่อค้นหาที่ดิน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับการเกษตร อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการโยกย้าย ของพวกเขา ชาวไทยกลุ่มนี้ ได้ถูกโจมตีโดยโจร และสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีโรคต่าง ๆ ที่พวกเขาต้องเผชิญ เพื่อเพิ่มความสามารถ ในการป้องกันร่างกาย และจิตใจ การรับมือกับความทุกข์ยาก ชาวไทยสยาม จึงได้คิดค้นวิธีการต่อสู้

 

แม้ว่าการดูแลรักษา จัดเก็บเอกสาร ตำราทางประวัติศาสตร์ ในยุคนั้น ส่วนใหญ่จะสูญหายไป เมื่อครั้งที่ถูก กองทัพพม่าทำลาย และขับไล่ออกจาก เมืองอยุธยาในสมัย สงครามพม่า - ไทย ( พ.ศ. 2302 - 2303 ) แต่เราก็ยังสามารถพบหลักฐาน และข้อมูลของ เอกสารบางส่วน ได้จากบันทึกของพม่า กัมพูชา และจากชาวยุโรป เมื่อครั้งมาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นครั้งแรก รวมถึงจากบันทึกเหตุการณ์ ของล้านนา หรือเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน

 

สมัยสุโขทัย

 

เมืองหลวงของประเทศไทย ในช่วงนี้ตั้งอยู่ที่เมืองสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 1781 ถึง พ.ศ. 1951 ตามรายการที่บันทึกไว้ในศิลา สุโขทัยมีความขัดแย้งกับหลายเมือง ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมักจะเผชิญหน้ากับข้าศึกจากภูมิภาคต่าง ๆ ดังนั้น ทางเมืองสุโขทัยจึงมีคำสั่ง ให้มีการฝึกฝนในกองทัพ รวมถึงการใช้ดาบ หอก และอาวุธอื่น ๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้ นอกจากนี้ การฝึกต่อสู้โดยใช้ร่างกาย มีประโยชน์มาก ในยามบ้านเมืองไม่มีสงคราม ทักษะการต่อสู้ด้วยการใช้หมัด เข่า และศอก ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อม ของกองทัพสุโขทัย

 

ในยามสงบ การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นกิจกรรมแบบไม่แบ่งชนชั้น โดยบรรดาชายไทยวัยหนุ่ม จะได้รับทักษะการต่อสู้ และป้องกันตัว ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ก่อนเข้ารับราชการทหาร ศูนย์ฝึกซ้อมส่วนใหญ่ จัดขึ้นที่บริเวณรอบเมือง โดยเฉพาะสำนักสมอคร ในแขวงเมืองลพบุรี รวมถึงมีการสอนตามลานวัด โดยมีพระภิกษุเป็นผู้ฝึกสอน

 

ในช่วงเวลานี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับการยกย่อง เป็นศิลปะชั้นสูงทางสังคม และนำมาใช้จริง ในการพัฒนาสมรรถภาพ ทางกายแก่นักรบ การสร้างความแข็งแกร่ง และความกล้าหาญ ต่อผู้ปกครองบ้านเมือง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรกของสุโขทัย ทรงเชื่อมั่นในประโยชน์ของมวยไทย จึงส่งราชโอรสสองพระองค์ ไปยังสำนักสมอคร เพื่อเตรียมความพร้อม ในการสืบทอดราชบัลลังก์ ระหว่างปี พ.ศ. 1818 ถึง 1860 พ่อขุนรามคำแหง ทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม ที่มีการกล่าวถึงมวยไทย เช่นเดียวกับทักษะการต่อสู้อื่น ๆ

 

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา อยู้ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 1988 ถึง พ.ศ. 2310 ในช่วงนี้มีสงครามจำนวนมาก ระหว่างไทย พม่า และกัมพูชา จึงได้มีการฝึกพัฒนาทักษะ ด้านมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อการป้องกันตัว อาจารย์ผู้ถ่ายทอด ศิลปะการต่อสู้นี้ให้แก่ชาวไทย ไม่ได้มีจำกัดเฉพาะ ในพระบรมมหาราชวังดังเช่นก่อนหน้านี้ โดยมีสำนักดาบพุทไธสวรรย์ ที่ได้รับความนิยมในสมัยนี้ มีนักเรียนหลายคนเข้ามาเรียนรู้เรื่องระเบียบวินัย พวกเขาฝึกวิชาดาบ และการต่อสู้ระยะประชิด ด้วยดาบหวาย จากการเรียนรู้การต่อสู้ โดยไม่ใช้อาวุธของทหารนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ มวยไทยโบราณ ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมของมวยไทยโดยสำนักมวยในยุคนั้น ได้เริ่มถ่ายทอดความรู้นี้ ให้แก่ประชาชนมวยไทย นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่คงคู่อยู่กับชาวไทยมาตั้งแต่อดีตกาล แม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ว่าศิลปะการป้องกันตัวชนิดนี้ก็ยังคงดำรงอยู่คู่กับชาวไทย และเผยแพร่สู่ต่างประเทศ จนกลายเป็นที่นิยม อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

 

ประวัติศาสตร์มวยไทย ( Muay Thai ) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอพยพ ของประชากรที่อาศัยอยู่ ในมณฑลยูนาน บนฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง ของประเทศจีน โดยตามตำนานของไทย เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมาก ที่เดินทางออกจากมณฑลยูนาน ประเทศจีน มาสู่ประเทศไทย เพื่อค้นหาที่ดิน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับการเกษตร อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการโยกย้าย ของพวกเขา ชาวไทยกลุ่มนี้ ได้ถูกโจมตีโดยโจร และสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีโรคต่าง ๆ ที่พวกเขาต้องเผชิญ เพื่อเพิ่มความสามารถ ในการป้องกันร่างกาย และจิตใจ การรับมือกับความทุกข์ยาก ชาวไทยสยาม จึงได้คิดค้นวิธีการต่อสู้

 

แม้ว่าการดูแลรักษา จัดเก็บเอกสาร ตำราทางประวัติศาสตร์ ในยุคนั้น ส่วนใหญ่จะสูญหายไป เมื่อครั้งที่ถูก กองทัพพม่าทำลาย และขับไล่ออกจาก เมืองอยุธยาในสมัย สงครามพม่า - ไทย ( พ.ศ. 2302 - 2303 ) แต่เราก็ยังสามารถพบหลักฐาน และข้อมูลของ เอกสารบางส่วน ได้จากบันทึกของพม่า กัมพูชา และจากชาวยุโรป เมื่อครั้งมาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นครั้งแรก รวมถึงจากบันทึกเหตุการณ์ ของล้านนา หรือเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน

 

สมัยสุโขทัย

 

เมืองหลวงของประเทศไทย ในช่วงนี้ตั้งอยู่ที่เมืองสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 1781 ถึง พ.ศ. 1951 ตามรายการที่บันทึกไว้ในศิลา สุโขทัยมีความขัดแย้งกับหลายเมือง ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมักจะเผชิญหน้ากับข้าศึกจากภูมิภาคต่าง ๆ ดังนั้น ทางเมืองสุโขทัยจึงมีคำสั่ง ให้มีการฝึกฝนในกองทัพ รวมถึงการใช้ดาบ หอก และอาวุธอื่น ๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้ นอกจากนี้ การฝึกต่อสู้โดยใช้ร่างกาย มีประโยชน์มาก ในยามบ้านเมืองไม่มีสงคราม ทักษะการต่อสู้ด้วยการใช้หมัด เข่า และศอก ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อม ของกองทัพสุโขทัย

 

ในยามสงบ การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นกิจกรรมแบบไม่แบ่งชนชั้น โดยบรรดาชายไทยวัยหนุ่ม จะได้รับทักษะการต่อสู้ และป้องกันตัว ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ก่อนเข้ารับราชการทหาร ศูนย์ฝึกซ้อมส่วนใหญ่ จัดขึ้นที่บริเวณรอบเมือง โดยเฉพาะสำนักสมอคร ในแขวงเมืองลพบุรี รวมถึงมีการสอนตามลานวัด โดยมีพระภิกษุเป็นผู้ฝึกสอน

 

ในช่วงเวลานี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับการยกย่อง เป็นศิลปะชั้นสูงทางสังคม และนำมาใช้จริง ในการพัฒนาสมรรถภาพ ทางกายแก่นักรบ การสร้างความแข็งแกร่ง และความกล้าหาญ ต่อผู้ปกครองบ้านเมือง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรกของสุโขทัย ทรงเชื่อมั่นในประโยชน์ของมวยไทย จึงส่งราชโอรสสองพระองค์ ไปยังสำนักสมอคร เพื่อเตรียมความพร้อม ในการสืบทอดราชบัลลังก์ ระหว่างปี พ.ศ. 1818 ถึง 1860 พ่อขุนรามคำแหง ทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม ที่มีการกล่าวถึงมวยไทย เช่นเดียวกับทักษะการต่อสู้อื่น ๆ

 

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา อยู้ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 1988 ถึง พ.ศ. 2310 ในช่วงนี้มีสงคราม จำนวนมาก ระหว่างไทย พม่า และกัมพูชา จึงได้มีการฝึกพัฒนาทักษะ ด้านมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อการป้องกันตัว อาจารย์ผู้ถ่ายทอด ศิลปะการต่อสู้นี้ ให้แก่ชาวไทย ไม่ได้มีจำกัดเฉพาะ ในพระบรมมหาราชวัง ดังเช่นก่อนหน้านี้ โดยมีสำนักดาบพุทไธสวรรย์ ที่ได้รับความนิยมในสมัยนี้ มีนักเรียนหลายคน เข้ามาเรียนรู้เรื่องระเบียบวินัย พวกเขาฝึกวิชาดาบ และการต่อสู้ระยะประชิด ด้วยดาบหวาย จากการเรียนรู้การต่อสู้ โดยไม่ใช้อาวุธของทหารนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ มวยไทยโบราณ ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมของมวยไทย โดยสำนักมวยในยุคนั้น ได้เริ่มถ่ายทอดความรู้นี้ ให้แก่ประชาชน

 

 

การพัฒนามวยไทย เป็นการกีฬาต่อสู้ป้องกันตัว

 

ในปัจจุบัน นักมวยต้อง สวมนวมขนาด  4  ออนซ์ แต่งกายแบบนักกีฬามวยคือ สวมกางเกงขาสั้น สวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้า หรือไม่ก็ได้ เครื่องรางของขลัง ผูกไว้ที่แขนท่อนบนได้ ส่วนเครื่องรางอื่น ๆ ใส่ได้เฉพาะตอนร่ายรำไหว้ครู แล้วให้ถอดออก ตอนเริ่มทำการแข่งขัน

 

ในการแข่งขัน มีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน กรรมการให้คะแนน ข้างเวที 2 คน จำนวนยกในการแข่งขันมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที การแข่งขันแบ่งเป็นรุ่น ตามน้ำหนักตัวของนักมวย เหมือนกับหลักเกณฑ์ ของมวยสากล อวัยวะที่ใช้ในการต่อสู้คือ หมัด เท้า เข่า ศอก เข้าชก เตะ ถีบ ถอง เป็นต้น ได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยไม่จำกัดที่ที่ชก แม่ไม้มวยไทย ที่มีอันตรายสูงบางท่า ถูกห้ามใช้เด็ดขาด อาทิ ท่าหลักเพชร  เป็นท่าจับขาแล้วหักด้วยการนั่งทับ เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม การชกในปัจจุบันส่วนใหญ่ มุ่งเพื่อผลแพ้ชนะ และมีผลประโยชน์ทางธุรกิจ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ศิลปะและแก่นแท้ของมวยไทย นับวันจะเลือนหายไป ถึงแม้จะมีหลักสูตรการเรียน กันในบางสถาบันการศึกษาก็ตาม เป็นที่น่ายินดีที่ปัจจุบัน มีการเรียน การสอนมวยไทย ในระดับบัณฑิตศึกษา คือ วิทยาลัยมวยไทยศึกษา และการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี เริ่มเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขามวยไทย ใน พ.ศ. 2546 หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขามวยไทยศึกษา ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 และต่อมาพัฒนาเป็นหลักสูตร ในระดับปริญญาเอกชื่อว่า หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขามวยไทยศึกษา ( ปัจจุบันมีการสอน ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต )

 

จึงเริ่มพัฒนาเข้าสู่ วิชาการเรียนการสอน เพื่อการอนุรักษ์ และแสวงหาคุณค่า ทางภูมิปัญญาไทย มากขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน โดยมีคณาจารย์ประจำหลักสูตร เช่น ดร. ศักดิ์ชัย ทัพสุวรรณ นายกสมาคม สภามวยไทยสมัครเล่นโลก ดร. แสวง วิทยพิทักษ์ กรรมการเทคนิคผู้ตัดสินมวยไทย จากสนามมวยราชดำเนิน รองศาสตราจารย์ ดร. สมพร แสงชัย เจ้าตำรับครูมวย พระยาพิชัยดาบหัก รวมไปถึง รองศาสตราจารย์ชัยสวัสดิ์ เทียนวิบูลย์ ครูมวยสยามยุทธ์ นอกจากนี้ยังมี รองศาสตราจารย์ ดร. เสรี พงศ์พิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญาไทย มาช่วยกันสร้างสรรค์จรรโลง ให้องค์ความรู้ของบรรพบุรุษ ที่มีมานานนับสองพันปี ให้อยู่ยั่งยืนตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไหว้ก่อนชก ประเพณีอันดีงาม

มวยไทย กีฬาที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน

 

มวยไทยกีฬาสุดมันของคนไทย

มวยไทยกีฬาสุดมันของคนไทย

มวยไทยกีฬาสุดมันของคนไทย

          ถ้าพูดถึง กีฬา ที่อยู่คู่กับคนไทย มาอย่างยาวนานแล้ว ละก็ ก็คงต้องเป็น มวยไทย หรือ กีฬาต่อยมวย เป็นกีฬา ที่มีประวัติ ความเป็นมาที่ยาวนาน ของคนไทย

 

มวยไทย นั้น เป็นกีฬา ประจำ ชาติ ของประเทศไทย เลยก็ว่าได้ เพราะ กีฬา ประเภท มวยนั้น อยู่คู่กับ คนไทย มาอย่างยาวนาน และ คนไทยให้ความนิยม กันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สมัยก่อน มาจน ถึง ปัจจุบัน ทำให้ มวยไทย เป็นกีฬา ที่ คนไทย ให้ความนิยม และ ให้ความสนใจ กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น วัยเด็ก วัยรุ่น หรือ วัยคนสูงอายุ ก็ต่างพา กัน วนใจ ในกิจกรราม ของมวยไทย ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ ท่าทาง หรือ ความงดงาม ของ มวยไทย ทำให้ เป็นที่นิยม แต่ มวยไทยไม่ได้เป็นแค่ ความนิยม ของคนไทย เท่านั้น ชาวต่างชาติ ก็ให้ความนิยม กับ กีฬา ประเภท นี้เป็น อย่างมาก จาการ สำรวจ ของกระทรวงการท่องเที่ยว และ กีฬา ได้พบว่า ในประเทศไทยนั้น มี ค่ายมวย ที่มีการ เปิดสอน มวยเป็น จำนวนมาก ประมาณทั้งสิ้น 1,762 ค่าย กันเลยทีเดียว และ มีค่ายมวย ที่เป็นค่ายมวย มาตรฐาน ที่พร้อมนับ ทัวร์ ประมาณ 443 ค่าย และ กระทรวงต่างประเทศ ได้พบว่า มีค่ายมวยไทย จำนวนประมาณ 3869 ค่าย กระจ่าย อยู่ ใน 36 ประเทศ เช่น บราซิล อิหร่าน อินเดีย โมร็อกโก และ สหรัฐอเมริกา เฉพาะรัฐแคลิฟอร์เนีย เนวาดา และอิลลินอยส์ นั้น เป็นว่า กีฬา ต่อยมวยนั้น ไม่ได้ เป็นที่นิยม แค่คนไทยเท่านั้น แต่ยัง เป็นที่นิยมไปถึง ชาวต่างชาติ ที่ให้ความสนใจ และ ชอบในศิลปะ การต่อสู้  ประเภทการชกมวย

กีฬามวยไทย นั้น เป็นกีฬา กิจกรรม ออกกำลังกาย ที่ ทั้งสนุก มัน และ ตื่นเต้น แถม ยังได้ออกแรง ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น บริเวณ ศีรษะ ไปตลอดจน เท้า ของเรากันเลยทีเดียว ด้วยท่าทาง การต่อสู้ ต่างๆ ของมวยไทย ทั้งเท่ และ สวยงาม ทำให้ เกิดความสนใจ และ ได้ ผลิต เป็นหนัง ในหลายๆ เรื่อง เช่น องค์บอก ไชยา มองดีฟันขาว ต้มยำกุ้ง และ รวมไปถึง หนังการ์ตูนอนิเมชั่น ของ คนไทย คือเรื่อง 9 ศาสตรา ก็ได้เอาเรื่อง ของมวยไทย และ ศิลปะ การต่อสู้ ของมวยไทย มาใช้ เป็น ภาพยนตร์ และ การ์ตูนอนิเมชั่น มากมาย ทำให้ ความนิยม และ ความสนใจ ของมวยไทย นั้น เพิ่ม มายิ่งขึ้น ทั้งนี้ มวยไทย เป็น กิจกรรม ที่จะทำให้เรา ได้ฝึก ทักษะ การป้องกัน รวมไปถึง ทักษะ ต่างๆ ในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นทักษะ ด้าน ความว่องไว ความอดทน และ ได้ฝึกการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ที่จะทำให้ใครๆ หลายๆ คน ได้มีทักษะ และ ความอดทนเพิ่มมากขึ้น แถม ในเรื่อง ของสุขภาพ ที่ดีอีกด้วย

มวยไทย เป็นกีฬา ที่สร้างอาชีพ ให้กับใครๆหลายคน เพราะ การแข่งขัน ที่ดุเดือน และ การแข่งขัน ที่ยิ่งใหญ่ ในหลายๆ รายการ ของการชกมวย ก็ทำให้ใครๆ สนใจเป็นอย่างมาก ในการชม ทั้งความ บันเทิง และ ความสนุกที่ เล้าใจ

มวยไทยนั้น เป็นกีฬา มีเอกลักต่างๆ ในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นการ ออกหมัด ออกซอก หรือ ออกท่าทาง การต่อสู้ต่างๆ มวยไทยจะมีเอกลัก และ ความสวยงาม ในแบบ ของ มวยไทยเอง จึงทำให้ ใครๆ หลายๆ คน หลงใน ในศิลปะ การต่อสู้ ของมวยไทย ไม่ใช้แค่ ความสนุก หรือ ความมัน อย่างเดียวกับการ ชกมวย แต่ ยังรวมไปถึง ความรัก และ ความชื่นชอบ ความสนใจ ในศิลปะ แม่ไม้มวยไทย ที่เป็นกีฬา ประจำชาติ ไทยที่ได้รับ ความนิยม มากมายในผู้คนทั่วโลก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

นักมวย กับเครื่องรางของขลัง

 

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

ผู้หญิงกับมวยไทย

ผู้หญิงกับมวยไทย

ผู้หญิงกับมวยไทย บอกได้เลยว่าในปัจจุบันกระแสมวยไทยกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับสาว ๆ  ไม่ว่าจะเป็นดารา หรือเหล่าเซเลปทั้งหลาย ต่างก็หันมาสนใจการออกกำลังกายสไตล์มวยไทย จนกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ในการดูแลหุ่น

 

     การชกมวยถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกายที่น่าตื่นเต้นที่สุดอีกประเภทหนึ่ง การเคลื่อนไหวของมวยไทยจะช่วยให้ร่างกายของเราได้ออกกำลังทุกส่วน ถ้าสาว ๆ คนไหนที่ชอบกินเยอะแต่กลัวอ้วนแนะนำให้หันมาฝึกมวยไทย จะช่วยให้ร่างกายของเราเผาผลาญเร็วขึ้น แถมกินได้กระหน่ำ แต่น้ำหนักลดฮวบ แต่ก็ต้องแลกกับการเบิร์นออกด้วยนะคะ เนื่องจากการต่อยมวยทำให้เหงื่อทะลัก ยิ่งไปกว่านั้นยังหลั่งอะดรีนาลีน (ฮอร์โมนแห่งความสุข) ทำให้เรารู้สึกสนุก มีความสุขกับการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงได้อย่างเต็มที่ แถมเผาผลาญได้ถึง 800 แคลอรี / ชั่วโมงเลยทีเดียว อีกทั้งยังได้ศิลปะในการป้องกันตัวอีกด้วย เห็นมั้ยคะว่ามีแต่ข้อดีทั้งนั้น แล้วใครมาบอกว่าผู้หญิงกับมวยไทยไม่เหมาะนั้นอย่าไปฟังเขาเลยค่ะ

 

          ผู้หญิงกับมวยไทย จะเริ่มฝึกอย่างไรดี

     การฝึกที่ดีและถูกต้อง เราควรหาสถานที่และครูฝึกที่ดี ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าต้องมีราคาค่าใช้จ่ายที่แพง เพราะที่ฝึกราคาแพงก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป อาจจะเลือกที่สะดวก ใกล้บ้านใกล้ที่ทำงานเพื่อให้เราเข้าฝึกอย่างต่อเนื่องจะดีกว่า ก่อนอื่นเราต้องเริ่มต้นด้วยการอบอุ่นร่างกาย วิ่ง หรือกระโดดเชือก เพื่อยืดกล้ามเนื้อก่อนเข้าฝึก การออกกำลังกายสไตล์มวยไทย เราต้องจริงจัง ใจสู้ และไม่เหยาะแหยะ อย่าคิดเพื่อที่จะลดน้ำหนักอย่างเดียว ต้องบอกเลยว่าถ้าเราเทรนหนัก จนเหนื่อยแล้วเรายังกลับมากินแบบไม่ยั้งคิด น้ำหนักก็ไม่มีทางลงแน่นอน ดังนั้นเราควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และวางปริมาณอาหารที่เหมาะสมควบคู่ไปด้วยจะดีที่สุด อีกอย่างเวลาเราออกกำลังอย่ากลัวเจ็บ เพราะการฟกช้ำดำเขียวเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับมวยไทย

 

          อะไรทำให้ความสนใจของผู้หญิงเปลี่ยนไป

     การฝึกมวยไทยสำหรับการออกกำลังกายกำลังเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน เพราะมวยไทยในเวลานี้ไม่ใช่ฝึกเพียงเพื่อแข่งขันอย่างจริงจังเท่านั้น แต่ถูกสื่อสารออกมาในรูปแบบของการออกกำลังกายที่สนุกสนาน เสียเหงื่อ ลดน้ำหนักได้รวดเร็วและทั้งยังกระชับกล้ามเนื้อ และนั่นทำให้เกิดธุรกิจในการสร้างสถานที่ออกกำลังกายแบบมวยไทยขึ้นมากมาย ที่เน้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิง และมีส่วนผสมของฟิตเนสทั่วไปเพื่อให้ครบวงจรมากขึ้น คุณผู้หญิงทั้งหลายก็ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น มวยไทย ถือเป็นการออกกำลังกายแบบอิสระประเภทหนึ่งหรือที่เรียกว่า Freestyle Training ที่เวลาฝึกสามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทาง คล่องตัว

 

          อุปกรณ์ที่ใช้มีอะไรบ้าง

     หลัก ๆ คือ นวม อาจจะเป็นนวมซ้อม หรือนวมที่ใช้เพื่อออกกำลังกายก็ได้ มักจะแบ่งตามขนาดตัว โดยส่วนมากที่ฝึกจะมีให้บริการอยู่แล้ว แต่อย่าคาดหวังว่าจะต้องสะอาดเนี้ยบ เพราะเป็นเรื่องยากสำหรับการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน ถ้าเราคิดจะจริงจังกับการออกกำลังกายสไตล์มวยไทย ก็ควรหาซื้อนวมคู่ใจสักคู่เป็นของตัวเองก็ดี และสิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้คือ ผ้าพันมือ อุปกรณ์สำคัญเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ รอยฟกช้ำดำเขียวบนมือได้ ส่วนอุปกรณ์อย่างอื่น เช่น สนับแข้ง แองเกิลสำหรับสวมที่เท้า อุปกรณ์พวกนี้แล้วแต่ความหนักหน่วงของการออกกำลัง ถ้าออกแรงมากก็ต้องป้องกันมากขึ้นด้วย

 

          ประโยชน์ของมวยไทย

1. คุณจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเพราะมีการเคลื่อนไหวและออกแรงทุกส่วนของร่างกาย

2. ต้องมีการเล็งเป้าหมายและตั้งใจ เพื่อให้การเตะ การต่อย ออกหมัดทุก ๆ ครั้งนั้นถูกตำแหน่ง ทำให้เกิดการฝึกสมาธิไปในตัว

3. การฝึกนั้นสามารถทำเป็นกลุ่มเล็กฝึกร่วมกัน ทำให้เกิดความสนุกสนาน และสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อน

4. การฝึกมวยไทย เป็นการฝึกในรูปแบบฟรีสไตล์ เคลื่อนไหวอิสระมีทั้ง รุก ตอบโต้ รับและหลบหลีก จึงจะช่วยส่งเสริมให้การทำงานในชีวิตประจำวันดีขึ้น

5. ที่สำคัญมวยไทยนั้นใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในร่างกาย เช่น หลัง ต้นขา ก้น รวมถึงการเพิ่มความเร็วและแรงในท่าต่าง ๆ ทำให้สูญเสียพลังงานหรือการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเป็นจำนวนมาก ผู้หญิงที่ฝึกอย่างจริงจังจึงสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงถ้าใช้ความหนักในการชก เตะและต่อย กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวต้องเกร็งและถูกฝึกให้แข็งแรงมากขึ้น ทำให้เกิดเพิ่มความกระชับในทุก ๆ ส่วน รวมถึงหน้าท้องอีกด้วย

6. และที่ลืมไม่ได้คือ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้มวยไทยเป็นการฝึกการออกกำลังกายชั้นเลิศ เพราะได้ทั้งการออกกำลังกายและยังเป็นศิลปะป้องกันตัว

7. เมื่อคุณฝึกมวยไทย ผู้หญิงจะเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้า ความสวยงาม เพียงคุณแค่ใส่ขาสั้นสบาย ๆ เสื้อกล้าม และต่อยอย่างสนุกสนาน เหงื่อ ท่วมตัว แบบลืมเหนื่อย

 

          การเริ่มออกกำลังกายสำหรับผู้หญิง

1.การหาสถานที่ที่สะดวกในการออกกำลังกาย ที่สามารถให้บริการทางด้านมวยไทย หรือมีครูฝึกที่มีความสามารถและฝึกมาโดยเฉพาะเพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้อง

2.เตรียมอุปกรณ์ ผ้าพันมือ เพื่อป้องการแตกหรือบาดเจ็บของสันมือ ผ้าเช็ดหน้าฝืนเล็กสำหรับเช็ดเหงื่อ ขวดน้ำดื่มที่ใช้จิบทุก ๆ 15 นาทีเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ และใส่เสื้อผ้าที่สบาย เบาและระบายเหงื่อได้ดี

3.ทำการอบอุ่นร่างกายทุกครั้งก่อนเริ่ม และควรเริ่มฝึกแบบเบา ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มความหนักมากขึ้นตามความสามารถของร่างกาย รวมถึงยืดเหยียดหลังการฝึกจบทุกครั้ง

 

          เทคนิคการต่อยมวยให้ได้ผลดีที่สุด

1.สำหรับการที่จะเริ่มต้นต่อยมวยต้องมีเป้าหมายชัดเจน เช่น การเอาจริงเอาจังไปกับ การออกกำลังกาย, ลดน้ำหนัก, ต่อยมวย เพราะถ้าใจไม่สู้ต่อให้ไม่มีอุปสรรคมาขวางก็ตาม ก็จะไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

2.ต้องไม่กลัวในเรื่องอาการฟกช้ำ หรือ ปวดเมื่อยร่างกาย อาจจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับคุณผู้หญิงที่กลัวจะเกิดรอยเขียว จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก ๆ

3.ควรที่จะหาสถานที่ฝึกและครูฝึกสอนที่ดีมีประสบการณ์ เพราะจะช่วยให้การฝึกซ้อมได้ดีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสถานที่ และครูมวยด้วย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องลดการบาดเจ็บจากการฝึกได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเรามีครูดีก็จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้น้อยในการเล่น

4.ควรทำตามกฎหรือคำแนะนำของครูฝึก เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึก ชกมวย บางอย่างควรต้องใส่เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุขณะออกกำลังกายได้ และเป็นการเซฟตัวเราเองได้อีกด้วย

 

          ออกกำลังกายเสร็จ เลือกของกินอย่างไรดี

     แม้ร่างกายของเราจะได้ประโยชน์มากมายจากการออกกำลัง แต่ก็มีความเสื่อมทางร่างกายที่ตามมาเช่นกัน ดังนั้นเราควรเลือกกินอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายด้วยเหมือนกัน

1.สับปะรด และมะละกอ ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และทำให้ร่างกายฟื้นตัวหลังจากเสียเหงื่อมาก

2.ปลาแซลมอน ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจช้าลง และลดอาการหอบเหนื่อยน้อยลง

3.แซนด์วิชเนยถั่วผสมแยม หรือพาสต้าซอสเนื้อ จัดเป็นอาหารที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

4.เนื้อหมูสันใน (ส่วนที่ไม่มีมัน) เป็นแหล่งโปรตีนที่มีแคลอรีต่ำจะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องไขมันพอกพูนแถวท้อง แถวเอว

5.นม เครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวหลังการออกกำลังกาย แถมยังช่วยเรื่องการเต้นของหัวใจ และส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง เนื่องจากอุดมไปด้วยโพแทสเซียม

6.กาแฟ หากร่างกายได้รับคาเฟอีนในปริมาณการดื่มกาแฟ 2 ถ้วย หลังออกกำลังกาย จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

7.น้ำเย็น ควรดื่มทั้งก่อน และขณะออกกำลังกาย เพราะช่วยออกกำลังได้นานขึ้น และยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย

8.ชาเขียว ควรดื่มวันละ 2 – 3 แก้ว ช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังออกกำลังกายอย่างหนัก

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เด็กน้อย กับการเรียนมวยไทย

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

ไหว้ก่อนชก ประเพณีอันดีงาม

ไหว้ก่อนชก ประเพณีอันดีงาม

ไหว้ก่อนชก ประเพณีอันดีงาม

การไหว้ครู เป็นการร่ายรำในกีฬามวยไทย ( muaythai ) ก่อนการแข่งขันชก เพื่อเป็นการแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณ และความเคารพต่อครูมวย เป็นประเพณีที่สืบกันมาแต่ช้านาน และให้มีการสวมมงคลขณะทำการร่ายรำไหว้ครู เนื่องจากถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์

ในการฝากตัว เพื่อเป็นศิษย์ - อาจารย์ อยู่ในโอวาทย์ ของครูบาอาจารย์ แสดงถึงความความนอบน้อม ยอมรับเพื่อที่จะเรียนรู้ความกล้าหาญ และ การเตรียมพร้อมในการที่จะฝึกฝนไปในขั้นต่อ ๆ ไป นักมวยจะต้องมีครู และ ต้องเคารพ และ เทิดทูนครู เพราะว่าการที่ครูยินยอม ที่จะรับผู้ใครเป็นศิษย์นั้น ในอดีตกาลนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะในสมัยนั้นครูที่เป็นมวย มีฝีมือไม่ได้มีอยู่มากมาย และ ในการสอนไม่ได้คิดค่าบริการสอน แต่หากใครที่ต้องการจะเรียน ต้องฝากเนื้อฝากตัวกับครู คอยปรนนิบัติอยู่เป็นเวลานาน จนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชาจนครบถ้วน เพราะสาเหตุครูมวยกับศิษย์ในสมัยก่อนนั้น จึงมีความสนิทใจราวกับพ่อกับลูก

ในแข่งขันมวยไทย ไม่ได้มีแค่การชก ที่แตกต่างจากมวยอื่น ๆ แต่การไหว้ก่อนการแข่งขัน ก็เป็นอีกหนึ่งพิธีการที่มวยประเภทอื่น ๆ ก็ไม่มีด้วยเช่นกัน อย่างเช่น คิกบ็อกซิง ( kick boxing ) หรือ มวยสากล ก็การชกมวยคล้ายของไทย แต่ไม่ให้ใช้ศอกในการชกบนสนาม และ ไม่มีการไหว้ครูก่อนเริ่ม ดังนั้น ในการรำไหว้ครู จึงถือเป็นจุดเด่น และ เอกลักษณ์ของกีฬามวยไทย อย่างแท้จริง

 

ประโยชน์ ของการร่ายรำไหว้ครู

การไหว้ครู สื่อความหมายให้เห็นคุณค่าด้าน วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย มีคุณประโยชน์มากมายทางด้านจิตใจ ของนักมวย และ ผู้ชมมวย  ดังนี้

- การปลูกฝังนิสัยให้เป็นมวย คือ รู้จักรัก เคารพครูอาจารย์ บิดามารดา ผู้ให้กำเนิดมวยไทย

- การปลูกฝังจิตสำนึก ให้ตระหนักในคุณค่าของศิลปะมวยไทย เกิดความรัก และ หวงแหนที่จะอนุรักษ์ให้คงไว้สืบไป

- ให้เป็นกิจกรรมเผยแพร่เอกลักษณ์ และ ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติได้อย่างสง่างาม สมศักดิ์ศรี

 

การร่ายรำไหว้ครู

 

ท่ายืน ไหว้ทิศขวา

ท่าที่ 1 ยืนขึ้นย่างสามขุม หมุนไปทิศเบื้องขวา แล้วไหว้ทิศเบื้องขวา จากนั้นร่ายรำท่านกยูงรำแพน โดยปฏิบัติตามนี้ ๓ ครั้ง

 

ท่ายืน ไหว้ทิศซ้าย

ท่าที่ 2 ยืนขึ้นย่างสามขุม หมุนไปทิศเบื้องซ้าย แล้วไหว้ทิศเบื้องซ้าย จากนั้นร่ายรำท่าหงส์เหิน โดยปฏิบัติตามนี้ ๓ ครั้ง

 

ท่ายืน ไหว้ด้านหน้า - หลัง

ท่าที่ 3 ยืนขึ้นย่างสามขุม แล้วหมุนไปทางขวาจนไปถึงด้านหลัง ไหว้ทิศเบื้องหลัง จากนั้นพยักหน้า ๓ ครั้ง ทำท่าดูดัสกร ร่ายรำท่าพยัคฆ์ด้อมกวาง หมุนไปทางขวา ก้าวเท้าชิด ไหว้ทิศเบื้องหน้า

ในการไหว้ครูนั้น ถือว่าเป็นศิลปะแม่ไม้มวยไทย ที่สึบทอดกันมาแต่ช้านาน มีความงดงาม และ เอกลักษณ์ของไทย และ ขาดไม่ได้เลยนั่นก็ คือ การแสดงความเคารพครูบาอาจารย์ ในปัจจุบันอาจจะหาดูได้ไม่ยากในทีวี ไม่ว่าจะเป็นช่องมวยไทย 7 สี แต่หากเป็นการแสดง และ การสืบสานวัฒนธรรมเหล่านี้ก็ อาจจะหาดูได้น้อยแล้ว กลับกันที่ชาวต่างชาติ กลับให้ความสำคัญกับมวยไทยของเราอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่มีการออกอาวุธ ที่คม สวยงาม ยังถือเป็นการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อให้ดูดี และ ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย ศิลปวัฒนธรรมของไทยอย่างมวยไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก และ ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ

ส่วนการไหว้ครู เป็นการแสดงที่สื่อถึง ความเคารพต่อครู บิดา มารดา รวมทั้งเป็นการขอพรต่ออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อให้คุ้มครองตนเอง ให้ได้รับความปลอดภัยจากการชกมวย โดยแสดงออกเป็นท่ารำต่าง ๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากครูมวย รวมทั้งอาจมีการบริกรรมคาถา ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล ปัจจุบัน ชาวไทยส่วนใหญ่ ได้หันมาให้ความสนใจด้านการรักษาสุขภาพ โดยมุ่งเน้นวิธีการ แบบชาวตะวันตก แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญ ต่อภูมิปัญญาแบบไทยเท่าใดนัก ซึ่งให้ประโยชน์ทั้งการเสริมสร้างสุขภาพกาย และ ใจให้เข้มแข็ง ตลอดจนปลูกฝังด้านธรรมะ ซึ่งแท้จริงแล้วการไหว้ครูมวยไทย ท่ารำมวยไทย ท่าแม่ไม้ ท่าลูกไม้ และ การชกลมเล่นเชิง มีประโยชน์ในการเสริมสร้างสุขภาพกาย และใจ พร้อมทั้งยังแฝงถึงความสำคัญด้านคุณธรรม และ มีส่วนส่งเสริมเอกลักษณ์ ความเป็นไทยประการหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ชาวไทยหลายคนมิได้ตระหนักถึงคุณค่า และ ความสำคัญดังกล่าว เนื่องจากสถาบันการพลศึกษา มิได้มุ่งเน้นความสำคัญ และ เด็กหลายคนมิได้รับการปลูกฝังจากผู้ใหญ่ ซึ่งแท้จริงแล้ว การไหว้ครูรำมวยเป็นการปฏิบัติ ที่มิได้สื่อถึงการแสดงการขอบคุณต่อครูมวย หรือ เพียงการอบอุ่นร่างกายเท่านั้น หากแต่เป็นการระลึกถึงสิ่งสำคัญ ที่ครูมวยได้สอนมา

 

สรุปคุณค่า และประโยชน์ของมวยไทย

กีฬาทุกชนิดมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย  และศิลปะมวยไทยก็มีคุณค่าสูงสำหรับผู้เรียนหลายประการ  คือ

- ร่างกายมีสรรถภาพที่ดี  สมส่วน  มีภูมิต้านทานโรคสูง

- มีจิตใจเข้มแข็ง  มีความสุขุมรอบคอบ  มานะ อดทน

- สามารถป้องกันตัว และ เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในชีวิตประจำวันได้

- มีความเชื่อมั่นต่อตนเอง  มีระเบียบวินัย  กล้าหาญ อดทน

- ดำรงไว้ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทยให้ยั่งยืนแพร่หลายตลอดไป

- มีไหวพริบ เชาว์ปัญญา แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

- มีความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่กล้ากระทำในสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ

- มีความกล้าหาญ

- ยึดเป็นอาชีพได้

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เด็กน้อย กับการเรียนมวยไทย

นักมวย กับเครื่องรางของขลัง

 

มวยไทย กีฬาที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน

มวยไทย กีฬาที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน

มวยไทยนั้น เป็นกีฬา ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน และยัง ถือได้ว่า มวยไทย เป็นกีฬา ประจำชาติ ของ ประเทศไทย และ คนทั่วโลก ให้ความสนใจ กีฬา มวยไทยเป็นอย่างมาก

 

มวยไทยนั้น เป็น กีฬา ประจำ ของประเทศไทย ที่มี มาอย่างยาวนาน และ มีประวัติที่ มากมาย เกี่ยวกับมวยไทย มวยไทยนั้น เป็น กีฬา ที่ ใคร หลายๆ คน ให้ความสนใจ เป็นจำนวนมาก ไม่ว่า จะเป็น คนต่างชาติ หรือ คนไทย และ ยังเป็นกีฬา ที่ เด็ก หรือ ผู้ใหญ่ สามารถ ทำกิจกรรม ได้ มวยไทยนั้น ไม่ได้มี กติกา ที่ บอกเป็น ลายลักษณ์อักษร แต่ ใน สนามมวยนั้น จะมีการชี้แจง ให้กับนักมวย ทราบถึงหลักเกณฑ์ หรือ กติกา ที่ต้องปฏิบัติตาม อย่างเด็ดขาด และ ก็กลายมาเป็นประเพณี และ ใช้เป็น หลักเกณฑ์ สำหรับ การแข่งขัน มวยไทย ในเวลาต่อมา และ มวยไทยนั้น เป็น มรดกตกทอดมาจากวัฒนธรรมของ คนไทย ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มวยไทย นั้น เป็นได้ทั้ง การป้องกันตัว หรือ การต่อสู้ และ ยังเป็นกีฬา ในการแข่งขัน มวยไทย นั้น ไม่มีปรากฏอย่างแน่ชัด ว่าเกิดขึ้นมาในสมัยใด แต่ ถือได้เลยว่า มวยไทยเป็นศิลปะ การต่อสู้ ของคนไทย เช่น เดียวกับ กีฬา พวก กังฟู ของ ประเทศจีน  หรือ ยูโด และ คาราเต้ ของ ประเทศญี่ปุ่น

 

 มวยไทย นั้น ได้มีเหตุการณ์ ทางประวัติศาสตร์ ของไทยมาอย่างยาวนาน ใน สมัยอยุธยา ของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสื้อ นั้น โปรดชอบชมการ ชกมวยมาก ทรงปลอมพระองค์ มาชกมวยกับชาวบ้าน และได้ชนะ คู่ต่อสู้ไปถึง 3 คน ดังที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ระบุไว้ ในหนังสือ ชาวบ้านที่แพ้ 3 คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเล็ก นายเล็ก หมัดหนัก 3 คน ที่ได้รับความพ่ายแพ้นั้น ได้รับบาดแพ้อย่างบอบช้ำจากฝีมือ การ ชกมวยไทย ของพระองค์ เมื่อ พระมหากษัตริย์ ในสมัยนั้น โปรดการชกมวยไทยมาก เช่นนี้ได้มีการ ชกมวยไทย อย่างแพร่หลาย ในราชสำนัก และได้ขยาย ไปถึงหมู่บ้านต่างๆ รวมไปถึง วัด วัดนั้น เป็นสถานที่ ที่ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดี ในสมัยนั้น เพราะ ขุนศึกนั้น พออายุเริ่มมากแล้ว ก็จะไปบวชเป็นพระ และ ได้สอนการต่อสู้ให้กับ ประชาชนที่ให้ความสนใจ ในการชกมวยไทย นักมวยนั้น ถ้ามีฝีมือดีในสมัยนั้น จะได้มีโอกาส รับราชการ ให้มีความก้าวหน้าในการงาน โดยเฉพาะการเป็นทหาร ที่มีหน้าที่ในการ พิทักษ์รักษา ความปลอดภัยของพระมหากษัตริย์ ในสมัยนั้น

ในยุคสมัยที่ ไทย ยังทำการรบกับพม่านั้น นายขนมต้มที่ถูกจับเป็นเชลย ได้ถูก พม่าจำตัวไปอยู่ที่ กรุงอังวะ ประเทศพม่า และ พม่าได้จัดการฉลองชัยชนะ ในการทำส่งครามกับประเทศไทย พม่า ได้จัดการชกมวยไทย โดยให้ เชลยของไทยนั้น คือ นายขนมต้ม ให้ขึ้นชกกับ คนพม่า 10 คน และ นายขนมต้มนั้น ได้รับชัยชนะ ได้ล้มชาว พม่าได้ถึง 10 คน ทำให้ พม่า ได้กล่าวว่า คนไทยถึงจะไม่มีอาวุธ มีเพียงแค่สองมือเปล่า ก็ยังมีพิษสงรอบตัวได้ถึงขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่า นักมวยไทยนั้น มีฝีมือ ที่เก่งกาจ เป็นที่เลืองลือ ดังนั้น นายขนมต้มนั้นเปรียบ ได้ถึงเป็น บิดาของวิชามวยไทย ด้วยความเก่งกาจ และยัง ทำให้คนไทยนั้นมีชื่อเสียง มากมายในด้านมวยไทย และ ในสมัยต่อมา มวยไทย ก็ยังมีการฝึกเพลงดาบ คู่ กับการฝึกมวยไทย เพื่อ การทำสงคราม และ การป้องกันตัว หรือ บาง ก็ฝึกเพื่อการแข่งขัน หรือ งานเทศกาลต่างๆ

วิชามวยไทยนั้น ได้ยั่งยืน และได้ความนิยมมาจนถึง สมัยปัจจุบัน วิชามวยไทยนั้น ได้ยั่งยืนมาก และในสมัยอยุธยาตอนปลายนั้น ได้มีมวยไทย เริ่มการชกกันด้วยการคาดเชือก นั้นคือการ ใช้เชือกเป็นผ้าพันมือ  และ บางครั้งการชก ก็อาจถึงตายได้ เพราะ เชือกที่คาดมือนั้น บางครั้งก็ใช้น้ำมัน ชุบเศษแก้ว ละเอียดๆ ชกถูกตรงไหนก็เป็นแผลตรงนั้น และ จะเห็นได้เลย ว่ามวยไทย ในยุคสมัยนั้นมีความอันตรายมาก และ ต่อมา ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น มวยไทย ก็ได้มีการ ฝึกตามสำนักฝึกต่างๆ และได้ มีการฝึก มวยไทย กันอย่างกว้างขวาง มากมาย และ ได้มีการ จัด สนามแข่ง หรือ เป็นการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน มาจนถึง ปัจจุบัน

 

มวยไทย นั้น ถือได้เลยว่าเป็นกีฬา ที่อยู่กับคนไทย มาอย่างยาวนาน และ มีประวัติ มากมายที่เกี่ยวกับมวยไทย ในประเทศไทย มวยไทย เป็นกีฬาที่ใครๆ จำนวนมากสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ยุคสมัยไหน ผ่านมากี่ปี มวยไทยก็ยัง เป็น กิจกรรม หรือ กีฬา ที่มีคนชื่นชอบ และ ให้ความสำคัญ ดังนั้น เราควรที่จะ อนุรักษ์ กีฬาประประเทศไทยไว้ ให้มีคนสนใจ และ ให้ความสำคัญแบบนี้ไปอีกยาวนาน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

เด็กน้อย กับการเรียนมวยไทย

มวย เทรนด์ใหม่วัยรุ่น

เด็กน้อย กับการเรียนมวยไทย

เด็กน้อย กับการเรียนมวยไทย

เชื่อว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ อยากจะส่งเสริมให้บุตรหลานของท่าน ได้เรียนพิเศษนอกเหนือจากนอกห้องเรียน ( และนอกจากตำราเรียนด้วย ) ไม่ว่าจะเป็นเป็นทักษะดนตรี ศิลปะ รวมถึงกีฬานานาชนิดด้วย

 

ซึ่งผู้เขียนก็ขอเขียนแบบอวยจนไม่มิดเลยว่า กีฬาเสริมทักษะอย่างมวยไทย ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีไม่น้อย  เพราะว่า นอกจากมวยไทยจะเป็นหนึ่งในกีฬา และวัฒนธรรมของชาติ ที่บรรพบุรุษถ่ายทอดวิชามาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นแล้วนั้น ศาสตร์ของมวยไทย ก็ไม่ใช่วิชาที่เรียนเพียงผิวเผิน ก็ชก เตะ ต่อย เป็น ทว่ายังมีแม่แบบ ที่เรียกว่า ศิลป์แม่ไม้มวยไทย ที่มีกระบวนท่าที่ทั้งแข็งแกร่ง และใช้ป้องกันตัวได้เป็นอย่างดี

 

หากมองในมุมมอง เมื่อหลายปีก่อนย้อนไป มักจะมีการปลูกฝังคติแบบผิด ๆ เกี่ยวกับมวยไทยเอาไว้พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ว่า เด็กที่เรียนมวยไทย โตมาจะต้องเป็นเด็กที่มีนิสัยเกเร อันธพาล ตีรันฟันแทง ไล่เตะต่อย หาเรื่องคนอื่น  ๆ ไปทั่ว จนทำให้ไม่มีใครอยากจะส่งลูกให้ไปเรียน ซึ่งนับว่าเป็นความเชื่อที่ผิดมาก ๆ เลยล่ะ เพราะการที่เด็กจะมีนิสัยอย่างนั้น ขึ้นอยู่กับการอบรมสั่งสอน และตัวของเด็กคนนั้นเองมากกว่า ทำให้ค่านิยมการส่งเด็ก ๆ ไปเรียนมวยไทยนั้น ไม่ค่อยได้รับความนิยม หากเทียบกับศิลปะการต่อสู้แขนงอื่น  

 

ซึ่งตอนนี้ ดูเหมือนว่า มวยไทยจะเริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จากการที่มีนักมวยไทยไปสร้างชื่อเสียงระดับโลก การ Represent ศาสตร์แม่ไม้มวยไทย ผ่านสื่อ ผ่านการโฆษณาต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่า ค่อนข้างไปได้ไกลมากทีเดียว แถมยังมีการเปิดสอนมวยไทยในต่างประเทศอีกด้วย ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ ที่กำลังหาตัวเลือกกีฬาที่เป็นประโยชน์ ผู้เขียนว่ามวยไทยนี่แหละ ตอบโจทย์ครบหลายด้าน

 

มวยไทย สร้างเสริมทักษะ และ สมาธิต่อเด็ก ๆ อย่างไรบ้าง

- มวยไทย มีแขนงการต่อสู้หลายท่วงท่า ที่ต้องใช้ทั้งไหวพริบ และสติ รวมถึงเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การคิดวิธีตั้งรับคู่ชก นั่นไง ใครบอกกันว่ามวยไทยไม่ได้ใช้ความคิดเลย นี่ยิ่งกว่าใช้ความคิดอีกนะ

- การเรียนรู้ ผ่านการอ่านเรื่องของกระบวนท่ามวยไทย เพียงอย่างเดียว อาจไม่ดีเท่าการที่ได้มาทดลองชกต่อย พร้อมกับเรียนรู้ศาสตร์กระบวนท่าไปในคราวเดียวด้วย

- มวยไทย สร้างเสริมให้เด็ก ๆ มีความเข้มแข็งตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก เพราะเมื่อเด็กชกแพ้อีกฝ่ายที่อาจเก่งกว่า เขาก็จะลุกกลับขึ้นมาต่อสู้ ด้วยความมานะแน่วแน่ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง รวมทั้งครูฝึก ในการสร้างพลังใจไม่ให้เด็ก ๆ ท้อไปก่อนด้วย เพราะการแพ้ หรือ ชนะนั้น นับว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอในวงการกีฬา

- จากข้อดีดังกล่าว ยังเสริมสร้าง และปลูกฝังให้เด็ก ๆ รู้จักรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และเกิดความสามัคคีในการเล่น หรือแข่งขันกีฬาได้ด้วย

- เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ในศาสตร์ของการป้องกันตัว ยามเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ( แนะนำว่าใช้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้นค่ะ ไม่แนะให้ไปเล่นแรง ๆ กับเพื่อนในโรงเรียน หรือมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในโรงเรียนด้วยนะ )

 

ในด้านของสุขภาพ

หากคุณผู้ชายเลือกต่อยมวย เพื่อสร้างเสริมมวยกล้ามเนื้อ หรือ คุณผู้หญิงที่เลือกต่อยมวย เพื่อลดน้ำหนักกระชับสัดส่วน หรือประการอื่น การต่อยมวยไทยของเด็ก ๆ ก็ไม่ต่างกันมาก และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ๆ เลยด้วย

- เหมาะสำหรับการเผาผลาญ เบิร์นแคลอรี ในกรณีที่เด็ก ๆ อาจมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ซึ่งมวยไทยนั้น ถือเป็นตัวเลือกในการลดน้ำหนักชั้นดีเลยล่ะ

- มวยไทยช่วยคลายเครียด ใช่แล้วค่ะ เพราะนอกจากเรื่องกระบวนท่า ในสมองของเราจะไม่ค่อยมีเรื่องอื่นแทรกเข้ามา จนถึงไม่มีเลย เพื่อเป็นการสร้างเสริมสมาธิของเด็ก ๆ นั่นเอง

- มวยไทย ช่วยในเรื่อง การทำงานของหลอดเลือดและหัวใจ เพราะความเหนื่อยจากการที่เบิร์นแคลอรีไปเยอะ จะทำให้ใบหน้าของคุณหนู ๆ มีเลือดสูบฉีดดี เรียกว่าพลุ่งพล่านเลยก็ได้ ซึ่งดีต่อร่างกายของเด็ก ๆ เอง แต่ก็อย่าออกแรงต่อเนื่องนานจนเกินไปเช่นกันนะ

 

อีกส่วนสำคัญ ก่อนที่เด็ก ๆ จะเรียนมวยไทยเลยก็คือ ต้องอย่าลืมวอร์มร่างกาย หรือ อบอุ่นร่างกายก่อน ประมาณ 5 – 30 นาทีได้ยิ่งดีเลย เพื่อให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น และพร้อมจะชกมวยแบบทุ่มสุดตัว

 

ส่วนผู้ปกครองคนไหน ที่อยากให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับการเรียนมวยไทย เพื่อให้เขาได้มีศิลปะการป้องกันตัว หรือเป็นการเสริมสร้างทักษะ สร้างสมาธิ ก็สามารถเลือกเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย โดยแนะนำเป็น 3 สาขาหลัก ได้แก่

- เจริญทองมวยไทย ข้าวสาร ( Jaroenthong Muay Thai Khaosan )

- เจริญทองมวยไทย รัชดา ( Jaroenthong Muay Thai Ratchada )

- เจริญทองมวยไทย ศรีนครินทร์ ( Jaroenthong Muaythai Srinakarin )

 

 ที่ไหนใกล้บ้าน หรือ สะดวกในการเดินทางไปเรียนมากที่สุด ก็เลือกที่นั่นเลยค่ะ เพราะเกิดเด็ก ๆ ติดใจการชกมวยขึ้นมา จะได้แวะเวียนไปเรียน หรือซ้อมได้ตลอดเวลานั่นเอง ราคาดีและคุ้มมาก แถมยังมีคลาสหลายแบบให้เลือกด้วย เลือกตามใจชอบเลย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ใน ค่าบริการมวยไทยสตรีท หรือดูคอร์สมวยไทยแบบสรุปคร่าว ๆ ( เฉพาะชาวไทย ) ที่ด้านล่างได้ค่ะ

 

- การเรียนแบบ Group Class รายเดือนเริ่มต้นที่ 2,490 บาท ( เฉพาะ เสาร์ อาทิตย์ ) หรือรายเดือนแบบไม่จำกัดครั้ง 2,990 บาท

 

- การเรียนแบบ Private Class รายครั้งเริ่มต้นที่ 990 บาท 1 คลาส ต่อ 1 ชั่วโมงครึ่ง 12 ครั้ง 9,590 บาท และ 24 ครั้ง ราคา 16,790 บาท

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

 

คำศัพท์ วงการมวยไทย

นักมวย กับเครื่องรางของขลัง

นักมวย กับเครื่องรางของขลัง

 

ศิลปวัฒนธรรมไทย ทุกอย่างย่อมมีวิญญาณบรรพบุรุษ ครูบาอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่คอยปกปักษ์ดูแลอยู่ทุกแห่ง มวยไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสตร์การป้องกันตัวของไทย ก็มีสิ่งยึดเหนี่ยวเช่นนี้ไม่ต่างกัน

 

สวัสดีค่ะ วันนี้ในขณะที่ผู้เขียนกำลังลองศึกษาค้นคว้าข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องเครื่องรางของขลัง อยู่นั้นเอง ตัวผู้เขียนก็อดที่จะตระหนัก และอดที่จะนึกขึ้นมาไม่ได้ว่า นักมวยตั้งแต่สมัยโบราณ เขาก็มักจะมีวิธีไหว้ครูบาอาจารย์ เป็นการเคารพ และแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ต่อเหล่าครูอาจารย์ อาจารย์ก็การปัดเป่ากระหม่อม เพื่อขอให้การก้าวขึ้นสู่สังเวียน หรือ ลานประลองมวย ของสานุศิษย์ นั้น  เป็นไปอย่างราบรื่น และได้รับชัยชนะจากการชก

 

ทว่านอกจาก การฝึกฝนอย่างตรากตรำ โดยได้รับการประสิทธิประสาท มาจากครูมวยแล้ว อีกสิ่งที่นักมวยส่วนใหญ่ จะต้องพก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ของขลัง ของศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ก็เป็นอีกศาสตร์ที่น่าสนใจ ผู้เขียนจึงได้ลองรวบรวมเครื่องรางของขลัง ที่นักมวยจะพกเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวก่อนขึ้นชก มาให้ได้อ่านกันดูค่ะ

 

1. มงคล

เป็นเครื่องรางที่ทำจากสายสิญจน์ หรือผ้าดิบ ทำเป็นลักษณะทรงกลม ขนาดพอดีรับกับศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ด้านหลัง เพื่อให้ผู้ขึ้นชกสวมใส่ นอกจากนี้ในอดีต ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับมงคลว่า เป็นหนึ่งในเคล็ดทางไสยศาสตร์ ที่ไม่ว่านักมวยคนใดได้สวม ก็จะคุ้มครองคน ๆ นั้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย โดยผู้ที่จะใส่ หรือถอดมงคลออกจากศีรษะได้  ก็จะต้องเป็นครูมวยอาวุโส หรือ พี่เลี้ยง ที่นักมวยคนนั้นให้ความเคารพมาก และบริกรรมคาถาเพื่อให้คุ้มครองแก่ผู้ขึ้นชกด้วย

 

2. ว่าน

เป็นพืชพันธุ์พิเศษ มีความเชื่อว่า สรรพคุณของมันจะทำให้ผิวหนังทนทานความร้อน หรือทำให้หนังเหนียว ฟันแทงไม่เข้า จึงนิยมนำมาทำเป็นของขลังปลุกเสก นำมาเป็นส่วนผสมในการทำตัวพระเครื่อง หรือ นิยมให้นักมวยเคี้ยวก่อนขึ้นชก หรือผสมกับน้ำดื่มเย็นชื่นใจในขัน ( เอ..ผู้เขียนอดคิดไม่ได้เลยนะคะ ว่าเขาอาบน้ำว่านกันด้วยรึเปล่านะ สมัยนั้น ) เพราะเชื่อว่าจะทำให้นักมวยแข็งแรง และได้ชัยชนะจากการชกนั่นเอง

 

3. ประเจียด

ประเจียด ก็คือ เครื่องรางของขลัง ทำจากใยผ้าที่เรียกว่า ผ้าสาลู ’ ( ผ้าขาวบางเนื้อดี หรือ ผ้าดิบ ) โดยจะเลือกใช้สีขาว กับ สีแดง เป็นสีหลัก ในการทำตัดผ้าเป็นทรงสามเหลี่ยม ก่อนจะลงเลขยันต์มหาอำนาจ นำมาทำเป็นสายรัดต้นแขนทั้งสองข้าง เพื่อให้กายของผู้ที่ใส่นั้น คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด คุ้มกำลังเภทภัย โดยสลักภาษาที่เขียน เป็นอักขระแบบขอม หรือ เทวนาครี โดยก่อนขึ้นชกมวย ผู้ใส่อาจแนบตะกรุด ว่าน หรือเครื่องรางของคลังอื่น ไว้บนประเจียดได้

 

4. ตะกรุด

วัสดุที่ใช้ในการทำตะกรุด แบ่งออกได้ด้วยกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเงิน ทอง นาค หรือ ใบลาน ที่ลงเลขยันต์กำกับเอาไว้ ม้วนเป็นคล้ายก้าน และเจาะช่องตรงกลางเพื่อให้เชือก หรือ สายสร้อยสอดเข้าไป มักเป็นอีกหนึ่งเครื่องรางของขลัง ที่ผู้ขึ้นชกจะแนบใส่ไปในผ้าประเจียด เพื่อเสริมสร้างความกล้า และ ขวัญกำลังใจ

 

 

5. รอยสัก อยู่ยงคงกระพัน

จากคำสัมภาษณ์ของ คุณเขาทราย กาแล็คซี่ นักมวยไทยชื่อดังระดับโลก ที่เปิดใจในรายการ เปิดกรุลี้ลับ ว่าด้วยเรื่องของความเชื่อเสริมมงคล นักมวยก่อนขึ้นชก ทางช่อง Amarin TV ยังต้องพึ่งในเรื่องของความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะการสักยันต์น้ำมัน ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น มือ หน้าอก แผ่นหลัง บนศีรษะ ที่ทำให้คุณเขาทรายมีที่ยึดเหนี่ยว ให้ใจสู้ ฮึกเหิม ทางจิตใจ

 

โดยสมัยโบราณ การสักยันต์ชนิดนี้ ผู้ที่ถูกสักจะเต็มไปด้วยศรัทธาที่แรงกล้า มีความเข้มแข็ง และเชื่อในปาฏิหาริย์ ในการตั้งปณิธานที่จะสืบสานศิลปะ แขนงแม่ไม้มวยไทย โดยยันต์ที่สัก จะมีการเสกเป่า เชิญครูบาอารย์ มาเป็นขวัญและกำลังใจสู่เจ้าของรอยสักนี้

 

6. พระเครื่อง

พระเครื่องนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ ที่นักมวยมักจะใช้อม เพื่อให้พระเครื่องนั่นปกป้องคุ้มครองตัวเอง ให้ได้ชัยชนะจากการชก ทว่าปัจจุบัน วิธีนี้อาจไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่รัก เพราะอาจเกิดอันตราย รวมถึงความทะมัดทะแมง ความคล่องคตัวในการเขยื้อนกาย ก็จะลดลงตามไปอีกด้วย

 

7. พิรอด

พิรอด หรือ เงื่อนพิรอด ทำจากกระดาษสา หรือ ถักด้วยหวาย ที่ผ่านการบริกรรม พิธีกรรมมาแล้ว จากนั้นผู้ทำพิธีจึงจะทำการลงรักปิดทอง ให้ใส้สวมต้นแขน หรือ ทำเป็นแหวนให้สวมใส่ที่นิ้วมือ ว่ากันว่า หากเป็นพิรอดรุ่นพิเศษ ชนิดแบบลิมิเตด อิดิชั่น อย่าง กำไลพิรอด ชนิดงู 2 ตัว ชนิดที่ว่าต้องกลืนหางกันเองเท่านั้นด้วยนะ ( ถ้าไม่ใช่คือของปลอมค่ะ ฮา ) จะทำให้ช่วยเสริมให้นักมวยมีพลังแข็งแกร่ง และเกิดปาฏิหาริย์ได้เช่นเดียวกับตะกรุด หรือพิสมร นับว่าเป็นของขลังวิเศษ ที่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว

 

8. ผ้ายันต์

นิยมนำมาทำเป็นเสื้อยันต์ โดยมีเกจิอาจารย์ มักเป็นผู้ลงยันต์อักขระ เพื่อให้นักมวยใช้สวมใส่ แต่ปัจจุบันเริ่มไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่นักมวยก็จะพกเป็นผ้ายันต์ ขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดเทียบเท่ากับผ้าเช็ดหน้า พกติดตัว จนกว่าจะถึงคราวขึ้นชกแทน

 

9. พิสมร

เครื่องรางของขลัง ที่ทำจากแผ่นโลหะ หรือ ใบลานรูปทรงสามเหลี่ยม แต่มีรูปร่างไม่กลมเหมือนกับตะกรุด แต่ก่อนที่ผู้ชกจะสวม พิสมรก็ต้องผ่านการทำพธีกรรม เสาเรียกครูบาอาจารย์มาให้ขวัญกำลังใจเช่นกัน

 

เรียกได้ว่า ของขลังแต่ละอย่าง ล้วนมีชื่อที่คุ้นหูต่อคุณผู้อ่านบ้างแหละ ความศรัทธา และความแรงกล้า เป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ช้าแต่...ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

 

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

 

 

มวย เทรนด์ใหม่วัยรุ่น

มวย เทรนด์ใหม่วัยรุ่น

เทรนด์วัยรุ่น ในสมัยปัจจุบันนี้ มีเทรนด์ที่เหล่ากลุ่มวัยรุ่นชอบทำหลากหลายอย่าง หลายกิจกรรม และหลายรูปแบบ ซึ่งอีกหนึ่งอย่าง ที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ ก็คือ มวยไทย

 

ทำไมเมรนด์การต่อยมวย ถึงกำลังเป็นที่นิยม

นั้นก็เพราะว่า วัยรุ่นสมัยนี้ หันมาสนใจ หันมารู้จักการดูแลสุขภาพ ใส่ใจในความแข็งแรง ดูแลหุ่น ให้หล่อ ให้สวยกันมากยิ่งขึ้น วัยรุ่นในสมัยนี้ จึงนิยมที่จะออกกำลังกายกัน จะเห็นได้ชัดจากการที่ วัยรุ่นสมัยนี้  เวลาไปออกกำลังกาย ก็จะมีการถ่ายรูปตัวเองตอนออกกำลังกาย อัพลงในสื่อต่างๆ ทางโซเชียลมีเดีย กันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็น ดารา นักแสดง นักร้อง ศิลปิน พวกเขาเหล่านี้ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ทำไมเทรนด์การออกกำลังกายจะไม่เป็นที่นิยมหละ จริงไหม

 

แล้วยิ่งกระแสการต่อยมวย ชกมวย ของเหล่าซุปเปอร์สตาร์ ดารา ศิลปิน เซเลป ในตอนนี้เป็นกระแสที่นิยมมาก เนื่องจากการจัดการแข่งขัน ต่อยมวย ชกมวย ที่เกิดขึ้นรายการหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่า ใครๆ ก็น่าจะรู้จักรายกการ ศึกชกมวยดัง ของเหล่าซุปเปอร์สตาร์ ที่จัดโดย พี่เจ เจตริน อย่างรายการ 10 fight 10 ที่มีมาแล้วถึง 2 season  การันตีความมันส์ ต่อยจริง เจ็บจริง ที่เห็นแล้ว สนุก ได้ใจคนดูอย่างเราๆ สุดๆ ไปเลย

 

พอทุกอย่างมันเป็นกระแส ที่ได้รับความนิยมขาดนี้แล้ว วัยรุ่น หรือคนรุ่นใหม่ ยังไงก็ต้องขอเข้าเทรนด์ เพราะว่าไม่ใช่แค่จะเป็นการที่ เข้าเทรนด์ ทำตามกระแสอย่างเดียว ที่สำคัญ การออกกำลังกาย ยังไงมันก็ดีต่อสุขภาพจริงไหม เพราะฉะนั้น วันนี้ เราจะมาบอกถึงหลักการ ในการที่จะเริ่ม เข้าเทรนด์ชกมวย เข้าวงการ การออกกำลังกาย แบบต่อยมวยกัน

 

หลักการแบบง่ายๆ สำหรับคนที่จะเริ่มต่อยมวย ชกมวย

- เตรียมตัวเองให้พร้อม

อันดับแรกเลย เราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อน ทั้งสภาพร่างกาย และจิตใจ เพราะการต่อยมวย หรือชกมวยนั้น  ไม่ได้เหมือนการแล่นขายของในสมัยเด็กๆ ที่นั่งเล่นชิลๆ มุ้งมิ้งๆ น่ารักๆ แต่การออกกำลังกายโดยการต่อยมวย หรือชกมวยเนี่ย มันของจริง เราต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ถ้าเป็นไปได้ ควรมีความฟิต มีความแข็งแรง ถ้าเคยออกกำลังกายมาบ้างอยู่แล้ว ก็จะดีมาก ตาถ้าคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย ก็อาจจะต้องเริ่มเบาๆ เริ่มคาร์ดิโอ ให้ร่างกายมีความพร้อมไว้ก่อนบ้าง และที่สำคัญ คือการเตรียมความพร้อม ทางด้านสภาพจิตใจ เพราะอย่างที่บอก ต่อยมวย ชกมวย มันเจ็บนะ นึกถึงคนต่อยกัน ชกกันสิ ใครบ้างไม่เจ็บ ถ้าใจคุณยังไม่ถึงพอแล้วละก็ ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบเข้าวงการนี้ หาเข้าวงการอื่นไปก่อน รอให้สภาพจิตใจคุณพร้อม ค่อยกลับมาเลือกเข้าวงการต่อยมวย ชกมวย ก็น่าจะดีกว่า

 

- เลือกหา สถานที่สำหรับการออกกำลังโดยการชกมวย ต่อยมวย

การเลือกหายิมดีๆ สักที่นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจะต้องทำการหาข้อมูลดีๆ อันดับแรก คุณก็คงต้องเลือกหา ยิมมวย ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของคุณมากนัก สามารถเดินทางไปออกกำลังกายได้อย่างสะดวก เพราะถ้ามันไกลเกินไป แพชชั่นในการออกกำลังกายของคุณก็อาจจะหมด ไม่มีกำลังใจในการไปออกกำลังกายก็ได้ ส่วนอีกเรื่องที่เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลยก็คือ ยิมมวยนั้น ต้องได้รับมาตรฐาน มีเทรนเนอร์ หรือครูสอนมวยที่ดี และเก่ง สามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จในการชกมวย ต่อยมวยได้ สามารถทำให้คุณได้ออกกำลังกายได้อย่างสนุก ภายในยิมมวยนั้น จะต้องมีอุปกรณ์สำหรับการฝึกมวยที่ครบถ้วน สะอาด และสามารถใช้งานได้อย่างมมีประสิทธิภาพ มีการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกมวยเป็นอย่างดี และท้ายที่สุด อีกหนึ่งปัจจัยหลัก คือ ราคาค่าใช้จ่าย ในการใช้บริการ ถ้าสถานที่ดี เทรนเนอร์ แต่ราคาไม่โอเค คุณก็คงไม่ไปใช่ไหม แต่ถ้าราคาสมเหตุสมผล มีโปรโมชั่นดีๆ ใครก็ต้องเลือก ซึ่งเราของแนะนำ ยิมเจริญทองมวยไทย รัชดา ที่มีทุกอย่างครบ จบตามที่มือใหม่อย่างเราต้องการ

 

- เตรียมอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมส่วนตัวของคุณ

อุปกรณ์ส่วนตัวในการฝึกซ้อม ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพราะว่า อุปกรณ์บางอย่าง ไม่สามารถใช้ร่วมกันกับผู้อื่นได้ คุณจึงต้องหาข้อมูล สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกซ้อม เช่น ชุดที่คุณต้องงใส่ในการฝึกซ้อม จะต้องเลือกชุด ในเหมาะสมในการฝึกซ้อม หรือบางอาจจะชอบแฟชั่น ก็อาจจะหาเรฟจากข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ในการแต่งตัวมาฝึกซ้อมมวย และ นวม ฟันยาง ที่คุณควรจะต้องเลือกซื้อให้เหมาะสมกับขนาดของร่างกายของคุณ เช่นกัน

 

เมื่อทุกอย่างมันพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณ จะออกไปลุยได้แล้วแหละ คุณจะต้องคิดอยู่เสมอว่า การออกกำลังกาย ยังไงมันก็เหนื่อย แล้วยิ่งเป็นการออกกำลังกาย โดยการต่อยมวย หรือชกมวยนั้น ก็จะยิ่งทั้งเหนื่อย และเจ็บตัวแน่นอน แต่สิ่งที่คุณจะได้กลับมา คือ สุขภาพของตัวคุณเอง ความแข็งแรงของร่างกายคุณเอง ความฟิต ของตัวคุณเองทั้งนั้น ยังไงแล้ว มันก็คุ้มที่จะเหนื่อยแน่นอน

 

สุดท้ายนี้อยากจะฝากไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอะไร ไม่ว่าจะหนักหน่วงขนาดไหน ยังไงคุณก็ต้องมีสติ และอย่าประมาท ต้องนึกถึงเสมอว่า ตัวเราเองนั้นไหวแค่ไหน อะไรไม่ไหวก็พักก่อน อย่าเพิ่งฝืน ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป แล้วค่อยๆ เพิ่ม ให้มันดีขึ้น ไม่ต้องห้าว ไม่ต้องรีบร้อน เพราะไม่งั้น จากที่จะออกกำลังกาย แล้วได้สุขภาพที่ดี อาจจะเป็น ออกกำลังกาย แล้วบาดเจ็บได้

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ศาสตร์ไทยที่ไปไกลระดับโลก

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

มวยไทย ศาสตร์ไทยที่ไปไกลระดับโลก

มวยไทย ศาสตร์ไทยที่ไปไกลระดับโลก

ปัจจุบัน ศิลปะวัฒนธรรมไทยได้มีบทบาทในระดับโลก อย่างล่าสุด ก็เป็นเรื่องของโขนไทย ที่เพิ่งได้รับการยกย่อง ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ แน่นอนว่า ในปีลำดับต่อไป หนึ่งในนั้นยังมีศิลปะมวยไทยด้วย

 

ศาสตร์ศิลป์มวยไทย

 

ศาสตร์มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ของไทย ที่รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสายมวยไชยา มวยลพบุรี มวยท่าเสามวยพระยาพิชัยดาบหัก และมวยพลศึกษา ล้วนมีเอกลักษณ์และท่วงท่าต่างกัน ตั้งแต่ลีลา กระบวนท่วงท่า การตั้งรับ การคาดเชือกที่มีกลิ่นอายเอกลักษณ์ ของความเป็นมวยสายนั้น ๆ

 

จนกลายเป็นว่า ตั้งแต่อดีต ที่เริ่มต้นจากการจับเวลา ด้วยการใช้กะลาจมน้ำ จนถึงในสมัยปัจจุบัน  ได้มีการจัดชกมวยไทย อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพนัน การแข่งขัน หรือแม้แต่เป็นการชกแสดงต่อหน้านักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนทำให้มวยไทย เป็นหนึ่งในศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่ชาวต่างชาติก็รู้จักและคุ้นตา ซึ่งสถานที่ใช้จัดการชก ที่เรารู้จักกันดี ก็จะเป็น สนามมวยราชดำเนิน หรือ มวยลุมพินี

 

ก็ลองสังเกตของที่ระลึก ที่เอาไว้ขายให้นักท่องเที่ยวดูก็ได้ ว่ามวยไทยมักถูกนำมานำเสนออยู่ในรูปแบบสินค้าที่จับต้องได้ ซึ่งมีการนำเสนอ ตั้งแต่กระบวนท่าแม่ไม้มวยไทย ไม่ว่าจะเป็น ท่าจระเข้ฟาดหาง หนุมานถวายแหวน อิเหนาแทงกฤช นาคาบิดหาง ผ่านรูปแบบผลิตภัณฑ์อย่าง พวงกุญแจ แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือแม้แต่เสือ และกางเกงมวย

 

หรือ ภาพลักษณ์ของนักมวย ทีมีร่างกายกำยำ สวมคาดเชือก ให้อยู่ในรูปแบบของสินค้า ให้นักท่องเที่ยวจดจำ ที่มีให้เห็นตามร้านย่านท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเกิดเป็นธุรกิจโรงเรียนสอนมวยมากมายหลายแห่ง สำหรับผู้สนใจทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติ

 

อีกภาพลักษณ์ของมวยไทย ที่ทำให้รู้จักไปทั้งโลก ก็มีการนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ อย่างเรื่อง พันท้ายนรสิงห์ที่มีการพูดถึงเรื่องของประวัติ พระเจ้าเสือ กษัตริย์ที่ช่ำชองเรื่องของมวยไทย หรือ นายขนมต้ม เชลยในสมัยอยุธยา ที่ถูกกวาดต้อนไปยังพม่า และได้เผยแพร่ศาสตร์มวยไทย ให้สายตาของชาวพม่ารามัญประจักษ์

 

หรือ แม้แต่ ภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่โด่งดังอย่าง เก้าศาสตราที่มีการนำเสนอ กระบวนท่าแม่ไม้มวยไทย ผ่านฉากต่อสู้ของพระเอกอย่าง อ๊อด ได้อย่างน่าสนใจ และ นำเสนอได้อย่างสร้างสรรค์ มวยไทย ที่นำเสนอผ่านสื่อ ก็มีผลที่ทำให้คนได้รู้จัก และสนใจศาสตร์ของแม่ไม้มวยไทย ได้อย่างน่าอัศจรรย์เช่นกัน

 

มวยไทย ในระดับโลก

 

มวยไทย ยังไปสู่ระดับสากลได้มากกว่านั้น จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ค่อยได้รับการสนใจ เมื่อเทียบการศิลปะอื่นของไทย เช่น ศิลปะการแสดงโขน แต่เมื่อกระแสโลกาภิวัตน์ตามช่วงสมัย ที่ทำให้มวยไทยออกสู่สายตาของชาวต่างชาติ จึงทำให้มีชาวต่างชาติจำนวนมาก ที่อยากจะเรียนศาสตร์และศิลป์ของมวยไทย จนเกิดเป็นการสร้างรายได้ต่อครูมวย ที่สามารถต่อยอดไปถึงการทำธุรกิจโรงเรียนสอนต่อยมวยในต่างแดน

 

นั่น...จึงทำให้มวยไทย ออกสู่สากล และ ยังกลายเป็นเทรนด์กีฬาในกระแสโลก ที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง และกลายมาเป็นหนึ่งในกีฬาทางเลือก ของคนรักสุขภาพ ในการเบิร์นแคลอรี ลดน้ำหนัก หรือ การใช้เรี่ยวแรงในการออกกำลังกาย ให้ดีต่อสุขภาพ

 

มวยไทย สู่การนำเสนอต่อทะเบียนยูเนสโก 

 

จากประเด็นที่เป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก ว่าการแสดงโขนไทยนั้น เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) อย่างเป็นทางการ ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา  โดยประเทศไทยของเราก็ไม่รอช้า ที่จะนำเสนอศาสตร์ศิลป์ไทย ทั้งหมดอีกสามแขนง ได้แก่ โนรา ผีตาโขน และ มวยไทย

 

ซึ่งแม้ว่าในด้านของกระทรวงวัฒนธรรม จะมีการแค่เปรย ในเรื่องของการนำเสนอ หรือ นำเสนออย่างจริงจัง ก็ตาม เพราะเมื่อดูแล้ว ไม่ได้จริงจังเหมือนเมื่อคราว การแสดงโขนไทยมากนัก แต่มวยไทย ก็เป็นอีกหนึ่งในแขนงศาสตร์ไทย ที่น่าจับตามองว่า จะถูกพิจารณาจากหลักเกณฑ์ และจะมีภาพรวมต่อองค์การระดับโลกอย่างไรบ้าง

 

มวยไทย VS มวยเขมร ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่

 

อย่างที่ชาวโซเชียลมีเดียรับรู้ว่า เมื่อคราวทั้งไทยกับเขมร ต่างได้ยื่นนำเสนอการแสดง โขนไทย กับ ละโคนโขลเขมร ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน จนเกิดเป็นวิวาทะเดือดพล่านอยู่พักใหญ่ ถือเป็นการรวมตัวกันของเกรียนคีย์บอร์ด ในการยกอ้างว่า โขนเป็นของใครกันแน่ ทั้งที่อิทธิพลจากการแสดง ก็ได้รับเป็นวัฒนธรรมร่วมจากอารยธรรมอินเดียเหมือนกัน

 

จนบทสรุปก็คือ โขนของแต่ละประเทศ ต่างก็ได้ขึ้นทะเบียนคนละประเภท โขนไทยได้ขึ้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในขณะที่ละโคนโขลเขมร ชื่อชุดว่า ละโครโขลคณะวัดสวายอัณแดตก็ได้ขึ้นทะเบียน จัดอยู่ในหมวดที่ต้องได้รับการอนุรักษ์ และฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน

 

แล้วหากลองพลิกจากการแสดงโขน มาเป็นมวยไทยดูบ้างล่ะ ผู้เขียนเองก็ตั้งประเด็นสงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะจากที่ได้ลองไปสำรวจ มวยเขมรที่เรียกว่า โบกะดอร์ (Bokator)’ หรือ ประดัลเสรีก็มีความคล้ายกับมวยไทยในบางจุดอยู่ และไม่ใช่แค่นั้น ประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่ข้างๆ ไทย อย่างลาว หรือ พม่า (ความจริงแล้วเป็นมวยของมอญ ที่ชื่อว่า ราไวย์ เป็นมวยที่ไม่มีเชิง ค่อนข้างไม่มีกระบวนท่าเป็นเรื่องเป็นราว ไม่เหมือนกับมวยไทย ที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวกว่า และ มวยบันโด ของไทยใหญ่) ก็มีศาสตร์ศิลป์ กระบวนท่า หรือแม้แต่ภาพรวม ที่คล้ายกับมวยไทยของเราอยู่

 

หากเทียบเท่ากับประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือการที่องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ ศิลปะมวยไทเก๊ก หรือ มวยไท่จี๋ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เหมือนกัน ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การที่ไทยได้เสนอมวยไทยต่อองค์การยูเนสโกนั้น จะได้รับการขึ้นทะเบียน และอยู่ในหมวดประเภทเดียวกัน เหมือนกับเมื่อคราวการแสดงโขน หรือไม่

 

ซึ่งหากมองในมุมมองเดียว กับเมื่อครั้งขึ้นทะเบียนการแสดงโขนเมื่อปีก่อนแล้วนั้น ทางคณะกรรมการของยูเนสโก ก็ต้องอาจจะต้องพิจารณาองค์ประกอบในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่องของประวัติความเป็นมา การต่อยอด พัฒนา ว่ามวยไทยนั้น มีองค์รวม องค์ประกอบในเกณฑ์ที่เหมาะสม ในการขึ้นเป็นมรดกวัฒนธรรมในรูปแบบใด เพื่อนำไปสู่การจัดการ และการประกาศต่อโลกว่า มวยไทย จะได้รับการแต่งตั้งอยู่ในหมวดประเภทใด

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

 

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

5 สายเด็ด แม่ไม้มวยไทย

มวยไทยมีหลักพื้นฐานเดียวกัน คือ การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก และศีรษะ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นได้มีการพัฒนาความสามารถและความถนัดในเชิงมวยที่แตกต่างกันออกไป และได้มีการเปรียบเปรยความสามารถเชิงมวยของท้องถิ่นต่าง ๆ ออกเป็น 5 สาย มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

1. มวยลพบุรี

          มวยลพบุรีนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคกลาง เอกลักษณ์ของมวยลพบุรี คือ เป็นมวยที่ชกฉลาด มีการรุกรับที่คล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงแม่นยำ เรียกว่า “มวยเกี้ยว” หมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย เคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับและออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอกได้อย่างรวดเร็ว สมกับฉายา “ฉลาดลพบุรี” และเอกลักษณ์อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ มีการพันมือครึ่งแขน แต่ที่แปลกและเด่นกว่ามวยสายอื่น ๆ คือ การพันคาดทับข้อเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมวยลพบุรี

          ในส่วนของกระบวนท่าของมวยไทยสายลพบุรีนั้น พบว่า มีด้วยกัน 16 กระบวนท่า ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ผสมกลมกลืนจากการหล่อหลอมและเลียนแบบท่าทางของสัตว์ต่าง ๆ เช่น ลิง และ ช้าง ที่มีอยู่มากในเมืองลพบุรี และครูมวย นักมวยไทยสายลพบุรีที่ควรรู้จัก ได้แก่ ครูดั้ง ตาแดง, ครูนวล หมื่นมือแม่นหมัด, นายซิว อกเพชร, นายแอ ประจำการ, นายเย็น อบทอง, นายเพิก ฮวบสกุล, นายจันทร์ บัวทอง, นายชาญ ศิวา-รักษ์, นายสมทรง แก้วเกิด และครูประดิษฐ์ เล็กคง ซึ่งบุคคลเหล่านี้นับได้ว่าเป็น มวยไทยสายลพบุรี เป็นประวัติศาสตร์ของมวยไทย ที่เป็นมวยท้องถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรสยาม มีอายุถึง 1,356 ปี มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ประวัติความเป็นมาเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณี

          การแข่งขันมวยไทยสายลพบุรี มีกติกาการชก กำหนด 5 ยก โดยใช้ยกเวียน การหมดยกใช้กะลาเจาะรูใส่ในโหล เมื่อกะลาจมน้ำถือว่าหมดยก การต่อสู้ใช้อวัยวะได้ทุกส่วนของร่างกาย การเปรียบมวยอยู่ที่ความสมัครใจของผู้ชก ไม่เกี่ยงน้ำหนักหรืออายุ การไหว้ครูเหมือนการไหว้ครูสายอื่น ๆ โดยทั่วไป

 

2. มวยโคราช

          มวยโคราชนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคอีสาน เอกลักษณ์ของมวยโคราช คือ สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก มีการพันหมัดแบบคาดเชือกตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราช เป็นมวยชกหมัดวงกว้างหนักหน่วง ที่เรียกว่า “หมัดเหวี่ยงควาย”  สมกับฉายา “หมัดหนักโคราช” ซึ่งการพันเชือกเช่นนี้เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยนั่นเอง

          ในส่วนของกระบวนท่าของมวยไทยสายโคราชนั้น พบว่า มีการฝึกตามขั้นตอน และเมื่อเกิดความคล่องแคล่วจะทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุมและฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ท่าฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ซึ่งได้แก่ ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า ท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า

          วิธีจัดการชกมวยโคราช นิยมจัดชกในงานศพที่ลานวัด ในเรื่องของการเปรียบมวยจะให้ทหารตีฆ้องไปตามหมู่บ้านแล้วร้องบอกให้ทราบโดยทั่วกัน และเมื่อเปรียบได้แล้วให้นักมวยมาชกประลองฝีมือกันก่อน หากฝีมือทัดเทียมกันก็ให้ชกแล้วนัดวันมาชก ซึ่งในการเปรียบมวยโคราช ไม่มีกฎกติกาที่แน่นอน หากพอใจก็ชกกันได้ ส่วนรางวัลการแข่งขันจะเป็นสิ่งของเงินทอง แต่หากเป็นการชกหน้าพระที่นั่ง รางวัลที่ได้รับจะเป็นหัวเสือและสร้อยเงิน

          ในสมัยรัชกาลที่ 5 – 6 มวยไทยโคราช เป็นช่วงที่มวยคาดเชือกรุ่งเรือง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ นักมวยฝีมือดี ได้แก่ นายแดง ไทยประเสริฐ หรือ “หมื่นชงัดเชิงชก”, ครูบัว  นิลอาชา (วัดอิ่ม), นายทับ จำเกาะ, นายยัง หาญทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ, นายพูน  ศักดา เป็นต้น

 

3. มวยไชยา

          มวยไชยานั้น ถือเป็นมวยไทยภาคใต้ เป็นศิลปะมวยประจำถิ่นอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอกลักษณ์ของมวยไชยา มีอยู่ 7 ด้าน การตั้งท่ามวยหรือการจดมวย ท่าครูหรือท่าย่างสามขุม การไหว้ครูร่ายรำ การพันมือแบบคาดเชือก การแต่งกาย การฝึกซ้อมมวยไชยา และแม่ไม้มวยไชยา

          กระบวนท่าของมวยไชยามีทั้งหมด 5 ชุด คือ แม่ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า ได้แก่ ปั้นหมัด พันแขน พันหมัด กระโดดตบศอก พันหมัดพลิกเหลี่ยม เต้นแร้งเต้นกา ย่างสามขุม ท่าที่สำคัญคือท่า “เสือลากหาง” เคล็ดมวยไชยาการป้องกันตัว และจะเป็นการป้องกันตัวแบบ 4 ป. คือ “ป้อง ปัด ปิด เปิด” และนอกจากการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แล้วยังมีวิชาการต่อสู้เช่น การ “ทุ่ม ทับ จับ หัก” อีกด้วย ซึ่งสมกับฉายา “ท่าดีไชยา” นั่นเอง และมวยไชยาจะคาดเชือกแค่ข้อมือเท่านั้น

 

 

 

4. มวยท่าเสาและพระยาพิชัย

           มวยท่าเสา ถือเป็นมวยไทยภาคเหนือ แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ากำเนิดขึ้นเมื่อใด ใครเป็นครูมวยคนแรก แต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ทำให้ทราบว่าครูมวยไทยสายท่าเสาที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ ครูเมฆ เอกลักษณ์ของมวยท่าเสา คือ การจดมวยกว้างและให้น้ำหนักตัวไปทางด้านหลัง เท้าหน้าสัมผัสพื้นเบา ๆ ทำให้ออกมวยได้ไกล รวดเร็ว และรุนแรง สมกับฉายา “ไวกว่าท่าเสา” ส่วนกลยุทธ์มวยพระยาพิชัยดาบหักเป็นทั้งมวยอ่อนและแข็ง สามารถรุกรับตามสถานการณ์ รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเองและคู่ต่อสู้

           ครูมวยท่าเสาที่มีความสามารถ ได้แก่ ครูเมฆ, นายทองดี ฟันขาว, ครูเอี่ยม, ครูเอม, ครูอัด คงเกตุ, ครูโต๊ะ, ครูโพล้ง, ครูฤทธิ์, ครูแพ, ครูพลอย, นายประพันธ์ เลี้ยงประเสริฐ, นายเต่า คำฮ่อ (เชียงใหม่) และนายศรี ชัยมงคล

           กระบวนท่าของมวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัยนั้น พบว่า มีกระบวนท่าการชก 15 ไม้ การเตะ 10 ไม้ การถีบ 10 ไม้ การตีเข่า 10 ไม้ และการศอก 10 ไม้ ส่วนในเรื่องของระเบียบประเพณีของมวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัย ต้องมีการขึ้นครูหรือยกครู การไหว้ครูประจำปี การครอบครู และการรำไหว้ครูก่อนชก

           เมื่อครูที่มีชื่อเสียงทั้งหลายเริ่มถึงแก่กรรม ทำให้มวยไทยสายท่าเสาได้ลดบทบาทลง และมีมวยสายอื่น ๆ เข้ามามากขึ้น มวยไทยสายครูเมฆแห่งท่าเสาเริ่มถูกลบเลือนไป เอกลักษณ์ของมวยสายท่าเสาอาจจะสูญสิ้นไปหากไม่มีการอนุรักษ์มวย “ลาวแกมไทย ตีนไวเหมือนหมา” เอาไว้

 

5. มวยพลศึกษา

          มวยพลศึกษา ได้ก่อกำเนิดมาพร้อมกับการจัดตั้งสามัคยาจารย์สมาคม เพื่อจัดเป็นสถานที่การออกกำลังกาย สำหรับประชาชนทั่วไป และได้มีการสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชามวยไทยสายพลศึกษาที่มีชื่อเสียงคือ อาจารย์สุนทร ทวีสิทธิ์ หรือ อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ปรมาจารย์มวยที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญหมัด ซึ่งศึกษามาจากหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์ สวัสดิกุล ซึ่งได้ทรงศึกษาการชกมวยสากลของประเทศไทย จนได้ชื่อว่าเป็นบิดามวยสากลของประเทศไทย นอกจากหมัดแล้วยังเน้นความเร็ว จังหวะเข้า- ออกที่คล่องแคล่วว่องไว เรียกได้ว่ามวยพลศึกษาเป็นมวยครบเครื่อง สมกับฉายา “ครบเครื่องพลศึกษา”

          เอกลักษณ์ของมวยไทยสายพลศึกษา พบว่า มีทั้งหมด 3 ด้าน คือ เอกลักษณ์ด้านการแต่งกาย เอกลักษณ์ด้านการไหว้ครูและร่ายรำมวยไทย เอกลักษณ์ด้านการเรียนการสอน ส่วนในเรื่องของกระบวนท่าของมวยไทยสายพลศึกษา จะประกอบไปด้วย กลวิธีการใช้หมัด กลวิธีการใช้เท้า กลวิธีการใช้เข่า กลวิธีการใช้ศอก แม่ไม้มวยไทย และลูกไม้มวยไทย ในเรื่องของระเบียบประเพณีของมวยไทย จะมีพิธีการขึ้นครูหรือการยกครู พิธีการไหว้ครู และเครื่องดนตรีประกอบ

          ด้วยความที่มวยไทยสืบทอดมาจากมวยโบราณซึ่งแบ่งออกเป็น 5 สาย คือ มวยไทยสายไชยา มวยไทยสายโคราช มวยไทยสายลพบุรี มวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัย และมวยไทยสายพลศึกษา แต่ละสายมีทั้งเอกลักษณ์ กระบวนท่า ระเบียบประเพณี และวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ให้อยู่คู่บ้านคู่เมืองเป็นเอกลักษณ์ของไทยสืบต่อไป

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ความเป็นมาของเวทีมวย

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

ออกกำลังกายแบบนักมวย

ออกกำลังกายแบบนักมวย

เชื่อว่าหลายๆคน ก็เริ่มที่จะหันมาออกกำลังกายกัน ยิ่งในช่วงที่โควิดกลับมาระบาดในบ้านเราอีกครั้งเป็นรอบที่สองแล้วด้วย หลายๆคนคงรู้สึกเบื่อ เลยหันมาออกกำลังเพื่อดูแลสุขภาพกันดีกว่า

 

แต่จะเลือกออกกำลังกายแบบไหนดี นี่สิประเด็นหลัก บางคนไม่เคยออกกำลังกายเลย อาจจะไม่คุ้นชินหรือไม่มีความรู้ทางด้านในการออกกำลังกายเลย ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนยังไง หรือไม่รู้จะเลือกอะไรดี

 

วันนี้เรามีการออกกำลังแบบนักมวยมาฝากกัน เผื่อไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออกกำลังกายของคุณ

ถ้าพร้อมแล้วเราไปลุยกันเลย

 

ท่า Shoulder Presses

ในการแข่งขันกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น หัวไหล่ที่แข็งแรง นั้นเป็นปัจจัยสำคัญ ในการชกเนื่องจากว่ากล้ามเนื้อมัดนั้นเป้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการใช้ปล่อยหมัดออกไปและยังช่วยเป็นการ์ดป้องกันจากการโจมตีของคู่ต่อสู้

 

ดังนั้นในท่า Shoulder Presses จะเป็นท่าเคล็ดลับในการสร้างกล้ามเนื้อของหัวไหล่อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลักก็คือ ดัมเบล แต่ถ้าหากไม่มีจริง ๆ สามารถใช้ขวด จับให้มั่นคงจากนั้นดันพื้น และลง อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับท่าบริหารร่างกายส่วนบนอื่นก็จะทำให้คุณมีหัวไหล่ที่สวยงามราวและแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

 

ท่า Clap Press-Up

อีกหนึ่งวิธีออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่ใช้ได้ผลจริง และยังทำได้บ่อยครั้งตามใจต้องการอีกด้วย นั่นคือ Clap Press-Up โดยวิธีการก็แสนง่าย เพียงคุณใช้กำลังของมวลกล้ามเนื้อของร่างกายส่วนบนออกมาให้หนัก ท่านี้ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความเข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มันยังช่วยมันยังช่วยปรับสัดส่วนของ Body Balance ซึ่งเป็นสิ่งที่นักมวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นสำหรับนักมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกคนด้วย

 

ท่า Plank

เป็นหนึ่งในท่าที่ดูธรรมดา ๆ แต่ต้องบอกว่าหินมากกับการที่จะทำให้แกร่ง นับเป็นที่ทรมานที่สุดเนื่องจากต้องอาศัยความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อแทบจะทุกส่วนเพื่อที่จะสามารถทำท่า Plank ให้แกร่งและนาน อย่างไรก็ตามในการออกกำลังกายต้องออกอย่างเหมาะสม และคู่ไปกับท่า Crunches และ Sit Up จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้ให้กลับร่างกายและช่วยให้หมัดหนักขึ้นอีกด้วย

 

ท่า Skipping

ในการชกมวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากการชกแล้วก็ยังคงอาศัยความเร็วเพื่อนที่จะหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ที่ปล่อยออกมาดังนั้นความว่องไวของ Foot work การที่จะเพิ่มขีดความสามารถตรงจุดนี้สามารถทำได้โดยการเล่นท่าSkipping ใช้เพียงเชือก และที่โล่ง เท่านั้นคุณก็สามารถทำได้แล้ว Skipping ก็เป็นปัจจัยหลักของท่าฝึกฝนการเป็นมวยไทย ( Muay Thai ) อาชีพที่ใช้ แถมยังเป็นทำที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมออีกด้วย

 

ท่า Push Ups

ในส่วนของท่านี้ ค่อนข้างที่จะยากสำหรับคนที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลัง “ Push Ups ” น่าจะเป็นอุปสรรคในช่วงแรก เพียงแค่คุณตั้งใจและพร้อมที่จะเปลี่ยนตัววเอง ท่าง่ายๆท่านี้คง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอาจจะเริ่มจาก ทำที่ละน้อย ๆ ครั้ง แล้ว เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะท่านี้ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อหลายส่วน หัวไหล่ แผงอก จะเป็นที่นิยมของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกคน ถ้าหากมีเวลาว่าง เราก็ควรที่จะPush Ups เป็นประจำทุกวัน

 

ท่า Sit-Ups

ท่าเบสิคที่หลายไคนน่าจะรู้จักดี แต่พื้นฐานของท่านี้ที่เป็นหัวใจหลักของความเข็งแรงของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ระดับโลกหลายๆคน เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องส่วนกลาง และมันจะสร้างความมั่นใจของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ที่จะไม่ต้องค่อยพะวงกับการลดการ์ดลงป้องกันลำตัว และเพิ่มโอกาสเดินหน้าแลกหมดแบบไม่กลัว

 

ท่า Squats

ท่านี้เสริมความแกร่งในช่วงล่วง ซึ่งสำคัญมากกับการเคลื่อนไหวและความมั่นคงกับการยืน นักมวยไทย ( Muay Thai ) ที่ดีจะต้องมีการยืนที่มั่นคง เพื่อเข้าวงในใช้เทคนิคต่างๆ ในการจัดการคู่ต่อสู้ได้ตลอดเวลา ในการ Squats จะช่วยเพิ่มความเข็งแรงและว่องไว และยังเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต้นขาด้านหน้า-หลัง

 

การใช้ Squats และออกกำลังกายที่ใช้ส่วนสะโพกอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณช่วงล่างที่มั่นคงและแข็งแรงไม่แพ้ใครแน่นอน

 

ท่า Shadow Boxing

Shadow Boxing  เรียกง่ายๆเป็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นับเป็นการสร้างเทคนิคการชกที่ดีที่สุดในการฝึกซ้อม รวมไปถึงการรักษาน้ำหนักความความฟิตของร่างกาย ในการทำ Shadow Boxing เรานั้นสามารถทำได้ในทุกสถานที่ แต่จะมีสถานที่นึงที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ “ในบ่อทรายหรือชายหาด ”  เนื่องจากเทคนิคนี้นักมวยไทย ( Muay Thai ) ได้เริ่มเรียนรู้เทคนิค จากการที่ดูนักฟุตบอลที่เล่นตามชายหาด ซึ่งทรายจะช่วยยึดเหนี่ยวช่วงล่างของลำตัวเราไว้ ทำให้ขยับลำตัวช่วงบนของเราได้อย่างอิสระระหว่างที่ทำอยู่ ดังนั้นมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เทคนิคและการชกได้ดียิ่งขึ้น

 

ท่า Chin Ups

ที่ขาดไม่ได้ไม่ได้เลยในการฟิตร่างกายช่วงบน หากท่านใดต้องการจะมีร่างกายช่วงบนที่แข็งแรงและสมส่วน  เน้นไปที่การเล่นท่า Chin up เพราะท่านี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก และหัวไหล่ ในท่าเดียว

  

ท่า Burpees

ท่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ ยากและเหนื่อยแทบขาดใจ และ Burpee ยังคงเป็นท่าที่ยากที่สุดใน 10 ท่าที่กล่าวมา แต่ท่านี้ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นหัวใจ และเป็นเห็นผลดีที่สุดของการออกกำลังกาย เป็นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายหากใครที่อยากจะมีรูปร่างที่สมส่วนอลองท่านี้เลย “Burpee” ต้องออกให้ถูกต้อง ลองดูท่าที่ถูกต้องในวิดีโอที่ถูกต้องใน Youtube ได้เลย ไม่ยากอย่างที่คิด

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

ความเป็นมาของเวทีมวย

ความเป็นมาของเวทีมวย

ความเป็นมาของเวทีมวย

 

มวยไทย เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย  ปัจจุบันนี้  ใคร ๆ ก็นิยมฝึกมวยไทย และยังเป็นการออกกำลังกายยอดฮิตของคนทำงานในยุคนี้ด้วย  มวยไทยนั้นก็มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน  และน่าสนใจ  แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง  ที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับมวยไทยเช่นกัน นั่นก็คือ  เวทีมวย  เราจะพาทุกคนไปดูเรื่องราวของเวทีมวยกัน

 

ประวัติสนามมวยเวทีราชดำเนิน

อดีตนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม  มีคำสั่งให้สร้างสนามมวยบนถนนราชดำเนินในปี พ.ศ. 2484 คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายเวนคืนที่ดิน  และแจ้งไปยังบรรดาเจ้าของที่ดินตามแนวถนนราชดำเนิน  เพื่อที่รัฐบาลจะได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ให้เป็นไปตามผังเมืองที่กำหนดไว้  สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้รับการมอบหมายให้รับผิดชอบโครงการนี้  ในเบื้องต้นได้มีการกำหนดให้สร้างสนามมวย ณ บริเวณสนามมิสกวัน  มุมถนนพิษณุโลกและถนนราชดำเนินนอก  ต่อมาได้มีการพิจารณาให้เปลี่ยนจากสถานที่ที่กำหนดไว้แต่เดิม  มาเป็นสถานที่ตั้งในปัจจุบัน  เนื่องจากสถานที่เดิมมีขนาดเล็กเกินไปสำหรับสนามมวย  ปัจจุบันนามมวยยังคงตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินนอก  ตัดกับถนนพะเนียง  ตรงข้ามกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

บริษัทอิมเพรซี่ อิตาเลี่ยน ออล เฮ็สเตโร – โอเรียนเต เป็นผู้ทำสัญญาก่อสร้างสนามในปี พ.ศ. 2484 โครงการได้เริ่มขึ้น  โดยมีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 1 มีนาคม  โครงการต้องหยุดชะงักในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง  ในปี พ.ศ. 2487 นายปราโมทย์ พึงสุนทร  ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯ  ในขณะนั้น  ได้นำโครงการก่อสร้างสนามมวยเข้าสู่วงการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง  ท่านได้นำเสนอแผนงานต่อท่านผู้อำนวยการฯ พ.อ. สุวรรณ เพ็ญจันทร์  ซึ่งเห็นชอบ  และมีคำสั่งให้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จต่อไป

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง  การก่อสร้างที่ค้างอยู่ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนสิหาคม พ.ศ. 2488 และกินเวลาสี่เดือนจึงจะแล้วเสร็จ  และในที่สุดสนามมวยแห่งชาติ  ก็พร้อมสำหรับการแข่งขันนัดแรกในวันที่ 23 ธันวาคม  โดยมีนายปราโมทย์ พึงสุนทร  เป็นผู้จัดการสนามมวยหรือนายสนามมวย  และท่านได้ดำรงตำแหน่งนี้จนกระทั่งเกษียรตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯ  ในปี พ.ศ. 2490

นายประหลาด อิศรากูล  ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯ  ในขณะนั้นเข้ารับหน้าที่แทนนายปราโมทย์  และดำรงตำแหน่งผู้จัดการสนามมวยอยู่นานสองปี  จากนั้นนายเชี่ยวสกุลก็ได้เข้ามารับหน้าที่แทน

นายเฉลิมเล็งเห็นถึงปัญหาและความไม่สะดวกนานาประการในการจัดการแข่งขันมวยในที่แจ้ง  จึงเสนอให้สร้างหลังคาคลุมพื้นที่ทั้งหมด  ม.ล. ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯในขณะนั้นเห็นชอบและมอบให้ บริษัทคริสตินี นีลสัน (ประเทศไทย) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างหลังคา  พร้อมทั้งต่อเติมที่นั่งให้มากขึ้น  ทำให้สนามมวยแห่งนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์เป็นสนามมวยได้มารฐานในปี พ.ศ. 2494

ตลอดระยะเวลา 7 ปี  ภายใต้การดำเนินงานของสำนักทรัพย์สินฯ  สนามมวยราชดำเนินประสบกับการขาดทุนมาโดยตลอด  สำนักทรัพย์สินฯ  จึงมีแผนที่จะวางมือ  และเสนอให้องค์กรเอกชนเช่าสถานที่  และดำเนินกิจการกันเอง (โดยมีเงื่อนไขว่าองค์กรดังกล่าวต้องมีคนไทยเป็นเจ้าของ)  นายเฉลิม  ซึ่งยังดำรงตำแหน่งผู้จัดการสนามมวยอยู่ในขณะนั้น  มีความเห็นว่าไม่เหมาะสม  ที่จะให้องค์กรหรือบุคคลนอกจากวงการมวยมาบริหารและดำเนินกิจการสนามมวย  จึงขออนุมัติจากสำนักงานทรัพย์สินฯ  ให้ตนเป็นผู้ดำเนินกิจการสนามมวย  และได้ก่อตั้งบริษัทราชดำเนิน จำกัด  ขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2496

ตั้งแต่เริ่มกิจการ บริษัท ราชดำเนิน จำกัด  ได้จัดการแข่งขันมวย ณ เวทีสนามมวยราชดำเนินมาตลอด  และได้ทำการขยายและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค  คลอดจนพัฒนามวยอย่างต่อเนื่อง  จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นสนามมวยที่มีชื่อเสียงในระดับสากล  และเป็นสถาบันมวยไทยแห่งหนึ่งในประเทศไทย 

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ สนอง คูณมี

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

วิวัฒนาการของมวยไทย ในแต่ละสมัย

 

มวยไทย มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก มวยไทยนั้นมีความสำคัญต่อประเทศไทยเราเป็นอย่างมาก ในสมัยก่อน ผู้ชายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ เจ้านาย ขุนนาง ทหาร หรือสามัญชน จะได้รับการฝึกมวยไว้เพื่อป้องกันตัวและปกป้องประเทศชาติ การนำท่ามวยมาประกอบกับการใช้อาวุธ จะทำให้การใช้อาวุธนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

วิวัฒนาการของมวยไทย

สมัยอาณาจักรน่านเจ้า

พ.ศ. 1219  พระเจ้าพีล่อโก๊ะ  ได้รวบรวมอาณาจักรไทยขึ้น  เรียกว่า  อาณาจักรน่านเจ้า  และมีกษัตริย์ที่แข็มแข็งปกครองอยู่  ไทยนั้นต้องทำสงครามกับจีนอยู่ตลอดเวลา  บางครั้งเกิดมิตร  บางครั้งเกิดศัตรู  ในสมัยนั้นได้มีการฝึกซ้อมใช้อาวุธบนหลังม้า  รู้จักใช้หอก  ใช้ง้าว  ในสมัยล้านนา  ไทยได้มีวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว  และวิชาเจิ้ง  การรบเพลงอาวุธ  และตำราพืชัยสงคราม  จัสังเกตุได้ว่า  การต่อสู้ในสมัยนี้  ส่วนมากจะใช้อาวุธ  เพราะเป็นการต่อสู้เพื่อเอกราช  การต่อสู้ด้วยมือเปล่าก็มีอยู่บ้าง  แต่ส่วนมากจะใช้ในระยะประชิดตัว  และนิยมการเลียนแบบจากจีน

 

สมัยกรุงสุโขทัย

พ.ศ. 1781 – 1921  ในสมัยสุโขทัยนี้  การต่อสู้มือเปล่าด้วยวิชามวย  ใช้ในการต่อสู้กับข้าศึก  และใช้ร่วมกับอาวุธมือถือชนิดต่าง ๆ เพื่อการกอบกู้ประเทศชาติ  สถานที่ ที่เป็นสำนักสอนวิชามวยไทย  แบ่งออกเป็น

  • วัด  จากครูบาอาจารย์ที่บวชเป็นพระภิกษุ  และมีฝีมือในการต่อสู้
  • บ้าน จากผู้ที่มีความรู้  เป็นคนถ่ายทอดวิชามวยไทยให้ลูกหลานที่สนใจ
  • สำนักราชบัณฑิตให้เรียนวิชาการต่อสู้  การใช้อาวุธบนหลังม้า  วัว  ควาย

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา

พ.ศ. 1893 – 2310  สมัยนี้มีการถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ มาจากสมัยสุโขทัยอย่างต่อเนื่อง  เช่น  การล่าสัตว์  การคล้องช้าง  การฟ้อนรำ  และการละเล่นต่าง ๆ และวัด  ก็ยังคงเป็นสถานที่ให้ความรู้  ทั้งวิชาสามัญ  และฝึกความชำนาญในเชิงดาบ  กระบี่กระบอง  กริช  มวยไทย  และยิงธนู  เป็นต้น

พ.ศ. 2174 – 2233  สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  นับว่าเจริญที่สุด  มีกีฬาหลายอย่างในสมัยนี้  เช่น  การแข่งเรือ  การชกมวย

 

สมัยพระเจ้าเสือ  หรือขุนหลวงสรศักดิ์

พระองค์ทรงโปรดกีฬาชกมวยมาก  มีครั้งหนึ่ง  พระองค์พร้อมด้วยมหาดเล็กอีก 4 คน  แต่งกายแบบชาวบ้าน  ออกไปเที่ยวงานมหรศพที่ตำบลราดรวด  แล้วพระองค์ก็สมัครชกมวยในงานนั้น  ในนามว่า  นายเดื่อ  โดยไม่เกี่ยงว่าคู่ชกจะเป็นใคร  พอทางสนามรู้ว่าพระองค์เป็นนักมวยมาจากอยุธยา  จึงได้จัดนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษไชยชาญที่มีอยู่  ได้แก่  นายกลางหมัดมวย  นายใหญ่หมัดเล็ก  นายเล็กหมัดหนัง  มาชกกับพระเจ้าเสือ  แล้วพระองค์ก็ชนะทั้งสามคน

พ.ศ. 2310 หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก  คนไทยจำนวนมากถูกจับไปเป็นเชลย  และเมื่อไปถึงพม่าก็จัดมหาเจดีย์ใหญ่เพื่อฉลองชัยชนะ  สุกี้พระนายกองก็ได้คัดเลือกนายขนมต้มไปชกมวยที่พม่าด้วย  นายขนมต้มได้ใช่วิชามวยไทยต่อสู้กับพม่าถึง 10 คน  และพม่าได้แพ้นายขนมต้มหมดทุกคน  จนพระเจ้ากรุงอังวะตรัดชมเชยว่า  คนไทยแม้ไม่มีอาวุธในมือ  มีเพียงมือเปล่า  ก็ยังมีพิษสงรอบตัว  เสร็จแล้วพระเจ้ากรุงอังวะก็ได้มอบเงินและภรรยาให้สองคน  เป็นรางวัลแก่นายขนมต้ม  นายขนมต้มได้เปรียบเสมือนบิดาผู้สอนมวยไทย  ชื่อเสียงได้เลื่องลือมาถึงปัจจุบัน 

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  มวยไทยชกกันด้วยการคาดเชือก  เรียกว่า  มวยคาดเชือก  ซึ่งใช้เชือกหรือผ้ามาพันมือเอาไว้  บางครั้งที่ชกก็อาจทำให้ถึงตายได้  เพราะเชือกที่คาดมือนั้น  บางครั้งก็ใช้นำมันชุดเศษแก้วละเอียด  ไม่ว่าจะชกไปตรงไหนก็ได้เลือดทั้งนั้น  จะเห็นได้ว่าการชกมวยสมัยนี้อันตรายมาก ๆ

 

สมัยกรุงธนบุรี

พ.ศ. 2314 พม่ายกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่  และตีเมืองพิชัย  พระยาพิชัย (นายทองดี ฟันขาว) บุคคลที่พระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตาก) ได้โปรดให้ครองเมืองพิชัยอยู่นั้น  ได้นำทัพออกไปต่อสู้กับพวกพม่าจนดาบหัก  แต่ก็สามารถปกป้องเมืองพิชัยเอาไว้ได้  ประชาชนจึงเรียกเขาว่า  พระยาพิชัยดาบหัก  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เรื่องราวของพระยาพิชัยดาบหัก  ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยามรินทร์  ก่อนกรุงแตกเป็นยุคสงครามกับพม่า  มีหนุ่มชาวบ้านหัวยคาเมืองพิชัย  หรืออุตรดิตถ์  ชื่อนายจ้อย  หรือนายทองดี ฟันขาว  เป็นคนที่สนใจในวิชาเพลงมวย  เที่ยวเสาะแสวงหาวิชาไปตามสำนักต่าง ๆ จนมีฝีมือพอตัว  จึงเที่ยวเปรียบหาคู่ชกจนมีชื่อเสียงโด่งดัง  และได้ฝากตัวอยู่กับพระยาตาก  ซึ่งต่อมาก็คือพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือพระเจ้าตากสินมหาราช  ที่ได้ทรงแต่งตั้งนายทองดี  ให้ไปครองเมืองพิชัย  และมีความชอบได้เป็นถึงพระยาพิชัย  ในเวลาแม้กระทั่งในตระกูลของพระยาพิชัยดาบหัก  เมื่อรับราชการมาจนถึงรัชการที่ 6 ก็ได้พระราชทานนามสกุลว่า วิชัยขัทคะ  แปลว่า  ดาบวิเศษของพระยาพิชัย  สมัยกรุงรัตนโกสินทร์  มีการเล่นกีฬามวยไทย  กระบี่กระบอง  แข่งเรือ  ว่าว  ตะกร้อ  หมากรุก  ชักคะเย่อ

 

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

พ.ศ. 2325 ในระยะต้น  รัชการที่ 1 – 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  กษัตริย์ไทยที่ทรงโปรดปรานกีฬามาก ๆ คือ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  ทรงโปรดกีฬามวยไทยอย่างต่อเนื่อง  ในสมัยนี้  ได้มีฝรั่งสองพี่น้องเข้ามาหาคู่ชกมวยแบบมีเดิมพัน  พระองค์ได้จัดส่งหมื่นผลาญ  นักมวยผู้เก่งกาจขึ้นชกกับฝรั่งสองพี่น้อง  แม้หมื่นผลาญจะมีร่างเล็กเสียเปรียบพวกฝรั่งอยู่มาก  แต่ด้วยศิลปะมวยไทย  อาวุธหมัด  เท้า  เข่า  ศอก  ฝรั่งสองพี่น้องก็พ่ายแพ้ยับเยินกลับไป  สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้โปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์หัดเล่นกระบี่กระบอง  พระบาดสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทย  จึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นในชนบทและในกรุง  นอกจากนี้ยังได้ทรงแต่งตั้งผู้มีฝีมือในกีฬามวย  ให้เป็นหัวหน้าในการจัดกีฬา  และให้มียศตำแหน่งด้วย  เช่น  พระไชยโชคชกชนะ  แห่งพระนคร , หมื่นมวยมีชื่อ  จากไชยา , หมื่นมวยแม่นหมัด  จากลพบุรี , หมื่นชงัดเชิงชก  จากโคราช

 

การจัดการแข่งขันมวยไทย

การแข่งขันมวยไทยครั้งสมัยโบราณ  ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีกติการที่แน่นอยอย่างไรบ้าง  ผู้มีอำนาจเด็ดขาด  ได้แก่  นายสนามมวย  แต่เมื่อมวยสากลได้รับการเผยแพร่เข้ามาครั้งแรก  โดยหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ๋วงศ์  สวัสดิกุล  เมื่อ พ.ศ. 2455 ทางวงการมวยไทยจึงได้วางกติกาขึ้น  ซึ่การชกมวยในสมัยนี้ก็ยังคงมีการคาดเชือกกันอยู่  ต่อมาจึงได้เปลี่ยนเป็นการสวมนวม  แต่การชกยังเหมือนเดิม  คือยังใช้การถีบ  เตะ  ชก  ศอก  เข่า  อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน  ได้มีวิวัฒนาการในเรื่องขอกติกา  และการจัดแข่งขันมาจนถึงปัจจุบัน  ดังนี้

พ.ศ. 2477 กระทรวงมหาดไทย  ได้ร่างกติกาคุ้มครองมวยไทยและมวยสากล  เพื่อเป็นการแข่งขันชั่วคราว  ต่อมาในพ.ศ. 2479 กรมพลศึกษา  มีหน้าที่ในการจัดแข่งขันมวยโดยตรง  ได้ตั้งกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง  ทำการปรับปรุงแก้ไขกติกามวยไทยและมวยสากล  และประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2480 เป็นต้นมา  และได้จัดพิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2482 การแข่งขันที่เป็นหลักฐานเริ่มอย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งพอจะแบ่งออกเป็นสมัยต่าง ๆ ได้ 5 สมัย  ดังนี้

สมัยสวนกุหลาย

สมัยนี้ประชาชนนิยมการชกมวย  และชมการแข่งขันชกมวยกันเป็นจำนวนมาก  การชกมวยไทยในสมัยนี้ยังมีการคาดเชือก (นักมวยสมัยเก่า  ใช้ด้ายดิบเส้นโตขนาดดินสอดำชุบแป้งให้แข็ง  พันตั้งแต่สันมือจนถึงศอก  และพันรัดเป็นปมทางด้านหลังของข้อนิ้วมือหรือสันหมัด  เป็นรูปก้นห้อยที่เรียกว่า  การคาดเชือก) การชกได้กำหนดจำนวนยกไว้แน่นอนแล้ว  มีกรรมการชีขาด  ผู้ตัดสินสวนมากจะนั่งอยู่ข้างเวที  และให้สัญญาณนักมวยหยุดชกด้วยเสียงหรือนกหวีด

 

สมัยท่าช้าง

ในสมัยนี้เป็นสมัยหัวเลี้ยวหัวต่อ  จากการคาดเชือกมาเป็นการสวมนวม  สมัยนี้ได้ดำเนินการจัดการแข่งขันมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรในที่สุดสนามก็เล็กเกินไป  กรรมการผู้ชี้ขาดที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้  คือ  นายทิม อติเปรมานนท์  และนายนิยม ทองชิตร์

 

สมัยสวนสนุก

การจัดการแข่งขันในสมัยนี้นายสนามดำเนินงานได้ดี  และยืนยาวอยู่หลายปี  นักมวยที่มีชื่อเสี่ยง  คือ  สมาน ดิลกวิลาส  และ  สมพงศ์ เวชชสิทธิ์  สมัยนี้มีการแข่งขันทั้งมวยไทยและมวยสากล  กรรมการผู้ตัดสินที่มีชื่อเสียง  ได้แก่  หลวงพิพัฒน์ พลกาย , นายสุนทร ทวีสิทธิ์ (ครูกิมเส็ง) , และนายนิยม ทองชิตร์

 

สมัยหลักเมืองและสวนเจ้าเชษฐ์

การแข่งขันชกมวยในสมัยนี้เข้มแข็งยิ่งขึ้น  เพราะทางราชการทหารเข้ามาร่วมมือช่วยเหลือ  และมีผลเป็นรายได้บำรุงกองทัพจำนวนมาก  นักมวยที่มีชื่อเสียงในยุคนี้  ได้แก่  สุข ปราสาทหินพิมาย , ผล พระประแดง , เพิก สิงหพัลลภ ประเสริฐ , ส.ส. ถวัลย์ วงศ์เทเวศร์ , และทองใบ ยนตรกิจ  การแข่งขันสมัยนี้ดำเนินมาหลายปีจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจึงได้เลิกไป  กรรมการผู้ตัดสินในสมัยนี้  ได้แก่  นายสังเวียน หิรัญเลขา  หรือนายเจือ จักษุรักษ์  และนายวงศ์ หิรัญเลขา

 

สมัยปัจจุบัน

ได้ทำการแข่งขัน ณ เวทีมวยราชดำเนินและเวทีสวนลุมพินีเป็นประจำ  และยังมีเวทีมวยที่เปิดการแข่งขันถาวรและชั่วคราวทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด  ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 มีสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย  สำนักงานกีฬาอาชีพ  ของการกีฬาแห่งประเทศไทย  ที่ได้จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.นี้  ให้มีหน้าที่ส่งเสริม  คุ้มครอง  สนับสนุน  และควบคุมกิจการมวยในประเทศไทย  ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย  ซึ่งนับว่าเป็นกฎหมายฉบับแรกของวงการมวยเมืองไทย

ขอบคุณข้อมูลจาก dspace.spu

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

ทักษะพื้นฐาน ของมวยไทย

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

เคล็ดไม่ลับ มวยไทย

มวยไทย (Muay Thai) ใคร ๆ ก็สามารถเริ่มต่อยมวยได้ ซึ่งการเริ่มต่อยมวยนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ถ้าหากใครต้องการจะฝึก มวยไทย (Muay Thai) แบบจริงจัง ตั้งใจจะเอาไปขึ้นสังเวียนหรือแข่งขันแล้วล่ะก็ จะต้องมีเคล็ดลับในการขึ้นชก วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดไม่ลับของ มวยไทย (Muay Thai) 

 

เอาจริงเราว่าการออกกำลังกายด้วย มวยไทย (Muay Thai) นั้น จะช่วยกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิต อีกทั้งทำให้ทุกส่วนของร่ายกายได้ใช้งานอย่างเต็มที่ ปัจจุบันมวยกลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม ก่อนที่จะเริ่มการชกมวยนั้น ลองมาดูเคล็ดลับที่ได้จากการชกมวยกันดีกว่า ไปกันเลย

  • ทำให้เผาผลาญพลังงานได้ดี
  • ช่วยเพิ่มซิกแพค
  • ช่วยคลายเครียด
  • ช่วยพัฒนาร่างกายให้แข็งแรง

 

เตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อ มวยไทย (Muay Thai) หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการฝึกมวยไทยอย่างแท้จริง คุณต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมและออกกำลังกายก่อนเสมอ คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งบนถนน นักมวยไทยจะวิ่งวันละสองรอบ ระยะทางมากกว่า 15 กิโลเมตร โดยปกติการวิ่งในตอนเช้าจะใช้เวลานานกว่าการวิ่งในช่วงบ่าย ดังนั้น คุณต้องเตรียมร่างกายให้ดีก่อนเริ่มวิ่ง

 

คุณจะต้องปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อม มวยไทย (Muay Thai) เพราะนักมวยจะต้องมักกระโดดเชือกในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนฝนตก อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที และต้องฝึกกระโดดเชือกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าของคุณด้านขึ้น แต่ถ้าหากเกิดแผลแล้ว ให้ปิดด้วยผ้าพันแผล ถ้าทางค่ายอนุญาตให้ใส่รองเท้าซ้อมกระโดดเชือกได้ก็ใส่ดีกว่า

 

 

นอกจากนี้คุณยังจะต้องซิตอัพเยอะมาก ๆ เพื่อให้ผิวหนังของคุณที่เต็มไปด้วยเหงื่อ จะไปสัมผัสกับพื้นผิวอันขรุขระและหยาบของพื้นผ้าใบหรือเสื่อออกกำลังกาย ซึ่งจะสามารถทำให้ผิวบริเวณหลังด้านล่างหลุดลอกออกมา ถ้าผิวหนังแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาอีกครั้งเพื่อลดแรงเสียดทาน

 

ต้องระวังเอาไว้ให้มาก เพราะว่าอาการผิวไหม้จากอากาศร้อนและแผลพุพองอาจะดูไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่ถ้าคุณไม่รักษาหรือดูแลตัวเอง มันอาจสร้างปัญหาให้กับคุณตอนซ้อม มวยไทย (Muay Thai) ได้ และยังมีสิทธิ์ติดเชื้ออีกด้วย 

 

สุดท้ายนี้ เราอยากจะฝากเอาไว้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ หรือนักกีฬาอาชีพที่ต้องการฝึกฝนมวยไทย ก็ขอให้ตัดสินใจเลือกอย่างฉลาด และสุดท้ายคุณจะเดินออกมาด้วยประสบการณ์และมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับมวยไทย (Muay Thai) ได้อย่างสง่าผ่าเผยอย่างแน่นอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทักษะพื้นฐาน ของมวยไทย

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

ทักษะพื้นฐาน ของมวยไทย

ทักษะพื้นฐาน ของมวยไทย

 

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ และป้องกันตัว ในแบบของไทย เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ต่างชาติเริ่มหันมาสนใจการฝึกมวยไทยอย่างล้นหลาม แล้วมวยไทยยังกลายมาเป็นการออกกำลังกายยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็ชอบ เพราะสนุก และช่วยในการลดน้ำหนักได้ดี เรามาดูกันดีกว่า ว่าทักษะพื้นฐานของมวยไทย มีอะไรบ้าง

 

การตั้งท่าจดมวย

การตั้งท่าจดมวย หมายถึง การวางเข่า การวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึก ซึ่งในการจดมวยนั้น ต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย หมายถึง การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี ๒ เหลี่ยม คือ

  • เหลี่ยมซ้าย หมายถึง การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง ๑ ช่วงตัว สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา
  • เหลี่ยมขวา หมายถึง การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

การวางตำแหน่งอวัยวะ

การวางตำแหน่งของอวัยวะที่ได้จดมวย หมายถึง การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว

 

การกำหมัดที่ถูกต้อง

คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง ๔ นิ้วเข้าหาอุ้งมือ
แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

การใช้หมัด

หมัดตรง หมายถึง การใช้หมัดที่ถนัดมุ่งไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว และเท้ายันพื้น โดยน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า ใช้แรงส่งจากเท้าหลังและสะโพก หัวไหล่ 

หมัดตัด หมายถึง การใช้หมัดเหวี่ยงในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม บริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ ผู้รู้บางคนเรียกว่า หมัดเหวี่ยง แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น และ หมัดเหวี่ยงยาว

หมัดตวัด หมายถึง การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขน
ออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ

หมัดเสย หมายถึง การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอกหงายหมัด แล้วพุ่งหมัดยกขึ้นสู่เป้าหมาย ได้แก่ ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้ 

 

การใช้เท้า

การใช้เท้าจะแบ่งออกเป็น 2 ไม้ คือ การเตะ และ การถีบ

การเตะ หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้า

  • เตะตรง หมายถึง การเตะเสยจากพื้นขึ้นไปส่วนบนในลักษณะตั้งฉากกับพื้น
  • เตะตัด หมายถึง การเตะที่ใช้เท้าวาดขึ้นขนานกับพื้น สามารถเตะตัดได้ทั้งส่วนล่างของลำตัว และส่วนบนของอวัยวะ
  • เตะตวัด หรือเตะเฉลียง หมายถึง การเตะที่ทิศของการเตะจะเฉียงลงพื้นสู่เป้าหมายกลับหลังเตะ หมายถึง การหมุนตัวหันหลังให้คู่ต่อสู้ แล้วเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง ให้ส้นเท้าปะทะเป้าหมาย

การถีบ หมายถึง การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือส้นเท้าปะทะคู่ต่อสู้ ปลายเท้าปะทะคู่ต่อสู้

  • การถีบข้าง หมายถึง การใช้ปลายเท้าถีบออกไปด้านข้างของลำตัว โดยเอียงศีรษะออกไปห่างจากลำตัว
  • การกลับหลังถีบ หมายถึง การถีบตรงออกไปด้านหลัง อาจเหยียดขาตรง หรืองอขาแล้วเหยียดตรงออกไปยังเป้าหมาย
  • การกระโดดถีบ หมายถึง การสืบเท้าที่ไม่ถนัดออกไป ๑ จังหวะ แล้วลอยตัวใช้เท้าที่ถนัดพุ่งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้
  • การถีบจิก หมายถึง การใช้ปลายเท้าที่ถนัดจิกไปบริเวณหน้าท้อง หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ไม่ถนัด

การใช้เข่า หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนที่เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกขาส่วนบนกับกระดูกขาส่วนล่าง  
แล้วงอพับขา กระทุ้งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้

  • เข่าตรง หมายถึง เข่าพุ่งตรงไปข้างหน้าเข้าสู่เป้าหมาย
  • เข่าเฉียง หมายถึง เข่าตีเฉียงเข้าสู่เป้าหมายด้านตรงกับเข่าที่พุ่งออกไป
  • เข่าโค้ง หมายถึง การบิดสะโพกให้คว่ำลง พร้อมกับเหวี่ยงขาให้มีรัศมีโค้งจากบนลงล่าง ปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดเป็นเส้นตรงกับขาและเข่า
  • เข่าโยน หมายถึง การกระโดดโยนเข่าขึ้นไปตรงๆ คล้ายๆ เข่าลอย เป้าหมายที่ปลายคาง และหน้าอกของคู่ต่อสู้ 
  • เข่าลอย หมายถึง การกระโดดขึ้นสูง ทะยานกับเข่าโยน แต่เข่าลอยสู่พื้นสูงกว่า

การใช้ศอก การใช้ศอกขั้นพื้นฐานมีลักษณะ ดังนี้

  • ศอกตี บางคนเรียกว่า ศอกสับ โดยใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก
    บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า
  • ศอกตัด หมายถึง การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย
  • ศอกงัด หมายถึง การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก
  • ศอกกระทุ้ง หมายถึง การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่
    คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง
  • ศอกกลับ หมายถึง การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์
    กับการเคลื่อนตามเท้า

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

มวยไทย มรดกล้ำค่า ที่ควรสืบทอด

มวยไทย เป็นกีฬา และศิลปะการต่อสู้ของไทย ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลายคนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย โดยการฝึกมวยไทย มวยไทยนั้นช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ช่วยให้มีสมาธิ และความว่องไว สามารถใช้ป้องกันตัวและช่วยเหลือผู้อื่นได้ นอกจากนี้มวยไทยยังเป็นมรดกทางประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญของไทยอีกด้วย

 

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมวยไทยให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขากีฬาภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในคุณค่าและยกย่ององค์ความรู้ ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย

 

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้มีการสถาปนา "วันมวยไทย” โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันมวยไทย ตรงกับวันเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่มีพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยเป็นที่ประจักษ์ และเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ที่เสด็จออกไปชกมวยกับสามัญชน ตามบันทึกในพงศาวดาร (ฉบับพระราชหัตเลขา พ.ศ.2542) ที่กล่าวว่า พระเจ้าเสือ ทรงแต่งกายแบบชาวบ้าน และเสด็จทางชลมารคพร้อมเรือตามเสด็จ ไปจอดที่ตำบลตลาดกรวด ซึ่งมีงานมหรสพมีผู้คนไปเที่ยวงานอย่างเนืองแน่น มีการละเล่นมากมายหลายอย่าง พระองค์เสด็จไปยังสนามมวยและให้นายสนามจัดหาคู่ชกให้ โดยนายสนามประกาศให้ประชาชนทราบว่า พระองค์เป็นนักมวยจากเมืองกรุง ประชาชนสนใจมาก เพราะสมัยนั้น นักมวยกรุงศรีอยุธยามีชื่อเสียงมาก นายสนามได้จัดเอานักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญเท่าที่มีอยู่ มาเป็นคู่ชก พระเจ้าเสือได้ชกกับ นักมวยถึงสามคนมี นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก ซึ่งแต่ละคนมีฝีมือดีเยี่ยม การต่อสู้เป็นไปอย่างน่าดูด้วยฝีมือเก่งพอ ๆ กัน แต่ด้วยพระปรีชาสามารถและความชำนาญในศิลปะมวยไทย ที่พระองค์ได้ทรงฝึกหัดและศึกษาจากสำนักมวยหลายสำนัก จึงทำให้พระองค์สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้ง 3 คนได้ โดยที่คู่ต่อสู้ต่างได้รับความบอบช้ำเป็นอันมาก และได้รับรางวัลเป็นเงินหนึ่งบาท ส่วนผู้แพ้ได้สองสลึง ซึ่งพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยกับการได้ชกมวยในคราวนั้นไม่น้อย และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ใช้ศิลปะมวยไทยมาใช้ต่อสู้ปกป้องราชอาณาจักรให้รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติ ตามบันทึกว่า พระเจ้าเสือทรงมีฝีมือการชกมวยไทยชำนาญมาก ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งขุนหลวงสรศักดิ์ เคยใช้ศิลปะมวยไทยไล่ชกเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ หรือคอนสแตนติน ฟอลคอน จนฟันหักไปสองซี่

 

มวยไทย มีวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัย จึงได้หลอมรวมวัฒนธรรมในหลาย ๆ ด้านเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เช่น ความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ คาถาอาคม ดนตรี วรรณกรรม คุณธรรม และจริยธรรม เป็นธรรมเนียมที่นักมวยไทยยังคงยึดถือและปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน เช่น การขึ้นครู การครอบครู การไหว้ครู การแต่งมวย และดนตรีปี่มวย การฝึกมวย จะช่วยพัฒนาร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา ให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์ทั้งกาย ใจ มวยไทยนอกจากจะเป็นกีฬาที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้ ยังเป็นสื่อที่ทำให้ชาวต่างชาติ ได้รู้จักวัฒนธรรมและประเพณีที่งดงามของไทยอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

มวยไทย ทำไมต้องมีดนตรี

 

ทุกคนเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ระหว่างการแข่งขัน มวยไทย (Muay Thai) ทำไมต้องมีดนตรี สังเกตไหมว่าทุกยกจะต้องมีดนตรีประกอบระหว่างการชก วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ มวยไทย (Muay Thai) และ ดนตรีประกอบการแข่งขัน ว่ามันจะเหมือนและต่างกันยังไงบ้าง เอาเป็นว่าเราไปดูกันเลยก็แล้วกันนะทุกคน

 

เคยได้ยินกันไหมว่า ดนตรีเกิดจากการเลียนเสียงตามธรรมชาติ มนุษย์ร้องไห้เพราะดีใจและเสียใจ อารมณ์ความรู้สึกของเรา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธ เสียใจ ดีใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ ดนตรีจะเลียนแบบเสียงพวกนี้แล้วประดิษฐ์ท่วงทำนองที่ทำให้เรารู้สึกถึงความรู้สึกเหล่านั้น เราเลยคิดว่านี่เป็นสาเหตุที่ มวยไทย (Muay Thai) มีดนตรีประกอบ เพื่อให้ผู้ชมหรือคนดูได้มีส่วนร่วมไปกับการแข่งขัน มวยไทย (Muay Thai) มากขึ้น

 

มวยไทย เป็นศิลปะชั้นสูงที่อยู่คู่กับคนไทยมานานมาก ๆ แล้ว  ซึ่งในปัจจุบัน การออกกำลังกายแบบ มวยไทย (Muay Thai) กำลังได้รับความนิยมมาก เพราะเดี๋ยวนี้สาว ๆ หนุ่ม ๆ หวังผลกับการออกกำลังกายที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นั่นก็คือ ศิลปะป้องกันตัว

 

การออกกำลังกายด้วย มวยไทย (Muay Thai) ในแต่ละครั้งจะใช้พลังมากเป็นพิเศษ เพราะต้องขยับตัวตลอดเวลา และใช้พละกำลังในการปล่อยอาวุธในแต่ละท่า ทำให้สามารถช่วยเบิร์นไขมันของคุณออกไปแบบไม่รู้ตัวเลยทำให้ มวยไทย (Muay Thai) สามารถเบิร์นได้ถึง 800-1000 kcal เลยก็ว่าได้

 

มวยไทย ใช้ดนตรีอะไรบ้าง

  • ปี่ชวา
  • กลองแขก
  • ฉิ่ง

 

แค่เพียงใช้เครื่องดนตรีสามอย่างนี้ ก็สามารถบรรเลงเพลงไปพร้อมกับการชกมวยได้แล้วใช่ไหมล่ะ บางคนก็บอกว่าสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องดนตรีในการช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์แล้วก็ได้ แต่เอาจริงเราคิดต่างออกไปนะ เราคิดว่า มวยไทย  (Muay Thai) จำเป็นที่จะต้องมีเสียงดนตรีประกอบจริง ๆ ลองนึกภาพเชียร์แบบไม่มีเสียงดนตรีสิ มันก็จะเขิน ๆ ใช่ไหมล่ะถ้าเราเป็นคนเชียรเสียงดัง

 

ดนตรีไทย กับมวยไทย  (Muay Thai) เราว่ามันเป็นของคู่กันนะ ถ้าเจอคนที่เป็นคนบรรเลงดี ๆ แล้วเข้ากับจังหวะหรือท่วงทำนองในการชกของนักมวย เหมือนคนรู้จังหวะว่าตอนไหนจะต้องบรรเลงแบบไหน แบบนั้นถือว่าเก่งมากนะ สามารถทำให้เราเข้าถึงอารมณ์และความดุเดือดในระหว่างการชก และก็ลุ้นไปพร้อม ๆกับนักมวยอีกด้วยว่าเค้าจะต้องเจอหมัด หรือ ลูกเตะแบบไหนต่อไป

 

สรุปง่าย ๆ เลยก็คือ ดนตรีไทย กับ มวยไทย  (Muay Thai) เป็นของคู่กัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ และดนตรีก็มีเอาไว้เพื่อให้คนดูได้มีความรู้สึกร่วมไปกับการแข่งขัน การขึ้นสังเวียนโดยไม่คลาดสายตาจากนักมวยนั่นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย มรดกไทย

ศิลปะการรำมวย

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

มวยไทย ต้นกำเนินแห่งศาสตร์ศิลป์

 

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหนต่างก็มีต้นกำเนินกันทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะกีฬา มวยไทย ที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งในสมัยนั้นกีฬามวยไทยถือเป็นศิลปะชั้นสูงทางสังคม ซึ่งสมัยนั้นเค้าเอาไว้พัฒนาศักยภาพและร่างกายของนักรบจวบจนเป็นศิลปะการแสดง

 

แต่ในยุคหลัง ๆ มานี้ กีฬามวยไทย ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ ซึ่งกีฬามวยไทยนี้เป็นจุดกำเนิดแรงบัลดาลใจให้กับศิลปินต่าง ๆ มากมาย บ้างก็เอาไปทำภาพยนตร์ บางคนที่เอาไปประยุกต์ใช้เป็นศิลปะการแสดง ไม่ว่าจะเป็นการรำมวย รำบูชา ฯลฯ อีกมากมาย

 

ภาพยนตร์ที่มี ศิลปะ มวยไทย

  • Rocky 1976
  • Raging Bull 1980
  • The Hurricane 1999
  • Ali 2001
  • ต้มยำกุ้ง 2548
  • ทองดีฟันขาว 2560
  • องก์บาก 2546

 

ศิลปะการแสดง มวยไทย

การรำไหว้ครู เป็นการร่ายรำในกีฬามวยไทย เพื่อแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณและความเคารพต่อครูมวยซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน เช่นเดียวกับวิชาการหลายแขนงของไทย ที่มักทำการไหว้ครูก่อนและให้มีการสวมมงคลขณะทำการร่ายรำไหว้ครู เนื่องจากถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ท่าที่นิยมทำการไหว้ครูมากที่สุดดังนี้

- พรหมสี่หน้า                                                       

- เสือลากหาง

- หงส์เหิน                                                              

- สาวน้อยประแป้ง

- ยูงฟ้อนหาง                                                         

- ลับหอกโมกขศักดิ์

- สอดสร้อยมาลา                                                  

- กวางเหลียวหลัง

- พระรามแผลงศร

- พยัคฆ์ตามกวาง

                         

การรำไหว้ครูเริ่มจากการนั่งกราบเบญจางคประดิษฐ์ คุกเข่าถวายบังคม ขึ้นพรหมนั่ง-ยืน ท่ารำมวยซึ่งอาจจะมีการเดินแปลง ย่างสามขุม การรูดเชือก การบริกรรมคาถา เพื่อสำรวจและทักทายหรือข่มขวัญซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละค่าย หรือสำนัก โดยมีการบรรเลงดนตรีให้จังหวะในการต่อสู้ซึ่งใช้ “เพลงสะหระหม่าแขก” ใช้ในการไหว้ครู “เพลงบุหลันชกมวย” และ “เพลงเชิด” ใช้ในการต่อสู้ ส่วนเครื่องดนตรีไทยที่ใช้บรรเลงประกอบด้วย ปี่ชวา, กลองแขก และฉิ่ง

 

ในส่วนของกีฬา มวยไทย ที่เอาไว้สำหรับแข่งขันในสังเวียนต่าง ๆ ก็ยังถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ในปัจจุบันกีฬามวยไทยยังได้ชื่อว่าเป็นกีฬาที่คนนิยมใช้ในการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสร้างกล้ามเนื้ออีกด้วย

 

พอทุกคนได้รู้ประวัติของมวยไทย ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้ ศิลปะการแสดง หรือแม้กระทั่งกับการออกกำลังกายด้วยมวยไทยแล้วเนี่ย เริ่มจะสนใจกันขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ มวยไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าใครอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับกีฬามวยไทยก็สามารถหาอ่านได้จากบทความต่อ ๆ ไปของเราได้เลยจ้า

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง คือใครกันนะ

มวยไทย มรดกไทย

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง คือใครกันนะ

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง คือใครกันนะ

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง คือใครกันนะ

 

ใครอยากเริ่มต้นเป็นนักมวยมากองรวมกันตรงนี้ เพราะว่าวันนี้เราจะมาเปิดประวัติของนักมวยสุดยอดฝีมือที่เป็นตำนานอย่าง เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง เค้าเคยเป็นใครมาก่อนที่จะเป็นนักมวย อะไรที่นำพาเค้ามาถึงจุด ๆ นี้ได้ สำหรับมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนดี เราว่าลองศึกษาจากประวัตินักมวยคนอื่น ๆ กันก่อนก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีนะ

 

ประวัติของ เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง 

จริง ๆ ชื่อที่ถูกเรียกอยู่ทุกวันนี้เป็นชื่อในวงการของนักมวย เขามีชื่อจริงว่า เจริญ  ชูมณี ชื่อเล่นชื่อเป็ด เขาเกิดวันที่ 11 มิถุนายน 2511 และเป็นคนจังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งเขามีพี่น้องทั้งหมดเก้าคน และพี่น้องที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่ก็เป็นนักมวยเหมือนกันอีกด้วย

 

เขาเริ่มชกมวนครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ปี ซึ่งถือว่าอายุน้อยมาก ๆ ตอนนั้นเค้าได้ค่าตัวเพียง 100 บาทเท่านั้น ต่อมาหลังจากที่ได้เข้ามาในกรุงเทพเค้าก็ยังไม่เลิกต่อยมวย จนกระทั่งได้เจอกับ ใหม่ เมืองคอน อดีตนักมวยที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาเป็นคนที่ฝากฝังให้เจริญ ชูมณี ได้เข้าร่วมสังกัด หลังจากนั้นก็มีงานชกเข้ามาหาเขาเรื่อย ๆ ทำให้เขาได้กลายเป็นที่รู้จัก

 

และในปี พ.ศ.2531 เจริญทอง ได้กลายเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ แน่นอนว่าค่าตัวของเขานั้นสูงสุดถึงสองแสนห้า และยังได้ขึ้นชกกับอดีตแชมป์โลกอย่าง สามารถ พยัคฆ์อรุณ อีกด้วย

 

หลังจากที่เขาได้แขวนนวมแล้ว เขาก็มาเปิดธุรกิจค่ายมวยชื่อว่า เจริญทอง มวยไทย ยิม ซึ่งนับว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเจริญ ชูมณี หรือ “ครูเป็ด” ในฐานะนักธุรกิจ ซึ่งเจริญทองผันตัวจากนักชกเงินแสนมาเป็นนักธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 แม้ว่าแรกเริ่มนั้น เจริญทอง มวยไทย ยิม จะดำเนินธุรกิจในลักษณะค่ายมวยที่ส่งนักชกรุ่นใหม่ลงสู่สังเวียนผ้าใบตามรอยของตน แต่ในภายหลังก็มีการปรับเปลี่ยนจากการเป็นค่ายมวยสู่รูปแบบของยิม ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจการออกกำลังกายในแบบมวยไทยได้เข้ามาสัมผัส

 

ถ้ามองเข้าไปในตลาดภาพรวมความต้องการของผู้บริโภค เทรนด์การดูแลสุขภาพเป็นกระแสที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รูปแบบการออกกำลังกายมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้ง ฟิตเนส โยคะ พิลาทีส ฯลฯ เมื่อตัดสินใจหยิบเอาเทรนด์นี้มาเป็นแนวการสร้างธุรกิจของตัวเองก็นับว่าเป็นการออกหมัดที่เข้าเป้าและตรงจุด

 

ถึงแม้ว่าในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มชก เจริญทองจะออกหมัดไม่ตรงนัก แต่ในเรื่องของการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทยเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้การออกหมัดครั้งนี้ตรงจุดมากขึ้น อีกทั้งเจริญทอง มวยไทย ยิม ยังเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย มรดกไทย

ศิลปะการรำมวย

มวยไทย มรดกไทย

มวยไทย มรดกไทย

มวยไทย มรดกไทย

มวยไทยนั้นมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ซึ่งมวยไทยนี้รุ่งเรื่องที่สุดในช่วงสมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ มวยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาเป็นอาวุธ ได้แก่ มือ เท้า เข่า ศอก และศีรษะ มวยไทยนั้นมีความสำคัญต่อประเทศไทยเราเป็นอย่างมาก ในสมัยก่อน ผู้ชายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ เจ้านาย ขุนนาง ทหาร หรือสามัญชน จะได้รับการฝึกมวยไว้เพื่อป้องกันตัวและปกป้องประเทศชาติ การนำท่ามวยมาประกอบกับการใช้อาวุธ จะทำให้การใช้อาวุธนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

ไม้มวย หรือท่ามวย ได้มีการตั้งชื่อให้ไพเราะ และจดจำได้ง่าย โดยเทียบเคียงจากลักษณะท่าทางการต่อสู้กับลีลาของตัวละคร เหตุการณ์ หรือสัตว์ในวรรณคดี เช่น เอราวัณเสยงา หนุมานถวายแหวน มณโฑนั่งแท่น อิเหนา แทงกฤช ไม้มวยบางไม้ ท่ามวยบางท่า เรียกชื่อตามสิ่งที่คุ้นเคยตามวิธีชีวิตของคนในสมัยนั้น เช่น เถรกวาดลาน คลื่นกระทบฝั่ง หนูไต่ราว มอญยันหลัก ญวนทอดแห เป็นต้น เพราะเมื่อเอ่ยชื่อท่ามวยแล้ว จะทำให้นึกถึงท่าของการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน ส่วนเพลงมวย หมายถึง การแปรเปลี่ยนพลิกแพลงท่ามวยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สลับไปมาอย่างงดงาม ในระหว่างการต่อสู้

 

มวยไทย มีวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัย จึงได้หลอมรวมวัฒนธรรมในหลาย ๆ ด้านเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เช่น ความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ คาถาอาคม ดนตรี วรรณกรรม คุณธรรม และจริยธรรม เป็นธรรมเนียมที่นักมวยไทยยังคงยึดถือและปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน เช่น การขึ้นครู การครอบครู การไหว้ครู การแต่งมวย และดนตรีปี่มวย ด้วยเหตุนี้ มวยไทยจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่วิเศษอย่างหนึ่ง เพราะการฝึกมวย ช่วยพัฒนาร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา ให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์ทั้งกาย ใจ มวยไทยนอกจากจะเป็นกีฬาที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้ ยังเป็นสื่อที่ทำให้ชาวต่างชาติ ได้รู้จักวัฒนธรรมและประเพณีที่งดงามของไทยอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย กับการ ออกกำลังกาย ด้วย กระสอบทรายตั้งพื้น

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

ศิลปะการรำมวย

ศิลปะการรำมวย

ศิลปะการรำมวย

การรำมวยไหว้ครูมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีที่มาของการที่นักมวยต้องไปพักอาศัยอยู่กับครูมวยเพื่อคอยปรนนิบัติรับใช้ เพื่อให้ครูมวยแน่ใจว่าลูกศิษย์ของตนเป็นคนมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความมานะพยายาม และมีความเคารพศรัทธาต่อครูผู้สอน จึงจะมีการอนุญาตให้ทำพิธีขึ้นครู หรือในบางท้องถิ่นเรียกว่า พิธียกครู เพื่อแสดงถึงการยอมรับซึ่งกันและกันทั้งครูและศิษย์

 

การไหว้ครูรำมวย เป็นการแสดงความเคารพต่อครู บิดา มารดา รวมทั้งเป็นการขอพรต่ออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อให้คุ้มครองตนให้ได้รับความปลอดภัยจากการชกมวย โดยแสดงออกเป็นท่ารำต่าง ๆที่ ได้รับการถ่ายทอดมาจากครูมวย รวมทั้งอาจมีการบริกรรมคาถาตามความเชื่อของแต่ละบุคคล  ปัจจุบัน ชาวไทยส่วนใหญ่ ได้หันมาให้ความสนใจด้านการรักษาสุขภาพโดยมุ่งเน้นวิธีการแบบชาวตะวันตก แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อภูมิปัญญาแบบไทยเท่าใดนัก ซึ่งให้ประโยชน์ทั้งการเสริมสร้างสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็ง ตลอดจนปลูกฝังด้านธรรมะ ซึ่งแท้จริงแล้วการไหว้ครูมวยไทย ท่ารำมวยไทย ท่าแม่ไม้ ท่าลูกไม้ และการชกลมเล่นเชิง มีประโยชน์ในการเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพใจ และแฝงถึงความสำคัญด้านคุณธรรม และมีส่วนส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นไทยประการหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ชาวไทยหลายคนมิได้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญดังกล่าว เนื่องจากสถาบันการพลศึกษามิได้มุ่งเน้นความสำคัญ และเด็กหลายคนมิได้รับการปลูกฝังจากผู้ใหญ่ ซึ่งแท้จริงแล้วการไหว้ครูรำมวยเป็นการปฏิบัติที่มิได้สื่อถึงการแสดงการขอบคุณต่อครูมวย หรือเพียงการอบอุ่นร่างกายเท่านั้น หากแต่เป็นการระลึกถึงสิ่งสำคัญที่ครูมวยได้สอนมา

 

สาเหตุที่มีการไหว้ครูก่อนแข่ง

-เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกาย

-เพื่อเป็นการปลุกขวัญกำลังใจให้แก่ตน

-เพื่อบอกกล่าวบางอย่าง

-เพื่อเป็นการสำรวจพื้นที่ในเบื้องต้น

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับมวยไทย

ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

มวยไทยกับการเตะ

มวยไทยกับการเตะ

มวยไทยกับการเตะ

 

ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่ากีฬามวยไทย อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่หลายคนคงยังไม่รู้รายละเอียดเบื้องลึกของกีฬาชนิดนี้เท่าที่ควร เอาจริง ๆ มันเป็นกีฬาที่สามารถเรียกเหงื่อได้เยอะมากเลยนะ เพราะมันต้องใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการชก หรือ การเตะ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการเตะกันนะทุกคน ว่าเค้ามีการเตะแบบไหนบ้าง การใช้ช่วงขากับกีฬามวยมันใช้ยังไง ไปดูกันเลยดีกว่า

 

จริง ๆ การใช้เท้าในศิลปะมวยไทย มันแบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกัน คือ การเตะ กับ การถีบ ซึ่งการเตะกับการถีบไม่เหมือนกัน เราจะอธิบายง่าย ๆ คือ การเตะ หมายถึงการใช้อวัยวะส่วนเอวจนไปถึงปลายเท้า เรียกว่าการเตะ ส่วนการถีบ คือ การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า ในการต่อสู้ ซึ่งมันต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

การเตะมีแบบไหนบ้าง

  • เตะตรง คือการเตะออกไปตรง ๆ หรือถ้าใช้ภาษาทางการหน่อยก็จะเรียกว่าการเตะที่เท้าตั้งฉากกับพื้นนั่นเอง
  • เตะตัด คือการเตะที่ใช้ขาวาดออกไปให้ขนาดกับพื้น ซึ่งท่านี้สามารถเตะได้หลายระดับ ทั้งขา ลำตัว หรืออวัยวะส่วนอื่นที่สูงขึ้นไปอีกก็ได้เช่นกัน
  • เตะตวัด หรือเรียกอีกอย่างว่าการเตะเฉียง ก็คือการเตะออกไปฉียง ๆ ลงพื้น ไปสู่เป้าหมาย
  • กลับหลังเตะ คือ ลักษณะการเตะที่หมุนลำตัวและเตะเป้าหมายโดยการเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง

 

การถีบมีแบบไหนบ้าง

  • ถีบตรง คือ การถีบออกไปเลยตรง ๆ โดยที่ปลายเท้าหรือส้นเท้าปะทะกับส่วนต่าง ๆ ในร่างกายของคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถเหยียดเท้าตรงหรือว่างอเข่าถีบก็ได้เช่นกัน
  • ถีบข้าง คือ ลักษณะการถีบที่ถีบออกไปด้านข้างลำตัว
  • กลับหลังถีบ คือ การถีบตรงออกไปทางด้านหลัง ซึ่งอาจจะเหยียดขาตรงหรือว่างอเข่าถีบเป้าหมายก็ได้เช่นกัน
  • กระโดดถีบ คือลักษณะการถีบที่เราสืบเท้าไปด้านหน้าและกระโดดลอยตัว ใช้เท้าข้างที่ถนัดถีบไปที่คู่ต่อสู้ของเรา
  • ถีบจิก คือ การใช้ปลายเท้าข้างที่ถนัดของเรา ถีบออกไปบริเวณหน้าท้องของคู่ต่อสู้หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้นั่นเอง

 

วิธีการใช้ขาไม่ว่าจะเป็นการ เตะ การถีบ หรือการใช้หัวเข่า จะต้องมีการฝึกฝนเป็นประจำทุกวัน นักมวยทุกคนจะรู้เทคนิคจากการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน ถ้าหากใครที่อยากจะเริ่มต่อยมวยล่ะก็ ต้องมีที่ปรึกษาหรือโค้ตคอยช่วยแนะนำและสอนก่อน เพื่อให้ร่างกายของเราไม่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬามวย นอกจากนี้กีฬามวยยังถูกพัฒนาให้เป็นการออกกำลังกายที่ใครหลายคนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย และช่วยกระชับสัดส่วน กระชับกล้ามเนื้อได้อย่างดีอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

5 ท่าไม้ตาย น็อคเอ้าท์

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

5 ท่าไม้ตาย น็อคเอ้าท์

5 ท่าไม้ตาย น็อคเอ้าท์

5 ท่าไม้ตาย น็อคเอ้าท์

 

อย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่ว่า มวยไทย (Muay Thai) เป็นศิลปะการต่อสู้ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานมาก ถ้าใครที่ไม่เคยดูการต่อยมวยหรือการขึ้นชกมวยจริง ๆ ก็คงพบเห็นได้ในหนังและละครไทยอยู่บ่อย ๆ ไม่มากก็น้อย เอาจริงมันเหมือนเอกลักษณ์ของหนังและละครไทยในยุคนึงเลยก็ว่าได้ อาทิเช่น เรื่อง ต้มยำกุ้ง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า เป็นต้น และวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จัก ท่าไม้ตาย ของ มวยไทย (Muay Thai) ที่น็อคคู่ต่อสู้มาจำนวนนับไม่ถ้วน

 

5 ท่าไม้ตาย มีดังนี้

  1. ยกเขาพระสุเมรุ
    เป็นไม้มวยใช้ป้องกันคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง และตอบโต้ด้วยการจับทุ่ม ฝ่าย A ใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งสูงเข้าบริเวณลำคอด้านซ้ายของฝ่าย B และฝ่าย B หลบลำตัวต่ำ พร้อมทั้งสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า แล้วใช้ฝ่ามือขวากันขาขวาฝ่ายขาวไว้ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้มือซ้ายโอบขาขวาฝ่าย A ไว้ยกขึ้นใส่บ่า แล้วยกขาขวาฝ่าย A ให้ขึ้นสูงพร้อมกับดันไปข้างหน้า ทำให้ฝ่าย A เสียหลักล้มลงได้ เป็นการตอบโต้

 

  1. จระเข้ฟาดหาง
    เป็นไม้มวยใช้ตอบโต้ปรปักษ์ด้วยการเหวี่ยงแข้ง ฝ่าย B หมุนตัวกลับหลังไปทางขวาด้วยขาซ้าย โน้มตัวลงต่ำ แล้วใช้ขาขวาเหวี่ยงสูงเข้าใส่บริเวณก้านคอของฝ่าย A เป็นการตอบโต้ฝ่าย A ก่อนที่จะกระทำต่อฝ่าย B

 

  1. ไต่เขาพระสุเมรุ
    เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง ฝ่าย A ยกขาขวาเพื่อใช้แข้งเหวี่ยงเข้าลำตัวฝ่าย B ฝ่าย B กระโดดขึ้นเหยียบบนขาขวาท่อนบนฝ่าย A ด้วยเท้าขวา และบนไหล่ซ้ายฝ่าย A ด้วยเท้าซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ใช้ศอกขวาปักลงไปบนศีรษะของฝ่าย A เป็นการตอบโต้
  2. เอราวัณเสยงา
    เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด  ฝ่าย A กระแทกหมัดขวาเข้าตรงหน้าฝ่าย B ฝ่าย B ยกแขนซ้ายท่อนล่างขึ้นปิด เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็สืบเท้าเข้าหาฝ่าย A แล้วใช้ศอกขวางัดเข้าที่ปลายคางของฝ่าย A เป็นการตอบโต้

 

  1. ดับชวาลา
    เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดพร้อมตอบโต้
    ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวาทิ่มไปตรงหน้าของฝ่าย B  ฝ่าย B ใช้แขนซ้ายท่อนล่างขึ้นกัน และผลักหมัดของฝ่าย A ออกไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้หมัดขวาทิ่มตรงไปยังใบหน้าของฝ่าย A เป็นการตอบโต้

 

เป็นยังไงกันบ้าง ท่าไม้ตายมวยไทย (Muay Thai) เท่สุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ ใครที่เป็นสาวกมวยไทยมาฝึกกันได้นะ ที่ Jaroenthong Muay Thai Ratchada เขามีครูฝึกที่คอยสอนอย่างเชียวชาญและปลอดภัยอีกด้วย หรือถ้าใครต้องการที่จะรู้จักมวยไทยให้ลึกซึ้งกว่านี้ก็สามารถไปเรียนและสอบถามกันได้นะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

 

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ของไทยอีกแขนงหนึ่ง ในด้านของกีฬา ซึ่งมวยไทยมีมานานมากแล้วและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่อยู่คู่กับคนไทยเลยก็ว่าได้

 

มวยไทยเป็นศิลปะของการต่อสู้ ซึ่งสามารถนำมาป้องกันตัวได้จริง รวมถึงสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการต่อสู้และในกีฬา ศิลปะประเภทนี้บรรพบุรุษของชาติไทยใช้อบรมสั่งสอนสืบทอดกันมาให้ดำรงอยู่ตลอดไป บรรดาชายฉกรรจ์จะได้รับการสั่งสอนฝึกฝนศิลปะประเภทนี้อย่างเข้มงวด

 

การใช้อาวุธรบสมัยโบราณ เช่น กระบี่ กระบอง ดาบ ง้าว ทวน ฯลฯ นักรบไทยจะนำไปประกอบการต่อสู้ที่มีชั้นเชิง แต่ก่อนมักจะฝึกสอนกันเฉพาะบรรดาเจ้านายชั้นสูง เฉพาะพระมหากษัตริย์และขุนนางฝ่ายทหารเท่านั้น ต่อมาจึงแพร่หลายไปถึงสามัญชนและได้รับการถ่ายทอดวิทยาการจากครูอาจารย์

 

เนื่องจากไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ครูอาจารย์ที่สอนอยู่ในเพศบรรพชิตจึงทำให้มวยไทยกับศาสนาพุทธมีความสัมพันธ์กันจนแยกไม่ออก ซึ่งจะสังเกตได้จากก่อนการชก นักมวยจะมีการไหว้ครู ร่ายมนต์คาถาตามร่างกายก็มีเครื่องรางของขลัง เช่น ผ้าประเจียดรัดแขน หรือ มงคลสวมศีรษะ ฯลฯ

 

ลักษณะของมวยไทย
มวยไทยใช้อวัยวะ 6 ชนิด ได้แก่ หมัด ศอก แขนท่อนล่างเท้า แข้ง และเข่า  เข้ากระทำกับคู่ต่อสู้ ด้วยการเข้าชก ต่อย เขก โขกทุบ เตะ ถีบ เหน็บ อัด ยัน เหยียบ เหวี่ยง ปัก ทิ่ม เฉือน กระทุ้ง สับ เสียบเฆี่ยน กด ทุ่ม ฟาด มัด รัด หักแขน หักขา หักคอ  ฯลฯ 

ไม้มวย
เป็นการใช้อวัยวะต่าง ๆ ประกอบกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผสมกลมกลืนในการรุกและรับซึ่งก็คือการเข้ากระทำต่อคู่ต่อสู้และการป้องกันตัว ซึ่งนับว่าเป็นศิลปะที่มีการประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในรูปแบบต่าง ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

  • แม่ไม้  คือท่าครู เป็นท่าย่างสามขุมที่มีองค์ประกอบของการต่อสู้  และการป้องกันตัวอยู่พร้อมแต่ละครูแต่ละสำนักจะกำหนดท่าขึ้น  อันเป็นแบบอย่างของแต่ละคนไป
  • ลูกไม้ หรือไม้มวยไทยมีทั้งไม้เด็ด ไม้ตาย และไม้เป็น
  • ไม้เด็ด คือลูกไม้ที่มีประสิทธิภาพ  และมีอันตรายสูงแก่คู่ต่อสู้
  • ไม้ตาย คือไม้ มวยที่เมื่อฝ่ายที่กระทำใช้ไม้นี้ออกไป ผู้ถูกกระทำจะไม่สามารถป้องกันแก้ไขได้
  • ไม้เป็น  คือไม้มวยที่เมื่อฝ่ายหนึ่งใช้ออกไป  อีกฝ่ายหนึ่งสามารถป้องกันแก้ไขได้ ถ้ารู้วิธี
     

การไหว้ครู

ในการแสดงศิลปะต่าง ๆ ย่อมมีครูบาอาจารย์ เป็นประเพณีของชาวไทยซึ่งอบรมสั่งสอนต่อ ๆ กันมา ในเรื่องความกตัญญูรู้คุณต่อท่านผู้มีพระคุณ ตอบแทนพระคุณในรูปแบบต่าง ๆ การไหว้ครูจึงเป็นผลจากคุณธรรมดังกล่าวแล้ว

อ่านบทความเพิ่มเติม

ผู้หญิงกับการต่อยมวย

เอกลักษณ์ มวยไทย โบราณ ทั้ง 4 ภาค

 

การคาร์ดิโอ้สวย ๆ ด้วยมวยไทย

การคาร์ดิโอ้สวย ๆ ด้วยมวยไทย

การคาร์ดิโอ้สวย ๆ ด้วยมวยไทย

 

หลาย ๆ คนยังไม่รู้ว่าการออกกำลังกายแบ่งออกเป็นสองอย่างด้วยกันคือ การคาร์ดิโอ (Cardio) และ เวทเทรนนิ่ง Weight  Traning ซึ่งการออกกำลังกายด้วยมวยไทย (Muay Thai) ถือเป็นการคาร์ดิโอ

 

Cardio และ Weight  Traning ต่างกันตรงที่ การ Cardio จะช่วยเผาผลาญไขมันได้มากกว่า แต่ Weight  Traning  จะเป็นที่นิยมในหมูนักเพาะกายหรือคนที่ต้องการจะสร้างกล้ามเนื้อ

 

การคาร์ดิโอมีอยู่ 3 ประเภท คือ แบบลิสท์ (LISS) แบบมิส (MISS) แบบฮิต (HIIT) ซึ่งการออกกำลังกายด้วยมวยไทย (Muay Thai) ถือเป็นการออกกำลังกายแบบฮิต ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากในหมู่นักศึกษาและวัยทำงานที่ต้องการจะลดสัดส่วนหรือกระชับสัดส่วน เพราะเห็นผลไวมากแล้วยิ่งถ้าใครได้ควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการเล่นมวยไทย (Muay Thai)

 

Weight  Traning แบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ 

Machine Weight เหมาะสำหรับคนที่กำลังเริ่มสร้างสร้างกล้ามเนื้อ

 

Free Weight เหมาะสำหรับคนที่เริ่มสร้างกล้ามมาบ้างแล้ว และต้องการให้กล้ามมันชัดขึ้นและสวยขึ้น

 

Body Weight คือการใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้านเป็นส่วนที่ยากที่สุดในเวทเทรนนิ่ง เพราะมันต้องใช้เทคนิคและวิธีการมากกว่าสองตัวแรกที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งกีฬามวยไทย (Muay Thai) ก็ถือเป็นประเภทบอดี้เวทด้วยเช่นกัน

 

การคาร์ดิโอ้ เหมาะสำหรับคนที่กำลังกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ หลอดเลือดหัวใจ แถมการคาร์ดิโอยังช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มกันโรคและการเสื่อมสมรรถภาพในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย ซึ่งคาร์ดิโอ้ก็จะประกอบไปด้วยกีฬาหลายอย่าง และการออกกำลังกายบางอย่างก็ร่วมด้วยเช่นกัน อาทิเช่น การวิ่ง การกระโดดเชือก การเต้นแอโรบิก การเต้นซุมบ้า การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน การชกมวย เป็นต้น

 

และในหัวข้อนี้เราก็จะมาแนะนำการคาร์ดิโอ้แบบใช้กีฬามวยไทย (Muay Thai)  ซึ่งข้อดีของการเล่นมวยไทย  (Muay Thai) ไม่ได้มีแค่กระชับสัดส่วนเท่านั้นแต่ยังทำให้มีภูมิต้านทานโรคอีกด้วย ทำให้ร่างกายรับรู้ได้ไวต่อสิ่งรอบตัว มีปฏิกริยาที่ดีและไวขึ้น สำหรับสาว ๆ ก็จะทำให้ผิวสวยขึ้นเพราะร่างกายได้ขับเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก เมื่อเฟงื่อออกมาเยอะก็จะดื่มน้ำเข้าไปเยอะเช่นกัน

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการฝึกมวยไทย (Muay Thai) คือการหายใจ เพราะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอถือเป็นการฝึกควบคุมระบบทางเดินหายใจ การหายใจจะทำให้ร่างกายยืดหยุ่นขึ้นและทำให้สามารถควบคุมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีอีกด้วย

 

มวยไทย (Muay Thai) กับการเตะขาและใช้ลำตัว การเตะขามีหลายรูปแบบ มีทั้งการเตะสะบัด เตะด้วยตาตุ่ม เตะเหวี่ยง เตะด้วยส้นเท้า เตะก้านคอ เตะด้วยขาหน้า หรือแม้กระทั่งการเตะแบบจระเข้ฟาดหาง เป็นต้น

 

มวยไทย (Muay Thai) กับการออกหมัด  การออกหมัดของมวยไทยมี รูปแบบดังนี้

  1. หมัดตรง

  2. หมัดเหวี่ยงสั้น

  3. หมัดเหวี่ยงยาว

  4. หมัดตวัด

 

การควบคุมน้ำหนักด้วยมวยไทย ก็เป็นอีกอย่างที่คนกำลังนิยมทำ ทั้งนักแสดง นักร้องและบุคคลธรรมดาทั่วไป แต่อย่าลืมว่าการควบคุมน้ำหนักด้วยการกินอาหารก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับคนที่กำลังคิดหาวิธีเพิ่มกล้ามเนื้อให้ตัวเองก็สามารถกินอกไก่ปั่น ไข่ไก่ เป็นต้น สำหรับสาว ๆ ก็จะมีอาหารจำพวก ผลไม้ อกไก่ ข้าวไรซ์เบอรรี่ เป็นต้น

 

เพื่อช่วยในการออกำลังกายด้วยกีฬามวยไทยให้มีประสิทธิภาพ อย่าลืมวอร์มร่างกายให้พร้อมทั้งก่อนและหลังจากต่อยมวยเสร็จ ดื่มน้ำให้มาก ๆ กันด้วยนะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) กับการออกกำลังกาย

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

เสน่ห์มวยไทยสู่สายตาชาวโลก

เสน่ห์มวยไทยสู่สายตาชาวโลก

มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่คนให้ความสนใจกันมาก เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของ ประเทศไทยและรู้จักกันมาถึงทุกวันนี้ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงความนิยม และเสน่ห์ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ทำให้ชาวต่างชาติสนใจ

 

 มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาต่อสู้ที่มีรูปแบบสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับหรือรุกก็มีท่าทีที่ดูสวยงาม ถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย  มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเราสามารถใช้ หมัด เท้า เข่า ศอกได้หมด ซึ่งอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรงได้เลย เพราะเป็นอาวุธที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว อย่างเช่น ท่าฤาษีบดยา เป็นการเอาศอกจามไปบนหัวผู้ต่อสู้ หากโดนตรงจุด อาจทำให้สลบ หรือถึงขั้น เสียชีวิต ก็เป็นไปได้ นี่เป็นแค่ ท่าหนึ่ง ในแม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) และยัง มีอีกหลายท่า ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะคงยาว แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) มันมีท่าเยอะมาก และแต่ละท่า ก็มีความสวยงาม มากแตกต่างกันไป และยังเป็นกีฬา ที่ดุเดือดมาก เพราะพลาดนิดหนึ่ง อาจหน้าแตก โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเหตุผลนี้ จึงทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทย และต่างชาติ ที่รักการต่อสู้ มาสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) กันมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมาก ในปัจจุบันเลย

 

ความนิยมของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

ในปัจจุบันนี้ พูดได้ไม่เต็มปาก ว่าคนไทย เป็นที่หนึ่งของ มวยไทย ( Muay Thai )  เพราะตอนนี้ ชาวต่างชาติที่เก่งกว่านัก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เริ่มมี ให้เห็นมากขึ้น เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ของเราไม่ปิดกันคนที่สนใจ ใครที่สนใจ ก็มาเรียนได้ ซึ่งเหตุนี้ จึงทำให้มีชาวต่างชาติ ที่รักการต่อสู้ มาสนใจเรียนกันมาก พอได้เรียน ก็อยากจะลองวิชา เลยไปขึ้นชก พอได้ขึ้นครั้งหนึ่ง ก็ทำให้ติดใจ ไม่ว่าผล จะแพ้ หรือชนะ คนที่รักการต่อสู้พอได้ขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai ) แล้ว เชื่อได้เลยว่า ต้องติดใจกันทุกคน ถึงแม้มันจะเจ็บมากและค่าตอบแทนก็น้อย แต่การได้สู้ กับคนที่เก่งกว่า หรือคนที่ชอบ อะไรแบบเดียวกัน มันคือความสุข ของคนที่รักการต่อสู้ซึ่ง ตอบได้เลยว่า คนที่ไม่ชอบ เขาก็จะมองพวกเราบ้า แต่กับคนคนที่ชอบ การต่อสู้ ถ้าถามว่าคุณชอบกีฬาอะไรมากที่สุด เขาจะตอบเป็นเสียงเดียวกันก็คือ “ มวยไทย ( Muay Thai ) ”

 

มวยไทย ( Muay Thai ) มีเอกลักษณ์ ที่เด่นก็คือ อาวุธ และท่าทาง ที่ใช้ในการต่อสู้ ซึ่งมีรูปแบบ ไม่เหมือนแบบอื่น ซึ่งอาวุธ แต่ละอย่าง ที่ออกมานั้น ล้วนแต่อันตราย โดนที มีหลับคาเวที ซึ่งปัจจุบันนี้ คนที่ใช้ ตอนนี้ก็ไม่ใช่ แค่คนไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติ ก็เริ่มใช้ได้ เหมือนกันแล้ว แต่การใช้พิษ สงยังไม่เท่าคนไทย เพราะการศอก และเข่า ยังสู้คนไทยไม่ได้ ซึ่งอันนี้แหล่ะ คือไม้เด็ดของ มวยไทย ( Muay Thai )  เป็นอาวุธ ที่คนไทยใช้แล้ว มีประสิทธิภาพมาก เพราะชาวต่างชาติ ยังใช้ได้ไม่ดีเท่า ซึ่งสองอาวุธนี้ เป็นการใช้ ระยะประชิดซึ่ง ชาวต่างเป็นนักมวย ที่ใช้หมัด และเตะหนัก เวลาขึ้นชก ชาวต่างชาติ ก็พยายาม ให้อยู่ในระยะ ที่ตัวเองชกได้ แต่พอคนไทย ได้เข้าไปล็อกคอ ตีเข่า เมื่อไร เป็นอันเสร็จทุกหลาย ซึ่งสิ่งนี้ ชาวต่างชาติ ยังเลียนแบบไม่ได้ ถึงแม้ จะเรียนมาแต่ลักษณะ บางอย่าง ก็เลียนแบบไม่ได้ จึงทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นอาวุธที่คู่คนไทยตลอดไป

 

กฏข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

 

กฏข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )  จำนวนยกในการแข่งขันทั้งหมดมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที จะไม่มีการเพิ่มรอบโดยไม่ได้รับอนุญาต นักมวยจะต้อง ใช้นวมขนาดไม่น้อยกว่า 6 ออนซ์ (172 กรัม) ซึ่งนวมที่สวม ใส่จะต้องไม่ถูกบีบ หรือบดเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของนวม

 

ระเบียบการสำหรับการแข่งขันชกมวยไทย ( Muay Thai )

 

- ต้องสวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนขาให้เรียบร้อยไม่สวมเสื้อและรองเท้านักมวยมุมแดงให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุมตามข้อบังคับสภาพ มวยไทย ( Muay Thai ) โลก

 

- ต้องสวมกระจับที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับการรับรองจากสภา มวยไทย ( Muay Thai ) โลก เมื่อถูกตีด้วยเข่าหรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณอวัยวะเพศจะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

 

- ห้ามไว้ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีปาก เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น

 

- ต้องสวมมงคลผ้าประเจียด หรือรัดเกล้า เฉพาะเวลาร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาตให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้าให้มิดชิดเรียบร้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่คู่แข่งขัน

 

- อนุญาตให้ใช้ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้งหรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

 

- ห้ามใช้เข็มขัดหรือสิ่งที่เป็นโลหะ สร้อย ฯลฯ

 

- ห้ามใช้น้ำมันวาสลิน น้ำมันร้อน ไขหรือสมุนไพร หรือสิ่งอื่นที่ทำให้คู่แข่งขันเสียเปรียบหรือเป็นที่น่ารังเกียจทาร่างกายหรือนวม

 

- ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

 

กติกาการแข่งขันมวยไทย

กีฬามวยไทย สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย และถือว่าอันตรายมาก ๆ ในปัจจุบัน นักมวย ต้องสวมนวมขนาด 4 ออนซ์ สวมกางเกงขาสั้นสวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้าหรือไม่ก็ได้ มวยไทยจะชกด้วยกันทั้งหมด 5 ยก โดยจะขึ้นชก 3 นาที พัก 2 นาที การแข่งขันมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน กรรมการในการให้คะแนนข้างเวทีอีก 2 คน ให้คะแนนยกละ 10 คะแนน การแข่งจะแบ่งเป็นรุ่นตามน้ำหนัก

 

การให้คะแนน

- ฝ่ายใดใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ได้หนักหน่วง บอบช้ำ และรุกมากกว่าเป็นผู้ชนะ

- นักมวย ฝ่ายใด มีชั้นเชิงมวยไทย ในการ รุก รับ หลบ ตอบโต้ ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะ

 

การฟาวล์

- หากผู้เล่นทำฟาวล์ ( foul ) ต้องตัดคะแนนตามที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน

- ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์วอย่างชัดเจน แต่ผู้ชี้ขาดไม่เห็น ผู้ตัดสินสามารถตัดคะแนนตามความเหมาะ พร้อมระว่าทำฟาวล์ด้วยเหตุผลใด

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับ  มวยไทย ( Muay thai )  ( Muay thai )

หุ่นสวยด้วย  มวยไทย ( Muay thai )  ( Muay thai )  เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

มวยไทย กับการ ออกกำลังกาย ด้วย กระสอบทรายตั้งพื้น

มวยไทย กับการ ออกกำลังกาย ด้วย กระสอบทรายตั้งพื้น

หากการ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย เรียกว่าเป็นการออก เหงื่อ หนึ่งในวิธีที่ได้ ประโยชน์ แก่ สุขภาพ มากที่สุด คุณต้องไม่พลาดกับการออกอาวุธโดยการ เตะ กระสอบทรายตั้งพื้น ที่สามารถเรียก เหงื่อ ได้เยอะมาก

 

     ถ้าคุณเป็นหนึ่งคน ที่มักเข้าไป ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย ใน ยิม มวย บ่อยๆ คุณย่อมต้องเข้าใจดีว่าการออก เหงื่อ ด้วยการ ออกกำลังกาย กับ กีฬา มวยไทย เป็นอะไรที่ได้ ประโยชน์ แก่ สุขภาพ ร่างกาย เป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าคุณย่อมต้องเคยออกอาวุธ โดยการ เตะ หรือ ชก กระสอบทราย เป็นประจำบ่อยๆ รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่คุณ ชก หรือ เตะ กระสอบทราย เป็นประจำทุกวัน ย่อมสามารถช่วยสร้าง ประโยชน์ แด่ สุขภาพ ได้อย่างมาก ฉะนั้นแล้ว หากคุณมีความรู้สึกชื่นชอบ ในการ ออกกำลังกาย ด้วยการ เตะ กระสอบทราย คุณต้องไม่พลาดกับ  กระสอบทรายตั้งพื้น อย่างแน่นอน

 

     การ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย คุณสามารถจะออก เหงื่อ ได้หลากหลาย ประสิทธิภาพ การทำงานของ ร่างกาย เรียกได้ว่า กีฬา มวยไทย ให้คุณได้ทุกส่วน อย่างมาก อีกอย่าง เรื่องของ สมรรถภาพทางกาย ยังให้ผลที่ดี และแข็งแรง เป็นอย่างมาก รวมถึงการ ออกกำลังกาย ด้วยการ เตะ หรือ ชก กระสอบทราย ก็ทำให้คุณสามารถเสีย เหงื่อ ได้มากกว่าที่คิด  

 

กระสอบทรายตั้งพื้น อุปกรณ์ ชก มวยไทย สุดเจ๋ง ที่ให้ ประโยชน์ ได้ทุกส่วน

     แน่นอนว่าคุณสามารถจะ ออกกำลังกาย ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะออก เหงื่อ แถวบ้านคุณ หรือแถว สวนสาธารณะ แต่เราสามารถ รับประกัน ให้คุณได้ทันทีว่า หากคุณมา ออกกำลังกาย ใน สนามยิม หรือ สนามมวย คุณสามารถจะ ออกกำลังกาย เรียก เหงื่อ ได้ดีกว่า อย่างแน่นอน และการ เตะ กระสอบทราย ก็เป็นดั่งทางเลือกชั้นดี ที่สามารถสร้าง ร่างกาย ที่ แข็งแรง ให้คุณได้

 

     กระสอบทราย เป็นดั่ง อุปกรณ์ คู่ซ้อมมวย ที่เป็นของคู่กันกับ นักมวย เวลาซ้อมเพื่อเตรียมจะขึ้นชก นอกเหนือจาก คู่ซ้อม กระสอบทราย ที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ กระสอบทราย ที่ติดกับแขวนอยู่กับ ผนัง มีโซ่แขวน คุณต้องไม่พลาดกับ กระสอบทรายตั้งพื้น ที่มี ความสูง ไม่มากหรือน้อย จนเกินไป ที่สามารถให้ ประโยชน์ แด่ร่างกายคุณได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง เตะ หรือ ชก แล้ว ก็ยังไม่เจ็บง่าย เพราะด้วยหนังที่มี คุณภาพ ดี และยังสามารถ ถ่วง น้ำหนัก ได้ดีอีกด้วย

 

กระสอบทรายตั้งพื้น กับ เทคนิค การออก เหงื่อ ที่ได้ ประโยชน์ อย่างแท้จริง

     ก่อนอื่นเลย ให้คุณลองง้างขา เตะ แบบเบสิคง่ายๆ ก่อน เพราะการ เตะ แบบง่ายๆ คุณจะได้ข้อดีในการ เตะ แบบง่ายๆ อีกทั้ง คุณยังสามารถจะยกพาไปไหนก็ได้ วางที่ใดก็ได้ ที่มี พื้นที่พอ ต่อการ ออกกำลังกาย ขั้นแรก ลองเริ่มด้วยการ เตะ แบบเบาๆ ก่อน ดังนี้

 

  1. ลองเตะ แบบง่ายๆ เบาๆ อย่างต่อเนื่อง แล้วค่อยๆ เพิ่มความรุนแรง และหนักหน่วงเข้าไป ให้คุณใช้ขา เตะ ด้านที่คุณมีความถนัดที่สุด ใส่ไปยังบริเวณ ลำตัว ด้านข้างของ กระสอบทราย
  2. เตะ เข้าไปเรื่อยๆ ไม่ถี่นัก ให้ติดต่อกัน ประมาณ 5 ครั้ง จากนั้นก็ค่อยให้เพิ่มเป็น 10 ครั้ง แล้วค่อยเพิ่มแรง เตะ เข้าไปเรื่อยๆ
  3. เมื่อ เตะ เบาๆ ไปแล้ว ก็ค่อยๆ เพิ่มแรง จับเวลาประมาณสัก 15 นาที รับรองได้ว่า คุณจะได้เสีย เหงื่อมี อย่างสมใจอยาก เป็นอย่างมาก

 

     คุณสามารถ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย กับการ เตะ กระสอบทรายตั้งพื้น ที่ได้รับ ประโยชน์ อย่างมาก และหากคุณยังไม่เคย ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย คุณสามารถเรียนได้กับ ยิมมวย ใกล้บ้านคุณ และสถานที่ฝึกซ้อม มวยไทย ที่เราอยากแนะนำก็คือ เจริญทอง มวยไทย รัชดา ( jaroenthongmuaythairatchada ) สถานที่ฝึกซ้อม มวยไทย ชั้นนำ พร้อมอุปกรณ์ ออกกำลังกาย ครบครัน ตอบโจทย์ ทุกความต้องการ แด่คนอยากเรียน กีฬา มวยไทย ที่คุณ ไม่ควรพลาด

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

- MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

การฝึก มวยไทย ( Muay thai )ในบ้านเราอาจเป็นประสบการณ์ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะภายใต้อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่มีความชื้น การซ้อม และอาหาร ล้วนมีความแตกต่าง แม้แต่วิธีการสอนก็ยังไม่เหมือนกันวันนี้จะมาตีแผ่การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่หลายคนอาจถูกมองข้ามไป

 

ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมั่นใจว่าคุณพร้อมเต็มที่ ไม่เช่นนั้นการ ฝึกมวยไทย ( Muay thai ) ของคุณอาจล้มไม่เป็นท่า

 

เตรียมร่างกายให้พร้อม

     หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อย่างแท้จริง คุณต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมและออกกำลังกายก่อนเสมอ คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งบนถนน นักมวยไทยจะวิ่งวันละสองรอบ ระยะทางมากกว่า 12 กิโลเมตร โดยปกติการวิ่งในตอนเช้าจะใช้เวลานานกว่าการวิ่งในช่วงบ่าย ดังนั้น คุณต้องเตรียมร่างกายให้ดีก่อนเริ่มวิ่ง

 

ปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อม

     นักมวยไทยมักกระโดดเชือกในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนฝนตก อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที ฝึกกระโดดเชือกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าของคุณด้านขึ้น แต่ถ้าหากเกิดแผลแล้ว ให้ปิดด้วยผ้าพันแผล นอกจากนี้คุณจะต้องซิตอัพเยอะมาก ผิวหนังที่เต็มไปด้วยเหงื่อ จะไปสัมผัสกับพื้นผิวอันขรุขระและพื้นผ้าใบ หรือเสื่อออกกำลังกาย ถ้าผิวหนังแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาเพื่อลดแรงเสียดทาน

 

เลือกค่ายมวยที่เหมาะสม

     ขณะที่คุณเตรียมตัวและปรับสภาพร่างกาย ให้เริ่มหาค่ายมวยที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง ขั้นตอนนี้จะทำให้คุณได้รู้จักค่ายมวยไทยที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณมีจุดประสงค์ในการเรียนมวยไทยเพื่ออะไรก็ตาม คุณต้องหาค่ายที่สามารถช่วยคุณในเรื่องนั้นได้

 

หาทักษะ มวยไทย ( Muay thai ) ที่คุณชื่นชอบ

     ค่ายมวยทุกค่ายในประเทศไทยล้วนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป บางค่ายมีชื่อเสียงในการปล้ำ บางค่ายเก่งเรื่องการเตะ และบางค่ายขึ้นชื่อในการฝึกนักกีฬาอย่างรอบด้าน ควรเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละค่าย และตัดสินใจจากสิ่งที่คุณอยากซ้อมมากที่สุด และดูว่าค่ายนั้นตอบโจทย์คุณได้หรือไม่

 

เตรียมสิ่งของที่จำเป็น

การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) คุณต้องมีของใช้ที่จำเป็น เช่น นวม กางเกงมวย ฟันยาง และสนับแข้ง บ่อยครั้งที่ค่ายจะมีสิ่งของเหล่านี้ให้คุณใช้ แต่คงไม่ดีแน่หากต้องใช้แก้วน้ำและฟันยางร่วมกับคนอื่น

 

อย่าหักโหมเกินไป

     คุณอาจรู้สึกว่าซ้อมได้เต็ม 100 ในวันแรกของการฝึกฝน แต่ในวันที่สองและสาม ความเมื่อยล้าและความเจ็บปวดจะมาเยือน แต่หากคุณเป็นกรณีที่ตรงกันข้าม ก็อย่าหักโหม ขอให้ฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าคุณฝืนตัวเอง คุณอาจได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่อง

 

     หากท่านอยากฟิตร่างกายกับ มวยไทย ( Muay thai ) ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ หุ่นปัง

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ หุ่นปัง

ออกกำลังกาย ด้วย การ ต่อย มวยไทย เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่สามารถ สร้าง หุ่นปัง ได้ เพียง เข้าใจ ในการ ฝึกฝน เกี่ยวกับ การ ต่อย มวยไทย ว่า มวยไทย มี ลีลา แบบใด ต่อยมวย แล้ว จะ ลดหุ่น ได้สุดปัง ขนาดไหน

 

ลีลา ของ มวยไทย

1.  มวยเกี้ยว หรือ มวยอ่อน

     นักมวย ใช้ชั้นเชิง ในการต่อสู้ ใช้ ไหวพริบ รวดเร็ว ในการแก้ปัญหา เข้าหา คู่ต่อสู้ ผ่านการ เคลื่อนตัวไปมา ทั้งซ้าย ขวา สลับกัน กลลวง หลายรูปแบบ ทำให้ คู่ต่อสู้ จับทาง มวย ยาก มวยเกี้ยว จะมี ท่าทาง ที่ แคล่วคล่อง ว่องไว ลูกล่อ ลูกหลอก  หลบหลีก สายตาแหลมคม  เวลารุก หรือ รับ รวดเร็ว เข้าระยะประชิด ด้วย ความเด็ดขาด แม่นยำ

 

     ฝึกฝนโดย : เยื้องย่างในน้ำ ตีให้น้ำกระเซ็น โดย ห้ามหลับตา แรงต้านของน้ำจะช่วยให้เมื่ออยู่บนบกจะสามารถรุกรับ ออกอาวุธได้อย่างรวดเร็วทั้งเท้า เข่า ศอก และหมัด เหมาะสำหรับคนที่มีรูปร่างเล็ก ผอมเพรียว

 

 

2. มวยหลัก หรือ มวยแข็ง

     นักมวย ที่มีวิธีการ ต่อสู้ อย่างรัดกุม สุขุมรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น ท่าคุมมวย จดท่ามวย  การเคลื่อนไหว แต่ละก้าว เต็มไปด้วยความระมัดระวัง ไม่คึกคะนอง แต่ใช้ทุกอย่างในร่างกายอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น สายตา การย่าง เข้าหา คู่ต่อสู้ เป็น มวย รอจังหวะเข้า ทำ ตอนที่ฝ่ายตรงข้ามรุกเข้ามาก่อน ฉวยโอกาสเข้าทำ ได้ทั้ง น้ำหนักรุนแรง และ แม่นยำ

 

     ลักษณะประเภท มวยหลัก จะถูกฝึกสอนให้ ตั้งรับ รอจังหวะ ใช้ ความสุขุมเยือกเย็น ลำหัก ลำโค่นดี ใช้ ศิลปะมวยไทย ได้หนักหน่วง รุนแรง และแม่นยำ เหมาะสำหรับ คนที่มีรูปร่างใหญ่ และ ใจเย็น

 

     ไม่ว่าจะ มวยหลัก หรือ มวยเกี้ยว ต่างมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดย มวยหลัก จะมีความรุนแรงในการใช้ เท้า เข่า ศอก ส่วน มวยเกี้ยว จะใช้ เท้า เข่า หมัด ศอก ได้รวดเร็วกว่า แต่ไม่รุนแรงเท่า มวยหลัก

 

     ลีลา มวยไทย ( muay thai ) ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และจิตใจ ของแต่ละคน สำหรับผู้ที่รูปร่างสันทัด ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป สามารถฝึกฝนในลักษณะผสมผสาน ระหว่าง มวยหลัก และ มวยเกี้ยว ควบคู่กันไปได้ โดยมีทั้งความว่องไว และ รุนแรง ในการใช้ เท้า เข่า หมัด ศอก

 

 

มวยไทย ( Muaythai ) ช่วยให้หน้าท้องแบนราบ

     อยากมีซิกซ์แพค ( Six Pack ) ชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพ ( SIT UP ) แล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพก เพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้นและเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพ กับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และ เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

 

มวยไทย ( Muaythai ) ได้ออกกำลังกาย ทุกส่วนของร่างกาย

     ต่อยมวย เพื่อให้ทุกส่วนของ ร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกาย และระบบไหลเวียนโลหิต แล้ว ต่อยมวย ช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องกับการ ทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้ และความคล่องตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้ได้กล้ามเนื้อ ทุกส่วนอย่างเต็มที่ เป็นตัวช่วยในการ ลดน้ำหนัก ที่ดี เบิร์นไขมันสะสม เพิ่มความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ ไปพร้อมกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เพิ่มความสูง

     กีฬาประเภท ต่อสู้ เตะ ต่อย ซึ่งปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมเล่นกัน แถมยังเป็น กีฬา ที่ช่วย เผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ของร่างกาย นอกจากจะทำให้สูงแล้ว หุ่นเฟิร์ม กระชับ และมี กล้ามเนื้อ ที่แข็งแรงอีกด้วย

 

 

น้ำมันมวย

     น้ำมันมวย เป็นภูมิปัญญาโบราณของคนไทย ที่ประกอบไปด้วยตัวยาหลัก คือ เมนทอล เมทิลซาลิไซเลท  และการบูร ทำงานออกฤทธิ์ส่งเสริมกัน โดยเมทิลซาลิไซเลทจะออกฤทธิ์ร้อน  ส่วน เมนทอล จะเย็น

 

วิธีใช้ น้ำมันมวย

ชนิดครีม : เหมาะสำหรับการเล่นกีฬา หรือ การออกกำลังกาย

ชนิดน้ำ : เหมาะสำหรับการเล่นกีฬา หรือ ออกกำลังกาย ที่ต้องใช้ กล้ามเนื้อ อย่างหนักหน่วง

ชนิดสเปรย์ : เหมาะสำหรับการเล่นกีฬา หรือ การออกกำลังกาย น้ำมันมวย ชนิดนี้ พกพาง่าย ใช้งานง่าย

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ยูโด VS มวยไทย

มวยไทย VS กังฟู

ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) กับการออกกำลังกาย

ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) กับการออกกำลังกาย

ศิลปะการต่อสู้ ที่บ้านเราคงรู้จักกันดีเลย คือ มวย ไทย เป็นศิลปะการต่อสู้อย่างหนึ่งที่คนนิยมกัน จนในปัจจุบัน ได้นำมาผสมผสานกัน จนเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนำมาประยุกต์ ให้หลายคนเล่นได้

มวยไทย (
Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) ประจำชาติไทย ที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ในอดีตเราฝึก ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) เพื่อต่อสู้กับข้าศึก การป้องกันตัว และต่อมาก็ฝึกเพื่อการกีฬา ในปัจจุบัน ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) ไม่ได้ฝึกไว้แค่เป็น การกีฬา หรือการป้องกันตัว เพียงอย่างเดียว แต่ยังฝึกเพื่อการออกกำลัง ( Exercise ) อีกด้วย

ทุกอย่างบนโลกล้วนมีความเปลี่ยนแปลง ตามกาลเวลา ศิลปะการต่อสู้
( Martial arts ) ก็เช่นกัน ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมากเลยทีเดียว อย่างที่เรารู้กันว่าในอดีต เราฝึกศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) เพื่อ การป้องกันตัว แต่ระยะเวลาเปลี่ยน เราก็พัฒนามาเป็น การออกกำลังกาย ( Exercise ) ในรูปแบบหนึ่ง

การฝึก มวยไทย (
Muay Thai ) ก็สามารถฝึกได้คนเดียว เพราะอย่างไร เราก็ได้ ออกกำลังกาย ทุกส่วนของร่างอยู่แล้ว การออกกำลังกาย ( Exercise ) โดยการฝึกมวย สิ่งแรกที่เราจะได้เลย คือ ความกระชับของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงให้กับร่างกาย ส่งผลดีต่อ ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบการหายใจ การทำงานของระบบหัวใจ ระบบปอด หลอดเลือด หากเราเจอเหตุการณ์ณืที่ไม่คาดคิด ก็สามารถใช้วิชาศิลปะการต่อสู้ ที่ฝึกมาได้

การเรียนมวยไทย ( Muay Thai ) มีประโยชน์ ทั้งต่อร่างกาย และจิตใจ ดังนี้

ฝึกความแข็งแรงให้ร่างกาย
กีฬา และการออกกำลังกาย
( Exercise ) แต่ละแบบ จะช่วยให้ร่างกายแข็ง การออกกำลังกาย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และฝึกความแข็งแรง ให้กับร่างกาย มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องใช้ทักษะการฝึกหลายอย่าง โดยจะใช้ทุกส่วนของร่างกาย ทำให้เราจะได้ความแข็งแรงทุกส่วนของร่างกายเช่นกัน

ฝึกการจัดระเบียบของร่างกาย
มวยไทย ( Muay Thai ) มีท่าทาง หรือที่เรียกว่าเพลงมวย ซึ่งเป็นท่าทางที่ต้องอาศัยการฝึกฝน และความชำนาญ กว่าจะได้เป็นเพลงมวยที่สวยงาม มวยไทย นอกจากใช้เพื่อการต่อสู้แล้ว ยังสามารถใช้สำหรับการแสดงได้อีกด้วย เพราะมีการวางท่าทางที่สวยงาม และการจัดระเบียบร่างกายที่ดี ทำให้มีบุคลิกภาพดี และมีความยืดหยุ่นสูง

ฝึกไหวพริบ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
การเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เมื่อมีคู่ต่อสู้ เราจะไม่สามารถคาดเดาคู่ต่อสู้ได้ อย่างแม่นยำแน่นอน แต่ถ้าหาก เราเรียนมวยไทย ( Muay Thai ) เราจะต้อง มีทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การตั้งรับ และการหลบหลีกต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งทักษะการคิด และการเอาตัวรอดนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

ฝึกระเบียบวินัย
กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จะเน้นการฝึก เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทนทาน และฝึกให้มีพละกำลัง จำเป็นต้องฝึกฝนร่างกาย กันอย่างหนัก เพื่อให้ร่างกายเราแข็งแรงอยู่เสมอ การฝึกฝนร่างกาย ให้พร้อมกับการต่อสู้ จึงจำเป็นต้องมี ระเบียบวินัย ในการออกกำลังกาย ( Exercise ) อย่างสม่ำเสมอ

ฝึกเป็นอาชีพ
การฝึกมวยไทย ไม่เพียงแต่เป็นกีฬา แต่สามารถฝึก เพื่อยึดเป็นอาชีพหลักได้ หากเราชอบที่จะชกมวย หรือฝึกมวย แล้วสามารถฝึกฝึกฝนอย่างชำนาญ สามารถขึ้นสังเวียนชกได้ หากเราขึ้นจนเจนสังเวียนแล้ว อยากออกมาเป็นโค้ช หรือว่าครูฝึก ก็ได้เหมือนกัน

หากเรา ฝึกฝนมวยไทย
( Muay Thai ) ในการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายเราแข็งแรง มีพละกำลังแล้ว อีกอย่างที่เราจะได้จาก การเรียนมวยไทยเลย ( Muay Thai ) คือ การป้องกันตัว เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์คับขัน

การออกกำลังกาย
( Exercise ) ทุกประเภทล้วนมี ประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งสิ้น แต่การออกกำลังกาย ( Exercise ) โดยการฝึกมวยไทย จะได้รับประโยชน์ ในหลาย ๆ ด้าน และช่วยให้ กระชับทุกส่วนของร่างกาย การออกกำลังกายแบบมวยไทย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี หากใครไม่รู้จะเริ่มต้นฝึกที่ไหน เจริญทองมวยไทยรัชดา ( Jaroenthong muay thai ratchada ) มีเปิดสอน สามารถเข้าไปเรียน เพื่อฝึกการออกกำลังกาย แบบฉบับมวยไทยได้

บทความเพิ่มเติม

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน
ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

 

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน

ในการออกกำลังกาย สามารถออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละบุคคล หากใครที่อยากจะ ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบนักมวยแล้วล่ะก็ เรามีเคล็ดลับมาฝากให้เพื่อน ๆ ได้ลองออกกำลังกาย แบบเจ้าสังเวียน

ก็อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า นักมวย (
Boxer ) เป็นอาชีพที่ต้องมีร่างกาย อึด ถึก ทน อย่างมาก เพราะต้องรับหมัดของคู่ต่อสู้ และมีความแข็งแกร่งของร่างกาย สามารถโจมตีคู่ชกกลับไป การออกกำลังกายแบบ นักมวย ( Boxer ) จึงฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วง มากกว่าการออกกำลังกายแบบปกติ

มาลองดูกันว่านักมวยอาชีพ ( Professional Boxer ) เขาทำอย่างไรให้ร่างกายฟิต

Shoulder Presses

Shoulder Presses เป็นท่าที่สร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล (Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้นดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

Clap Press – Up

Clap Press – Up เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับนักมวย

Plank

เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด เพราะต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เป็นท่านักมวยทุกคนให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

คาร์ดิโอ ( Cardio ) 

ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิตแบบนักมวย ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

Foot work

Foot work ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีกหมัดคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Foot work จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือในการต่อสู้กับคู่ชกได้อย่างดี

Shadow Boxing

Shadow Boxing เป็นการฝึกชกลม เพื่อให้นักชกฝึกการออกหมัด และท่าทางที่ถูกต้อง การชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก การรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถฝึกที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้เราขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

Bag Work

Bag Work คือการต่อยกระสอบทราย ที่สามารถฝึกความแข็งแกร่งของหมัด สายตา และการป้องกัน

Skipping

Skipping เป็นการหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ อาศัยความว่องไวของ Foot work ทำได้ง่าย ๆ โดย มีเชือกเส้นเดียวกับลานโล่ง ๆ Skipping เป็นสิ่งสำคัญของนักมวย จะขาดไม่ได้ในเวลาซ้อม และยังเป็นท่าที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ

Push Ups

Push Ups เป็นท่าที่ทำยาก สำหรับคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดย Push Ups จะให้ประโยชน์กับกล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลักเวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

Squats

Squats เป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

Chin Ups

Chin Ups เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ช่วงบนแข็งแรง และสมส่วน จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก ไหล่ ในท่าเดียวกัน แต่ไม่ควรหักโหมเกินไปจนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

Burpees

Burpees เป็นหัวใจสำคัญในการออกกำลังกายให้ได้ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรงในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

ส่วนมาก นักมวยไทย จะมีการฝึกซ้อมอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ต่อวัน นอกเหนือจากการฝึก โดยใช้เป้าตีท้อง หรือหมัดต่อยที่ท้อง เพื่อให้ กล้ามท้องของเขา ทนทานต่อการรับแรงกระแทก

การทำกล้ามท้อง สามารถฝึกได้โดยมีกระบวนการ ตั้งแต่การซิท อัพ ( Sit Up ) การหมุนตัว ( Oblique Twists ) การกระโดดเชือก ( Skipping Rope ) ไปจนถึงการฝึก ตีเข่า ฝึกเตะ ฝึกหลบ ชกเป้า ที่ช่วยเสริมสร้างให้ บริเวณหน้าท้องแข็งแรง รวมถึงยังทำให้ บาลานซ์ร่างกาย และการเคลื่อนไหวดีขึ้นอีกด้วย

การออกกำลังกายด้วยท่าทั้งหมดที่เรามาฝากเพื่อน ๆ กันนั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ นักมวย ( Boxer ) ต้องใช้ฝึกเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทนทานต่อหมัดคู่ต่อสู้ได้ หากเราทำโดยไม่ได้ฝึกหนักขนาดนักมวยก็ได้

การฝึกท่าของนักมวย จะช่วยให้ หุ่นฟิต และสามารถ สร้างกล้ามเนื้อ ให้แข็งแรงได้ ถึงจะไม่ได้เป็นนักมวยอาชีพก็ตาม แต่เราสามารถฝึกเพื่อเพิ่มทักษะต่าง ๆ และช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตามมาด้วย

 

บทความเพิ่มเติม
มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ
การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

 

มากกว่าคำว่า ศิลปะมวยไทย

มากกว่าคำว่า ศิลปะมวยไทย

ทุกวันนี้ มวยไทย ใการนำมาใช้ในการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Cardio Boxing, Body Combat, Boxing Dance เรียกได้ว่า พื้นฐานเรื่องของมวยไทย ซึ่ง เจริญทองมวยไทยรัชดา ให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้

 

Cardio Boxing มีดีอย่างไร ?

 - เป็นศิลปะป้องกันตนเอง

 - เพิ่มความทนทานในการออกกำลังกาย แบบ Cardiovascular

 - เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้อง

- ลดน้ำหนัก กระชับรูปร่าง

 - พัฒนาสมดุลของร่างกาย

 - ลดความเครียดจากการทำงาน

 - เผาผลาญได้มากถึง 800 Cal / ครั้ง

 

Cardio Boxing

     คือ การผสมผสานการชกมวยมวยสากลกับมวยไทยเข้าด้วยกัน แต่มีการเพิ่มความสนุกสนานในการฝึกกับ Personal Trainer ทำให้การเตะ การต่อยมวย เป็นเรื่องสนุก ตื่นเต้น และใครๆ ก็ฝึกได้ โดยเน้นไปที่การทำงานของระบบหัวใจ และ หลอดเลือด และ เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อเป็นหลัก การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยให้คุณเห็นผลในระยะเวลาอันสั้น

 

 

 Body Combat คือ การออกกำลังแบบใด

     Body Combat การออกกำลังกายที่ดัดแปลงมาจากการต่อสู้ โดยนำท่าทางการต่อสู้ต่างๆ มิกซ์เข้ากับเสียงดนตรี เสียงเพลง เป็นรูปแบบการออกกำลังกายแบบกลุ่ม ส่วน Cardio Boxing การผสมผสานของการต่อยมวย กับ การออกกำลังกาย สามารถสอบถามได้ตามฟิตเนส ( fitness ) สอบถามจากเทรนเนอร์ และหากใครที่อาศัยอยู่ในย่านรัชดา เราขอแนะนำ ค่าวมวยไทย เจริญทองมวยไทย รัชดา เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทุกวัน อุปกรณ์ที่ครบครัน บรรยากาศดี เป็นกันเอง เป็นอีกสถานที่ผ่อนคลายได้ดีทีเดียว

 

BOXING DANCE

     ศิลปะ มวยไทย ผสมผสานเข้ากับเสียงเพลง เพิ่มความสนุกไปกับการออกกำลังกาย ปั้นหุ่น ให้ดูกระชับ อีกทั้ง ยังช่วยในเรื่องการไหลเวียนเลือด ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

     เน้นการออกกำลังที่ใช้ หมัด เข่า ศอก หัว ผสมการออกสเต็ปเป็นจังหวะเต้นไปชกไปประมาน 5 นาที ท่าหมัดตรงเป็นท่าชกที่ใช้สกัดการบุกของคู่ต่อสู้ โดยเหยียดแขนออกให้ตรงที่สุด และรักษาให้อยู่ระดับไหล่ หมุนข้อมือคว่ำลงให้สันหมัดถูก หมัดฮุก เป็นท่าชกที่เป็นท่าชกที่ใช้ในระยะประชิดตัว โดยงอแขนท่อนล่างให้ทำมุมกับแขนท่อนบนเป็นมุม 90 องศา

 

     เวลาออกหมัดให้กระตุกหัวไหล่ ใช้แรงส่งของหมัดที่ออกจากปลายเท้าไล่มาตามสะโพก และ หัวไหล่ เพื่อให้การเคลื่อนไหวของหมัด ข้อศอก รวมไปถึงไหล่ เคลื่อนที่ในจังหวะเดียวกัน หมัดอัพเปอร์คัต ชกที่บริเวณลำตัว หรือ ปลายคาง โดยให้สืบเท้าข้างตรงข้ามกับหมัดเข้าไปใกล้คู่ต่อสู้ งอเข่า และ ย่อตัวลงเล็กน้อยลดแขนข้างที่จะชกลงตรงๆ ใช้กำลังส่งจากเท้าหลัง หงายหมัดแล้วกระตุกขึ้นข้างหน้า เพื่อชกขึ้นให้ถูกเป้าหมาย

 

 

มวยไทย ฟีเว่อร์ ( Muay thai )

     มวยไทย ฟีเว่อร์ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay thai ) สำหรับการออกกำลังกาย เพราะกระบวนท่าในการต่อย มวยไทย นั้น สามารถนำมาใช้เป็นทางออกกำลังกายได้ เรียกได้ว่า สามารถเฟิร์มร่างกายได้ทั้งตัว หากต่อย มวยไทย อย่างต่อเนื่อง แต่การต่อยมวยไทย ในฟิตเนสอย่างเดียวคงไม่พอ ดังนั้น ควรเข้าไปเรียนกับครูมวย จริงๆ ค่ายมวย ที่สอนศิลปะต่อยมวยไทย อย่างแท้จริงจะดีกว่า ขอแนะนำค่ายมวยไทย เจริญทองมวยไทย รัชดา มีครูมวยที่สามารถให้คำแนะนำด้านการเรียนได้

 

     หากเราฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยในเรื่องของการป้องกันตัว เพราะเราได้รับการฝึกจาก โดยจะมีครูมวย การันตีเรื่องความช่ำชองเกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay thai ) หากเรามีวินัย หมั่นฝึกฝน ไม่ดีกับใคร นอกจากตัวเราเอง

 

มืออาชีพเป็นได้ไม่ยาก สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay thai )

1. ควบคุมอาหาร หากคุณเป็นนักมวยที่เตรียมขึ้นชก อาหารประเภทโปรตีนคือสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด อาทิ ปลา ไก่ ไข่ เนย ถั่ว รวมถึงผักผลไม้ และไขมันที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิ อะโวคาโด

 

2. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ คือแนวทางที่ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โยคะ คือวิธีการที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แต่ความจริงแล้วมันสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและฝึกสมาธิไปในตัวด้วย

 

3. ครูมวยที่ดี อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญมากสำหรับ การต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) จะดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวเป็นพื้นฐาน ซึ่งครูมวย จะเริ่มต้นการสอน ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึง ระดับมืออาชีพ หากเราฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น movement, Self - defense, position

 

4.ความอดทนต่อการฝึกฝน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ต้องฝึกฝนเอง ไม่สามารถให้ใครมาช่วยเหลือได้ เริ่มต้นฝึกความอดทน ด้วยการ วิ่ง กระโดดเชือก และ ลุก - นั่ง คือ การสร้างความแข็งแร็ง สำหรับการต่อยบนสังเวียน

 

5. ยกระดับการออกกำลัง อีกหนึ่งขั้นของการฝึกความอึดและอดทด การจะเป็นนักมวยที่ดี อย่าลืมว่าตลอดการชก ขาของคุณต้องเคลื่อนไหวอยู่บนเวทีตลอดเวลา ฉะนั้นจำเป็นต้องยกระดับการออกกำลังเพื่อเพื่อความอดทน

 

6.ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลัง  แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที

 

อ่านความเพิ่มเติมได้ที่

มวยไทย VS กังฟู

ยูโด VS มวยไทย

รู้เทคนิคลับ เพื่อป้องกันการ บาดเจ็บ จากการฝึก มวยไทย

รู้เทคนิคลับ เพื่อป้องกันการ บาดเจ็บ จากการฝึก มวยไทย

มวยไทย เป็นศิลปะการป้องกันตัว ที่ปลายทั้งสองด้านของแรงที่พุ่งตรงมา หากต้องการชมการแข่งขันสดในฐานะผู้ชื่นชอบการเล่นเกมนั้นสวยงามและน่าทึ่ง แต่เมื่อคุณเป็นผู้หนึ่งในการต่อสู้ที่ดุเดือดมันอาจโหดร้าย จึงต้องเข้าใจวิธีป้องกัน เพื่อลดอาการ บาดเจ็บ

ตลอดหลายปีของการฝึกฝน และมีโอกาสชก มากกว่า 50 ครั้ง แต่ก็โชคดีที่ไม่จมูกหัก และเคยมีประสบการณ์ตาดำม่วง เพียงหยิบมือเดียวไม่ใช่ ทุกวันนี้ในด้านมือสมัครเล่น คู่แข่งสวมชุดป้องกันทั้งตัว ชุดป้องกันศีรษะ และหน้าอก รวมถึงแผ่นรองหน้าแข้ง และข้อศอก ซึ่งในที่สุดก็ออกมาสำหรับคู่แข่งในขณะที่พวกเขาไต่อันดับ วันรุ่งขึ้นหลังจากการต่อสู้ เป็นเรื่องยากความจุกในกล้ามเนื้อทุกส่วนเท้า และข้อเท้าบวม เหมือนฟุตบอลริมฝีปากอ้วน และต้องส่งเสียงครวญครางเมื่อนั่งลงยืนขึ้นและแม้กระทั่งพยายามนอน เท่าทุนสำหรับหลักสูตร
แม้ว่าการฝึกจะทำในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีการควบคุม ซึ่งการเตะและต่อยเพียงอย่างเดียว ที่โยนลงบนถุงเจาะและแผ่นรองของผู้ฝึกสอนของคุณจะทำได้ 100% แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บที่มีสีสันมากมาย ที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพื่อฝึกอบรม
ไม่ว่าคุณจะมีความเชี่ยวชาญระดับใด ก็ตามการจัดการอาการบาดเจ็บ ควรอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการลำดับความสำคัญของคุณ ความถี่ของการฝึกซ้อม ควรเป็นจุดสนใจที่สำคัญที่สุด เนื่องจากการฝึกทักษะใหม่ ๆ ซ้ำ ๆ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้จมอยู่กับมวยไทย
จากประสบการณ์ หากคุณไม่ได้รับการรักษา และจัดการกับอาการบาดเจ็บของคุณอย่างถูกต้อง มันจะส่งผลให้คุณมีปัญหามากขึ้นในอนาคต รายการต่อไปนี้แสดงรายละเอียดการบาดเจ็บ ที่ผู้ฝึกมวยไทยประสบบ่อยที่สุด

 

ฟกช้ำ

สำหรับตัวเอง และคนอื่น ๆ อีกหลายพันคนที่เริ่มต้นมวยไทย ในวันนั้นการดูการฝึกซ้อมขนานแท้ในประเทศไทย ดูเหมือนฉากที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง Kickboxer ที่ Jean Claude Van Damme เล่า เตะฝ่าต้นปาล์มด้วยแข้งเปล่า แม้ว่าจะไม่รวมวิธีการฝึกเหล่านั้น แต่ความบ้าคลั่งที่ อยู่เบื้องหลังวิธีการของฮอลลีวูด ก็มีความจริงอยู่เล็กน้อย

หน้าแข้งเป็นรูปแบบการโจมตีและการป้องกันหลักของเราและไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเจ็บ รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดในการโจมตีคู่ต่อสู้คือการเตะรอบบ้าน นอกจากนี้การสกัดกั้นการเตะประกอบด้วยการตรวจสอบ ด้วยหน้าแข้งของคุณ
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการเตะรอบมวยไทยกับศิลปะการต่อสู้อื่น ๆ คือการใช้กระดูกหน้าแข้ง ในการสัมผัส และการติดตาม การเตะรอบมวยไทย เปรียบเสมือนการไดรฟ์ในการตีกอล์ฟมากกว่า การยิงลูกชิพที่หยุดอยู่ที่เป้าหมายกล่าว คือเป็นการสวิงแบบโฮมรันในกีฬาเบสบอลมากกว่าที่จะยิง การเตะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพลัง และทำตามเพื่อให้ได้รับความเสียหายสูงสุด
กล่าวได้อย่างปลอดภัยว่า แม้ว่าคุณจะทำงานแพดกับเทรนเนอร์ของคุณคุณอาจได้รับก้อน และการกระแทกเล็กน้อยจนกว่าคุณจะมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อคุณเจาะเตะกระเป๋าหนัก คุณจะเตะด้วยหน้าแข้งของคุณด้วย เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกหนีจากอาการฟกช้ำที่หน้าแข้งระหว่างการฝึก แต่มันจะดีขึ้น

ไม่มีวิธีที่รวดเร็วในการปรับสภาพคอของคุณ ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และสัมผัสกับการออกกำลังกาย หลังจากผ่านไปสองสามครั้ง คุณจะเริ่มสังเกตเห็นว่ากล้ามเนื้อคอ และไหล่ของคุณจะอ่อนนุ่ม และแข็งน้อยลง และจะสามารถทนต่อการเสียดสีของงานที่คลอนได้

 

ต้นขาช้ำ

กล้ามเนื้อที่จุกจะต้องเป็นหนึ่งในอาการบาดเจ็บที่เลวร้ายที่สุดในรายการนี้ สาเหตุหลักที่ คุณมีต้นขาที่จุกเพราะคุณไม่ได้บล็อก การเตะที่ต่ำ การเตะทั้งหมดควรได้รับการตรวจสอบ โดยให้ผลกระทบของการเตะของฝ่ายตรงข้าม ไปที่กระดูกหน้าแข้ง แม้ว่ามันจะฟังดูแย่ แต่ฉันก็เตะที่หน้าแข้งแล้วเตะแรง ๆ ไปที่ต้นขา
ชอบเตะที่หน้าแข้งด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกเรารู้อยู่แล้วว่า เมื่อคู่ต่อสู้ของเราพยายามเตะ พวกเขาใช้หน้าแข้งของพวกเขา ดังนั้นเราจึงมีความรู้นั้น เพื่อประโยชน์ของเราในการสกัดกั้นการเตะ และตั้งค่าการโจมตีตอบโต้ ประการที่สอง ถ้ากระดูกหน้าแข้งที่แข็งกระด้าง นั้นฝังเข้าไปในต้นขาที่ดี และอ่อนนุ่ม มันจะเจ็บทันที สิ่งที่ฉันอยากจะหลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้
หากเกิดขึ้นอีกสองสามครั้ง ฉันจะเริ่มสูญเสียความคล่องตัว และกลายเป็นเป็ดนั่ง เพราะเตะขามากขึ้น ในการชกแบบมืออาชีพ ฉันมักจะนับว่าเตะขากี่ครั้งที่ลงสนามในรอบแรก หรือมากกว่านั้น เป้าหมายของฉันคือการเตะขา 10 ครั้งให้เร็วที่สุด เพราะมันทำให้คู่ต่อสู้ของฉันช้าลงอย่างมากหากไม่จบการต่อสู้
การเตะขาที่ดีนั้นเปรียบเสมือน ของขวัญที่ให้อยู่เสมอ เพราะจะรู้สึกได้ทุกครั้ง ที่มีคนเดินขึ้นบันได หรือใช้ห้องน้ำประมาณหนึ่งสัปดาห์ การต่อสู้กับคนที่สามารถเตะขาได้อย่างมั่นคง แม้ในขณะที่สวมสนับแข้งป้องกันจะทำให้คุณมีรอยฟกช้ำที่เจ็บปวดเล็กน้อย
การซ้ำ กับการบาดเจ็บนี้ คือคุณสามารถป้องกันได้โดยส่วนใหญ่ มุ่งเน้นไปที่การปรับแต่ง เวลาในการตอบสนองของคุณ และใช้สิ่งนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาเทคนิคของคุณ โดยเรียนรู้ที่จะตรวจสอบ หรือถอยกลับ และตอบโต้การโจมตี อีกทางเลือกหนึ่งในการเตะที่ต้นขา คือเอาหน้าแข้งขึ้นมาขวางไว้

แข้งบนหน้า แข้งอาจเจ็บเล็กน้อย แต่เชื่อเถอะว่าหลังจากเช็คหน้าแข้งไม่กี่ครั้งมันจะทำให้คู่ต่อสู้ของคุณคิดสองครั้ง เกี่ยวกับการขว้างขาเตะเข้าทางคุณ เพราะพวกเขาจะรู้สึกเจ็บปวดจากการเช็คด้วย

 

ซี่โครงช้ำ

หวั่นบาดเจ็บซี่โครง สิ่งเหล่านี้มักจะเป็นการบาดเจ็บประเภท ปีละครั้ง ถ้าโชคดี การบาดเจ็บที่ซี่โครง อาจเกิดจากการเตะ หรือเข่าไปที่ซี่โครงระหว่างการกอด หรือซ้อม ปัญหาของการบาดเจ็บที่ซี่โครง คือคุณไม่สามารถทำอะไรได้มากเกินไป เพื่อช่วยในการฟื้นตัว หากกระดูกซี่โครงของคุณหัก คุณจะไม่สามารถใส่เฝือกได้ และหาก คุณมีรอยช้ำระหว่าง กล้ามเนื้อระหว่างซี่โครง จะได้รับการเตือนกระบวนการรักษาจะใช้เวลามากขึ้น
อาการบาดเจ็บที่ซี่โครงที่ดี สามารถอยู่ที่นั่นได้สองสามเดือน และเมื่อคุณคิดว่าคุณผ่านพ้นไปแล้วการจามแบบสุ่ม หรือแนวหมัดตลก ๆ จะกระทบคุณในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ ดังที่ฉันเพิ่งกล่าวไป เมื่อไม่นานมานี้ความเจ็บปวด ที่เรารู้สึกจะเป็นครูที่ดีที่สุดของเรา และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายของคุณ จะยืดหยุ่นมากขึ้นต่อการประท้วงเหล่านี้ จนกว่าจะถึงเวลาดังกล่าวเรียนรู้ที่จะป้องกัน หรือหลบเลี่ยงการโจมตีเหล่านี้อย่างเหมาะสมโดยใช้เทคนิคของคุณ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ
เรื่องต้องรู้ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ

ยูโด VS มวยไทย

ยูโด VS มวยไทย

การต่อสู้ในแต่ละประเทศ ย่อมซ่อนความเป็นเอกลักษณ์เแพาะตัวเอาไว้ สำหรับ ยูโด การต่อสู้ผ่านการใช้ท่วงท่า ต่อสู้ ด้วยมือเปล่าแบบนักรบญี่ปุ่น กับ การต่อสู้ ผ่านศิลปะแบบไทย มวยไทย ฝึกสอนในด้านใดบ้าง

 

 ยูโด ( judo )  

      การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ที่ใช้สำหรับรบในสงครามในอดีต ได้แก่ การหอก ทวน หลาว ฟันดาบ ยิงธนู  ขี่ม้า ในส่วนของ  ยิวยิตสู ( Jujitsu ) เป็นการต่อสู้ที่ใช้มือเปล่าในระยะประชิดตัว ใช้อาวุธไม่ถนัด การต่อสู้แบบ   ยิวยิตสู ( Jujitsu ) เน้นทำให้ศัตรู อันตรายถึงชีวิต บางกรณี หวังเพื่อให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ และ ยอมแพ้ ถ้าไม่ยอมแพ้อาจทำให้พิการ โดยใช้วิธีจับมือหักข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

 

     นักรบญี่ปุ่นในอดีต จะต้องฝึกการต่อสู้วิชา  ยิวยิตสู ( Jujitsu ) ทุกคน บวกกับการฝึกฝนสมาธิไปด้วย ต้องมีความตั้งใจในการฝึก เพราะอาจเกิดอันตรายในการฝึกฝนได้ การทำร้ายคู่ต่อสู้ด้วย  ยิวยิตสู  ให้ลืมเรื่องเมตตา ความเห็นใจไปได้เลย เพราะกระบวนท่า จะใช้เทคนิคคอยหาโอกาสซ้ำเติมคู่ต่อสู้ตลอดเวลา จึงทำให้ครูอาจารย์ที่ตั้งสถานที่ฝึกฝน พยายามคิดค้นกระบวนท่าทาง วิธีแตกต่างกันออกไป

 

     ยิวยิตสู ( Jujitsu ) แบบดั้งเดิม เนื่องเพราะว่าเทคนิคอันตรายต่างๆ เช่น การจิ้มตา  ดึงผม เตะหว่างขา และอื่นๆ อาจทำให้คู่ฝึกซ้อมบาดเจ็บสาหัสจากการฝึกฝนได้ รวมทั้งการฝึกที่เรียกว่า กะตะ ( การฝึกแบบเข้าคู่โดยทั้งสองฝ่ายรู้กัน และ ฝึกตามท่าโดยที่ไม่มีการขัดขืนกัน ) แต่เพียงอย่างเดียวก็ยังไม่ได้ประสิทธิภาพที่เพียงพอ เพราะเราจะไม่สามารถคาดหวังได้ว่าศัตรูของเรา จะให้ความร่วมมือในท่าที่เราฝึกมาโดยที่ไม่มีการขัดขืน

 

     ต่อมามีการปรับปรุงกระบวนท่าในการฝึกฝนมาเป็น  รันโดริ ( RANDORI ) คือ การฝึกซ้อมแบบจริง โดยใช้แนวความคิดว่า คู่ฝึก ทั้งสองใช้เทคนิคต่างๆ ที่ตนเรียนรู้มา เพื่อการเอาชนะอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้จะคุ้นเคยกับความรู้สึกต่อต้าน ขัดขืนจากคู่ต่อสู้ การฝึกแบบนี้สามารถพัฒนาจิตใจ ร่างกาย  และความคล่องตัวได้ดีกว่า เพื่อทำให้การฝึกซ้อมแบบ รันโดริ มีประสิทธิภาพมากขึ้น การล็อกสามารถทำได้เพียงแค่ข้อศอก ซึ่งปลอดภัยกว่าการล็อก สันหลัง ข้อมือ คอ  หรือหัวไหล่ การฝึกฝนแบบนี้จึงเรียกว่า ยูโด  ( judo )

 

    ปัจจุบัน ยูโด  ( judo )  กลายเป็นอีกหนึ่งกีฬาสากล หลักการในการฝึกฝน ยูโด คือ มุ่งบริหารร่างกาย และ จิตใจ ให้มีประสิทธิภาพ โดยออกแรงให้น้อยที่สุด เพื่อเป็นการเซฟร่างกาย และ ควบคู่แรงที่จะส่งไปยังฝ่ายตรงข้าม การฝึก ยูโด  ( judo ) ต้องมีการฝึกการต่อสู้ และ ป้องกันตัว เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้ออกแรง สร้างความแข็งแรงแก่กล้ามเนื้อ และระบบต่างๆ ของร่างกายได้ดี

 

ความคิดในการป้องกัน ( preventive ) ของ ยูโด  ( judo )

      คล้ายกับว่า ยูโด เน้นการตั้งรับ รอคอยจังหวะ ความได้เปรียบของอีกฝ่าย และชัยชนะ มากกว่าศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะคาราเต้ ( Karate ) หรือ เทควันโด ( Taekwondo )  ซึ่งมีกระบวนท่า เน้นไปที่การจู่โจมเข้าตีคู่ต่อสู้ ในลักษณะที่เน้นผสมผสาน ทั้งการรุก และ ตั้งรับ ( offensive-defensive ) ไว้ด้วยกัน

 

มวยไทย ( muay thai )

    การต่อสู้ ผ่านศิลปะของไทย ไม่ว่าจะเป็นเข่า ศอก และการออกหมัด  เป็นอีกเอกลักษณ์หนึ่ง ในการฝึกฝนต่อย มวยไทย ( muay thai ) นอกจากการใช้ฝึกฝนสำหรับคู่ต่อสู้แล้ว สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อีกทั้งช่วยกระชับสัดส่วนที่ต้องการได้ โดยเฉพาะต้นแขน ต้นขา และในด้านของจิตใจ สามารถฝึกสมาธิไปในตัว ทำให้ผู้เล่นได้ประโยชน์ต่อร่างกาย และ จิตใจ มวยไทย สามารถนำมาใช้ในการป้องกันตัว เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อาจเสี่ยงอันตราย สามารถนำ มวยไทย ใช้ต่อสู้ เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ได้ 

 

ค่ายมวย กับ เจริญทอง มวยไทย ( jaroenthongmuaythairatchada )

     ค่ายมวยย่านรัชดา เรียกได้ว่า ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน เพราะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เรียกได้ว่า เข้ากับไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนกรุง ด้วยอุปกรณ์ สถานที่ บรรยากาศในค่าย ไหนจะเทรนเนอร์ และ ผู้ใช้บริการอื่นๆ อยากให้ทุกคนลองเข้ามาสัมผัส จะเห็นได้ความเป็นมืออาชีพ ครบวงจร ในทุกด้าน

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

เรื่องต้องรู้ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ

อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

สร้างแรงบันดาลใจในการทำSixpack

มวยไทย VS กังฟู

มวยไทย VS กังฟู

การป้องกันตัวเอง จะฝึกฝนเป็นการออกกำลังกาย หรือ เอาดีเป็นอาชีพได้ สำหรับการต่อยมวย วันนี้เรามาดูกันว่า ระหว่างศิลปะของชาวจีน กังฟู ( kung fu ) กับ มวยไทย (muay thai ) ศิลปะของไทย ต่างกันอย่างไร

 

กังฟู ( kung fu )    

     กังฟู ( kung fu ) เป็นศิลปะการต่อสู้แสนมหัศจรรย์ ด้วยกระบวนท่าทางที่งดงาม บวกกับ เสน่ห์ชวนติดตามดู  การรวมเอาการต่อสู้จากหลานชนชาติ หลานชนเผ่า บางท่าดัดแปลงมาจากท่าสัตว์ รวมไปถึง หมอเทวดาฮัวโต๋ จนเรื่อยมา และรู้จักกันในนามว่า กังฟู สำนักวัดเส้าหลิน 

 

     ส่วยใหญ่ในไทย พวกเราสามารถเห็นได้มากในรูปของ  รำพัด ไทเก็ก   เรียกได้ว่า เป็นการออกกำลังกายสำหรับอาม่าอาเจ็ก หาได้ยาก ที่คนวัยทำงาน หรือ วัยรุ่น จะมีความสนใจใน ศิลปะ กังฟู ( kung fu )    

 

 

    ต่อสู้ในรูปแบบ กังฟู ( kung fu ) ต้นกำเนิดมาจากการเล่น โยคะ ( yoga ) ของท่านโพธิธรรม ผสมผสานร่วมกับปรัชญาขงจื้อ ในจีน  รูปแบบต่อสู้ของชาวจีน เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งศิลปะทางวัฒนธรรมที่มีความยาวนาน บทบาทสำคัญในทุกยุคสมัย ที่มีการรบทัพจับศึกของประเทศจีน อย่างยาวนาน

 

     คำว่า วูซู แปลตรงตัวว่า วิทยายุทธ แต่ด้วยกาลเวลา การเผยแพร่มีการเปลี่ยนคำจาก วูซู มา เป็น  กังฟู ( kung fu ) ตามที่ได้ยินกันในปัจจุบัน

 

     ทำไมถึงเปลี่ยน ก็เพราะว่า ประเทศจีนในขณะนั้น เป็นยุคปิดประเทศ ผู้คนทั่วไปจึงรู้จักวิชาวูซูภายใต้ชื่อ กังฟู ต่อมาเมื่อจีนเปิดประเทศ และ ได้ให้การพัฒนา วิชาวูซู เป็นกีฬา จึงได้ให้การเรียกขานให้ถูกต้องว่า วูซู ( WUSHU ) นอกจากนี้ วิชาวูซู ยังเป็นวิชาต้นแบบของวิชาต่อสู้ป้องกันตัวที่มีชื่อในหลายวิชาของ ทวีปเอเชียอีกด้วย

 

 

อิทธิพล วิชาวูซู

     เริ่มต้นจากการอพยพของชาวจีน มาที่ประเทศไทย ได้นำการต่อสู้มาเผยแพร่เช่นกัน  เริ่มจากการฝึกสอน ฝึกฝนเฉพาะลูกหลานชาวจีน ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก  แม้แต่ปัจจุบัน ชาวไทยจะรู้จัก วิชาวูซู แต่เพียงการรำมวยจีนเพื่อสุขภาพเท่านั้น ปัจจุบัน วิชาวูซู ได้รับการพัฒนาเข้าสู่ระบบกีฬา

 

     ชาติจีนได้ปรับปรุงพัฒนา วูซู ได้วิวัฒนาการกลายเป็นกีฬาอีกประเภท ช่วงการพัฒนาที่สำคัญคือ ในสมัยสังคมบรรพกาล วูซู มีจุดประสงค์เพื่อความอยู่รอด ในยุคจั้นกว๋อ( รัฐสงคราม ) มีการใช้ วูซู เพื่อประโยชน์ทางการทหาร ต่อมา ได้กลายเป็นวัฒนธรรมในหมู่ชาวบ้าน และ ได้รับการเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวาง และ ช่วงสุดท้ายได้มีการกำหนดให้ วูซู มีระบบ และ เป็นมาตรฐานหลังจากก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

 

ชี่กง

     การออกกำลังกาย ผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย ผ่านแขนขา โดยการความเข้าใจในโครงสร้างร่างกายมนุษย์ ของชาวจีน โดยมีจุดประสงค์หลัก เพื่อยืดอายุให้ยืนยาว แต่แฝงไปด้วยคุณธรรม

 

     หลักการพื้นฐานของ ชี่กง คือ ทำให้ร่างกาย บวกกับอวัยวะภายในได้เคลื่อนไหว ผ่านความคิด ผ่านกระบวนท่า พร้อมมีการปรับท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย แขนขา  ทำให้ร่างกายประสานกับรูปร่างของร่างกาย

 

มวยไทย ( muay thai )

     เป็นศิลปะการต่อสู้ ของชาวไทย จุดเด่น คือ เทคนิคการกอดคอต่อสู้ โดยใช้ทั้งกาย และ ใจ ในการต่อสู้ และสำหรับการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ ประกอบด้วยการโจมตีจากร่างกาย ศอก, เข่า, หมัดและเท้า การฝึกฝนเรียกได้ว่า เป็นอีกขั้น หากว่าเรามีการฝึกฝน หมั่นซ้อมอยู่เสมอ ร่างกายของเราจะมีความพร้อม และได้เปรียบกว่าคนที่ขี้เกียจ อีกทั้งยังสามารถชนะได้โดยง่าย

 

     และในการฝึกฝนนั้น สามารถฝึกได้โดยตนเอง หรือ จะฝึกฝนผ่านผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น ยิม ค่ายมวย หรือ ฟิตเนส สามารถสอบถามการฝึก ผ่านเทรนเนอร์ ครูมวย และใครที่อยู่ในย่านรัชดา เราขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ค่าย มวยไทย ( muay thai ) ครบวงจร ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เปิดทุกวัน เรียกได้ว่า ว่างตอนไหน ก็สามารถเข้ามาต่อย มวยไทย ได้ตลอดเวลา

 

มวยไทย ( muay thai ) VS กังฟู ( kung fu )  

มวยไทย ( muay thai ) สามารถเรียนรู้ได้ง่าย เข้าใจกระบวนท่าได้อย่างชัดเจน รวดเร็ว

กังฟู ( kung fu ) เมื่อฝึกฝน ร่างกายเกิดความยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก พริ้วไหว

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ควรค่าแก่การดูแล สุขภาพ

กีฬา มวยไทย นับว่าเป็นความภาคภูมิใจ ที่ทำให้คนไทยมีความสุข กับการดูแล สุขภาพ ที่ได้ทั้ง ความแข็งแรง และ ศิลปะการต่อสู้ เอาไว้ใช้ติดตัว ที่ไม่ว่าคุณจะเป็น ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ก็สามารถมีวิชาไว้ติดตัวได้

 

     นับตั้งแต่ หนังภาพยนตร์ ไทย ที่นำแสดงโดย จา พนม หรือ โทนี่ จา เรื่อง องค์บาก ( 2003 ) ได้ออกโรงฉายตาม โรงภาพยนตร์ ต่างๆ ทั่วโลก กระแสตอบรับ ความน่าสนใจ ของ ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย กลายเป็น เรื่องที่ชาวต่างชาติ รวมถึงคนไทยด้วยกัน เริ่มหันมาให้ ความสำคัญ และ ให้ความสนใจกันมากขึ้น ถึงแม้ภายใน หนังภาพยนตร์ จะเป็น ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย แบบโบราณ แต่นั่นก็เพียงพอ ต่อการให้ ความสนใจ ที่มีต่อ ศิลปะการต่อสู้ ของ มวยไทย และอีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาแน่นอน นอกจาก วิชาป้องกันตัว นั่นก็คือ ความแข็งแกร่ง ของ สุขภาพ ที่คุณจะได้มากกว่าที่คุณคาดคิด

 

     มวยไทย นับว่าเป็นความ ภาคภูมิใจ ที่คนไทยทุกคน น้อมรับความสำเร็จ เพราะไม่เพียงจะกลายเป็น สัญลักษณ์แรกๆ ที่ชาวต่างชาติจะนึกถึงเมืองไทยแล้ว ยังเป็นวิชาป้องกันตัว ที่นับว่ามีความ อันตราย ไม่ต่างจาก วิชาป้องกันตัวอื่นๆ บนโลกนี้ ด้วย กิตติศัพท์ ความน่าเกรงขาม จากคำบอกเล่าของ นักสู้ ต่างๆ ทั่วโลก ต่างขนานนาม ถึงความ อันตราย อย่างแท้จริงของ มวยไทย เพราะหากได้ลิ้มลอง รสชาติ ของพลัง มวยไทย อย่างแท้จริง สักครั้งแล้ว คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไม มวยไทย ถึงกลายเป็นหนึ่งใน ศิลปะการต่อสู้ อันดับต้นๆ ของโลก แต่ถึงกระนั้นแล้ว คุณต้องพบเข้ากับ ยอดมวยไทย ตัวจริงด้วย จะคุ้มค่าที่สุด

 

มวยไทย กับความภาคภูมิใจ ที่น่ายกย่องของ คนไทย

     ความจริงแล้ว มวยไทย เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ทั่วโลก แต่อาจยังไม่เป็นที่สนใจมากนัก จนการมาถึง หนังภาพยนตร์ ที่นำแสดงโดย จา พนม ที่เอา ศิลปะการต่อสู้ ป้องกันตัวของ มวยไทย มาใช้ในฉาก แอ็คชั่น ดุเดือด ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทนใดๆ ทั้งสิ้น ตามรอย ยอดนักบู๊ ขวัญใจคนทั่วโลก อย่าง เฉินหลง หรือ แจ็คกี้ชาน ทำให้ ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย เป็นที่ประจักษ์ และชาวต่างชาติ ก็มีความอยากเรียน มวยไทย กันมากขึ้น

 

     มวยไทย ก็เป็น กีฬา ประเภทหนึ่ง ที่มีการจัดแข่งขันอยู่เกือบทุก อาทิตย์ ตามเวทีมวยต่างๆ ใน ประเทศไทย อีกทั้งยังกลายเป็น อาชีพหลัก ของคนไทยบางส่วน ที่มีใจรักในการ กีฬา ที่มีต้นกำเนิดแท้ๆ จาก ประเทศไทย ถึงแม้แหล่งกำเนิดของ มวยไทย จะมีหลากหลายข้อมูลที่แตกต่างกันไป แต่ ความผูกพัน ของ คนไทย ที่มีต่อ มวยไทย นับว่ามีระยะเวลาที่ยาวนาน มามาก พอสมควร

 

     กีฬา มวยไทย ในยุค ปัจจุบัน กลายเป็น กีฬา ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้ง ชาวต่างชาติ และ คนไทย ด้วยกัน เพราะนอกจะสามารถใช้ในการ ป้องกันตัว ได้แล้ว ยังสามารถใช้เพื่อ ออกกำลังกาย เพื่อ สุขภาพ ที่ดียิ่งขึ้น จะเห็นได้จาก ดารา หรือเหล่า คนดัง ในยุคนี้ ต่างมา ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย กันมากขึ้น

 

     สาเหตุที่ มวยไทย กลายเป็นความภาคภูมิใจของ คนไทย ที่น่ายกย่อง เพราะนอกจากจะเป็น เอกลักษณ์ ของคนไทยแล้ว ยังสามารถใช้ในการ ออกกำลังกาย เพื่อดูแล สุขภาพ จะเห็นได้จากเหล่าค่ายมวยต่างๆ ที่อยู่ใน ประเทศไทย ต่างก็มี โค้ชมวย คอยช่วยสอนชี้แนะ หลักการ ออกกำลังกาย หรือ วิชาป้องกันตัว ด้วย มวยไทย อย่างมากมาย หากคุณได้เข้ามา ออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย คุณจะสามารถได้ทั้งการ ลดน้ำหนัก, ฟิตหน้าท้องให้แบนราบ มี ซิกซ์แพค ( Six Pack ), หรือจะ ออกกำลังกาย มวยไทย เพื่อลด แคลอรี่ ในร่างกายลง นับว่าเป็นทั้ง กีฬา ที่น่าภาคภูมิใจ และยังควรค่าแก่การไว้ใช้ ดูแล สุขภาพ ของตัวเราทุกคนด้วย

 

     และหากคุณกำลังต้องการมองหา สถานที่ฝึกซ้อม มวยไทย หรือต้องการ โค้ชมวย ที่สามารถช่วยชี้แนะ กีฬา มวยไทย ให้คุณเป็นได้โดยไว คุณสามารถมาหาเราได้ที่ เจริญทอง มวยไทย รัชดา ( jaroenthongmuaythairatchada ) สถานที่ฝึกซ้อม มวยไทย ชั้นนำ พร้อมอุปกรณ์ ออกกำลังกาย ครบครัน ที่สามารถเติมเต็ม ทุกสิ่งที่คุณต้องการได้อย่างแน่นอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

- มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

เรื่องต้องรู้ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ

เรื่องต้องรู้ สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ

การต่อย มวยไทย หากจะต่อยแบบมืออาชีพได้นั้น เราจะต้องรู้ถึง basic ของการเตรียมร่างกาย ให้พร้อมสำหรับการฝึก และ เรื่องที่ต้องรู้ ว่า ท่าไหน ฝึกแบบไหน เพื่อเตรียมพร้อม สำหรับการต่อย มวยไทย แบบมืออาชีพ

 

Shoulder Presses

     สำหรับการฝึก หรือ ออกกำลังกาย ท่านี้  Shoulder Presses เป็นการฝึกความแข็งแรง ของหัวไหล่ เพราะเป็นส่วนที่สำคัญในการชก มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล ( Boxing ) แบบมืออาชีพ ก็ว่าได้ ต้องสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวไหล่ หมั่นฝึกท่านี้ จะสร้างกล้ามเนื้อส่วนนี้ได้ดี

     อุปกรณ์ : ดัมเบล / ขวดน้ำ 1.5 – 2 ลิตร

 

Clap Press Up

     สำหรับการฝึกในท่านี้ Clap Press Up เป็นการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สร้าง Body Balance แนะนำสำหรับคนที่ชอบต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นอีกท่า ที่สร้างกล้ามเนื้อได้ดีเยี่ยม

 

Plank

     Plank ( แพลงค์ / แพลงค์กิ้ง ) เป็นอีกท่า Basic สำหรับการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ว่าได้ เพราะสามารถสร้างความแข็งให้ได้ทุกๆ ส่วนของร่างกาย สร้างกล้ามเนื้อได้ทุกส่วน ซึ่งจะมีการเน้น ตรงที่กล้ามเนื้อส่วนกลาง อาจจะรวมกับท่า Crunches, Sit Up

 

Push Ups

     ท่านี้อาจจะยาก สำหรับมือใหม่ หัดต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะเป็นท่าที่ต้องมีกำลังของแขน เพราะจะต้องดันแรง ส่งไปยังไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่ และ หน้าอก แข็งแรง และ ล่ำขึ้น กล้ามเนื้อแขนก็แข็งแรงตามมาเช่นกัน

 

Skipping

     เป็นอีกกระบวนท่า ที่ใช้อุปกรณ์ นั่น คือ เชือก เสริมสร้างความหลบ หลีก ความไว แก่ฝ่ายตรงข้าม ( Foot Work ) ซึ่งใน มวยไทย ( Muay Thai ) ความไว เป็นอีกเทคนิคหลอกล่อ ฝ่ายตรงข้ามได้ดีที่สุด

 

Sit Ups

     ท่า Basic สำหรับการออกกำลังกายทุกประเภท นั่นคือ Sit Ups ( ซิทอัพ ) สร้างเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนท้อง กล้ามเนื้อส่วนกลาง เป็นอีกท่าในการปั้นหุ่นให้เฟิร์ม สามารถสร้างซิกซ์แพ็ก หรือ จะต้องการกี่แพ็กก็ได้ค่ะ

 

Squats

     เพราะ นักมวย จะต้องมีขาที่มั่นคง ป้องกันการล้มตัว อาจจะเสียเปรียบต่อฝ่ายตรงข้ามได้ ดังนั้น ท่า Squats จะช่วยสร้างความแข็งแรง เสริมกล้ามเนื้อส่วนขา ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง หรือ จะเป็นบริเวณน่อง

 

Burpees

     เป็นอีกท่า ที่สามารถเผาผลาญแคลอรี่ หรือ ไขมัน ออกมาได้ดี สำหรับท่า การที่จะต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) แบบมืออาชีพ ได้ดีนั้น การสร้างระบบกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เป็นสิ่งแรกที่ควรทำ เพื่อเป็นเกราะ แก่ตัวเอง หากกล้ามเนื้อเราแข็งแรง ฝ่ายตรงข้าม จะมองจุดด้อยเราได้ยาก จะกลัวอะไร ถ้ากล้ามเนื้อ หรือ ร่างกายของเราแข็งแรง

 

Shadow Boxing

     จะใช้ท่านี้ได้ดี ถ้าได้ฝึกบริเวณ ชายหาด หรือ บ่อทราย เพื่อเป็นตัวยึดในการฝึกท่านี้ Shadow Boxing สามารถรักษาความฟิต ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และ สามารถรักษาน้ำหนักได้ ในการฝึกท่านี้ นักมวย นิยมฝึกท่านี้ ยิ่งต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ยิ่งต้องฝึก

 

Chim Ups

     หากต้องการให้กล้ามเนื้อส่วนบน ช่วงแขน หน้าอก ไหล่ มีความแข็งแรง แนะนำเล่นท่านี้ เพราะจากอุปกรณ์ ที่ใช้ นั่นคือ บาร์โหน กล้ามเนื้อที่ใช้ จึงเป็นส่วนบน เพราะเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อส่วนบน สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้โดย การฝึกฝนโหนบาร์ เป็นประจำ

 

     ดังนั้น สำหรับ มือใหม่ ค่อยๆ เล่น ไม่ควรหักโหมเกินไป อาจทำให้บาดเจ็บระหว่างการเล่น กล้ามเนื้ออาจฉีกได้ ดังนั้น เน้นเอาที่ร่างกายไหว แต่สำหรับการจะเป็น มืออาชีพ ได้นั้น มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ดี ต้องหมั่นฝึก หมั่นออกกำลังกาย สร้างความแข็งแรงกับร่างกาย

 

     และค่าย มวยไทย ที่แนะนำ นั่นคือ jaroenthongmuaythairatchada ค่ายมวย ย่านรัชดา ค่ายมวยครบวงจร เปิดให้บริการ ทุกวัน 24 ชั่วโมง สามารถเข้าไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการต่อย มวยไทย ได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

หมัด เท้า เข่า ศอก สู่ ‘ลูกไม้มวยไทย’

How to ออกกำลัง ให้ได้ผลดีกับสุขภาพ

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

มวยไทย ( Muay Thai ) มีมาตั้งแต่โบราณกาล มีการแต่งกายที่แตกต่างจากสมัยปัจจุบัน ทำให้การแต่งกายของมวยไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมี เครื่องรางของขลัง ที่อยู่คู่กับนักมวยไทยตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน

 

การแต่งกายของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นเอกลักษณ์ ที่โดดเด่น ใครพบเห็น มักจะให้ความสนใจ เพราะไม่นิยม สวมเสื้อผ้าท่อนบน ใส่เพียงกางเกงขาสั้น และอุปกรณ์ ป้องกันตัว เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อความสะดวกสบาย และความคล่องตัว ในการเคลื่อนที่ รวมถึง มีเครื่องราง ของขลัง ที่อยู่คู่กับนักมวยไทย ( Muay Thai ) มาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ทำให้การแต่งกายมวยไทย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การแต่งกาย มวยไทยสมัยโบราณ กับ การแต่งการมวยไทยสมัยปัจจุบัน

 

1. การแต่งกาย มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ

 

     การแต่งกาย มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ ประกอบไปด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย และ เครื่องรางของขลัง

 

- เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย

 

     เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย คือ กางเกง ซึ่งในสมัยก่อน ไม่มีกางเกง ที่ใช้สวมใส่เฉพาะ เวลาขึ้นชกมวย ส่วนมากนักมวยจะสวม กางเกงขาสั้น ยาวประมาณแค่เข่า เป็นกางเกง ที่ใช้โดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้าพัน ให้หนาคาดทับ ระหว่างขาใช้แทนกระจับ และคาดเอว เพื่อให้กางเกงไม่หลุดเวลาขึ้นชก

 

     นักมวยสมัยก่อน อาจมีการใส่ เสื้อยันต์ ที่ใช้ผ้าดิบสีแดง หรือสีขาว ตัดเป็นเสื้อกั๊ก คอกลมแขนกุด เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่าง ๆ ใช้สวมทับ เสื้อชนิดอื่น หรือสวมเพียงตัวเดียว เพราะเชื่อว่า จะช่วยป้องกันศาสตราวุธทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่ เวลาชกมวย มักไม่ค่อยสวมเสื้อยันต์ แต่จะใช้เครื่องรางชนิดอื่นแทน

 

     หากพูดถึง การแต่งกาย มวยไทยสมัยโบราณ จะไม่พูดถึง การ ‘คาดเชือก’ คงจะแปลกๆ เพราะการคาดเชือก เป็นเอกลักษณ์ ที่โดดเด่นของ มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้การคาดเชือก ที่มือโดยใช้ด้ายดิบพันสันหมัดและข้อมือ ความยาว และลักษณะการพัน จะแต่งต่างกันไปตามภูมิลำเนา บ่งบอกถึงลักษณะ การใช้หมัดและศอกอีกด้วย ซึ่งการคาดเชือก จะช่วยให้ กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง เพิ่มน้ำหนักหมัดให้หนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา บางคนอาจพันด้ายขนาดยาวเ